เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 08-08-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,869
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 8 สิงหาคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 9 สิงหาคม 2561


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 8-9 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 10-13 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนตกต่อเนื่อง และคลื่นลมยังคงมีกำลังแรง


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่องซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งเกือบตลอดช่วง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "คลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ และฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย" ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 08 สิงหาคม 2561

ในช่วงวันที่ 8-9 ส.ค. 61 ประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภ8คตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆมีดังนี้

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มี

ฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออกให้ระวังคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (104.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (94.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (104.0 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 08-08-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,869
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


คลื่นความร้อนเล่นงานยุโรปคร่าชีวิต9ศพในสเปน ปลาตายนับตันลอยเกลื่อนแหล่งน้ำสวิสฯ



เอเอฟพี - ยอดผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศร้อนจัดในสเปน เพิ่มเป็น 9 ศพในสัปดาห์เดียว จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ในวันอังคาร(7ส.ค.) ในขณะที่คลื่นความร้อนที่กำลังแผ่ปกคลุมยุโรป ยังทำให้มีปลาตายหลายพันตันลอยเต็มแหล่งน้ำต่างๆในสวิตเซอร์แลนด์

ชายวัย 66 ปีถูกพบเสียชีวิตจากโรคลมแดด (Heat stroke) ในแคว้นเอซเตรมาดูราของสเปน ใกล้กับโปรตุเกส เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว จากนั้นในอีก 2 วันต่อมา ก็พบสตรีวัย 75 ปีเสียชีวิตในอาการเดียวกัน จากการเปิดเผยของกระทรวงสาธารณสุขแคว้นในวันอังคาร(7ส.ค.)

เหตุการตายดังกล่าวทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากผลกระทบโดยตรงของคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมสเปนเพิ่มเป็น 9 ราย ในนั้น 3 รายเป็นคนเร่ร่อนในแคว้นกาตาลุญญา

ทั้งนี้แคว้นเอซเตรมาดูราต้องเผชิญกับสภาพอากาศอันร้อนระอุจากคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมยุโรป โดยบางพื้นที่ของแคว้นแห่งนี้ วัดอุณหภูมิได้สูงสุดถึง 46 องศาเซลเซียสเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

อีกด้านหนึ่งคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมยุโรป ทำให้มีปลาตายเกือบ 1 ตัน ลอยเต็มแหล่งน้ำต่างๆในสวิตเซอร์แลนด์ท่ามกลางอุณหภูมิสูงลิ่ว ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์อาร์ทีเอสในวันอังคาร(7ส.ค.)

แหล่งน้ำที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดคือแม่น้ำไรน์ที่ไหลจากทะเลสาบคอนสแตนซ์ไปยังน้ำตกไรน์ บริเวณที่พวกเจ้าหน้าที่เริ่มเก็บซากปลาน้ำจืด grayling ขึ้นจากแม่น้ำมาตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์

"เราเฝ้าดูปลาตายไหลไปตามแม่น้ำไรน์มาหลายวันแล้ว เราจำเป็นต้องเก็บกู้ซากปลาตายราว 1,000 กิโลกรัมขึ้นจากแม่น้ำ" อันเดรียส โวเกลิ เจ้าหน้าที่จากกรมล่าสัตว์และการประมง ในเขตชาฟฟ์เฮาเซน ทางเหนือของสวิตเซอร์แลนด์กล่าว

ปลา grayling เป็นปลาที่ชอบน้ำเย็น และแม้ว่ามันจะสามารถทนกับน้ำที่มีอุณหภูมิเกินกว่า 20 องศาเซลเซียส แต่บางพื้นที่ของแม่น้ำไรน์ในช่วงไม่กี่วันที่ผานมา อุณหภูมิขยับขึ้นไปแตะ 27 องศาเซลเซียส สูงสุดเป็นประวัติการณ์

อนึ่งเมื่อครั้งที่คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมปี 2003 มันกำจัดประชาชนปลา grayling ของสวิตเซอร์แลนด์ ดับสูญไปกว่า 90%

ซามูเอล กรุนด์เลอร์ จากสมาคมชาวประมงสวิตเซอร์แลนด์ บอกว่าสถานการณ์สำหรับปลาตัวเล็กๆและขนาดกลางนั้นล่อแหลมมาก "เราทำทุกสิ่งเท่าที่จะทำได้" เขากล่าว โดยหนึ่งในมาตรการต่างๆเหล่านั้น คือการย้ายปลาไปยังแหล่งน้ำเย็น "เรากู้ปลาจากสายน้ำหลายร้อยกิโลเมตร และย้ายมันไปยังแหล่งน้ำอื่นๆ"


https://mgronline.com/around/detail/9610000078645


*********************************************************************************************************************************************************


จีนประกาศเตือนภัยคลื่นความร้อนระดับสีเหลือง ปลาลอยตายหลายตัน


คลื่นความร้อนยังทำให้ประชาชนกว่า 8 ล้านคนต้องเผชิญความยากลำบากในการดำรงชีวิต (ภาพเอเอฟพี)

กลุ่มสื่อจีนรายงาน (3 ส.ค.) กรมอุตุนิยมวิทยาจีนประกาศแจ้งเตือนภัยคลื่นร้อนระดับสีเหลืองทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเตรียมรับมือกับคลื่นความร้อนที่เริ่มปกคลุมจีนตั้งแต่วันศุกร์ (3 ส.ค.) เป็นต้นไป ซึ่งการแจ้งเตือนสภาพอากาศในจีน แบ่งออกเป็น 4 ระดับ เรียงลำดับจากรุนแรงสูงสุด ถึง ต่ำสุด คือ สีแดง สีส้ม สีเหลือง และสีฟ้า

รายงานระบุว่า คลื่นความร้อนแผ่กระจายไปทั่วประเทศจีน โดยเฉพาะมณฑลเหลียวหนิงทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศเผชิญความร้อนสูงกว่า 35 องศาเซลเซียสยาวนานต่อเนื่อง 7 วัน โดยมีอุณหภูมิสูงสุดถึง 42 องศาเซลเซียส นับเป็นอุณหภูมิที่สูงที่สุดของมณฑลเหลียวหนิงในรอบ 7 ทศวรรษ ส่งผลให้ปลาตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งโดยปกติสามารถทนความร้อนได้เพียง 38 องศาเซลเซียสพากันลอยตายนับพันตัน

นอกจากนี คลื่นความร้อนยังทำให้ประชาชนกว่า 8 ล้านคนต้องเผชิญความยากลำบากในการดำรงชีวิต โดยมีผู้ป่วยจากอาการโรคลมร้อน (Heat Stroke) และภาวะขาดน้ำ (dehydration) เป็นจำนวนตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา

นายฉิน เถียกง หัวหน้าศูนย์ให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินเมืองกล่าวว่า ผู้ป่วยบางรายมีอาการโรคลมร้อนขั้นร้ายแรง โดยมีอุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 41 องศาเซลเซียส และมีอาการหายใจติดขัด?

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาแห่งชาติจีนยังแนะนำประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อนระลอกนี้ว่า ให้ดูแลสุขภาพ และเตรียมป้องกันการเกิดลมแดด รวมถึงไฟไหม้ในช่วงอากาศร้อนจัด

สภาพอากาศร้อนทำให้ประชาชนหลายคนพากันเป็นลมแดด ถูกหามส่งโรงพยาบาลหลายราย ประชาชนบางส่วนพากันหนีร้อนเข้าไปหลบตามร้านค้า สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่ติดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำสู้อากาศภายนอก หรือดับร้อนโดยการลงเล่นน้ำในสระน้ำ ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้งต่างๆในช่วงกลางวันเป็นไปด้วยบรรยากาศเงียบเหงา มีเพียงร้านค้าที่เปิดสู้แสงแดดเท่านั้น


https://mgronline.com/china/detail/9610000077579

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 08-08-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,869
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


ว้าว! ช่างภาพสาวแชะรูป วาฬยักษ์สองตัวล่าอาหาร สุดอลังการชวนตะลึงใจ



วาฬ ขนาดมหึมาโผล่เหนือน้ำ ทำนักท่องเที่ยวโลกตะลึง ประทับใจสัตว์สุดงาม
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. เว็บไซต์ข่าว เดลีเมล์ รายงานว่า กลุ่ม วาฬ หนักกว่า 40 ตัน พุ่งขึ้นเหนือน้ำเพื่อหาอาหาร ท่ามกลางความตะลึงของนักท่องเที่ยวที่อยู่บนเรือ บริเวณอ่าวมอนต์เทอเรย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีคนบันทึกภาพความประทับใจนี้เก็บไว้ได้ จากภาพดูเหมือนว่าวาฬพวกนี้กำลังจะพุ่งชนเรือโดยสาร



โจดี้ เฟรดิอานี่ ช่างภาพที่ถ่ายรูปวาฬ ให้สัมภาษณ์ว่า "การเจอวาฬเป็นสิ่งที่โชคดีมาก ไม่แปลกใจที่เรือชมวาฬหลายลำจึงพากันมาดูวาฬพวกนี้ มันน่าทึ่งจริงๆ พวกเราได้แต่ดูอยู่บนเรือที่จอดนิ่ง มันก็ว่ายน้ำตามอาหารไป วาฬสองตัวนี้ฉลาดมาก มันไม่ทำให้เราเปียกเลย"


https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_1417832

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 08-08-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,869
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


อาฟเตอร์ช็อก 200 ครั้ง เขย่าเกาะลอมบอก



จาการ์ตา (เอเอฟพี/รอยเตอร์) - เกิดอาฟเตอร์ช็อกกว่า 120 ครั้ง หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.9 ที่เกาะลอมบอกของอินโดนีเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่วนยอดผู้เสียชีวิตล่าสุด อยู่ที่ 142 คน บาดเจ็บกว่า 200 คน ไร้ที่อยู่อาศัยหลายหมื่นคน สามารถอพยพนักท่องเที่ยวที่ตกค้างบนเกาะได้แล้วกว่า 2,000 คน

ความคืบหน้าหลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.9 ที่เกาะลอมบอก ของอินโดนีเซียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 120 ครั้งแล้ว ส่วนยอดผู้เสียชีวิตอย่างไม่เป็นทางการ ที่รายงานในสื่อมวลชนท้องถิ่นของอินโดนีเซีย อยู่ที่ 142 คน และบาดเจ็บกว่า 200 คน แต่ตัวเลขของทางการรายงานยอดผู้เสียชีวิตน้อยกว่าที่ 98 คน ผู้เสียชีวิตที่อายุน้อยที่สุด เป็นเด็กอายุเพียง 1 ขวบ และมีผู้เสียชีวิต 2 คน อยู่บนเกาะบาหลี ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับเกาะลอมบอก ยอดผู้เสียชีวิต 98 คนดังกล่าว ทำให้แผ่นดินไหวครั้งนี้ มียอดผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 ของแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซียในปีนี้ และคาดว่าตัวเลขอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากทีมกู้ภัยยังเข้าไม่ถึงพื้นที่แผ่นดินไหวทั้งหมดที่ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ มีอาคารกว่า 13,000 หลัง บนเกาะลอมบอก พังถล่มหรือได้รับความเสียหายหนัก ชาวบ้านกว่า 20,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย

ส่วนนักท่องเที่ยวทั้งชาวอินโดนีเซียเองและต่างชาติที่ตกค้างอยู่บนหมู่เกาะกีลี ซึ่งอยู่ใกล้กับเกาะลอมบอก ได้รับการอพยพทางเรือ ออกจากเกาะย่อย 3 เกาะ ในหมู่เกาะกีลี ได้แล้ว กว่า 2,000 คน แต่สนามบินเมืองมาตารัม เมืองเอกของเกาะลอมบอก ยังคงมีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตกค้างอยู่บนเกาะเข้าแถวยาวเหยียด เพื่อรอเดินทางออกจากลอมบอก คาดว่า มีนักท่องเที่ยวติดอยู่ที่สนามบินราว 1,000 คน นักเดินทางจากออสเตรเลียคนหนึ่งเผยว่าเขาจองตั๋วเพื่อต่อเที่ยวบินไปสุราบายาเพราะไม่มีเที่ยวบินตรง ในกลุ่มนักท่องเที่ยวตกค้างที่สนามบิน มีจำนวน 100 คน มาจากจีน ด้านสายการบินการูด้า อินโดนีเซีย เพิ่มเที่ยวบินพิเศษหลายเที่ยว ออกจากลอมบอก เพื่อช่วยอพยพนักท่องเที่ยว และสายการบินต้นทุนต่ำแอร์เอเชียเตรียมเพิ่มเที่ยวบินพิเศษเพื่อชาวยอพยพนักท่องเที่ยวออกจากเกาะด้วย


http://www.naewna.com/inter/356394

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 08-08-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,869
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


ไฟป่าแคลิฟอร์เนียครั้งล่าสุด ทุบสถิติรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ 283,800 เอเคอร์


REUTERS/Fred Greaves/File Photo

จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา สถานการณ์ไฟป่า "เมนโดชิโน คอมเพล็กซ์" (Mendocino Complex Fire) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ลุกลามเป็นวงกว้างรุนแรงถึง 2 วัน กลายเป็นปรากฏการณ์ความเสียหายที่รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ของรัฐแห่งนี้

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า พื้นที่ความเสียหายที่ไฟป่าลุกลามอย่างหนักในรัฐแคลิฟอร์เนียขยายเป็นวงกว้างถึง 283,800 เอเคอร์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมเปลวเพลิงได้เพียง 30% ของพื้นที่ดังกล่าวเท่านั้น ทั้งนี้ รายงานระบุว่า เหตุการณ์ไฟป่าครั้งนี้รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นมา ทำลายสถิติไฟป่า "ไฟป่าโธมัส" (Thomas Fire) ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2017 โดยเผาทำลายไปถึง 281,893 เอเคอร์


REUTERS/Fred Greaves/File Photo

ทั้งนี้ นายไบรอัน เฮอร์ลีย์ นักอุตุนิยมวิทยาจากศูนย์พยากรณ์อากาศแห่งชาติ ระบุว่า เหตุการณ์ไฟป่าเกิดขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนียอยู่บ่อยๆ สาเหตุหลักนั้นมาจากความแห้งแล้งที่สุดเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นๆ ของสหรัฐอเมริกา ขณะที่ อุณหภูมิร้อนจัดแต่สูงสุดที่ 110 องศาฟาเรนไฮต์ และมีลมแรงถึง 15 ไมล์ต่อชั่วโมง จึงทำให้เปลวไฟนั้นพัดพาไปยังพื้นที่โดยรอบได้ง่าย

ขณะที่ นักสังคมและสิ่งแวดล้อมกล่าวว่า แถบพื้นที่แห้งแล้งในสหรัฐฯ ไม่ได้มีเพียงในแคลิฟอร์เนียเท่านั้น แต่มีอีกหลายพื้นที่ อีกทั้งประชาชนยังต้องพึ่งพาการทำเกษตรกรรมเป็นรายได้หลักด้วย


https://www.prachachat.net/world-news/news-201128

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 08-08-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 22,869
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


นักวิทย์เตือนโลกกำลังกลายสภาพเป็น "โรงบ่มความร้อน"

นักวิจัยเตือนโลกอาจมีสภาพไม่ต่างจากโรงบ่มอันร้อนระอุ หากอุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นอีก 2 องศาเซลเซียส เนื่องจากแหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนตามธรรมชาติอยู่ในสภาพถดถอยจนต้องระบายก๊าซดังกล่าวออกมา และอาจกลายสภาพเป็นตัวเร่งภาวะโลกร้อนเสียเอง



ผลการศึกษาของทีมนักวิจัยนานาชาติ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารสถาบันวิชาการด้านวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯ ระบุว่า ในอนาคตอันใกล้หรืออีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า หากอุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้น 2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเพดานที่กำหนดไว้ตามข้อตกลงปารีส โลกของเราอาจก้าวเข้าสู่สภาวะร้อนจัดและน้ำทะเลหนุนสูงจนพื้นที่บางส่วนไม่สามารถอยู่อาศัยได้

การศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ พบว่า แต่ละปี ป่าไม้ แผ่นดิน และมหาสมุทร ดูดซับปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์มากถึงครึ่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบัน แนวโน้มการปล่อยก๊าซดังกล่าวยังเพิ่มขึ้น สวนทางกับพื้นที่ป่าที่มีน้อยลง ส่วนทะเลเริ่มมีสัญญาณการอิ่มตัวของความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน นั่นหมายความว่า แหล่งดูดซับก๊าซคาร์บอนในธรรมชาติกำลังอ่อนแอลง

นอกจากนี้ ก๊าซมีเทนและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกดูดซึมไว้ภายในพื้นที่ชั้นน้ำแข็งที่ไม่เคยละลายในรัสเซีย แคนาดา และยุโรปเหนือ ตอนนี้มีปริมาณมากเท่ากับการปล่อยก๊าซทั้ง 2 ชนิดในระยะเวลา 15 ปีรวมกัน

หากก๊าซเหล่านี้ถูกปล่อยออกมาจากแหล่งกักเก็บตามธรรมชาติ ก็จะยิ่งทำให้โลกร้อนขึ้น ซึ่งอุณหภูมิที่สูงขึ้น ก็ยิ่งเป็นปัจจัยให้ก๊าซถูกปล่อยออกมาจากแหล่งดูดซับเร็วขึ้นด้วย

นอกจากนี้ หากแหล่งดูดซับใดเริ่มปล่อยก๊าซคาร์บอนออกมา ก็มีแนวโน้มจะทำให้แหล่งดูดซับอื่นๆปล่อยก๊าซชนิดเดียวกันตามมาด้วยเหมือนปฏิกิริยาโดมิโน ปัจจุบัน อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นที่ 1 องศาเซลเซียส จากยุคก่อนการปฏิวัติอุตสาหกรรม โดยมีอัตราเพิ่มที่ 0.17 องศาเซลเซียสต่อ 10 ปี



ยุโรป ยังร้อนต่อเนื่อง เกือบทุบสถิติใหม่

ส่วนสถานการณ์คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมทั่วทวีปยุโรปนานต่อเนื่องหลายสัปดาห์ ยังคงมีกำลังรุนแรง อุณหภูมิในหลายประเทศพุ่งสูง จนเกือบทำสถิติร้อนที่สุดได้อีกครั้ง

ที่ฝรั่งเศส เมื่อวานนี้ (6 ส.ค.61) อุณหภูมิในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ เพิ่มสูงขึ้นถึงเกือบ 37 องศาเซลเซียส ส่วนทางตอนเหนือ คาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งสูงขึ้นอีกในวันนี้ ส่วนที่กรุงปารีส ทางการได้จำกัดการใช้รถยนต์ เพื่อลดมลพิษในอากาศที่มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางสภาพอากาศร้อน

ในสเปน ยอดผู้เสียชีวิตจากคลื่นความร้อนเพิ่มขึ้นเป็น 7 คน แต่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟป่าได้แล้ว ส่วนอุณหภูมิยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะทางตอนใต้ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ราว 40-42 องศาเซลเซียส

ส่วนที่โปรตุเกส อุณหภูมิลดต่ำลงกว่า 45 องศาเซลเซียสเล็กน้อย และมีแนวโน้มที่จะลดต่ำลงอีกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟป่าที่เกิดขึ้นภายในประเทศได้

เช่นเดียวกับประเทศเยอรมนี คาดว่าอุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งกลางสัปดาห์นี้ ก่อนที่จะค่อยๆลดต่ำลง

https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/86900


*********************************************************************************************************************************************************


มหันตภัยโลกร้อน กับสภาพภูมิอากาศที่ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์นับล้านปี

ในช่วง 2 ถึง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้ยินเรื่องคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นตามส่วนต่างๆ ทั่วโลก ปรากฏการณ์นี้อธิบายไม่ยากว่ามีต้นเหตุมาจากสภาวะโลกร้อน นักวิทยาศาสตร์บอกว่า มนุษย์เราพยายามทำทุกทางเพื่อรักษาโลกไว้ ไม่ให้ร้อนไปกว่านี้ แต่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ เพราะตอนนี้ถึงแม้เรายังไม่ถึงระดับที่เรียกว่าวิกฤติ โลกของเรายังเผชิญกับสภาพอากาศที่แทบไม่เคยเห็นมาก่อนในประวัติศาสตร์นับล้านปี



คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับภาวะเรือนกระจกมาพอสมควร คือรู้ว่าสภาวะนี้มักจะเกิดขึ้นในบริเวณเฉพาะส่วนของโลก ที่มีก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ ขึ้นไปลอยอยู่บนชั้นบรรยากาศ แต่ตอนนี้คงต้องมารู้จักกับคำว่า"โลกเรือนกระจก"กันบ้าง เพราะตอนนี้ทั่วโลกกำลังเผชิญกับสภาพภูมิอากาศที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาเลยในรอบกว่า 1 ล้านปี นั่นคือทุกภูมิภาคที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ถูกปกคลุมไปด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัด ถึงขั้นทำให้มีคนตายนับร้อยนับพันคน



นักภูมิวิทยาศาสตร์ต่างพยายามหาคำตอบในเรื่องนี้ ซึ่งก็ได้บทสรุปที่ตรงกันว่า โลกของเรากำลังเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า"Hothouse Planet" หรือแปลว่าโลกเรือนกระจก ซึ่งอธิบายง่ายๆ ก็คือ โลกใบนี้กำลังร้อนขึ้นทุกวินาที ในสนธิสัญญาปารีสระบุไว้ว่า บรรดาชาติสมาชิก จะต้องช่วยกันควบคุมไม่ให้โลกของเรามีอูณหภูมิสูงขึ้นไปกว่านี้ โดยมีการยืดหยุ่นว่า เกินได้แต่ต้องไม่มากไปกว่า 2 องศาเซลเซียส เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นสำคัญ เพราะขนาดตอนนี้โลกร้อนขึ้นเพียง 1 องศาเซลเซียส หลายประเทศก็เผชิญกับคลื่นความร้อนสูงเป็นประวัติการณ์ นั่นหมายความว่า เป้าหมายที่ไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส อาจจะดีไม่พอสำหรับโลกของเราแล้ว

อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญกังวลเหลือเกินก็คือ ธรรมชาติที่ยืนอยู่ข้างเราตลอดมา ในการดูดซับบรรดาก๊าซเรือนกระจกไว้ ว่ากันว่า ธรรมชาติเช่น ป่าไม้ มหาสมุทร รวมถึงพื้นดิน ช่วยกันดูดซับก๊าซเรือนกระจกปีละไม่ต่ำกว่า 4,500 ตัน แต่มนุษย์กลับยังคงทำลายธรรมชาติเหล่านี้ให้เหลือน้อยลงไปทุกวัน ป่าไม้ถูกตัด การทิ้งขยะลงมหาสมุทร หรือแม้แต่การทำลายแนวปะการัง ซึ่งล้วนแต่ทำให้ความสามารถในการดูดซึมคาร์บอนไดอ็อไซด์ลดลงเรื่อยๆ และถ้าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ก่อนจะถึงศตวรรษหน้า อาจได้เห็นการเอาคืนของธรรมชาติอย่างสาสม

เมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกทำลาย ก็เหมือนกับกลไกในการดูดซับคาร์บอนไดอ็อกไซด์ถูกทำลาย และเมื่อนั้น จากที่เคยดูดซับก็จะกลายเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมา ซึ่งปริมาณก๊าซที่ถูกปล่อยออกมา ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า เพียงพอที่จะทำให้โลกทั้งใบกลายเป็นเรือนกระจกได้อย่างง่ายดาย


ส่วนข่าวดีที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็คือ ยังไม่สายที่เราจะช่วยกันฟื้นฟูธรรมชาติ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้ได้ทั้งหมด ภายในกลางศตวรรษนี้ ไม่เช่นนั้น มนุษย์จะต้องเจอกับงานหนักในการกู้โลก ทั้งช่วยกันปลูกต้นไม้ หาทางป้องกันไม่ให้แสงอาทิตย์ส่องตรงมายังโลก และที่สำคัญคือ หาทางประดิษฐ์เครื่องดูดก๊าซเรือนกระจกขนาดมหึมา ที่สามารถดูดก๊าซพิษได้ทั้งโลก คำถามคือ เราจะทำอย่างที่ว่าได้หรือไม่


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/86925
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:52


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger