เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 09-08-2010
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม 2553

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

ร่องมรสุมได้เลื่อนขึ้นไปพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ทั่วประเทศมีฝนกระจาย และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือในระยะ 1-2 วันนี้ไว้ด้วย

อนึ่ง ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง เนื่องจากมีพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” ในทะเลจีนตะวันออกกำลังเคลื่อนเข้าบริเวณดังกล่าว


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 8-10 ส.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีแรง ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นและฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง และในช่วงวันที่ 11-14 ส.ค. ร่องมรสุมมีกำลังอ่อนลง และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังปานกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกอยู่ในเกณฑ์กระจายและมีฝนตกหนักได้บางแห่ง ส่วนคลื่นลมจะมีกำลังอ่อนลงในระยะนี้


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 7-10 ส.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขา หรือที่ลุ่มใกล้ทางน้ำไหลของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ส่วนชาวเรือในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือไว้ด้วย และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast4.jpg (75.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake3.jpg (48.1 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 09-08-2010
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

กรมอุตุนิยมวิทยา


Tropical Storm DIANMU (05W) # 04 : ประกาศเตือนภัย เรื่อง “พายุโซนร้อน DIANMU (เตี้ยนหมู่/05W) ” ฉบับที่ 04

ประกาศศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น ฮาวาย, สหรัฐฯ (Joint Typhoon Warning Center หรือ JTWC )
สภาวะโดยทั่วไปของพายุหมุนเขตร้อนเมื่อเวลา 01.00น.
ประจำวันที่ 09 สิงหาคม 2553 ออกประกาศเวลา 04.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

ภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิคด้านตะวันตกตอนเหนือ ทะเลจีนใต้ และอ่าวไทย วันที่ 09 สิงหาคม 2553 / 04.01 น. ปรากฎพายุหมุนเขตร้อน 1 ลูก / หย่อมความกดอากาศต่ำ 1 ลูก

1)Tropical Storm DIANMU (05W,24.8N 125.8E,35kts) : เมื่อเวลา 01.00น.วันนี้(09ส.ค.2553) ดีเปรสชันเขตร้อน 05W (-/05W) ซึ่งมีศูนย์กลางปกคลุมใกล้ชายฝั้งเกาะไต้หวันด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ทวีกำลังเป็นพายุโซนร้อน DIANMU (เตี้ยนหมู่/05W) แล้ว อยู่ที่ละติจูด 24.8องศาเหนือ ลองจิจูด 125.8 องศาตะวันออก หรือมีศูนย์กลางอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จากเกาะโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ห่ างประมาณ 334 กิโลเมตร. กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือด้วยความเร็ว 6 นอต(11 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เมื่อ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา . มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 35 นอต(65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ลมกระโชกแรงสูงสุดประมาณ 45นอต(83กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ความกดอากาศที่พื้นผิวน้ำทะเลประมาณ 996 มิลลิบาร์ คลื่นทะเลสูงสุดประมาณ 4 เมตรในช่วง 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา... / คาดพายุโซนร้อน DIANMU (เตี้ยนหมู่/05W) จะยังคงมีทิศทางเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือโดยส่วนใหญ่ต่อไป 12-24 ชั่วโมงข้างหน้า มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปยังประเทศเกาหลีใต้ในช่วงวันที่ 11 ส.ค.53 นี้ . ….. : ประกาศศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (Joint Typhoon Warning Center หรือ JTWC )

2)Tropical Disturbance 99W (8.5N 140.0E,15kts) : เมื่อเวลา 01.00น.วันนี้(09ส.ค.2553) หย่อมความกดอากาศต่ำ 99W (-/99W) ซึ่งมีศูนย์กลางปกคลุมกลางทะเลแปซิฟิค อยู่ที่ละติจูด 8.5องศาเหนือ ลองจิจูด 140.0 องศาตะวันออก หรือมีศูนย์กลางอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ห่างประมาณ - กิโลเมตร. กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 9 นอต(17 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) เมื่อ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา . มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 15 นอต(28 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ลมกระโชกแรงสูงสุดประมาณ 25นอต(46กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ความกดอากาศที่พื้นผิวน้ำทะเลประมาณ 1010 มิลลิบาร์ คลื่นทะเลสูงสุดประมาณ - เมตรในช่วง 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา... / คาดหย่อมความกดอากาศต่ำ 99W (-/99W) จะเริ่มมีทิศทางเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือมากขึ้นในอีก 12-24 ชั่วโมงข้างหน้า มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปยังประเทศไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ระยะต่อไป . ….. : ประกาศศูนย์ร่วมการเตือนภัยไต้ฝุ่น (Joint Typhoon Warning Center หรือ JTWC)

<เพิ่มเติม/ความเห็น> พายุโซนร้อน DIANMU (เตี้ยนหมู่/05W) ไม่มีผลกระทบต่อไทย อนึ่งหย่อมความกดอากาศต่ำมีศูนย์กลางปกคลุมทะเลจีนใต้ตอนบนกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างช้าๆมีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าเกาะไหหลำช่วง 11 ส.ค.53 นี้ ประกอบกับลมมรสุมตะวันตกฉียงใต้มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้จะส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีปริมาณน้ำฝนโดยรวมเพิ่มขึ้นในช่วง 8-11 ส.ค.53นี้ / สำหรับวงสีเขียวคือบริเวณที่มีแนวโน้มพัฒนาเป็นพายุหมุนเขตร้อนในอนาคต (ถ้ามี)

ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www2.tmd.go.th/webboard/show....efef5f48e57b2d






__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 09-08-2010
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

ไทยรัฐ


พ้นวิกฤติ-เริ่มเยียวยา

เป็น "ข่าวดี" อย่างยิ่งสำหรับชาวอเมริกันและมนุษย์ผู้ "รักษ์โลก" ทั้งหลาย เมื่อความพยายามอุดบ่อน้ำมันรั่วในอ่าวเม็กซิโกประสบผลสำเร็จในที่สุด

แท่นขุดเจาะน้ำมัน "ดีพ วอเตอร์ ฮอไรซอน" ของบริษัทบริติช ปิโตรเลียม (บีพี) ของอังกฤษ เกิดไฟไหม้และระเบิดเมื่อ 20 เม.ย. ก่อนจมลง ทำให้คนงานเสียชีวิต 11 ศพ น้ำมันดิบรั่วจากบ่อน้ำมัน "มาคอนโด" กว่า 4.9 ล้านบาร์เรล มากพอเติมเต็มสระว่ายน้ำกีฬาโอลิมปิกได้ถึง 311 สระ!

เป็นภัยพิบัติน้ำมันรั่วครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ร้ายแรงกว่าเหตุน้ำมันรั่วจากเรือ "เอ็กซอน วาลเดซ" ในปี 2532 หลายสิบเท่า

คราบน้ำมันแผ่กระจายไปไกลหลายร้อยไมล์ แผ่ปกคลุมพื้นที่ชุ่มน้ำริมชายฝั่ง หาดทรายขาวสวยงามในหลายรัฐเปื้อนเปรอะเละเทะ ชีวิตพืชและสัตว์ทะเล รวมทั้งนก เต่า โลมา ฯลฯ และวิถีชีวิตประชาชนในแถบอ่าวเม็กซิโก โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมประมงได้รับผลกระทบอย่างหนัก

ทั้งบีพีและรัฐบาลสหรัฐฯถูกรุมด่าจมธรณีที่แก้วิกฤติล่าช้า บีพีต้องเปลี่ยนซีอีโอจากนายโทนี เฮย์วาร์ด ชาวอังกฤษ เป็นนายโรเบิร์ต ดัดลีย์ ชาวอเมริกัน เพื่อลดแรงกดดัน อีกทั้งควักเงินถึง 32,200 ล้านดอลลาร์ มาใช้แก้วิกฤติ ส่งผลให้หุ้นบีพีตกวูบ ขาดทุนบานเบอะและต้องปรับบริษัทให้เล็กลง

แต่ "ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" เมื่อ 5 ส.ค. หลังเหตุไฟไหม้แท่นขุดเจาะ 106 วัน หรือ 15 สัปดาห์ บีพีก็สามารถอัดซีเมนต์เข้าไปอุดรูรั่วที่บ่อน้ำมันใต้ทะเลลึกได้สำเร็จ อันเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ "static kill" หลังทำให้น้ำมันหยุดรั่วได้ตั้งแต่ 15 ก.ค.

ตอนนี้ก็เหลือแค่การอัดของเหลวมวลหนักคือโคลนและซีเมนต์เข้าไปอุด "หลุมควบคุมความดัน" (relief well) ซึ่งอยู่ห่างจากบ่อน้ำมันที่รั่วราว 30 เมตร ภายใต้กระบวนการ "bottom kill" เพื่อ "ปิดตาย" ไม่ให้น้ำมันรั่วออกมาเป็นการถาวร ซึ่งคาดว่าจะสำเร็จกลางเดือนนี้

ข่าวดีอีกอย่างก็คือ รายงานที่รวบรวมโดยนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งที่สุดของสหรัฐฯ 25 คน ระบุว่า คราบน้ำมันรั่วเกือบ 3 ใน 4 ถูกคนเก็บกวาดหรือสูญสลายไปตามธรรมชาติแล้ว ยังหลงเหลือเพียง 1 ใน 4 หรือราว 53 ล้านแกลลอน ซึ่งก็ยังมากกว่าน้ำมันดิบที่รั่วจากเรือเอ็กซอน วาลเดซ เกือบ 5 เท่า แต่คราบน้ำมันที่เหลือนี้ก็กำลังเสื่อมสลายทางชีวภาพอย่างรวดเร็ว!

แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้หายนภัยน้ำมันรั่วจะยุติลง แต่ผลกระทบในระยะยาวของมันอาจกินเวลานานหลายปีหรือหลายสิบปี โดยเฉพาะต่อระบบนิเวศน์ อุตสาหกรรมการประมง และการท่องเที่ยวแถบริมอ่าวเม็กซิโก ไปจนถึงวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลของผู้คนที่ได้รับผลกระทบ

แม้ภัยพิบัติจะผ่านพ้น แต่การเยียวยาและหาตัวผู้รับผิดชอบอย่างจริงจังเพิ่งจะเริ่มต้น!!!


****************************************************


พัฒนาปลาส้มจากปลาทะเล คัดชนิดจุลินทรีย์ควบคุมคุณภาพ



ปลาส้ม เป็นอาหารพื้นบ้าน โดยทั่วไปจะทำจากปลาน้ำจืดที่มีเกล็ด เช่น ปลาตะเพียน ปลานวลจันทร์ ปลาช่อน ฯลฯ คุณลักษณะปลาส้มที่ดีต้องมีรสเปรี้ยว เนื้อสัมผัสแน่น และมีสีขาวถึงสีชมพูอ่อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและคุณภาพของปลาที่นำมาเป็นวัตถุดิบ โดยเนื้อปลามีโปรตีนค่อนข้างสูง 10-12% และยังมีส่วนประกอบอื่นๆ

การทำปลาส้มโดยทั่วไปมักนำเนื้อปลามาแล่เป็นชิ้น หรือปลาทั้งตัวมาหมักกับเกลือ ข้าวเหนียวหรือข้าวเจ้าสุก กระเทียม และเครื่องปรุงอื่นๆ

ปลาทะเล...มักไม่นิยมที่จะนำมาผลิตเป็น "ปลาส้ม" เพราะมีปัญหากลิ่นคาวและมักไม่ประสบความสำเร็จในการหมัก ฉะนั้นทางผู้บริโภคในพื้นที่ภาคใต้จึงอดลิ้มลองรสชาติของปลาส้ม ทางอาจารย์จากภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทดลองทำปลาส้มจากปลาทะเลหลายชนิด กระทั่งประสบความสำเร็จสามารถต่อยอดนำไปเผยแพร่ให้เกษตรกรผลิตเองได้


แปรรูปเป็นอาหาร

ดร.ศิริพร เรียบร้อย อาจารย์ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บอกว่า ได้ทดลองนำปลาทรายแดงแล่ชิ้น ซึ่งเป็นปลาทะเลมาผลิตปลาส้ม พบว่า ปลาส้มจากปลาทรายแดงมีรสชาติดี กลิ่นรสดี เนื้อสัมผัสแน่น และ ยืดหยุ่น ได้รับการยอมรับว่าใกล้เคียงกับปลาส้มทางการค้าที่ผลิตจากปลาน้ำจืด อีกทั้งยังอาจลดปัญหาเกี่ยวกับพยาธิที่มักพบในปลาน้ำจืดได้อีกทางหนึ่ง จึงเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคที่ชอบรับประทานอาหารหมักอีกด้วย

สำหรับ ขั้นตอนการหมักปลาส้มว่า...เป็นการหมักที่อาศัยการเจริญของจุลินทรีย์ กลุ่มแล็กติกแอซิดแบคทีเรียในระหว่างการหมักจุลินทรีย์เหล่านี้จะสร้างกรดแล็กติก ได้จากคาร์โบไฮ-เดรต เช่น ข้าวสุกและกระเทียม ทำให้ความเป็นกรดของปลาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมีค่าความเป็นกรดหรือค่าพีเอชเท่ากับหรือน้อยกว่า 4.6 กรด เหล่านี้มีผลต่อการยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ที่ทำให้อาหารเน่าเสีย และจุลินทรีย์ก่อโรคและทำให้ปลาส้มมีรสเปรี้ยว

นอกจากนี้ การเติมเกลือและบรรจุปลาส้มในสภาวะที่มีอากาศเพียงเล็กน้อยหรือไร้อากาศ โดยใช้ขวดโหลทำให้แล็กติกแอซิดแบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตได้ดีกว่า จุลินทรีย์ชนิดอื่นๆ การลดลงของค่าพีเอชยังมีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนจากกล้ามเนื้อปลา เช่น การจับตัวกันของโปรตีนกล้ามเนื้อ ความสามารถในการอุ้มน้ำ ทำให้เนื้อปลามีความแน่นเนื้อเพิ่มขึ้น คงรูปได้มากขึ้น

...ในการหมักปลายังมีผลทำให้เกิดการย่อยของอาหารต่างๆ เช่น โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต โดยกิจกรรมของเอนไซม์จากจุลินทรีย์และเนื้อปลา ทำให้สารอาหารมีขนาดโมเลกุลเล็กลง ร่างกายสามารถย่อยได้ง่าย รวมทั้งการเกิดเนื้อสัมผัส กลิ่น รสเฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นที่ดึงดูดใจของผู้บริโภค สำหรับการรับประทานปลาส้มมักนิยมแบบปรุงสุก เช่น การทอด การนึ่ง เป็นต้น

ดร.ศิริพร เรียบร้อย บอกอีกว่า ปลาส้ม...จัดเป็นกับข้าวรับประทานร่วมกับอาหารมื้อหลักหรืออาหารว่าง อย่างไรก็ตาม การบริโภคอาหารหมักจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย เช่น การปนเปื้อนของจุลินทรีย์ที่ก่อโรค ซึ่งอาจจะมาจากกระบวนการหมักที่ควบคุมความสะอาดและสภาวะที่ไม่ถูกต้องการเก็บรักษาระหว่างรอจำหน่าย หากเกิดปนเปื้อนของจุลินทรีย์ดังกล่าวอาจทำให้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค


การหมักในโหล

ปัจจุบันได้มีการนำเทคโนโลยีการเติมหัวเชื้อจุลินทรีย์บริสุทธิ์ที่ดี ใช้สำหรับการหมักอาหารเพิ่มขึ้น เพื่อควบคุมคุณภาพและความสม่ำเสมอของปลาส้มที่ผ่านการหมักแล้ว ทำให้ผู้บริโภคมีความปลอดภัย และมั่นใจในผลิตภัณฑ์อาหารหมักเพิ่มขึ้น

ผู้สนใจจะผลิตปลาส้มจากปลาทะเล กริ๊งกร๊างหา ดร.ศิริพร เรียบร้อย ภาควิชาคหกรรมศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 0-2579-5514 ต่อ 1309, 1312 หรือ 08-4858-0879 วันและเวลาราชการ.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 09-08-2010
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

เดลินิวส์


หลากหลายที่สุดในโลก 'สิ่งมีชีวิต' ในไทย ร่วมใจอนุรักษ์ยั่งยืน

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า สิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วเหตุใดจึงมีมากมายหลากหลายชนิด หลากหลายสายพันธุ์ และหลากหลายพันธุกรรมที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ หรือพืช ที่ยากเกินกว่าจะทำความรู้จักได้ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้จึงมีการค้นคว้าและวิจัยอยู่ตลอดเวลาเพื่อสำรวจทรัพยากรเหล่านี้ว่ามีวิวัฒนาการอย่างไร สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ รวมทั้งวิธีการอนุรักษ์ให้คงอยู่ยั่งยืนยาวนานนั้นจะต้องทำอย่างไร?...

ในปี พ.ศ. 2553 นี้ถือเป็นปีร่วมฉลองปีสากลแห่ง ความหลากหลายทางชีวภาพ (International Year of Biodiversity) และปีสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้นักวิทยาศาสตร์ไทยและต่างชาติได้มีการศึกษา ค้นคว้าวิจัยร่วมกันมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ยังไม่เป็นระบบในระดับนานาชาติ จนกระทั่งได้มีการประชุมเอิร์ธ ซัมมิท ณ กรุงริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล เมื่อปีพ.ศ. 2544 ได้ให้ความสำคัญถึงการร่วมมือกันในระดับนานาชาติในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งการประชุมดังกล่าวจะครบ 10 ปี ในปีพ.ศ. 2554 นี้

พิชัย สนแจ้ง ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ให้ความรู้ว่า ความหลากหลายทางชีวภาพประกอบด้วย ความหลากหลาย 3 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ความหลากหลายทางระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชนิดพันธุ์และความหลากหลายทางพันธุกรรม ซึ่งประเทศไทยเราถือว่าโชคดีที่ มีความหลากหลายทางระบบนิเวศมากกว่าประเทศใดๆในโลก ไม่ว่าจะเป็นป่าชายเลน ทุ่งหญ้า ภูเขา น้ำตก แม่น้ำ และมหาสมุทร โดยในแต่ละระบบนิเวศก็มีสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ในกลุ่มสิ่งมีชีวิตก็ยังมีความแตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์หรือ พันธุกรรมอย่างมากมายอีกด้วย

หากถามถึงประโยชน์ของความหลากหลายทางชีวภาพเหล่านี้ นั่นคือ เป็นตัวชี้ให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของแต่ละประเทศ ซึ่งเชื่อว่าประเทศไทยมีความหลากหลายมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก เช่น เรามีมหาสมุทร 2 มหาสมุทรในประเทศเดียวกันคือ มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก และเรายังมีทั้งแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่และแหล่งน้ำกร่อยหรือทะเลขนาดใหญ่ รวมทั้งมีสิ่งมีชีวิตที่มีประโยชน์ให้สืบค้นมากมายไม่ว่าจะเป็นทรัพยากร สัตว์และสมุนไพรที่สามารถนำมาสกัดเป็นยารักษาโรค ทั้งหมดนี้ถือเป็นความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยที่เราอยากนำมาโชว์ในปีสากล แห่งความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทยที่มีการจัดแสดงนิทรรศการในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปีพ.ศ. 2553 ด้วย

สำหรับวิวัฒนาการแห่งธรรมชาติและสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ กล่าวได้ว่า มีมายาวนานนับล้านปีก่อให้เกิดสายน้ำน้อยใหญ่ ภูเขาสูงตระหง่าน มหาสมุทรสีคราม พืชพันธุ์หลากสีสัน สัตว์ป่านานาชนิด โดยธรรมชาติเป็นผู้สร้างทุกสรรพสิ่งแก่โลกของเรา เมื่อสิ่งมีชีวิตดำรงอยู่ร่วมกัน ย่อมพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม และก่อให้เกิดระบบนิเวศมากมาย และคงไม่มีสถานที่ใดบนโลกใบนี้ที่จะเป็นแหล่งรวมสังคมสิ่งมีชีวิตได้มากมายเท่ากับผืนแผ่นดินไทยอีกแล้ว

ปัจจัยที่สำคัญปัจจัยหนึ่งของความหลากหลายทางระบบนิเวศ คือระดับความสูงจากน้ำทะเล เริ่มจากระดับต่ำสุดคือ ป่าชายเลนและป่าชายหาด ต่อด้วยป่าพรุน้ำจืด ป่าดงดิบชื้น ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบแล้ง ป่าสนเขา และในระดับสูงสุดคือป่าดงดิบเขาตามลำดับ ซึ่งในพื้นที่เพียง 1 ตารางกิโลเมตร เราสามารถสำรวจพบพรรณไม้นับร้อยชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหลายสิบชนิด นกหลายร้อยชนิด แมลงและผีเสื้อนับพันชนิด คาดว่ายังมีสิ่งมีชีวิตอีกไม่ต่ำกว่า 2 ล้านชนิดในป่าเขตร้อนที่ยังไม่ได้รับการตั้งชื่อและไม่เคยมีมนุษย์คนใดรู้จักมาก่อนและเป็นความลับซึ่งรอการค้นหาคำตอบ ต่อไป

สำหรับป่าชายเลน ซึ่งอยู่ระดับต่ำที่สุด ถือเป็นความสมบูรณ์ในห่วงโซ่อาหาร เป็นระบบนิเวศที่มีความแตกต่างจากระบบนิเวศป่าบกทั่วไป เพราะเป็นป่าที่เชื่อมระหว่างแผ่นดินกับทะเลหรือระหว่างน้ำจืดกับน้ำทะเล โดยจะพบในเขตร้อนเท่านั้น ป่าชายเลนจึงนับเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญอย่างมากต่อสิ่งมีชีวิต กล่าวคือเมื่อพืชในป่าชายเลนสังเคราะห์แสงก็จะมีการเจริญเติบโตออกดอกออกผล กลายเป็นอาหารให้แก่ นก ลิงแสมและเมื่อใบไม้ กิ่งไม้ ผลร่วงหล่นทับถมกันก็จะกลายเป็นธาตุอาหารให้แก่สิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก เช่น แบคทีเรีย แพลงก์ตอน และสัตว์หน้าดินบางชนิด เมื่อสิ่งมีชีวิตเล็กๆเหล่านี้เจริญอย่างรวดเร็วก็กลายเป็นแหล่งอาหารของสัตว์น้ำเล็กๆแล้ว สัตว์น้ำเล็กๆก็กลายเป็นอาหารของกุ้ง ปู และปลาขนาดใหญ่ หรือบางส่วนก็กลายเป็นธาตุอาหารสะสมอยู่ในป่า และในขั้นสุดท้าย พวกกุ้ง ปู และปลาขนาดใหญ่ก็จะกลายเป็นอาหารของสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่ารวมทั้งมนุษย์เราด้วย

หากพูดถึงทะเลประเทศไทยเรามี 2 มหาสมุทร ทั้งมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งภายใต้ท้องทะเลทั้ง 2 แห่งนี้ก็ยังมีสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างกันออกไปอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นฝูงปลาและปะการังที่สวยงามนานาชนิด โดยความหลากหลายทางชีวภาพของท้องทะเลขึ้นอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมในทะเลด้วย หากมีการปล่อยมลพิษของเสียลงสู่ท้องทะเลจะทำให้ทะเลของเราเสื่อมโทรม ทำให้ทรัพยากรหรือสิ่งมีชีวิตในทะเลหมดไปหรือสูญพันธุ์ไปในที่สุด

ด้วยเหตุนี้สิ่งมีชีวิตต่างๆ ไม่ว่าจะอาศัยอยู่บนบกหรือใต้ท้องทะเล จึงต้องอาศัยการปรับตัวเพื่อการอยู่รอดที่จะเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ ยกตัวอย่าง เช่น การปรับตัวเพื่อความอยู่รอดของผีเสื้อ มีผีเสื้อบางชนิดกินพืชที่มีพิษเป็นอาหาร เช่น กลุ่มผีเสื้อหนอนใบรัก ผีเสื้อหางตุ้มจุดชมพู ผีเสื้อจรกา ผีเสื้อร่อนลม ผีเสื้อพวกนี้จะสะสมพิษจากพืชอาหารที่กินตอนเป็นหนอน ทำให้ตัวของมันมีรสชาติที่ไม่น่ากิน หากนกหรือสัตว์อื่นๆกินเข้าไปอาจเกิดอาการคลื่นไส้หรืออาเจียนหรืออาจถึงตายได้ จึงมีผีเสื้อบางกลุ่มที่ไม่ได้กินอาหารที่มีพิษและไม่สามารถสะสมพิษในตัวได้ พยายามที่เลียนแบบลวดลายของผีเสื้อที่มีพิษเหล่านั้นในการหลอกศัตรูว่ามันคือผีเสื้อที่มีพิษชนิดนั้นๆ เพื่อความอยู่รอดของการดำรงชีวิต

อย่างไรก็ตาม ยังมีผีเสื้อหายากชนิดหนึ่งของโลก นั่นคือ “ผีเสื้อสมิงเชียงดาว” เป็นผีเสื้อ 1 ใน 9 ชนิดที่ ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ผีเสื้อชนิดนี้พบได้เฉพาะบนดอยเชียงดาวเพียงแห่งเดียวในเมืองไทย และปัจจุบันคาดว่าคงสูญพันธุ์ไปแล้ว สาเหตุเนื่องจากเกิดไฟไหม้บนดอยเชียงดาวติดต่อกันหลายปี จนกระทั่งพืชอาหารของหนอนผีเสื้อหมดไป ทั้งนี้วงจรชีวิตของทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกมนุษย์ย่อมมีการเปลี่ยนแปลง หากสิ่งมีชีวิตไม่สามารถรับการเปลี่ยนแปลงได้ก็อาจจะสูญพันธุ์หรือมีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งทุกวันนี้ดูเหมือนมันจะเร็วขึ้นทุกทีเนื่องจากการกระทำของมนุษย์เป็นตัวช่วยเร่ง

ดังนั้นสิ่งที่คาดหวังคือ อยากให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กได้ตระหนัก ถึงความสำคัญของทรัพยากรบนโลกที่จะช่วยให้เราและลูกหลานได้ดำรงอยู่โดยการ ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าและยั่งยืนยาวนานที่สุด.

หลากเรื่องน่ารู้ในมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2553

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ แห่งชาติขอเชิญเที่ยวงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2553 ที่รวมสุดยอดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งปีภายใต้แนวความคิด “จุดประกายความคิดพัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์” โดยภายในงานมีนิทรรศการและกิจกรรมเด่นๆ ได้แก่ นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ นำเสนอพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทยและพระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย นิทรรศการวิกฤติโลก เรียนรู้สาเหตุการ เกิดวิกฤติต่างๆบนโลก นิทรรศการความหลากหลายทางชีวภาพ สัมผัสความ มหัศจรรย์สรรพชีวิตผ่านเส้นทางธรรมชาติจำลองจากใต้ทะเลลึกจรดยอดเขาสูง และชมผีเสื้อสมิงเชียงดาวที่สวยที่สุดของโลกแต่สูญพันธุ์ไปแล้วกำลังโบยบิน รอบดอกไม้และตัวเรา และพลาดไม่ได้กับหุ่นยนต์ไดโนเสาร์ ทอล์กโชว์ จากประเทศญี่ปุ่น ที่นำมาโชว์ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเล่าวิวัฒนาการจุดเริ่มต้นหรือจุดจบของความหลากหลายทางชีวภาพ และนิทรรศการนิติวิทยาศาสตร์ นิทรรศการแสงและเลเซอร์ นิทรรศการเทคโนโลยีเพื่อผู้พิการ ฯลฯ

ประชาชนและเยาวชนที่สนใจสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่ วันที่ 7-22 สิงหาคม 2553 เวลา 09.00-20.00 น. (ยกเว้นวันที่ 9 สิงหาคม) ที่ไบเทค บางนา.

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Bio-Diversity.jpg (99.9 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : 09-08-2010 เมื่อ 08:18
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 09-08-2010
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

ผู้จัดการออนไลน์


ชาวเมืองแห่หนีหมอกพิษ'มอสโก'เที่ยวบินระงับบาน-ไฟป่ายังโหมลุก


ชาวกรุงมอสโกสวมหน้าป้องกันมลพิษเมื่อวันเสาร์ (7) โดยมีเงาเลือนลางของอาคารหลังคาทรงโดมเป็นฉากหลัง

เอเอฟพี - บรรดาผู้อยู่อาศัยในกรุงมอสโกพากันหนีออกนอกเมืองเมื่อวันเสาร์ (7) หลังจากหมอกควันพิษครั้งรุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์แผ่ปกคลุมทั่วเมืองหลวงของรัสเซีย จนทำให้ผู้คนต้องสวมหน้ากากป้องกันมลพิษซึ่งอยู่ในระดับเกินขีดอันตราย ขณะที่เที่ยวบินจำนวนมากต้องถูกระงับเนื่องจากทัศนวิสัยที่ย่ำแย่ เมื่อไฟป่ายังคงไหม้ลามขยายวงกว้างในพื้นที่ตอนกลางของแดนหมีขาว โดยที่ทางการยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ไฟป่าครั้งใหญ่ซึ่งคร่าชีวิตประชาชนไปแล้ว 52 รายยังคงลุกลามพื้นที่ตอนกลางของรัสเซียอย่างไม่ลดละ โดยวลาดิมีร์ สเตปานอฟ เจ้าหน้าที่อาวุโสแห่งกระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉิน แถลงว่า เกิดไฟป่าเพิ่มขึ้นอีก 290 จุดในแคว้นมอสโกตลอดวันศุกร์ (6) คาบเกี่ยวกับวันเสาร์ (7) ขณะที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเร่งทำงานกันอย่างหนักเพื่อปกป้องสถานที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ของประเทศให้รอดพ้นจากเปลวเพลิง ซึ่งรวมถึงโรงงานวิจัยนิวเคลียร์แห่งสำคัญในซารอฟ

ทั้งนี้กรมอุตุนิยมวิทยาของประเทศทำนายว่า คลื่นความร้อนระลอกเลวร้ายที่สุดในรอบทศวรรษนี้จะยังคงแผ่ซ่านไปทั่วรัสเซียตลอดหลายวันข้างหน้า และจากการที่มีปริมาณลมน้อยเป็นเวลาหลายวันต่อจากนี้ หมอกควันจึงไม่น่ามีการเปลี่ยนทิศทางจนกว่าจะถึงกลางสัปดาห์นี้

ทัศนียภาพจุดสำคัญในกรุงมอสโก อาทิ พระราชวังเครมลิน และตึกระฟ้าทรงเค้กแต่งงานหลายตึกในยุคสตาลินเรืองอำนาจ ถูกกลืนหายไปในม่านหมอก ขณะที่ชาวมอสโกที่ยังอยู่ในเมืองต่างสวมหน้ากากป้องกันหรือไม่ก็อุดจมูกด้วยผ้าที่ชุบน้ำเปียก ส่วนผู้ขับขี่บนท้องถนนจำเป็นต้องเปิดไฟหน้ารถยนต์ไว้ทั้งที่กลางวันแสกๆเพื่อให้สามารถมองเห็นทางได้ ดวงอาทิตย์เหนือกรุงมอสโกปรากฏเป็นลูกกลมๆพร่ามัวที่สามารถมองด้วยตาเปล่าได้ แม้ว่าอาจแสบตาเล็กน้อย

กลุ่มควันพิษ ซึ่งสังเกตเห็นได้ง่ายในภาพถ่ายจากอวกาศขององค์การนาซา แพร่กระจายเข้าไปในบ้านเรือน สำนักงาน หรือแม้แต่ในเส้นทางรถไฟใต้ดินกรุงมอสโก ซึ่งเป็นระบบขนส่งใต้ดินที่ลึกที่สุดในโลก

อีวาน ยุร์ลอฟ หัวหน้าคณะแพทย์แห่งสหพันธ์สุขอนามัยแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คอมเมียร์ซันต์ ระบุว่า สถานการณ์ตอนนี้อยู่ในขั้นเลวร้ายถึงขีดสุด ประชาชนอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการอยู่อาศัย ขณะที่สำนักข่าวหลายแห่งรายงานว่า แพ็กเกจท่องเที่ยวต่างประเทศยังจุดหมายยอดนิยม อย่างเช่น อียิปต์ มอนเตเนโกร หรือตุรกีถูกขายจนหมดเกลี้ยง นอกจากนี้ยังเกิดปรากฏการณ์ที่ผู้คนเบียดซื้อตั๋วรถไฟและเครื่องบินเที่ยวออกนอกเมืองกันอย่างแน่นขนัด หลังจากมีผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหลายคนออกมาเตือนว่า ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือ การหนีให้พ้นจากมอสโกไปจนกระทั่งถึงสุดสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม พวกนักท่องเที่ยวก็ต้องพบกับความอลหม่านอีก เมื่อเที่ยวบินจากสนามบินโดโมโดเดโว และสนามบินวนูโคโว เพื่อไปยังเมืองหลวงของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้จำนวนหลายเที่ยวถูกดีเลย์ นอกจากนี้ยังมีอีกร่วมๆ 40 เที่ยวบินที่ถูกยกเลิก สืบเนื่องจากทัศนวิสัยอันย่ำแย่ โดยสำนักข่าวอิตาร์-ทาสส์ รายงานว่า มีผู้โดยสารที่ติดค้างอยู่ในสนามบินโดโมโดเดโว หนึ่งในสนามบินนานาชาติแห่งหลักในกรุงมอสโก มากถึง 2,000 คน

ศูนย์ควบคุมมลภาวะทางอากาศของรัสเซีย ระบุว่า ระดับก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ในอากาศกรุงมอสโกในวันนี้ (8) ยังอยู่ในขั้นวิกฤต โดยอยู่เกินกว่าระดับที่สามารถรับได้ถึง 2.8 เท่า จากที่เมื่อวันเสาร์ (7) วัดได้ถึง 6.6 เท่า ขณะที่ผุ่นละอองจากเถ้าถ่านมีระดับความเข้มข้นมากกว่าภาวะปกติถึง 2.2 เท่า ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายกล่าวเตือนว่า ฝุ่นละอองเหล่านี้จะเป็นอันตรายอย่างสูงหากเข้าสู่ร่างกายมนุษย์

ทั้งนี้ ฟรองซัวส์ ฟียง นายกรัฐมนตรีแดนน้ำหอม และซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี นายกรัฐมนตรีแดนมักโรนี ได้ เสนอให้ความช่วยเหลือแก่รัสเซียในการดับไฟป่าแล้ว โดยฝรั่งเศสจะส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดน้ำเข้าไปช่วย 1 ลำ ส่วนอิตาลีเตรียมส่งเครื่องบินจำนวนหลายลำเข้าไปเพิ่มเติมอีก

ขณะที่สถานทูตเยอรมนีปิดทำการอย่างไม่มีกำหนด พร้อมกับประกาศเตือนนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ ขอให้พลเมืองทบทวนแผนท่องเที่ยวในรัสเซียอย่างรอบคอบ


****************************************************


โคลนท่วมเมืองในกันซู่ ดับร่วม 100 คนแล้ว!


ฝนตกหนักได้พัดโคลนมหาศาลไหลทะลักเข้าไปในโจวชีว์ มณฑลกันซู่เมื่อวันเสาร์(7 ส.ค.) หมู่บ้านอย่างน้อย 1 แห่ง ถูกฝังอยู่ในดินโคลน รถยนต์ถูกพัดลงสู่แม่น้ำ (ภาพเอเจนซี)

เอเจนซี--ขณะที่จีน กำลังสู้ศึกอุทกภัยอย่างหนักหน่วงที่สุดในรอบ 10 ปี พายุฝนตกกระหน่ำในมณฑลกันซู่แห่งภาคตะวันตกเฉียงเหนือ จนเกิดโคลนถล่ม ดิน หมู่บ้านอย่างน้อย 1 แห่ง ถูกฝังอยู่ในดินโคลน รายงานตัวเลขเหยื่อโคลนมรณะในวันนี้ (8 ส.ค.) เสียชีวิตราว 96 คน และสูญหาย ราว 2,000 คน จากรายงานสำนักข่าวซินหัวเมื่อวันอาทิตย์(8ส.ค.)

ในวันเสาร์(7 ส.ค.) ฝนได้ตกหนักในเมืองโจวชีว์ กันหนัน ซึ่งเป็นเมืองปกครองตัวเองของชนชาติทิเบตในมณฑลกันซู่ จนเกิดดินถล่ม พัดโคลนท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างน้อย 50,000 คน ต่างเดือดร้อน ขณะนี้หน่วยกู้ภัยกำลังอพยพประชาชนที่ตกอยู่ในอันตรายกว่า 20,000 คนอย่างยากลำบาก เนื่องจากต้องลุยฝ่าแม่น้ำโคลนที่ลึกมาก

รัฐบาลได้ระดมทหารเกือบ 3,000 นาย และหน่วยแพทย์พยาบาลราว 100 คน เข้าไปช่วยเหลือในเขตประสบภัย ขณะที่นายกรัฐมนตรีเวิน เจียเป่าได้รุดไปยังพื้นที่ประสบภัยเมื่อวันอาทิตย์

แม้ฝนได้หยุดตกแล้ว แต่กรมอุตุนิยมวิทยาท้องถิ่นคาดว่าจะมีฝนตกหนักอีกในวันอังคารและวันพุธนี้


ฝนตกหนักได้พัดโคลนมหาศาลไหลทะลักเข้าไปในโจวชีว์ มณฑลกันซู่เมื่อวันเสาร์(7 ส.ค.) (ภาพเอเจนซี)

ผู้นำเขตโจวชีว์ เผยน้ำในแม่น้ำไหลทะลักเข้าไปในเมือง ประชาชนจำนวนมากติดอยู่ในเขตน้ำท่วม โคลนท่วมถนนบางสายลึกถึง 1 เมตร บ้านหลายหลังจมอยูใต้โคลน ซึ่งถล่มถนน สะพาน พังย่อยยับ การโทรคมนาคม ระบบน้ำอุปโภค และไฟฟ้าในบางพื้นที่ก็ถูกตัดขาด

ตัวเลขหน่วยงานรัฐบาลที่เผยแพร่ก่อนภัยพิบัติโคลนถล่มครั้งล่าสุดนี้ ชี้ตัวตัวเลขเหยื่อน้ำท่วมทั่วประเทศจีนในปีนี้ ได้แก่ ผู้เสียชีวิตและสูญหาย มากกว่า 2,100 คน โดยกระทรวงกิจการพลเรือนชี้ จำนวนผู้เสียชีวิต 1,454 คน และสูญหาย 669 คน ขณะที่ประชาชน 12 ล้านคน ต้องย้ายออกจากบ้าน.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 09-08-2010
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,314
Default

กรุงเทพธุรกิจ


แผ่นน้ำแข็งขนาด "260 ตร.กม." แตกจากธารน้ำแข็งในกรีนแลนด์



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่ชิ้นหนึ่งได้หลุดออกมาจากธาารน้ำแข็งแห่งหนึ่งในประเทศกรีนแลนด์ โดยมีขนาดถึง 260 ตารางกิโลเมตร โดยศาสตราจารย์แอนเดรส เมินโชว์ จากมหาวิทยาลัยเดลาแวร์ สหรัฐอเมริกา ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าแผ่นน้ำแข็งดังกล่าวได้แตกออกมาจากธารน้ำแข็ง "ปีเตอร์แมนน์" ทางชายฝั่งทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกรีนแลนด์ ซึ่งนับเป็นแผ่นน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตอาร์ติค นับตั้งแต่ปี 1962 และมีความเป็นไปได้ว่ามันอาจจะแข็งตัวได้อีกครั้งในฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้ ในเขตทะเลระหว่างประเทศแคนาดาและกรีนแลนด์ และอาจส่งผลกระทบต่อเรือเดินทะเล หากมันเคลื่อนที่ลงทางใต้

ก่อนหน้านี้มีปีที่ผ่านมา มีการพบรอยร้าว และมีการคาดการณ์ว่า แผ่นน้ำแข็งจะแยกตัวออกมา โดยจุดดังกล่าวห่างจากขั้วโลกเหนือประมาณ 1,000 กม. โดยสถาบันวิจัยด้านน้ำแข็งแห่งหนึ่งในแคนาดากล่าวว่า แผ่นน้ำแข็งดังกล่าวนั้น มีขนาดประมาณ 1 ใน 4 ของธารน้ำแข็งปีเตอร์แมนน์ ซึ่งมีขนาดความยาวประมาณ 70 กิโลเมตร โดยมีการประมาณการว่า หากก้อนน้ำแข็งดังกล่าวละลาย จะมีปริมาณเท่ากับการเปิดน้ำประปาให้ใหลได้ทั้งประเทศสหรัฐฯ ตลอด 120 วันเลยทีเดียว

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 14:27


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger