เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,193
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคตะวันออก สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 28-29 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 21 - 26 พ.ค. 62 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร ตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ตลอดช่วง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (82.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (97.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (102.2 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,193
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


"ดร.ธรณ์" วอนนักท่องเที่ยว อย่าทำร้าย-เหยียบย่ำปะการังฟอกขาวซ้ำ เสี่ยงปะการังตาย



ดร.ธรณ์ วอนผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวมีจิตสำนึก ช่วยกันดูและรักษาท้องทะเลไทย หลังพบภาพประการังฟอกขาวและมีนักดำน้ำไปเหยียบด้านบนซ้ำ ย้ำเสี่ยงปะการังที่บอบช้ำจะตาย



วันนี้ (20 พ.ค.) เฟซบุ๊ก "Thon Thamrongnawasawat" หรือ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาเตือนผู้ประกอบการท่องเที่ยว หรือนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบทะเลไทย วอนอย่าเหยียบลงไปบนปะการังที่กำลังฟอกขาว เพราะยังไม่มาตรการเอาผิดทางกฎหมาย แต่ปะการังกำลังบอบช้ำจากการฟอกขาวถ้าถูกซ้ำเติมได้อีก จากการท่องเที่ยวที่ไร้สำนึก รวมถึงการให้อาหารปลาเสี่ยงทำให้ระบบนิเวศล่มสลายหนัก ย้ำอย่าเหยียบปะการัง อย่าให้อาหารปลา อย่าทิ้งสมอในแนวปะการัง



อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ก่อให้เกิด ปรากฏการณ์แนวปะการัง ฟอกขาว เป็นวงกว้างทั่วโลก มักเกิดจากการที่ อุณหภูมิน้ำทะเล เพิ่มสูงขึ้น, ผลจากความเข้มแสง หรือสองปัจจัยนี้ร่วมกัน ในขณะที่ สาเหตุอื่นๆ มักทำให้เกิด การฟอกขาวของปะการัง เฉพาะพื้นที่เท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ ได้สังเกตพบว่า โดยทั่วไป ปะการัง จะสามารถปรับตัว ให้เข้ากับ สิ่งแวดล้อมที่มันอาศัย โดยจะคงสภาพอยู่ได้ถึง ระดับ อุณหภูมิสูงสุด ตามภาวะปรกติ แต่ปะการังจะฟอกขาว หากอุณหภูมิ ขึ้นสูงกว่าระดับสูงสุด จากที่เคยเป็นเพียง ๑ เซลเซียสเท่านั้น สมมุติเช่น อุณหภูมิสูงสุดในอ่าวไทย ตามปรกติอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียส หากปีใด อุณหภูมิในอ่าวไทยสูงเกินกว่า 31 องศาเซลเซียส โอกาสที่ ปะการัง จะฟอกขาว ก็ย่อมเกิดขึ้นได้


https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000048033

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,193
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ชี้ปมน้ำเน่าทะลักหาดจอมเทียน จาก 2 องค์กรท้องถิ่นไม่เซ็น MOU ค่าธรรมเนียมบำบัด



ศูนย์ข่าวศรีราชา - แหล่งข่าวระดับสูงเมืองพัทยาชี้ปมน้ำเน่าทะลักหาดจอมเทียน เกิดจากปัญหา 2 องค์กรท้องถิ่นทั้ง ทต.นาจอมเทียน และเมืองพัทยา ไม่เซ็นข้อตกลงจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย ทั้งที่มีการต่อท่อมายังเมืองพัทยาเรียบร้อยแล้ว

จากกรณีที่โลกสังคมออนไลน์ได้พากันแชร์คลิปภาพน้ำเน่าสีดำทะลักลงทะเลหาดจอมเทียน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จนทำให้น้ำทะเลบริเวณดังกล่าวกลายเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็นในวงกว้าง โดยมีการระบุว่า น้ำเสียที่ถูกปล่อยลงทะเลมาจากท่อระบายน้ำเสียภายในซอยนาจอมเทียน 8 ม.1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และล่าสุดเมื่อวานนี้ นายสมพงษ์ สายนภา นายกเทศมนตรีตำบลนาจอมเทียน พร้อมคณะผู้บริหารได้ออกมาชี้แจงว่า น้ำเน่าสีดำที่ทะลักลงทะเลเกิดจากน้ำทิ้งที่ถูกปล่อยมาจากบ้านเรือนและสถานประกอบการที่ตกค้างอยู่ในท่อระบายน้ำที่ไม่ได้มีการระบายออก หรือส่งเข้าสู่กระบวนการบำบัดตามโครงการระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย (ส่วนขยาย) ที่มีวงเงินดำเนินการ 124,860,000 บาท

ทำให้ท่อเชื่อมต่อต่างๆ เกิดการชำรุดทรุดโทรมอย่างหนักและไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งที่อยู่ในระยะการรับประกันแต่กลับถูกปล่อยให้วัชพืชขึ้นรกร้าง จนทำให้ นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี ต้องสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาข้อสรุปในการแก้ไข ก่อนจะนำคณะลงพื้นที่เกิดเหตุเพื่อเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจไปยังกรมควบคุมมลพิษนั้น


นอภ.สัตหีบ สั่งเร่งรัดเชื่อมต่อระบบบำบัดให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ยังได้กล่าวว่า ผลสรุปของการประชุมได้กำหนดให้มีการแก้ไขปัญหาในระยะเร่งด่วน คือ การทำความสะอาดบริเวณชายหาดที่ได้รับผลกระทบ พร้อมประสานเมืองพัทยา ให้ทำการสูบน้ำเสียค้างท่อออกก่อนขนส่งไปบำบัดตามระบบ และเร่งรัดการเชื่อมต่อระบบบำบัดน้ำเสียของเทศบาลฯ เข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยาให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน

ขณะที่โครงการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดเสีย (ส่วนขยาย) เทศบาลตำบลนาจอมเทียน ที่ปัจจุบนชำรุดอยู่นั้นได้มอบหมายให้สำนักงานกองช่าง ประสานไปยังบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการฯ ให้เข้ามาซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุดเป็นการด่วน เนื่องจากระยะรับประกันกำลังจะหมดลงในวันที่ 16 มิ.ย.2562



ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้รับการเปิดจากแหล่งข่าวระดับสูงของเมืองพัทยา ว่า ปัญหาน้ำเสียจากเทศบาลตำบลนาจอมเทียน มักเกิดขึ้นหลายครั้งจนกลายเป็นข่าวโด่งดังมาแล้วหลายหน และที่เป็นเช่นนั้นเพราะการไม่มีระบบบำบัดและท่อที่ต่อตรงระบายลงสู่ทะเล และเมื่อ 2 เดือนก่อนเทศบาลตำบลนาจอมเทียน ยังเคยประสานขอความช่วยเหลือมายังเมืองพัทยา เพื่อขอเชื่อมต่อท่อระบายน้ำเสียมาเข้ากับระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยา ที่ตั้งอยู่บริเวณซอยวัดบุญกาญจนาราม อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งจะสามารถรองรับปริมาณน้ำเสียได้อย่างเพียงพอ

"และที่ผ่านมาเมืองพัทยา ก็ได้มีการอนุญาตให้ต่อเชื่อมระบบท่อไปแล้ว เพียงแต่รอให้มีการจัดทำ MOU หรือข้อตกลงระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง 2 แห่ง ในเรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการบำบัดน้ำเสียให้เป็นที่เรียบร้อย แต่ถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุป โดยพื้นที่ของเทศบาลตำบลนาจอมเทียน มีปริมาณน้ำเสียประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่ศักยภาพของระบบบำบัดของเมืองพัทยา สามารถรองรับน้ำเสียได้มากถึง 43,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพราะได้มีการขยายระบบบำบัดจากเดิมที่สามารถรองรับได้เพียง 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และคาดว่าเมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวก็น่าจะทำให้เทศบาลตำบลนาจอมเทียน เข้าลงนามเรื่องการให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมการบำบัดน้ำเสียได้ในเร็ววันนี้"

ส่วนปัญหาน้ำเสียที่ทะลักลงทะเลเมื่อ 2 วันก่อนนั้น แหล่งข่าวระบุว่าน่าจะเป็นเพราะระบบปั๊มน้ำของเทศบาลตำบลนาจอมเทียน เกิดการชำรุดจึงทำให้ปริมาณน้ำเสียเอ่อล้นและไหลลงสู่ทะเล ซึ่งเป็นเรื่องที่เทศบาลตำบลนาจอมเทียน จะต้องแก้ไขเร่งด่วน เนื่องจากขณะนี้ยังไม่หมดสัญญารับประกันกับผู้รับเหมา

ทต.นาจอมเทียน ยันไม่นิ่งนอนใจประสานผู้รับเหมาแก้ไขด่วนในเบื้องต้น

ขณะที่ นายสมพงษ์ นายกเทศมนตรีตำบลนาจอมเทียน ได้ยืนยันอีกครั้งว่าหลังเกิดปัญหาเทศบาลฯ ไม่นิ่งนอนใจ และได้มีการประสานไปยังผู้รับเหมาให้เข้ามาแก้ไขระบบบำบัดน้ำเสียในเบื้องต้นแล้ว รวมทั้งยังจะให้ตรวจสอบระบบจ่ายไฟ รวมถึงมอเตอร์ปั๊มน้ำที่จะดูดส่งน้ำเสียไปบำบัดที่เมืองพัทยา และในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง


https://mgronline.com/local/detail/9620000048007


*********************************************************************************************************************************************************


ชาวบ้านสุดทนเรียกร้อง? ทต.นาจอมเทียน เร่งซ่อมระบบบำบัดน้ำเสียค่า 137 ล้านบาท



ศูนย์ข่าว?ศรี?ราชา?- ชาวบ้านสุดทนร้อง ทต.นาจอมเทียน? เร่งซ่อมระบบบำบัดน้ำเสียค่า 137 ล้านบาท หลังทำการท่องเที่ยวพัง? ขณะที่? ทต. เร่งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวทราบถึงแผนการแก้ไข? ทั้งทำความสะอาดชายหาดและสถานีส่งน้ำ

จากเหตุการณ์น้ำเน่าจำนวนมหาศาลไหลออกจากปากท่อระบายน้ำเทศบาลตำบลนาจอมเทียน? ทะลักลงทะเลบริเวณชายหาดนาจอมเทียน 8 ม.1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนส่งกลิ่นเน่าเหม็นและยังทำให้น้ำทะเลกลายเป็นสีดำในวงกว้าง? ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเล่นน้ำทะเลในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา? ต้องพากันผิดหวังเนื่องจากไม่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้ซ้ำยังพากันถ่ายรูปและคลิปวีดีโอ เผยแพร่ในโลกสังคมออนไลน์นั้น

ล่าสุดในวันนี้( 20 พ.ค.)? ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่าหลังจากที่มีการประชุมร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน? อ.สัตหีบ? จ.ชลบุรี? เพื่อหาแนวทางแก้ไขเบื้องต้นซึ่ง? นายสมพงษ์ สายนภา นายกเทศมนตรีตำบลนาจอมเทียน ได้ประสานไปยังเมืองพัทยา เพื่อขอว่าจ้างรถดูดน้ำเสียจำนวน? 16? คัน? เร่งสูบน้ำออกจากท่อระบายน้ำบริเวณสถานีสูบน้ำ จำนวน 6,000 ลิตรต่อคัน? ตั้งแต่เวลา 09.00 - 16.00 น. ที่ผ่านมา?

ขณะที่? นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบการปฏิบัติงาน พร้อมรายงานผลดำเนินงานให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้รับทราบ

ทั้งนี้มวลน้ำเน่าเสียจำนวนมากได้ไหลมาตามท่อระบายน้ำใต้ผืนผิวถนนที่มีการเชื่อมผ่านจากบ้านเรือนประชาชน และสถานประกอบการจนไหลมารวมกันที่จุดเกิดเหตุจนเกิดน้ำเน่าเสียตกค้างสะสมทะลักออกสู่ทะเล

ขณะที่เทศบาลฯ ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ทราบถึงแผนการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น?คือ การทำความสะอาดชายหาดและสถานีส่งน้ำและดูดล้างท่อระบายน้ำ

ส่วนระยะยาว จะเข้าตรวจสอบระบบสถานีสูบน้ำให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และตรวจสอบผู้ประกอบการ เพื่อป้องกันการลักลอบปล่อยน้ำเสีย รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึงการแก้ปัญหาน้ำเสีย และจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมด้านการจัดการน้ำเสีย



นอกจากนั้น นายทวีทรัพย์ ผุดผาด ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านนาจอมเทียน? ม. 1 พร้อมลูกบ้านยังได้ออกมาเรียกร้องให้เทศบาลฯ เร่งซ่อมแซมระบบบำบัดน้ำเสียให้ใช้งานได้ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเน่าเสียทะลักออกสู่ทะเลจนส่งผลกระทบเรื่องกลิ่นเน่าเหม็น และปัญหายุงลาย

"ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขจนเป็นปัญหาเรื้อรังมานานนับปีจนกระทั่งกลายเป็นกระแสข่าวดัง และยังส่งผลต่อการท่องเที่ยวบริเวณชายหาดจากปัญหาของกลิ่นเน่าเหม็น และมีน้ำเน่าเสียไหลลงสู่ทะเล" นายทวีทรัพย์? กล่าว

ด้าน นายยุทธนา อินธิราช อายุ 18 ปี พนักงานเดินอาหารร้านอาหารแห่งหนึ่ง เผยว่า ที่ผ่านมาปัญหากลิ่นเน่าเหม็นที่มาจากท่อระบายน้ำที่ไหลออกสู่ทะเล ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าอย่างมาก เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนและต้องการนั่งชมบรรยากาศ ก็พากันรีบออกจากร้าน จึงขอให้เทศบาลฯ ช่วยแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย เทศบาลตำบลนาจอมเทียน? ได้รับการสนับสนุนงบประมาณภายใต้แผนปฏิบัติการเพื่อจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม จากสำนักงบประมาณจำนวน 124,860,000 บาท และเทศบาลฯสมทบอีก 12,486,000 บาท รวม 137,346,000 บาท ซึ่งการก่อสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสีย ประกอบด้วย ก่อสร้างระบบระบายน้ำและท่อระบายน้ำพร้อมบ่อพัก

นอกจากนี้ยังก่อสร้างสถานีสูบน้ำเสีย 12 แห่ง พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 36 เครื่อง บ่อดักน้ำเสีย 12 บ่อ อาคารระบายน้ำ 9 แห่ง และต่อเชื่อมท่อแรงดันเข้ากับระบบบำบัดน้ำเสียของเมืองพัทยา ที่ซอยวัดบุณย์-กัญจนาราม การก่อสร้างแล้วเสร็จใช้งานในปี 2560 โดยบริษัทผู้รับเหมาจัดสร้าง เริ่มต้นรับประกันตั้งแต่ วันที่ 16 มิ.ย.2560 สิ้นสุดวันรับประกัน 16 มิ.ย.2562 ซึ่งเหลือเวลาเพียง 1 เดือนสุดท้าย ปัจจุบันระบบและเครื่องเกือบทั้งหมดใช้การไม่ได้เพราะถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน


https://mgronline.com/local/detail/9620000048074

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,193
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


หายนะแบบสโลว์โมชั่น เมืองฟิลิปปินส์ค่อยๆ จมบาดาล ไม่เว้นร่างในสุสาน


(Photo by Noel CELIS / AFP) FEATURE by Joshua MELVIN

ฟิลิปปินส์เมืองจม ปมสูบน้ำบาดาล ดินทรุด เจอภาวะโลกร้อนซ้ำอีก

ฟิลิปปินส์เมืองจม ? เซาท์ ไชนา มอร์นิง โพสต์ เผยแพร่รายงานของ เอเอฟพี ที่เผยสภาพเมืองสิติโอ ปาเรียฮาน ทางตอนเหนือของฟิลิปปินส์ ค่อยๆ จมทะเล ปีละ 4-6 เซนติเมตร แม้แต่คนที่ตายไปแล้ว ร่างฝังอยู่ในสุสานก็ค่อยๆ จมไปด้วย คล้ายเป็นหายนะในจังหวะสโลว์โมชั่น

"ที่นี่เคยสวยงามมาก่อน เด็กๆ เล่นกันบนถนน แต่ตอนนี้เราจำเป็นต้องใช้เรือ" แมรี ซาน โฮเซ ชาวบ้านที่เข้ามาอาศัยที่เกาะปาเรียฮาน เมื่อ 20 ปีก่อน รับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ทีละน้อย เนื่องมาจากการสูบน้ำบาดาลเข้าไปรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ หรือภาวะโลกร้อน ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

การขุดบ่อสูบน้ำบาดาลตามบ้านเรือน โรงงานและฟาร์มต่างๆ เพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอต่อประชากรที่เพิ่มมากขึ้นและเศรษฐกิจที่ขยายตัวขึ้น ไม่เพียงทำให้ดินทรุด ยังส่งผลให้น้ำกร่อยจากอ่าวมะนิลาไหลบ่าเข้ามาในผืนดิน ประชาชนอย่างน้อย 5,000 คน ต้องย้ายบ้านหนีไปอยู่ส่วนอื่นของภูมิภาคและหลงเหลือเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ทนอยู่ในเมืองแห่งนี้

เด็กๆ ที่นี่ต้องไปโรงเรียนด้วยเรือเป็นเวลา 20 นาทีกว่าจะถึงโรงเรียนในฝั่งและประชาชนต้องพายเรือไปโบสถ์แทนการเดิน


โบสถ์ที่เมืองสิติโอ ปาเรียฮัน จังหวัดบูลากัน (Photo by Noel CELIS / AFP) / TO GO WITH Philippines-water-climate,FEATURE by Joshua MELVIN

นักวิทยาศาสตร์ชี้แจงว่าภาพจากดาวเทียมแสดงให้เห็นว่าจังหวัดปัมปังกาและจังหวัดบูลากัน ที่ตั้งของหมู่บ้านปาริฮาน มีระดับน้ำสูงขึ้น 4-6 ซ.ม. ต่อปี ตั้งแต่ปี 2546 ขณะที่สหประชาชาติคาดการณ์ว่าระดับน้ำทะเลโลกสูงขึ้นปีละ 3 ม.ม.

บางพื้นที่จึงต้องถมถนนให้สูงกว่าระดับน้ำท่วม จึงเห็นถนนบางสายที่ระดับผิวถนนสูงถึงลูกบิดบานประตูบ้านริมถนนเลยทีเดียว เนื่องจากปัญหาดินทรุดตัวเป็นปัญหาที่แก้ไม่ตกเเพราะดินส่วนใหญ่เป็นดินเหนียว

ส่วนพื้นที่ชายฝั่งบางส่วนของกรุงมะนิลาก็จมน้ำเช่นเดียวกันเนื่องจากสูบน้ำบาดาลมากเกินไป แต่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นช้ากว่าทางตอนเหนือของประเทศเพราะสูบน้ำบาดาลน้อยกว่าและดินเป็นดินคนละชนิดกัน อีกทั้ง เมืองรอบๆ กรุงมะนิลาก็ออกกฎห้ามขุดเจาะบ่อบาดาลมาตั้งแต่ปี 2547

ขณะที่มีความต้องการน้ำที่มากขึ้น โดยเฉพาะภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม เนื่องจากประชากรในกรุงมะนิลาเพิ่มขึ้นเท่าตัวตั้งแต่ปี 2528 และเศรษฐกิจเติบโตขึ้น 10 เท่า



ส่วนเมืองใหญ่ในเอเชียก็เผชิญปัญหาเดียวกัน เช่น กรุงจาการ์ตา ของอินโดนีเซีย น้ำท่วมประมาณ 25 ซ.ม. ต่อปี แม้มีแม่น้ำ 13 สายที่ไหลมาบรรจบกันในเมืองหลวงที่ีมีประชากรประมาณ 10 ล้านคน แต่ประชากรครึ่งหนึ่งไม่มีน้ำประชาใช้ ทำให้ต้องลักลอบขุดเจาะบ่อบาดาล

นอกจากนี้ กรุงเทพและเซี่ยงไฮ้ก็ประสบปัญหาน้ำท่วมมานานหลายสิบปีแล้วเพราะการจัดการที่ไม่ดี และยังมีพายุกระหน่ำปีละหลายลูก รวมทั้ง ระดับน้ำที่สูงขึ้น ทำให้กลายเป็นปัญหาถาวรไปเสียแล้ว


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2535978

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,193
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์


ทช. พบหลายจุดในทะเลฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทยเกิดปะการังฟอกขาวจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พบหลายจุดในทะเลฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทยเกิดปะการังฟอกขาว จากอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น จึงต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด



นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวถึง สถานการณ์การเกิดปะการังฟอกขาว ว่า จากอุณหภูมิน้ำทะเลที่ร้อนจัดช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปะการังแนวปะการัง หมู่เกาะกูด จังหวัดตราด พบปะการังบริเวณอ่าวสับปะรด อ่าวตรงข้ามไม้ซี้เล็ก เกาะไม้ซี้เล็ก มีสถานภาพเสียหายมาก และบริเวณอ่าวกล้วย อ่าวง่ามโข่ อ่าวพร้าว มีสถานภาพเสียหายของปะการังชนิดเด่น คือ ปะการังโขด ปะการังช่องดาวและปะการังช่องเหลี่ยม พร้อมพบโรคปะการัง คือ โรคที่เกิดจากสภาวะแวดล้อมเปลี่ยนแปลงทำให้ปะการังฟอกขาว เป็นจุด เส้น และรูปแบบที่ไม่แน่นอน ,โรคเนื้องอกสีชมพู และโรคที่เกิดแล้วปรากฏเม็ดสี โดยสัตว์ชนิดเด่นที่พบบริเวณแนวปะการัง คือ ปลาสลิดหินเทาหางพริ้ว

ขณะที่อัตราการรอดตายของปะการังที่ปลูกฟื้นฟู บริเวณเกาะยา จังหวัดตรัง และเกาะสังข์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผลการติดตามปะการังหลังการปลูก 1 เดือน พื้นที่เกาะยา มีอัตราการรอดร้อยละ 70.25 อัตราการตายร้อยละ 29.7 แบ่งเป็นการตายเพราะหลุดจากวัสดุที่ปลูกร้อยละ 1.7 และตายจากสาเหตุอื่นๆ ร้อยละ 28 ส่วนพื้นที่เกาะสังข์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีอัตราการรอดร้อยละ 83.5 อัตราการตายร้อยละ 16.5 แบ่งเป็นการตายเพราะหลุดจากวัสดุที่ปลูกร้อยละ 7 และตายจากสาเหตุอื่นๆ ร้อยละ 9.5 สำหรับพื้นที่เกาะยา จังหวัดตรัง ปะการังที่ปลูกเริ่มมีการฟอกขาว โดยจะดำเนินการติดตามและรายงานเป็นระยะต่อไป

อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวย้ำว่า บริเวณเกาะมัดสุ่ม เกาะราใหญ่ อ่าวหินคม แหลมสอ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากการสำรวจปะการังที่ระดับความลึก 2-5 เมตร มีอุณหภูมิน้ำทะเล 30 องศาเซลเซียส พบปะการังฟอกขาวร้อยละ 3-8 และสีซีดร้อยละ 28-55 ของปะการังที่มีชีวิต โดยปะการังที่ฟอกขาวส่วนใหญ่ คือ ปะการังช่องดาว ปะการังลูกโป่ง ปะการังจาน ปะการังรังผึ้ง ปะการังลายดอกไม้และปะการังโขด


http://thainews.prd.go.th/th/news/de...90519110916377

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,193
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


ท่องอ่าวคุ้งกระเบน... พิพิธภัณฑ์มีชีวิต



วันหยุดชดเชยแบบนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม คงความเป็นธรรมชาติ มาฝากคุณผู้ชม เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่กำลังอินเทรนด์ นั่นก็คือ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ที่นั่นมีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ มีท้องน้ำกว้างใหญ่ไพศาล และสัตว์ทะเล ตลอดจนพันธุ์ไม้มากมายหลายชนิด เห็นภาพวันนี้แล้ว หลายคนอาจไม่ทราบว่าแต่ก่อนทีนี่เคยเป็นป่าเสื่อมโทรม เกือบจะใช้การไมได้ แต่ด้วยแนวพระราชดำริด้านการอนุรักษ์ควบคู่กับการพัฒนาของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้สามารถพื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ กระทั่งกลายเป็น "พิพิธภัณฑ์มีชีวิต" จุดบรรจบระหว่างงานอนุรักษ์กับการพัฒนาอาชีพของผู้คน ถือเป็นตัวอย่างของการพัฒนาที่ไปกันได้กับการอนุรักษ์ เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติอยู่กับเราไปตราบนานเท่านาน ไปติดตามเรื่องดีนี้ได้กับทีมล่าความจริง คุณอัญชลี อริยกิจเจริญ

ผืนน้ำกว้างใหญ่ที่เห็นอยู่นี้ มีสารพัดพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำต่างๆ ใช้ชีวิตอยู่จำนวนมาก พวกมันเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี จนสามารถแพร่ขยายพันธุ์ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชาวประมงพื้นบ้านรอบอ่าวนับร้อยนับพันครอบครัว

พื้นที่โดยรอบยังอุดมไปด้วยป่าชายเลนที่มีระบบนิเวศสมบูรณ์ รอให้ผู้คนเดินเข้าไปศึกษาธรรมชาติที่แสนจะงดงาม แวดล้อมด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ทั้งโกงกาง โปร่งแดง ป่าสักดอกแดง และลำพูทะเล

ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ แบ่งเป็นพื้นที่รอบอ่าว พื้นที่หมู่บ้านรอบศูนย์ และพื้นที่ขยายผล รวม 85,235 ไร่ ตั้งอยู่ที่อำเภอท่าใหม่ และอำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี เริ่มก่อตั้งตามพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พิจารณาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อจัดทำโครงการพัฒนาอาชีพประมงและการเกษตร ในเขตชายฝั่งทะเลจันทบุรี พร้อมพระราชทานเงินที่ชาวจันทบุรีร่วมทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายโดยเสด็จพระราชกุศล เป็นทุนริเริ่มดำเนินการ

ต่อมาทางจังหวัดได้กำหนดพื้นที่บริเวณตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ เป็นที่ตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ เมื่อปี 2524 โดยเป็นหน่วยที่ศึกษา สาธิต และพัฒนาเขตที่ดินชายทะเลด้วยวิธีผสมผสานองค์ความรู้จากหลายหน่วยงาน เพื่อวางแผนพัฒนาจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ให้เหมาะสมและยั่งยืนตลอดไป พร้อมส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษาสภาพธรรมชาติ และรู้จักใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

จากการสำรวจในอ่าวคุ้งกระเบนฯ พบพรรณไม้ป่าชายเลนที่สำคัญถึง 47ชนิด นกกว่า 100 ชนิด นอกจากนั้นยังมีปลา กุ้ง ปู และหอยอีกหลายชนิด ซึ่งในอดีตที่นี่เคยเป็นแหล่งอาศัยของพะยูน แต่เมื่อชายฝั่งทะเลถูกบุกรุกทำลาย หญ้าทะเลก็เริ่มหมดไป จึงเหลือเพียงรายงานการพบพะยูนครั้งสุดท้ายโดยชาวบ้านที่ใช้อวนล้อม เมื่อปี 2545

แต่ต่อมาเมื่อนอ่าวคุ้งกระเบนสามารถพลิกฟื้นจากป่าเสื่อมโทรมมาเป็นป่าชายเลนอันทรงคุณค่า ก็ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่รอบผืนป่ามีรายได้จากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและผลิตผลจากป่าเพิ่มมากขึ้น

ส่วนที่เห็นอยู่นี้คือ หน่วยสาธิตการเลี้ยงสัตว์น้ำภายในอ่าวคุ้งกระเบน เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาที่ดี โดยเฉพาะปลากะพง และปลาเก๋า นอกจากนี้ยังมีธนาคารปู เพื่อเพิ่มปริมาณปูม้าให้มากขึ้น ด้วยการคัดแยกปูที่มีไข่ออกมานอกกระดอง เมื่อแยกแล้วก็ทำการเขี่ยไข่ปูสีน้ำตาลหรือสีเหลืองที่มีทั้งหมดออก ก่อนจะนำไปขาย หรือปรุงอาหารต่อไป

วิธีการคือ ใช้แปรงปัดไปที่ไข่ โดยที่ตัวปูและไข่แช่อยู่ในน้ำ เมื่อทำการเขี่ยแล้ว ไข่ปูก็จะหลุดออกมา สามารถเจริญเติบโตเป็นลูกปูได้ ซึ่งหลังจากเขี่ยไข่ปูหมดแล้ว จะทำการอนุบาลลูกปูไว้ หากเป็นไข่แก่ อาจใช้เวลาฟักเป็นตัวอ่อนแค่ 2 คืน ถ้าเป็นไข่อ่อน อาจใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนปล่อยลงสู่ท้องทะเล การเขี่ยไข่ปูออกมา 1 ตัว สามารถปล่อยและเพิ่มจำนวนปูม้าลงท้องทะเลได้ประมาณ 300,000 - 700,000 ตัวเลยทีเดียว ทำให้ชาวประมงที่นี่มีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถจับปูม้าได้ทุกวัน สร้างรายได้พออยู่พอกิน

เรียกได้ว่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ มีทั้งการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไปพร้อมๆ กัน โดยทำในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต กระทั่งได้รับรางวัลยอดเยี่ยม "กินรีทอง" ในปี 2543 และรางวัลดีเด่น "กินรีเงิน" ในปี 2545 จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ดังนั้นผู้ที่มาศึกษาดูงานหรือนักท่องเที่ยว นอกจากจะเพลิดเพลินไปกับธรรมชาติแล้ว ยังสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้อีกด้วย

คุณอัญชลี ทีมข่าวของเราที่ได้ไปเยือนศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน ฝากบอกว่า การเข้าชมภายในศูนย์ฯ สามารถไปได้ทุกวัน ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ถ้าต้องการวิทยากรอธิบายข้อมูลเพิ่มเติม ควรทำหนังสือทางแจ้งศูนย์ฯ ก่อนล่วงหน้า จะได้จัดเตรียมวิทยากรและการบรรยาย เพื่อให้ได้องค์ความรู้มากที่สุด


http://www.nationtv.tv/main/program/378712336/#cxrecs_s

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 14:35


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger