เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,309
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2560

กรมอุตุนิยมวิทยา

ลักษณะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียสกับมีหมอกในตอนเช้า แต่ยังคงมีอากาศเย็น ในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีฝนบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนบริเวณภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย


พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 10-14 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 15-16 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนเล็กน้อยบางแห่งในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกต่อเนื่อง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 10-16 พ.ย. ประชาชนบริเวณภาคใต้ ขอให้ระวังอันตรายฝนตกสะสมไว้ด้วย ออกประกาศ 10 พฤศจิกายน 2560
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,309
Default

ข่าวสด


อย่าตระหนก หนอนนิวกินี โผล่ในไทย แนะกำจัดด้วย เกลือป่น ขี้เถ้า น้ำร้อน




นักวิชาการแนะใช้ เกลือป่น ขี้เถ้า น้ำร้อน กำจัด หนอนนิวกินี ชี้ก่ออันตรายแก่คนได้แต่มีโอกาสน้อย ควรเร่งกำจัดเพื่อป้องกันระบบนิเวศ
จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ภายหลังมีการพบ หนอนนิวกินี สัตว์รุกรานต่างถิ่นที่น่ากลัวที่สุดของโลก ครั้งแรกในประเทศไทย จนสร้างความหวั่นวิตกให้กับผู้เกี่ยวข้องว่าจะมันจะทำให้ระบบนิเวศในไทย และอาจเป็นพาหะนำโรคไข้สมองอักเสบมาสู่คนได้นั้น

ล่าสุด ดร.นณณ์ ผาณิตวงศ์ นักวิชาการอิสระ ผู้ก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ขณะนี้มีการพบ หนอนนิวกินี แล้ว ใน 5 จังหวัดของไทย อาทิ กทม., เชียงใหม่, สงขลา, ปทุมธานี และชลบุรี

ซึ่งเบื้องต้นได้มีการเก็บตัวอย่างหนอนหนอนนิวกินีมาศึกษาแล้ว พบว่าหากตัดหนอนขาดเป็นท่อน มันไม่ตาย คาดว่าสเต็มเซลล์หนอนจะมีตลอดชีวิต พอมีบาดแผลก็จะไปสร้างอวัยวะขึ้นมาใหม่ดังนั้นวิธีการกำจัดหนอนนิวกินีให้ได้ผลควรใช้เกลือป่น น้ำร้อน หรือ ขี้เถ้าก็ทำให้นอนตายได้

ส่วนที่มีบางส่วนกังวลว่าจะส่งผลอันตรายต่อคนนั้น ก็อาจเป็นไปได้แต่โอกาสขึ้นน้อย หากไม่เผลอกินมันเข้าไป แต่กระนั้นไม่ควรวิตกกังวลกับเรื่องดังกล่าว ควรห่วงคือระบบนิเวศน์มากกว่าเนื่องจากถ้ามันกินหอยทากหมด มันจะกินไส้เดือน แมลงอื่น ๆ ดังนั้นอยากให้ช่วยกันกำจัด จะได้ไม่ลุกลาม

สำหรับ หนอนนิวกินี มีลักษณะเหมือนปลิงสีน้ำตาลไหม้เกือบดำ มีลายพาดกลางหลัง ขนาดประมาณ 4-5 ซม. หรืออาจจะยืดได้ประมาณ 6-7 ซม. โดยพวกมันมีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกินหอยทากเป็นอาหาร

คลิป/ภาพ จาก Rungrote Somboonkao



ผู้จัดการ

ผวา..ลูกจระเข้โผล่คลองชลฯพิษณุโลก แต่ยังหาพ่อ-แม่ไม่เจอ




พิษณุโลก - ชาวบ้านมีผวา เจอลูกจระเข้โผล่หัวลอยคอริมคลองชลประทานพิษณุโลก โร่แจ้งทีมกู้ภัยใช้บ่วงรัดมัดจับ แต่หาไม่เจอพ่อ-แม่

เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพคงคลธรรม ได้จับลูกจระเข้ที่บริเวณคลองระบายน้ำชลประทาน ติดกับวัดบ้านคลอง ต.บ้านคลอง อ.เมืองพิษณุโลก วัดความยาวประมาณ 85-90 เซนติเมตร อายุประมาณ 1 ปีครึ่ง ได้เมื่อเย็นวานนี้(10 พ.ย.) หลังชาวบ้านที่หาปลาพบเห็นลูกจระเข้ ลอยหัวอยู่ริมคลองชลฯ

นายสุริยา สอนเขียว ประธานกรรมการมูลนิธิมิตรภาพคงคลธรรม กล่าวว่า ชาวบ้านที่หาปลาแจ้งว่าพบลูกจระเข้ลอยอยู่บริเวณริมคลองชลประทาน จึงรีบไปดูและเห็นลอยคอมาริมตลิ่ง จึงนำไม้คล้องเชือกจับลูกจระเข้ตัวดังกล่าวไว้ได้ ตรวจสอบยังไม่พบว่ามีพ่อ-แม่ของเจ้าจระเข้ปรากฎให้เห็น แต่ก็ไม่ทราบว่าลูกจระเข้ตัวนี้หลุดมาจากไหนกันแน่เหมือนกัน

จากนั้นได้ติดต่อเจ้าหน้าที่สำนักบริหารและอนุรักษ์ที่ 11 พิษณุโลก ซึ่งได้ส่งทีมสัตวแพทย์ประจำสำนักฯเดินทางมารับตัวลูกจระเข้ไว้อนจะส่งต่อให้สำนักงานประมงจังหวัด รับไปดูแลอีกครั้ง





แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย แมลงปอ : สัปดาห์ที่แล้ว เมื่อ 08:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,309
Default

ผู้จัดการออนไลน์


สูดอากาศสดชื่นที่ ?อุทยานจุฬาฯ 100 ปี? พื้นที่สีเขียวใจกลางกรุงเทพฯ



อุทยานจุฬาฯ 100 ปี

เมืองหลวงของเราในทุกวันนี้ มีแต่ตึกอาคารสูงๆ เกิดขึ้น และการจราจรยังเนืองแน่น เวลารถติดไฟแดงแต่ละที ก็จะเกิดควันไอเสียคละคลุ้งเต็มไปหมด ทำให้คนกรุงส่วนมากโหยหาพื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ไว้พักผ่อนปอดบ้าง ซึ่งหากให้ฉันนึกถึง ?พื้นที่สีเขียวใจกลางเมือง? หรือ ?ป่าในเมือง? ชื่อของ ?อุทยานจุฬาฯ 100 ปี? ก็จะผุดเข้ามาในความคิดของฉันเป็นอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้



ภายในมีจักรยานให้ปั่นออกกำลังกาย

?อุทยานจุฬาฯ 100 ปี? ตั้งอยู่บนพื้นที่ 28 ไร่ ใจกลางเมือง ใกล้กับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงสวนสาธารณะ ที่มีพื้นที่สีเขียวที่ช่วยฟอกปอดให้ชาวกรุงอย่างเดียวเหมือนที่ฉันบอกในตอนแรกเท่านั้น แต่ยังได้ออกแบบเน้นให้มีพื้นที่ที่สามารถทำกิจกรรมได้หลากหลาย เช่น ออกกำลังกายในยามเช้า-เย็น เป็นจุดนัดพบหรือนัดรวมตัวของกลุ่มเพื่อน ไว้สำหรับเดินเล่นสูดอากาศ หรือพาสัตว์เลี้ยงมาเล่น


ต้นไม้น้อยใหญ่ภายในอุทยาน

ก้าวแรกที่ฉันได้เข้ามาในเขตพื้นที่นี้ ฉันได้เห็นต้นไม้นานาพันธุ์ ทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ดอก และสระน้ำขนาดกลางที่มองดูแล้วชุ่มฉ่ำสบายตา โดนที่นี่จะปลูกต้นไม้ท้องถิ่นกระจายอยู่ทั่วสวน เช่น ไม้มะค่า ไม้เต็ง ไม้ตะเคียน ส่วนต้นไม้ปลูกเป็นต้นไม้หลักก็คือ ?ต้นจามจุรี? สัญลักษณ์ของจุฬาฯ ที่นอกจากให้ร่มเงาแก่รอบๆ บริเวณรอบข้างแล้วส่วนของ ?ราก? นั้น ยังช่วยเก็บความชุ่มชื้นไว้ในดินได้เป็นอย่างดี ส่วนโดยรอบของอุทยานจะมีเลนสำหรับให้ขี่จักรยานและทางเดินเท้า เพื่อลดมลภาวะอีกด้วย


ห้องเรียนกลางแจ้ง

ภายในอุทยานยังถูกออกแบบมาเพื่อทำหน้าที่เป็นเหมือน ?ห้องเรียนกลางแจ้ง? ที่ให้อาจารย์พานักเรียน นิสิต มาทำการเรียนการสอนนอกห้องเรียน เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศจากการเรียนในห้องสี่เหลี่ยม มาเป็นการเรียนในสวน โดยได้แบ่งพื้นที่กิจกรรมหลักๆ ออกเป็นสามส่วน คือ

1. พื้นที่ทำกิจกรรมขนาดเล็ก
มีทั้งหมด 8 จุด แต่ละจุดจุคนได้ไม่เกิน 50 คน ตั้งอยู่รอบอุทยานบริเวณริมขอบด้านหน้า มีลักษณะเป็นที่นั่งกลางแจ้งรูปแบบครึ่งวงกลม เว้นพื้นที่ตรงกลางสำหรับเป็นที่บรรยาย หรือทำกิจกรรมแบบกลุ่ม โดยแบ่งชื่อห้องตามลักษณะของพื้นที่นั้นๆ ได้แก่ Earth Room, Bamboo Room, Gravel Room, Herb Room, Sand Room, Vine Room, Forest Room และ Stone Room

พื้นที่สนามหญ้า

2. พื้นที่ทำกิจกรรมขนาดกลาง
มีทั้งหมด 4 จุด ความจุแต่ละจุดจะแตกต่างกันออกไปตั้งแต่ 750-1,640 คน โดยจะแบ่งพื้นที่สนามหญ้าตรงกลางออกเป็น 3 จุด และส่วนข้าง (ด้านหลัง) ของอุทยานอีก 1 จุด


3. พื้นที่ทำกิจกรรมขนาดใหญ่
มีทั้งหมด 2 จุด จุดแรกคือสนามหญ้าตรงกลางทั้งหมดของอุทยาน จุได้ 7,000 คน และอีกจุดคือ ส่วนข้างทั้งหมดของด้านหลังอุทยาน จุได้ 2,780 คน

อีกความพิเศษที่ทำให้อุทยานแห่งนี้แตกต่างจากที่อื่นก็คือ พื้นที่โดยรวมของอุทยานจะถูกออกแบบให้ยกขึ้นจนลาดเอียง (มีลักษณะด้านหลังยกสูงและค่อยๆ เอียงไล่ระดับจนมาเป็นระดับระนาบ) เพื่อให้น้ำฝนไหลมารวมกันที่สระน้ำด้านหน้าสุด ที่ออกแบบเช่นนี้เพราะมีการคาดคะเนว่าในอนาคตกรุงเทพฯ อาจจะประสบปัญหาภัยแล้งได้ จึงต้องออกแบบให้อุทยานสามารถกักเก็บน้ำไว้ได้

โดยน้ำทั้งหมดที่กักเก็บได้ จะถูกนำไปใช้ในการหล่อเลี้ยงต้นไม้ในบริเวณอุทยานทั้งหมด นอกจากนี้สระน้ำนี้ยังมีระบบบำบัดน้ำเสียตามธรรมชาติ โดยน้ำที่ไหลผ่านทางลาดเอียงจะผ่านกระบวนการบำบัดน้ำเสียโดยรากไม้ของต้นไม้ในสวนจะช่วยกรองน้ำหนึ่งรอบก่อนที่จะไหลลงสระน้ำ

สำหรับใครที่ต้องเจอกับมลภาวะทางอากาศทุกวัน ฉันแนะนำให้หาเวลาในวันว่างมาฟอกปอดให้สะอาดขึ้นที่ ?อุทยานจุฬาฯ 100 ปี? ดูบ้าง รับรองว่าจะได้รับความสดชื่นกลับบ้านไปแน่นอนไม่ใช่

?อุทยานจุฬาฯ 100 ปี? ตั้งอยู่ข้าง I?m Park จุฬาฯ ซอย 5 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เปิดให้เข้าทุกวัน เวลา 05.00-22.00 น.






[/COLOR]
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:39


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2017, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger