เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 05-11-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,360
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน 2556

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

1. พายุดีเปรสชันบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ได้เคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนล่างแล้ว ในช่วงวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2556 คาดว่าพายุนี้มีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นอีกและเคลื่อนตัวผ่านบริเวณปลายแหลมญวนเข้าสู่อ่าวไทยตอนบน ซึ่งมีผลกระทบกับภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวติดตามสภาวะอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

2. เมื่อเวลา 01.00 น. วันนี้ (5 พ.ย. 56) พายุดีเปรสชัน“กรอซา” (krosa) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำเข้าปกคลุมบริเวณใกล้ชายฝั่งของเมืองดานัง ประเทศเวียดนามแล้ว โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 5-6 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน มีอากาศเย็นในตอนเช้ากับมีลมแรง

ในช่วงวันที่ 7-10 พ.ย. พายุดีเปรสชันบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ จะเคลื่อนเข้าปกคลุมทะเลจีนใต้ และเข้าสู่บริเวณอ่าวไทยตอนบน ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออก

อนึ่ง พายุโซนร้อน “กรอซา” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนทางตอนใต้ของเกาะไหหลำ มีแนวโน้มจะสลายตัวบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม ในวันที่ 5 พ.ย.


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนบนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากในช่วงวันที่ 7-9 พ.ย. นี้

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast3.jpg (59.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake2.jpg (73.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake3.jpg (52.9 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 05-11-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,360
Default

ไทยรัฐ

..............
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 561105_Thairath_01.jpg (80.8 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 05-11-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,360
Default

เดลินิวส์

.............
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 561105_Dailynews_01.jpg (201.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 561105_Dailynews_02.jpg (246.6 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 05-11-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,360
Default

ผู้จัดการออนไลน์


เวียดนามหน้าด่านรับศึก 3 เด้ง ดีเปรสชั่นกระสา-ไต้ฝุ่นไห่แย่นจัดเต็ม


แผนภูมิโดยศูนย์อุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์กลางเวียดนามที่ออกก่อนเที่ยงวันจันทร์ 4 พ.ย.นี้ แสดงให้เห็นพายุระลอกแรกเป็นดีเปรสชั่นลูกใหญ่ที่มลายจากพายุโซนร้อนกระสา (Krosa) มาจากตอนเหนือ อีกลูกเป็นไต้ฝุ่นลูกใหม่จากทะเลแปซิฟิก ทั้งสองเหตุการณ์นี้จะเริ่มขึ้นตั้งแต่วันอังคาร 5 พ.ย.นี้ไปจนถึงวันที่ 7 จากนั้นเวียดนามยังต้องรอรับ "ดาบที่สาม" คือ มหาไต้ฝุ่นไห่แย่น (Haiyan) ที่กำลังจะพัดเข้าถล่มเกาะฟิลิปปินส์เป็นด่านแรกในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า ขณะเป็นไต้ฝุ่นระดับ 4 จากทั้งหมด 5 ระดับ.

ทางการเวียดนามประกาศเตือนเรือประมงใน "ทะเลตะวันออก" ให้หลบเข้าที่กำบังคลื่นลมแรงภายในวันจันทร์ 4 พ.ย.นี้ ขณะพายุโซนร้อนกระสาที่อ่อนตัวลงอย่างรวดเร็วกลายเป็นดีเปรสชั่นลูกใหญ่กำลังทำให้เกิดฝนตกหนัก ท้องทะเลหลวงมีคลื่นสูง และแจ้งให้ทางการท้องถิ่นทุกจังหวัดภาคกลางลงไปจนถึงตอนใต้สุดเตรียมรับมือไต้ฝุ่นลูกใหม่ซึ่งจะเป็นลูกที่ 12 ที่พัดเข้าทะเลจีนใต้และเข้าฝั่งเวียดนามในปีนี้

"กระสา" พายุใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นในต้นหน้าหนาว ปั่นตัวเองขึ้นเป็นไต้ฝุ่นระดับ 2 และระดับ 1 ได้อ่อนตัวลงเป็นพายุโซนร้อนในวันอาทิตย์ที่ผ่านมาและกลายสภาพเป็นดีเปรสชั่นที่ยังมีกำลังแรงดังคาดทุกประการ ภาพดาวเทียมอุตุนิยมวิทยา MTSAT ในเช้าวันจันทร์นี้ แสดงให้เห็นดีเปรสชั่นลูกใหญ่ยังคงปั่นไอน้ำติดตามเป็นทางยาวจากย่านใจกลางทะเลจีนใต้ไปจนถึงทะเลจีนตะวันออก

ตามแผนภูมิพยากรณ์โดยศูนย์อุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์กลางเวียดนามที่ออกเวลา 11.30 น.วันจันทร์นี้ ดีเปรสชั่นกระสายังคงเคลื่อนตัวในแนวตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับเมื่อครั้งยังเป็นไต้ฝุ่นและพายุโซนร้อน คาดว่าจะเข้าถึงฝั่งแถบตอนใต้นครด่าหนังกลางดึกคืนนี้ ก่อนไปสลายตัวเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในเขตรอยต่อภาคตะวันออกเฉียงเหนือกัมพูชากับชายแดนเวียดนาม


เช้าวันจันทร์ 4 พ.ย.นี้เขตวิซายาาส (Visayas) หรือหมู่เกาะภาคกลางฟิลิปปินส์ลงไปจนถึงเกาะใหญ่มินดาเนาทางตอนใต้ถูกปกคลุมด้วยไอน้ำในภาพดาวเทียม MTSAT ขององค์การการอวกาศและสมุทรศาสตร์แห่งชาติสหรัฐ ขณะดีเปรสชั่นลูกใหญ่กำลังกระชับความหนาแน่นเพื่อปั่นตัวเองขึ้นเป็นพายุโซนร้อนและไต้ฝุ่นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าโดยมีปลายทางที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้เวียดนามตัดตรงเข้านครโฮจิมินห์ แต่ที่กำลังสร้างความกังวลมากยิ่งกว่าก็คือพายุโซนร้อนไห่แย่น (Haiyan) ที่จะถีบตัวเองขึ้นเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นขณะเข้าซัดถล่มภาคกลางฟิลิปปินส์วันพุธนี้.

สถานการณ์เช่นนี้กำลังจะทำให้เกิดฝนตกทั่วไปจนถึงหนักในบริเวณที่ดีเปรสชั่นพัดเข้าถึงฝั่ง ศูนย์อุตุนิยมวิทยาฯ ในกรุงฮานอยได้เตือนให้ชาวเรือระมัดระวังคลื่นสูงในทะเล และให้เรือหาปลาขนาดเล็กกลับเข้าฝั่งภายในวันนี้ขณะเดียวกันก็ออกแจ้งเตือนความเป็นไปได้ที่จะเกิดภัยพิบัติรุนแรงจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลกลากในจังหวัดเขตที่ราบสูงตอนกลางคิดชายแดนกัมพูชา

ในช่วงเดียวกันนี้หลายท้องถิ่นในเวียดนามกำลังเตรียมรับมือพายุโพดุล (Podul) ซึ่งในเช้าวันจันทร์นี้ยังคงรักษาความแรงในระดับดีเปรสชั่นและยังคงปั่นความเร็วขึ้นสู่ระดับพายุโซนร้อน ทั้งนี้เป็นรายงานของศูนย์ร่วมแจ้งเตือนภัยไต้ฝุ่น หรือ JTWC (Joint Typhoon Warning Center) ซึ่งเป็นหน่วยงานของกองทัพเรือสหรัฐ


แผนภูมิพยากรณ์โดย TSR ในกรุงลอนดอนที่ออกตอนเช้าวันจันทร์ 4 พ.ย.นี้ แสดวงให้เห็นเส้นทางเคลื่อนตัวของพายุโซนร้อนไห่แย่น (Haiyan) ที่ก่อตัวเมื่อวันอาทิตย์ในแถบหมู่เกาะไมโครนีเซีย ไห่แย่นกำลังปั่นความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางขึ้นเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1, 2, 3 อย่างรวดเร็วมาก และจะขึ้นถึงระดับ 4 ขณะเข้าซัดถล่มภาคกลางฟิลิปปินส์ในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้.

ในวันจันทร์นี้เช่นกันหลายจังหวัดในเขตวิซายาส (Visayas) หรือเขตหมู่เกาะภาคกลางฟิลิปปินส์กำลังเผชิญกับฝนตกหนักอันเป็นอิทธิพลของดีเปรสชั่นลูกที่ 30 กับพายุโซนร้อนไห่แย่น (Haiyan) ที่ห่างออกไปทางทิศตะวันออก 100 กิโลเมตรเศษ

ไห่แย่นเป็นพายุลูกที่ 31 ก่อตัวในทะเลแปซิฟิกเมื่อวันอาทิตย์ในเวลาไล่เรี่ยกันกับลูกก่อน แต่อยู่ห่างกันออกไปหลายร้อยกิโลเมตร องค์การอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติหรือ PAGASA กล่าวว่า ไห่แย่นกำลังจะปั่นความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางขึ้นเป็นไต้ฝุ่นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าขณะพัดเข้าภาคกลางตอนล่างกับตอนใต้ของประเทศ ก่อนทะลุทะลวงสู่ทะเลจีนใต้อีกลูกหนึ่งวันพฤหัสบดีนี้ โดยมีปลายทางที่ฝั่งทะเลภาคกลางของเวียดนามเช่นกัน

"ไห่แย่นมีโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองขึ้นเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นได้" PAGASA กล่าว ทั้งเตือนให้ประชาชนติดตามการพยากรณ์อย่างใกล้ชิดในระยะ 24 ชั่วโมงข้างหน้า


ภาพขยายส่วนหัวของไต้ฝุ่นไห่แย่น (Haiyan) ในแผนภูมิของ TSR ขณะเป็นไต้ฝุ่นระดับ 4 เต็มกำลังตอนเข้าซัดหมู่เกาะฟิลิปปินส์ในวันพฤหัสบดีนี้ ก่อนเคลื่อนเข้าทะเลจีนใต้อีกลูกหนึ่งขณะเป็นไต้ฝุ่นระดับ 3 นี่คือพายุที่ JTWC พยากรณ์เอาไว้คืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่าปลายทางของมันในอีก 4 วันข้างหน้าอยู่ที่อ่าวไทยกับทะเลอันดามัน.

อย่างไรก็ตามแผนภูมิพยากรณ์ที่ออกโดยสำนัก TSR (Tropical Storm Risk) ในกรุงลอนดอนเช้าวันจันทร์นี้แสดงให้เห็นไห่แย่นไต้ฝุ่นระดับ 4 ขณะอาละวาดเหนือเขตหมู่เกาะภาคกลางในช่วงกลางสัปดาห์นี้ ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ทะเลจีนใต้แถบหมู่เกาะสแปร็ตลีย์ขณะยังเป็นไต้ฝุ่นระดับ 1

TSR กับหน่วยอุตุนิยมวิทยาอีกหลายแห่งในย่านนี้ต่างออกเตือนเรือหาปลาให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงในทะเลจีนใต้ในช่วงนี้เช่นกัน.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 05-11-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,360
Default

ผู้จัดการออนไลน์


ชูทะเลหมอกพะเนินทุ่ง แก่งกระจาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวในฝัน


จุดชมวิวทะเลหมอก กม.30 ”เขาพะเนินทุ่ง”

ททท.ภาคกลาง ชวนสัมผัสทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่ง อุทยานฯแก่งกระจาน ชูเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฝัน (Dream Destination) ใกล้กรุงเทพที่มีทะเลหมอกตลอดทั้งปี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี ชวนนักท่องเที่ยวเที่ยวเขาพะเนินทุ่ง สัมผัสทะเลหมอก ณ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หลังจากที่ทางอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้ปิดอุทยานฯ ในส่วนของเขาพะเนินทุ่งและบ้านกร่างแคมป์ เพื่อให้แหล่งท่องเที่ยวและธรรมชาติในอุทยานฯ ได้ฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ โดยได้มีการเปิดให้เข้าชมพื้นที่ดังกล่าวเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา

เขาพะเนินทุ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี ซึ่งเป็นเขตแดนที่กั้นระหว่างประเทศไทยและประเทศพม่า ซึ่งมีผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ประกอบด้วยสัตว์ป่าและพันธุ์ไม้นานาชนิด และผืนป่าแห่งนี้ยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำปราณบุรีและแม่น้ำเพชรบุรี


เส้นทางสู่เขาพะเนินทุ่ง

อุทยานฯแห่งชาติแก่งกระจานมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ อาทิ จุดชมทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่ง ที่นักท่องเที่ยวสามารถชมทะเลหมอกได้เกือบตลอดปี ในยามเช้าจะมองเห็นทะเลหมอกปกคลุมทั่วหุบเขา ซึ่งจุดที่ชมทะเลหมอกที่สวยที่สุดได้แก่จุดชมทะเลหมอก กม.30 และกม.36 โดยทางอุทยานฯได้กำหนดเวลาขึ้นลงเขาพะเนินทุ่ง คือ เวลาขึ้น 05.30-07.30 น. และ 13.00-15.30 น. เวลาลง 9.00-10.00 น. และ 16.00-17.00 น.

นอกจากนั้นยังมีบ้านกร่างแคมป์ ซึ่งเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบการเดินป่า ซึ่งตามเส้นทางสามารถพบเห็นพันธุ์ไม้หายาก หรือสัตว์ป่าได้อีกด้วย เช่น เก้ง อีเห็น ค้างแว่นถิ่นใต้ นกชนิดต่างๆ โดยในฤดูร้อนนั้นสามารถพบฝูงผีเสื้อเป็นจำนวนมาก ส่วนน้ำตกทอทิพย์ เป็นน้ำตกที่มีความสูง 9 ชั้น แต่ละชั้นจะมีความสวยงามและแปลกตา โดยที่ชั้น5 จะเป็นชั้นที่สวยที่สุด


“ค่างแว่นถิ่นใต้” มีให้เห็นตามเส้นทางขึ้นสู่เขาพะเนินทุ่ง

นักท่องเที่ยวสามารถพักแรมภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้ โดยทางอุทยานฯมีพื้นที่สำหรับกางเต็นท์และบ้านพักไว้รับรองนักท่องเที่ยว สามารถตรวจสอบข้อมูลหรือสำรองบ้านพักได้ทาง www.dnp.go.th ได้ล่วงหน้า 60 วัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)สำนักงานเพชรบุรี โทร. 0-3247-1005 ถึง 6 อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โทร. 0-3245-9293

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 05-11-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,360
Default

มติชน


การอพยพของต้นไม้ ................................. โดย ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์



ความวิปริตแปรปรวนของสภาพลมฟ้าอากาศที่เกิดขึ้นในโลกนี้เชื่อว่าไม่ว่าใครก็รู้สึกถึงมันได้ และสาเหตุของมันหนีไม่พ้นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันเนื่องมาจากอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกร้อนขึ้นด้วยฝีมือของมนุษย์ ซึ่งโดยหลักๆ แล้วมาจากการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่างๆ และเชื่อกันอีกด้วยว่าเป็นปัญหาที่เราคงจะแก้กันไม่ได้ เว้นแต่การชะลอความเร็วลงมาเพื่อไม่ต้องเจอกับหายนะครั้งใหญ่กันเร็วมากเกินไป

เราใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะยอมรับกันอย่างเป็นเอกฉันท์หรือเกือบเอกฉันท์ในหมู่นักวิทยาศาสตร์ว่ามนุษย์คือตัวการของปัญหา สภาวะโลกร้อน ถ้าไม่หาทางแก้ไขก็จะเผชิญวิกฤตที่ร้ายแรงยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ

ตรงกันข้ามกับสิ่งมีชีวิต อย่างน้อยก็พืชที่รับรู้สภาวะการเปลี่ยนแปลงของโลกได้ดีกว่ามนุษย์ และมีความพยายามปรับตัวมานานแล้ว

จากการศึกษาของ เคน ฟรีลีย์ นักชีววิทยาแห่งมหาวิทยาลัยนานาชาติฟลิริกาในไมอามี พบว่าต้นไม้ในเทือกเขาแอน ดีส ทางตอนใต้ของเปรูพากันอพยพขึ้นที่สูงเพื่อแสวงหาบริเวณที่อากาศเย็นพอ หล่อเลี้ยงชีวิตพวกมันได้ ส่วนใหญ่ของต้นไม้เหล่านี้คือต้นไม้ที่ไม่สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ เพราะการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นค่อนข้างเร็วเกินไป

จากการศึกษาเป็นเวลาราวสิบปีของฟรีลีย์และคณะพบว่าสิ่งมีชีวิตเขตร้อนค่อยๆ เคลื่อนย้ายขึ้นสู่ที่สูงไปเรื่อยๆ เมื่อพวกมันขยายพันธุ์ ต้นไม้ชนิดต่างๆ ในเขตทรอปิคอล แอนดีน เคลื่อนตัวสูงขึ้นไปราวๆ 8-12 ฟุตต่อปี (ราวๆ 2.5-3 เมตร) หากนึกเห็นภาพของภูเขาอยูเบื้องหน้าเรา บริเวณที่เป็นสีเขียวหนาแน่นจะร่นสูงขึ้นไปทุกปี ถ้า 10 ก็สูงขึ้นไป 25-30 เมตร ซึ่งนับว่าไม่น้อยเลย

แต่ในทรรศนะของฟรีลีย์แล้ว การเคลื่อยย้ายหนีภัยโลกร้อนของต้นไม้เขาศึกษาเรื่องนี้ยังช้าเกินไป หากจะรักษาความสมดุลไว้ได้ต้นไม้จะต้องเคลื่อนขึ้นที่สูงอย่างน้อยปีละ 20 ฟุต ในแนวตั้ง

ช้าเกินไปหมายถึงไม่ทันที่จะรับมือกับสภาพการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนั่นหมายถึงปริมาณที่ลดน้อยถอยลงของต้นไม้นั่นเอง ต้นไม้ชนิดที่ปรับตัวได้เร็วก็จะอยู่รอดได้ แต่มีไม่มากชนิดนักที่เร็วพอ

มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งคาดการณ์ว่าภายในปี 2100 หรือเร็วกว่านั้น ต้นไม้ร้อยละ 50 จะตายไปหากอุณหภูมิเฉลี่ยสูงขึ้น 7 องศาฟาเรนไฮต์ และหากอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงกว่านั้นซึ่งเป็นไปได้ อัตราการสูญพันธุ์ก็จะสูงถึงร้อยละ 90

ปรากฏการณ์ที่ฟ้องได้ชัดที่สุดสำหรับสภาวะโลกร้อนก็คือน้ำแข็งขั้วโลกละลาย ทว่าผลกระทบของมันกว้างขวางครอบคลุมมากกว่าแค่การที่หมีขั้วโลกจะไม่มีที่อยู่มากมายนัก

แต่โดยทั่วไปแล้วมักจะมองไม่เห็นหรือไม่สามารถเชื่อมโยงได้

เราจึงรักเขื่อนยิ่งกว่าป่า ด้วยข้ออ้างที่ว่าเขื่อนช่วยคน แต่ไม่สามารถเชื่อมโยงได้ว่าป่าช่วยโอบอุ้มมนุษย์โดยรวมไว้อย่างไร เพราะเรามองไม่ออกว่าธรรมชาติมีบทบาทสำคัญต่อการควบคุมดูแลภูมิอากาศและอุณหภูมิของโลกได้อย่างไรั้

แบบแผนภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในภูมิภาคหนึ่งๆ เพียงไม่มากนักสามารถส่งผลสะเทือนมหาศาลต่อภูมิภาคอื่นๆ แต่ทุกวันนี้ความหวังของเราเลือนรางลงเรื่อยๆ เพราะป่าฝนเขตร้อนนับวันจะถูกกระทำย่ำยีลงเรื่อยๆ ปัญหาที่โลกเผชิญจากสภาพภูมิอากาศสุดโต่งก็หนักหนาสาหัสขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งที่ตัวการใหญ่ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกือบครึ่งหนึ่งของโลกมาจากแค่สองประเทศคือสหรัฐอเมริกากับสาธารณรัฐประชาชนจีนรวมกัน


***************************************************************************


ชุดสำรวจพบแล้วเรือลำเลียงนักท่องเที่ยวที่จมอ่าวพัทยา-คาดกระแทกโขดหินใต้ทะเล



จากกรณี อุบัติเหตุเรือลำเลียงรับส่งนักท่องเที่ยวระหว่างท่าเรือแหลมบาลีฮาย กับเกาะล้านเมืองพัทยา ประสบอุบัติเหตุอับปางลงบริเวณหน้าหาดนวล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ห่างจากชายฝั่งพัทยาประมาณ 7 กม. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต สูญหาย และบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 3 พ.ย.56 ที่ผ่านมานั้น

ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 4 พ.ย. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า หลังจากที่ ตำรวจน้ำ กรมเจ้าท่า ชุดปฏิบัติการพิเศษทัพเรือภาคที่ 1 กองทัพเรือ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เดินทางไปยังจุดเรือจม เพื่อลงสำรวจใต้ท้องทะเล ที่คาดว่าอาจมีนักท่องเที่ยวติดอยู่ภายในซากเรือนั้น และจากการค้นหาในเบื้องต้นไม่พบเรือที่อับปางยังจุดเกิดเหตุแต่อย่างไร

ทว่า ต่อมาเจ้าหน้าที่ กระจายกันออกค้นหาด้วยระบบ “โซน่า” ของเรือตรวจการณ์ จนกระทั่งมาพบเรือที่อับปาง หลังถูกคลื่นและกระแสลมพัดซัดลอยออกมาจากจุดที่ล่ม โดยตำแหน่งสุดท้ายอยู่บริเวณด้านตะวันออกของเกาะครก ซึ่งอยู่ทางด้านทิศใต้ของเกาะล้าน ห่างจากจุดเกิดเหตุพอสมควร และจากการสำรวจในเบื้องต้นไม่พบผู้ที่สูญหายติดอยู่ในซากเรือจมแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ ดำน้ำเข้าตรวจค้นภายในเรือที่จมอยู่ใต้น้ำ เบื้องต้นไม่พบศพผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม จึงทำการสำรวจตัวเรือ พบว่ามีรอยแตกกว้างประมาณ 2 ฟุต บริเวณด้านหน้ากราบซ้ายหัวเรือ ซึ่งอาจเกิดจากเรือบรรทุกน้ำหนักมาก คนขับเรือไม่ชำนาญเส้นทาง จึงกระแทกเข้ากับหินใต้ทะเลจนเรืออับปางดังกล่าว

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 05-11-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,360
Default

มติชน


จิสด้าเตือนระวังชิ้นส่วนจรวดอินเดียตกอันดามัน นอกชายฝั่งพังงา



เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ องค์การมหาชน หรือจิสด้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) กล่าวว่า องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (ISRO) ได้ประกาศแจ้งข่าวที่รัฐบาลอินเดียกำหนดส่งดาวเทียมสำรวจดาวอังคารดวงแรกของประเทศขึ้นสู่อวกาศ โดยใช้จรวดนำส่ง PSLV-C25 จากศูนย์อวกาศตีศธวัน (Satish Dhawan Space Centre SHAR) บนเกาะศรีหริโกฎา และมีกำหนดจะนำส่งขึ้นวันที่ 5 พฤศจิกายน 2556 เวลา 16.38 น. ตามเวลาประเทศไทย แต่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศและปัจจัยอื่นๆ

นายอานนท์กล่าวว่า โดยวิถีการนำส่งนี้ดาวเทียมดวงนี้ จะพาดผ่านน่านฟ้าจากมหาสมุทรอินเดียไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก จิสด้าได้จัดทำแผนที่ โดยใช้ข้อมูลที่ได้รับจากรัฐบาลอินเดีย ซึ่งแสดงถึงวิถีพาดผ่านเหนือภาคใต้ของประเทศไทยบริเวณจังหวัดพังงา สุราษฎร์ธานี กระบี่ นครศรีธรรมราช ตรัง และพัทลุง

โดยคาดว่าจะมีชิ้นส่วนจากจรวดนำส่งที่จะตกลงมายังพื้นโลก 5 ชิ้น ทั้งหมดจะตกลงในมหาสมุทรอินเดีย โดยคาดว่าชิ้นส่วนชิ้นสุดท้ายที่หนักประมาณ 10 กว่าตัน ซึ่งจะตกใกล้ประเทศไทยมากที่สุด จะตกในทะเลอันดามัน นอกชายฝั่งจังหวัดพังงาประมาณ 360 กิโลเมตร เป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะของสาธารณรัฐอินเดีย

"ดังนั้นจึงขอให้เรือและอากาศยานหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าวในวันที่ 5 พฤศจิกายน ช่วงเวลาตั้งแต่ 16.00-18.00 น. แต่สำหรับพื้นที่บนบกนั้นยังไม่มีความจำเป็นจะต้องเตรียมการใดๆ เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นที่ที่คาดว่าจะไม่ได้รับผล จิสด้าจะได้ติดตามและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลอินเดียถึงเวลาการปล่อยจรวดที่แน่นอนและชัดเจน รวมถึงรายละเอียดต่างๆต่อไป"

นายอานนท์กล่าวว่า หากไม่มีอะไรผิดพลาดในแง่การนำส่ง จรวดดังกล่าวไม่น่าจะมีการเบี่ยงเบน ซึ่งในส่วนของประเทศไทยนั้น จิสด้าร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ กรมอุทกศาสตร์และบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จะช่วยกันเฝ้าระวังในช่วงเวลา 4-6 โมงเย็น โดยจะแจ้งเตือนให้เครื่องบินที่บินในช่วงเวลา และเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว เลี่ยงเส้นทางบินในช่วงเวลาดังกล่าว รวมทั้งเรือที่แล่นผ่านพื้นที่ดังกล่าวด้วย

"แต่ผมค่อนข้างมั่นใจในเรื่องเทคโนโลยีอวกาศของประเทศอินเดีย ที่ค่อนข้างจะก้าวหน้าและทันสมัย ถ้าเทียบกับระดับโลก ถือว่าไม่ได้น้อยหน้าประเทศใด"

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 05-11-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,360
Default

คม ชัด ลึก


ภูเขาไฟ'ซินาบุง'ของอินโดนีเซีย ปะทุสองครั้งซ้อน ทำให้ต้องอพยพคนนับพัน



4 พ.ย.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภูเขาไฟ ซินาบุง บนเกาะสุมาตรา ทางตะวันตกของอินโดนีเซีย เกิดประทุขึ้น 2 ครั้ง เมื่อวันอาทิตย์พร้อมกับพ่นเถ้าถ่านและหินร้อนสีแดงขึ้นไปในอากาศสูงถึง 7 กิโลเมตร ทำให้ประชาชนมากกว่า1 พันคน ต้องอพยพออกจากบ้านเรือนด้วยความตื่นตระหนก

ทั้งนี้ ภูเขาไฟ ซินาบุง เคยประทุครั้งแรกในรอบ 3 ปี เมื่อเดือนกันยายน ทำให้ประชาชนหลายพันคน พากันหนีออกจากบ้านเรือนเช่นกัน และเกิดการประทุแต่ไม่สม่ำเสมอหลังจากนั้นเรื่อยมา

รายงานยังระบุว่า เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ภูเขาไฟได้พ่นเถ้าถ่านและหินร้อนขึ้นไปในอากาศสูงถึง 7 กิโลเมตร ก่อนจะประทุอีกครั้งในตอนบ่าย ตำรวจและทหารได้สนธิกำลังกันอพยพประชาชนจากหมู่บ้านหลายแห่งภายในรัศมี 3 กิโลเมตร รอบภูเขาไฟ หลังเกิดการประทุครั้งแรก

สำนักงานรับมือภัยพิบัติแห่งชาติ ยืนยันว่า ได้มีการอพยพประชาชน 1,293 คน ออกจากบริเวณรอบภูเขาไฟไปยังสถานที่ปลอดภัย แต่จำนวนผู้อพยพจะเพิ่มขึ้นอีก เพราะเมื่อครั้งที่ภูเขาไฟปะทุครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน ได้มีการอพยพประชาชนกว่า 1,500 คน

อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซีย ได้ชื่อว่า เป็นที่ตั้งของภูเขาไฟมีพลัง หรือมีการระเบิดค่อนข้างถี่ และอยู่บนรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกที่รู้จักกันในชื่อ วงแหวนแห่งไฟ ระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดียเมื่อเดือนสิงหาคม ได้เกิดการปะทุของภูเขาไฟในจังหวัด อีสต์ นูซา เต็งการ่า ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คนอีกหลายร้อยคนต้องอพยพ แต่ภูเขาไฟที่มีพลังมากที่สุด คือ เมราปี ในชวากลาง ที่คร่าชีวิตประชาชนไปกว่า 350 คน ในการปะทุอย่างต่อเนื่องเมื่อปี 2553

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:36


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger