เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 31 กรกฎาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ ส่วนบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลางและภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันทะเลมีคลื่นสูง 2 - 3 เมตร อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากผั่งจนถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2562

อนึ่ง พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แล้วเคลื่อนผ่านประเทศจีนตอนใต้ และขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 1-2 สิงหาคม 2562 ซึ่งจะทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือก่อน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะไหหลำ ประเทศจีนตอนใต้ และประเทศเวียดนามตอนบน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 31 ก.ค. - 5 ส.ค. 62 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 31 ก.ค. - 3 ส.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 6 ส.ค. 62



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2562)" ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 31 กรกฎาคม 2562

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (31 ก.ค. 62) พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 300 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะไหหลำตอนบน ประเทศจีน หรือที่ ละติจูด 18.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนืออย่างช้า ๆ คาดว่า พายุนี้จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน แล้วเคลื่อนผ่านประเทศจีนตอนใต้ และขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ในช่วงวันที่ 1-2 สิงหาคม 2562 ซึ่งจะทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือก่อน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปเกาะไหหลำ ประเทศจีนตอนใต้ และประเทศเวียดนามตอนบน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 31 กรกฎาคม - 6 สิงหาคม 2562 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น จะทำให้ภาคใต้และภาคตะวันออกมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (103.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (101.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Warning.jpg (81.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (109.2 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


นอร์เวยลงขัน92ล้าน ช่วยอาเซียนแก้ไขปัญหาขยะทะเล

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผย "นอร์เวย" จัดหาทุนประมาณ 92 ล้านบาท ช่วยอาเซียนแก้ไขปัญหาขยะทะเล ด้านตุรกีกระชับความร่วมมืออาเซียนด้านการค้าดิจิทัล-ต่อต้านการก่อการร้าย



เมื่อวันที่ 30 ก.ค. น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในวันนี้ (30 ก.ค.) นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะที่ไทยเป็นประธานอาเซียน ได้เข้าร่วมการประชุมสามฝ่ายระหว่างไทย สำนักเลขาธิการอาเซียน และนอร์เวย์ ในฐานะประเทศคู่เจรจารายสาขา ซึ่งนายดอนได้หยิบยกเอกสารวิสัยทัศน์ผู้นำอาเซียน ว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความยั่งยืน หวังนำไปสู่การขยายความร่วมมือหลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาขยะทางทะเล

ทั้งนี้ นางอินเนอร์ เอริกเซน เซอไรดะ รัฐมนตรีต่างประเทศนอร์เวย์ ระบุว่ารัฐบาลนอร์เวย์มีความเชี่ยวชาญในการจัดการปัญหาทางทะเลที่ถือว่าเป็นจุดแข็ง และมีเงินทุน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 92.4 ล้านบาท) เพื่อให้การสนับสนุนในเรื่องนี้ โดยครอบคลุมการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ที่จะเป็นความร่วมมือภายใต้แผนปฏิบัติการดังกล่าว

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวอีกว่า ขณะที่การประชุมสามฝ่ายระหว่างไทย สำนักเลขาธิการอาเซียน และตุรกี ในฐานะประเทศคู่เจรจารายสาขา ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลผลักดันความร่วมมือในลักษณะพิเศษ ๆ โดยนายดอน ขอให้ตุรกีสนับสนุนการพัฒนาเรื่องความยั่งยืน ภายใต้แผนความร่วมมือระหว่างกันอย่างเป็นรูปธรรม ปี 2562-2566 ซึ่งมีครอบคลุมเรื่องการก่อการร้าย ความมั่นคงทางไซเบอร์ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การค้าดิจิทัล และโลจิสติกส์ ด้านนายเมฟเลิต ซาวูโชลู รัฐมนตรีต่างประเทศตุรกี ได้แสดงความพร้อมให้การสนับสนุนและร่วมมือกับอาเซียนในทุกด้าน และสนใจร่วมมือกับอาเซียนเพราะมีความก้าวหน้าในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียนถือว่าปีนี้เป็นปีแห่งทศวรรษอาเซียน


https://www.dailynews.co.th/politics/723171

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


คนไทยปลื้ม "ลีโอนาร์โด" โพสต์ขอบคุณเจ้าหน้าที่ไทยช่วยเพิ่มจำนวน "เสือ" ในป่าใหญ่



เป็นนักแสดงหนุ่มที่รักษ์สิ่งแวดล้อมเป็นที่สุดสำหรับ "ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ" ที่นอกจากจะตั้งองค์กรของตนเองเพื่อสนับสนุนสิ่งแวดล้อมทังอนุรักษ์สัตว์ทะเล, การจัดการน้ำ, วิกฤติโลกร้อน, บรรเทาทุกข์เรื่องภัยธรรมชาติแล้ว ยังช่วยในเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่าด้วย ล่าสุดออกมาโพสต์ขอบคุณเจ้าหน้าที่ห้วยขาแข้งและรัฐบาลไทยที่ช่วยเพิ่มจำนวนประชากรเสือให้มีมากขึ้น

ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ได้โพสต์ข้อความในวันอนุรักษ์เสือโลกเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา ถึงการเพิ่มประชากรเสือในประเทศไทย ลงในอินสตาแกรมของตนเอง ซึ่งระบุว่า

"เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งในประเทศไทย เสือได้กลับมาคำรามอีกครั้ง ต้องขอขอบคุณอย่างมากกับความพยายามที่มีมาอย่างยาวนานของรัฐบาลไทย และการสนับสนุนของ สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ( Wildlife Conservation Society - WCS ) ผลที่ได้คือ เสือเพิ่มจำนวนในเขตอนุรักษ์ขึ้นเป็นจำนวนมาก จาก 41 ตัวในปี 2010 - 2011 ขึ้นมาเป็น 66 ตัวในวันนี้ นับเป็นการเพิ่มขึ้นมากถึง 60 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้เสือที่อยู่นอกเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่ายังเป็นรากฐานที่ช่วยฟื้นฟูประชากรเสือทั่วทั้งผืนป่าตะวันตกของประเทศไทย แถมผลพวงที่ได้เพิ่มขึ้นมาอีกคือการข้ามพรมแดนไปเพิ่มประชากรในเขตตะนาวศรี ( Taninthayi ) ของประเทศพม่าด้วย #วันอนุรักษ์เสือโลก"

การออกมาอนุรักษ์เสือของนักแสดงหนุ่มเรียกได้ว่าสมชื่อลีโอที่อยู่อย่างสิงห์ของแท้ เพราะก่อนหน้านี้เมื่อปี 2013 เจ้าตัวก็เคยบริจาคเงินมากถึง 3 ล้านเหรียญให้กับทางเนปาลเพื่อใช้ในการฟื้นฟูและอนุรักษ์ประชากรเสือ หลังจากที่เขาเข้าร่วมองค์กรอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่ามาตั้งแต่ปี 2010 พร้อมกับยังเคยช่วยออกแคมเปญ Save Tiger Now เพื่ออนุรักษ์เสือให้เพิ่มประชากรในผืนป่าทั่วโลกด้วย


https://mgronline.com/entertainment/.../9620000072251


*********************************************************************************************************************************************************


เย้ๆ!! 104 ชีวิตแรกลูกน้อยของแม่ศรีประจวบ ลืมตาดูโลกแล้ว

ประจวบคีรีขันธ์ - เลขามูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม เผยพบลูกเต่ากระ รังแรกของแม่ศรีประจวบได้ฟักออกมาเป็นตัวแล้ว 104 ตัว สร้างความดีใจให้แก่เจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก



วันนี้ (30 ก.ค.) ที่บชายหาดเกาะทะลุ ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นชายหาดที่แม่เต่ากระขึ้นมาวางไข่รังแรกตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม 62 ที่ผ่านมา จนถึงวันนี้เป็นแม่เต่ากระ จำนวน 4 แม่ ไม่ว่าจะเป็นแม่ศรีประจวบ แม่ศรีสยาม แม่เพรียง และแม่เทียนทะเล ซึ่งเป็นแม่ใหม่ที่เพิ่งขึ้นวางไข่ในปีนี้ ได้ไข่รวมแล้วถึง 1,430 ฟอง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม และเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม ได้มีการนำไข่เต่าเคลื่อนย้ายมาลงไว้ในหลุมเพาะฟักริมชายหาด และช่วยกันดูแลมาจนถึงปัจจุบันนี้

โดยเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา นายเผ่าพิพัธ เจริญพักตร์ เลขานุการมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม นายณัช โขมพัตร ผจก.รีสอร์ตเกาะทะลุ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม ได้พบว่าหลุมเพาะฟักของแม่ศรีประจวบ เต่ากระรังแรกที่ย้ายมาเป็นเวลาถึง 63 วัน ลูกเต่าได้แตกออกจากไข่ขึ้นมาอยู่บนพื้นผิวทรายแล้ว ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ต่างรู้สึกดีใจเป็นอย่างมากที่ต่างเฝ้ารอ

จากการนับในเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ พบว่า มีลูกเต่าฟักออกมาทั้งหมด 104 ตัว จากไข่เต่าที่แม่เต่ากระรังแรกไข่ไว้ 156 ฟอง ถือว่าเป็นอัตราการฟักถึง 98 เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้น ได้ปล่อยให้ลูกเต่ากระออกจากหลุมเดินลงตามลำรางพื้นทรายลงสู่ภาชนะที่เตรียมไว้ จากนั้นจะนำไปอนุบาลในโรงเรือนเพื่อดูแลและให้อาหารจนกว่าลูกเต่ากระจะมีสุขภาพที่แข็งแรง อย่างน้อยต้องใช้เวลา 8-12 เดือนขึ้นไป จึงจะปล่อยกลับคืนลงสู่ท้องทะเลที่ชายหาดเกาะทะลุต่อไป เพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณเต่ากระในท้องทะเล



นายเผ่าพิพัธ เจริญพักตร์ เลขานุการมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากร ทะเลสยาม กล่าวว่าฤดูกาลขึ้นวางไข่ของแม่เต่ากระ ที่เกาะทะลุ จะไปสิ้นสุดในช่วงเดือนตุลาคม โดยหากมีแม่เต่ากระขึ้นมาวางไข่เพิ่มเติมจากขณะนี้ที่ขึ้นมาวางไข่แล้ว 1,430 ฟอง ก็จะทำให้ปริมาณเต่ากระเพิ่มขึ้น ซึ่งแต่ละครั้งจากสถิติที่เก็บข้อมูลพบว่าจะขึ้นมาวางไข่ครั้งละ 100-160 ฟอง

สิ่งสำคัญไข่เต่าที่อยู่ในหลุมเพาะฟัก จำนวน 8 หลุมที่เหลือ เมื่อถึงระยะเวลาเพาะฟักตั้งแต่ 60-65 วัน ก็จะมีลูกเต่ากระฟักออกจากไข่ตามระยะเวลา ซึ่งนับจากนี้ไปจึงเป็นขั้นตอนที่ทั้งเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่าวสยาม รวมทั้งพนักงานของรีสอร์ตบนเกาะทะลุ จะต้องให้การดูแลลูกเต่ากระอย่างดี เพื่อให้มีอัตรารอดให้มากที่สุด


https://mgronline.com/local/detail/9620000072429

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


นิทรรศการศิลปะ "ANIMA MUNDI: Soul of the World" กระตุ้นจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม



เพราะในปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน ดังนั้น เพื่อส่งต่อแนวคิดในการใช้ชีวิตให้ผู้คนในสังคมร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนที่อยู่อาศัยให้น่าอยู่ยิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน รวมไปถึงเพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจด้านศิลปะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Let Life Inspire You ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ร่วมกับ Mulyana (มูล์ยานะ) อีโค่ อาร์ติสชื่อดังชาวอินโดนีเซีย สร้างสรรค์ศิลปะเชิงอนุรักษ์ระดับโลกที่แตกต่าง กับการเปิดตัว ANIMA MUNDI: Soul of the World (อะนีมา มุนดิ: โซล ออฟ เดอะ เวิลด์) นิทรรศการครั้งแรกในประเทศไทยและเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดของศิลปินผู้นี้ที่เคยจัดแสดงมา ระหว่างวันที่ 2 ส.ค. ? 1 ก.ย. 62 ณ ใจกลางเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น G และบริเวณด้านหน้าศูนย์การค้าฯ เพื่อรณรงค์เชิญชวนให้ทุกคนร่วมกันตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมที่กำลังถูกทำลายจากมนุษย์ ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกคนจะได้รับผลกระทบในอนาคตและไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

ในนิทรรศการครั้งนี้ Mulyana จะนำผลงานชิ้นเอกที่ได้รังสรรค์ขึ้นใหม่มาจัดแสดงเป็นครั้งแรก ในโลก ไม่ว่าจะเป็น ประติมากรรมกลางแจ้งจัดวางรูปซากโครงกระดูกวาฬขนาดมหึมา ความสูง 3 เมตร ยาว 12 เมตร ที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ทั้งเหล็ก อลูมิเนียม แทรกด้วยต้นไม้ใบหญ้า, ไจแอ้นท์ โมกุส (Giant Mogus) หรือหมึกยักษ์ขนาดมโหฬาร ความสูง 5 เมตร อันเป็นเอกลักษณ์มาจากผลงานซิกเนเจอร์ของศิลปิน ที่ผู้ชมสามารถเดินเข้าไปข้างในและสนุกกับการสวมบทบาทเป็นสัตวประหลาดถ่ายรูปเล่นได้ ซึ่งสัตว์ประหลาดที่ว่านี้ ถือเป็นสัญลักษณ์แทนมนุษย์ทุกคนที่มีส่วนในการทำลาย หรือแม้แต่ปกป้องธรรมชาติของเราเอาไว้ รวมถึง ศิลปะจัดวางรูปวาฬใหญ่ 4 ตัว ความสูง 2 เมตร และ 1.5 เมตร อีกทั้งเขายังได้นำผลงานชิ้นเด่นๆ ที่เคยแสดงมาก่อนหน้านี้ จากประเทศอินโดนีเซีย มาเผยสู่สายตาคนไทยเป็นครั้งแรก ทั้ง โมบายรูปปลากว่า 5,000 ตัว ที่ห้อยอยู่กลางอากาศ เกาะปะการังหลากสี และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลลึก ซึ่งผลงานทั้งหมดนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ได้อย่างน่าทึ่ง



นอกจากนี้ ตลอดการจัดงานยังมีกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ซึ่งเปิดให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมสร้างจิตสำนึก โดยเน้นเรื่องการนำวัสดุเหลือใช้ นำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าที่สุด ไม่ว่าจะเป็น เวิร์กช็อปแรงบันดาลใจจากศิลปินและองค์กรไม่แสวงผลกำไร การเสวนากับกลุ่มคนรักษ์โลกทุกวันอาทิตย์ และยังมีสินค้าคอลเลกชั่นรักษ์โลกสุดอินโนเวทีฟมาวางจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืดออร์แกนิค กระเป๋าผ้า กระเป๋าคาดอก และผ้าอเนกประสงค์ที่ทำจากขวดพลาสติกเหลือใช้ ที่แสดงข้อมูลของการประหยัดพลังงานและการช่วยรักษาธรรมชาติจากการรีไซเคิล ที่ถูกดีไซน์ขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ โดยรายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุน กรีนพีซ ประเทศไทย (Greenpeace Thailand) องค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม รวมทั้งยังมี สเตชั่นรับบริจาคถุงและขวดพลาสติกที่สะอาด เพื่อให้ทุกคนได้แสดงพลังร่วม เพื่อนำไปทำบล็อกปูถนนที่วัดอุโมงค์ จังหวัดเชียงใหม่ โดย Thailand Green Road

ANIMA MUNDI (อะนีมา มุนดี้) ซึ่งเป็นภาษาละตินที่แปลว่า Soul of the World หรือ ?จิตวิญญาณของโลก? เป็นนิทรรศการศิลปะที่นำเสนอโลกใต้ทะเลลึกอันน่ามหัศจรรย์ ผ่านศิลปะการถักนิตติ้ง ซึ่งไม่ได้ใช้ไหมพรมแบบธรรมดาทั่วไป หากแต่ใช้เส้นใยที่ได้จากขยะและวัสดุเหลือใช้ อย่างขยะยาง หรือขยะพลาสติก เศษด้ายและเศษผ้าจากโรงงานนำมาถักทอเป็นสิ่งมีชีวิตในจินตนาการ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เป็นเสมือนตัวตนที่สอง (Alter Ego) ของศิลปิน ที่ได้แรงบันดาลใจจากสิ่งมีชีวิตในโลกใต้ทะเลลึกอันหลากหลาย ที่สวยงามและลึกลับ โดยเฉพาะ Mogus (สัตว์ประหลาด) อย่าง Gurita (หมึกยักษ์ ในภาษาอินโดนีเซีย) ที่เป็นเสมือนหนึ่งลายเซ็นอันเปี่ยมเอกลักษณ์ของศิลปิน



ระยางค์หนวดนับไม่ถ้วนของเจ้าหมึกยักษ์ เป็นเหมือนตัวแทนของมือและแขนอันมากมายของมวลมนุษย์ในโลกนี้ ที่สามารถทำหลายสิ่งหลายอย่าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งการเป็นผู้ทำลายธรรมชาติ เป็นสาเหตุของปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่ในขณะเดียวกัน มนุษย์ก็มีความสามารถในการปกป้องและรักษาสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกัน ผลงานชุดนี้ของเขาเป็นเสมือนการแสดงความขอบคุณต่อธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่สร้างสรรค์มนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งมวลขึ้นมา

Mulyana ศิลปินชาวอินโดนีเซีย จากเมืองยอคยาการ์ต้า ที่มีความมุ่งมั่นในการใช้ประโยชน์จากผลงานศิลปะ ให้เป็นเหมือนสื่อกลาง และแบ่งปันค่านิยมในเชิงบวก ผ่านการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะรูปสิ่งมีชีวิตและแนวปะการังใต้ทะเลลึกหลากสีสัน ด้วยการใช้เทคนิคการถักนิตติ้ง โดยใช้เส้นใยที่ได้จากขยะและวัสดุเหลือใช้มาทำเป็นผลงานของเขา อดีตครูสอนศิลปะผู้นี้ สร้างสรรค์ตัวตนที่สอง (Alter Ego) ของเขาออกมาในรูปแบบของสิ่งมีชีวิตในโลกใต้ทะเลหลากสีสัน น่าพิศวง ซึ่งผลงานของเขาได้ถูกนำไปจัดแสดงร่วมหลากหลายงานและกิจกรรมเกี่ยวกับศิลปะมาแล้วทั้งในประเทศบ้านเกิดและอีกหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย และสิงคโปร์



และวันนี้ Mulyana พร้อมแล้วที่จะเดินทางมาประเทศไทยเพื่อร่วมการเปิดตัวนิทรรศการ ANIMA MUNDI: Soul of the World งานแสดงศิลปะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา ในวันที่ 2 สิงหาคม 2562 เวลา 18.30 น. โดยผลงานเหล่านี้จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้คุณ เฉพาะที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ระหว่างวันที่ 2 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน นี้ เท่านั้น

ที่สำคัญ งานแสดงครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งใน 5 พันธมิตรระดับเวิลด์คลาส ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ได้จัดเตรียมไว้ ในวาระครบ 5 ปี เซ็นทรัล เอ็มบาสซี และถือเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมรักษ์โลกสุดสร้างสรรค์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ในอนาคตอีกด้วย


https://mgronline.com/celebonline/detail/9620000072234

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


กลุ่มเจ็ทสกีขับในเขตหวงห้ามบริเวณเกาะนอก จ.พังงา

กลุ่มเจ็ทสกีกว่า 10 ลำ ขับเข้ามาในเขตหวงห้าม บริเวณเกาะนอก จังหวัดพังงา ขัดต่อประกาศสิ่งแวดล้อมจังหวัดที่ห้ามไม่ให้มีเครื่องเล่นประเภทเจ็ทสกี ร่มบิน เรือลาก สร้างความเสียหายให้กับทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม



จากกรณีที่มีการแชร์คลิป กลุ่มเจ็ทสกีกว่า 10 ลำ ขับขี่ผาดโผนด้วยความเร็ว ในพื้นที่ของอำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา อยู่เป็นประจำ โดยไกด์นำเที่ยวชาวเกาะยาว ที่ถ่ายคลิปวิดีโอ เปิดเผยว่า จุดที่สามารถถ่ายคลิปไว้ได้นั้น ชื่อว่า เกาะนอก ตั้งอยู่ ทางทิศตะวันออก เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีความเงียบสงบ นักท่องเที่ยวจะเหมาเรือไปนอนพักผ่อน ซึ่งสร้างรายได้ให้กับชุมชนเป็นอย่างมาก กระทั่งเริ่มมีทัวร์เจ็ทสกีจากจังหวัดใกล้เคียง พานักท่องเที่ยวเข้ามาครั้งละหลายสิบลำ มีการขับขี่ด้วยความเร็วและโลดโผน ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยขณะลงเล่นน้ำ และรู้สึกถึงความไม่สงบ ทำให้นักท่องเที่ยวมีการสะท้อนกลับว่าไม่อยากกลับมาอีก จึงอาจสร้างผลกระทบกับชาวบ้านที่ประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น เรือหางยาวนำเที่ยว คนทำข้าวกล่อง รวมไปถึงไกด์ ที่จะต้องตกงานหากไม่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามา จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามากำกับดูแลและหาทางออกให้กับชาวบ้านโดยด่วน



ด้าน นายณชพงศ์ ประนิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพังงา กล่าวว่า กฎหมายของกรมเจ้าท่าไม่ได้มีการห้ามขับขี่ในเขตพื้นที่ แต่เนื่องจากจังหวัดพังงา มีประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบังคับอยู่ เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในการบริหารจัดการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา จึงยึดถือตามกฎหมายอื่นด้วยเช่นกัน โดยไม่มีการออกใบอนุญาตใช้เรือให้แก่เจ้าของเจ็ทสกีในพื้นที่จังหวัดพังงาทั้งหมด

ส่วนกลุ่มเจ็ทสกีตามที่ปรากฏในคลิปนั้น ทางเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา จะทำการตรวจสอบ ตั้งแต่มีใบอนุญาตใช้เรือ ใบนายท้ายหรือไม่ หากพบมีใบอนุญาตใช้เรือแต่มีการเดินเรือผิดน่านน้ำจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเคร่งครัดทันที


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/107591

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 09:03


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger