เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 09-08-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพฤหัสบดีที่ 9 สิงหาคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีก 1 วัน


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 8-9 ส.ค. ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง

ส่วนในช่วงวันที่ 10-14 ส.ค. ประเทศไทยยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอัดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "คลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ และฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย" ฉบับที่ 20 ลงวันที่ 09 สิงหาคม 2561

ในวันที่ 9 ส.ค. 61 ประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มไว้ด้วย โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆมีดังนี้

ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ตาก อุตรดิตถ์ และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออกให้ระวังคลื่นที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองหลายพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (100.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (97.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (101.8 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : 09-08-2018 เมื่อ 05:54
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 09-08-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


ไต้ฝุ่น"ชานชาน"จ่อขึ้นฝั่งใกล้โตเกียว

ญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับพายุฝนและคลื่นลมแรงเพราะพายุไต้ฝุ่น?ชานชาน?เตรียมพัดขึ้นฝั่งใกล้กับกรุงโตเกียว ทางการต้องสั่งยกเลิกเที่ยวบินกว่า 130 เที่ยวบินเพื่อความปลอดภัย



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 ส.ค.ว่า พายุไต้ฝุ่น?ชานชาน?เป็นชื่อของผู้หญิงในภาษาจีน ขณะนี้เป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 2 คาดว่าจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยก่อนพัดเข้าใกล้ชายฝั่งตะวันออกบนเกาะฮอนชูเกาะใหญ่ของญี่ปุ่น เคลื่อนตัวเข้าใกล้กรุงโตเกียวในช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ 9 ส.ค. ซึ่งอาจทำให้เกิดฝนตกและคลื่นลมแรงในทะเล อาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้าวันพฤหัสบดีที่ 9 ส.ค.

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นแจ้งเตือนว่า โตเกียวและพื้นที่โดยรอบอาจมีฝนตกหนักวัดปริมาณน้ำฝนได้สูงถึง 350 มิลลิเมตรในช่วง 24 ชั่วโมงจนถึงช่วงเที่ยงของวันพฤหัสบดีที่ 9 ส.ค. ขณะที่ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางของพายุอาจสูงถึง 180 กม./ชม.

พายุไต้ฝุ่น"ชานชาน"เคลื่อนตัวช้าด้วยความเร็วลม 15 กม./ชม.จึงอาจทำให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่เดียว แต่หลังจากพาดผ่านโตเกียวแล้ว คาดว่าพายุไต้ฝุ่นลูกนี้จะเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะฮอนชู ก่อนที่จะอ่อนกำลังลงกลายเป็นพายุโซนร้อนและเคลื่อนตัวสู่มหาสมุทรแปซิฟิก

ในส่วนของภาคตะวันตกของญี่ปุ่นที่เคยเผชิญน้ำท่วมหนักมาแล้วเมื่อเดือนก.ค.ที่ผ่านมา จะไม่ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นลูกนี้

ส่วนโทรทัศน์เอ็นเอชเครายงานว่า ทางการได้สั่งยกเลิกเที่ยวบินขาเข้าและขาออกจากสนามบินหลัก 2 แห่งของโตเกียวรวมแล้วกว่า 130 เที่ยวบินเพื่อความปลอดภัย

ญี่ปุ่นเผชิญภัยธรรมชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่านับตั้งแต่ต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมา เช่นคลื่นอากาศร้อนวัดอุณหภูมิได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 41.1 องศาเซลเซียส มีผู้เสียชีวิตไปแล้ว 132 ศพเมื่อนับถึงวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ส่วนน้ำท่วมหนักและดินถล่มทางตะวันตกของญี่ปุ่นในช่วงเดือนก.ค.นั้น มีผู้เสียชีวิตกว่า 200 ศพ


https://www.dailynews.co.th/foreign/659528


*********************************************************************************************************************************************************


ปลาในแม่น้ำไรน์ตายเป็นเบือเพราะอากาศร้อนจัด

ทางการสวิตเซอร์แลนด์เก็บซากปลาตามแม่น้ำไรน์ได้มากถึง 1 ตัน ยิ่งบ่งชี้ความรุนแรงของสภาพอากาศที่กำลังร้อนจัดในยุโรป



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ว่าทางการรัฐชาฟฟ์เฮาเซน ในภาคเหนือของสวิตเซอร์แลนด์ รายงานเมื่อวันอังคาร ว่าสภาพอากาศที่ร้อนจัดส่งผลให้ปลาน้ำจืดในแม่น้ำและทะเลสาบหลายแห่งล้มตายเป็นจำนวนมาก โดยพื้นที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือตลอดแนวลุ่มน้ำไรน์ รวมถึงทะเลสาบคอนชตันซ์ พรมแดนธรรมชาติระหว่างเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย ซึ่งเจ้าหน้าที่เก็บซากปลาได้น้ำหนักรวมประมาณ 1,000 กิโลกรัม ตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ปลาน้ำจืดส่วนใหญ่ในลุ่มน้ำบริเวณนี้เป็นสายพันธุ์ "เกรย์ลิง" ( Grayling ) ซึ่งโดยปกติแล้วแทบไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้หากอุณหภูมิของน้ำสูงเกิน 20 องศาเซลเซียส แต่อุณหภูมิของน้ำในแม่น้ำไรน์ทรงตัวอยู่เหนือ 27 องศาเซลเซียส ตลอด 3-4 วันที่ผ่านมา สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทุกฝ่ายนึกย้อนไปถึงอิทธิพลรุนแรงของคลื่นความร้อนผิดปกติเมื่อปี 2546 ที่ส่งผลให้ประชากรปลาเกรย์ลิงในสวิตเซอร์แลนด์หายไปมากถึง 90%


https://www.dailynews.co.th/foreign/659405

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 09-08-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


ปูหิน นักปีนป่ายสุดหนึบแห่งอันดามัน



ตามซอกหลืบโขดหินน้อยใหญ่บริเวณชายทะเลตามแหล่งท่องเที่ยวรอบๆเกาะภูเก็ต เช่นเดียวกับชายฝั่งอันดามันโดยทั่วไป หากละสายตาจากทิวทัศน์หาดทรายขาวที่ละลานตาด้วยนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก เราจะเห็นสัตว์น้ำชนิดหนึ่งที่เกาะกลุ่มกันอยู่เป็นจำนวนมาบนโขดหิน กำลังล้อเล่นคลื่นที่ซัดกระหน่ำเข้ามาเป็นระยะ มันคือ ปูหิน ( SPINY ROCK CRAB )



แม้ขนาดจะไม่ใหญ่นักหากเป็นเทียบกับปูชนิดอื่น แต่ด้วยสีสันที่สวยงามแปลกตากลมกลืนไปกับโขดหิน ด้วยกระดองสีเขียวอมแดงนิดหน่อย ส่วนก้ามขาสลับลายด้วยแถบสีม่วง ทำให้เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักถ่ายภาพที่นิยมท่องชายหาดเพื่อเก็บภาพประทับใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างมากขณะจ้องถ่ายรูปฝูงปูเหล่านี้เนื่องจากโขดหินมีคราบไคลที่ลื่นมาก ต่องค่อยๆย่องก้าวย่างอย่างมั่นคง แม้จะไม่ยากเย็นอะไรนักแต่หากพลาดขึ้นมานอกจากจะไม่ได้ภาพแล้ว กล้องก็อาจจะพังด้วย


http://www.nationtv.tv/main/content/378646950/
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 09-08-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


สิ่งมีชีวิตกี่สายพันธุ์บนโลกกำลังรับผลกระทบจากน้ำมือมนุษย์ ..................... โดย Rex Weyler

แค่เพียงสังเกตดู เราก็รู้ได้ว่ามนุษย์นั้นได้เข้าไปรบกวนสมดุลของสรรพชีวิตบนโลก ทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพ และทำให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ ต้องสูญพันธุ์ไปมากมาย โดยในผลสำรวจสิ่งมีชีวิตบนโลก (Census of Earth?s Biomass) ฉบับล่าสุดได้มีการเผยถึงรายละเอียดบางส่วนเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของความหลากหลายทางสายพันธุ์บนโลก

งานวิจัยของ ยีนอน เอ็ม บาร์-ออน และ รอน ไมโล จากสถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์มัน ร่วมกับ ร็อบ ฟิลิปส์ จากสถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย ซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2561 ในวารสารชื่อ Proceeding of the National Academy of Science (PNAS) ฉบับนี้ ได้รวบรวมผลวิจัยทั้งระดับโลกและท้องถิ่นกว่าหลายร้อยชิ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งภายในเนื้อหามีการแสดงจำนวนโดยประมาณที่จัดทำขึ้นใหม่ของวงศ์ ไฟลัม และอาณาจักรของสิ่งมีชีวิตที่จำเพาะเจาะจงบางชนิด

เราพบว่ามนุษย์และปศุสัตว์บนโลกมีจำนวนรวมกันมากถึงร้อยละ 96 ของจำนวนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมด ส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆอย่างวาฬ สิงโตทะเล หมี ช้าง แบดเจอร์ หนูผี กวาง เสือพูมา หนู หมาป่า และอื่นๆ ที่เหลือรวมกันนั้นมีจำนวนเพียงราวร้อยละ 4.2 เท่านั้น

โดยสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมดรวมถึงมนุษย์และปศุสัตว์นั้นคิดเป็นจำนวนเพียงร้อยละ 0.03 ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลก และสิ่งมีชีวิตประเภทสัตว์ทั้งหมด ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์จำพวกปลา แมลง หนอน สัตว์ปีก และอื่นๆ นั้นนับรวมกันเป็นเพียงร้อยละ 0.37 ของสิ่งมีชีวิตรวมเท่านั้น ส่วนผู้ผลิตหลักทั้ง 2 อาณาจักรที่สร้างอาหารเองได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ อันได้แก่พืชและแบคทีเรีย ยังคงเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจำนวนมากที่สุดทั้งบนผืนโลกและใต้ผืนน้ำ ซึ่งมีจำนวนรวมกว่าร้อยละ 95 ของสิ่งที่มีชีวิตทั้งหมด


การกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตในโลก


แผนภาพโวโรนอยของการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตโลก (ได้รับการยินยอมให้เผยแพร่จากการสำมะโนสิ่งมีชีวิตของบาร์-ออน ฟิลิปส์ และไมโล)


จุดเริ่มต้นในโบราณกาล

แบคทีเรียคือสิ่งมีชีวิตที่มีเรื่องราวความเป็นมายาวนานและมีความสำคัญอย่างมาก พวกมันเริ่มเติบโตมาจากโมเลกุลที่มีชีวิตตั้งแต่เมื่อ 3,500 ล้านปีก่อน โดยมีไซยาโนแบคทีเรีย (สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน) และสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่ชื่อโปรแคริโอต รวมถึงอาร์เคียอันเป็นแบคทีเรียระดับเดียวกัน เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตรูปแบบเดียวที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้เมื่อเกือบสองพันล้านปีที่ผ่านมา

ขณะที่แบคทีเรียเริ่มมีวิวัฒนาการมากขึ้นจนสามารถเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นอาหารได้ผ่านกระบวนการสังเคราะห์แสง พวกมันก็ทวีจำนวนขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ดี การเติบโตครั้งนี้ได้ปล่อยก๊าซออกซิเจนสู่ท้องทะเลและทำให้เกิดเหตุการณ์ ?ออกซิเจนพิษ? ขึ้น ซึ่งเป็นการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ครั้งแรกในประวัติการณ์ในช่วง 2,500 และ 2,100 ล้านปีก่อน โดยออกซิเจนที่เป็นพิษต่อแบคทีเรียอนาแอโรบิก (anaerobic) ได้ทำให้สายพันธุ์จำนวนมากสูญพันธุ์ลง จนกระทั่งเกิดสิ่งมีชีวิตที่มีวิวัฒนาการให้สามารถเผาผลาญออกซิเจนเพื่อกำจัดมลพิษขึ้น โดยสิ่งมีชีวิตที่หายใจด้วยออกซิเจนนี้ได้ทำให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กลับคืนสู่สมดุลอีกครั้งจนทำให้พืชเติบโต และในขณะเดียวกัน เหล่าฟังไจก็เติบใหญ่ขึ้นปกคลุมพื้นที่ใต้ผิวโลกที่ไร้ออกซิเจน


ฟังไจในป่าดิบชื้นที่หุบเขาคาลาซู เมืองสอหร่ง ปาปัวตะวันตก ? เจอรนาสันโต สุขารโน / กรีนพีซ

ในปัจจุบัน สิ่งมีชีวิตรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่ยุคโบราณกาลเหล่านี้ทั้งอาร์เคีย ฟังไจ แบคทีเรีย โพรทิสต์ และพืชนั้นมีจำนวนมากถึงร้อยละ 99.6 ของสิ่งมีชีวิตบนโลก โดยนักชีววิทยาได้ประเมินค่าชีวมวลไว้เป็นหน่วย ?คาร์บอนพันล้านตัน? (Gt C) ซึ่งสรุปรวมของค่าการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตในปัจจุบันโดยอิงจากสำมะโนสิ่งมีชีวิตของบาร์-ออน ฟิลิปส์ และไมโลมีดังต่อไปนี้

สิ่งมีชีวิตรวมบนโลก: คาร์บอน 545.2 พันล้านตัน (Gt C)



แม้ว่าผลวิเคราะห์นี้จะมียอดสรุปรวมที่น่าเชื่อถือ ทว่าจำนวนที่ได้ก็ยังไม่แน่นอนนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนของสิ่งมีชีวิตใต้น้ำทะเลลึกและใต้ผิวดิน ซึ่งเป็นไปได้ว่าทั้งแบคทีเรีย ฟังไจ อาร์เคีย และโพรทิสต์ต่างก็อาจมีจำนวนมากกว่าที่คำนวณไว้มาก ส่วนของค่าประมาณพืชและสัตว์นั้นมีจะความน่าเชื่อถือมากกว่า

ในส่วนของพืชซึ่งมีจุดกำเนิดมาจากสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลนั้นมีจำนวนมากที่สุดบนพื้นผิวโลกโดยคิดเป็นกว่าร้อยละ 80 ของสิ่งมีชีวิตทั้งหมด รวมถึงแม้จะมีการตัดไม้ทำลายป่าโดยมนุษย์และการกลายสภาพเป็นทะเลทรายของระบบนิเวศทุ่งหญ้าอย่างมหาศาลก็ตาม และแม้ว่ากว่าร้อยละ 99 ของสิ่งมีชีวิตจะอยู่บนพื้นผิวโลก แต่สัตว์ส่วนใหญ่กลับอยู่ใต้ท้องทะเลเป็นหลักในรูปของปลาและแพลงค์ตอนสัตว์

บนพื้นผิวโลก สิ่งมีชีวิตผู้ผลิต (พืชและแบคทีเรีย) นั้นมีจำนวนมากกว่าผู้บริโภคอย่างมาก แต่ในทางกลับกัน ผู้บริโภคกลับมีจำนวนมากกว่าผู้ผลิตในท้องทะเล ซึ่งเรารู้สึกข้องใจกับจำนวนดังกล่าวจนกระทั่งเราพบว่าผู้บริโภคในทะเลขนาดใหญ่นั้นมักจะกินผู้บริโภคที่มีขนาดเล็กกว่า ในขณะที่ผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่สุดบนผิวโลกนั้นกลับกินพืชเป็นอาหาร


ช้างในทุ่งสะวันนามาไซ มารา ประเทศเคนยา แอฟริกา ? มาร์คุส เมาว์ธ / กรีนพีซ

มีเพียงร้อยละ 60 ของสิ่งมีชีวิตในโลกเท่านั้นที่อยู่บนผิวโลกและในทะเล (ราว 320 Gt C) ส่วนสิ่งมีชีวิตที่เหลือนั้นจะอยู่ใต้ผิวดิน อันได้แก่รากพืช (130 Gt C) และจุลินทรีย์ในดินและใต้ผิวโลกระดับลึก (ราว 100 Gt C) โดยราวร้อยละ 30 ของสิ่งมีชีวิตที่เป็นพืชนั้นจะเป็นรากอยู่ใต้ผิวโลก ซึ่งอยู่แบบพึ่งพาอาศัยกันกับฟังไจ แบคทีเรีย และจุลินทรีย์อื่นๆ


(มีต่อ)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 09-08-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


สิ่งมีชีวิตกี่สายพันธุ์บนโลกกำลังรับผลกระทบจากน้ำมือมนุษย์ ......... (ต่อ)


ผลกระทบจากมนุษย์

จากสรุปรวมข้างต้นจะพบว่าสัตว์ต่างๆ ตั้งแต่แพลงก์ตอนสัตว์และปลา ไปจนถึงมนุษย์และวาฬ นั้นมีจำนวนเพียงน้อยนิดเท่านั้นจากสิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลก ซึ่งหากสังเกตแค่ค่าสิ่งมีชีวิต (ร้อยละ 0.37 ของสิ่งมีชีวิตโดยรวม) เราจะพบการกระจายตัวดังนี้


สิ่งมีชีวิตบนโลก: คาร์บอน 2 พันล้านตัน (Gt C)



จะเห็นได้ว่าครึ่งหนึ่งของสิ่งมีชีวิตทั้งหมดคือสัตว์ขาปล้อง (อาร์โทรพอด) อันได้แก่แมงมุม ด้วง แมลง และสัตว์จำพวกกุ้ง กั้ง ปู โดยมีแมลงเป็นสายพันธุ์ที่มีจำนวนอุดมสมบูรณ์มากที่สุดกว่าหนึ่งล้านชนิดที่ได้รับการจดบันทึก ส่วนเคยแอนตาร์กติกบางสายพันธุ์ เช่น Euphausia superba นั้นมีจำนวนมากพอๆ กับมนุษย์ทั้งหมด และแม้แต่ปลวกเพียงแค่สายพันธุ์เดียวก็ยังอาจมีจำนวนมากกว่าจำนวนสิ่งมีชีวิตสัตว์ปีกทั้งหมดเสียด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ดี แม้ว่าแมลงจะมีจำนวนมากกว่าสัตว์ชนิดอื่นอย่างมหาศาล แต่พวกมันเองก็ได้รับผลกระทบจากการเพิ่มจำนวนประชากรของมนุษย์ ทั้งจากการทำลายที่อยู่อาศัยและการใช้สารฆ่าแมลง โดยนักชีววิทยาพบว่ามีสารเคมีแปลกปลอมตกค้างกว่า 150 ชนิดในเกสรผึ้งซึ่ง เอริค มุสเซน ผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงผึ้งเรียกมันว่า "น้ำหวานพิษฆ่าแมลง" โดยมีตัวการหลักก็คือสารฆ่าแมลงชื่อนีโอนิโคตินอยด์ อันเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่นิยมใช้ทั่วไปโดยบริษัทเกี่ยวกับสารเคมี ทั้งไบเออร์/มอนซานโต ซินเจนทา บีเอเอสเอฟ ดาว และดูปองท์ ส่วนแมลงอื่นๆ อย่างผีเสื้อ จักจั่น และด้วงบางสายพันธุ์ก็ค่อยๆลดจำนวนลงเรื่อยๆ ตามพื้นที่ต่างๆ บนโลกเช่นกัน


เคยแอนตาร์กติกเพียงสายพันธุ์หนึ่งอาจมีจำนวนมากเท่าๆ กับมนุษย์ทั้งหมด ? แอนเดรีย อิซซอที / Thinkstock

สัตว์อื่นๆ ที่เหลือส่วนมากคือสัตว์จำพวกปลา ส่วนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมนั้นคิดเป็นเพียงราวร้อยละ 8 ของสัตว์ทั้งหมด และร้อยละ 0.03 ของสิ่งมีชีวิตโดยรวมเท่านั้น แต่อย่างไรเสีย มนุษย์ก็ยังคงเป็นสายพันธุ์ที่กินพื้นที่สัดส่วนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากที่สุด โดยมีสัตว์ที่ปศุสัตว์ของมนุษย์นั้นถึง 0.1 Gt C หรือคิดเป็นร้อยละ 59.9 ของชีวมวลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมดบนโลก และตัวมนุษย์เองก็มีจำนวนมากถึง 0.06 Gt C หรือคิดเป็นร้อยละ 35.9 ของทั้งหมด ในขณะที่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตามธรรมชาติทั้งในทะเลและบนบกนั้นมีจำนวนคิดเป็นเพียงร้อยละ 4.2 ของชีวมวลสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมดเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น การที่บรรพบุรุษของเราพัฒนาเทคโนโลยีในการใช้ไฟ อาวุธ และการเกษตรกรรมขึ้นได้ทำให้มนุษยชาติมีอำนาจเหนือสรรพชีวิตบนพื้นโลก โดยเริ่มมาตั้งแต่ราว 50,000 ปีก่อนที่กิจกรรมของมนุษย์ได้ทำให้เกิดการสูญพันธุ์ของสัตว์โบราณขนาดใหญ่ (megafauna) ซึ่งนับเป็นการสูญพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ที่สุดในโลกถึง 178 สายพันธุ์ โดยสูญพันธุ์ไปทั้งสกุลกว่า 100 สกุล รวมถึงอูฐ ม้า กราวด์สลอธ เสือเขี้ยวดาบ และแกลปโตดอน (อาร์มาดิลโลขนาดใหญ่)

ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มมีการทำเกษตรกรรม โดยสำมะโนความหนาแน่นของสิ่งมีชีวิตปี 2554 ที่รวบรวมโดยวาเคลฟ สมิล ชี้ว่ากิจกรรมของมนุษย์ในช่วงกว่า 5,000 ปีที่ผ่านมาได้ทำให้จำนวนสิ่งมีชีวิตรวมบนโลกลดลงถึงราวร้อยละ 50 คิดเป็นจากกว่า 1,000 GtC ในช่วงแรกเริ่มของเกษตรกรรมเหลือเพียง 545 GtC ในปัจจุบัน ซึ่งการลดจำนวนลงดังกล่าวก็ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องทั้งจากการเก็บเกี่ยวในพื้นที่ป่าและการดัดแปลงพื้นที่ป่าเพื่อการทำเกษตรกรรม


การครอบงำพื้นที่ของมนุษย์ในกลุ่มสัตว์มีกระดูกสันหลังบนพื้นโลก โดยพอล เชฟัวร์กา และ วาเคลฟ สมิล

ส่วนในมหาสมุทร การประมงของมนุษย์ก็ได้ทำให้จำนวนปลาที่นิยมจับเพื่อการค้าลดลงถึงร้อยละ 85 และ "ปลาใหญ่" อย่างทูน่า ปลากระโทง และฉลาม ลดลงถึงร้อยละ 90 โดยอัตราปลาที่จับได้ในทะเลของโลกนั้นลดลงถึงร้อยละ 6.4 ตั้งแต่ปี 2535 แม้ว่าจะมีการใช้เรือและอวนที่ใหญ่ขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นแล้วก็ตาม นอกจากนี้ พื้นที่ "เขตมรณะ" (พื้นที่ที่มีออกซิเจนน้อยจนสิ่งมีชีวิตไม่สามารถอาศัยอยู่ได้) ยังเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 75 ซึ่งนับเป็นการปรับเป็นกรดจากการปล่อยคาร์บอนที่ทำลายแนวปะการังอันเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่รุนแรงที่สุด อีกทั้งการล่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล รวมถึงวาฬ ก็ได้ทำให้จำนวนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลลดลงถึงร้อยละ 80 ด้วยเช่นกัน

ราวครึ่งหนึ่งของพื้นที่ป่าบนโลกถูกทำลาย จากกว่า 6 พันล้านเฮกเตอร์ของป่าไพลสโตซีนเหลือเพียง 3.5 พันล้านเฮกเตอร์ และป่าที่เหลือรอดมาก็มักจะอยู่ในรูปของป่าฟาร์มเนื้อไม้หรือป่าช้าฝังศพซึ่งมีจำนวนชนิดของพืชและสัตว์ที่อาศัยอยู่ลดน้อยลงเรื่อยๆ หากเรานับรวมป่าเหล่านี้แล้ว เราจะพบว่ามนุษย์ได้ทำลายพื้นที่ป่าหรือทำให้ป่าเสื่อมโทรมลงถึงร้อยละ 70 ของป่าทั้งหมดบนโลก โดยเราต้องสูญเสียพื้นที่ป่าไปราว 13 ล้านเฮกตาร์ต่อปี


ป่าที่ถูกตัดจนเหี้ยนเกรียนในเขตแดนครี ที่ควิเบกเหนือ ? กรีนพีซ

ในระหว่างปี 2513 และ 2553 ความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์มีกระดูกสันหลังลดลงถึงร้อยละ 29 โดยสัตว์จำพวกปลา สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์ปีก และสัตว์เลี้ยงลูกด้วนมโดยรวมนั้นลดลงถึงร้อยละ 58 ยิ่งไปกว่านั้น สัตว์ปีกที่มนุษย์เลี้ยง (ส่วนมากเป็นไก่) ยังมีจำนวนมากกว่าชีวมวลของสัตว์ปีกตามธรรมชาติทั้งหมดถึงสองเท่าครึ่ง ส่วนสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำและสัตว์เลื้อยคลานเองก็ลดลงอย่างมากจนเรียกได้ว่าเป็นชีวมวลที่ "แทบไม่พบ" ในสำมะโนชีวมวลปัจจุบัน

หากเราต้องการจะเปลี่ยนแปลงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพดังกล่าว มนุษย์เราจะต้องชลอการตักตวงผลประโยชน์จากโลกธรรมชาติและยุติการทำลาย การใช้จนหมดไป และการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าบนโลกใบนี้ เพื่อเหลือพื้นที่ให้สรรพชีวิตอื่นๆ ได้เติบใหญ่บ้างเช่นกัน


http://www.greenpeace.org/seasia/th/...g1/blog/61770/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 09-08-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


ตำรวจเกาหลีใต้บุกค้นบริษัทอ้างพบซากเรือบรรทุกทองคำ เชื่อเป็นกลลวงปั่นหุ้น


ข่าวการพบซากเรือของรัสเซียอายุกว่า 100 ปี ที่จมอยู่ใต้ทะเลระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่นเมื่อเดือนที่แล้ว เป็นที่สนใจของผู้คนทั่วโลก เพราะเชื่อกันว่าบนเรือลำนั้น มีทองคำน้ำหนักกว่า 200 ตัน บรรทุกอยู่ แต่ตอนนี้ตำรวจเกาหลีใต้ ได้บุกเข้าตรวจค้นบริษัทที่อ้างว่าพบซากเรือ เพราะเชื่อว่าเป็นกลลวงของบริษัทที่ต้องการล่อให้นักลงทุน มาซื้อหุ้นของตัวเองเท่านั้น



ทางการเกาหลีใต้มีคำสั่งให้ปิดบริษัทชินิล (Shinil) พร้อมกับส่งกำลังตำรวจเข้าตรวจค้นหาหลักฐาน หลังจากบริษัทแห่งนี้ ออกมาอ้างว่า พบซากเรือ ดิมิทรี ดอน-สคอย (Dimitri Donskoi) ที่เชื่อกันว่า จมลงสู่ก้นทะเลพร้อมกับทองคำน้ำหนักกว่า 200 ตัน เมื่อปี 1905 สาเหตุของการตรวจค้นคือ ทางเจ้าหน้าที่พบว่าผู้บริหารของบริษัท มีพฤติกรรมที่น่าสงสัยว่า เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงการหลอกลวง เพื่อชักชวนให้ผู้คนนำเงินมาซื้อหุ้นและลงทุนในบริษัทชินิล ของตัวเอง



นอกจากนี้ยังมีข้อพิรุธอีกว่า คนในครอบครัวของผู้บริหารคือนายชอย ยังซุก ได้ไปเปิดบริษัทที่ประเทศสิงคโปร์ภายใต้ชื่อเดียวกัน ก่อนที่ข่าวการพบซากเรือจะมีขึ้นเพียงไม่นาน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่การตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาก็เพื่อ หลอกลวงผู้คนให้แห่กันไปซื้อเงินสกุลคริปโต เคอร์เรนซี่ (Crypto Currency) ถึงแม้ว่าทางผู้บริหารจะอ้างว่า บริษัททั้ง 2 ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ตำรวจไม่เชื่อเพราะผู้บริหารของทั้ง 2 บริษัท เป็นพี่น้องกัน

การสั่งปิดบริษัทครั้งนี้ เป็นผลมาจากผู้เชี่ยวชาญพบข้อพิรุธมากมายเช่น ทำไมรัสเซียถึงนำทองคำกว่า 200 ตันลงเรือลำเดียว ซึ่งมีความเสี่ยงมาก แทนที่จะขนขึ้นรถไฟไปซึ่งปลอดภัยกว่าหลายเท่า แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ยอมรับว่า อาจมีทองคำอยู่บนซากเรือจริง เพียงแต่ไม่มากตามที่คาดกันไว้



สำหรับเรือดิมิทรี ดอน-สคอย เป็นเรือที่เชื่อว่าใช้บรรทุกทองคำจำนวนหนึ่ง เพื่อไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้กับทหารรัสเซีย ในการสู้รบกับกองทัพญี่ปุ่น เมื่อครั้งยุทธนาวีช่องแคบสึชิมะ และกัปตันเรือได้ตัดสินใจจมเรือ ทันทีที่ทราบข่าวว่า รัสเซียพ่ายแพ้ต่อญี่ปุ่นเมื่อปี 1905 ซึ่งในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา มีความพยายามค้นหาเรือลำนี้ แต่ไม่เคยมีใครพบ จนกระทั่งบริษัทชินิลออกมากล่าวอ้าง


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/87012

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:57


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger