เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ด้านตะวันตกของประเทศไทย ด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มมากขึ้น ส่วนบริเวณภาคกลางและภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 30 ก.ค. - 4 ส.ค. 62 หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะมีกำลังแรงขึ้น คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณเกาะไหหลำ อ่าวตังเกี๋ย และประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 30 ก.ค. - 4 ส.ค. 62 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 30 ก.ค. - 4 ส.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลา สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (104.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (209.0 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ซ่อมแซมพืดน้ำแข็งและป้องกันน้ำทะเลเพิ่ม



การละลายใต้น้ำในส่วนหนึ่งของทะเลอมุนด์เซนในแอนตาร์กติกาตะวันตก ทำให้ธารน้ำแข็งเกิดการถดถอยมากขึ้น ซึ่งพืดน้ำแข็งหรือธารน้ำแข็งทวีปแอนตาร์กติกาตะวันตกถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะว่าหากมีการสูญเสียน้ำแข็งอย่างไม่หยุดหย่อน ก็จะเร่งความเร็วแบบฉุดไม่อยู่จนกว่าธารน้ำแข็งทวีปทั้งหมดจะหายไป

การศึกษาล่าสุด นักวิจัยจากสถาบันวิจัยผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศพ็อทสดัม ในเยอรมนี ได้ใช้คอมพิวเตอร์จำลองการทำนายการสูญเสียน้ำแข็งในอนาคตที่รอบๆเกาะไพน์ และธารน้ำแข็งทเวทส์ในแอนตาร์กติกาตะวันตก โดยยืนยันถึงสิ่งที่ค้นพบก่อนหน้านี้ ที่วิจัยว่าการลดลงอย่างรุนแรงของก๊าซเรือนกระจกอาจไม่สามารถป้องกันการล่มสลายของพืดน้ำแข็งแอนตาร์กติกาตะวันตกได้ ดังนั้น ทีมจึงมองหาวิธียับยั้งหายนะดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น จากการจำลองสถานการณ์คือลองเพิ่มปริมาณหิมะในภูมิภาคที่มีความเสี่ยงแห่งนี้

นักวิจัยพบหนทางที่น่าสนใจก็คือใช้เครื่องสร้างหิมะเทียม เปลี่ยนน้ำทะเลให้กลายเป็นหิมะจำนวนหลายล้านล้านกิโลกรัม โดยอัดหิมะที่สร้างเองไปยังธารน้ำแข็ง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาถึง 10 ปี แต่ทีมวิจัยเชื่อว่าในทางทฤษฎี วิธีนี้จะป้องกันการยุบตัวของพืดน้ำแข็งในแอนตาร์กติกาตะวันตกได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้พืดน้ำแข็งกลับสู่เสถียรภาพและช่วยไม่ให้เกิดระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นด้วย.


https://www.thairath.co.th/news/foreign/1624746


*********************************************************************************************************************************************************


โลกร้อนระวังกวางข้ามถนน!



"Climate Change" สภาพอากาศโลกเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้โลกร้อนขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งใน "ยุโรป" ซึ่งปีนี้เผชิญคลื่นความร้อนรุนแรงเป็นประวัติการณ์ มนุษย์และสัตว์เดือดร้อนแสนสาหัส รวมทั้ง "กวางมูส" ในฟินแลนด์

ปีนี้ทางการฟินแลนด์ประกาศเตือนให้ผู้ขับขี่รถยนต์ระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะอาจขับชนกวางมูสที่วิ่งข้ามถนนได้ โดยเฉพาะลูกกวางที่ยังไร้เดียงสา เนื่องจากแหล่งน้ำในป่าที่พวกมันใช้ดื่มกินแห้งขอด จึงพากันอพยพออกมาหาน้ำดื่มในที่ห่างไกล โดยแค่ช่วง 1 สัปดาห์หลัง มีรายงานคนขับรถชนกวางมูสที่วิ่งข้ามถนนในภาคตะวันตกเฉียงใต้ฟินแลนด์แล้วกว่า 140 ตัว เฉลี่ย 1 ตัวต่อ 1 ชั่วโมง ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าทุกปี

ตำรวจยังเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากกวางมูสหรือสัตว์ป่าอื่นๆ ที่ลงไปแหวกว่ายดื่มน้ำในทะเลสาบต่างๆ ขอให้ถ่ายภาพหรือวิดีโอพวกมันจากระยะปลอดภัยเท่านั้น

ฟินแลนด์มีกวางมูส หรือที่เรียกอีกชื่อว่า "กวางเอลค์" อยู่กว่า 1 แสนตัว มันมีขนาดใหญ่ยักษ์ ตัวโตเต็มที่ยาวกว่า 3 เมตร หนักกว่า 600 กิโลกรัม

ลองนึกภาพดูว่าถ้าชนกับรถยนต์ที่ซิ่งมาด้วยความเร็วสูงจะวินาศสันตะโรขนาดไหน?


https://www.thairath.co.th/news/fore...Pos=0#cxrecs_s

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


นำโด่ง! "ขยะพลาสติก" พบมากสุดจากทุ่นกักขยะก่อนลงทะเล



เพจเฟซบุ๊กกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โพสต์กิจกรรม "เก็บขยะ" จากทุ่นกักขยะ โดยสำนักงานบริหารฯ ร่วมกับชุมชน และหน่วยงานต่างๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พบ "ขยะพลาสติก" มากที่สุด พร้อมออกหน่วยเคลื่อนที่รับสมัครอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล แนะนำการคัดแยกขยะตามหลักวิชาการ และให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการขยะทะเล

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยสำนักงานบริหาร ทช.ที่๒ (ชลบุรี) พร้อมด้วยเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเลบ้านบน (ผู้ใหญ่มะลิ เทพรักษา) ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เก็บขยะจากทุ่นกักขยะ (BOOM) ในแม่น้ำบางปะกง บริเวณวัดคงคาราม (วัดบน) ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ขยะ ๑๐๐.๕ กก. เมื่อคัดแยกพบเป็นขยะพลาสติกกับโฟม ๙๐ กก. และขยะอินทรีย์ ๑๐.๕ กก.

นอกจากนี้ ยังร่วมกับโรงเรียนนอกกะลา และชาวบ้านขุนสมุทรจีน ๓๐ คน เก็บขยะบริเวณชุมชนและป่าชายเลนบ้านขุนสมุทรจีน ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรม "จัดทำมาตรการลดปริมาณขยะทะเลในพื้นที่เป้าหมายตามหลักวิชาการ" โดยได้ขยะ ๑,๘๖๕ กก. พบขยะมากที่สุดคือ ขวดเครื่องดื่ม (พลาสติก) กระป๋องเครื่องดื่ม ขวดเครื่องดื่ม (แก้ว) ถุงพลาสติกอื่นๆ และเศษโฟม

ขณะที่ สำนักงานบริหาร ทช.ที่๓ (สมุทรสาคร) นำนักเรียนโรงเรียนพันท้ายนรสิงห์ กลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง กลุ่มเครือข่ายประมงชายฝั่ง และประชาชน ๑๒๐ คน เก็บขยะป่าชายเลน เพื่อเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน นักเรียนประชาชน และผู้ประกอบการในพื้นที่ ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมทั้งมีการออกหน่วยเคลื่อนที่รับสมัครอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล (อสทล.) ณ ศูนย์เรียนรู้และปฏิบัติการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมหาชัยฝั่งตะวันออก ม.๓ ต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ได้ขยะ ๑,๖๓๔ กก. ส่วนใหญ่เป็นประเภท ถุงพลาสติก โฟม และขวดพลาสติก

นอกจากนี้ ยังร่วมกับชุมชนชายฝั่งประมงพื้นบ้านเรือเล็ก ณ ชุมชนชายฝั่งประมงพื้นบ้านเรือเล็ก ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร จัดเก็บขยะทะเลเพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ขยะ ๓๒๗ กก.



สำนักงานบริหาร ทช.ที่๖ (สงขลา) ร่วมกับชุมชนชายฝั่งเก้าเส้ง อ.เมือง จ.สงขลา เก็บขยะบริเวณที่ติดตั้งทุ่นกักขยะ (Boom) ปากคลองสำโรง สามารถเก็บขยะได้ ๔๒๐ กก. ส่วนใหญ่เป็นถุงพลาสติก ขวดพลาสติก โฟม และยังมีขยะอินทรีย์ ได้แก่ ผักตบชวา และกิ่งไม้ เป็นจำนวนมากอีกด้วย นอกจากนี้ ยังร่วมกับกลุ่ม Trash Hero และจิตอาสา ๑๘ คน เก็บและคัดแยกขยะตามหลักวิชาการ บริเวณหาดชลาทัศน์ อ.เมือง จ.สงขลา สามารถเก็บขยะได้ทั้งสิ้น ๔๙.๐๕ กก. ขยะส่วนใหญ่เป็นถุงใส่ขนม และขยะพลาสติกทั่วไป เจ้าหน้าที่กรม ทช.ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการบริหารจัดการขยะทะเล และความรู้เกี่ยวกับโครงการชายหาดปลอดบุหรี่ แก่ผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

สำหรับสำนักงานบริหาร ทช.ที่๗ (ปัตตานี) ร่วมกับ อบต.บานา เก็บขยะที่ตกค้างในพื้นที่ทุ่นกักขยะ (Boom) บริเวณปากแม่น้ำ อ.เมือง จ.ปัตตานี ได้ขยะรวม ๑๘๕.๘๐ กก. คัดแยกแล้วพบขยะมากที่สุด ๓ อันดับแรก เป็น ขวดพลาสติก ขวดเครื่องดื่ม (แก้ว) และถุงห่อ/ถุงอาหาร จึงได้ประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนในท้องที่ชายฝั่งแม่น้ำ เพื่อรณรงค์ไม่ให้มีการทิ้งขยะลงสู่แม่น้ำลำคลองต่อไป

ทั้งนี้ ข้อมูลขยะทะเลจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ขยะมูลฝอยในจังหวัดชายฝั่งทะเล 23 จังหวัด มีจำนวน 11.47 ล้านตัน มีการกําจัดอย่างถูกต้อง 6.89 ล้านต้น นําไปใช้ประโยชน์ 3.02 ล้านต้น และกําจัดไม่ถูกต้อง 1.55 ล้านตัน สำหรับสาเหตุหลักของขยะทะเล ส่วนใหญ่เกิดจากการทิ้งขยะจากชุมชน นักท่องเที่ยว การประกอบอาชีพทางทะเล และโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังพบว่าขยะที่พบมากที่สุดในทะเล 5 อันดับแรกคือ ถุงพลาสติก ขวดน้ำดื่ม โฟม หลอด และเศษเชือก


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9620000072036


*********************************************************************************************************************************************************


กวางเรนเดียร์อดตาย 200 ตัว ชี้โลกร้อนเป็นเหตุ


นักนิเวศวิทยาตรวจสอบซากกวางเรนเดียร์ โดยมีกวางกว่า 200 ตัว0อดตาย ในสวาลบาร์ นอร์เวย์ ซึ่งสถาบันขั้วโลกนอร์เวย์ชี้ว่าสาเหตุมาจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Handout, Elin Vinje JENSSEN / NORWEGIAN POLAR INSTITUTE / AFP)

กวางเรนเดียร์แถบอาร์กติกอดตาย 200 ตัว นับเป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งสถาบันขั้วโลกนอร์เวย์ชี้ว่า สาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

ระหว่างการสำรวจประชากรกวางเรนเดียร์ในธรรมชาติตามหมู่เกาะในมหาสมุทรอาร์กติกที่ห่างจากขั้วโลกเหนือประมาณ 1,200 กิโลเมตร 3 นักวิจัยจากสถาบันขั้วโลกนอร์เวย์ (Norwegian Polar Institute) พบว่ามีซากกวางเรนเดียร์มากถึง 200 ตัว ซึ่งคาดว่าตายเพราะขาดอาหารในช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมา

อาไชล์ด ออนวิก เปเดอร์สัน (Ashild Onvik Pedersen) หัวหน้าทีมสำรวจประชากรกวางกล่าวว่า อัตราการตายที่สูงมากนี้เป็นผลพวงจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ซึ่งอ้างจากนักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศนั้น การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศในแถบอาร์กิตกเกิดขึ้นเร็วเป็น 2 เท่าเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ของโลก

"การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศทำให้เกิดฝนมากขึ้นมาก ฝนตกบนหิมะและก่อชั้นน้ำแข็งบนทุ่งหญ้าทุนดรา ทำให้ทุ่งหญ้าหายากสำหรับสัตว์" เปเดอร์สันให้ข้อมูลเอเอฟพี

ในช่วงฤดูหนาวนั้นกวางเรนเดียร์ในสวาลบาร์จะหาพืชใต้ผืนหิมะโดยใช้กีบ แต่ช่วงเวลาแข็งและละลายที่เกิดสลับไปมานั้นทำให้เกิดชั้นน้ำแข็งขวางไม่ให้กวางหาอาหารกินได้

เปเดอร์สันระบุว่า ยอดการสูญเสียกวางเรนเดียร์ในอดีตที่พอเปรียบเทียบกับตอนนี้ได้ มีเพียงช่วงหลังฤดูหนาวปี ค.ศ.2007-2008 โดยเพิ่งมีการบันทึกจำนวนประชากรกวางเรนเดียร์เมื่อประมาณ 40 ปีก่อน

อัตราการตายที่พุ่งสูงขึ้นนี้ยังเป็นผลจากประชากรกวางเรนเดียร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในหมู่เกาะของนอร์เวย์ ส่วนหนึ่งเพราะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและฤดูร้อนที่ร้อนขึ้น ส่งผลให้กวางแย่งหากินในบริเวณทุ่งหญ้าเดียวกันมากขึ้น

จากข้อมูลของสถาบันขั้วโลกนอร์เวย์นั้น นับแต่ทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา จำนวนประชากรกวางเรนเดียร์ในสวาลบาร์เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และตอนนี้มีกวางอยู่ประมาณ 22,000 ตัว


https://mgronline.com/science/detail/9620000072094

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


เต่าตนุ ตายตัวที่ 2 ของหาด คล้ายปะทะของมีคม กระแทกแรงกระดองแตก!



วันที่ 29 ก.ค. นายไพโรจน์ พูลทวี ชาวบ้านในพื้นที่บ้านบางมะขาม ม.5 ต.อ่างทอง อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เข้าแจ้งต่อเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยกุศลสงเคราะห์เกาะสมุยว่า พบซาก เต่าตนุ ถูกคลื่นซัดมาเกยชายหาดบ้านบางมะขาม จึงเดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่ชายหาดบางมะขามพบชาวบ้านที่อยู่บริเวณใกล้เคียง มายืนมุงดูซากเตาทะเลตัวดังกล่าวด้วยความสงสารและเสียดาย เนื่องจากบริเวณชายหาดนี้พบเต่าตนุตายเป็นตัวที่ 2 แล้ว

จากการตรวจสอบเป็นเต่าตนุเพศเมีย อายุประมาณ 8 ปี ความยาวของกระดอง 60 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัม บริเวณกระดองมีรอยแตกเป็นทางยาวประมาณ 25 เซนติเมตร คาดว่าน่าจะถูกของมีคมบาด ที่ทำให้เสียชีวิต เสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4 วัน สภาพขึ้นอืด ส่งกลิ่นเหม็นเน่า

ต่อมาอาสาสมัครกู้ภัยและชาวบ้านได้ช่วยกันขุดหลุมฝังทรายบริเวณชายหาด เพื่อรอเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุการตายในครั้งนี้


https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_2754483

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


เรือคราดหอยลอบทำประมงเขตหวงห้าม ชนแพเลี้ยงหอยแมลงภู่ พังเสียหายนับล้านบาท

ชาวบ้านเลี้ยงหอยแมลงภู่ เดือดร้อนหนัก เรือคราดหอย ลักลอบทำประมงเขตหวงห้ามชนแพเลี้ยงหอยแมลงภู่ พังเสียหายนับล้านบาท



วันนี้ 29 ก.ค. 2562 น.ส. บุบผา วินาถา ชาวบ้านเลี้ยงหอยแมลงภู่ ม.3 ต.อ่าวใหญ่ อ.เมืองตราด บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เกิดเหตุเรือประมงคราดหอยลายรุกล้ำเข้ามาทำประมงคราดหอยลายในเขต 3 ไมล์ทะเลซึ่งเป็นเขตหวงห้ามทำประมงคราดหอย และได้ทำความเสียหายกับฟาร์มเลี้ยงหอยแมลงภู่ของชาวบ้านอีก 8 แพ มูลค่าความเสียหายกว่าล้านบาท

จากนั้น น.ส. บุบผา วินาถา ได้พาผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่เกิดเหตุในทะเลบ้านแหลมหญ้า ต.อ่าวใหญ่ ที่มีฟาร์มเลี้ยงหอยแมลงภู่จำนวนหลายร้อยไร่ พบว่าฟาร์มเลี้ยงหอยแมลงภู่ได้รับความเสียหายจำนวน 8 แพ มีหอยแมลงภู่เสียหายกว่า 100 ตัน มูลค่า 1,500,000 บาท

เบื้องต้นชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน ได้เดินทางไปยัง สภ.อ่าวช่อ เพื่อลงบันทึกประจำวัน และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เร่งจับผู้กระทำความผิดในครั้งนี้มารับผิดชอบ โดยจะเดินทางไปร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตราด ในวันอังคารที่ 30 ก.ค.นี้ต่อไปด้วย

ด้าน ร.ต.ท.การ์ดศิลา วงค์ชัย รอง สว.สอบสวน สภ.อ่าวช่อ ได้รับเรื่องแจ้งความแล้วและจะประสานไปยังประมงจังหวัดตราดเพื่อเร่งหาตัวผู้กระทำผิดต่อไป สำหรับการทำประมงคราดหอยลายในเขตหวงห้าม เป็นการทำประมงผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ประมงได้ออกตรวจติดตามจับกุมกลุ่มประมงที่กระทำความผิด จนถูกทำร้ายอาการสาหัสขณะปฎิบัติหน้าที่เมื่อเร็วๆนี้ แต่กลุ่มประมงเรือคราดหอยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายยังฝ่าฝืนนำเรือคราดหอย มาทำการประมงในเขตหวงห้าม สร้างความเดือดร้อนให้กับกลุ่มประมงเลี้ยงหอยแมลงภู่ดังกล่าว


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/107554
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 22:05


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger