เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 10-08-2010
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 10 สิงหาคม 2553

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วประเทศมีฝนกระจายและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือในระยะนี้ไว้ด้วย

อนึ่ง ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เนื่องจากมีพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” กำลังเคลื่อนเข้าใกล้บริเวณดังกล่าว


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 9-10 ส.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นและฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง ต่อจากนั้นร่องมรสุมที่พาดผ่านประเทศไทยและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังอ่อนลงทำให้ฝนลดลง และในช่วงวันที่ 11-14 ส.ค. คลื่นกระแสลมตะวันออกจะเคลื่อนเข้ามาปกคลุมภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบนทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 11-14ส.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขา หรือที่ลุ่มใกล้ทางน้ำไหลของภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast4.jpg (77.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake.jpg (70.4 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 10-08-2010
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

ไทยรัฐ


ชี้น้ำท่วมปากีฯ หนักกว่าแผ่นดินไหวเฮติ



เอเชียและยุโรปเผชิญภัยธรรมชาติรุนแรง ชี้น้ำท่วมปากีสถานรุนแรงกว่าสึึนามิปี 2547 แผ่นดินไหวแคชเมียร์และเฮติรวมกัน แม้ยอดผู้เสียชีวิตจะน้อยกว่าก็ตาม...

ความคืบหน้าภัยพิบัติธรรมชาติในเอเชียและยุโรป ล่าสุดเมื่อ 9 ส.ค. หน่วยกู้ภัยและชาวบ้านยังคงค้นหาเหยื่อผู้สูญหายราว 1,300 คนจากน้ำท่วมดินถล่มในเมืองโจวกู๋๋ เขตพื้นที่ห่างไกลมณฑลกานซู ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน โดยสามารถดึงร่างหญิงชรา วัย 74ปี คนหนึ่งจากซากอาคารที่พังเสียหายครึ่งตึกปลอดภัย หลังผ่านพ้นเหตุการณ์มา 34 ช.ม. ส่วนยอดรวมผู้เสียชีวิตในเหตุน้ำท่วมใน 28 มณฑลและภูมิภาคทั่วประเทศของจีนมีมากกว่า 1,100 คน มูลค่าเสียหายทางเศรษฐกิจหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ส่วนปากีสถานที่เผชิญน้ำท่วมร้ายแรงสุดในประวัติศาสตร์ชาติ คร่าชีวิตผู้คนแล้วกว่า 1,500 คนนั้น การช่วยเหลือผู้ประสบภัยราว 13.8 ล้านคน เป็นไปอย่างยากลำบาก ส่วนราคาผักผลไม้พุ่งติดจรวดหลังพื้นที่เพราะปลูกถูกน้ำท่วมเสียหาย กว่า1ล้านเอเคอร์ เหยื่อน้ำท่วมหลายคนร้องเรียนการช่วยเหลือล่าช้า ยอดผู้ต้องการความช่วยเหลือจะมีเพิ่มอีก เมื่อเริ่มมีฝนตกหนักต่อเนื่องในจังหวัดซินด์ ทางภาคใต้ด้วย

โฆษกสำนักประสานงานกิจการด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) ระบุว่า เมื่อเทียบตัวเลขผู้ประสบภัยแล้วพบว่าเหตุน้ำท่วมปากีฯก่อความเสียหายใหญ่หลวงกว่าเหตุสึนามิเมื่อปี 2547 แผ่นดินไหวแคว้นแคชเมียร์ ปี 2548 และแผ่นดินไหวที่เฮติเมื่อต้นปี 2553 รวมกัน แม้ยอดผู้เสียชีวิตจะน้อยกว่า นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติตกค้างอยู่ในเมืองลักดาห์ แถบภูเขาหิมาลัยของอินเดีย ราว 300 คน หลังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน คร่าชีวิตผู้คนอย่างน้อย 150 คน และยังมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 300 คน

ด้านเหตุฝนตกหนักและอุทกภัยในเกาหลีเหนือที่สื่อรัฐบาลกรุงเปียงยาง เพิ่งนำภาพความเสียหายเผยแพร่ โฆษกกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ ระบุความเสียหายดังกล่าวไม่น่าร้ายแรงเท่าปีที่ผ่านๆมา ขณะที่ผู้คนในโปแลนด์ สาธารณรัฐเชก และเยอรมนี พากันทำความสะอาดบ้านเมืองหลังระดับน้ำที่ท่วมหนักตลอดสุดสัปดาห์เริ่มลดลง ส่วนหัวหน้าศูนย์สภาพอากาศของรัสเซีย ระบุภาวะคลื่นความร้อนที่ก่อวิกฤติด้านสุขอนามัยและเกษตรกรรมในปัจจุบันนับว่าเลวร้ายสุดในรอบประวัติศาสตร์ 1,000 ปีของรัสเซีย.


****************************************************


ืเต้านางเงือกทำลายสมาธิ



พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ "ซี ไลฟ์ เชสซิงตัน" ที่เมืองเชสซิงตัน แดนผู้ดีอังกฤษ สร้างอย่างวิลิศ-มาหรา รวบรวมสัตว์ทะเลไว้มากมาย ผู้ชมต้องเดินลอดอุโมงค์ใต้น้ำดู

นอกจากนั้นยังมีประติมากรรมรูปปั้น "mer-maid-นางเงือก" ขนาดเท่ามนุษย์ตัวจริงแถมเป็นขวัญตาอีกหนึ่งอนงค์ ซึ่งตามตำนาน เรือนร่างนางเงือกท่อนล่างเป็นมัจฉา ท่อนบนเป็นหญิงสาวสวยสะคราญ ปทุมถันอันเปลือยอล่างฉ่างของเธอนั้นใหญ่โตบึกบึ๋มเบ้อระเหิ่ม

ก๊อเลยกลายเป็นจุดโดดเด่นสำมะคัญ "แย่งซีน" ดึงความสนใจของประดานักทัศนาจร โดยเฉพาะบุรุษเพศ ทั้งหนุ่ม (เหลือ) น้อย หนุ่ม (เหลือ) มาก ไปจากเหล่าสัตว์น้ำกุ้งหอยปูปลา

"เราสังเกตเห็นนักเรียนชายวัยสะรุ่นที่ทางโรงเรียนพามาทัศนศึกษา พอเดินผ่านมาถึงนางเงือกมักหยุดพินิจพิจารณานานผิดปกติ ตะละคนจ้องมองปทุมมาลย์ไฉไลนางเงือกที่ชื่อแซลลี่ ด้วยแววตาหยาดเยิ้มแทบน้ำลายหยด ไม่ค่อยจะสนอกสนใจศึกษาสัตว์น้ำสัตว์ทะเล พวกผู้ชายเฒ่าหัวงูศีรษะพญานาคก็ใช่ย่อย" จัสติน ล็อกเกอร์ ผู้จัดการพิพิธภัณฑ์ชี้แจงแถลงไขจึงแก้ปัญหาด้วยการให้นักประดาน้ำเอาเสื้อชุดบิกินีลงไปสวมปิดเต้านมนางเงือก ลดดีกรีโป๊ ถ้ายังไม่ได้ผล เห็นทีต้องยกหนีไปไว้ที่อื่น.


****************************************************


วัดกรด



นักวิทยาศาสตร์ปล่อยเครื่องมือดักจับลอยน้ำขนาดใหญ่ ที่ใช้คาดการณ์การเกิดกรดในมหาสมุทรนอกชายฝั่งไนอาเลซุนด์ ประเทศนอร์เวย์ น้ำเย็นที่ขั้วโลกนั้นสามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าน้ำในเขตศูนย์สูตร ดังนั้น มันจึงมีกรดเพิ่มขึ้นได้เร็วขึ้นในปริมาณสูง แม้จะในปริมาณที่ค่อนข้างน้อย แต่ผลกระทบทางเคมีของมหาสมุทรนั้นสามารถเกิดความเปลี่ยนแปลงได้มาก.


****************************************************


เก็บข้อมูล



เฟอร์นาโด บาร์เบรินิ ร่วมกับสมาชิกอื่นของกลุ่มวิจัยวิลมิงตัน มหาวิทยาลัยนอร์ท แคโรไลนา ช่วยกันลากอวนเก็บข้อมูลสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่งของหาดโอเชี่ยนไอเซิล โดยข้อมูลที่เก็บได้จะเป็นพื้นฐานในการศึกษาเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของชายหาดในนอร์ทแคโรไลนา ในกรณีของน้ำมันของบริษัทบีพีรั่วลงอ่าวมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 10-08-2010
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

ไทยรัฐ


อะไรอยู่ใต้ทะเลลึก ขานชื่อสำมะโนชีวิตสัตว์น้ำเค็ม



ตอบคำถามแต่ นมนานกาเลที่ว่า "อะไรอยู่ใต้ทะเลลึก" ด้วยผลการสำมะโนประชากรสัตว์น้ำใต้ทะเล ที่เพิ่งเผยแพร่เมื่อเร็วๆนี้ แสดงให้เห็นว่าลึกลงไปใต้ มหาสมุทรหลักๆทั่วโลกนั้น มีการกระจายตัวของชนิดพันธุ์สัตว์และความหลากหลายทางชีวภาพอยู่

นักวิทยาศาสตร์จากหลากหลาย สถาบันรวม 360 คน รวบรวมข้อมูลกว่าศตวรรษที่ได้รับระหว่างการทำสำมะโนประชากรชีวิตสัตว์ทะเลในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเพื่อสร้างบัญชีเรียกขานชื่อในเขตพื้นที่ตัวแทนทางชีววิทยา 25 แห่งทั่วโลก จากแถบแอนตาร์กติกผ่านทะเลในเขตร้อนไปจนถึงขั้วโลกใต้ สิ่งที่ได้จะเป็นข้อมูลพื้นฐานในการวัดความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นต่อมนุษยชาติและธรรมชาติ

ข้อค้นพบของงานนี้ก็คือ น่านน้ำออสเตรเลียและญี่ปุ่นนั้นมีชนิดสัตว์ต่างๆถึงเกือบ 33,000 ชนิดพันธุ์ เป็นที่ที่มีความหลากหลายของชนิดพันธุ์สัตว์น้ำอยู่สูง ส่วนทะเลชายฝั่งจีน ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และอ่าวเม็กซิโก ติดอันดับ "ท็อปไฟว์" หรือห้าอันดับต้นที่มีชนิดพันธุ์สัตว์ที่รู้จักอยู่แล้วหลากหลายที่สุด

ในการสำรวจได้ทราบจำนวนชื่อของชนิดพันธุ์สัตว์ที่อยู่ในบริเวณหลัก 25 แห่ง โดยพบค่าเฉลี่ยว่าประมาณ 1ใน 5 ของสัตว์ทุกชนิดจะเป็นสัตว์ที่มีเปลือกแข็ง ส่วนกลุ่มปลาหมึกและปลาจะเป็นครึ่งหนึ่งของชนิดพันธุ์สัตว์ที่รู้จัก พบว่า 19 เปอร์เซ็นต์เป็นสัตว์ในกลุ่มที่มีเปลือกแข็งห่อหุ้มตัว เช่น ปู กุ้ง 17 เปอร์เซ็นต์เป็นสัตว์ในกลุ่มปลาหมึก ทั้งใหญ่เล็ก และพวกหอยทาก 12 เปอร์เซ็นต์เป็นสัตว์ในกลุ่มปลา ซึ่งรวมถึงฉลามด้วย กลุ่มที่มีอยู่ 10 เปอร์เซ็นต์เท่ากันคือ พวกโปรโตซัว (สัตว์เซลล์ เดียว) และสาหร่าย 7 เปอร์เซ็นต์เป็นพวกหนอน 5 เปอร์เซ็นต์เป็นกลุ่มดอกไม้ทะเล ปะการังและแมงกะพรุน นอกจากนั้นยังมีสัตว์เล็กสัตว์น้อยที่รวมกลุ่มแล้วต่ำกว่า 3 เปอร์เซ็นต์ลงมา

ผลการศึกษาครั้งนี้นำตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ พีแอลโอเอสวัน ซึ่งเป็นการรายงานในลักษณะของบทสรุปสังเคราะห์ อย่างไรก็ตาม ในเดือนตุลาคมนี้จะมีการแถลงผลสำมะโนประชากรชีวิตสัตว์ทะเลอย่างเป็นทางการต่อไป โดยคาดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตต่างๆอยู่เกินกว่า 230,000 ชนิด.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 10-08-2010
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

ผู้จัดการออนไลน์


ความหวังช่วยผู้ติดใต้กองโคลนริบหรี่ อุปกรณ์ค้นหาเข้าไปไม่ถึง


หน่วยกู้ภัยระดมความช่วยเหลือผู้รอดชีวิต

รอยเตอร์/เอเอฟพี -จีนเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต ที่ถูกฝังทั้งเป็นใต้กองโคลน และซากปรักหักพังของอาคารจากภัยพิบัติโคลนถล่มทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน แต่ความหวังพบผู้รอดชีวิตจำนวนมากริบหรี่ เนื่องจากปลักโคลนลึกเป็นอุปสรรคขัดขวางการนำอุปกรณ์หนักเข้ามาค้นหา

ฝนที่ตกกระหน่ำทำให้เกิดโคลนและหินถล่ม ตลอดจนน้ำท่วมฉับพลันในเมืองโจวชีว์ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตกันหนัน, มณฑลกานซู่เมื่อวันอาทิตย์ (8 ส.ค.) โดยหมู่บ้านอย่างน้อย 3 แห่งพังราบเป็นหน้ากลอง มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 337 คน สูญหายเกือบ 1,148 คน

ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถช่วยชีวิตประชาชนที่ติดใต้กองเลน ซากอาคาร และที่หนีไปหลบภัยบนยอดอาคารได้แล้วกว่า 1,240 คน นอกจากนั้น มีผู้บาดเจ็บกว่า 100 คน ซึ่ง 29 คนอาการสาหัส



เขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตกันหนันมีลักษณะภูมิประเทศเป็นเนินดอยสูงชัน และแห้งแล้ง โดยสำนักข่าวซินหัวรายงานว่า สายไฟฟ้าได้พังลงมาในบริเวณพื้นที่ 2 ใน 3 ของเมืองโจวชีว์ และน้ำที่ท่วมสูงถึง 4 เมตร ยังไหลทะลักเข้าท่วมบริเวณอื่น โดยทางการได้อพยพประชาชนออกมาอยู่ยังที่ปลอดภัยแล้วอย่างน้อย 45,000 คน รวมทั้งชาวบ้านที่อาศัยในเมืองทางตอนใต้ลงไป ซึ่งอาจได้รับอันตรายหากเกิดโคลนถล่มลงมาอีก

เจ้าหน้าที่กู้ภัยซึ่งประกอบด้วยทหาร,ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวน 6 พันนาย ยังคงระดมกำลังค้นหาประชาชนหลายร้อยคน ที่ถูกฝังใต้กองโคลน และซากปรักหักพังของอาคาร อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่มีแต่เพียงพลั่วและเสียมเป็นอุปกรณ์ ไม่สามารถขนเครื่องมือค้นหาที่มีประสิทธิภาพแต่มีน้ำหนักมากเข้ามาได้ เนื่องจากสภาพโคลนเลนที่ลึกกว่า 1 เมตร และแม่น้ำโคลนที่ไหลเชี่ยวกรากในหลายพื้นที่ ความหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตอีกหลายร้อยคนจึงเหลือไม่มากนัก

นายกรัฐมนตรี เวิน เจียเป่า ซึ่งรุดไปเยี่ยมผู้ประสบภัยและสำรวจความเสียหายในวันเดียวกับที่เกิดเหตุ ได้ปลอบโยนชาวเมือง โดยให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะช่วยเหลือเต็มที่ นอกจากนั้น ยังเร่งให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยและวิศวกรรีบช่วยชีวิตผู้คนและป้องกันการพังถล่มของดิน และน้ำท่วมระลอกใหม่

มีรายงานว่า วิศวกรและนักธรณีวิทยากำลังทำงานอย่างโกลาหล เพื่อระบายน้ำออกจากทะเลสาบ ที่เกิดจากการปิดกั้นของโคลนถล่ม อย่างไรก็ตาม สำนักอุตุนิยมวิทยาของจีนคาดว่า ฝนจะตกหนักลงมาอีกในช่วงสัปดาห์นี้ หากระบายน้ำไม่ทัน ก็อาจเกิดโศกนาฏกรรมอีกระลอกจากไหลทะลักของทะเลโคลน

ด้านกระทรวงการคลังจีนจัดสรรงบประมาณ 500 ล้านหยวน หรือราว 2,500 ล้านบาท ช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยโดยด่วนแล้ว ขณะที่กระทรวงเกษตรจัดส่งอุปกรณ์ป้องกันและยาฆ่าเชื้อโรคไปยังพื้นที่ซึ่งมีปศุสัตว์จำนวนมากของพวกเลี้ยงสัตว์เร่รอนชาวทิเบต เพื่อป้องกันโรคระบาดจากสัตว์ที่ล้มตาย


****************************************************


WWF เรียกร้องญี่ปุ่นหยุดบริโภค “ทูน่าครีบน้ำเงิน” ที่กำลังลดฮวบ


ทูน่าครีบนำเงินในตลาดปลาของญี่ปุ่น ซึ่งตัวนี้เป็นตัวใหญ่ที่สุดนับแต่ที่จับได้ในปี 2529 โดยตัวนี้หนักถึง 445 กิโลกรัม

WWF ออกมาเรียกร้องให้ชาวญี่ปุ่นซึ่งบริโภคปลาทูน่าครีบน้ำเงินในมหาสมุทร แอตแลนติกและทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมาที่สุดในโลกนั้น หยุดการบริโภคปลาพันธุ์นี้

ทั้งนี้ ชาวญี่ปุ่นบริโภคปลาทูน่าครีบน้ำเงินมากถึง 3 ใน 4 ของโลก ซึ่งปลาทูน่าสปีชีส์นี้เป็นวัตถุดิบหลักในการทำซูชิและปลาดิบ แต่เอเอฟพีระบุว่าผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องต้องกันว่า การล่าที่มากเกินไปมานานหลายทศวรรษนั้นทำให้ปริมาณปลาสายพันธุ์นี้ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนลดลงมากกว่า 2 ใน 3

“เราต้องการส่งสัญญาณไปยังผู้ค้า ผู้ขายปลีก และผู้บริโภค พวกเขามีโอกาสที่ดีมากที่จะสร้างความแตกต่างในสถานการณ์การจัดการที่ผิดพลาดอยู่ในปัจจุบัน หากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นไม่ซื้อปลาสปีชีส์นี้ พวกเขาจะกดดันไปยังผู้มีอำนาจตัดสินใจในท้ายที่สุด ที่จะหาแนวทางแก้ปัญหาที่ถูกต้อง” ซูซานา เซนซ์-ทราปากา (Susana Sainz-Trapaga) หัวหน้ากลุ่มรณรงค์ในแถบเมดิเตอร์เรเนียนของ WWF กล่าว และบอกด้วยว่า ผู้บริโภคควรเลือกกินปลาทูน่าท้องแถบ (skipjack tuna) และทุน่าตาโต (big-eyed tuna) จนกว่าภาครัฐจะมีมาตรการที่ประเมินได้ว่าทูน่าครีบน้ำเงินเพิ่มจำนวนขึ้น

เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมาสหประชาชาติได้สนับสนุนการประชุมอนุสัญญาว่าด้วยการค้า ระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ (ไซเตส : CITES) ในการถอดข้อห้ามการค้าสากลปลาทูน่าครีบน้ำเงินในมหาสมุทรแอตแลนติก ซึ่งได้รับการเห็นด้วยอย่างแข็งขันจากญี่ปุ่น

ตอนนี้ชะตากรรมของปลาทูน่าครีบน้ำเงินอยู่ในกำมือของคณะกรรมการนานา ชาติเพื่อการอนุรักษ์ปลาทูน่าแอตแลนติก (International Commission for the Conservation of Atlantic Tunas: ICCAT) ซึ่งเป็นกลุ่มทางการระหว่างประเทศที่มีความรับผิดชอบต่อการจัดการปริมาณปลาทูน่านั้นจะร่วมประชุมกันในเดือน พ.ย.53 ข้างหน้า โดยปีที่ผ่านมาคณะกรรมการชุดนี้ เห็นพ้องที่จะลดปริมาณการจับปลาทูน่าครีบน้ำเงินในมหาสมุทรแอตแลนติกตะวันออกและทะเลดิเตอร์เรเนียนลง 40% เหลือ 13,500 ตันในปี 2010


ชายคนนี้กำลังบริโภคซูชิทูน่าครีบน้ำเงิน (ภาพทั้งหมดจากเอเอฟพี)

ขณะที่ WWF ตำหนิข้อตกลงดังกล่าวอย่างรุนแรง และบอกว่าคณะกรรมการได้เพิกเฉยต่อการศึกษาที่สำคัญซึ่งพบว่า แม้จะมีการควบคุมอย่างเข้มงวดในการเปิดโควตาล่าปลาทูน่าสายพันธุ์นี้ได้เพียง 8,000 ตัน แต่ก็มีโอกาสเพียง 50% เท่านั้นที่ทูน่าครีบน้ำเงินจะเพิ่มจำนวนขึ้นมาและในสัปดาห์องค์กรอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตินี้จะเปิดการประชุมในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อให้ข้อมูลเข้าถึงผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นโดยตรง เกี่ยวกับการเสี่ยงสูญพันธุ์ของปลาสายพันธุ์นี้ รวมถึงการให้ข้อมูลเกี่ยวกับทำประมงที่ผิดกฎหมาย

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 10-08-2010
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

มติชน


พบ "วาฬบรูด้า" ใกล้ฝั่งสมุทรสาคร

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม นายสถาพร บุตรดา ผู้อำนวยการศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เปิดเผยว่า ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานเรือทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 219 นำเรือออกตรวจพื้นที่ชายฝั่งทะเลทางทิศใต้ของ ต.บ้านบ่อ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ห่างจากฝั่งเพียง 2,000 เมตร ได้พบวาฬบรูด้า 2 ตัว นับเป็นครั้งแรกที่พบวาฬบรูด้าในอ่าวไทยบริเวณสมุทรสาคร ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน จ.สมุทรสาคร ได้ติดตามวาฬบรูด้าฝูงนี้มา 2-3 ปี พบว่ามีประมาณ 10 ตัว ส่วนใหญ่อาศัยอยู่บริเวณอ่าวไทยตอนบน หาอาหารบริเวณชายทะเลห่างจากฝั่งประมาณ 5-10 กิโลเมตร การหากินใกล้ชายฝั่งเช่นนี้แสดงว่าทะเลมีความอุดมสมบูรณ์ เพราะแต่ละตัวจะกินอาหารวันละ 300 กิโลกรัม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ติดตามวาฬทั้ง 2 ตัว อย่างใกล้ชิด

นายสถาพรกล่าวว่า วาฬบรูด้า เป็นวาฬเพียงชนิดเดียวที่พบว่าอาศัยอยู่ประจำถิ่นในอ่าวไทย และมีขนาดเล็กกว่าที่พบจากแหล่งอื่นๆทั่วโลก ทำให้วาฬบรูด้าเป็นที่สนใจในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ต่างชาติ และพยายามศึกษาและตั้งชื่อวาฬบรูด้าในอ่าวไทยให้เป็นวาฬชนิดใหม่ของโลก

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 10-08-2010
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

กรุงเทพธุรกิจ


เกิดฝนดาวตก-ดาวล้อมเดือน 12ส.ค.นี้

สถาบันดาราศาสตร์เผยวันที่ 12 ส.ค. เกิดฝนดาวตก "เพอร์ซิอัส" ราชาแห่งฝนดาวตก ขณะเดียวกันเกิดปรากฎการณ์ดาวล้อมเดือน

รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สดร. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยว่าคืนวันที่ 12 สิงหาคม จนถึงเช้ามืดวันที่ 13 สิงหาคม 2553 จะเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกชื่อว่า "เพอร์ซิอัส" คนไทยมักเรียกกันว่าฝนดาวตกวันแม่ ถือเป็นราชาแห่งฝนดาวตกและมีชื่อเสียงมากในประเทศแถบยุโรป ถ้าหากในคืนดังกล่าวท้องฟ้าปลอดโปร่ง ไม่มีเมฆฝน ก็จะทำให้คนไทยได้ชื่นชมฝนดาวตกอย่างชัดเจน โดยจะมีอัตราสูงสุด 56 ดวงต่อชั่วโมง

ประเทศไทยจะเริ่มเห็นฝนดาวตกในเวลา 22.30 น. แต่ยังมีฝนดาวตกน้อย การเฝ้าติดตามชมฝนดาวตกได้ดีจะอยู่ในช่วงจุดกระจายดาวตกอยู่สูงกลางท้องฟ้า ซึ่งตรงกับเวลา 04.00-05.00 น. ก่อนท้องฟ้าสว่าง และกำลังจะเข้าสู่เวลาเช้าของวันที่ 13 สิงหาคม

นอกจากนี้ ในค่ำคืนทั้ง 2 วันดังกล่าว ช่วงหัวค่ำเวลาประมาณ 19.30 น.ไทยจะเกิดปรากฏการณ์ดาวล้อมเดือนคือ มีดาวเคราะห์ 4 ดวง ประกอบด้วย พุธ ศุกร์ อังคาร และเสาร์ โคจรล้อมรอบพระจันทร์เสี้ยว หากในคืนวันนั้นท้องฟ้าโปร่ง ไม่มีเมฆเป็นอุปสรรค ก็จะทำให้คนไทยเห็นปรากฏการณ์พิเศษลักษณะเช่นเดียวกับพระจันทร์ยิ้ม สามารถมองเห็นทางขอบฟ้าทิศตะวันตก

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 10-08-2010
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

ข่าว อสมท. MCOT News


อ.อ.ป.อนุรักษ์ปูราชินี ร่วมฉลองปีแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ



ทส. 9 ส.ค.-องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้คงความหลากหลายทางชีวภาพ ด้วยการอนุรักษ์ป่าพรุ ฉลองปีแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ 2010 พร้อมสร้างโรงพยาบาลช้างแห่งใหม่ในภาคใต้

นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ มีนโยบายให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้เร่งพัฒนาป่าพรุเพื่อการดำรงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งพบได้ยากในธรรมชาติหลายชนิด โดยในปัจจุบันพบป่าพรุที่มีความอุดมสมบูรณ์อยู่บริเวณผืนป่าแถบภาคตะวันตก และยังพบว่า มีปูราชินี ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองหายากอาศัยอยู่ และจัดเป็นปูที่สวยงามที่สุด โดยเฉพาะบริเวณสวนป่าทองผาภูมิ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ จ.กาญจนบุรี

นอกจากนี้ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ยังมีแผนงานการขยายโครงการอนุรักษ์และบริบาลช้างไทยสู่จังหวัดทางภาคใต้ เนื่องจากในภาคใต้มีช้างเพื่อการใช้งานและการท่องเที่ยวกว่า 800 เชือก แต่ยังไม่มีโรงพยาบาลช้าง ซึ่งที่ผ่านมาเมื่อช้างเจ็บป่วย จะมีการจัดทีมแพทย์สัญจรพร้อมกับ Mobile clinic เพื่อตรวจรักษาในพื้นที่ต่าง ๆ บางครั้งจำเป็นต้องย้ายช้างไปรักษาที่โรงพยาบาลช้าง จ.ลำปาง ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องระยะทาง

สำหรับการก่อสร้างโรงพยาบาลช้างไทยแห่งใหม่ จะใช้พื้นที่สวนป่าเศรษฐกิจองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ที่สวนป่าคลองท่อม จ.กระบี่ แต่ในเบื้องต้นได้เข้าตรวจรักษาช้างเจ็บป่วยและให้คำแนะนำกับควาญช้างเรื่องการดูแลช้าง ตลอดจนจัดทีมแพทย์สัญจรเพื่อตรวจรักษาพยาบาลช้างและดูแลช้างในท้องที่ 14 จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งได้ปลูกพืชอาหารช้าง จำนวน 500 ไร่ จนกว่าการก่อสร้างโรงพยาบาลช้างแห่งใหม่จะแล้วเสร็จ.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 10-08-2010
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์


ฝนกรด…ภัยสิ่งแวดล้อมใกล้ตัวที่กระทบเป็นลูกโซ่



ในฤดูฝนที่โปรยปรายสร้างความชุ่มชื้นให้พืชพันธุ์ได้ผลิดอกออกใบเช่นนี้ ต้องไม่ลืมว่า โลกเรายังเผชิญหน้าอยู่กับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมที่ยังมีเรื่องที่ต้องวิตก อีกหลายเรื่อง เรียกได้ว่า จะร้อนจะฝนก็ล้วนแต่มีเรื่องให้น่ากังวลใจได้ทั้งสิ้น

ไม่ว่าหน้าร้อนในปัจจุบัน ที่คลื่นความร้อน กระทั่งอุณหภูมิระหว่างวันที่สูงชนิดที่ดันตัวเลขการใช้กระแสไฟฟ้ากับอุปกรณ์ดับร้อนทั้งหลาย จนทุบทำลายสถิติ สวนกระแสอนุรักษ์พลังงาน!!

รวมทั้งก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนไดออกไซด์ ซึ่งมาจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล เช่น ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ และน้ำมัน ก๊าซทั้งสองชนิดนี้จะทำปฏิกิรยากับน้ำและสารเคมีอื่นๆในชั้นบรรยากาศเพื่อให้เกิดกรดซัลฟูริก,กรดไนตริกและสารมลพิษอื่นๆ ก๊าซเหล่านี้อาจถูกกระแสลมพัดพาไปหลายร้อยกิโลเมตรโดยมอบสถานะให้ฝน หิมะ หมอก ธรรมดาๆ ที่มีชื่อเรียกตามคุณสมบัติที่ค่อนข้างน่าสพรึงกลัวนี้ว่า “ฝนกรด”


ฝนกรด:ภัยต่อสิ่งแวดล้อม

“ฝนกรด” ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง โดยเฉพาะเมื่อมันถูกค้นพบว่า มีผลอย่างยิ่งในแง่การจำกัดการเติบโตของพืช ขยายไปสู่วงจรที่ไม่สิ้นสุด ด้วยการชะล้างธาตุอาหารจากดินทำลายแม่น้ำและทะเลสาบ กัดกร่อนทุกสิ่งที่ตกกระทบถึง
คุณสมบัติในการค่อยๆทำลายนี้เองที่ไม่ควรมองข้าม พิษจากฝนกรดจะค่อยๆ บ่อนเซาะ สะสมการทำลายในแต่ละปี ยกตัวอย่าง เช่น สิ่งที่จะกระทบถึงบึงหรือทะเลสาบที่รองรับฝนกรด ตะกอนของไนโตเจนจะก่อให้เกิการแพร่ระบาดของสาหร่ายในแหล่งน้ำ ซึ่งจะเติบโตอย่างรวดเร็ว แบ่งเอาออกซิเจนจากพืชชนิดอื่นไปจนหมด ในที่สุด ก็ทำลายความหลากหลายทางพันธุกรรมในบึงหรือทะเลสาบแห่งนั้นไปอย่างถาวร


ผลกระทบทางสุขภาพ

พบว่าจากการสูดดมหมอกปนเปื้อนซัลเฟอร์หรือจะเรียกว่าหมอกกรดนั้น เยื่อบุผิวหนัง เยื่อบุภายในปาก จมูก ตา ลำคอ และปอดซึ่งเปราะบางบวมพอง ผลที่ตามมาคือ อาการระคายเคืองอย่างรุนแรง เจ็บปวด และหายใจลำบาก เซื่องซึม อ่อนเพลีย เรื้อรัง และหากสารซัลเฟอร์เข้าสู่ระบบเลือดจะสามารถทำลายเส้นโลหิต เยื่อบุกล้ามเนื้อ และอวัยวะภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตับและไตได้อีกด้วย ปัจจุบัน คนที่เป็นโรคหอบหืด หรือโรคทางเดินหายใจอยู่แล้ว จะได้รบผลกระทบที่ค่อนข้างชัดเจน


สถานการณ์ฝนกรดในต่างประเทศ

เคยมีรายงานว่า ฝนกรดจากการเผาไหม้ถ่านหินในประเทศนอร์เวย์ ฆ่าปลาในทะเลาสาบจำนวนมาก รายงานของสถานบัน World Watch ระบุว่า ฝนกรดทำลายป่าและปลาในทะเลสาบของสหรัฐอเมริกา เยอรมันนี และยุโรปตอนกลางอย่างรุนแรงเช่นกัน

นอกจากนี้ ยังพบอีกว่า ปริมาณฝนกรดตกในพื้นที่กว่า 40% ของจีน ส่งผลให้อนุสาวรีย์ในยุคสมัยของราชวงศ์ซ้อง ถูกกัดเซาะจนเสียหาย และในปี 2538 ฝนกรดทำลายป่าและพืชผลในจีนเสียหายไปหลายพันล้านเหรียญเลยทีเดียว


สถานการณ์ฝนกรดในประเทศไทย

มีข้อมูลการสำรวจพื้นที่ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย จากกรมควบคุมมลพิษเมื่อ ปี 2548 ระบุว่า พื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการเกิดฝนกรด จะเป็นพื้นที่ที่มีโรงงานอุตสาหกรรมและการจราจรหนาแน่น ยังไม่พบว่ามีค่าเกินกว่าที่กำหนด เมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ วัดค่าความเป็นกรด-ด่างจากอากาศได้ 4.9 จึงมีแนวโน้มเกิดฝนกรดมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ฝนกรดไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา ช่วงไหนที่มีลมพัดผ่าน อากาศถ่ายเท ค่าความเป็นกรดก็จะถูกเจือจางลงไปด้วย แต่ทางที่ดี หากใครต้องการ รองน้ำฝนใส่ตุ่มเพื่อบริโภค ต้องรอให้ฝนตกหนักประมาณ 3-4 วันติดต่อกันก่อน ปลอดภัยไว้ก่อน ด้วยการสันนิษฐานว่า ฝนที่ตกลงมาวันแรก ยังมีสารพิษเจือปนอยู่ ทั้งนี้เบื้องต้น เราสามารถตรวจวัดความเป็นกรดในน้ำฝนได้ด้วยตนเอง ด้วยการใช้กระดาษวัดค่าพีเอช ซึ่งซื้อได้ตามร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์

ฝนกรด เป็นเรื่องใกล้ตัวอีกเรื่องหนึ่งที่เราทุกคนสามารถแก้ไขที่ต้นตอได้ จากการเริ่มที่ตัวเราเอง โดยการช่วยกันประหยัดพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะการเปิดเครื่องปรับอากาศให้น้อยลง ปิดไฟเมื่อไม่ใช้ ใช้รถยนต์ให้น้อยลง หรือเปลี่ยนไปใช้ก๊าซธรรมชาติ เพียงเราร่วมมือกันคนละนิด ไม่ก่อให้เกิดการผลิตของเสียและการเผาไหม้ การเกิดฝนกรดก็จะลดน้อยลงไปด้วยอย่างแน่นอน

และนี่ก็ถือเป็นปัญหาที่ช่วยยืนยันอีกเสียงหนึ่งว่า เรื่องของสิ่งแวดล้อมนั้น ทุกคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาที่จะกระทบเป็นลูกโซ่ไปได้เลย


****************************************************


ยอดผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนและมลพิษในมอสโกทะยาน 2 เท่าแตะวันละ 700 คน

สำนักข่าวอินเตอร์แฟกซ์ของรัสเซีย รายงานว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนและมลพิษในกรุงมอสโก เพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าว ขณะที่รัสเซียเผชิญคลื่นความร้อนครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบ 100 ปี เป็นเหตุให้เกิดไฟป่าครั้งใหญ่ ซึ่งนอกจากจะทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 52 คน นับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ไฟป่าดังกล่าว ยังเป็นสาเหตุให้เกิดมลพิษในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชนด้วย

สำนักข่าวอาร์ไอเอ โนโวสตี้ ของรัสเซีย รายงานอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุขว่า คลื่นความร้อนและมลพิษเป็นสาเหตุให้พลเรือนเสียชีวิตวันละ 360-380 คน อย่างไรก็ดี ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นราว 700 คน

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #9  
เก่า 10-08-2010
-Oo- -Oo- is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 994
Default

เพื่อนอยู่มอสโคว
บอกว่าร้อนมากจนจะเป็นหมูปิ้งรมควันแล้วค่ะ
อากาศก็ไม่ดี ออกไปไหนต้องมีผ้าคาดจมูก

แย่จัง
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #10  
เก่า 10-08-2010
สายชล's Avatar
สายชล สายชล is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
สถานที่: Bangkok
ข้อความ: 9,505
Default



จะไปนอนดูฝนดาวตกกับดาว (สี่ดวง)ล้อมเดือนที่พัทยา จะเห็นไหมคะ....


เกรงจะเห็นแต่เมฆฝนเต็มท้องฟ้าไปหมดเท่านั้น....

__________________
Saaychol
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:58


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger