เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 24-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,680
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ในบริเวณยอดดอยสูงของภาคเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาวะอากาศที่หนาวเย็นนี้ไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนน้อย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 24-26 ธ.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง สำหรับภาคใต้มีปริมาณฝนลดลง

ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 ธ.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางจะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 24-26 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 27-29 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้ว

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (87.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (98.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (227.9 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 24-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,680
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


อินโดฯ เตือนปชช.อยู่ห่างชายหาด หวั่นสึนามิระลอกใหม่ ตายพุ่ง 235 ศพ



ทางการอินโดนีเซียเตือนให้ประชาชนอยู่ห่างชายหาด เนื่องจากมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดสึนามิระลอกใหม่ หลังคลื่นยักษ์ซัดชายฝั่งเมื่อคืนวันเสาร์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 235 ราย...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการอินโดนีเซียประกาศเตือนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่งใกล้กับภูเขาไฟ ?อานัค กรากะตัว? ซึ่งตั้งอยู่บริเวณช่องแคบซุนดา ระหว่างเกาะสุมาตราและเกาะชวา อย่าเข้าใกล้ชายหาย ท่ามกลางความวิตกว่า การระเบิดของแผ่นดินไหวลูกนี้จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิลูกใหม่อีก



เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 ธ.ค. ภูเขาไฟกรากะตัวซึ่งมีความเคลื่อนไหวมาตลอดหลายเดือน ปะทุหลายครั้งพ่นธารลาวาออกจากปากปล่องลงทะเล และทำให้เกิดดินถล่มใต้ทะเล ซึ่งคาดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดคลื่นสึนามิซัดเข้าสู่ชายฝั่งของเมืองต่างๆ บนเกาะสุมาตราและเกาะชวา ซึ่งล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 235 รายและมีผู้บาดเจ็บอีก 877 คน

ภูเขาไฟกรากะตัวยังปะทุอีกครั้งในวันอาทิตย์พ่นขี้เถ้าและควันออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้นาย สุโตโป ปูร์โว นูโกรโฮ หัวหน้าสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย จัดงานแถลงข่าวบนเกาะชวา เตือนให้ประชาชนอย่าจัดกิจกรรมที่ชายหาด และให้อยู่ห่างจากชายฝั่งสักพักหนึ่ง เพราะมีโอกาสเกิดสึนามิระลอกใหม่ เนื่องจากภูเขาไฟยังปะทุอย่างต่อเนื่อง



ทั้งนี้ คลื่นสึนามิซัดเข้าสู่ชายฝั่งในเวลาประมาณ 21:30น. โดยที่ไม่มีสัญญาณเตือน ขณะที่ระดับน้ำทะเลก็ไม่ได้ลดลงเหมือนกับกรณีสึนามิที่เกิดเพราะแผ่นดินไหว อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ต่อให้มีการลอยทุ่นเตือนใกล้ภูเขาไฟ ก็มีช่วงเวลาในการเตือนภัยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

สึนามิทำลายบ้านเรือนไปเป็นจำนวนมาก ผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 คนอยู่ในเขตปันเดกลัง (Pandeglang) ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะชวา ส่วนบนเกาะสุมาตรา มีผู้เสียชีวิต 48 คนที่เขตลัมปุงใต้ นอกจากนี้ยังพบผู้เสียชีวิตที่เขตเซรังและเขตตังกามัสด้วย (Tanggamus) แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีชาวต่างชาติเสียชีวิต


https://www.thairath.co.th/content/1453076

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 24-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,680
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ทำไมภูเขาไฟระเบิดถึงก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิได้?


ภาพจากทวิตเตอร์ @unisdr

จากเหตุคลื่นยักษ์สึนามิเข้าถล่มพื้นที่บริเวณช่องแคบซุนดา (Sunda Strait) ประเทศอินโดนีเซีย ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตมากกว่า 1 พันราย และยังมีผู้สูญหายอีกเป็นจำนวนมาก

ข้อมูลเบื้องต้นจากทางการอินโดนีเซีย คาดการณ์ว่าแม้จะไม่มีรายงานเหตุแผ่นดินไหว แต่สึนามิดังกล่าวน่าจะมีสาเหตุมาจากการเคลื่อนของแผ่นดินใต้ทะเลจากการระเบิดของภูเขาไฟอานัก กรากาตัว ทั้งยังเป็นวันพระจันทร์เต็มดวงอีกด้วย

ขณะที่รายงานของศูนย์ธรณีฟิสิกส์อินโดนีเซีย ระบุว่า ภูเขาไฟอานัก กรากาตัว ในช่องแคบซุดาซึ่งเชื่อมโยงทะเลชวาเข้ากับมหาสมุทรอินเดียนั้นเกิดการระเบิดขึ้นราว 24 นาทีก่อนหน้าที่จะเกิดคลื่นสึนามิ โดยปัจจุบันภูเขาไฟที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่มีความสูงราว 305 เมตร และอยู่ห่างจากกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซียไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 200 กิโลเมตร

ในช่วงเย็นวันนี้ (23 ธ.ค.) ทวิตเตอร์ @unisdr ของ สำนักงานว่าด้วยกลยุทธ์ระหว่างประเทศเพื่อการลดภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติ (UNISDR) ได้โพสต์ภาพกราฟิกเพื่ออธิบายว่า "ทำไมการระเบิดของภูเขาไฟถึงก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิได้?" พร้อมกับคำอธิบาย 7 ข้อคือ

1. ภาพยอดเดิมของภูเขาไฟ
2. ยอดภูเขาไฟถล่มลงมา
3. ลาวาเกิดการทะลักล้นออก
4. การระเบิดครั้งต่อมา
5. ซากภูเขาไฟเกิดการไหลเลื่อนลงมาปะทะกับผืนทะเล
6.เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ
7.คลื่นยักษ์เคลื่อนตัวเข้าสู่ชายฝั่งที่ห่างออกไป

อ้างอิง : Geoscience Australia


https://mgronline.com/around/detail/9610000127099


*********************************************************************************************************************************************************


อย่าเพิ่งกังวลฝุ่น PM 2.5 แนะวิธีรับมือ พร้อมประเมินความเสี่ยงก่อน

กรมควบคุมโรค แนะวิธีรับมือฝุ่นละออง PM 2.5 ให้ประเมินความเสี่ยงตัวเองก่อน หากอยู่ในพื้นที่ที่มีค่า PM 2.5 สูง ต้องทำงานกลางแจ้งในพื้นที่ หรือมีโรคประจำตัว ควรสวมหน้ากาก N95 ป้องกัน ส่วนคนเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องกังวล แต่หากพบอาการผิดปกติ หายใจติดขัด ให้รีบพบแพทย์ทันที



วันนี้ (23 ธ.ค.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวถึงกรณีพบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 สูงในบางพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ว่า ขณะนี้ได้สั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดกรมควบคุมโรค เพื่อติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง และประชาสัมพันธ์ความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากค่า PM 2.5 ในแต่ละจุดในแต่ละเวลามีความแตกต่างกัน ผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ ได้แก่ 1.ตำแหน่งที่อยู่หรือทำกิจกรรม 2.ช่วงเวลาและระยะเวลาที่สัมผัส 3.ชนิดของกิจกรรมที่ทำในพื้นที่ที่มีค่า PM 2.5 สูง เช่น ออกกำลังกาย ทำงานหนัก จะมีความเสี่ยงมากกว่า และ 4.ปัจจัยจากลักษณะบุคคล โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ และกลุ่มที่มีโรคประจำตัวที่ไวต่อผลกระทบ เช่น โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า เรื่องการเลือกสวมใส่หน้ากากเพื่อป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก ขอแนะนำว่า ขอให้ประเมินความเสี่ยงของตนเองก่อน ซึ่งกลุ่มคนที่ประเมินว่ามีความเสี่ยงสูง คือ อาศัยอยู่ในพื้นที่และช่วงเวลาที่มีค่า PM 2.5 สูง ตลอดจนกลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น คนที่ต้องทำงานหนักกลางแจ้งเป็นระยะเวลานานๆ เช่น ตำรวจจราจรที่ทำงานกลางแจ้ง วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขับขี่นานๆ คนงานที่ทำงานที่ก่อให้เกิดฝุ่น เป็นต้น ควรป้องกันด้วยการสวมใส่หน้ากากทีมีความสามารถในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ ตั้งแต่มาตรฐาน N95 ขึ้นไป ส่วนประชาชนทั่วไปที่ประเมินตนเองแล้วมีความเสี่ยงต่ำ อาจยังไม่จำเป็นต้องใส่หน้ากากชนิด N95 เนื่องจากสวมใส่อาจเกิดอาการอึดอัด ร้อน และไม่สามารถใส่ได้นาน ส่วนในกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัวที่มีความไวต่อผลกระทบของผลละอองขนาดเล็ก ควรขอคำปรึกษากับแพทย์ประจำตัวหรือแพทย์เจ้าของไข้ ซึ่งจะให้คำแนะนำตามสภาพของโรค ระดับอาการที่เป็น และวิธีการรักษาที่ได้รับอยู่

"สำหรับกลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไป สิ่งสำคัญที่สุดในการป้องกันตนเอง คือ ควรหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในปริมาณที่สูงเกินค่ามาตรฐาน หรือเข้าไปมีกิจกรรมที่ต้องใช้แรงกายมากเป็นระยะเวลานาน หรือทำกิจกรรมที่เอื้อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ สำหรับบุคคลที่ประเมินตนเองแล้วพบว่า มีความเสี่ยงระดับต่ำ เช่น ผ่านเข้าในพื้นที่ระยะเวลาสั้นๆ อยู่ในช่วงเวลาที่ค่า PM 2.5 ไม่สูง มีกิจกรรมเบาๆ เท่านั้น ก็ไม่จำเป็นต้องสวมใส่หน้ากาก หากมีความกังวลอาจสวมใส่หน้ากากอนามัยหรือใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ ปิดแทนได้ แต่ต้องเข้าใจว่าทั้งสองแบบนี้ไม่สามารถป้องฝุ่นละอองขนาดเล็กแบบ PM 2.5 ได้" นพ.สุวรรณชัย กล่าว

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น หายใจติดขัด แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ หรือหมดสติ ให้รีบไปรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลโดยเร็ว ทั้งนี้ ประชาชนสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติ แต่ให้ตื่นตัวและติดตามข่าวสารเรื่องดังกล่าวจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และสามารถประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองได้ทาง https://goo.gl/forms/dy9MiavLOqE1JkQD3 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422



ด้าน พญ. ภัทราวลัย พิชาลัย แพทย์สาขาอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา และศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ รพ.กรุงเทพ แนะนำ 5 เทคนิคอยู่อย่างไรกับอากาศฝุ่นๆ ว่า 1. ลด/หลีกเลี่ยงเวลาที่อยู่กลางแจ้งในบริเวณที่มลพิษค่าอากาศอยู่ระดับไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะริมถนนใหญ่ ที่มีการก่อสร้างมาก 2. หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใส่หน้ากากประเภทที่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กกว่า ?0.3 ไมครอน?ได้ 3. หลีกเลี่ยงหรือลดจำนวนชั่วโมงการออกกำลังกายกลางแจ้งในบริเวณมลพิษอากาศไม่ปลอดภัย 4. เมื่ออยู่ในอาคาร หลีกเลี่ยงการจุดเทียน ตะเกียงในอาคาร เพื่อลดการเผาไหม้ในอาคาร 5. หากต้องการออกกำลังกายจริงๆ แนะนำเปลี่ยนประเภทการออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประเภทที่ใช้พลังงานน้อยลง เช่น จากวิ่งจอกกิ้งเป็นเดินช้าๆ แทน โดยกลุ่มคนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด โรคหัวใจ รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ และเด็ก


https://mgronline.com/qol/detail/9610000126999

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 24-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,680
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


อ.ธรณ์ เผยสาเหตุไม่มีการแจ้งเตือน สึนามิ ทำอินโดฯ อ่วม ชี้ สิ่งที่คนไทยจำเป็นต้องรู้



จากเหตุการณ์สึนามิเข้าถล่มตีชาดหาดบริเวณช่องแคบซุนดรา ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเกาะสุมาตราและเกาะชวาของอินโดนีเซีย โดยรายงานยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็น 222 ราย สูญหายกว่า 30 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 800 คนนั้น หลายคนสงสัยในเรื่องสัญญาณเตือนสึนามิ ว่ามีการทำงานหรือไม่

อ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ให้ความรู้ในเรื่องดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก ว่า ?เกิดสึนามิที่อินโดนีเซียอีกแล้ว หนนี้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 ราย ขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องชาวอินโดนีเซียที่ปีนี้มีภัยพิบัติเกิดขึ้นหลายครั้ง จึงถือโอกาสมาอธิบายให้เพื่อนธรณ์ฟังครับ

ปีนี้อินโดนีเซียโดนสึนามิ 2 ครั้ง หนแรกเกิดจากแผ่นดินไหว มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 800 ราย หนที่สองคือครั้งนี้เกิดจากภูเขาไฟระเบิด ซึ่งอาจทำให้เกิดแลนด์สไลด์ใต้ทะเล ที่น่าสนใจคือสึนามิทั้ง 2 ครั้ง ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ไม่ใช่เพราะระบบแจ้งเตือนมีปัญหา แต่มันมีหลายสาเหตุ



1. สึนามิทั้ง 2 ครั้ง ไม่ได้ส่งผลรุนแรงเป็นวงกว้าง แต่เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้กับจุดเกิดแผ่นดินไหว/ภูเขาไฟระเบิด คลื่นสึนามิเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง (800 กม./ชม.) ทำให้เข้าฝั่งก่อนแจ้งเตือนทัน เช่น ในกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้น จากภูเขาไฟอานัคการากาตัวไปถึงชายฝั่งรอบช่องแคบซุนดา ระยะทางเพียงไม่กี่สิบกิโลเมตร

2. สภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อน อาจทำให้เกิดสึนามิโดยที่ระบบแจ้งเตือนไม่สามารถวิเคราะห์ได้ เช่น ครั้งที่เกิดช่วงเดือนตุลาคม หนนี้ก็เช่นกัน หากดูแผนที่ เพื่อนธรณ์จะเห็นว่าซับซ้อนมาก ทั้งแหลม ทั้งเกาะ ทั้งช่องแคบ มีอยู่เต็มไปหมด เป็นพื้นที่แห่งเดียวกับที่เคยเกิดมหาภัยพิบัติ 1883 ครั้งที่การากาตัวระเบิด

ภูมิประเทศแบบนี้ ทำให้เกิดแรงบีบอัดน้ำบางจุด แต่บางจุดก็อาจไม่โดนหรือโดนน้อย ยากที่จะเจาะจงลงรายละเอียดได้

3. ปัจจุบัน ชายหาดส่วนใหญ่เริ่มกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและมีผู้คนอาศัย ผิดไปจากสมัยก่อน แม้แต่พื้นที่เคยโดนสึนามิ ก็ยังมีคนอาศัยเพิ่มมากขึ้น มีโรงแรมสำหรับผู้อยากไปเที่ยวดูภูเขาไฟการากาตัว อันเป็นตำนาน ยิ่งมีการปะทุเป็นระยะ ก็ยิ่งมีคนอยากดู (ผมก็อยากครับ) เมื่อเกิดสึนามิ แม้จะเป็นขนาดเล็ก แต่ก็สร้างผลกระทบต่อประชาชนรุนแรงมากขึ้น

จึงอยากเตือนเพื่อนธรณ์ผู้ชอบผจญภัย รวมทั้งเตือนตัวเองด้วย เมื่อเราเข้าไปในพื้นที่เสี่ยง เราก็ต้องหาข้อมูลให้มาก และเตรียมตัวระวังไว้มากกว่าการเที่ยวทั่วไป

ทั้งหมดนี้ และอีกหลายสาเหตุที่ต้องวิเคราะห์กันต่อไป ทำให้วงการผู้เชี่ยวชาญภัยพิบัติคงต้องปรับตัวกันยกใหญ่ เพิ่มการศึกษาในส่วนต่างๆ ให้ครอบคลุม ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน

เมื่อลองดูประเทศไทย จะเห็นว่าสภาพภูมิประเทศของเราต่างจากอินโดนีเซีย สำคัญสุดคือจุดกำเนิดสึนามิ ประเทศไทยไม่ได้มีภูเขาไฟในทะเลเหมือนอินโดนีเซีย ไม่มีการระเบิดแบบฉับพลัน เกาะภูเขาไฟแบบแอคทีฟในทะเล ใกล้เรามากที่สุดก็อยู่ในอินโดนีเซียนั่นแหละครับ และอยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร

หากดูในเรื่องแผ่นดินไหว จุดกำเนิดแผ่นดินไหว (รอยเลื่อนเปลือกโลก) ใกล้เราที่สุดอยู่ทางทะเลอันดามัน บริเวณเกาะสุมาตรา นิโคบาร์ และอันดามัน

อย่างไรก็ตาม ระยะทางยังห่างไปหลายร้อยกิโลเมตร และเป็นทะเลเปิด เราติดตั้งทุ่นเตือนภัยไว้ น่าจะทราบล่วงหน้า (ถ้าทุ่นยังใช้ได้นะครับ) นอกจากนี้ เราจะทราบข่าวก่อน แม้จะเป็นหลัก 2 ชั่วโมง แต่ก็ยังทราบก่อน ไม่เหมือนชาวอินโดหนล่าสุดที่คลื่นเข้ามาแบบไม่ทันรู้ตัว

โดยสรุป เมื่อดูจากจุดกำเนิดแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด โอกาสที่เกิดสึนามิแบบรุนแรงจนสร้างความเสียหายใน "อ่าวไทย" นับว่ามีน้อยยิ่งนัก และเนื่องจากอยู่ไกลไปถึงอินโดนีเซีย เราจะทราบล่วงหน้าเป็นเวลานานนับสิบชั่วโมง

จึงไม่ต้องตื่นตระหนก เมื่อได้ยินข่าวน้ำลดผิดปรกติในอ่าวไทย เพราะเกิดขึ้นเป็นระยะ และไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสึนามิ ก่อนสึนามิเข้า น้ำลดต่ำจริง แต่น้ำลดเพราะคลื่นดูดน้ำไป ลดแล้วแป๊บเดียวแค่ไม่กี่นาทีคลื่นก็เข้า

ไม่ใช่ลดล่วงหน้ากันเป็น 2-3 ชั่วโมงจนเป็นข่าวหรือเป็นภาพในไลน์ส่งมาหาเราได้ ในกรณีทะเล "อันดามัน" เราคงต้องระวังนิด เพราะใกล้กับจุดเสี่ยงแผ่นดินไหว มากกว่าอ่าวไทย

แต่เราจะทราบข่าวล่วงหน้าสักแป๊บ และหวังว่าจะมีการตรวจสอบและซักซ้อมระบบเตือนภัยทั้งในทะเลและบนบกอย่างมีประสิทธิภาพ

ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ ผมมักเขียนถึงเสมอ

เพราะถือว่าเมื่อเราสูญเสีย เราควรได้เรียนรู้ เพื่อให้การสูญเสียครั้งต่อๆ ไปน้อยลง และเพื่อให้เราระวังในสิ่งที่ใช่ ไม่ใช่ตื่นตระหนกไปเสียทุกเรื่อง ขอแสดงความเสียใจกับพี่น้องชาวอินโดนีเซียอีกครั้งครับ"


https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_1995584

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 24-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,680
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


'ลูกปลาทูที่หายไป...ในอ่าวไทย' สะท้อนสภาพสุดวิกฤติ!!! ขณะที่ 'อีอีซี' จ่อซ้ำเติม




สถานการณ์ทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยเสื่อมโทรม สัตว์น้ำตายเกลื่อนชายหาด

นาทีนี้อ่าวไทยกำลังบูมสุดขีด รัฐบาลดันเมกะโปรเจ็กต์มากมายพัฒนาชายฝั่งทะเลอ่าวไทย เพื่อรองรับระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี มีท่าเรือมาบตาพุดระยะ 3 เพื่อรองรับสินค้าและสร้างคลังสินค้าขนาดใหญ่ จะถมทะเล ขุดลอกร่องน้ำ มีรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินในอีอีซี อัดงบเป็นล้านล้านบาท หวังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านโยบายรัฐละเลยที่จะมองขีดความสามารถในการรองรับมลพิษของอ่าวไทย ซ้ำเติมปัญหาทรัพยากรในพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันสถานการณ์เลวร้าย โดยเฉพาะระบบนิเวศอ่าวไทยตอนในหรืออ่าวรูป ตัว ก

จากสถานการณ์อ่าวไทยปัจจุบัน คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ร่วมกับสมาคมนิสิตเก่าแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มก. และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดเสวนาวิชาการ "วิกฤตอ่าวไทย รวมใจแก้ไข...มุ่งไป SDGs" ขึ้นเมื่อวันก่อน ที่ห้องประชุมสุธรรมอารีกุล อาคารสารนิเทศ 50 มก. ตีแผ่ปัญหาความเสื่อมโทรมของอ่าวไทยและการหาทางออกใหม่จัดการสิ่งแวดล้อม



พล.อ.เอกชัย จันทร์ศรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ กล่าวว่า จากปัญหาการระบายมลพิษลงสู่อ่าวไทยที่ไม่สามารถควบคุมได้มาเป็นเวลานานเกินกว่าทะเลไทยจะรับได้ รวมถึงการใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างขาดการควบคุมที่ทั่วถึง ส่งผลให้ทรัพยากรชีวภาพของอ่าวไทยเข้าสู่สภาวะวิกฤติ เกิดปัญหาความขัดแย้งมากมาย นอกจากนี้นโยบายในการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ที่รัฐบาลหวังกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนภาคตะวันออกได้เริ่มดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นแหล่งอุตสาหกรรม ฉะนั้น การรับมือสถานการณ์วิกฤติของคุณภาพน้ำทะเลในอ่าวไทยของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้เด็ดขาด ต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ปัจจุบันยังขาดการบูรณาการองค์ความรู้ต่างๆ ที่จะนำไปสู่การขับเคลื่อนกระบวนการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้อย่างเป็นรูปธรรม

" คนไทย 1 คนผลิตขยะ 1.4 กิโลกรัมต่อวัน ไทยมีขยะ 27 ล้านตันต่อปี จัดการถูกต้องเพียง 43% อีก 31% นำกลับมาใช้ ขยะที่เหลือบำบัดไม่ถูกต้องกว่า 7 ล้านตันต่อปี ขณะที่อ่าวไทยตัว ก มี 24 จังหวัดชายฝั่ง สร้างปริมาณขยะ 11.5 ล้านตันต่อปี กำจัดถูกต้องแค่ 60% นำไปใช้ประโยชน์ 26% ที่เหลือราว 1.5 ล้านตันลงทะเล ขยะเหล่านี้มีผลต่อสิ่งแวดล้อม ปะการัง หญ้าทะเล สัตว์ทะเล แล้วยังมีแพขยะ ซึ่งยูเอ็นยกให้เป็นปัญหาต้องอาศัยความร่วมมือระดับประเทศแก้ไข ปัญหาไมโครพลาสติกในทะเล ที่องค์การอนามัยโลกกำลังเพ่งเล็งเพราะกระทบต่อสุขภาวะประชาชน" พล.อ.เอกชัยชี้ถึงปัญหามลพิษ

ผู้ช่วย รมว.ทส.กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมี พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปี 2558 เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมดูแลทะเล ชายฝั่ง ปะการัง สัตว์ทะเล พื้นที่ชุ่มน้ำ ทช.เองมีมาตรการจัดการขยะในทะเล เน้นเก็บขยะทะเลที่ตกค้าง กรณีอ่าวไทยนั้นลำน้ำและคลองที่เชื่อมต่อทะเลต้องติดตั้งทุ่นลอยดักขยะบริเวณปากแม่น้ำและคลองสำคัญ โดยทำงานร่วมกับท้องถิ่น อีกทั้งสำรวจ ประเมินขยะทะเล ผลกระทบต่อระบบนิเวศ สัตว์ทะเลหายากและไมโครพลาสติก ซึ่งการจัดการวิกฤติขยะและมลพิษทะเลไทยต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในแผนปฏิรูประเทศด้านทรัพยากรแห่งชาติจะขับเคลื่อนแก้วิกฤติอ่าวไทยด้วย




มลพิษที่ระบายลงอ่าวไทยกระทบต่อสัตว์น้ำ

เมื่อเจาะลึกถึงสถานการณ์ปัญหาอ่าวไทยรูปตัว ก.แล้ว รศ.ดร.เชษฐพงษ์ เมฆสัมพันธ์ คณบดีคณะประมง ให้ข้อมูลว่า พื้นที่อ่าวไทยตัว ก ไม่ได้กว้างและมีระดับความลึกเพียงพอรองรับมลภาวะ เฉลี่ยลึกไม่ถึง 40 เมตร และมีกระแสน้ำหมุนไปมา ฤดูฝนและฤดูหนาวหมุนคนละทาง แต่น้ำไม่ได้ออกไปไหน งานวิจัยที่ทำสะท้อนการเปลี่ยนแปลงน่าเป็นห่วงกว่า 20 ปีที่มลพิษสะสม จากการลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม 2560-2561 เทียบกับสถานีสำรวจของกรมประมง พื้นที่สำรวจตามช่วงฤดูกาลจำนวน 101 สถานี ในปากแม่น้ำเจ้าพระยา ปากแม่น้ำบางปะกง ปากแม่น้ำท่าจีน ปากแม่น้ำแม่กลอง มีนักวิจัยร่วมมากกว่า 50 ชีวิต ผลสำรวจคุณภาพน้ำพบว่าตั้งแต่บางปะกงน้ำเปลี่ยนสีไป จากการเพิ่มจำนวนของแพลงก์ตอนพืช และมีปัญหาทรัพยากรในพื้นที่ปากแม่น้ำ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สีน้ำเปลี่ยน น้ำเขียวปี๋ บางจุดสีน้ำตาลปนดำ

นอกจากนี้ยังพบผิวน้ำมีออกซิเจนสูง แต่เมื่อลงไปก้นอ่าวเหลือออกซิเจนเบาบางมาก สัตว์น้ำอาศัยอยู่ไม่ได้ ตายราบเป็นหน้ากอง อีกทั้งพบสารอินทรีย์ในดินมากขึ้น 35% แอมโมเนียมสูงขึ้น 30% และแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขอใช้คำว่า "เน่า" เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งปีจากการสำรวจ ส่งผลกระทบต่อสัตว์หน้าดินและคุณภาพน้ำเสื่อมโทรม

" เราพบแพลงก์ตอนมีพิษปรากกตัว เริ่มมีสัญญาณเตือนและนักวิชาการกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด น้ำจืดไหลลงอ่าวตัว ก มากเท่าไหร่ยิ่งนำพามลภาวะมา วัดก๊าซไข่เน่ากลางอ่าวไทยก็เริ่มแย่แล้ว อีกทั้งพบซากสิ่งมีชีวิตที่ตายเพราะคุณภาพดินเสื่อมโทรม ยังไม่นับปัญหาการเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่ ผลกระทบจากการใช้ประโยชน์ คุณภาพน้ำแย่ลงทุกวัน ส่งผลให้เกิดวิกฤติสัตว์น้ำรุนแรง กรณีตัวอย่างมีพัทยา สัตหีบ อ่าวอุดม น้ำเขียวปี๋ พบปลาตายเกลื่อนหาด" รศ.ดร.เชษฐพงษ์ส่งสัญญาณดังๆ


ทีมนักวิจัยคณะประมง มก.สำรวจสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมอ่าวไทย

หากพูดถึงสถานการณ์สัตว์น้ำ คณบดีคณะประมงเผยว่า เมื่อปี 57 มีมาตรการปิดอ่าวไทยตัว ก ฟื้นทรัพยากรทางทะเล ปี 58 เปิดมาประมงจับปลาทูได้ 3 หมื่นตัว แต่ปีถัดมาจับได้ลดลงต่อเนื่อง และเริ่มหายไปจากระบบนิเวศเพราะถูกรบกวนอย่างหนัก อัตราการจับปลาทูปลาลังเพิ่งเงยคอขึ้นมาได้เล็กน้อยปี 60 และปลายปี 61 หากไม่มีมาตรการจัดการคนรุ่นหลังจะไม่ได้กินปลาทู เหลือแต่ปลาแมว

"อ่าวไทยรูปตัว ก หาลูกปลาทูไม่พบแม้แต่ตัวเดียว ไม่พบการกระจายของปลาวัยอ่อน แต่มีประชากรเสริมจากเขมร น่าเป็นห่วง ประเด็นเร่งด่วนทางด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต้องเสริมสร้างองค์ความรู้ วางแผนร่วมกัน และเกิดการทุ่มเทจากทุกภาคส่วนช่วยกันเพื่อให้ไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ที่ผ่านมาโทษกันไปมาใครปล่อยมลพิษ แต่จากงานวิจัยชี้ชัดเจน สิ่งที่ไหลลงอ่าวไทยมาจากทุกทิศตั้งแต่เชียงใหม่ เชียงราย นครนายก ปราจีนบุรี ทางออกเพื่อจัดการ ทุกพื้นที่ต้องมาคุยกัน วันนี้ต้องยอมรับกำลังจากภาครัฐไม่เพียงพอ ต้องใช้บทบาทของชุมชนและการจัดการในท้องถิ่นดูแลสิ่งแวดล้อมอ่าวไทย รวมถึงทะเลไทย" รศ.ดร.เชษฐพงษ์กล่าวย้ำ

ปัญหาที่กระทบอ่าวไทยมากที่สุด ดร.อุกฤต สตภูมินทร์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน ทช.กล่าวว่า อ่าวไทยมีระบบนิเวศปากแม่น้ำสำคัญ อดีตพัดพาตะกอนที่เป็นประโยชน์ แต่ปัจจุบันมีสารเคมีและน้ำเสียไหลลงมาสะสมและทับถมในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อนิเวศอ่าวไทย การเติบโตพัฒนาเมืองส่งผลการรุกล้ำพื้นที่ป่าชายเลน ก็พยายามทวงคืนกลับมาในรูปแบบป่าชุมชน ส่วนที่เสื่อมโทรมก็เร่งฟื้นฟู ซึ่งป่าชายเลนดูดซับคาร์บอนได้มากกว่าป่าบกถึง 3 เท่า ส่วนสถานะคุณภาพน้ำอ่าวไทย ไม่เฉพาะอ่าวไทยตอนบนรูปตัว ก ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยอมรับมีสถานการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี อดีตมาเฉพาะหน้าน้ำ แต่ปัจจุบันมาตลอด ไม่ใช่สภาพปัญหาของทุกพื้นที่ แต่ชลบุรีพบน้ำเปลี่ยนสี 16 ครั้ง เป็นตัวบ่งชี้ให้ตระหนักถึงปัญหาจะฟื้นความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติอ่าวไทยอย่างไร ทั้งนี้จิตสำนึกรับผิดชอบสำคัญและต้องแก้ที่ต้นเหตุ




"น้ำเปลี่ยนสี" ปรากฏการณ์ที่เกิดถี่ สัญญาณอันตรายสิ่งแวดล้อม

ด้าน ประลอง ดำรงไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า อ่าวไทยรูปตัว ก เข้าข่ายวิกฤติเพราะผิดปกติจากเดิม มีแหล่งกำเนิดมาจากแม่น้ำสายหลัก 4 สาย ได้แก่ แม่กลอง บางปะกง ซึ่งคุณภาพน้ำพอใช้ แต่ท่าจีนและเจ้าพระยาเสื่อมโทรม ขณะที่คูคลอง 95 แห่งในกรุงเทพฯ เสื่อมโทรมหมด โรงงานเห็นแก่ตัวปล่อยน้ำเสีย บางที่ยอมเสียค่าปรับ ชุมชนไม่มีระบบจัดการน้ำเสียเบื้องต้น ไม่พูดถึงขยะที่กำจัดไม่ได้และไหลลงทะเลฝั่งอ่าวไทย

"ปัญหาน้ำเสียระบายลงอ่าวไทย ลักลอบทิ้งน้ำมัน มีทั้งอุบัติเหตุและจงใจ ทำให้ทรัพยากรเสื่อมโทรม วิกฤติ คพ.ไปตรวจสถานประกอบการเมืองพัทยาก็พบระบายน้ำทิ้งเกินมาตรฐานร้อยละ 23 ก็ได้อบรมแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม แนะนำให้ปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย พัทยาเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีชื่อต้องแก้ปัญหาให้ยั่งยืน และจะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ในอ่าวไทยและอันดามัน เช่น เกาะสมุย, อ่าวนาง นอกจากนี้ คพ.ทำเอ็มโอยูกับ 9 หน่วยงานสร้างฐานข้อมูลน้ำมันดิบและคราบน้ำมัน ป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเล เป็นอีกมาตรการรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้ต้องรณรงค์ลดถุงพลาสติกต่อเนื่อง เป็นปัญหาหนัก ปัจจุบันมีคนเสียชีวิตกว่า 8 ล้านคนจากมลพิษ ตัวเลขนี้ต้องลดให้ได้ ส่วนเรื่องป้องกันน้ำเสียลงอ่าวไทยต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังเพื่อควบคุมผู้ก่อมลพิษ" ประลองกล่าวทิ้งท้าย

นักอนุรักษ์ร่วมเวทีเสวนาอย่าง แน่งน้อย ยศสุนทร ครูสอนดำน้ำและผู้ก่อตั้งกลุ่ม Save Our Sea กล่าวว่า อ่าวไทยวิกฤติแก้ได้เริ่มต้นที่ตนเอง ไม่ทิ้งขยะลงทะเล ไม่ปล่อยน้ำเสียลงทะเล ลดการใช้ถุงพลาสติก จากนั้นสร้างจิตสำนึกในครอบครัวและกลุ่มสมาชิก รวมถึงการให้ข้อมูลข่าวสารด้านการอนุรักษ์ต้องทำต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการรับรู้สภาพปัญหา แต่ถ้าหยุดไม่ได้ก็คงต้องแก้ที่ปลายเหตุ เก็บขยะ ตัดอวนต่อไป เพราะถ้าไม่ทำปะการังตายหมด ฉลามวาฬขนาด 4 เมตรเกยตื้นตายที่คลองด่าน ผ่าท้องพบแต่หลอดพลาสติกในกล่องน้ำผลไม้กล่องนมทิ่มกระเพาะ เป็นเหตุให้สัตว์ป่วยและเสียชีวิต ฉะนั้นอย่าละเลยสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่พัดพาลงอ่าวไทยและทะเลไทย


https://www.thaipost.net/main/detail/24899

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:39


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger