เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 7 สิงหาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัยได้ สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กงดออกจากฝั่งตลอดช่วง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 6 - 7 ส.ค. 62 ประเทศไทยยังมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ และด้านตะวันตกของภาคกลาง

ส่วนในช่วงวันที่ 8 - 12 ส.ค. 62 ภาคใต้และภาคตะวันออก จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตรตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 7 - 8 ส.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรืองดออกจากฝั่งตลอดช่วง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (103.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (103.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (108.3 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ฝนหนักทำน้ำทะเลอ่าวจอมเทียนพัทยาเปลี่ยนสี ส่วนคลองพัทยาใต้ขยะเกลื่อน

ศูนย์ข่าวศรีราชา - ฝนหนักทำทะเลอ่าวจอมเทียนพัทยา เปลี่ยสีจากปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ หรือ "แพลงก์ตอนบลูม" ขณะที่ชาวบ้านโวยเมืองพัทยา กักปล่อยน้ำลงทะเล ทำขยะ น้ำเน่าเต็มคลองพัทยาใต้



วันนี้ (6 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวว่าเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลตลอดแนวชายหาดอ่าวจอมเทียน ตั้งแต่โค้งดงตาลไปจนถึงสุดเขตเมืองพัทยา เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ายตะไคร่น้ำ หรือที่เรียกกันว่าปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ หรือแพลงก์ตอนบลูม ตลอดระยะทางยาวประมาณ 4-5 กิโลเมตร และเมื่อสังเกตจากมุมสูงก็ยิ่งเห็นความแตกต่างของสีน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งกับน้ำทะเลที่อยู่ห่างออกไปอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ ปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ หรือแพลงก์ตอนบลูม ได้เกิดขึ้นบริเวณชายหาดจอมเทียน ตั้งแต่ช่วงสายวันนี้ หลังจากในพื้นที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงเช้าที่ผ่านมา และเมื่อกระแสน้ำเปลี่ยนทิศจึงเกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น



สำหรับปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ หรือแพลงก์ตอนบลูม เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล โดยกระบวนการน้ำผุดที่แนวชายฝั่งเกิดจากการเคลื่อนตัวของน้ำทะเล เช่นเดียวกับการเติบโตของแพลงก์ตอนพืช ที่อุณหภูมิสูงขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าว

นางสิริลักษณ์ ศรีเพริศ ผู้ประกอบการร่มเตียงชายหาดจอมเทียน บอกว่าเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วงที่เมืองพัทยา ถูกลมมรสุมพัดโหมกระหน่ำ โดยเชื่อว่าประมาณ 2-3 วันน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่สถานการณ์ท่องเที่ยวในขณะนี้ยังคงเป็นปกติ และยังคงมีนักท่องเที่ยวออกมานั่งเล่นบริเวณชายหาดเช่นเดิม เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นเรื่องของปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ



ชาวบ้านโวยเมืองพัทยากักน้ำในคลองพัทยาใต้ ทำน้ำดำขุ่น ส่งกลิ่นเหม็น

นอกจากนั้น ผู้สื่อข่าวยังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่บริเวณริมคลองสาธารณะ พัทยาใต้ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ว่า หลังจากที่เกิดพายุฝนหนักในช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้ทำให้น้ำคลองพัทยาใต้ ซึ่งเป็นคลองหลักในการระบายน้ำลงสู่ทะเล มีสีดำขุ่นข้นและมีเศษขยะมูลฝอยลอยอยู่เกลื่อนคลอง ทั้งยังส่งกลิ่นเหม็นเน่า สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านและยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว

โดยชาวบ้านได้ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาเมืองพัทยา ได้ทุ่มงบประมาณในการแยกน้ำดีและน้ำเสียออกจากกันตลอดแนว 2 ฝั่งคลอง เพื่อให้น้ำที่ไหลบ่าลงสู่คลองเป็นน้ำฝนที่ไม่มีความสกปรกปล่อยลงสู่ทะเล แต่สภาพที่เห็นกลับสวนทางกัน ซึ่งปัจจุบันเมืองพัทยา ในฐานะผู้กำกับดูแลกลับไม่ระบายน้ำออก จนทำให้น้ำเกิดการกักขังระดับสูงกว่า 5 เมตร สร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านริม 2 ฝั่งคลองเป็นอย่างมาก พร้อมฝากวอนให้เมืองพัทยา เร่งเข้าตรวจสอบและแก้ไขเป็นการด่วนเพื่อป้องกันภาวะน้ำเน่าเสียที่จะไหลลงทะเล


https://mgronline.com/local/detail/9620000074829

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


กรมเจ้าท่าคุมเข้มแผนกู้ซากเรือถ่านหินจม เกาะสีชัง จ.ชลบุรี



ศูนย์ข่าวศรีราชา - กรมเจ้าท่าคุมเข้มแผนการกู้ซากเรือถ่านหิน กว่า 2,000 ตัน จม ด้านเหนือเกาะสีชัง จ.ชลบุรี อย่างรัดกุม พร้อมส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าตรวจสอบทุกขั้นตอน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อทะเลและสิ่งแวดล้อม

จากกรณีเรือบาร์จ จำนวน 2 ลำ บรรทุกถ่านหิน จำนวน 1,400 ตัน และจำนวน 900 ตัน ซึ่งเป็นเรือสังกัดของบริษัท พูลสวัสดิ์ จำกัด ส่วนเจ้าของสินค้าคือบริษัท จัมโบ้บาจส์ จอดเทียบด้านข้างและกำลังรับสินค้าเป็นถ่านหินจากเรือ Southampton โดยในช่วงเวลาดังกล่าวได้เกิดมีพายุลมแรง ทำให้เรือบาร์จทั้ง 2 ลำ เกิดการกระแทกกันอย่างรุนแรง และจมลงบริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะสีชัง ในระดับความลึกของน้ำทะเล 15 เมตร ห่างจากเกาะสีชัง ประมาณ 5 กิโลเมตร เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 31 ก.ค.62 ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ (6 ส.ค.) นายพิทักษ์ วัฒนพงศ์พิศาล ผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล กรมเจ้าท่า ได้เรียกประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง , เทศบาลตำบลเกาะสีชัง, เจ้าท่าภูมิภาคที่ 6 สาขา จ.ชลบุรี ,ผู้ประกอบการเรือสินค้า และ บริษัทเรือ ณ ห้องประชุม อาคารศูนย์ตรวจการณ์ชายฝั่งทะเลสำนักงานควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

นายพิทักษ์ กล่าวว่าในวันนี้ทางบริษัทเอแซด อันเดอร์วอเตอร์ เวอค เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด เป็นบริษัทกู้ซากเรือได้นำแผนในการกู้ซากเรือมาให้หน่วยงานที่รับผิดชอบร่วมกันตรวจสอบ ถึง ขั้นตอนและแผนงานในการกู้ฯครั้งนี้ ซึ่งจะกู้ฯเรือ 2 ลำ ที่จมขนาดบรรทุก 1,400 ตัน และ 900 ตัน โดยจากการสำรวจพบว่าเรือขนาด 1,400 ตัน จมในลักษณะตะแคงเท่านั้น และถ่านหินทั้งหมดยังอยู่ภายในตัวเรือ ซึ่งการกู้ฯ จะใช้วิธีการตักถ่านหินใส่เรือที่เตรียมไว้

โดยจะมีม่านตาข่ายล้อมป้องกันไม่ให้ถ่านหินฟุ้งกระจาย ซึ่งในช่วงที่ตักถ่ายสู่นำเรือก็จะมีผ้าพลาสติกรองรับน้ำเพื่อไม่ให้น้ำเสียใส่เรือลำเลียงต่อไปเพื่อไม่ให้ไหลลงสู่ท้องทะเล หลังจากที่ตักถ่านหินในเรือที่จมแล้ว เหลือประมาณ 30 % ก็จะกู้ซากเรือให้ลอยสู่ผิวน้ำพร้อมลากเรือลำดังกล่าวไปส่งขึ้นท่าเรืออำเภอนครหลวง จ.อยุธยา เพื่อดำเนินการต่อไป



สำหรับเรือขนาด 900 ตัน ที่จมนั้นอยู่ในลักษณะตั้งตรง โดยการกู้จะใช้ในลักษณะเดียวกัน แต่จะเพิ่มเครื่องดูด( Air Vacuum ) ตักถ่านหินที่จมอยู่ใส่เพื่อบรรทุกไปกำจัดในสถานที่เดียวกันและเมื่อดำเนินการเสร็จก็จะต้องแสกนพื้นที่รอบลำเรือในรัศมี 500 เมตร เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีถ่านหินหลงเรือจากการกู้ซากเรือในครั้งนี้

นายพิทักษ์ กล่าวต่อไปว่า ในการกู้ซากเรือนั้น โดยจะเริ่มในวันที่ 7 ส.ค. นี้ ในการนำอุปกรณ์ต่างๆมาในพื้นที่ จากนั้นก็จะดำเนินการกู้ซากเรือในทันที คาดว่าจะใช้เวลาในการกู้ฯประมาณ 3 เดือน เนื่องจากการกู้ฯในทะเลเป็นเรื่องที่ยากลำบากแต่ก็จะดำเนินการอย่างรัดกุม และในขั้นตอนการกู้ฯนั้น ทางกรมเจ้าท่าจะส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมสังเกตการณ์ เพื่อให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้อย่างรัดกุม


https://mgronline.com/local/detail/9620000074902

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


ผู้ว่าฯชี้ไฟป่าพรุควนเคร็งฝีมือมนุษย์ เร่งดับไฟเหลือ 4 จุดให้อยู่ในวงจำกัด

ผู้ว่าฯมั่นใจเหตุไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งเกิดจากความตั้งใจ กำชับนายอำเภอในพื้นที่ออกมาตรการเข้มดูแลผืนป่า ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟให้อยู่ในวงจำกัดเหลือเพียง 3 จุดในพื้นที่อำเภอเชียรใหญ่ และอีก 1 จุดในเขตอุทยานแห่งชาติ



6 ส.ค.62 - ที่กองอำนวยการควบคุมไฟป่า ป่าพรุควนเคร็ง ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์การปฏิบัติการเพื่อควบคุมพื้นที่ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง และตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์

นายจำเริญ กล่าวว่าไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งครั้งเกิดขึ้นนับเป็นวันที่ 9 แล้วทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟให้อยู่ในวงจำกัดโดยเหลือพื้นที่ที่ยังมีเหตุการณ์ไฟไหม้ 3 จุด ในพื้นที่อำเภอเชียรใหญ่ และอีก 1 จุด ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติป่าพรุควนเคร็ง อำเภอชะอวด โดย 3 จุดในเขตพื้นที่ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว และตำบลเขาพระบาท อำเภอเชียรใหญ่ หากไม่มีปัจจัยเรื่องกระแสลมมาซ้ำเติม คาดว่าจะสามารถดับไฟที่ลุกไหม้ในเชิงคุณภาพได้ในภาย 1-2 วันนี้

ขณะที่ในส่วนของไฟไหม้ในเขตอุทยานแห่งชาติป่าพรุควนเคร็ง อำเภอชะอวด ซึ่งการออกปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ค่อนข้างยากลำบากต้องใช้วิธีเดินเท้าเข้าไปหลายกิโลเมตร ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ประสานขอรับการสนับสนุนเครื่องบินของกองทัพอากาศและกองทัพบก เพื่อลำเลียงน้ำเข้าดับไฟ แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์ไฟไหม้ทั้ง 4 จุดดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมไฟให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว



สำหรับการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้ ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราช ได้มอบนโยบายในการเข้าดำเนินการดับไฟแก่เจ้าหน้าที่ โดยกำชับให้มีการจัดทีมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการประสานงานกับทุกฝ่าย เนื่องจากในขณะนี้มีการสนับสนุนเจ้าหน้าที่จากภาคส่วนต่างๆเพิ่มขึ้นเพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพและยุติสถานการณ์ในเร็ววัน พร้อมทั้งขอรับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่มจำนวน 10 เครื่อง จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อระดมสูบน้ำเข้าพื้นที่เพื่อดับไฟในเชิงคุณภาพ นอกจากนี้ยังได้สั่งกำชับนายอำเภอในพื้นที่เพื่อใช้อำนาจตามตำแหน่งหน้าที่และกำหนดมาตรการเข้มข้นในการป้องกันการเกิดไฟป่าและการเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าพรุ เนื่องจากมั่นใจว่าเหตุไฟไหม้ที่เกิดขึ้นเกิดจากการกระทำของมนุษย์

ส่วนสถานการณ์ล่าสุด ประชาชนในพื้นที่ 5 อำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลการะเกด ตำบลเขาพระบาท และตำบลแม่เจ้าอยู่หัว อำเภอเชียรใหญ่ ได้รับผลกระทบแล้วกว่า 4,000 ครัวเรือน ซึ่งหน่วยแพทย์จากสถานพยาบาลต่างๆ ได้เข้าทำการตรวจรักษา และแจกจ่ายหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองและหมอกควันเป็นการด่วน และในจำนวนนี้มีผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในสถานพยาบาล จำนวน 40 คน และมีจำนวน 4 คนที่มีอาการที่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด


https://www.thaipost.net/main/detail/42861


*********************************************************************************************************************************************************


ชาวประมงชี้เรือเจ็ทสกีขับซิ่งในทะเลกระบี่ ทำสัตว์น้ำตกใจเลิกวางไข่

นายกสมาคมชาวประมงกระบี่ เผยเรือเจ็ทสกีขับซิ่งในอ่าวเขากาโรส ทำสัตว์น้ำตกใจ เลิกวางไข่ ด้านเจ้าท่ากระบี่ตรวจสอบแล้ว พบเป็นทริปทัวร์จากภูเก็ต



6 ส.ค.62 - นายมานิต ดำกุล นายกสมาคมชาวประมงจังหวัดกระบี่ กล่าวถึงกรณีที่มีนักท่องเที่ยวนำเรือเจ็ทสกีเกือบ 10 ลำ มาขับแข่งซิ่งกันในพื้นที่อ่าวเขากาโรส หมู่ 3 ตำบลเขาคราม อำเภอเมืองกระบี่ เบื้องต้นทราบว่าเรือเจ็ทสกีกลุ่มดังกล่าวไม่ได้อยู่ในพื้นที่ จ.กระบี่ แต่เป็นเรือที่มาจากจังหวัดใกล้เคียง โดยนักท่องเที่ยวมีการซื้อทัวร์ผ่านบริษัททัวร์ ทำให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวรวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ไม่ค่อยสบายใจ เนื่องจากจังหวัดกระบี่เน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ไม่มีนโยบายทำการท่องเที่ยวกระทบสิ่งแวดล้อม ทั้งเรือลากร่ม ลากกล้วย ร่มเตียงชายหาด หรือเรือเจ็ทสกีที่กำลังเป็นข่าว

นายมานิต กล่าวว่า การใช้เรือเจ็ทสกีมาวิ่งในทะเลกระบี่ นอกจากผิดประกาศของจังหวัด เรื่องกำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดกระบี่ ห้ามกระทำการหรือประกอบกิจกรรม การเล่นเรือสกู๊ตเตอร์ การเล่นเจ็ทสกีหรือการเล่นเรือลากทุกชนิด เพื่อเป็นการตอบสนองนโยบายจังหวัดที่เน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และจัดระเบียบเรือในพื้นที่แล้ว ก็ยังส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำในทะเลด้วย เนื่องจากบริเวณอ่าวเขากาโรส มีป่าชายเลนที่ค่อนข้างจะสมบูรณ์ เป็นที่วางไข่ ฟักไข่และเลี้ยงลูกของสัตว์ทะเลวัยอ่อน การขับเรือเจทสกี มีเสียงดัง อึกทึกครึกโครม ทำให้สัตว์น้ำทะเลตกใจได้ หรือถึงขั้นหยุดฟักไข่ เลี้ยงลูกวัยอ่อน

"สำหรับอ่าวเขากาโรส เป็นอ่าวที่ค่อนข้างสงบ คนในชุมชนทำการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พายเรือคายัค ชมป่าชายเลน ชมภาพเขียนสีโบราณอายุเก่าแก่กว่า 3 พันปี นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งทำประมงพื้นบ้านชาวบ้านไหนหนัง หมู่ 3 ต.เขาคราม และพื้นที่ใกล้เคียง ผมจึงไม่อยากเห็นเรือเจ็ทสกีเข้ามาขับวิ่งกันในพื้นที่นี้อีก นอกจากผิดประกาศจังหวัดแล้ว ยังทำให้สัตว์น้ำตกใจกลัวด้วย?อีกนายมานิต กล่าว

ด้าน นาวาตรี ชัยศิริ ขุนดำ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขากระบี่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่าเรือเจทสกี กลุ่มดังกล่าวมาจาก จ.ภูเก็ต จัดมาเป็นทริปทัวร์ โดยขนมากับเรือใหญ่ เมื่อถึงอ่าวกาโรส ก็เอาเรือเจทสกีลง และขับเข้าไปในอ่าว เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งและเข้าไปตรวจสอบพบว่าเรือได้ขับออกไปหมดแล้ว เบื้องต้นได้สั่งเฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ไปยังผู้ประกอบการ ห้ามนำเรือเจ็ทสกีเข้ามาใช้ขับท่องเที่ยวในทะเลกระบี่ เนื่องจากผิดระเบียบของจังหวัด หากพบเห็นก็จะดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด


https://www.thaipost.net/main/detail/42865

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


กรมอุทยานแห่งชาติฯ เผยที่มาขยะทะเล? ระบุเป็นช่วงมรสุม

โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติฯ เผยที่มาขยะทะเล ระบุเป็นช่วงมรสุมพัดขยะเข้าหาดจำนวนมาก ย้ำมีมาตราการจัดการขยะภายในอุทยานแห่งชาติ พร้อมขอความร่วมมือทุกคนช่วยกันลดขยะเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม



6 ส.ค.62 - นายสมโภชน์ มณีรัตน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยกรณีที่โซเชียลมีเดียนำเสนอภาพขยะจำนวนมากบริเวณหาดในยางและหาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต รวมถึงก่อนหน้านี้ที่บริเวณเกาะห้อง ภายในอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จังหวัดกระบี่ มีการเผยแพร่ภาพขยะกระจายตามชายหาดเช่นกัน ซึ่งกรณีของอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ได้รับผลกระทบจากช่วงฤดูมรสุม และเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจัดเก็บขยะทำความสะอาดชายหาดเรียบร้อยแล้ว

นายสมโภชน์ โฆษกกรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวว่า "สำหรับพื้นที่หาดในยางและหาดไม้ขาว บริเวณอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จ.ภูเก็ต มีการเผยแพร่ภาพทางโซเชียลมีเดียพบขยะจำนวนมากอยู่บนชายหาดนั้น ขอเรียนว่าเมื่อถึงช่วงฤดูมรสุมของทุกปี จะมีขยะถูกคลื่นพัดขึ้นฝั่งบริเวณหาดในยางและหาดไม้ขาว ซึ่งนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถเร่งทำความสะอาดพื้นที่ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะจัดการขยะที่ถูกพัดพามาจากที่ต่างๆได้ ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่และกลุ่มจิตอาสาช่วยกันเก็บขยะที่ถูกคลื่นพัดมา ขณะนี้ชายหาดบริเวณหาดในยางและหาดไม้ขาว ได้กลับสู่สภาพที่สวยงามปกติแล้ว"



"ก่อนหน้านี้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้มีนโยบายหลากหลายในการจัดการขยะภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เช่น การเข้าร่วมโครงการทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม ใช้หลัก 3 R คือ 1) Reduce = ลดปริมาณขยะ 2)Reuse = ใช้ซ้ำ 3)Recycle = นำกลับมาใช้ใหม่ การขอความร่วมมือร้านค้าผู้ประกอบการใช้วัสดุทดแทนโฟมและพลาสติก การส่งเสริมประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมลดขยะตามโครงการขยะคืนถิ่น มีการตั้งจุดรับขยะไว้บริเวณทางเข้าอุทยานแห่งชาติ และมอบรางวัลให้แก่นักท่องเที่ยว การใช้ปิ่นโตบรรจุอาหารแทนภาชนะที่เป็นโฟมและพลาสติก การคัดแยกขยะแห้ง ขยะเปียก ขยะรีไซเคิล อีกทั้งเมื่อวันที่ 12 ส.ค. 61 ที่ผ่านมา ยังได้จัดกิจกรรมการรณรงค์ลดบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ ได้แก่ ถุงพลาสติกหูหิ้ว ภาชนะพลาสติกบรรจุอาหาร ขวดน้ำที่มีพลาสติกหุ้มฝาขวด หลอด และช้อน-ส้อม ที่ทำจากพลาสติกด้วย" นายสมโภชน์ กล่าวทิ้งท้าย


https://www.nationtv.tv/main/content/378730704/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 09:25


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger