เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,853
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 10 ตุลาคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้

อนึ่ง พายุไซโคลน ?ติตลี? (titli) บริเวณอ่าวเบงกอล มีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศอินเดีย และประเทศบังคลาเทศ ในช่วงวันที่ 11-13 ตุลาคม 2561 ขอให้ผู้ที่เดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า ส่วนภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 10-14 ต.ค. 61 ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก และจะมีอุณหภูมิลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง สำหรับภาคใต้มียังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 10 -15 ต.ค. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย และประชาชนบริเวณภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งได้ ตลอดช่วง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (96.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (96.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (97.7 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,853
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ค้นพบลางบอกเหตุแผ่นดินไหว พ่นก๊าซโอโซนออกจากรอยแยก



นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกต่างเพียรหาลางบอกเหตุแผ่นดินไหวที่เชื่อถือได้ ซึ่งถ้าหากพบได้ มันอาจจะเป็นสัญญาณเตือนให้ทราบถึงภัยพิบัติได้แต่เนิ่นๆ

วารสาร "ฟิสิกส์ประยุกต์ เลตเตอร์ส" ของสหรัฐฯเปิดเผยว่า นักวิจัยได้ศึกษาวี่แววของก๊าซโอโซนที่ระเหยออกจากรอยแยกของหินว่า อาจจะเป็นสิ่งบอกเหตุแผ่นดินไหว โอโซนเป็นก๊าซธรรมชาติที่เกิดจากประจุไฟฟ้า ในอากาศและจากแหล่งต่างๆ เช่น ฟ้าแลบ หรือไม่ก็จากรอยแยกของหินที่ถูกกดทับ

ศาสตราจารย์วิชาวิศวกรรมฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย ได้เริ่มการทดลองเพื่อหาปริมาณก๊าซโอโซน ด้วยการบดหรือขุดเจาะหินอัคนีและหินแปรชนิดต่างๆ แต่ละอย่างปรากฏก๊าซโอโซนไม่เท่ากัน

ปกติแล้วก่อนหน้าจะเกิดแผ่นดินไหว ความกดดันจะเริ่มเพิ่มพูนตามรอยแยกมากขึ้น แรงดันทำให้หินแตกแยก และสันนิษฐานว่าจะปล่อยโอโซนออกมาในปริมาณที่ตรวจวัดได้.


https://www.thairath.co.th/content/220006#cxrecs_s

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,853
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


นทท.รอก่อน! กรม อช.สั่งปิด 'อ่าวมาหยา' ออกไปอีกเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ



นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ลงพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยนายทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ นายดำรัส โพธิ์ประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เพื่อติดตามและแถลงความคืบหน้าการฟื้นฟูระบบนิเวศชายหาดและระบบนิเวศแนวปะการังบริเวณอ่าวมาหยา และการปลูกฟื้นฟูปะการัง ที่เสื่อมโทรมในพื้นที่บริเวณอ่าวมาหยา ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่

ทั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีการประกาศปิดอ่าวมาหยาออกไปอีก เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรและบริหารจัดการพื้นที่อ่าวมาหยา ให้มีประสิทธิภาพ ลดความแออัดของนักท่องเที่ยว ตลอดจนให้ธรรมชาติได้เกิดการฟื้นตัว

สำหรับวิธีการดำเนินการฟื้นฟูบริเวณรอบอ่าวมาหยา ได้แก่ การปรับสภาพภูมิทัศน์ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเพื่อให้ชายหาดได้มีการเติมทรายตามธรรมชาติ การปลูกไม้ป่าชายหาดเพื่อช่วยลดการพังทลายของสันทราย ปลูกไม้ป่าชายหาดเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศ สำรวจการกัดเซาะชายหาด สำรวจปะการังน้ำตื้น และน้ำลึกบริเวณรอบอ่าวมาหยา ซึ่งปะการังมีแนวโน้มที่เพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ได้มีการประกาศปิดอ่าวมาหยา

นอกจากนี้ ยังพบการเข้ามาหากินของฉลามหูดำ ขนาดเล็กบ่อยขึ้น จำนวนมากขึ้น ซึ่งบ่งชี้ว่าระบบนิเวศในอ่าวมาหยา กำลังเริ่มฟื้นตัว มีความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำขนาดเล็กที่เข้ามาอาศัยเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่มีการรบกวนจากกิจกรรมการท่องเที่ยว


https://www.naewna.com/likesara/369317

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,853
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


แห่แชร์! ทะเลหาดบางแสนใสดั่งแก้ว



โลกออนไลน์แห่แชร์ภาพจากเพจ "ของดีจังหวัดชลบุรี" และ "ที่นี่ชลบุรี" ที่ได้โพสต์ภาพหาดบางแสน จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นภาพน้ำทะเลใสดั่งแก้ว โดยจะมีความใสตลอดระยะเวลา 5 เดือน จากเดือนตุลาคมไปจนถึงกุมภาพันธ์ 2562



โดยเพจ "ที่นี่ชลบุรี" ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าน้ำทะเลบางแสน จะมีความใสแบบนี้ตลอดไปในระเวลา 5 เดือน (ต.ค.-ก.พ.) ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติของน้ำทะเล เมื่อหมดฤดูฝนย่างเข้าสู่ฤดูหนาว คลื่นทะเลไม่แรงเหมือนช่วงฤดูฝนที่มีมรสุม น้ำทะเลจะนิ่ง และมีความใสมาก เป็นแบบนี้ทุกปี


https://www.prachachat.net/social-me...al/news-232126

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,853
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


ประกาศกรมอุทยานฯ ห้ามพักแรม "หมู่เกาะสิมิลัน"

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่องปิดการพักแรมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาในประกาศกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เรื่องปิดการพักแรมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ระบุว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตระหนักถึงความเสื่อมโทรม ความเสียหายของปะการัง สัตว์น้ำ และระบบนิเวศ จากน้ำเสียที่เกิดจากการท่องเที่ยวแบบพักค้างแรม จึงกำหนดรูปแบบการท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน เป็นแบบไป-กลับ

อาศัยอำนาจตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2552 จึงปิดการพักแรมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ยกเว้นผู้ได้รับอนุญาตสำหรับการบริการแก่นักท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติประเภทกิจกรรมการดำน้ำลึก

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 4 ต.ค.2561 ธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช



ข้อมูลจากเว็บไซต์สำนักอุทยานแห่งชาติ ระบุว่า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน ตั้งอยู่ในทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย อยู่ห่างจากท่าเทียบเรือทับละมุ อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ประมาณ 70 กิโลเมตร และห่างจากท่าเทียบเรือหาดป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ประมาณ 90 กิโลเมตร

"สิมิลัน" เป็นภาษายาวี หรือมลายู แปลว่า "เก้า" จึงมีชื่อเรียกกันว่า เกาะเก้า ประกอบไปด้วยเกาะใหญ่น้อย 9 เกาะ เรียงตัวตามแนวทิศเหนือไปทิศใต้ ได้แก่ เกาะบอน เกาะบางู เกาะสิมิลัน เกาะปายู เกาะห้า เกาะเมียง เกาะปาหยัน เกาะปายัง และเกาะหูยง

หมู่เกาะสิมิลัน ได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติของประเทศไทย ลำดับที่ 43 ในปี พ.ศ. 2525 มีขนาดพื้นที่ 128 ตารางกิโลเมตร หรือ 80,000 ไร่ และในปี 2541 ได้ผนวกพื้นที่บริเวณ ?เกาะตาชัย? เพิ่มอีก 12 ตารางกิโลเมตร เข้าเป็นอุทยานแห่งชาติครอบคลุมพื้นที่เกาะและห้วงน้ำทะเลรอบเกาะที่มีปะการังสมบูรณ์ ในท้องที่เกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา รวมเป็นเนื้อที่ประมาณ 140 ตารางกิโลเมตร หรือ 87,500 ไร่

สำหรับหินที่พบในหมู่เกาะสิมิลัน ทั้ง 9 เกาะ เป็นหินอัคนีชนิดหนึ่ง อายุของหินนี้ ประมาณ 65 ล้านปีที่ผ่านมา


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/90778

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,853
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


นักวิทย์ส่งสารเตือนทั่วโลก เร่งคุมอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศา ก่อนโลกร้อนเลยจุดหวนคืน



คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) เปิดเผยรายงานชิ้นสำคัญภายหลังการประชุมที่เมืองอินชอน เกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2561 ส่งสารถึงทั่วโลกว่า ผู้คนในทุกภาคส่วนทุกระดับกำลังจะต้องร่วมมือกัน "อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน" เพื่อเร่งมือในการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส อันเป็นเป้าหมายขั้นสูงตามความตกลงปารีส แทนที่จะเป็นเป้าหมาย 2 องศาฯตามเดิมที่ทุกรัฐบาลยอมรับ

ทั้งนี้ เป้าหมาย 1.5 องศาฯ นี้ จะเป็นหลักประกันที่ชัดเจนต่อความยั่งยืนของมนุษย์และระบบนิเวศมากกว่า ซึ่งข้อเท็จจริงนี้จะถูกนำไปเป็นส่วนประกอบสำคัญในการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) สมัยที่ 24 (COP 24) ในเดือนธันวาคมนี้ ณ เมืองคาโตวิเช่ สาธารณรัฐโปแลนด์ ที่รัฐบาลทั่วโลกจะมาร่วมยกระดับความก้าวหน้าของการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

หนึ่งในใจความสำคัญของรายงานฉบับนี้ คือผลกระทบที่เราอาจหลีกเลี่ยงได้จากการควบคุมอุณหภูมิไว้ที่ 1.5 องศาฯ เมื่อเทียบกับ 2 องศาฯ เช่น น้ำทะเลภายในปี 2100 จะเพิ่มขึ้นน้อยลง 10 เซนติเมตร ช่วงหน้าร้อนที่ทะเลอาร์กติกปราศจากน้ำแข็ง จะเกิดขึ้นในรอบ 100 ปี แทนที่จะเป็นทุกๆ 10 ปี หรือการสูญเสียปะการังจากปรากฏการณ์ฟอกขาวจะอยู่ที่ 70-90% แทนที่จะมากกว่า 99%



Hans-Otto P?rtner ประธานร่วมของ IPCC Working Group II ระบุว่า ในทุกๆ ขั้นของอุณหภูมิที่เขยิบสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อสูงเกินระดับ 1.5 องศาฯ จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงของผลกระทบที่ถาวร หรือการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจย้อนกลับ เช่น การสูญสิ้นระบบนิเวศบางส่วน ดังนั้นการควบคุมระดับอุณหภูมิจะเปิดโอกาสให้มนุษย์และระบบนิเวศสามารถปรับตัว และคงอยู่ในระดับที่ปลอดภัยได้

รายงานฉบับเดียวกันนี้ยังได้วิเคราะห์ถึงหนทาง ทางเลือกที่มีอยู่เพื่อคงระดับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไว้ไม่ให้เกิน 1.5 องศาฯ โดย Valerie Masson-Delmotte ประธานร่วมของ IPCC Working Group I ระบุว่า ข่าวดีคือขณะนี้มีบางหนทางที่กำลังถูกนำไปใช้แล้วทั่วโลก แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ยังคงต้องการแรงกระตุ้นที่เพิ่มมากขึ้น

สำหรับการรักษาอุณหภูมิไว้ไม่ให้เพิ่มเกิน 1.5 องศาฯ สิ่งสำคัญที่จำเป็นจะต้องดำเนินการคือ การปฏิวัติในภาคที่ดิน พลังงาน อุตสาหกรรม อาคาร การคมนาคม และเมือง ซึ่งการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากมนุษย์ จำเป็นจะต้องลดลงให้ได้ 45% ภายในปี 2030 และกลายเป็นศูนย์ ภายในปี 2050 นั่นหมายถึงการปล่อยก๊าซที่มีอยู่ จะต้องถูกทดแทนด้วยการดูดกลับจากชั้นบรรยากาศ

Debra Roberts ประธานร่วมของ IPCC Working Group II ระบุว่า การตัดสินใจของเราในวันนี้จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดอนาคตของโลก เพื่อโลกที่ปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับทุกคน ซึ่งเนื้อหาในรายงานฉบับนี้จะให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้กำหนดนโยบาย ตลอดจนผู้ปฏิบัติ เพื่อนำไปพิจารณาและออกแบบแผนรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละประเทศ

"ระยะเวลาอีกไม่กี่ปีหลังจากนี้ อาจเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์" เธอ ระบุ

อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ เป็นรายงานฉบับแรกในชุดรายงานพิเศษของ IPCC?s Sixth Assessment Cycle ภายใต้ความตกลงปารีส โดยมีการรวบรวมข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 6,000 แหล่ง พร้อมความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญทั่วโลกอีกหลายหมื่นชีวิตที่ร่วมให้ความคิดเห็น เพื่อฉายภาพปรากฏการณ์โลกร้อนเมื่ออุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น 1.5 องศาฯ จากระดับของยุคก่อนอุตสาหกรรม โดยใช้ชื่อว่า Global Warming of 1.5?C (SR15) หรือมีชื่อเต็มว่า?

"Global Warming of 1.5?C, an IPCC special report on the impacts of global warming of 1.5?C above pre-industrial levels and related global greenhouse gas emission pathways, in the context of strengthening the global response to the threat of climate change, sustainable development, and efforts to eradicate poverty."



ขณะเดียวกันในปีหน้า IPCC จะมีการเผยแพร่รายงานพิเศษฉบับถัดไป ที่พูดถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับทะเล น้ำแข็งบนโลก (cryosphere) รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน

อนึ่ง IPCC เป็นหนึ่งในหน่วยงานภายใต้องค์การสหประชาชาติ (UN) มีภารกิจในการวิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถูกก่อตั้งโดย โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ในปี 1988


https://greennews.agency/?p=18059

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:21


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger