เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัยได้

สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กงดออกจากฝั่ง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 10 - 11 ส.ค. 62 ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สำหรับบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมาก สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร สำหรับอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 12 - 16 ส.ค. 62 ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันตก และภาคตะวันออก สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 10-11 ส.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ โดยหลีกเลี่ยงการเดินเรือผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กงดออกจากฝั่งตลอดช่วง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้และภาคตะวันออก (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 11 สิงหาคม 2562)" ฉบับที่ 16 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2562

ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าว ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กงดออกจากฝั่ง

ทั้งนี้เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ประกอบกับร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (97.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (98.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (106.3 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


"ดาวเคราะห์น้อย" เฉียดโลกวันนี้ ยาวกว่าความสูงตึกใบหยกเกือบสองเท่า

สดร. เผย ดาวเคราะห์น้อย 2006 QQ23 ที่จะเฉียดโลก วันนี้ (10 ส.ค.) ยาวกว่าความสูงของตึกใบหยกเกือบสองเท่า โคจรเข้าใกล้โลกแล้วหลายครั้ง



เฟซบุ๊กเพจ "สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page" ได้โพสต์ข้อความ ขอคนไทยอย่าตะหนก หลังมีข่าวว่า ดาวเคราะห์น้อย 2006 QQ23 (สองศูนย์ศูนย์หก คิวคิวสองสาม) ที่จะโคจรเข้าใกล้โลกในวันนี้ (10 ส.ค.) มีระยะห่างจากโลกประมาณ 7.3 ล้านกิโลเมตร (ระยะทางเฉลี่ยจากโลกถึงดวงจันทร์ ประมาณ 0.38 ล้านกิโลเมตร) และมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 570 เมตร ยาวกว่าความสูงของตึกใบหยกเกือบสองเท่า

นายสิทธิพร เดือนตะคุ เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ชำนาญการ สดร. แจงว่า ดาวเคราะห์น้อยนี้ เคยโคจรเข้าใกล้โลกมาแล้วหลายครั้ง การโคจรเข้าใกล้โลกในวันนี้จึงถือเป็นเรื่องปกติ

ดาวเคราะห์น้อย 2006 QQ23 ถูกค้นพบโดยหอดูดาวไซดิงสปริง ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2549 จัดอยู่ในประเภทดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก (Near-Earth Asteroids) เนื่องจากมีการโคจรรอบดวงอาทิตย์ที่ระยะห่างประมาณ 85-154 ล้านกิโลเมตร ทั้งนี้ นักดาราศาสตร์ได้นิยามเกี่ยวกับวัตถุใกล้โลก คือ วัตถุที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ และมีระยะห่างจากดวงอาทิตย์ประมาณ 147-194 ล้านกิโลเมตร (โลกของเราโคจรอยู่ห่างจากดวงอาทิตย์ที่ระยะห่างประมาณ 150 ล้านกิโลเมตร) มีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ประมาณ 263 วัน

ซึ่งแม้ดาวเคราะห์น้อย 2006 QQ23 จะมีขนาดใหญ่ และเป็นดาวเคราะห์น้อยที่นาซาและนักดาราศาสตร์ทั่วโลกติดตามมาโดยตลอด แต่การโคจรเข้าใกล้โลกในวันนี้ไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อโลก แต่ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้ศึกษาดาวเคราะห์น้อยดังกล่าว ในส่วนของ สดร.ก็ได้ใช้กล้องโทรทรรศน์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร ของหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ ณ สถานีรายงานดอยอินทนนท์ กองทัพอากาศ สำหรับสังเกตการณ์วัตถุนอกโลกร่วมกับนักดาราศาสตร์ทั่วโลกเช่นกัน.



ที่มาจาก เฟซบุ๊กเพจ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ Fan Page


https://www.thairath.co.th/news/soci...34636#cxrecs_s

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


ทัพเรือภาค 3 จัดกิจกรรมรักษาสิ่งแวดล้อม เนื่องในวันแม่

ทัพเรือภาค 3 ร่วมกับจ.ภูเก็ต จัดกิจกรรมทำความสะอาด อนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย เนื่องในวันแม่แห่งชาติ



เมื่อวันที่ 10 ส.ค.เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2562 และเพื่อเป็นการ สนองพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริ ฯ?? พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการให้ทัพเรือภาคที่ 3? ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต? จัดให้มีกิจกรรมทำความสะอาด เก็บขยะ เศษไม้ และถุงพลาสติก บริเวณชายหาดในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเลไทย

บริเวณชายหาดในยาง ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต? ในวันที่ 12 สิงหาคม 2562 นี้ โดยมอบหมายให้ พลเรือโท สิทธิพร มาศเกษม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3? เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ ในการเป็นประธานจัดกิจกรรม. โดยเชิญชวนพี่น้องประชาชน ประชาชนจิตอาสา หน่วยงานราชการทุกภาคส่วน และภาคเอกชน เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ในวันที่ 12 สิงหาคม 2562? เวลา 14.00 น

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีพระดำริที่จะอนุรักษ์แนวปะการัง กัลปังหา และสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย โดยทรงห่วงใยปัญหาเรื่องความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติใต้ทะเล การทำร้ายสัตว์ทะเลด้วยน้ำมือมนุษย์โดยตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้น การอนุรักษ์และการสร้างจิตสำนึกในการหวงแหน และรักษาสิ่งแวดล้อมตลอดจนระบบนิเวศ จึงมีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของทรัพยากร ธรรมชาติทางทะเลไทย



?ในการนี้ กองทัพเรือจึงได้สนองพระดำริโดยการจัดทำโครงการ "อนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา" ขึ้นมา โดยเชิญ กรมประมง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมโครงการ? โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนต่าง ๆ ตลอดจนคำปรึกษาจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล เพื่อจัดทำโครงการ แผนงาน และกิจกรรมต่าง ๆ ที่สามารถตอบสนองพระดำริของพระองค์ท่านได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินการอย่างเป็นระบบ มีความยั่งยืน และถูกต้องตามหลักวิชาการ
?สำหรับพื้นที่ดำเนินโครงการจะใช้พื้นที่สัตหีบ เป็นฐานศูนย์กลาง (Center Base) ในการดำเนินโครงการและเชื่อมโยงกิจกรรมต่าง ๆ เข้าไปสู่พื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการดำเนินการ ตัวอย่างเช่น พื้นที่อ่าวไทยตอนล่าง และทะเลอันดามันตอนล่าง

โดยหวังว่าโครงการจะสามารถพลิกฟื้นคืนความสมบูรณ์และความสมดุลทางธรรมชาติให้แก่ท้องทะเลไทย และสัตว์ทะเลหายากไม่ถูกทำลาย โดยคณะกรรมการอำนวยการโครงการอนุรักษ์แนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลไทย ในพระดำริฯ มี ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานกรรมการ? ร่วมด้วย ปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม? ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ และรองศาสตราจารย์ สัตว์แพทย์หญิง นันทริกา? ชันซื่อ เป็นกรรมการที่ปรึกษา และ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เป็นเลขานุการ? โดยมีผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้อง ร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการมีหน้าที่สำคัญในการกำหนดนโยบาย กลั่นกรองแผนงาน


https://www.dailynews.co.th/regional/725236

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


นักวิจัยจีนกำลังพัฒนา ?หุ่นยนต์ปลากระเบนปีศาจ? ............... โดย: ดีเอ็ม ชาน


หุ่นยนต์ปลากระเบนแพนตาต้นแบบ ของคณะนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยโปลีเทคนิคภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ในประเทศจีน ซึ่งช่วงปลายปีกด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งยาว 80 เซนติเมตร ใช้พลังงานจากแบตเตอรีลิเธียม และสามารถว่ายน้ำด้วยความเร็วสูงสุดที่ 1.85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง


คณะนักวิจัยจีนที่มหาวิทยาลัยโปลีเทคนิคภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ในเมืองซีอาน มณฑลส่านซี ของจีน กำลังพัฒนาหุ่นยนต์อ่อนนุ่มต้นแบบ ซึ่งจำลองจากรูปร่างและความเคลื่อนไหวอันพิเศษโดดเด่นของปลากระเบนแมนตา หรือที่เรียกกันว่า ปลากระเบนปีศาจ ขณะที่ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยคอร์แนล สหรัฐฯ ก็พัฒนาหุ่นยนต์อ่อนนุ่มต้นแบบซึ่งเลียนแบบ ?ปลาสิงโต?

คณะนักวิจัยจีนในมหาวิทยาลัยโปลีเทคนิคภาคตะวันตกเฉียงเหนือ (Northwestern Polytechnical University) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองซีอาน มณฑลส่านซี เพิ่งพัฒนาหุ่นยนต์เลียนแบบชีวิตตามธรรมชาติ (biomimetic robot) ที่อยู่ในรูปร่างของ ปลากระเบนแมนตา หรือ ปลากระเบนราหู (manta ray ในภาษาอังกฤษ บางทีเรียกกันว่า devilfish ปลากระเบนปีศาจ) โดยมันสามารถขยับปีกทั้งสองข้าง และไถลตัวเมื่ออยู่ใต้น้ำ ทั้งนี้ตามรายงานของ ไชน่าเดลี่ (China Daily) หนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษของทางการจีน

ปลากระเบนแมนตา ซึ่งถือเป็นสัตว์นักว่ายน้ำได้อย่างทรงประสิทธิภาพที่สุดประเภทหนึ่งในธรรมชาติ มีกลไกการขับดันตัวที่พิเศษโดดเด่น เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติอย่างเช่น การขับดันตัวอย่างมีประสิทธิภาพสูง, ความสามารถที่สูงในการเคลื่อนไหวและในการทรงตัว, การก่อให้เกิดเสียงแค่เพียงระดับต่ำ, และการมีศักยภาพในการบรรทุกได้มาก

นักวิจัยคณะนี้ได้สร้างหุ่นยนต์ลำตัวนิ่มชีวประดิษฐ์ (bionic soft robot) ต้นแบบ (prototype) ซึ่งจำลองรูปร่างและการเคลื่อนไหวของปลากระเบนแมนตาขึ้นมา รายงานข่าวชิ้นนี้ระบุ

หุ่นยนต์ต้นแบบตัวนี้ ซึ่งจากปลายปีกหนึ่งถึงอีกปลายหนึ่งมีความยาว 80 เซนติเมตร ได้พลังงานจากแบตเตอรีลิเธียม และสามารถว่ายน้ำได้ด้วยความเร็วสูงสุดที่ 1.85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

"ทีมของเรายังกำลังพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบตัวอื่นๆ ซึ่งสามารถดำน้ำไปลึกถึง 1,000 เมตร และทำงานอย่างต่อเนื่องได้เป็นเวลา 1 เดือน" พาน กวง (Pan Guang) หัวหน้าโครงการซึ่งเป็นคณบดีของคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเลของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ด้วย กล่าว

เขาบอกอีกว่า เมื่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว หุ่นยนต์แบบนี้สามารถใช้สำหรับดำเนินปฏิบัติการค้นหาใต้น้ำ, สังเกตการณ์สภาพแวดล้อมมหาสมุทร, และดำเนินการสืบสวนตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์ใต้ทะเล

ทางทีมงานมีกำหนดจะนำหุ่นยนต์นี้ไปทดสอบในสภาพแวดล้อมของทะเลสาบเร็วๆ นี้ และในมหาสมุทรเปิดในปีหน้า พวกเขายังมีแผนการติดตั้งตัวเซนเซอร์สำหรับการตรวจจับภาพและเสียงที่หุ่นยนต์เพิ่มมากขึ้น เพื่อการวิจัยต่อไปในอนาคต

หุ่นยนต์ลำตัวนิ่มนั้น โดยพื้นฐานแล้วทำจากวัสดุที่สามารถปั้นแต่งเป็นรูปร่างต่างๆ ได้ง่าย ซึ่งพอจะเปรียบเทียบอย่างหยาบๆ ได้ว่ามีคุณภาพทางด้านความยืดหดตัวได้แบบเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิต

เหมือนกับปลาหมึกที่กำลังบีบรีดตัวเองให้เคลื่อนผ่านช่องเปิดแคบๆ หุ่นยนต์ลำตัวนิ่มต้องสามารถดัดแปลงรูปร่างของตัวเองและใช้วิธีการเคลื่อนไหวต่างๆ ให้เหมาะสมสำหรับภารกิจและเงื่อนไขสภาพแวดล้อมที่ผิดแผกแตกต่างกันหลายหลาก เหมือนกันอยู่เยอะทีเดียวกับวิธีการที่พวกสิ่งมีชีวิตจำนวนมากเคลื่อนไหวและปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของพวกมัน

การปรากฏตัวขึ้นมาของเครื่องยนต์กลไกที่ยืดหดตัวได้อย่างอ่อนนุ่ม, ปรับตัวง่ายทำให้ทำงานได้อเนกประสงค์, และได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งมีชีวิตเช่นนี้ กำลังเปิดเผยให้เห็นพื้นที่แวดวงในวิชาการทางวิศวกรรมศาสตร์ซึ่งทั้งน่าตื่นตาตื่นใจและต้องนำเอาความรู้ด้านต่างๆ มาผนวกรวมตัวกันแบบสหวิทยาการอย่างสูง และเป็นสิ่งที่อาจปฏิวัติเปลี่ยนแปลงบทบาทของวิทยาการหุ่นยนต์อย่างมากมายมหาศาล


หุ่นยนต์ปลาสิงโตของคณะนักวิจัยที่ห้องแล็ปหุ่นยนต์อินทรีย์ มหาวิทยาลัยคอร์แนล (Cornell University) รัฐนิวยอร๋ก สหรัฐอเมริกา ใช้พลังงานจากเลือดไฮโดรลิก และเครื่องปั๊มหัวใจ 2 เครื่อง

ในอีกด้านหนึ่ง คณะนักวิจัยที่ห้องแล็ปหุ่นยนต์อินทรีย์ (organic robots) ของมหาวิทยาลัยคอร์แนล, สหรัฐอเมริกา ก็เพิ่งสร้างหุ่นยนต์ปลาสิงโต (robo-lionfish) ขึ้นมาตัวหนึ่ง ซึ่งใช้พลังงานจากเลือดไฮโดรลิก (hydraulic blood) และเครื่องปั๊มหัวใจ (heart pump) 2 เครื่อง รายงานในวารสาร เคมิสทรีเวิร์ลด์ (Chemistry World) ระบุ

จากเลือดไฮโดรลิกซึ่งทำหน้าที่เป็นสารละลายที่เป็นตัวนำไฟฟ้า (electrolyte), เครื่องปั๊ม 2 เครื่องที่มีการบีบตัวคลายตัวแบบหัวใจ, ตลอดจนแบตเตอรีเหลวเสื่อมสภาพช้า (flow battery) จำนวนมากซึ่งอยู่ตรงช่องท้อง, (คล้ายๆ กับปลาสิงโตตัวจริงเป็นอย่างมาก) หุ่นยนต์ปลาตัวนี้ก็สามารถว่ายน้ำได้ ด้วยการเคลื่อนหางของมันไปมา รวมทั้งสามารถกระพือครีบอก (pectoral fins) ของมันได้ด้วย (ถึงแม้ว่ายังเป็นโชคดีที่มันไม่ได้มีพิษร้ายแบบเดียวกับปลาสิงโตมีชีวิตตัวจริง)

ลำตัวทำด้วยซิลิโคนนุ่มของหุ่นยนต์ตัวนี้ถูกปั้นแต่งให้มีรูปร่างแบบปลาสิงโต ครีบของมันบรรจุไว้ด้วยแบตเตอรีเหลวซิงค์ไอโอไดด์ (zinc iodide flow batteries) บางๆ และเครื่องปั๊ม 2 เครื่องจะคอยทำให้สารละลายที่เป็นตัวนำไฟฟ้า (เลือด) ไหลวนเวียนระหว่างแบตเตอรีตัวต่างๆ

หางของหุ่นยนต์ปลาสิงโตนี้จะเคลื่อนที่ เมื่อของเหลวถูกปั๊มจากด้านซ้ายของครีบไปยังด้านขวาของมัน และครีบอกก็จะถูกผลักออกจากส่วนลำตัว เมื่อแอ่งเก็บของเหลวในตัวมันมีสารละลายที่เป็นตัวนำไฟฟ้าไหลเติมเข้ามา

แบตเตอรีเหลวเหล่านี้ ในทางทฤษฎีแล้ว มีความสามารถในการเก็บพลังงาน (energy density) ได้เท่ากับครึ่งหนึ่งของแบตเตอรีลิเธียมไอออน (lithium ion batteries) ของรถยนต์ เทสลา เอส (Tesla S) นั่นคือเพียงพอสำหรับให้หุ่นยนต์ปลาตัวนี้ว่ายน้ำไปเกือบๆ 37 ชั่วโมงก่อนที่จะต้องชาร์จแบตเตอรีเติมพลังกันใหม่


https://mgronline.com/around/detail/9620000076331

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default

ขอบคุณข่าวจาก คม ชัด ลึก


ปรสิตในปลา ............... คอลัมน์ พิชิตปัญหาสัตว์เลี้ยง โดย น.สพ.วิรัช ธนพัฒน์เจริญ

สวัสดีครับ วันนี้เรามาเจาะปัญหาเรื่องปรสิตในปลา ซึ่งมีหลายชนิดที่ก่อให้เกิดอาการในปลาแตกต่างกันไป เช่น สังเกตเห็นปรสิตที่ตัวปลา หรือเหงือก เป็นต้น ส่วนแนวทางการป้องกันและรักษา หมอจะพูดรวมๆในช่วงท้ายบทความนี้ครับ



ปรสิตในปลาที่พบมีหลายชนิด อาทิเช่น เห็บปลา ตัวนี้ง่ายที่จะสังเกตเห็นจากผิวบนตัวปลา เห็บปลามีลักษณะกลม มีตาเด่น ส่วนของปากเจริญมาก ซึ่งใช้เกาะติดที่ตัวปลานั่นเอง เห็บปลาสามารถย้ายที่บนตัวปลาได้อย่างง่ายดาย ก่อให้เกิดการระคายเคือง ปลาพยายามถูตัวกับสิ่งต่าง ๆ เพื่อที่จะถูเอาเห็บออก ปลาบางตัวก็กระโดดมาเหนือน้ำ เพื่อที่จะเอาเห็บออก เห็บนี้จะดูดเลือด และของเหลวออกจากตัวปลาผ่านทางผิวหนัง และเกล็ด บางครั้งมันก็อยู่ที่ครีบ เห็บปลาสามารถนำไปสู่โรคอื่น ๆ และอาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียตามมาที่แผลด้วย

ปลิงใสปลาที่มีพยาธิปลิงใสเกาะจะมีอาการว่ายน้ำทุรนทุราย ลอยตัวตามผิวน้ำ ผอม กระพุ้งแก้มเปิดปิดเร็วกว่าปกติ อาจมีแผลขนาดเล็กเท่าปลายเข็มหมุดกระจายอยู่ทั่วลำตัว ซึ่งหากเป็นการติดโรคในขั้นรุนแรงอาจมองเห็นเหมือนกับว่าปลามีขนสีขาวสั้น ๆ อยู่ตามลำตัว ซึ่งจะทำให้ปลาตายได้ โดยพบว่าปลาเกือบทุกชนิดเป็นโรคนี้ได้ทั้งนั้นนี่เป็นตัวอย่างที่นำมาบอกเล่ากันครับ

แนวทางการป้องกันและรักษาควรทำตั้งแต่ตัวปลา และบ่อ หรือตู้ด้วยเพราะอย่าลืมว่าปรสิตสามารถสืบพันธุ์ได้ด้วยนะครับ ซึ่งการป้องกันอย่างแรก คือ การอย่านำปลาที่ได้มาใหม่เข้าบ่อเดิม ให้พักปลาเพื่อดูอาการก่อนสัก 7-12 วันเพื่อตรวจดูว่ามีปรสิตติดมา หรือเปล่า เมื่อแน่ใจว่าไม่เป็นโรคแล้วจึงนำไปเลี้ยงต่อในบ่อเดิม

ส่วนกรณีที่ปลาเกิดโรคแล้วให้พิจารณารักษาโดยการใช้ยา ซึ่งหาได้ทั่วไปโดยใช้ให้ถูกอัตราส่วนตามข้อบ่งใช้ หรือหากไม่แน่ใจปรึกษาสัตวแพทย์ก็เป็นทางออกที่ดี ยาที่ใช้ในการรักษาปรสิตมีหลายประเภท ตั้งแต่สารฆ่าแมลง ฟอร์มาลิน หรือกระทั่งการใช้เกลือ


ทั้งนี้ สิ่งที่ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษในการใช้ยาหรือสารเคมีกับปลาเพื่อการรักษา คือ ความเข้มข้น และระยะเวลาการแช่ปลาโดยควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดระหว่างการให้ยา การย้ายปลาออกจากบ่อเดิมอาจเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อทำความสะอาดบ่อ หรือระบบกรอง รวมถึงการรักษาบางครั้งต้องมีการถ่ายน้ำบ่อย ๆ หากบ่อเลี้ยงท่านมีขนาดใหญ่ก็ทำให้เปลืองค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น และเกิดความยุ่งยากในการจัดการได้ครับ

จึงควรมีการจัดเตรียมที่รักษาและพักฟื้นปลาไว้ให้พร้อมเสมอครับ หวังว่าหากพบโรคไม่ปกติจากปรสิตที่เกิดกับปลาของท่านแล้ว คนรักปลาอย่างท่านจะรับมือในเบื้องต้นได้เป็นอย่างดีนะครับ


http://www.komchadluek.net/news/lifestyle/383077

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,710
Default

ขอบคุณข่าวจาก BBCThai


โลกร้อน : ภาวะโลกร้อนเกี่ยวกับอาหารที่เรากินอย่างไร


เบอร์เกอร์จากพืชกำลังเป็นที่นิยมในโลกตะวันตก Image copyrightGETTY IMAGES

ผู้เชี่ยวชาญองค์การสหประชาชาติชี้ว่า การเปลี่ยนวิถีการบริโภคอาหารมาเป็นกินอาหารจากพืชจะสามารถช่วยลดภาวะโลกร้อนได้

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก (IPCC) เผยแพร่รายงานที่ศึกษาโดยนักวิทยาศาสตร์ 107 คน ในการประชุมที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากที่ดินและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศว่า การบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ในประเทศตะวันตกที่มีปริมาณสูงมาก เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า พวกเขาไม่ได้เรียกร้องให้ผู้คนเปลี่ยนมาบริโภคแบบมังสวิรัติ แต่หากสามารถลดการบริโภคเนื้อสัตว์ได้จะทำให้ลดการใช้ที่ดินลง แต่ก็สามารถผลิตอาหารเพื่อคนจำนวนมากขึ้นได้ด้วย

คณะกรรมการ ชุดนี้ ยังชี้อีกว่า หากที่ดินถูกใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็จะยิ่งซึมซับการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่ปล่อยออกจากมนุษย์ได้มากขึ้น

ชาติตะวันตกบริโภคสัตว์มากเกินไป

"เราไม่ได้บอกให้คนหยุดกินเนื้อ แต่กับหลาย ๆ ที่ ผู้คนไม่มีทางเลือกอื่น แต่เห็นได้อย่างชัดเจนว่า คนในประเทศตะวันตกบริโภคเนื้อสัตว์เยอะมากเกินไป" ศ. พีท สมิธ นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมจากมหาวิทยาลัยแอเบอร์ดีน สหราชอาณาจักร ระบุ

รายงานฉบับดังกล่าว ได้เรียกร้องให้มีการปฏิบัติอย่างจริงจังเพื่อยุติการทำลายพื้นดินและการทำให้ดินกลายสภาพเป็นทะเลทราย อันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ


การทำเกษตรของมนุษย์ปล่อยก๊าซมีเทนกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณทั้งหมด ส่วนใหญ่มาจากการเลี้ยงปศุสัตว์และการปลูกข้าว Image copyrightJOHN MOORE

นอกจากนี้ยังเตือนรัฐบาลหลาย ๆ ประเทศว่า ให้จำกัดพื้นที่การปลูกต้นไม้แล้วเผาเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้า เพราะเป็นภัยคุกคามต่อการผลิตอาหาร

รายงานระบุว่า พื้นผิวหน้าดินและการใช้ประโยชน์จากดิน ได้กลายเป็นสิ่งที่สร้างรากฐานของสังคมมนุษย์และเศรษฐกิจโลก แต่เรากำลังเปลี่ยนแปลงมันในทางที่แย่ลง ไม่ว่าจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ รูปแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินของมนุษย์ที่ก่อโลกร้อนเป็นความกังวลสำหรับอนาคต


โลกร้อนเกี่ยวกับอาหารที่เรากินอย่างไร

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของวงจรอาหารของมนุษย์ อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น ฝนที่ตกมากขึ้น และสภาพอากาศแบบสุดขั้ว ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรและปศุสัตว์

อย่างไรก็ตาม การผลิตอาหารก็ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนเช่นกัน เกษตรกรรมและอุตสาหกรรมป่าไม้ กินสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ถูกปล่อยออกมา ส่วนการเลี้ยงปศุสัตว์ก่อโลกร้อนด้วยการปล่อยก๊าซมีเทน รวมทั้งการทำให้พื้นที่ป่าลดลงจากการรูปแบบการเลี้ยงแบบปล่อยทุ่ง

ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติและวีแกนหลายคนเปลี่ยนวิถีการบริโภคของตัวเองส่วนหนึ่งเพราะเหตุผลด้านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ มีกลุ่มรณรงค์กลุ่มหนึ่งในสหราชอาณาจักรที่ชื่อว่า #nobeef พยายามรณรงค์ให้ผู้ค้าอาหารเอาเนื้อวัวและแกะออกจากเมนูอาหารที่จัดให้นักเรียน

ส่วนในสหรัฐฯ เบอร์เกอร์แบบวีแกน (การงดบริโภคอาหารที่มีส่วนประกอบจากสัตว์ทั้งทางตรงและทางอ้อม) ปรุงจากพืชแทนเนื้อสัตว์ ซึ่งรสชาติไม่มีความแตกต่างจากการใช้เนื้อจริงปรุง


เบอร์เกอร์วีแกน Image copyrightREUTERS


อาหารที่เรากินปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากแค่ไหน

- 1 ใน 4 ของก๊าซเรือนกระจกมาจากอาหาร (26%)

- มากกว่าครึ่งของก๊าซเรือนกระจกจากอาหารที่เรากินมาจากผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ (58%)

- 50% ของก๊าซเรือนกระจกที่มาจากฟาร์มสัตว์ เป็นฟาร์มที่ผลิตเนื้อวัวและเนื้อแกะ

องค์กรคอมแพชชั่น อิน เวิลด์ฟาร์มมิ่ง ซึ่งเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม ระบุว่า การลดการบริโภคเนื้อสัตว์เป็นสิ่งจำเป็นหากต้องการลดปัญหาด้านสภาวะภูมิอากาศให้ได้ตามเป้า อย่างไรก็ตาม ในบางประเทศอย่างจีน การกินเนื้อวัวกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แม้ว่าจะมีความพยายามจากรัฐบาลจีนในการส่งเสริมให้กินอาหารพื้นถิ่น

รายงานของสหประชาชาติ ยังกระตุ้นให้หยุดการบริโภคอาหารแล้วเหลือทิ้ง ทั้งในขั้นก่อนและหลังที่จะขายให้กับผู้บริโภค ตัวอย่างของการลดการเกิดอาหารที่ไม่ถูกบริโภค อาจนำไปใช้เลี้ยงสัตว์ หรืออาหารตามร้านค้าที่ขายไม่หมดควรบริจาคให้กับผู้คนที่จำเป็น เช่น ที่สวิตเซอร์แลนด์มีองค์กรที่นำอาหารจากร้านค้าต่าง ๆ ที่ขายไม่หมดและกำลังจะถูกทิ้ง นำไปส่งต่อให้กับครอบครัวในท้องถิ่น วิธีการเหล่านี้จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อันเกิดจากกระบวนการผลิตอาหาร


ต้นไม้กักเก็บคาร์บอนได้ แต่ปริมาณต้องไม่มากเกินไปจากศักยภาพที่ทำได้
ต้นไม้ดูดเอาคาร์บอนไดออกไซด์ที่เราปล่อยออกไปหรือไม่ Image copyrightGETTY IMAGES


ปริมาณคาร์บอนที่ล้นเกินจากมนุษย์ที่ปล่อยสู่บรรยากาศถูกกับเก็บโดยต้นไม้ในป่า กระบวนการนี้ช่วยต่อการลดภาวะโลกร้อน แต่ปริมาณคาร์บอนต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม หากอุณหภูมิของโลกร้อนขึ้น ความสมดุลที่ต้นไม้จะดูดซับคาร์บอนจะไม่มีทันที

รายงานของสหประชาชาติ ชี้ว่า บริเวณแถบเส้นศูนย์สูตรน่าจะสูญเสียพื้นที่ปลูกพืชแล้วจากความร้อน นอกจากนี้ในที่ดินบางแห่งที่สูญเสียฟอสฟอรัสในดิน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญของพืช จะทำให้ต้นไม้ไม่เจริญเติบโต

นอกจากนี้ การใช้พลังงานชีวภาพที่ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ลดปัญหานี้ ก็ควรคำนึงถึงวิธีการผลิต เนื่องจาก พลังงานชีวภาพเกี่ยวข้องกับการเผาพืชผัก ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญของดิน ในบางประเทศมักจะใช้วิธีการนี้เพราะวัดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ชัดเจน

องค์กรพลังงานระหว่างประเทศหรือไออีเอ คาดการณ์ว่า พลังงานชีวภาพจะแซงหน้าพลังจากลม พลังงานน้ำในอีกห้าปีข้างหน้า

แต่นักวิทยาศาสตร์ผู้เขียนรายงานของคณะกรรมการลดโลกร้อนของสหประชาชาติระบุว่า การเปลี่ยนที่ดินเป็นพื้นที่ผลิตพลังงานชีวภาพในประเทศที่เน้นการเกษตรกรรมอาจส่งผลเสียมากกว่า โดยแนะว่าหากจะเปลี่ยนมาผลิตพลังงานชีวภาพควรจำกัดเขตของที่ดินไม่ให้มากเกินไป


https://www.bbc.com/thai/international-49277769

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 08:59


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger