เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,068
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 10 พ.ย. 61

สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ดังนั้นขอให้ชาวเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 8-13 พ.ย. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับภาคใต้โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 7-9 พ.ย. มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 8-9 พ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม ที่อาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และในช่วงสัปดาห์นี้ขอให้ชาวเกษตรกรบริเวณประเทศไทยตอนบนควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตร เนื่องฝนที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักถึงหนักมากในบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 พ.ย. 61)" ฉบับที่ 6 ลงวันที่ 08 พฤศจิกายน 2561

ในช่วงวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2561 บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายจากที่ฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ขอให้เกษตรกรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยส่งผลกระทบดังนี้


ในช่วงวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2561 มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช
พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล


ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 มีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณชายฝั่งภาคใต้ตอนล่าง มีแนวโน้มจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคใต้ในวันนี้ (8 พ.ย.61) และเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันพรุ่งนี้ (9 พ.ย. 61) ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ในขณะที่ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่างรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 10 พ.ย. 61

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (98.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (96.0 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,068
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ปิดฉากแล้วมัลดีฟส์เมืองไทย!! สั่งรื้อ 'เกาะจิกรีสอร์ต' รุกล้ำทะเล

รอง ผวจ.จันทบุรี ติดคำสั่งศาลปกครอง รื้อถอน "เกาะจิกรีสอร์ต" ภายใน 90 วัน หลังพบห้องพักหรูก่อสร้างรุกล้ำทะเล เผยได้รับการขนานนามจากนักท่องเที่ยวว่า "มัลดีฟส์เมืองไทย"



เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 พ.ย.61 นายพงษ์พัฒน์ วงศ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นำชุดปฏิบัติการฉลามขาว โดยนายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผอ.สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 (จ.ระยอง) ตลอดจนกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 19, ทหารนาวิกโยธิน, ตำรวจ, ฝ่ายปกครอง และเจ้าพนักงานที่ดิน จ.จันทบุรี ร่วมกันเข้าตรวจสอบ พร้อมรังวัด อาคารที่พัก รีสอร์ตหรูบนเกาะจิก กลางทะเลปากแม่น้ำเวฬุ ต.บางชัน อ.ขลุง จ.จันทบุรี ที่นักท่องเที่ยวเรียกกันว่า "มัลดีฟส์เมืองไทย" หรือชื่อเกาะจิกรีสอร์ต

ซึ่งการเดินทางลงพื้นที่บุกตรวจสอบรีสอร์ตหรูในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ต้องลงเรือสปีดโบ็ตของกรมเจ้าท่า ในการข้ามแม่น้ำเวฬุไปยังเกาะจิก ที่อยู่ห่างจากท่าเทียบเรือบ้านอ่างกระป่อง ม.4 ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด ผ่านหมู่บ้านไร้แผ่นดิน ต.บางชัน อ.ขลุง จ.จันทบุรี ระยะทางราว 21 ไมล์ทะเล จากการบุกเข้าตรวจสอบในรีสอร์ตหรูบนเกาะจิกในครั้งนี้พบว่ามี นายเฉลิมพล แซ่แต้ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/1 ม.1 ต.บางชัน อ.ขลุง เป็นผู้ดูแลรีสอร์ต และคนงานอีก 2 คน เบื้องต้นพบรีสอร์ตดังกล่าวมีการปลูกสร้างอาคารยื่นออกไปในทะเล จำนวน 9 หลัง และตัวอาคารที่อยู่ในพื้นที่ดินจำนวน 5 หลัง รวมพื้นที่ 97 ตารางวา

นอกจากนี้ ขณะเข้าตรวจสอบภายในห้องพักพบว่ายังมีนักท่องเที่ยวเข้ามาพัก และทำการเช็กเอาต์ออกไปไม่นานก่อนเจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึง สอบถาม นายเฉลิมพล แซ่แต้ อายุ 28 ปี รับว่าเป็นผู้ดูแลรีสอร์ต และอ้างว่าเช่ารีสอร์ตดังกล่าวต่อมาจาก นายณรงค์ หงบิน ซึ่งเป็นเจ้าของที่สร้างรีสอร์ตในราคาปีละ 5 หมื่นบาท และเปิดรับจองให้กับนักท่องเที่ยวที่ติดต่อผ่านมาทางเพจเฟซบุ๊ก "เกาะจิกรีสอร์ต" ซึ่งภาพถ่ายที่ถูกแชร์ออกไป เป็นภาพจากนักท่องเที่ยวที่มาเข้ามาพัก จนทำให้รีสอร์ตแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่กล่าวถึง และเรียกขานกันว่า เป็น "มัลดีฟส์เมืองไทย"

ซึ่งที่ผ่านมา ก่อนจะปลูกสร้างอาคารรวมทั้งสะพาน ตนได้ดำเนินการแจ้งกับหน่วยงานในพื้นที่แล้ว แต่ไม่ทราบว่าพื้นที่ทั้งหมดเป็นของป่าไม้ หรือมีเอกสารสิทธิรุกล้ำพื้นที่ไปถึงจุดใดบ้าง

เมื่อเกิดการร้องเรียน ตนก็พร้อมรับสภาพความเสียหายจากการรื้อถอนและยกเลิกยอดจองจากนักท่องเที่ยวทั้งหมด ที่มียอดจองเข้าพักถึงต้นปีหน้า อีกทั้งรับปากจะดำเนินการรื้อถอนให้เรียบร้อยภายใน 90 วัน ตามที่ประกาศจากกรมเจ้าท่า

ซึ่งหลังจากกำลังเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบรีสอร์ตดังกล่าวแล้วพบว่า มีการปลูกสร้างล่วงล้ำลำแม่น้ำ และอยู่ในเขตป่าสงวนฯ ซึ่งอยู่นอกเขตโฉนดที่ดิน จึงได้ทำการขออนุมัติคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ออกประกาศสั่งปิดและรื้อถอนรีสอร์ตภายใน 90 วัน พร้อมทั้งนำใบประกาศปิดไว้หน้าห้องพักรีสอร์ต??ขณะที่นายพงษ์พัฒน์ วงษ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า ผลปฏิบัติการตรวจสอบในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จากกรมที่ดิน จ.จันทบุรี พบมีอาคารที่สร้างล้ำเข้าไปในทะเลทั้งหมดจำนวน 9 หลัง มีเนื้อที่รวม 1.83 ไร่ และอาคารอีก 5 หลัง ที่ปลูกสร้างบนฝั่ง เนื้อที่ 1.86 ไร่

รวมเนื้อที่ที่มีการบุกรุกรวม 3.96 ไร่ ไม่มีโฉนดที่ดิน คืออยู่นอกแนวเขตโฉนดที่ดิน ไม่มีเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน จึงเป็นพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484

จากนั้นสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาจันทบุรีจึงได้แจ้งผลการพิจารณา ยื่นแบบแจ้งการปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำแม่น้ำ ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ 32/2560 พร้อมทั้งมีคำสั่งให้ผู้ประกอบการทำการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำแม่น้ำ มีความผิดเข้าข่ายตามมาตรา 54 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ภายในกำหนดระยะเวลา 90 วัน หลังการประกาศ อย่างไรก็ตาม คำสั่งดังกล่าวเป็นคำสั่งศาลปกครอง หากผู้ประกอบการประสงค์ที่จะอุทธรณ์ หรือโต้แย้งคำสั่ง สามารถยื่นอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งดังกล่าวต่อผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาจันทบุรี ภายใน 25 วัน นับตั้งแต่วันที่รับทราบคำสั่ง.


https://www.thairath.co.th/content/1414985


*********************************************************************************************************************************************************


มหาสมุทรโลกดูดความร้อนเพิ่มในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา



ช่วง 25 ปีที่ผ่านมานี้มีการค้นพบว่าในแต่ละปีมหาสมุทรโลกได้ดูดซับพลังงานความร้อนไว้เป็นจำนวนมาก เรียกว่ามากถึง 150 เท่าของพลังงานที่ใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าเป็นประจำทุกปีเลยทีเดียว ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตันและสถาบันสมุทรศาสตร์สคริพพ์ส แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ในสหรัฐอเมริกา เผยว่า มหาสมุทรโลกร้อนกว่าที่เคยคิดไว้ และชี้ให้เห็นว่าโลกของเรามีความอ่อนไหวต่อการปลดปล่อยเชื้อเพลิงจากซากดึกดำบรรพ์หรือเชื้อเพลิงฟอสซิล (fossil-fuel) มากกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้

ทีมวิจัยระบุว่า ความร้อนของมหาสมุทรในโลกขยับขึ้นมากกว่า 13 เซตะจูล (zettajoules) ซึ่งเป็นหน่วยมาตรฐานวัดพลังงานความร้อนชนิดหนึ่ง หลังจากทำการวัดในแต่ละปีนับตั้งแต่พ.ศ.2534-2559 พบว่าความร้อนในมหาสมุทรโลกเพิ่มขึ้นมากกว่า 60% สูงกว่าในรายงานโลกร้อนฉบับที่ 5 (Fifth Assessment Report) ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Intergovernmental Panel on Climate Change-IPCC) ที่ได้บันทึกไว้ในปี พ.ศ.2557 และยังพบว่าน้ำทะเลอุ่นขึ้น 6.5 องศาเซลเซียสในทุกๆสิบปีตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534

ทั้งนี้ ทีมวิจัยเผยว่าได้นำข้อมูลความอ่อนไหวของสภาพภูมิอากาศมาใช้ประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อค้นหากลยุทธ์ที่จะช่วยลดผลกระทบจากปรากฏการณ์ด้านสภาพอากาศดังกล่าว โดยเฉพาะการร่วมตกลงของนักวิทยาศาสตร์และนานา ชาติว่าจะต้องลดอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกให้ต่ำว่า 2 องศาเซลเซียสให้ได้ เพราะหากยังเพิกเฉย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก็จะส่งผลอันตรายอย่างกว้างขวางในอนาคต.


https://www.thairath.co.th/content/1413568

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,068
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนฯร.9 พิพิธภัณฑ์มีชีวิตแห่งแรกของโลก ....................... หลากหลาย โดย เกศศินีย์ นุชประมูล



สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนฯร.9 ? "สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.9" ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าชายเลน บริเวณบ้านเสม็ดงาม ม.10 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี เนื้อที่ประมาณ 518 ไร่

โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ เพื่อขยายผลของโครงการ "พลิกฟื้นคืนป่าชายเลนสู่ธรรมชาติ" โดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม(ทส.) โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

เป็นแหล่งรวบรวม จัดแสดงพรรณไม้ป่าชายเลนจากพื้นที่ส่วนต่างๆ ของโลก และเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต เป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งศึกษาวิจัย สร้างองค์ความรู้ในทางพฤกษศาสตร์ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นสถาบันแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการด้านพฤกษศาสตร์ และการใช้ประโยชน์จากพรรณไม้ป่าชายเลนที่เหมาะสม และเป็นการส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ

นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจในทางธรรมชาติของประชาชน เพื่อเป็นแหล่งสร้างกิจกรรมที่หลากหลายของนักวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และร่วมทำงานกับสถาบันการศึกษาทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อเป็นศูนย์เครือข่ายในการอนุรักษ์พรรณพืชป่าชายเลน ร่วมกับสมาคมป่าชายเลนนานาชาติ ซึ่งมีสมาชิกอยู่ 93 ประเทศ ที่มีป่าชายเลนทั่วโลก

ทั้งหมดถือว่าเป็นประโยชน์ต่อการสร้างความยั่งยืนของระบบนิเวศป่าชายเลนต่อไปในอนาคต

ศาสตราจารย์สนิท อักษรแก้ว สมาชิกสนช. ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงานจัดตั้งสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.9 เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของโครงการว่าเริ่มต้นโดยคณะกรรมาธิการธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อนุกรรมการทางทะเลและชายฝั่ง ได้ติดตามไปศึกษาดูงานที่ อ.ขลุง จ.จันทบุรี เพื่อดูพื้นที่สภาพป่าชายเลนที่สำนักงานพัฒนาป่าชายเลน

ทางหัวหน้าสำนักงานป่าชายเลน บอกว่าในอดีตพื้นที่ อ.ขลุง มีสภาพที่สมบูรณ์ แต่ช่วงหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าถูกทำลายโดยพื้นที่ส่วนใหญ่กลายเป็นพื้นที่นากุ้ง เราคิดว่าทำอย่างไรจึงจะได้พื้นที่ป่าชายเลนที่สมบูรณ์คืนมา จึงให้เขาไปสำรวจแล้วทวงคืนพื้นที่ หลังจากสำรวจเสร็จก็รายงานผลกับทางสนช. ว่าได้ทวงคืนพื้นที่ป่าชายเลนมาได้แล้ว 5-7 พันไร่ จึงเป็นที่มาของการฟื้นฟูป่าชายเลนด้วยการร่วมกันปลูกป่า



เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2560 ได้ทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงานพร้อมเป็นประธานโครงการ "พลิกฟื้นคืนป่าชายเลนสู่ธรรมชาติ"

จากนั้นเราคิดกันว่าทำอย่างไรให้เกิดความยั่งยืน สนช.จึงปรึกษากันกระทั่งได้สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ซึ่งประเทศไทยไม่เคยมี เพราะเรามีแต่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสวนพฤกษศาสตร์ป่าบก ดังนั้น คนที่จะศึกษาเกี่ยวกับสวนพฤกษศาสตร์หรือพันธุ์ไม้บนบก ก็สามารถไปที่นั่นได้ แต่ถ้าป่าชายเลนชายฝั่งก็ไม่รู้จะไปไหน จึงคิดว่าเหมาะแล้วที่จะทำ "สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ"

และเมื่อวันที่ 22 ต.ค.2561 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์ "สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ" ณ บ้านเสม็ดงาม ต.หนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี

โดยมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนคณะผู้บริหารในสังกัด ทส. สมาชิกสนช. คณะทูตานุทูต ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และชาวจังหวัดจันทบุรี เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ

สิ่งสำคัญคือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระองค์ท่านทรงรักป่าชายเลน โดยแห่งสุดท้ายที่พระองค์เสด็จฯ ไปคือเสด็จฯ ไปรับป่า 1 ล้านไร่ ของปตท.ที่ปากแม่น้ำปราณบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปตท.ฟื้นฟูให้มีความสมบูรณ์ขึ้น ตนมีโอกาสได้ถวายรายงานพระองค์ท่าน พระองค์ท่านจึงรับสั่งว่า

"ดีแล้ว ให้ช่วยกันอนุรักษ์ป่าชายเลนเพราะเป็นป่าที่มีคุณค่า เป็นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นที่อนุบาลตัวอ่อน ถ้าไม่มีป่าชายเลนก็จะไม่มีสัตว์พวกนี้"

พระองค์ทรงเป็นห่วงด้วยว่าจะทำอะไรก็ตามให้นึกถึงราษฎร ว่าเขาต้องได้ประโยชน์ด้วย พระองค์ท่านจะทรงเป็นห่วงราษฎรอยู่ตลอด และที่ปราณบุรี พระองค์ท่านทรงปลูกต้นโกงกางใบใหญ่ไว้หนึ่งต้น

ซึ่งขณะนี้เราได้นำต้นกล้า นำฝักจากต้นที่พระองค์ทรงปลูกไว้ที่ปราณบุรี มาเลี้ยงในเนิร์สเซอรี่ โดยจัดพื้นที่เฉพาะประมาณ 1-2 ไร่ ภายในสวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.9 จ.จันทบุรี เพื่อปลูกต้นไม้เฉพาะของพระองค์ท่าน และของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพราะท่านทรงปลูกไว้เหมือนกัน ซึ่งประชาชนสามารถไปดู และระลึกถึงพระองค์ได้



ศาสตราจารย์สนิทยังอธิบายความสำคัญของป่าชายเลน ว่าเป็นป่าที่ขึ้นอยู่บริเวณชายฝั่ง เป็นเขตน้ำกร่อย คือเป็นพื้นที่ที่น้ำจืดกับน้ำเค็มผสมกัน มีพันธุ์พืชหลายชนิดอย่างน้อยก็เกือบ 80 ชนิด ซึ่งเป็นพันธุ์พืชที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ เพราะต้องปรับตัวให้กับความเค็มของน้ำไปด้วย ปรับตัวให้ใกล้ชิดสภาพสิ่งแวดล้อม เป็นที่รวมของสัตว์สามน้ำ จึงเป็นพื้นที่สำคัญมาก พูดง่ายๆ ว่าป่าชายเลนเป็นพื้นที่ที่ปรับสมดุลระบบนิเวศบนบกกับชายฝั่ง

สิ่งสำคัญอีกประการของป่าชายเลน คือ เป็นพื้นที่ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำในชายฝั่งหรือในทะเล เพราะป่าชายเลนคือบ้านหลังใหญ่ของสัตว์เหล่านี้ และยังเป็นแหล่งอาหารสำคัญอีกด้วย

ในสภาวะปัจจุบัน ที่มีสภาวะโลกร้อนซึ่งมีก๊าซเรือนกระจก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคาร์บอนไดออกไซด์กับมีเทน ป่าชายเลนสามารถดูดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้สูงกว่าป่าบก 4-6 เท่า ซึ่งระบบการดูดซับป่าชายเลน หรือระบบการดูดซับคาร์บอนได ออกไซด์ในภาคทะเล คือความสำคัญของป่าชายเลน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พูดไว้ว่า "ไม่มีป่าชายเลน ไม่มีกุ้ง หอย ปู ปลา" นี่คือความสำคัญง่ายๆ

"ผมคาดหวังว่าหลังจากนี้ สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.9 จะเป็นแหล่งศึกษาพันธุ์ไม้ป่าชายเลนทั่วโลก พันธุ์ไม้ที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของแต่ละประเทศ ซึ่งแตกต่างไปจากป่าบก ศึกษาว่ามีลักษณะอย่างไร ซึ่งทูตแต่ละประเทศได้นำพันธุ์ไม้มาร่วมปลูกด้วยถือว่าเป็นการรวบรวมไว้ เราจะทำเป็นพื้นที่ให้มีศักยภาพใกล้เคียงกับพื้นที่จริง เพราะป่าชายเลนเป็นที่ที่อยู่ในเขตร้อน

นอกจากนี้ เรายังรวบรวมพันธุ์พืชที่เป็นพวกปาล์ม และสมุนไพรต่างๆ เพื่อเป็นแหล่งศึกษาวิจัย และเป็นที่รวมนักวิทยาศาสตร์ทั้งของไทยและทั่วโลก ที่จะมาแลกเปลี่ยน ความรู้ซึ่งมีอีกเยอะมากในเรื่องการ วิจัยเกี่ยวกับพันธุ์พืช และระบบนิเวศป่าชายเลน มีอีกเยอะที่ต้องทำต่อไป" ศาสตราจารย์สนิทกล่าว

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ความรู้คนในพื้นที่ใกล้เคียงหรือประเทศใกล้เคียง ฉะนั้น ตรงนี้จะเป็นพื้นที่ที่สำคัญของโลก สุดท้ายจะเป็นการสร้างจิตสำนึกของคนในทุกระดับได้ศึกษาและเข้าใจ ประการสำคัญคือจะให้พื้นที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ สร้างรายได้กับชุมชน หวังว่าชุมชนจะเป็นองค์ประกอบสำคัญทำให้โครงการนี้ยั่งยืน

นอกจากนี้ ยังอยากเน้นเรื่องห้องสมุดที่อยากทำให้เป็นห้องสมุดที่ทันสมัยที่สุดในโลก ตนในฐานะประธานสมาคมป่าชายเลนนานาชาติ จะให้เลขาธิการสมาคมรวบรวมภาพยนตร์หรือ วีดิทัศน์เกี่ยวกับป่าชายเลน งานวิจัยต่างๆ ของแต่ละประเทศ ให้มาเก็บไว้ที่ห้องสมุดของเรา

ศาสตราจารย์สนิทฝากทิ้งท้ายไว้ว่า สวนพฤกษศาสตร์ป่าชายเลนนานาชาติ ร.9 ไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง จากนี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลแทนพวกเราทุกคน

ขอฝากว่าเป็นสมบัติของชาติ หรือสมบัติของโลกที่พวกเราต้องช่วยกันดูแลรักษา โดยเฉพาะชาวจันทบุรี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ต้องช่วยกันดูแลรักษาให้ดี


https://www.khaosod.co.th/lifestyle/news_1789465

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,068
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์


ไทยเตรียมหยิบยกปัญหาขยะทะเลร่วมหารือกับประเทศสมาชิกในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียนในเดือนมีนาคมปีหน้า



นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า ได้เตรียมความพร้อมจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียนระหว่างวันที่ 5 - 6 มีนาคม 2562 ซึ่งการประชุมครั้งนี้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับการจัดการปัญหาขยะทะเล เนื่องจากหลายประเทศมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล ขณะที่ปัญหาขยะพลาสติกในทะเลถูกมองว่ามาจากอาเซียน และก่อนที่จะมีการประชุมครั้งนี้ประเทศสมาชิกเคยประชุมกับองค์กรของแต่ละประเทศเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหาขยะทะเลมาแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา

ดังนั้นในโอกาสที่ไทยได้รับบทบาทเป็นประธานอาเซียนในปีหน้าจึงนำปัญหาขยะทะเลมาใช้เป็นหัวข้อสำคัญในการประชุมที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ผ่านความเห็นชอบงบประมาณการจัดประชุมดังกล่าวแล้ว

อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยังกล่าวอีกว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาขยะทะเลอย่างมาก จากการศึกษาพบว่า ร้อยละ 80 ของขยะทะเลมาจากบนบก ดังนั้นจึงบูรณาการกับทุกภาคส่วนจัดการปัญหาขยะบนชายฝั่งโดยจัดตั้งเป็นทีมอาสาสมัครเครือข่ายประชาชนดูแลทำให้ปัญหาลดลงต่อเนื่อง และการประชุมครั้งนี้ไทยจะนำประสบการณ์การแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพไปแลกเปลี่ยนกับนานาประเทศ คาดว่าที่ประชุมจะร่วมกันประกาศปฏิญญาอาเซียนแก้ไขปัญหาขยะทะเลนำไปสู่การปฏิบัติของทุกประเทศอย่างจริงจัง


http://thainews.prd.go.th/website_th...N6111070010004

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,068
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


สั่งรื้อ "เกาะจิกรีสอร์ท" มัลดีฟส์เมืองไทยรุกทะเลภายใน 90 วัน



เด็ดขาด ! กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สั่งรื้อ "เกาะจิกรีสอร์ท" จ.จันทบุรี ภายใน 90 วัน พบสร้างบ้านพักบุกรุกพื้นที่ชายฝั่งทะเล 3.96 ไร่ พร้อมมีคำสั่งห้ามใช้อาคารตั้งแต่วันนี้ ส่วนผลสำรวจไม่พบแนวปะการังรอบพื้นที่เสียหาย

วันนี้ (7 พ.ย.2561) นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีเกาะจิกรีสอร์ท หมู่ 1 ต.บางชัน อ.ขลุง จ.จันทบุรี พบรุกล้ำพื้นที่ชายฝั่งทะเลโดยชุดปฏิบัติการพิเศษฉลามขาว ลงพื้นที่ร่วมกับนายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ราชการจังหวัดจันทบุรี นายสมชาย ลี้วงศกร นายอำเภอขลุง สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาจันทบุรี ที่ดินจังหวัดจันทบุรี เจ้าหน้าที่ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา



จากการลงพื้นที่ และบินสำรวจโดยรอบเกาะจิกรีสอร์ท มีบ้านทั้งหมด 15 หลัง สะพานคอนกรีตยาวประมาณ 50 เมตร และห้องอาหารขนาดใหญ่อีก 1 หลัง มีเนื้อที่ตามเอกสารโฉนดที่ดิน 97 ตารางวา แบ่งเป็น รีสอร์ทในน้ำ 10 หลัง เนื้อที่ 1.83 ไร่ และรีสอร์ทบนบก 5 หลัง เนื้อที่ 1.86 ไร่ รวมเนื้อที่บุกรุก 3.96 ไร่

"ทช.ลงพื้นที่ตรวจยึด และปิดประกาศสั่งรื้อถอนเกาะจิกรีสอร์ทที่ก่อสร้างรุกล้ำพื้นที่ชายฝั่งทะเล 11 หลังภายใน 90 วัน ห้ามใช้อาคาร ตั้งแต่วันนี้ พร้อมทั้งสำนักงานเจ้าท่าสาขาจันทบุรี ได้สั่งให้เพิกถอนอาคารที่ก่อสร้างลงไปในทะเล "
นายจตุพร กล่าวว่า ในส่วนกรมป่าไม้ จ.จันทบุรี ได้ทำการตรวจยึดพื้นที่บุกรุกก่อสร้างอาคารบนบกรวม 3 หลัง ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 และได้ทำการจับกุมผู้ดูแลรีสอร์ทดังกล่าว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ ได้มอบให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (จ.ระ ยอง) สำรวจและรายงานผลด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งใต้ทะเลโดยรอบเกาะจิก จากการสำรวจเบื้องต้นไม่พบแนวปะการัง และแหล่งหญ้าทะเลได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ซึ่งตรงกับฐานข้อมูลกลางในระบบ Big Data ของศูนย์อำนวยการพิทักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง



สำหรับเกาะจิกรีสอร์ท ได้รับฉายาว่ามัลดีฟส์เมืองไทย เนื่องจากมีการโปรโมทห้องพักอยู่ในทะเล กระทั่งมีการเผยแพร่ในโซเชียล จนเกิดกระแสวิจารณ์ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ทำให้ ทชร่วมกับผู้ว่าฯจันทบุรี และฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบ เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้พบกับนายณรงค์ชัย เหมสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้านเกาะจิก และนางเชาวเน ชวนจิตรผู้ดูแลเกาะจิกรีสอร์ท แต่ไม่พบนายณรงค์ หงส์บิน เจ้าของรีสอร์ท


https://news.thaipbs.or.th/content/275553

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 14:44


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger