เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 09-10-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,121
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 9 ตุลาคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ สำหรับภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน มีฝนน้อย

อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาถึงประเทศจีนตอนกลางแล้ว คาดว่าในช่วงวันที่ 10-14 ต.ค. 2561 จะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ยังคงทำให้มีลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ส่วนภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง และจะมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคใต้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 8-9 ต.ค. 61 ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ส่วนภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่

ส่วนในช่วงวันที่ 10-14 ต.ค. 61 ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก และจะมีอุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง สำหรับภาคใต้มียังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 10 -14 ต.ค. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย และประชาชนบริเวณภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย
ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ ตลอดช่วง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (95.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (95.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (101.5 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 09-10-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,121
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


เตือนรบ.ทั่วโลก เร่งลดภาวะโลกร้อนโดยด่วน ภายในปี 2030 ก่อนเจอหายนะ

นักวิทย์ยูเอ็น เสนอรายงานพิเศษ เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลก เร่งดำเนินการ ควบคุมภาวะโลกร้อน ชี้มีเวลาแค่ 12 ปี ก่อนโลกจะเผชิญกับหายนภัย ทั้งภาวะแห้งแล้ง ไฟไหม้ป่า น้ำท่วมอย่างรุนแรง



เมื่อ 8 ต.ค.61 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ของสหประชาชาติ (IPCC) ออกรายงานพิเศษ เมื่อวันจันทร์ที่ 8 ต.ค. หลังลงมือศึกษาวิจัยมานานนับ 3 ปี เรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกต้องรีบดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อควบคุมภาวะโลกร้อนให้สำเร็จภายใน 12 ปีนี้ หรือจนถึงปี ค.ศ.2030 มิเช่นนั้น มนุษย์บนโลกจะเผชิญความเสี่ยงจากภัยพิบัติทั้งจากภาวะแห้งแล้ง ไฟไหม้ป่า น้ำท่วม ขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง

บีบีซี และเว็บไซต์เดลี่เมล แจ้งว่า ตามรายงานพิเศษของ IPCC ที่นำเสนอ ระหว่างมีการร่วมประชุมกับตัวแทนรัฐบาลและนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศเกาหลีใต้ ระบุ ขณะนี้อุณหภูมิโลกได้เพิ่มสูงขึ้นเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ตามเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ไปเรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้ อุณหภูมิโลกกำลังจะสูงขึ้นถึง 3 องศาเซลเซียส ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลทั่วโลกจึงต้องเปลี่ยนแปลงชนิดไม่เคยทำมาก่อน เพื่อที่จะทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นน้อยกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน อุตสาหกรรม การคมนาคมขนส่ง ไปจนถึงการก่อสร้าง และการกินอาหารในชีวิตประจำวัน ที่ควรจะบริโภคเนื้อให้น้อยลง

รายงานของ IPCC ชี้ว่า ปัจจัยที่จะควบคุมอุณหภูมิโลกไม่ให้สูงเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส อาทิ การใช้พลังงานจากถ่านหิน ซึ่งปัจจุบันทั่วโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 38 % จำเป็นต้องเหลือเป็นศูนย์ คือไม่มีการใช้พลังงานจากถ่านหินอีกเลยภายในปี 2050 และปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศควรลดลง 45% จากปี 2010-2030 และควรลดลงเหลือศูนย์ ในปี 2050


https://www.thairath.co.th/content/1392749

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 09-10-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,121
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


อนาถ!! พบซากเต่าตนุเพศเมีย อายุ 15 ปี ถูกใบพัดเรือฟันลอยตายกลางอ่าวสัตหีบ

ศูนย์ข่าวศรีราชา - อนาถเต่าไทยไม่กินพลาสติกก็ถูกใบพัดเรือฟันจนตาย ล่าสุด พบซากเต่าตนุ เพศเมีย อายุกว่า 15 ปี ถูกใบพัดเรือฟันกระดองจนแตกเป็นเสี่ยงลอยตายกลางทะเลอ่าวสัตหีบ นักท่องเที่ยวเห็นสภาพบอกสุดสงสาร



วันนี้ (8 ต.ค.) พล.ร.ต.วราห์ แทนขำ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (ผบ.สอ.รฝ.) ได้สั่งการให้ นาวาเอกมรุเดช บุญนิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ จัดกำลังพลเข้าให้การช่วยเหลือ และรับร่างแม่เต่าตนุ ที่ถูกใบพัดเรือฟันกระดองแตกและตายอย่างอนาถอยู่กลางทะเล บริเวณหัวเกาะจระเข้ อ่าวสัตหีบ หลังได้รับแจ้งจาก นายสมศักดิ์ บัวบาน อายุ 60 ปี ชาวประมงแสมสาร

โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้เก็บกู้ซากแม่เต่าตนุส่งให้หน่วยบริเวณชายหาด ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อให้ทีมสัตวแพทย์ตรวจพิสูจน์จนพบว่าเป็นเต่าตนุ เพศเมีย อายุประมาณ 15 ปี วัดขนาดลำตัวยาว 64 เซนติเมตร กว้าง 60 เซนติเมตร โดยพบกระดองด้านบนถูกใบพัดเรือฟันจนแตกเป็นเสี่ยงเห็นอวัยวะภายใน คาดว่าตายมาแล้วประมาณ 3 วัน



เบื้องต้น ได้นำซากเต่าตนุไปทำการฝังกลบ เนื่องจากมีสภาพเน่าอืดจนไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ ส่งผลให้บรรดานักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ และได้ทราบข่าวดังกล่าวพากันรู้สึกเศร้าสลดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ พล.ร.ต.วราห์ ยังได้ขอความร่วมมือไปยังชาวประมงที่ออกเรือในทะเลให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากช่วงนี้เป็นหน้ามรสุม ที่อาจจะมีเต่าทะเลขึ้นมาเหนือน้ำบ่อยครั้ง ป้องกันการพลาดท่าจนใบพัดเรือฟันเต่าทำให้ได้รับบาดเจ็บ และตายอย่างที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้ง

และยังขอให้ชาวประมงงดการทิ้งขยะลงทะเล เพราะจะทำให้เกิดมลพิษ และทำให้เต่าทะเลคิดว่าเป็นอาหาร ซึ่งเมื่อกินเข้าแล้วไม่ย่อย จนทำให้เต่าล้มตายจำนวนมาก


https://mgronline.com/local/detail/9610000100746

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 09-10-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,121
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์


สหประชาชาติเตือนว่าอุณหภูมิโลกอาจจะสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียสภายในปี 2573-2595

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือไอพีซีซี ซึ่งเป็นหน่วยงานของสหประชาชาติรายงานสรุป หลังเสร็จสิ้นการประชุมที่มีขึ้นในกรุงโซลของเกาหลีใต้เมื่อสัปดาห์ก่อน ว่า ธรรมชาติและมนุษยชาติยังคงมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหากโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1.5 องศาเซลเซียส ซึ่งการจะควบคุมไม่ให้โลกร้อนเกิน 1.5 องศาเซลเซียสจะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กว้างขวางและรวดเร็ว พร้อมเตือนว่า หากภาวะโลกร้อนยังดำเนินไปในอัตราปัจจุบัน โลกจะร้อนขึ้น 1.5 องศาเซลเซียสภายในปี 2573-2595 ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามที่ตกลงกันไว้ในข้อตกลงปารีสก็อาจไม่เพียงพอ

ทั้งนี้รายงานสรุปดังกล่าวจะเป็นแนวทางทางวิทยาศาสตร์ให้แก่ผู้กำหนดนโยบายของแต่ละประเทศในการปฏิบัติตามข้อตกลงปารีสปี 2558 ที่มุ่งจำกัดอุณหภูมิโลกไม่สูงเกิน 2 องศาเซลเซียสจากระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม และควบคุมไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส.


http://thainews.prd.go.th/website_th...R6110080020015

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 09-10-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,121
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


9 ต.ค.นี้ ดีเดย์ห้ามพักค้างแรม "หมู่เกาะสิมิลัน"



เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศห้ามพักค้างแรมในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา โดยกำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวแบบไป ? กลับ หลังเจอปัญหาเสื่อมโทรมของปะการัง น้ำเสียจากการท่องเที่ยว

วันนี้( 8 ต.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่อง ปิดการพักแรมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ลงนามโดย นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช วันที่ 4 ต.ค.2561 ความว่า ด้วยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ตระหนักถึงความเสื่อมโทรม ความเสียหายของปะการัง สัตว์น้ำ และระบบนิเวศ จากน้ำเสียที่เกิดจากการท่องเที่ยวแบบพักค้างแรม จึงกำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เป็นแบบไป ? กลับ



อาศัยอำนาจตามความในข้อ 4 (7) และข้อ 5 แห่งระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ปิดการพักแรมอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสิมิลัน ยกเว้นผู้ได้รับอนุญาต สำหรับการบริการนำเที่ยวแก่นักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ ประเภทกิจกรรมการดำน้ำลึก ทั้งนี้ ตังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป หรือพรุ่งนี้ (9 ต.ค.)

ก่อนหน้านี้มีการศึกษาเรื่องกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาที่หมู่เกาะสิมิลัน ไม่เกินวันละ 3,850 คน


https://news.thaipbs.or.th/content/275002


*********************************************************************************************************************************************************


ข่าวดี! ปิด "อ่าวมาหยา" 4 เดือน ฉลามหูดำโผล่-ปะการังฟื้นตัว



ข่าวดี! กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พบ "ฉลามหูดำ" โผล่อ่าวมาหยา หลังปิดอ่าว 4 เดือน เดินหน้าปลูกป่าชายหาด ฟื้นฟูปะการัง เล็งกระจายเที่ยวเกาะและอ่าวใกล้เคียงเป็นจุดท่องเที่ยวทดแทนอ่าวมาหยาระหว่างปิดฟื้นฟู

หลังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศขยายระยะเวลาปิดการท่องเที่ยว หรือดำเนินกิจกรรมในบริเวณอ่าวมาหยาเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา -หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ตั้งแต่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา จนกว่าทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและชายฝั่งจะกลับคืนสู่สภาวะปกติอย่างไม่มีกำหนด

ล่าสุด วันที่ (7 ต.ค.2561) นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยาน และสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการฟื้นฟูระบบนิเวศชายหาด และระบบนิเวศแนวปะการัง บริเวณอ่าวมาหยา และการฟื้นฟูปะการัง (Coral Popagation Course) ที่เสื่อมโทรมบริเวณอ่าวมาหยา อ.อ่าวนาง จ.กระบี่ กล่าวว่า หลังการปิดอ่าวมาหยาตั้งแต่ช่วงเดือน 1 มิ.ย.- 30 ก.ย. เพื่อฟื้นฟูเป็นเวลากว่า 4 เดือนมาแล้ว พบว่าปะการังเพิ่มขึ้น ระบบนิเวศมีการฟื้นตัว ซึ่งขณะนี้การฟื้นตัวยังไม่สมบูรณ์จึงต้องมีการปิดอ่าวมาหยาเพื่อฟื้นฟูต่อไป

"อ่าวมาหยาเหมือนคนไข้ที่ป่วยเป็นมะเร็ง แล้วต้องผ่าตัดรักษา และใช้เวลาฟื้นตัว ซึ่งการปิดฟื้นฟู 4 เดือนที่ผ่านมาก็ดีขึ้นแต่ยังไม่สมบูรณ์ เพราะต้องไม่ลืมอ่าวมาหยาใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยวกว่า 20 ปี ซึ่งขณะนี้กำลังฟื้นฟูทรายหาด ปะการัง และป่าเพื่อให้ฟื้นกลับมาสมบูรณ์"

ขณะที่ นายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยาน กล่าวเสริมว่า ระบบนิเวศทั้งป่าชายหาด มีความเสื่อมโทรมต้องเร่งปลูกป่าหาดทรายบริเวณอ่าวมาหยาทรุดลงไปมาก เพราะการท่องเที่ยวที่รองรับนักท่องเที่ยววันละ 2,000 - 5,000 คน



จากการสำรวจก็พบว่า ปะการัง 3 จุด บริเวณอ่าวมาหยา ปะการังเสียหายจำนวนมากทั้งบริเวณน้ำตื้นและน้ำลึกซึ่งมีการฟื้นตัวกำลังเริ่มขึ้น ซึ่งการปิดอ่าวทำให้ปะหารังเสียหายลดลง ทรายตะกอนที่พักมาทับถมก็ลดลง จากประสบการณ์ของเกาะยูงที่ปิดมา 2 ปี ก็ฟื้นตัวขึ้นมา ประกอบกับการปลูกปะการังเพิ่มเติมในพื้นที่ก็ค่อยๆดีขึ้น ขณะนี้ความสมดุลของระบบนิเวศกำลังกลับมา

"วันนี้ฉลามหูดำ (Black reef shark) และสัตว์เล็กๆกำลังกลับมา จากเดิมมีแต่นักท่องเที่ยวการปิดอ่าวมาหยาก็ทำให้ระบบนิเวศค่อยๆ ฟื้น"

นอกจากนี้ยังปลูกป่าเพื่อช่วยไม่ให้ดินไหลและทรายเกาะบริเวณายหาดไม่ไหวลงไปในอ่าว เพราะที่ผ่านมานักท่องเที่ยวที่แออัด นอกจากนี้ยังต้องจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวที่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการคำนวณหาตัวเลขปริมาณนักท่องเที่ยวที่เหมาะสมโดยนักวิชาการ

ขณะที่การสร้างท่าเรือด้านหลังอ่าวมาหยาที่อ่าวโละซามะ รวมถึงจัดทำบอร์ดวอล์กเพื่อไม่ให้กระทบทรายและต้นไม้บนพื้นดิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ประกาศจัดซื้อจัดจ้างแล้ว

นายทรงธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เตรียมจัดหาพื้นที่ในการกระจายนักท่องเที่ยวไปยังอ่าวและเกาะอื่นๆ เช่น เกาะห้อง เกาะรอก อ่าวปิเละ และนอกพื้นที่เกาะพีพี รวมถึงขยับทุ่นจุดจอดเรือเพื่อชมอ่าวมาหยาเข้ามาอีก 50 เมตร โดยอยู่ที่ประมาณ 200 เมตร ตามการเสนอของผู้ประกอบการ

ด้านนายวัตรพล จันทโร ประธานชมรมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะพีพี จ.กระบี่ กล่าวว่า การประกาศปิดอ่าวมาหยาอาจต้องใช้อย่างระมัดระวังเพราะนักท่องเที่ยวบางส่วนเข้าใจว่าเป็นการปิดเกาะพีพีทั้งหมดซึ่งกระทบต่อการท่องเที่ยว รวมถึงต้องการให้จัดการจราจรบริเวณอ่าวมาหยาให้ดีขึ้นและดูและปัญหาของเรือนำเที่ยวผิดกฎหมายที่มาอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งจะช่วยจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวและมีการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากขึ้น

"ผู้ประกอบการและชาวบ้านสนับสนุนการอนุรักษ์เพราะที่นี่คืออู่ข้าวอู่น้ำของคนกระบี่ การดำเนินการใดๆ ต้องการให้รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนมากขึ้น รวมถึงการจัดการเดินเรือและจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวเพราะส่วนหนึ่งต้องการให้ขยับทุ่น และจัดการเดินเรือบริเวณอ่าวให้มีประสิทธิภาพ"


https://news.thaipbs.or.th/content/274985

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 09-10-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,121
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


บุกแพขยะในมหาสมุทรแปซิฟิก สำรวจมลพิษพลาสติก .................... โดย Sarah King

ขยะพลาสติกที่เราทิ้งส่วนใหญ่จะไหลลงสู่มหาสมุทรของเรา เรืออาร์กติก ซันไรส์ได้เดินทางไปยังจุดที่มีกระแสน้ำวนที่มีขยะไปรวมอยู่ในมหาสมุทรพร้อมกับเป้าหมายการสำรวจไมโครพลาสติก



เครื่องมือสำรวจไมโครพลาสติก Manta Troll ถูกลำเลียงลงจากเรืออาร์กติก ซันไรส์ ของกรีนพีซ เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2561 บริเวณทางใต้ของแคลิฟอร์เนียร์ โดยเรืออาร์กติก ซันไรส์ได้รับภารกิจทำการศึกษามลพิษไมโครพลาสติกระหว่างหาด ซาน ดิเอโก ไปจนถึงหาดในแคลิฟอร์เนียร์

ปัจจุบันผู้บริโภคทั่วโลกกำลังตื่นตัวและช่วยกันลดมลพิษขยะพลาสติก พวกเขาทำกิจกรรมทำความสะอาดชายหาดและสำรวจแบรนด์เพื่อหาว่าแบรนด์ใดที่ควรจะรับผิดชอบต่อมลพิษที่พวกเขาได้สร้างขึ้น ผู้บริโภคกำลังผลักดันให้บริษัทที่ใหญ่ที่สุดของโลกลดการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง พวกเขายังเรียกร้องให้รัฐบาลแบนการใช้พลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งเพื่อทางออกที่มีประสิทธิภาพจริง และพวกเรากำลังสร้างอนาคตที่อยู่บนพื้นฐานของวิถีการใช้ซ้ำและระบบใหม่ของบรรจุภัณฑ์

อย่างไรก็ดี ทั้งแบรนด์ใหญ่และรัฐบาลยังอยากให้เราเชื่อว่าเราจะต้องรีไซเคิล อยากให้เราทำหน้าที่ของเราในการทำความสะอาดชายหาดต่อไป และอยากให้เราเชื่อว่าถ้าเราทำแบบนี้ ทุกอย่างก็จะเป็นไปได้ด้วยดี แต่จริงๆแล้ว วิธีการเหล่านี้ยังไม่เพียงพอเพราะเรายังพบเห็นขยะในชุมชนที่แบรนด์ใช้เป็นที่ตั้งโรงงานกำจัดขยะ แม้กระทั่งในมหาสมุทร พื้นที่ที่ไกลจากถังขยะรีไซเคิล เราไม่สามารถทำให้ระบบนี้มันดีขึ้นได้ถ้าเรายังต้องพึ่งพาพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกมันจึงปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อม


เต่ากระกำลังคาบเศษพลาสติกใกล้ๆกับโขดหิน Big Gota ทางตอนใต้ของทะเลแดง อียิปต์

โชคร้ายที่พลาสติกที่ลอยไปสู่มหาสมุทรของเราไม่ได้ย่อยสลายหายไป แต่มันแตกตัวเองเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยหรือที่เราเรียกว่า ไมโครพลาสติก ซึ่งปลาและสิ่งมีชีวิตในทะเลก็จะกินไมโครพลาสติกเหล่านี้เข้าไปเพราะเข้าใจผิดว่ามันคืออาหาร หลังจากนั้นสัตว์น้ำเหล่านี้ก็จะถูกจับและกลายเป็นสัตว์ในวงจรอาหารของพวกเราเอง

แม้ว่าเรามองไม่เห็นพลาสติกชิ้นเล็กๆนี้ แต่ไมโครพลาสติกอยู่ในทั่วทุกมุมของโลก เราพบพลาสติกในจุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทรมาเรียนา ดังเช่นที่เราพบพลาสติกที่ศูนย์กลางของขั้วโลกใต้ รวมถึงกระแสน้ำวนที่สร้างแพขยะขนาดยักษ์ในมหาสมุทรแปซิฟิกทั้ง 5 จุด มีแพขยะหนึ่งที่อยู่ทางเหนือของแปซิฟิกซึ่งเป็นพื้นที่ในเขตทะเลหลวงและเป็นพื้นที่ที่ได้รับการวิจัยเกี่ยวกับขยะพลาสติกและสิ่งมีชีวิตในทะเล กระแสน้ำวนเหล่านี้ไม่ได้สร้างแพขยะขนาดใหญ่ แต่กระแสน้ำวนนี้เหมือนเครื่องปั่นขยะมากกว่า

แพขยะยักษ์ในมหาสมุทรแปซิฟิกที่อยู่บริเวณฮาวายกับแคลิฟอเนียร์ ซึ่งอยู่ใกล้กับแพขยะยักษ์ของรัฐบริติชโคลัมเบียและแพอื่นๆจะรวมตัวกันด้วยกระแสลมและกองรวมกันที่ชายหาดห่างไกลในรัฐใดรัฐหนึ่ง หลายองค์กรรวมถึงชุมชนในเกาะหลายๆเกาะบริเวณแวนคูเวอร์ต้องทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยเพื่อเก็บขยะเหล่านี้ เช่น หมู่เกาะควีนชาร์ลอตต์ เป็นต้น อย่างไรก็ดีกระแสน้ำที่พัดขยะพลาสติก (ที่มีปริมาณเท่ารถบรรทุก) ไม่คงที่เสมอไปเพราะพวกมันก็จะไหลไปตามกระแสคลื่น แม้แต่ในเวลาที่ชายหาดดูสะอาดแต่จริงๆแล้วเราสามารถพบไมโครพลาสติกผสมรวมอยู่กับเม็ดทรายหรือในน้ำทะเล ไม่มีทางที่จะขจัดมลพิษนี้แล้วแต่เราสามารถหยุดมลพิษตั้งแต่ต้นทางได้ถ้าเราร่วมกัน

เรืออาร์กติก ซันไรส์ของกรีนพีซกำลังสำรวจแพขยะเพื่อสำรวจแบรนด์ขยะพลาสติกแล้วนำกลับเข้าฝั่ง ระหว่างการเดินทางลูกเรือจะสำรวจชนิดและปริมาณของไมโครพลาสติกที่พบในแพขยะยักษ์ ค้นหาแบรนด์พลาสติกที่เป็นมลพิษและจดบันทึกว่ามันเดินทางผ่านมหาสมุทร เรายังเก็บภาพฟุตเทจขยะพลาสติกที่รวมๆกันที่ตอนนี้มีขนาดสองเท่าของพื้นที่รัฐเท็กซัส


ไมโครพลาสติกถูกเก็บรวบรวมจากแพขยะขนาดใหญ่ บางชิ้นมีขนาดเล็กประมาณ 25 มิลลิเมตร หรือเล็กกว่าเหรียญ 5 เซนต์ของสหรัฐอเมริกา ลูกเรืออาร์กติก ซันไรส์ของกรีนพีซได้สำรวจขยะพลาสติกและสัตว์ทะเล แพขยะทางเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิกมีพลาสติกและไมโครพลาสติกหลากหลายผสมรวมกันอยู่มหาศาล และมีขนาดเป็นสองเท่าของพื้นที่รัฐเท็กซัส

การเดินทางของเราจะแสดงให้โลกเห็นว่าไม่ว่าเราจะทำความสะอาดขยะพลาสติกขนาดไหน แต่มันก็ไม่มีประสิทธิภาพมากพอเหมือนเราทำความสะอาดอ่างอาบน้ำด้วยก้อนสำลี วิกฤติครั้งนี้ต้องการการตอบสนองอย่างเป็นรูปธรรมจากแบรนด์ใหญ่อย่าง เป๊บซี่ เนสท์เล่ พรอคเตอร์แอนด์แกมเบิล และยูนิลีเวอร์

ถึงเวลาแล้วที่แบรนด์ต่างๆจะต้องหยุดการผลิตพลาสติกที่ไม่จำเป็นเป็นจำนวนมหาศาล


http://www.greenpeace.org/seasia/th/...g1/blog/61939/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 09-10-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,121
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


กรมอุทยานฯเตรียมสร้างท่าเรือหลังอ่าวมาหยา หวังลดผลกระทบท่องเที่ยว

หนึ่งในแผนฟื้นฟูอ่าวมาหยาที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชวางไว้ คือการสร้างท่าเรือด้านหลังอ่าวมาหยา เพื่อใช้เป็นทางเข้าใหม่ แทนการเข้าหน้าหาดอ่าวมาหยาแบบเดิม โดยหวังว่าวิธีนี้จะลดผลกระทบจากจำนวนเรือและนักท่องเที่ยวที่มีต่อระบบนิเวศ คาดใช้งบประมาณกว่า 50 ล้านบาท



เมื่อวันที่ (8 ต.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อ่าวโล๊ะซะม๊ะ ด้านหลังอ่าวมาหยา เป็นสถานที่ที่กรมอุทยานฯเตรียมจะสร้างท่าเทียบเรือท่องเที่ยว และทางเดินเชื่อมเข้าอ่าวมาหยา จากเดิมนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาอ่าวมาหยาจะต้องจอดเรือด้านหน้าอ่าว ซึ่งจำนวนเรือและนักท่องเที่ยวที่มีมาก ทำให้ปะการังถูกตะกอนทรายทับถม กรมอุทยานฯมองว่า การเปลี่ยนทางเข้าจากด้านหน้าไปด้านหลัง อาจลดผลกระทบนี้ได้ ขณะนี้ทำการสำรวจออกแบบท่าเทียบเรือเรียบร้อยแล้ว เตรียมที่จะประกาศประกวดราคา คาดใช้งบก่อสร้างประมาณ 50 ล้านบาท

ด้านผู้ประกอบการท่องเที่ยวมองว่าการแก้ปัญหาจำนวนเรือที่เข้าอ่าวมาหยาด้วยการเปลี่ยนไปเข้าทางอ่าวโล๊ะซะม๊ะ อาจเป็นการเพิ่มปัญหา เพราะ อ่าวโล๊ะซะม๊ะเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการัง หากกรมอุทยานฯไม่จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามา การเปลี่ยนทางเข้าก็จะไม่ช่วยลดผลกระทบ นอกจากท่าเทียบเรือแล้ว สิ่งที่กรมอุทยานฯเตรียมจะทำควบคู่กันคือทางเดินเชื่อมเข้าอ่าวมาหยาทางด้านหลัง ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจและออกแบบ


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/90758


*********************************************************************************************************************************************************


นักวิทย์ เตือนครั้งสุดท้าย สภาพอากาศโลกอาจถึงขั้นวิกฤต

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่ติดตามสภาพอากาศโลก ออกรายงานเตือนว่า ทั่วโลกกำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง และหากทุกประเทศทั่วโลกยังไม่ตื่นตัวเร่งแก้ไขในทันที สภาพอากาศโลกจะยิ่งวิปริตจนทำให้ระบบนิเวศทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร

https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/90753

หน่วยงานบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ซึ่งมีหน้าที่ติดตามสภาพของมหาสมุทร ท้องฟ้า และชั้นบรรยากาศ ได้เผยรายงานในการประชุมใหญ่ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้

รายงานดังกล่าว มีใจความว่า ตอนนี้รัฐบาลต่างๆ ทั่วโลก ยังดำเนินการไม่เพียงพอ ในการจำกัดไม่ให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงไปกว่าระดับที่ตกลงกันไว้ ในข้อตกลงปารีสว่าด้วยการแก้ปัญหาโลกร้อน ซึ่งต้องการจะจำกัดอุณหภูมิไม่ให้สูงเกิน 2 องศาเซลเซียส พร้อมเตือนว่า หากทั่วโลกยังปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับปัจจุบันต่อไป อุณหภูมิโลกจะเพิ่มสูงขึ้น 3 องศาเซลเซียส

รายงานดังกล่าวมีความยาว 33 หน้า ของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ NOAA ครั้งนี้ ซึ่งตรวจพบความผิดปกติในสภาพอากาศทั่วโลก เปรียบเสมือนเป็นการเตือนครั้งสุดท้าย



เป้าหมายการจำกัดอุณหภูมิไม่ให้สูงขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส ยังคงเป็นไปได้ แต่จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ มีการร่วมกันผลักดันมาตรการที่มีผลเป็นวงกว้างในสังคมอย่างฉับพลัน

1. ลดการปล่อย CO2 ลง 45% ภายในปี 2030

2. เพิ่มสัดส่วนในการใช้พลังงานทางเลือกสำหรับการผลิตไฟฟ้า ให้ถึง 85% ภายในปี 2030 (อีก 11 ปี)

3. ลดการใช้พลังงานถ่านหิน ลงให้เหลือ 0 ( เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย )

4. จัดสรรที่ดิน 7 ล้าน ตารางกิโลเมตร สำหรับการปลูกพืชพลังงาน (ขนาดพอๆกับประเทศออสเตรเลีย)

5. หยุดการปล่อยมลพิษทั่วโลก ภายในปี 2050

นักวิทยาศาตร์เตือนว่าหากอุณหภูมิสูงกว่านี้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส จะเกิดการเปลี่ยนแปลงถาวรต่อระบบนิเวศ



แนวปะการังทั่วโลกจะหายไปทั้งหมด เพราะไม่สามารถทนอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้นอีก 2 องศาได้ ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นอีกอย่างน้อย 10 เซนติเมตร ประชากรกว่า 10 ล้านคนเสี่ยงจะเจอปัญหาน้ำท่วม ผลิตผลทางการเกษตรอย่างข้าว ข้าวโพด และข้าวสาลี จะได้รับผลกระทบอย่างมาก

ขณะที่น้ำแข็งขั้วโลกจะละลาย ? ถึงตอนนี้ก็มีสัญญาณเตือนให้เห็นบ้างแล้ว อาทิ การที่ต้นไม้ที่มีอายุเก่าแก่เป็นร้อยๆ ปี เริ่มตายลง


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/90753

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:02


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger