เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,868
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา

สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ บ้านเรือนที่ไม่แข็งแรง รวมถึงอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 22 - 23 พ.ค. 62 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนในช่วงวันที่ 24 - 26 พ.ค. 62 บริเวณประเทศไทยมีฝนลง สำหรับในช่วงวันที่ 27 - 28 พ.ค. 62 ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร ตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ตลอดช่วง
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-05-22_DFTH1_2300.jpg (37.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest230519.jpg (27.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-05-23_TopChart_01.jpg (111.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg info_graphic-0143.jpg (76.4 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,868
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ยิ่งกว่าละคร ?ชุมชนชาวเล นาจอมเทียน? ทนกลิ่นน้ำเน่านับปี จี้นายกฯ ยึดมั่นสัญญาแก้ปัญหาจริงจัง




ศูนย์ข่าวศรีราชา - ยิ่งกว่าละคร เผย?ชุมชนชาวเล นาจอมเทียน? ต้องทนกลิ่นน้ำเน่าที่ทะลักลงหนองน้ำที่เชื่อมต่อกับคลองน้ำทิ้งทต.นาจอมเทียน นานนับปี ชี้ดีใจเหตุน้ำเน่าทะลักหาดจอมเทียนสร้างจุดเปลี่ยนแก้ปัญหา จี้นายกฯยึดมั่นสัญญา

จากเหตุการณ์น้ำเน่าสีดำจำนวนมหาศาล ไหลทะลักออกจากปากท่อระบายน้ำบริเวณชายหาดซอยนาจอมเทียน 8 ม.1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม และยังทำให้น้ำทะเลบริเวณชายหาดจอมเทียนกลายเป็นสีดำในวงกว้างกว่า 1 กิโลเมตร ส่งผลต่อภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของจังหวัดชลบุรีอย่างหนัก เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหลังเกิดเหตุ นายอนุชา อินทศร นายอำเภอสัตหีบ ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมด้วย นายสมพงษ์ สายนภา นายกเทศมนตรีตำบลนาจอมเทียน เจ้าของพื้นที่เป็นการด่วนรับผิดชอบ

โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ,สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชลบุรี ,สาธารณสุขอำเภอสัตหีบ ฯลฯได้สรุปแนวทางแก้ไขระยะสั้น ด้วยการสูบน้ำเสียจากท่อระบายน้ำในทุกวันจันทร์ และพฤหัสบดี พร้อมนำถุงทรายปิดปากท่อระบายน้ำ 12 แห่ง เพื่อไม่ให้น้ำเสียไหลทะลักออกสู่ทะเล

ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้น เทศบาลตำบลนาจอมเทียน ได้ขอเวลา 1 เดือนในการซ่อมแซมระบบส่งน้ำเสีย พร้อมจะเร่งลงนามความร่วมมือ ( MOU) กับเมืองพัทยา ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยการผลักดันน้ำเสียในพื้นที่เข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียเมืองพัทยานั้น

ในวันนี้ ( 22 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อสอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนใน ?ชุมชนชาวเล? ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ม. 1 ซึ่งเป็นชุมชนประมงเก่าแก่หลายชั่วอายุคนที่ปัจจุบันมีชาวบ้านอาศัยอยู่ประมาณ 500 หลังคาเรือนว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณหนองน้ำซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับคลองน้ำทิ้งจากบ้านเรือนหลังวัดนาจอมเทียน ที่ตัดผ่านชุมชนไหลออกสู่ทะเล ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำเน่าเสียที่ทะลักลงหนองน้ำมานานนับปีเช่นกัน

และที่ผ่านมาชาวบ้านต้องทนสูดดมกลิ่นเน่าเหม็น และใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางน้ำ สกปรก มีสีเขียวเข้มบางจุดขุ่นดำ และมีตะไคร่น้ำที่ส่งกลิ่นเหม็นมาอย่างยาวนาน

นายบุญยิ่ง สุพรรณวงศ์ อายุ 60 ปี ชาวประมงที่อาศัยอยู่ในชุมชนชาวเลมานานกว่า 30 ปี บอกว่าในอดีตพื้นที่แห่งนี้มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่มาก แต่เมื่อมีสถานประกอบการขนาดใหญ่เกิดขึ้นมากมายในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา ก็ทำให้ชาวบ้านต้องประสบปัญหาน้ำเน่าเสีย และต้องทนสูดดมกลิ่นเน่าเหม็น รวมทั้งมีอาการผื่นคันจากน้ำ โดยที่เทศบาลตำบลนาจอมเทียน ไม่ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม จะมีก็เพียงการนำลูก EM BALL มาโยนลงน้ำเพื่อแก้ปัญหากลิ่นเหม็นในระยะสั้น และไม่นานก็กลับเข้าสู่ภาวะเช่นเดิม

?ขณะนี้ทุกคนต่างเฝ้ารอความหวังจากคำมั่นสัญญาของนายกเทศบาลฯ ที่รับปากจะแก้ไขปัญหาน้ำเสียให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ซึ่งถือเป็นความฝันที่เฝ้ารอมานานนับปี ? นายบุญยิ่ง กล่าว





ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,868
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ยืนยันวัตถุประหลาดในทะเลเกาะราชาเป็นปืนใหญ่โบราณจริง

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ตรวจแล้ววัตถุคล้ายปืนใหญ่ในทะเลใกล้เการาชาน้อย ยืนยันคล้ายปืนใหญ่โบราณสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เคยพบที่ จ.ระนอง เตรียมประสานกองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร สำรวจและเก็บกู้



จากกรณีมีการตรวจสอบพบวัตถุประหลาดคล้ายปืนใหญ่อยู่ใต้ทะเล บริเวณเกาะราชา อ.เมือง จ.ภูเก็ต จากการตรวจสอบ ด้วยการดำน้ำลงไปพบว่า มีลักษณะคล้ายปืนใหญ่โบราณ ขนาดความยาวประมาณ 1เมตร และวัตถุซึ่งมีลักษณะคล้ายหีบขนาดใหญ่อีก 1 ใบ วางอยู่ที่พื้นทราย โดยที่วัตถุคล้ายหีบมีตะใคร่น้ำ เพรียง และปะการังเกาะอยู่จำนวนมาก จึงบันทึกภาพทั้งหมด ก่อนแจ้งรายงานไปยังจังหวัดเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

ล่าสุดวันนี้ (22 พ.ค.) นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นายธวัชชัย ชั้นไพศาลศิลป์ หัวหน้ากลุ่มโบราณคดีและอนุรักษ์โบราณสถาน สาขาภูเก็ต นายโกมาต แป้นเกิด วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต นายธีรพงศ์ เถาว์แดง รองนายกเทศบาลตำบลราไวย์ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ และ แผนกสรรพาวุธ ทัพเรือภาค 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ และ เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลราไวย์ ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่พบวัตถุอีกครั้ง



ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทีมประดาน้ำ กองทัพเรือได้ดำลงไปตรวจสอบพร้อมถ่ายภาพ เบื้องต้นจากการตรวจสอบ พบว่า ส่วนที่มีลักษณะคล้ายตัวกระบอกปืนใหญ่ นั้นเป็นปืนใหญ่โบราณจริง โดยมีความยาว 1 เมตร ส่วนหัวพบเชือกมัดเป็นปม บริเวณท้ายกระบอกมีรูชนวน และทำเป็นตุ่มกลม วัดความกว้างปากกระปืนรอบนอก 20 ซม.รอบใน 15 ซม ส่วนวัตถุอีกชิ้นที่มีลักษณะคล้ายหีบนั้นพบว่าเป็น ฐานปืนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเหล็กรูปสี่เหลี่ยมคางหมู ความยาว 155 ซม. ด้านหน้ากว้าง 126 ซม. ด้านที่ติดกับท้ายกระบอกปืนกว้าง 90 ซม.และบางส่วนจมอยู่ในทรายอีกไม่ต่ำกว่า 70 ซม.

นายธัญญวัฒน์ ชาญพินิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากการที่เจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ และแผนกสรรพาวุธ ทัพเรือภาค 3 ดำน้ำลงไปสำรวจแล้ว ก็ได้รับการยืนยันว่าน่าจะเป็นปืนใหญ่โบราณประจำเรือช่วงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เนื่องจากมีลักษณะใกล้เคียงกับปืนใหญ่ที่พบที่หลังบ้านพักผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดระนองเมื่อปี 2526 ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่หน้าศาลจังหวัดระนอง ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของกรมศิลปากรเข้ามาดำเนินการต่อไป


ด้านนายโกมาต แป้นเกิด วัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้ จะแจ้งไปยังกองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร เพื่อจะให้เข้ามาสำรวจพื้นที่บริเวณนี้ว่ามีวัตถุต่างๆอีกหรือไม่ ก่อนจะทำการกู้ขึ้นไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติถลางเพื่อดำเนินการตามกระบวนการเก็บรักษาเป็นสมบัติชาติต่อไป

สำหรับการตรวจสอบวัตถุดังกล่าว สืบเนื่องจากที่นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ ได้รับแจ้งจากนาย วรพงศ์ โยธาสุทธิ์ กับตันเรือใบซีแอทต้า ว่า พบวัตถุรูปร่างคล้ายปืนใหญ่และหีบ 1 ใบ ซึ่งอยู่ในทะเลบริเวณใกล้เกาะราชาน้อย โดยนายวรพงศ์ได้พบเจอเข้าโดยบังเอิญมาก่อนหน้า 2 ครั้ง โดยครั้งแรกพบ เมื่อปี2561 ที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้นนายวรพงศ์ได้บอกเล่าให้เพื่อนๆฟัง แต่ไม่มีใครเชื่อหรือสนใจ จึงปล่อยผ่าน ก่อนจะได้ไปพบอีกครั้ง เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา และติดต่อมายังนายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ ก่อนที่จะร่วมเดินทางไปตรวจสอบ

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,868
Default

ขอบคุณข้อมุลจาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

วันเต่าโลก (World Turtle Day)



วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๔๓ เริ่มมีการกำหนดให้เป็นวันเต่าโลก โดยองค์กร American Tortoise Rescue ในรัฐ California, USA. ซึ่งเป็นองค์กรอนุรักษ์และช่วยเหลือเต่าบกและเต่าทะเล เพื่อเน้นให้ความรู้ รวมทั้งปลูกจิตสำนึกให้อนุรักษ์เต่า ซึ่งแม้จะไม่ใช่วันของไทย แต่นับเป็นสิ่งดีที่ควรร่วมมือร่วมใจกันอนุรักษ์เต่าทะเลบ้านเรากันนะครับ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,868
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews

มธ.จับมือเอกชนดันคนใช้ ?รถยนต์ไฟฟ้า? เพิ่ม เปิดเช่าผ่านแอปฯขับข้าม ?ท่าพระจันทร์-รังสิต?




ธรรมศาสตร์จับมือ 4 เอกชนส่งเสริมการใช้ ?รถยนต์ไฟฟ้า? ผ่านแอปพลิเคชัน เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างศูนย์รังสิต-ท่าพระจันทร์ พร้อมสถานีชาร์จ หวังอำนวยความสะดวก-รักษาสิ่งแวดล้อม

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) จัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมการใช้ ?รถไฟฟ้า Car Sharing? เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2562 ร่วมกับบริษัทเอกชน 4 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท ฮ้อปคาร์ จำกัด, บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท เอฟโอเอ็มเอ็ม (เอเซีย) จำกัด และ บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด

ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มธ. เปิดเผยว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการริเริ่มนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ Electric Vehicle (EV) มาใช้งานในระบบเช่าระยะสั้น หรือ Car Sharing ผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าทั้งที่ มธ.ศูนย์รังสิต และท่าพระจันทร์ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณรถยนต์ส่วนตัว ลดการใช้พลังงาน และลดมลพิษภายในมหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะมีการสนับสนุนพื้นที่จอดรถและสถานีชาร์จไฟฟ้าจำนวน 2 แห่ง พร้อมรวบรวมข้อมูลการขับขี่ สภาพจราจร คุณภาพการใช้บริการ เพื่อนำไปวิเคราะห์ประเมินผลและวิจัยให้โครงการมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ซึ่งหากประสบผลสำเร็จก็อาจมีการนำรถมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า (EV Motorcycle) มาให้บริการแบบ Car Sharing ด้วยเช่นกัน

ผศ.ปริญญา กล่าวว่า ต้นเหตุหนึ่งของปัญหาโลกร้อนในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงขึ้น คือการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการสัญจร โดยเฉพาะรถยนต์ส่วนตัว โครงการนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะส่งเสริมการใช้ EV ซึ่งเป็นพลังงานสะอาด และระบบ Car Sharing ที่ช่วยลดปริมาณรถส่วนตัว รวมถึงสร้างความตระหนักรู้แก่บุคลากรและนักศึกษาให้ความสำคัญของสภาพแวดล้อมอีกด้วย

?ทั้ง 4 บริษัทจะสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า การพัฒนาระบบ Car Sharing เทคโนโลยีอุปกรณ์ต่างๆ ประกันภัยและการดูแลรักษา เพื่อให้คณาจารย์ นักศึกษา บุคลากร ได้ทดลองใช้เดินทางระหว่าง มธ.ศูนย์รังสิต และท่าพระจันทร์ เป็นเวลา 1 ปี โดยเบื้องต้นจะมีให้บริการ 2 คัน และอาจมีการเพิ่มเติมอีกในอนาคตหากประสบผลสำเร็จ? ผศ.ปริญญา กล่าว



นายโตชิฮิเดะ อาโนะ ประธาน บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้สนับสนุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รุ่นไอออนิก (IONIQ) จำนวน 2 คัน ให้บุคลากรของมหาวิทยาลัยได้ทดลองใช้งานพร้อมประกันภัยชั้น 1 โดยเป็นรถที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% และการชาร์จแบตเตอรี่เต็มที่สามารถวิ่งได้ระยะทาง 280 กิโลเมตร

นายกฤษฏิ์ วิชัยวัฒนาพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮ้อปคาร์ จำกัด กล่าวว่า ทางบริษัทฯ ร่วมสนับสนุนระบบบริการ Car Sharing ผ่านแอปพลิเคชัน HAUPCAR ที่จะทำให้ผู้ใช้มีความสะดวกรวดเร็ว ทั้งบริการจองรถ การรับรถ การชำระเงิน บันทึกข้อมูลการเดินทาง และดูแลความสะอาดรถให้ตลอดโครงการ ซึ่งการใช้รถยนต์ไฟฟ้าผ่านระบบ Car Sharing นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงแล้ว ยังช่วยลดปริมาณมลพิษ เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เมืองสวยงามยิ่งขึ้น

นายธนานันต์ กาญจนคูหา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอฟโอเอ็มเอ็ม (เอเซีย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้สนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า FOMM จำนวน 2 คัน พร้อมประกันภัยชั้น 1 เพื่อให้เกิดแนวทางมหาวิทยาลัยยั่งยืนต่อไป โดยรถยนต์ไฟฟ้า FOMM เป็นนวัตกรรมการประหยัดพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เมื่อชาร์จไฟฟ้าเต็มที่สามารถขับได้ระยะทางถึง 166 กิโลเมตร ประกอบกับโครงสร้างขนาดเล็กสะดวกเหมาะสำหรับใช้สัญจรในเมือง โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยที่มีพื้นที่จอดรถจำกัด

นายพูนพัฒน์ โลหารชุน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ได้สนับสนุนการติดตั้งสถานีชาร์ตพลังงานไฟฟ้า 2 จุด บริเวณที่จอดรถหน้าตึกโดม มธ.ท่าพระจันทร์ 1 จุด และที่จอดรถอาคารสำนักงานอธิการบดี มธ.ศูนย์รังสิต อีก 1 จุด พร้อมกับอุปกรณ์การบำรุงรักษา เพื่อให้สถานีชาร์จไฟฟ้าพร้อมใช้งานตลอดเวลา โดยจะบันทึกข้อมูลการใช้พลังงานเพื่อให้มหาวิทยาลัยนำไปวิจัยและพัฒนาต่อไป

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,868
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า

ททท.สตูลปรับแผนป้องกัน นทท.ทำลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลซ้ำซาก



22 พ.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บ่อยครั้งที่พบนักท่องเที่ยวต่างชาติทำลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลในพื้นที่จังหวัดสตูล ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมเหยียบปะการัง ให้อาหารปลา อาจด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือเหตุผลอื่น และล่าสุดมีการโพสต์แชร์กรณีนักท่องเที่ยวต่างชาติจับหอยเม่นถ่ายรูปบนชายหาดบนเกาะหลีเป๊ะ ตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จังหวัดสตูล จนมีการเข้าไปว่ากล่าวตักเตือนและแจ้งความไว้



น.ส.ภัชกุล ตรีพันธ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน การท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจ ในส่วนของการท่องเที่ยวและกีฬาก็จะมีมาตรการโดยจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติตะรุเตาที่ดูแลพื้นที่ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจภูธรในพื้นที่ ในเรื่องของการเฝ้าระวังการกระทำผิดในกรณีที่นักท่องเที่ยวขาดความเข้าใจในเรื่องของการทำลายทรัพยากร

เพราะว่าช่วงนี้เขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตามีการปิดเกาะ มีเพียงเกาะหลีเป๊ะที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าไปท่องเที่ยวได้ เพราะฉะนั้นบริเวณโดยรอบของเกาะหลีเป๊ะนี้ ช่วงที่มีน้ำลงเยอะก็จะทำให้เห็นปะการัง หอยเม่น สัตว์น้ำต่างๆ ค่อนข้างเยอะ เพราะฉะนั้น ก็จะเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเดินลงไปที่บริเวณชายหาดและอาจไปทำลายทรัพยากรพวกนี้ได้ แต่ทางเราก็มีเจ้าหน้าที่ของอุทยานที่นำป้ายห้าม นำธง กรณีที่นักท่องเที่ยวเดินลงไปจนถึงจุด ที่อาจจะไปเหยียบปะการังก็จะมีเจ้าหน้าที่เป่านกหวีด ซึ่งตรงนี้ทางเจ้าหน้าที่อุทยานก็ดำเนินการอยู่



แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือมาตรการต้นทางเราก็มีการผลิตสื่อไม่ว่าจะเป็นป้ายสามภาษา ภาษาจีนภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และวีดีโอให้นักท่องเที่ยวเฝ้าระวังเรื่องของความปลอดภัยเรื่องของข้อควรปฏิบัติในการท่องเที่ยวทางทะเล ข้อห้ามที่จะมีการทำลายทรัพยากร เช่น การให้อาหารปลา การจับปะการัง การจัดสัตว์มาถ่ายรูป การเก็บหิน สิ่งเหล่านี้เป็นการสื่อสารที่จะให้นักท่องเที่ยวเข้าใจ แล้วได้เอาวีดีโอนี้ไปให้กับแต่ละรีสอร์ทบนเกาะหลีเป๊ะแล้ว ที่ช่วยกันเผยแพร่ให้นักท่องเที่ยวเข้าใจ

แต่ในปีหน้าที่ท่าเรือปากบารา องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล จะมีการทำสื่อประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติก่อนลงเรือได้เข้าใจว่าการท่องเที่ยวทางทะเลของเราคุณจะต้องมีการระวังในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตัวคุณเองอย่างไรบ้าง รวมทั้งข้อควรปฏิบัติในการเที่ยวทางทะเลในแหล่งที่คุณไปไม่ว่าจะเป็นการไปดำน้ำดูปะการัง การไปเกาะหินงาม หรือการไปบริเวณชายหาดต่างๆ เพราะว่าเราให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของนักท่องเที่ยว



โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล จะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ท่านบอกว่าเราจะต้องช่วยกันให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังจังหวัดสตูล ไม่เกิดอุบัติเหตุ ไม่เสียชีวิต เพราะฉะนั้นในเรื่องของความปลอดภัยในการเดินทางทั้งทางเรือ ความปลอดภัยในการไปท่องเที่ยวทางทะเล ความปลอดภัยในความเสียหายของทรัพย์สินก็จะมีตำรวจ ทั้งตำรวจน้ำ ตำรวจภูธร ตำรวจท่องเที่ยว ที่คอยให้การช่วยเหลือและก็ดูแล นักท่องเที่ยวอยู่

"ส่วนกรณีล่าสุดที่พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะมีความเข้าใจผิดที่ไปจับหอยเม่นขึ้นมา และมีพนักงานของรีสอร์ทเข้าไปพบ และกล่าวตักเตือนแล้วเขาได้นำตัวของหอยเม่นกลับไปสู่ทะเลเหมือนเดิม ตรงนี้ก็อาจจะเป็นความผิดพลาด หรือเป็นความเข้าใจผิดของนักท่องเที่ยวที่จะเอาหอยเม่นไปบริโภคซึ่งมันก็ทำไม่ได้" น.ส.ภัชกุล กล่าว
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:40


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger