เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,654
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 25 มิถุนายน 2567

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่ง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 25 ? 26 มิ.ย. 67 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2 ? 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 27 ? 30 มิ.ย. 67 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านประเทศเมียนมา และลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูง 1 ? 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 25 - 27 มิ.ย. 67ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 25 - 26 มิ.ย. 67



******************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 8 (122/2567) (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 26 มิถุนายน 2567)

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และประเทศลาวตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง มีดังนี้


วันที่ 25 มิถุนายน 2567

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี ราชบุรี ลพบุรี และสระบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่


วันที่ 26 มิถุนายน 2567

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต


สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย












__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,654
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ช็อก นักแสดง 'ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน' ถูกฉลามขย้ำดับ ที่ฮาวาย



ทามาโย แพร์รี นักโต้คลื่นอาชีพ และนักแสดงผู้เคยมีผลงานในภาพยนตร์หลายเรื่องรวมถึง 'ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน' เสียชีวิตแล้ว หลังถูกฉลามจู่โจม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทามาโย แพร์รี นักโต้คลื่นอาชีพ วัย 49 ปี ผู้เคยร่วมแสดงในภาพยนตร์ดังอย่าง ?ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน? เสียชีวิตแล้ว หลังจากถูกฉลามจู่โจมขณะที่เขากำลังโต้คลื่นในทะเลนอกเกาะฮาวาย เมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 23 มิ.ย. 2567 ที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่สำนักงานบริการฉุกเฉินเมืองโฮโนลูลู เปิดเผยในงานแถลงข่าวว่า เจ้าหน้าที่ถูกเรียกไปยังหาด มาลาเอคาฮานา เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่ใช้เจ็ทสกีพานายแพร์รีกลับเข้าฝั่งได้สำเร็จ แต่หน่วยกู้ชีพประกาศว่าเขาเสียชีวิตแล้ว

ทั้งนี้ นายแพร์รี เกิดที่ฝั่งตะวันออกของเกาะ โอวาฮู รัฐฮาวาย เป็นนักโต้คลื่นที่มีชื่อเสียงระดับโลกมานานนับทศวรรษ และเป็นเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดมาตลอดชีวิต เขาเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์ ?ไพเรทส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน? ภาคที่ 4 'ผจญภัยล่าสายน้ำอมฤตสุดขอบโลก' ในปี 2554 โดยรับบทเป็นโจรสลัดนิรนาม ซึ่งเป็นตัวละครสมทบ

นอกจากนั้น แพร์รียังเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดังอื่นๆ เช่น Lost, Hawaii Five-0, Blue Crush และ Charlie's Angels ภาคที่ 2

หลังจากการข่าวการเสียชีวิตของนายแพร์รีได้รับการเผยแพร่ออกไป ผู้คนจำนวนต่างออกมาแสดงความอาลัยต่อการจากไปของเขา เช่น นายเคิร์ท เลเกอร์ รักษาการหัวหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทางทะเลเมืองโฮโนลูลู ระบุว่า แพร์รีเป็นไลฟ์การ์ดที่ได้รับความรักจากทุกคน และเขารักทุกคนมากยิ่งกว่า

ด้านนาย ริค บลังกีอาร์ดี นายกเทศมนตรีเมืองโฮโนลูลู กล่าวในงานแถลงข่าว ว่า "การเสียชีวิตของแพร์รีเป็นการสูฐเสียที่น่าเศร้าสลด เขาเป็นนักโต้คลื่นในตำนานและได้รับความเคารพอย่างสูง เขาเติบโตมาในที่ตรงนั้น และเป็นสมาชิกผู้ยิ่งใหญ่ของทีมรักษาความปลอดภัยทางทะเลของเรา"

ที่มา : bbc


https://www.thairath.co.th/news/foreign/2795815
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,654
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการ


คลื่นลมแรงซัดปลาปักเป้าดำ-ปักเป้าหนาม เต่าหัวค้อน สัตว์หายากลอยตายเกยชายหาดแม่รำพึง

ระยอง - คลื่นลมแรงซัดปลาปักเป้าดำ-ปักเป้าหนาม และเต่าหัวค้อนเพศเมีย สัตว์หายากน้ำหนักกว่า 50 กก.เกยชายหาดแม่รำพึง นายกสมาคมประมงพื้นบ้านท้องถิ่น จ.ระยอง ตั้งข้อสังเกตช่วง 2-3 ปีมีสัตว์ทะเลลอยตายบ่อย



เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (24 มิ.ย.)? ผู้สื่อข่าวรับแจ้งจากนายวีระศักดิ์ คงณรงค์ นายกสมาคมประมงพื้นบ้านท้องถิ่น จ.ระยอง ว่า พบซากเต่าหัวค้อนซึ่งสัตว์ทะเลหายาก รวมทั้งซากปลาปักเป้าดำ และปลาปักเป้าหนามถูกคลื่นซัดเกยชายหาดแม่รำพึง หน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งระยอง กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บ้านป่าคั่น ม.9 ต.ตะพง อ เมืองระยอง

โดยพบซากเต่าหัวค้อนเพศเมีย น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม สภาพเนื้อบริเวณลำคอหลุดลุ่ย ส่งกลิ่นเหม็น คาดว่าตายมาแล้วหลายวัน

นายวีระศักดิ์ คงณรงค์ นายกสมาคมประมงพื้นบ้านท้องถิ่น จ.ระยอง บอกว่าในช่วงนี้คลื่นลมในทะเล จ.ระยอง ค่อนข้างแรงและน้ำทะเลยังขึ้นเต็มชายฝั่ง เมื่อถึงช่วงสายน้ำทะเลจึงจะเริ่มลง ซึ่งซากเต่าหัวค้อน เพศเมียที่ถูกคลื่นซัดเกยชายหาดถือเป็นห่วงโซ่หลักที่สำคัญในการดูแลท้องทะเล และเต่าหัวค้อนยังเป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยพบเห็นในท้องทะเล จึงถือเป็นเรื่องน่าเสียดาย

"ในช่วงนี้มีข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมามักมีทั้งซากปลาวาฬ ปลาปักเป้า และสัตว์ทะเลลอยตายอยู่บ่อยครั้ง เพราะทะเลบริเวณดังกล่าวเป็นจุดน้ำวน มีน้ำขึ้นน้ำลง และเป็นเรื่องที่น่าแปลกตรงที่ว่าทำไมภายใน 2-3 ปีที่ผ่านมาสัตว์ทะเลตายบ่อย ซึ่งแม้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่สัตว์เศรษฐกิจแต่เป็นเรื่องที่น่าห่วง" นายกสมาคมประมงพื้นบ้านท้องถิ่น จ.ระยอง กล่าว


https://mgronline.com/local/detail/9670000053879

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,654
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการ


เศร้าอีก? พบปะการังเกาะทะลุ ส่วนที่ "ฟอกขาว "โผล่ให้เห็น ช่วงน้ำทะเลลด

ประจวบคีรีขันธ์ - เศร้าอีก? พบปะการังเกาะทะลุ ส่วนหนึ่งที่"ฟอกขาว "โผล่ให้เห็นช่วงน้ำทะเลลด บางส่วนมีตายไปบ้างแล้ว



เกาะทะลุ ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบฯ ซึ่งเป็นแหล่งดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นที่สวยงามแห่งหนึ่ง ของประจวบฯ ซึ่งตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตามตารางน้ำกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ได้แจ้งว่าน้ำทะเล จะลดต่ำต่ำสุดวานนี้ (23 มิ.ย.) โดยนายเผ่าพิพัธ เจริญพักตร์ เลขามูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯได้ลงพื้นที่ติดตาม ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติของทุกปี ซึ่งพบปะการังชนิดต่างๆและสัตว์น้ำประเภทหอยโผล่ให้เห็นนั้น

ล่าสุดวันนี้ (24 มิ.ย.) เป็นวันสุดท้ายที่น้ำลดลง โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมามีฝนตกลงมา และน้ำลดลงต่ำสุดในช่วงเที่ยง จากการติดตามสถานการณ์ดังกล่าว พบว่า ในจุดที่ห่างแนวชายหาดไม่มากนัก พบปะการังที่โผล่ขึ้นมามีการฟอกขาวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะปะการังเขากวางแบบกิ่งก้าน นอกจากนั้นในส่วนที่เป็นปะการังขนาดใหญ่เป็นรูปทรงต่างๆ ด้านผนังข้างโดยรอบ จะเห็นมีการฟอกขาวได้อย่างชัดเจนเช่นกัน ทั้งบริเวณอ่าวมุก อ่าวใหญ่ กระจายตามจุดต่างที่น้ำลดลง

สำหรับการฟอกขาวเกิดขึ้นมา2-3เดือนที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม ได้มีการดำน้ำเก็บภาพถ่ายไว้ และรายงานการฟอกขาวให้ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทราบไปแล้วเบื้องต้น โดยทางมูลนิธิฟื้นฟูฯจะทำการดำน้ำสำรวจอีกครั้ง หากสภาพอากาศดีและน้ำทะเลใส ในช่วงที่คลื่นลมสงบ เพื่อนำเปรียบเทียบกัน แต่การฟอกขาวของปะการังบางส่วนตายแล้ว เนื่องจากปีนี้มีอุณหภมิน้ำร้อนมาก ส่วนที่เหลืออยู่ก็ต้องอาศัยธรรมชาติในการฟื้นฟู

ด้านนายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม(เตรียมการ) ซึ่งรับผิดดชอบเกาะทะลุ เกาะสิงห์ และเกาะสังข์ กล่าวว่าในส่วนการสำรวจการฟอกขาวของปะการังที่เกาะทะลุ นั้นทางฝ่ายสำรวจศูนย์ฯชุมพร ลงมาสำรวจได้แค่เกาะสิงห์เท่านั้น ซึ่งพบการฟอกขาวเพียง10 % แต่ในส่วนเกาะสังข์และเกาะทะลุ ต้องรอวางแผนสำรวจ หลังคลื่นลมสงบเพื่อประเมินสถานการณ์ปะการังฟอกขาวต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในส่วนที่เกาะจาน เกาะท้ายทรีย์ นั้นทางอุทยานฯ ได้ประกาศปิดการท่องเที่ยวดำน้ำเป็นการชั่วคราวตั้งแต่ต้นเดือนื่ผ่านมา เนื่องจากแนวปะการังเกิดการฟอกขาว และ น้ำทะเลที่มีการลดต่ำ ทำให้ไม่เอื้อต่อการท่องเที่ยวดำน้ำอาจส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเล ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีกำหนดเปิดแต่อย่างใด ส่วนสถานการณ์น้ำทะเลลดต่ำจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ประมาณ วันที่ 20 ก.ค. ซึ่งก็จะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป


https://mgronline.com/local/detail/9670000053978

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,654
Default

ขอบคุณข่าวจาก มติชน


ปลิงทะเลขาวพังงา สัตว์น้ำเศรษฐกิจ ขึ้นทะเบียนสินค้า GI ลำดับ 4 สร้างมูลค่า 3.3 ล้านต่อปี



เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา ริมทะเลหาดท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา มีการศึกษาวิจัยเพาะเลี้ยงปลิงทะเล ซึ่งโดยมี นางอาภรณ์ เทพพานิช ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา สำหรับการเพาะเลี้ยงปลิงทะเลเกาะยาวภายในโรงเรือน ที่เริ่มตั้งแต่การเก็บพ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติ ในพื้นที่อำเภอเกาะยาว มาทำการเพาะพันธุ์ โดยการผสมไข่และน้ำเชื้อ จากนั้นเมื่อได้ตัวอ่อนนำไปอนุบาล จนได้ลูกปลิงระยะว่ายน้ำประมาณ 25-30 วัน แล้วนำไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ

สำหรับปลิงทะเลขาวที่เกาะยาวจะมีความแตกต่างจากที่อื่นเนื่องจาก มีความสมบูรณ์ของตัวปลิงขนาดใหญ่ เนื้อหนาและแน่น สังเกตได้จากความสมบูรณ์ของพ่อแม่พันธุ์ เมื่อนำมาเพาะพันธุ์ พบว่าพ่อแม่พันธุ์ปลิงมีความแข็งแรง การเพาะพันธุ์สามารถให้ปริมาณไข่และน้ำเชื้อดีมาก พบว่าพ่อแม่จากเกาะยาว คุณภาพดีที่สุด โดยราคาขายปลิงทะเล ถ้าเป็นแบบสดจะขายอยู่ที่ ราคา 300 ? 500 บาท/กิโลกรัม ส่วนแบบตากแห้ง ราคาจะจะอยู่ที่ 3,000 ? 7,000 บาท/กิโลกรัมสร้างมูลค่าให้กับชาวเกาะยาว ส่วนใหญ่จะนิยมนำไปแปรรูปเป็นอาหาร ยา และเครื่องสำอาง

ปัจจุบันศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา ตั้งอยู่บริเวณชายหาดท้ายเหมือง ได้นำพ่อแม่พันธุ์ปลิงขาว จากเกาะยาว มาเพาะพันธุ์ในโรงเพาะฟักอนุบาลเป็นระยะ อายุประมาณ 25-30 วัน (ระยะโดลิโอลาเรีย) โดยมีชาวบ้านบริเวณเกาะยาว เกาะยาวน้อยเริ่มให้ความสนใจเลี้ยงปลิงทะเลขาวเพื่อนำไปขายสร้างมูลค่า ตลาดต้องการเป็นอย่างมากในตอนนี้ ทางศูนย์วิจัยพังงา ได้มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ วิธีการเพาะเลี้ยง วิธีทำบ่อเลี้ยง ให้กับผู้ที่สนใจ นำไปเลี้ยงต่อได้เอง

ปลิงทะเลขาว เป็นสัตว์ที่มีผิวลำตัวเป็นหนาม (Echinodermata) เช่นเดียวกับ ดาวทะเล ดาวเปราะ ดาวขนนก และเม่นทะเล ปลิงทะเลแตกต่างจากปลิงน้ำจืดคือปลิงน้ำจืดเป็นสัตว์ในกลุ่มหนอนปล้อง (Annelida) ได้แก่ ไส้เดือนดิน ทากดูดเลือด เป็นต้น แต่ปลิงทะเลไม่ดูดเลือดเหมือนปลิงน้ำจืด แต่กินเศษซากอินทรียสารเป็นอาหาร รูปทรงของปลิงทะเลส่วนใหญ่มีรูปร่างเป็นทรงกระบอกยาว ผิวลำตัวมีทั้งหนา บาง แล้วแต่ชนิด ปลายลำตัวด้านหนึ่งเป็นปากและอีกด้านหนึ่งเป็นทวาร รอบๆ ปากมีหนวด 10-30 เส้น ทำหน้าที่จับอาหารเข้าสู่ปาก โดยส่วนใหญ่ปลิงทะเล มักจะไม่เคลื่อนไหว แต่จะนอนนิ่งๆ อยู่กับที่ แต่ถ้าหากจะเคลื่อนที่ก็จะใช้ท่อ (tube feet) เป็นตัวขยับเดิน ปลิงทะเล ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำทะเลที่สะอาด ปลิงทะเลจึงนับได้ไว้เป็นตัวชี้วัดคุณภาพของน้ำ และยังเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ช่วยรักษาความสมดุลในท้องทะเล ปลิงทะเลนั้นจะกินซากพืชหรือซากสัตว์ ตะกอนดิน แพลงก์ตอนที่ตายแล้วที่ทับถมกันบนทราย ช่วยย่อยอินทรีย์สารให้มีขนาดเล็กลงและปลดปล่อยสารอาหารที่มีขนาดเล็กให้สัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่าและจุลินทรีย์ต่าง ๆ ด้วยสารที่ขับออกมาจากอยู่ในรูปแบบของแอมโมเนีย ซึ่งแพลงก์ตอนนั้นสามารถนำไปใช้ได้

สำหรับประโยชน์ทางการแพทย์นั้นมีการศึกษาวิจัยสกัดสารจากผนังลำตัวปลิงทะเล พบว่ามีสารโฮโลท็อกซิน (Holotoxin) ที่มีผลในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราบางชนิด และยังได้พัฒนาไปใช้ยับยั้งการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งด้วย อีกทั้งเส้นใยสีขาวของปลิงทะเลบางชนิด ยังมีสารโฮโลทูริน (Holothurin) ที่มีคุณสมบัติในการขัดขวางการส่งความรู้สึกของกระแสประสาท ที่สามารถนำมาใช้ในการบำบัดความเจ็บปวดของผู้ป่วยหลังการผ่าตัดได้ ปลิงทะเลยังเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง พบว่า ในเนื้อของปลิงทะเลอุดมไปด้วยสารอาหาร ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "มิวโคโปรตีน (mucoprotein)" ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของกระดูกอ่อน เอ็น การบริโภคปลิงทะเลจึงสามารถบรรเทาปัญหาการเสื่อมสมรรถนะของข้อ กระดูก ในผู้สูงอายุได้ ปลิงทะเลมีโปรตีนใกล้เคียงกับหมึกกล้วย ปูม้า หอยแมลงภู่ และหอยลาย มีไขมันต่ำมาก ปลิงทะเลจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการควบคุมไขมันได้เป็นอย่างดี

นายธันว์ จิตตนูนท์ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ กล่าวว่า ปลิงทะเล ชนิดปลิงขาว เราได้รับการถ่ายทอดความรู้การเพาะเลี้ยงปลิงทะเลจากศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ถ่ายทอดการเพาะ การอนุบาลและการเลี้ยงเมื่อปี 2565 และทางเรามาทำสำเร็จเมื่อปี 2566 โดยวิธีการเราจะกระตุ้นให้ปลิงทะเลออกไข่โดยใช้สไปรูลิน่าแบบผง ปริมาตร 0.75 กรัมต่อ 1 ตัว ใช้เวลาประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง พอปลิงทะเลปล่อยไข่และน้ำเชื้อออกมา เราก็จะนำมาผสมกัน และนำมาเลี้ยงไว้ในถังอนุบาล ปลิงทะเล 1 ตัวจะออกไข่ประมาณ 1 ล้านฟอง อัตราการรอดช่วงอนุบาลถึงนำเกษตรนำไปเลี้ยง 10% ส่วนระยะขนาดตัว 2-3 เซนติเมตร อัตราการรอดจะอยู่ที่ 1 % ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงา ได้ดำเนินการวิจัยเพาะพันธุ์ อนุบาล ตลอดจนส่งเสริมการเลี้ยงสู่เกษตรกรและหน่วยงานอื่นๆ ที่สนใจ หากท่านใดสนใจสามารถติดต่อศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งพังงาได้

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ประกาศขึ้นทะเบียน "ปลิงทะเลเกาะยาว" เป็นสินค้า GI ลำดับ 4 ของจังหวัดพังงา โดยมีการขึ้นทะเบียนไปแล้ว 3 ชนิดสินค้าทางการเกษตรประกอบด้วย ทุเรียนสาลิกา ข้าวไร่ดอกข่า และ มังคุดทิพย์พังงา สำหรับปลิงทะเลขาวพังงา คาดว่าจะเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่กำลังเป็นที่นิยมและต้องการของตลาดเป็นอย่างมากตอนนี้ อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้มากถึง 3.3 ล้านบาทต่อปี


https://www.matichon.co.th/economy/news_4646327

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,654
Default

ขอบคุณข่าวจาก มติชน


สาวเดินเล่นหาด บนเกาะเต่า สุดพีค เจอโลมาไหม้เกรียม-หางขาด ชาวเน็ตสงสัย ทำไมมีสภาพนี้?



เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ระบุว่า "What?s happening? เดินเล่นอยู่หาดที่เกาะเต่าแทบทุกหาด เจอปลาตายทุกวันเลยช่วงนี้ และวันนี้คือพีคสุด เจอโลมาตายอยู่หาดโปรด ทะเลกำลังบอกอะไรเรา?"


จากโพสต์ดังกล่าวมีหลายคนเข้ามาถามสาเหตุการตายมากมาย เช่น

- เหมือนโดนกัดมาเลยค่ะ

- เหมือนถูกไฟชอร์ตเลย

- เผาแน่นอนสภาพนี้

- ทำไมสภาพน้องไหม้เกรียมแบบนั้น

- โดนเรือนี่แหละ ปกติธรรมชาติน้องจะเข้าหา มาเล่นด้วย แล้วน้องมีสมองฉลาดอันดับ1เลยนะ คิดเอาครับ

- มีคนทำมันแน่ๆ ทำไมดูเหมือนโดนเผา หางขาดได้ไง แล้วมานอนตรงนี้ได้ยังไง ปลาโลมาเกาะเต่ายิ่งหาดูยากด้วย


https://www.matichon.co.th/social/news_4645863

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,654
Default




2 เดือน "พะยูน" ตายแล้ว 5 ตัว ล่าสุดติดอวนลอยกลางทะเลกระบี่

2 เดือน "พะยูน" ตายแล้ว 5 ตัว ล่าสุดพบซากพะยูนตัวเมียลอยกลางทะเลในพื้นที่อุทยานฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เบื้องต้นตายจากติดอวนจนขาดอากาศหายใจ เร่งหาตัวคนผิดลักลอบวางอวนปู เหตุเป็นพื้นที่ห้ามทำประมงทุกชนิด



วันนี้ (24 มิ.ย.2567) นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2567 เวลา 17.30 น. อุทยานฯ ได้รับแจ้งจากผู้ประกอบการเรือหางยาว ว่า พบซากพะยูนลอยอยู่กลางทะเล

เจ้าหน้าที่สายตรวจส่วนกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิชาการฯ เข้าตรวจสอบพบซากพะยูน สัตว์ป่าสงวนลำดับที่ 6 ลักษณะลอยอยู่กลางทะเล ห่างจากฝั่งประมาณ 600 เมตร พื้นหมู่ที่ 2 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จึงตัดอวนและลากพะยูนขึ้นมาบนฝั่งที่ทำการอุทยานฯ เพื่อตรวจสอบพะยูนซาก และเก็บข้อมูลพร้อมเก็บกู้อวนปูดังกล่าว

ทั้งนี้ พบว่าซากดังกล่าวเป็นพะยูนตัวเมีย ขนาดความยาว 210 เซนติเมตร ขนาดรอบตัว 130 เซนติเมตร ขนาดโคนหาง 46 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม มีลักษณะติดอวนปู เป็นเชือกไนล่อนและตาข่ายเอ็นพันบริเวณโคนหางและปลายหางแน่นจนไม่สามารถว่ายน้ำขึ้นมาหายใจได้ คาดว่าตายเพราะขาดอากาศหายใจ เนื่องจากพะยูนต้องขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำทุก 3-5 นาที อีกทั้งไม่พบร่องรอยบาดแผล

สำหรับพื้นที่ที่ตรวจพบซาก เป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายหากินของพะยูน ซึ่งอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้ออกประกาศอุทยานฯ เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2557 เรื่องมาตรการและข้อปฏิบัติในการอนุรักษ์พะยูนและแหล่งหญ้าทะเล โดยห้ามทำการประมงทุกชนิด บริเวณพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล และห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง

พฤติกรรมการกระทำของบุคคลที่ลักลอบเข้าไปวางอวนปูในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งไม่ได้ผ่อนผันให้ทำประมงพื้นบ้าน เป็นเหตุให้สัตว์ป่าสงวน ซึ่งใกล้สูญพันธุ์ตายลง จึงเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ คณะพนักงานเจ้าหน้าที่จึงได้จัดทำบันทึกพร้อมรวบรวมพยานหลักฐาน แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวนาง เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

มีความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ดังนี้ ฐานล่อหรือนำสัตว์ป่าออกไปหรือกระทำให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ป่าด้วยประการใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา 19 (3) ประกอบมาตรา 43, ฐานร่วมกันนำเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ หรือจับสัตว์ หรืออาวุธใด ๆ เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา 19 (7) ประกอบมาตรา 45, พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฐานล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 12 ประกอบมาตรา 89

สำหรับซากพะยูนได้ประสานงานนำส่งศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง เพื่อตรวจสอบชันสูตรหาสาเหตุการตายจากผู้เชี่ยวชาญโดยละเอียดต่อไป

ทั้งนี้ ช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.2567 มีรายงานพะยูนตายแล้ว 5 ตัว ได้แก่ เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2567 พะยูนตาย 1 ตัว, วันที่ 9 พ.ค.2567 พะยูนตาย 1 ตัว, วันที่ 11 พ.ค.2567 พะยูนตาย 2 ตัว และล่าสุดวันที่ 23 มิ.ย. พะยูนตาย 1 ตัว


https://www.thaipbs.or.th/news/content/341341

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,654
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


ดีเดย์ 30 มิ.ย.ปิดอ่าวโละบาเกา-ถ้ำไวกิ้ง-ปิเละ ปะการังฟอกขาวหนัก

ดีเดย์ 30 มิ.ย.นี้ กรมอุทยานฯ ปิดอ่าวโละบาเกา-ถ้ำไวกิ้ง-ปิเละ หลังสถานการณ์ปะการังฟอกขาวหนักเกือบ 100% จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ขณะที่จุดดำน้ำอื่นยังเปิดท่องเที่ยวได้



วันนี้ (23 มิ.ย.2567) นายยุทธพงค์ ดำศรีสุข หน.อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์ปะการังฟอกขาวในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ล่าสุดยังพบแนวโน้มรุนแรง โดยเฉพาะอ่าวโละบาเกา ถ้ำไวกิ้ง (ด้านทิศเหนือ) และหน้าอ่าวปิเละ ของเกาะพีพี ปะการังเขากวาง ดอกไม้ทะเล เป็นสีขาวเกือบ 100% และยังมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้น

นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า อุทยานฯ พิจารณาแล้ว เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการัง รวมถึงลดผลกระทบจากกิจกรรมประเภทต่างๆ ที่อาจเป็นการเร่งให้ปะการังเกิดการฟอกขาว จึงมีความจำเป็นเรงด่วน จึงขอประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวสำหรับประกอบกิจกรรมดำน้ำตื้น ได้แก่ บริเวณอ่าวโละบาเกา ถ้ำไวกิ้ง (ด้านทิศเหนือ) และหน้าอ่าวปิเละ เป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ยังเปิดให้บริการแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ รวมถึงปฏิบัติงานตามภารกิจของกรมอุทยานฯ โดยเริ่มตั้งแต่ 30 มิ.ย.นี้ จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น

สำหรับการประกาศปิดการท่องเที่ยวดังกล่าว เป็นมาตรการกรณีมีความจำเป็นเร่งด่วน หรือมีเหตุฉุกเฉินที่จะต้องกระทำการ หรืองดเว้นการกระทำใด ๆ ในอุทยานแห่งชาติเพื่อรักษาสภาพธรรมชาติ ระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 25 และ 35 (4) แห่งพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562

ขณะที่ช่วงเดือนเม.ย.-มิ.ย.ที่ผ่านมา กรมอุทยานประกาศปิดแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติทางฝั่งอันดามันและอ่าวไทยไปแล้วกว่า 10 แห่งเพื่อให้ฟื้นฟูตัวเอง และล่าสุดอีก 3 จุดดำน้ำชื่อดังเพิ่มเติมของหมู่เกาะพีพีด้วย

โดยก่อนหน้านี้ อุทยานฯ เพิ่งประกาศการเก็บเงินอุทยานแห่งชาติได้มากขึ้น 1,785,493,410 บาท ซึ่งเป็นยอดสถิติการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติ ที่สามารถจัดเก็บเงินจนแซงหน้ายอดการจัดเก็บเงินอุทยานแห่งชาติของปี 2566 โดยอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี 500 ล้านบาท


https://www.thaipbs.or.th/news/content/341327

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #9  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,654
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการ


สุดอนาถ! อวนปูพันหางพะยูน ทำจมทะเลกระบี่ตาย

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - สังเวยอีกแล้ว! พบซากพะยูนเพศเมีย น้ำหนักกว่า 200 กก. ลอยกลางทะเลกระบี่ คาดถูก "อวนปูพันหาง" จนไม่สามารถโผล่ขึ้นมาหายใจจมน้ำตายอย่างอนาถ



สูญเสียไปอีก 1 ตัว พะยูนสัตว์ทะเลหายาก เมื่อมีการการแชร์ภาพพะยูนขนาดใหญ่ลอยตายในทะเลที่ จ.กระบี่ ที่หาง และโคนหาง ถูกเศษอวนพันจนแน่น ทำให้มีการเข้ามาแสดงความคิดเห็น กันจำนวนมากถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ และเป็นภาพสุดอนาถ โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้รับแจ้งจากผู้ประกอบการเรือหางยาว ชื่อเรือ ช ชนากานต์ 2 ว่า พบพะยูนลอยอยู่กลางทะเล ห่างจากฝั่งประมาณ 600 เมตร หลังโรงแรมกระบี่รีสอร์ท ท้องที่หมู่ที่ 2 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี

หลังรับแจ้งทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบ พบว่า เป็นพะยูนเพศเมีย ในสภาพติดอวนปู (เชือกไนลอน และตาข่ายเอ็น) พันโคนหางและปลายหางแน่น วัดขนาดความยาวได้ 210 เซนติเมตร ขนาดรอบตัว 130 เซนติเมตร ขนาดโคนหาง 46 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมไม่พบบาดแผลอื่นๆ ตามร่างกาย

สำหรับจุดที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางเคลื่อนย้ายหากินของพะยูน ที่ผ่านมา ทางอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ได้มีประกาศอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ฉบับลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 เรื่อง มาตรการและข้อปฏิบัติในการอนุรักษ์พะยูนและแหล่งหญ้าทะเล โดยห้ามทำการประมงทุกชนิดในพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล และ ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวนหรือสัตว์ป่าคุ้มครอง

แต่อาจจะมีกลุ่มบุคคลที่เข้าไปลักลอบวางอวนปูในพื้นที่ดังกล่าว ทำให้พะยูนที่ใช้เส้นทางดังกล่าวในการเคลื่อนย้ายเพื่อไปหากินหญ้าทะเล ติดกับอวนวางปู เมื่อดิ้นเพื่อจะเอาส่วนหางออกจากอวนทำให้อวนยิงรัดแน่น จนไม่สามารถขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำได้ และจมน้ำตายในที่สุด ซึ่งพะยูนต้องขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำทุก 3-5 นาที

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึก พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.อ่าวนาง เพื่อสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่ ทราย สก๊อต นักอนุรักษ์เพื่อทะเลไทย ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Psi Scott ? ทราย สก๊อต - Merman มนุษย์เงือก ระบุว่า ?ไม่มีคำบรรยาย นอกจากผิดหวังและมองชัดว่าต้องการการจัดการขยะประมงทะเลเข้มข้นมากกว่านี้ 1.จากต้นทาง (คนวาง + นโยบายจากกรมที่เกี่ยวข้อง ที่ควบคุมการทิ้งการซื้อการวาง ) + 2.สงเสริมงานการจับเก็บจากแนวปะการัง/หาดเรื่อยๆ


https://mgronline.com/south/detail/9670000053819

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:19


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2024, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger