เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 วันที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,037
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 13 ตุลาคม 2564

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง เข้าสู่พายุโซนร้อนกำลังแรง "คมปาซุ" บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้

อนึ่ง พายุโซนร้อนกำลังแรง "คมปาซุ" มีศูนย์กลางอยู่บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน และขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 13-14 ต.ค. 64 และจะอ่อนกำลังลงตามลำดับ


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 13-16 ต.ค. 64 ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ในช่วงวันที่ 17-18 ต.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อย ในขณะที่ร่องมรสุมจะเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนลดลง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง

อนึ่ง พายุโซนร้อนกำลังแรง "คมปาซุ" มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าใกล้เกาะไหหลำในช่วงวันที่ 12-13 ต.ค. 64 และคาดว่า จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 13-14 ต.ค. 64


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 13-16 ต.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดจากฝั่ง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ "คมปาซุ"" ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 13 ตุลาคม 2564

เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (13 ต.ค. 2564) พายุโซนร้อนกำลังแรง "คมปาซุ" บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 19.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.9 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไหหลำประเทศจีน และขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 13-14 ตุลาคม 2564 หลังจากนี้จะอ่อนกำลังลงตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันดังกล่าว

อนึ่ง ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้












__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 วันที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,037
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


กร่างเต็มอ่าว! กลุ่มประมงเถื่อนขับเรือล้อม จนท.ขัดขวางการยึดลอบไอ้โง่

นครศรีธรรมราช - ประมงเถื่อนวางลอบไอ้โง่กลางอ่าวปากพนัง จนท.บุกยึดได้นับพันลูกมูลค่ากว่า 1 ล้านบ้าน สร้างความไม่พอใจขับเรือล้อมเจ้าหน้าที่ขัดขวางการยึด ด้านกำนัน ผู้ใหญ่บ้านสุดทนขนชาวประมงถูกกฎหมายช่วยเจ้าหน้าที่ ก่อนกลุ่มประมงเถื่อนจะล่าถอยไป



วันนี้ (12 ต.ค.) น.อ.สมเกียรติ ทรงสวัสดิ์ รองผู้อำนวยการ ศรชล.นครศรีธรรมราช ได้รายงานผู้บังคับบัญชาระดับสูงถึงเหตุการณ์กลุ่มเรือประมงเถื่อนประเภทใช้เครื่องมือผิดกฎหมายชนิดลอบพับ หรือลอบไอ้โง่ ซึ่งเป็นเครื่องทำลายล้างต้องห้ามนำมาใช้ทำประมงโดยเด็ดขาด ได้ร่วมกันนำเครื่องมือชนิดนี้มาทำประมงกว่า 1,000 ลูก โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยเกิดขึ้นเมื่อบ่ายวันที่ 11 ตุลาคม 2564 ขณะที่เจ้าหน้าที่ ศรชล.นครศรีธรรมราช นายพรศักดิ์ ศักดิ์ธานี ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช ตำรวจน้ำปากพนัง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้สนธิกำลังเข้าปฏิบัติการกวาดล้างเครื่องมือประมงผิดกฎหมายในพื้นที่ทะเลชายฝั่งเขต ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช

โดยเจ้าหน้าที่พบการลักลอบวางเครื่องมือชนิดลอบไอ้โง่จำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงเข้าปฏิบัติการตรวจยึดเก็บเป็นของกลางในการดำเนินคดี โดยได้กวาดเก็บเป็นระยะทางยาวกลายกิโลเมตร มีลอบไอ้โง่กว่า 1,000 ลูก ขณะที่ทำการตรวจยึดนั้น ปรากฏว่า มีกลุ่มประมงเถื่อนซึ่งคาดว่าเป็นเจ้าของเครื่องมือผิดกฎหมายที่ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจยึด พยายามเข้าปิดล้อมขัดขวางก่อกวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพไว้ได้จำนวน 12 ลำ มีชาวประมงอยู่ภายในเรือซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นเจ้าของลอบไอ้โง่ที่ถูกลักลอบทำประมงผิดกฎหมายประมาณ 24 คน พยายามแสดงท่าทีคุกคามและขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่



อย่างไรก็ตาม ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ประสานกับ นายประยุทธ ฐานะวัฒนา กำนันตำบลแหลมตะลุมพุก พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านอีกหลายคนในพื้นที่ ได้ช่วยกันนำเรือประมงพร้อมชาวประมงที่ต่อต้านการทำประมงผิดกฎหมายออกมาอีกราว 40 คน เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่ทำการตรวจยึดลอบพับ หรือลอบไอ้โง่ เพื่อแสดงให้กลุ่มประมงผิดกฎหมายเห็นว่า แม้แต่ชาวประมงด้วยกันในพื้นที่ได้แสดงเจตนาร่วมกันปฏิเสธการทำประมงผิดกฎหมาย ก่อนที่กลุ่มประมงลอบไอ้โง่จะล่าถอยไป

ส่วนลอบไอ้โง่ที่เจ้าหน้าที่ยึดได้นั้นมีมากกว่า 1,000 ลูก มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกตรวจยึดและนำเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง ท้องที่ที่เกิดเหตุดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปแล้ว


https://mgronline.com/south/detail/9640000101031

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 วันที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,037
Default

ขอบคุณข่าวจาก มติชน


วิจัยเผย 'โลกร้อน' กระทบชาวโลกกว่า 85%


แฟ้มภาพ เอเอฟพี

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ว่าบทวิเคราะห์ของงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์กว่า 10,000 ชิ้นระบุว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้ส่งผลกระทบต่อประชากรโลกถึง 85% แล้ว

ทางทีมนักวิจัยจากสถาบันวิจัยเมอร์คาเตอร์และศูนย์วิเคราะห์อุณหภูมิในเบอร์ลินได้ใช้เครื่องมือที่มีความสามารถในการค้นหาข้อมูลหลักฐานของผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีต่อโลกผ่านงานวิจัยที่เผยแพร่ระหว่างปี 1951 ? 2018 โดยได้พบหลักฐานมากถึง 100,000 หน้า

นายแม็กซ์ คัลลาฮัน หัวหน้าผู้จัดทำกล่าวว่า พวกเราได้พบหลักฐานเป็นจำนวนมากที่ว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศส่งผลกระทบต่อทุกทวีปทั่วโลก

ทั้งนี้นักวิจัยได้ทำให้คอมพิวเตอร์ระบุการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ โดยจัดทำรายการเอกสารในหัวข้อต่างๆ ตั้งแต่การย้ายถิ่นของผีเสื้อ การเสียชีวิตของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับความร้อน ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้ และใช้ข้อมูลตำแหน่งจากการศึกษาต่างๆ ในการแบ่งโลกออกเป็นตาราง และทำแผนที่ซึ่งข้อมูลผลกระทบของสภาพอากาศตรงกับแนวโน้มของอุณหภูมิและปริมาณน้ำฝนที่ขับเคลื่อนด้วยสภาพอากาศ นอกจากนี้ในแต่ละช่องจะป้อนข้อมูลถามคอมพิวเตอร์ว่า ที่ตรงนี้ร้อนขึ้นหรือเย็นลงหรือเปียกขึ้นหรือแห้งลง ก่อนที่จะเช็คว่าความร้อนแบบนี้ตรงกับสิ่งที่คาดไว้จากแบบจำลองสภาพภูมิอากาศหรือไม่

ทีมผู้วิจัยพบว่า พื้นที่ 80% ของโลกซึ่งเป็นบ้านของประชากรโลกถึง 85% ได้รับผลกระทบที่ตรงกับการคาดการณ์ของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิและปริมาณน้ำฝนซึ่งมีผลมาจากภาวะโลกร้อน อย่างไรก็ตามงานวิจัยได้รวบรวมผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศอย่างไม่สมดุลย์กัน โดยงานวิจัยในภูมิภาคที่มีความเปราะบางสูงมีน้อยกว่าในประเทศที่ร่ำรวย กล่าวคือ ไม่มีงานวิจัยในแอฟริกามากพอที่จะยืนยันได้ว่าอุณหภูมิและปริมาณน้ำฝนในแอฟริกามีความเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ


https://www.matichon.co.th/foreign/news_2987741

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 05:56


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2021, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger