เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,459
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน 2563

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีนได้แผ่ลงมา ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นและมีลมแรง ส่วนบริเวณยอดดอยและยอดภู มีอากาศหนาว ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไป ขอให้ประชาชนบริเวณบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและอาจจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

อนึ่ง พายุโซนร้อน "เอตาว" (พายุระดับ 3) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในวันนี้ (วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน (พายุระดับ 2) และหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศกัมพูชา ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออก มีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 10 ? 15 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบน มีอุณหภูมิลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นและมีลมแรง ในขณะที่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนบนและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อนึ่ง พายุโซนร้อน "เอตาว" (พายุระดับ 3) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางมีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 10 พ.ย. 63 ทำให้ในช่วงวันที่ 10 ? 12 พ.ย. 63 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก มีฝนบางแห่งกับมีลมแรง สำหรับพายุดีเปรสชัน (พายุระดับ 2) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก คาดว่า จะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ในช่วงวันที่ 11 ? 12 พ.ย. 63 และแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน (พายุระดับ 3)


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวนไว้ด้วย และประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุโซนร้อน "เอตาว" (พายุระดับ 3) (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 10 ? 11 พ.ย. 2563)" ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2563

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (10 พฤศจิกายน 2563) พายุโซนร้อน "เอตาว" (พายุระดับ 3) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากทางด้านตะวันออกของเมืองนาตรัง ประเทศเวียดนาม ประมาณ 200 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 12.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.0 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง ในวันนี้ (วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563) หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชัน (พายุระดับ 2) และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณประเทศกัมพูชา ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกมีฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง ขอให้เกษตรกรบริเวณดังกล่าวเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย









__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : สัปดาห์ที่แล้ว เมื่อ 03:40
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,459
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ทช.เร่งตรวจสอบกระดูกวาฬโบราณที่บ้านแพ้ว ยาวกว่า 15 เมตร มีอายุหลายพันปี



สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 3 ลุยตรวจกระดูกวาฬที่ขุดค้นพบในที่ดินไกลทะเล ใน อ.บ้านแพ้ว เบื้องต้นคาดว่าขนาดยาวกว่า 15 เมตร และอายุหลายพันปีแน่นอน ทั้งนี้จะเร่งขุดกระดูกมาเข้าเฝือกไปเก็บรักษา

หลังจากที่ เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2563 ที่ผ่านมา ได้มีข่าวปรากฏว่า พบโครงกระดูกขนาดใหญ่ ในพื้นที่บ่อดินของบริษัท ไบรท์ บลู เวอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ตั้งอยู่ที่ ม.5 ต.อำแพง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร และหลังจากนั้น ทางสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 ศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก กลุ่มวาฬไทย ได้ลงสำรวจเบื้องต้น โดยคาดว่าน่าจะเป็นกระดูกวาฬโบราณ แต่ยังไม่ทราบสายพันธุ์

ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ของวันที่ 9 พ.ย.2563 ทางสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 3 กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงกรมศิลปากร และหน่วยงานอื่นๆ ก็ได้ลงพื้นที่อีกครั้งเพื่อเตรียมกู้ซากขึ้นมา และจะได้สำรวจหาสายพันธุ์ ขนาด อายุ ที่แท้จริง

นายทินกร ทาทอง ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 3 กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ชี้แจงในเบื้องต้นว่า ตอนนี้เท่าที่สันนิษฐานจากชิ้นส่วนที่พบ ก็คาดว่าน่าจะเป็นวาฬที่มีขนาดใหญ่ เพราะส่วนที่เห็นนั้นเป็นกระดูกที่ค่อนมาทางหาง ส่วนตัวน่าจะอยู่ใต้ดินที่เป็นถนน และหลังจากนี้ต้องรีบทำการขุดกู้ซากให้เร็วที่สุด เพราะถ้าปล่อยไว้จะเสียหายมากกว่านี้ เพราะกระดูกหากอยู่ในดินจะถูกรักษาตามธรรมชาติ แต่ถ้าเมื่อใดถูกขุดขึ้นมา สภาพอากาศ และปัจจัยต่างๆ จะทำให้ชำรุด อย่างไรด็ตามเวลาที่จะใช้กู้ซากนั้นก็ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง

ผอ.สำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 3 กล่าวต่อว่า หากสังเกตคร่าวๆ วาฬตัวนี้น่าจะยาวประมาณ 15 เมตรขึ้นไป และเมื่อขุดแล้วก็ต้องเข้าเฝือกกระดูกเป็นส่วนๆ ซึ่งวันหนึ่งน่าจะขุดและเข้าเฝือกโครงกระดูกได้วันละประมาณ 1 เมตรเท่านั้น เพราะต้องค่อยๆ ทำ เพื่อป้องกันการเสียหาย และเมื่อขุดแล้วก็จะต้องนำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ ในห้องที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ไม่อย่างนั้นตัวกระดูกก็จะเสียหาย สำหรับการวิเคราะห์คร่าวๆ นั้น วาฬตัวนี้น่าจะมีอายุมากกว่า 1,000 ปีแน่นอน เพราะดูจากหลักฐานทางธรณีวิทยาควบคู่แล้วพื้นที่ตรงที่พบนี้เคยเป็นทะเลเมื่อหลายพันปีที่ผ่านมา เพราะจุดนี้อยู่ห่างจากทะเลเข้ามาประมาณ 15.3 กิโลเมตร และอยู่ลึกจากผิวดินลงไป 6 เมตร

สำหรับการพบกระดูกวาฬในพื้นที่ตรงนี้ และขนาดลำตัวใหญ่เท่านี้ เพิ่งจะพบเป็นครั้งแรกของไทย ที่ผ่านมาที่เคยพบก็เป็นวาฬในยุคปัจจุบันที่พบในพื้นที่ที่ไม่ห่างจากทะเลมากนัก ซึ่งการพบซากกระดูกในพื้นที่ต่างกันก็บ่งบอกถึงสภาพทางธรณีวิทยาได้ต่างกันด้วย และตอนนี้สิ่งที่นักสำรวจต้องการพบมากที่สุดก็คือส่วนหัว เพราะจะบอกได้ว่าเป็นวาฬสายพันธุ์ไหน และอายุเก่าแก่มากเท่าใด.


https://www.thairath.co.th/news/local/central/1973317
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,459
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


สุดตื่นเต้น! ครั้งแรกในรอบ 10 ปี พบฝูงวาฬโอมูระโผล่อวดโฉม

พังงา - สุดตื่นเต้น! ครั้งแรกในรอบ 10 ปี พบฝูงวาฬโอมูระกว่า 15 ตัว โผล่อวดโฉม คาดพิษโควิด-19 ทำธรรมชาติฟื้นตัว



วันนี้ (9 พ.ย.) นายธีรโชติ ซุ่ยรักษา หรือไกด์โอม ไกด์นำเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา จากบริษัท เช็คอินอันดามัน เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (8 พ.ย.) หลังจากพานักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมความงามที่หมู่เกาะสิมิลัน ระหว่างเดินทางกลับ ก่อนถึงท่าเทียบเรือเช็กอินอันดามัน ประมาณ 20 ไมล์ทะเล ได้พบเห็นปลาขนาดใหญ่ว่ายโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ จึงจอดเรือเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมความงดงามของธรรมชาติ โดยพบว่าฝูงปลาดังกล่าว คือ วาฬโอมูระ

ซึ่งเป็นวาฬขนาดใหญ่ที่สามารถพบเห็นได้ในเขตทะเลอันดามัน แต่ที่น่าแปลกใจ คือ การพบเห็นฝูงวาฬโอมูระ ในครั้งนี้มีมากกว่า 15 ตัว ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี ที่ตนเองทำงานเดินทางไปกลับหมู่เกาะสิมิลัน และเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้พบเห็นฝูงวาฬจำนวนมากขนาดนี้ ซึ่งทำให้ตนเองและนักท่องเที่ยวดีใจมากที่มีโอกาสพบเห็นฝูงวาฬดังกล่าวนานกว่า ครึ่งชั่วโมง

สำหรับการออกมาว่ายน้ำอวดโฉมของฝูงวาฬดังกล่าว น่าจะเกิดจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้หมู่เกาะสิมิลัน ต้องปิดการท่องเที่ยวกว่า 9 เดือน ทำให้ธรรมชาติเริ่มกลับคืนเหมือนในอดีต จึงอยากเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่อยากชมความงามทางท้องทะเลตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวยังหมู่เกาะสิมิลัน เพื่อชมธรรมชาติหลังมีการพักฟื้นก่อนใคร


https://mgronline.com/south/detail/9630000115730

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,459
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


ปลาพญานาคประหลาด ยาว 5 เมตร โผล่หลังแผ่นดินไหวที่ไต้หวัน



เกิดเหตุแผ่นดินไหวถึง 2 ครั้งภายในวันเดียวที่ไต้หวัน เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ผ่านมาชาวประมงสามารถจับ Oarfish หรือ คนไทยคุ้นหูกันในชื่อ "ปลาพญานาค" ซึ่งมีความยาวกว่า 5 เมตร น้ำหนัก 45 กิโลกรัม

ปลาตัวดังกล่าวถูกจับได้บริเวณชายฝั่ง Dong'ao in Yilan ของไต้หวัน ปลาพญานาคตัวนี้ได้ถูกขายให้เจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งในราคา 16,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือราวๆ 17,000 บาท โดยเจ้าของร้านอาหารได้บอกว่า เนื้อปลาพญานาคนั้นเมื่อเอาไปนึ่งแล้วจะมีรสชาตินุ่มนวลและแน่มากกว่าเต้าหู้ซะอีก

โดยปกติแล้วปลาพญานาคจะมีความยาวเพียง 100 - 200 เซนติเมตร ซึ่งความยาว 5 เมตรถือว่าเป็นขนาดที่พบได้ยากมาก อย่าไรก็ตามปลาพญานาคถือว่าเป็นสัตว์น้ำที่หายาก เพราะเป็นปลาทะเลน้ำลึก จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวดังกล่าวมีความแรง 4.9 แมกนิจูด และ 4.8 แมกนิจูดห่างจากชายฝั่ง 14 กิโลเมตร จึงทำให้ปลาพญานาคโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำนั่นเอง


https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_5287211

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,459
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


THE EXIT : ฟื้นชีพ "ตะรุเตา" ตอน 1



หลังปิดฤดูการท่องเที่ยวและปิดต่อเนื่องจาก COVID-19 รวม 7 เดือน อุทยานแห่งชาติตะรุเตา พบการฟื้นตัวของปะการังที่เคยเสียหายจากการเปิดจุดดำน้ำตื้น และการกลับมาของสัตว์ทะเลหากยาก ถูกมองเป็นโอกาสที่ดีในการกำหนดทิศทางจัดการท่องเที่ยวบนพื้นฐานความยั่งยืน

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งเป็นทีมสำรวจใต้น้ำ บอกว่า การลาดตระเวนสำรวจเก็บข้อมูล พบว่าสถานการณ์ระบาด COVID-19 ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติมีระยะเวลาพักฟื้นยาวนานกว่าช่วงปิดฤดูการท่องเที่ยวแบบปกติถึง 2 เดือน ซึ่งมากพอที่จะทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลง

จุดดำน้ำเกาะยาง มีความโดดเด่นของปะการังจาน หรือปะการังผักกาด ด้วยรูปทรงคล้ายช่อผักกาดสีน้ำตาล ความกว้างของช่อเป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำ ปะการังชนิดนี้เจริญเติบโตอยู่ทั่วไปในแนวปะการัง ตั้งแต่เขตน้ำขึ้นน้ำลง ระดับน้ำ 2-3 เมตร ทำให้นักท่องเที่ยว มีโอกาสสัมผัสถูกปะการังและเป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมโทรมได้ง่าย



เจ้าหน้าที่ บอกว่า บริเวณนี้เพิ่งเปิดให้เป็นจุดดำน้ำราว 4 ปี ทดแทนจุดดำน้ำเดิมอีกด้านของเกาะที่ปิดไป ผลจากการเก็บข้อมูลสำรวจเดือนละ 1 ครั้ง ในช่วงปิดอุทยานฯ 7 เดือน พบว่า ปะการังบริเวณนี้มีการฟื้นตัว เช่นเดียวกับจุดอื่น ๆ

นายอัสลัม สะกะแย นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล อุทยานแห่งชาติตะรุเตา อธิบายว่าปะการังจานเมื่อซ้อนกันจะเป็นช่อง ทำให้สัตว์ขนาดเล็กหลบภัยได้

ทีมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา เดินทางต่อมายังด้านทิศตะวันตกของเกาะยาง ซึ่งเป็นจุดที่ปิดจุดดำน้ำ ไม่ให้มีการท่องเที่ยวมานานกว่า 4 ปี เพื่อให้ปะการังอ่อนได้ฟื้นตัว หลังพบว่าเรือและจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามามากเกินไป ทำให้ปะการังอ่อนในแนวน้ำตื้นบริเวณนี้ตายเกือบทั้งหมด

เจ้าหน้าที่นำกล้องไปวางบนพื้นทราย ที่ความลึกระดับ 3 เมตร พบปะการังอ่อนที่เคยได้รับความเสียหายชูช่อสวยงาม เป็นดัชนีชี้วัดว่า ธรรมชาติสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ ขณะที่บนพื้นทรายหลายจุด พบปะการังอ่อนเกิดใหม่

นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล บอกว่า เหตุผลสำคัญที่ต้องเก็บข้อมูลและประเมินผลกระทบ เพื่อทำรายงานเสนอไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช สลับการเปิดปิดแหล่งดำน้ำแต่ละจุด ให้ทรัพยากรธรรมชาติได้มีช่วงเวลาพักฟื้น

เกาะหินงามถูกกำหนดขีดความสามารถในการรองรับการท่องเที่ยวไว้ที่ 80 คนต่อช่วงเวลา โดยมีเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ควบคุมดูแลประจำจุด ปีนี้นอกจากจะต้องควบคุมจำนวนคนให้เป็นไปตามความเหมาะสมกับทรัพยากรแล้ว สถานการณ์ระบาด COVID-19 ยังทำให้เกิดการท่องเที่ยวในรูปแบบ New Normal มีระบบเช็คอินผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ ขณะที่ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ตระหนักถึงความแออัดหนาแน่นของแต่ละจุดท่องเที่ยวมากขึ้น



กาญจนพันธุ์ กำแพง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตะรุเตา มองว่า เรื่องนี้เป็นโอกาสที่ดีต่อการจัดการท่องเที่ยวในอนาคต โดยเฉพาะหากเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถเดินทางเข้ามาได้

แม้ช่วงเวลา 7 เดือนของการประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จะทำให้ทรัพยาธรรมชาติถูกรบกวนจากกิจกรรมการท่องเที่ยวลดลง จนเห็นการฟื้นตัวเกิดขึ้นชัดเจน พบเห็นสัตว์ทะเลหายากได้บ่อยครั้งขึ้น เช่น ฉลามวาฬ เต่าทะเล

อย่างไรก็ตาม การลาดตระเวนอย่างเข้มข้นของเจ้าหน้าที่ ยังพบการลักลอบกระทำความผิดในเขตอุทยานฯ เช่น ไซขนาดใหญ่ที่ถูกลักลอบทิ้งไว้ในแนวปะการัง แต่การกำหนดแผนลาดตระเวนและออกปฏิบัติการอย่างเข้มข้นของเจ้าหน้าที่ในช่วงหลายปีมานี้ ทำให้การกระทำความผิดลดลงอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อวิกฤตทำให้ความสวยงาม ความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติฟื้นกลับคืนมา จึงเป็นห้วงเวลาสำคัญที่ทุกฝ่ายเริ่มมองเห็นทิศทางเปลี่ยนแปลงรูปแบบการท่องเที่ยวให้เกิดขึ้นบนพื้นฐานความยั่งยืน สอดคล้องกับที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีนโยบายให้อุทยานแห่งชาติแต่ละแห่ง ปิดพักฟื้นอย่างน้อย 2 เดือน




https://news.thaipbs.or.th/content/298186

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:09


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger