เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 26-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 26 ธันวาคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย บริเวณยอดดอยมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอากาศเย็น ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาวะอากาศที่หนาวเย็น และระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้

อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศจีนตอนกลางแล้ว คาดว่าจะแผ่งลงมาถึงประเทศไทยในช่วงวันที่ 27-28 ธ.ค. 2561 นี้ โดยจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนถึงประมาณวันที่ 3-4 ม.ค. 2562 ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในวันที่ 26 ธ.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา กับมีอากาศเย็นในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง กับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนเกิดขึ้น

ส่วนในช่วงวันที่ 27-31 ธ.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางจะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 5-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในวันที่ 26 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 27-31 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และส่วนในช่วงวันที่ 29-31 ธ.ค. ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (90.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (97.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (99.7 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 26-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ยลโฉมม้าน้ำจากทะเลสาบฝรั่งเศส

ชมภาพน่ารักๆ ม้าน้ำจมูกยื่นจากทะเลสาบในฝรั่งเศส



ภาพของม้าน้ำจมูกยื่น หรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า "ฮิปโปแคมปัส กัตตูลาตัส" (hippocampus guttulatus) นี้บันทึกจากทะเลสาบธอ (Thau lagoon ) ในฝรั่งเศส เมื่อกลางเดือน ธ.ค.2018 (BORIS HORVAT / AFP)




https://mgronline.com/science/detail/9610000127951
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 26-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


ตะลึง ซากวาฬบรูด้า ขนาดใหญ่มหึมา ไม่ต่ำกว่า 5 ตัน ลอยกลางทะเลอ่าวไทย



ตะลึง ซากวาฬบรูด้า ขนาดใหญ่มหึมา ไม่ต่ำกว่า 5 ตัน ลอยกลางทะเลอ่าวไทย
วันที่ 25 ธ.ค. 2561 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายอนุศักดิ์ ศรีทอง อายุ 34 ปี ว่า เมื่อวานเวลาประมาณ 08.00 น.(24 ธ.ค.6)ที่ผ่านตนเองพร้อมเพื่อนอีก 4 คน ได้นำเรือสปีตโบ๊ท ชวนกันไปตกปลากลางทะเล โดยตั้งใจว่าจะจอดเรือลอยลำตกไปเรื่อยเพื่อหาจุดที่ปลาชุกและกินเหยื่อที่ดีที่สุด แต่ก็ตั้งเป้าไปตกปลาจุดสุดท้าคือบริเวณแถวเกาะเต่า

นายอนุศักดิ์ กล่าวว่า แต่ระหว่างที่เปลี่ยนที่ตกปลาไปเรื่อยจนใกล้จะบ่ายแก่ๆแล้ว ทุกคนในเรือได้ลงความเห็นว่าไปลอยลำตกปลาที่เกาะเต่าที่เดียว ตนจึงได้แล่นเรือออกไปทันทีโดยมุ่งหน้าไปยังเกาะเต่า แต่เรือแล่นมาได้สักระยะหนึ่ง

แถวระหว่างเรือรบที่ปลดระวางแล้วนำมาจมทำเป็นปะการัง ห่างจากเกาะเต่าประมาณ 13 ไมล์ทะเล ก็เห็นเงาขนาดใหญ่ลอยตะคุ่มอยู่ไกลๆ จึงให้ทุกคนช่วยดู ก็นึกว่าเป็นเรือประมงพลิกคว่ำ จึงได้แล่นเรือเข้าไปดูก็พบว่าเงาที่เห็นไกลๆนั้นก็คือปลาวาฬบรูด้า ขาดใหญ่มหึมา

โดยดูแล้วน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 5 ตัน ยาวหลาย 10 เมตร ตนจึงได้ถ่ายภาพนิ่งพร้อมบันทึกวีดีโอไว้ แล้วนำไปโฟสต์ทางเฟสเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องสัตว์ทะเล ได้มาตรวจสอบและนำไปพิสูจน์สาเหตุการตายของเจ้าปลาวาฬตัวนี้

หลังจากที่ได้ถ่ายและได้โฟสต์ลงเฟสแล้ว ก็ได้นำเรือออกจากได้เพียง 4 ไมล์ ก็พบกับฝูงปลาวาฬบรูด้า ซึ่งตัวเล็กกว่าตัวที่ตายเพียงเล็กน้อย จำนวน 4 ตัว กำลังแหวกว่ายฮุบเหยื่ออยู่ แต่เพราะใกล้มืดจึงไม่ได้ถ่ายภาพอันสวยงามไว้

นายอนุศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตนเองพร้อมเพื่อนๆเป็นคนชอบตกปลามาก และจะหาเวลาที่ว่างจากภารกิจส่วนตัว ก็จะนัดกันนำเรือออกไปตกปลากลาทะเลอยู่บ่อยครั้ง และก็บ่อยครั้งที่มักจะเจอเจ้าฉลามวาฬและปลาวาฬบรูด้า ที่มักจะแหวกว่ายไล่กินปลาเล็กๆอยู่ จึงรู้สึกเสียดายและเสียใจเป็นอย่างมากที่เจ้ายักษ์ใหญ่แห่งอ่าวไทยต้องมาเสียชีวิตลง จะด้วยสาเหตุอะไรยังไม่รู้ แต่สิ่งที่ตนเองวิตกและกลัวมากก็คือจะเศษขยะจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้ายักษ์เสียชีวิตในครั้งนี้


https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_2005656

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 26-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก คม ชัด ลึก


โศกนาฏกรรม "เรือฟีนิกซ์" ล่มสะเทือนท่องเที่ยวไทย



นับเป็นโศกนาฏกรรมด้านการท่องเที่ยวทางทะเลของไทยในรอบปี 2561 และถือเป็นเหตุการณ์เรือล่มครั้งร้ายแรงในประวัติศาสตร์ด้วย จากเหตุการณ์ ?เรือฟีนิกซ์? ได้ล่มจมลงบริเวณเกาะเฮ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2561 จากคลื่นลมมรสุมแรง มีผู้โดยสารบนเรือจำนวน 97 คน ทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน และเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ถึง 47 คน โดยมีเรือประมงที่อยู่ใกล้บริเวณจุดเกิดเหตุได้เข้าช่วยเหลือผู้โดยสารจำนวนหนึ่งขึ้นจากทะเลได้ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือขึ้นที่ภูเก็ต ระดมสรรพกำลังทั้งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เครื่องมือรวมทั้งทีมนักประดาน้ำเพื่อค้นหานักท่องเที่ยวที่สูญหาย ทั้งการส่งเรือจากกองทัพและกู้ภัยโดยเฮลิคอปเตอร์รวมทั้งภารกิิจเก็บกู้ศพผู้เสียชีวิต ซึ่งรายสุดท้ายสามารถเก็บกู้ได้ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2561

จากเหตุดังกล่าว นายหลู่ เจี้ยน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจําประเทศไทย ได้เดินทางไปติดตามให้กำลังใจนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ประสบภัยจากเหตุการณ์เรือล่ม และยังมาติดตามความคืบหน้าของฝ่ายไทยในการค้นหาผู้สูญหาย พร้อมระบุว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และนายหลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีนได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและรัฐบาลจีนชื่นชมท่าทีของรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับการกู้ชีพกู้ภัยและช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ขณะเดียวกันมีนักดำน้ำชาวจีนที่เคยไปทางเหนือของประเทศไทยเพื่อช่วยเหลือในปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยถ้ำหลวงก็เดินทางไปภูเก็ตเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตจากเหตุเรือล่มเช่นกัน กระทั่งสามารถเก็บกู้ร่างผู้เสียชีวิตได้ทั้งหมด โดยหน่วยงานภาครัฐและบริษัทประกันภัยได้จ่ายเยียวยาให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนกว่า 63 ล้านบาท



เจ้าหน้าที่ได้กู้ซากเรือฟีนิกซ์เป็นผลสำเร็จเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งถือเป็นวัตถุพยานสำคัญในคดีขึ้นมาจากใต้ทะเล ที่ระดับความลึกประมาณ 45 เมตร และนำมาไว้ที่รัตนชัยคานเรือ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต เพื่อตรวจสอบและเก็บรายละเอียดของตัวเรือหาสาเหตุการเกิดอับปางโดยมีผู้เชี่ยวชาญเรือจากประเทศเยอรมนีมาร่วมตรวจสอบคู่ขนานไปกับทางการจีนซึ่งส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมด้วย

ผลการตรวจวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อเรือระบุว่าเรือลำดังกล่าวไม่ได้มาตรฐานจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรืออับปางและยังมีสาเหตุอื่นประกอบกัน ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือที่ต่อไม่ได้มาตรฐาน ประตูผนึกน้ำซึ่งปกติเรือลำขนาดนี้จะต้องมี 4 ประตู แต่เรือฟีนิกซ์มีเพียง 1 ประตูเท่านั้น กระจกรอบตัวเรือซึ่งไม่ได้ใช้กระจกมารีน ซึ่งสังเกตว่ามีผู้เสียชีวิตติดอยู่ในตัวเรือเป็นจำนวนมาก เพราะไม่สามารถทะลุกระจกออกมาได้ ส่วนของเครื่องยนต์เรือก็เช่นกันแทนที่จะใช้เครื่องยนต์มารีนแต่กลับไปใช้เครื่องยนต์รถสิบล้อแทนและสิ่งสำคัญคือมีการใช้ปูนมาถ่วงความสมดุลเพราะเป็นการต่อเรือที่ไม่ได้มาตรฐานโดยผลการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญตรงกับพิมพ์เขียวเรือและผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

อย่างไรก็ตามปฏิบัติการกู้เรือดังกล่าว มีผู้สังเวยชีวิต โดยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2561 นายนิพัฒน์ กลัดนาค อายุ 37 ปี นักประดาน้ำของบริษัทเอกชนเสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ภายหลังปฏิบัติหน้าที่กู้เรือจนได้รับบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 29 กันยายน 2561



ส่วนของการดำเนินคดีในเบื้องต้นมีจำนวน 3 ราย ได้แก่ 1.นายสมจริง บุญธรรม กัปตันเรือ 2.นายอ่อนจันทร์ กัณหาโยธี ช่างเครื่องประจำเรือ และ 3.น.ส.วรลักษณ์ ฤกษ์ชัยกาล อายุ 26 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท ที ซี บลู ดรีม จำกัด เจ้าของเรือฟีนิกซ์ โดยสอบสวนพบว่า น.ส.วรลักษณ์ มีแฟนหนุ่มเป็นชาวจีน และทำธุรกิจด้านไดวิ่งก่อนจะร่วมกันทำธุรกิจเรือด้วยกัน เจ้าหน้าที่จึงได้สอบขยายผลว่าเข้าข่ายลักษณะนอมินีและมีความเกี่ยวข้องกับทัวร์ศูนย์เหรียญ นอกจากนี้ยังแจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐ คือเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ไปแล้ว 1 ราย ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งแจ้งข้อกล่าวหาเจ้าของอู่ต่อเรือเนื่องจากไม่ใช่อู่ต่อเรือจริงเป็นแค่โรงกลึง ทั้งนี้จากพยานหลักฐานทั้งหมดที่รวบรวมได้เชื่อว่าจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในส่วนของเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งมีตำแหน่งที่สูงกว่านี้ได้ด้วย

จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนี้ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของไทย โดยวันที่ 9 กรกฎาคม หลังเกิดเหตุดังกล่าวไม่กี่วัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ภูเก็ตและตรวจเยี่ยมผู้บาดเจ็บตลอดจนตรวจดูการกู้ภัยช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ประสบภัย รวมทั้งสั่งการให้ยกเครื่องเรื่องระบบต่างๆ เนื่องจากปัจจุบันการท่องเที่ยวมีการเติบโตสูงมาก ดังนั้นจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงและมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาพยายามเพิ่มในส่วนของบุคลากรและอุปกรณ์ต่างๆ ให้มากขึ้นแต่ก็ยังไม่เพียงพอโดยเฉพาะกรณีที่เป็นเหตุการณ์ใหญ่ๆ ซึ่งจะมีการหารือกันต่อไปว่าจะต้องปรับปรุงอย่างไร รวมถึงความร่วมมือระหว่างประเทศด้วย

สิ่งสำคัญที่สุดคือความร่วมมือกันของผู้ประกอบการกิจการท่องเที่ยว เจ้าของเรือหรือเจ้าของบริษัทนำเที่ยว ซึ่งต้องเกี่ยวพันเชื่อมโยงกับข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐในการประกอบธุรกิจ ซึ่งจะต้องคำนึงถึงข้อกฎหมายและดูแลการประกอบการให้ถูกต้องทุกประการ เพื่อให้เกิดการลงทุนเพิ่มมากขึ้น เมื่อการท่องเที่ยวเติบโตมากขึ้น และคนยิ่งเข้ามามากความเสี่ยงก็จะยิ่งมากตามไปด้วย หากไม่ลงทุนหรือไม่มีการซักซ้อมหรือตรวจสอบที่รัดกุม ความสูญเสียก็จะเกิดขึ้นมากตามไปด้วย สิ่งเหล่านี้จะต้องมีการทบทวน

ขณะที่เหตุครั้งนี้ยังมีผลพวงที่กระทบการท่องเที่ยวของประเทศซ้ำไปอีก จากการที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ให้สัมภาษณ์ตอนหนึ่งเกี่ยวกับเหตุเรือฟีนิกซ์ล่มว่า ?เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คนจีนทำนักท่องเที่ยวจีนเอง สร้างเรือเอง ไม่ทำตามกฎของเรา แล้วจะให้เราเรียกอะไร ก็มันเป็นเรื่องของเขา? ภายหลังการให้สัมภาษณ์ปรากฏว่าชาวจีนจำนวนมากแสดงความไม่พอใจต่อการให้สัมภาษณ์ดังกล่าว กระทั่ง พล.อ.ประวิตร ได้ออกมาขอโทษพร้อมระบุว่าได้รับรายงานมาเช่นนั้น



ทั้งนี้หลังเกิดเหตุการณ์เรือล่มปรากฏว่านักท่องเที่ยวชาวจีนได้ลดลงเป็นจำนวนมาก รวมทั้งคนไทยและคนจีนต่างวิจารณ์โศกนาฏกรรมดังกล่าวถึงปัญหาการดูแลและระบบตรวจสอบ รวมถึงการกู้ภัยที่ขาดความรวดเร็วและเห็นว่าควรเพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้น ขณะที่รัฐบาลต้องใช้มาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีน เพื่อเพิ่มนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว พร้อมส่งรัฐมนตรีและหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าชี้แจงเหตุโศกนาฏกรรมตลอดจนการเยียวยาและมาตรการต่างๆ ที่ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยวกับทางการจีน เพื่อให้ความเชื่อมั่นของการท่องเที่ยวไทยกลับคืนมา

จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนี้ส่งผลให้รัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐต้องกลับมาทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวซึ่งจำเป็นต้องนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยตลอดจนการบูรณาการของหน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงภาคเอกชนหรือผู้ประกอบการด้วยเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพทั้งการตรวจสอบมาตรฐานยานพาหนะหรือเรือ ระบบติดต่อติดตาม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาคเอกชนต้องโปร่งใสไม่หลบเลี่ยงกฎหมาย และเจ้าหน้าที่รัฐต้องไม่แสวงผลประโยชน์ในทางที่ผิด นอกจากนี้ในเรื่องการกู้ภัยก็จำเป็นเช่นกันต้องยกระดับให้ทันสมัยรวดเร็วฉับไวทันเหตุการณ์เพื่อไม่ให้เกิดเหตุสลดซ้ำขึ้นอีก ซึ่งจะมีผลพวงกระเทือนถึงภาพรวมและความเชื่อมั่นการท่องเที่ยวไทยไปด้วย


http://www.komchadluek.net/news/scoop/356811#cxrecs_s

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 26-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


ผู้เชี่ยวชาญ เผยดินถล่มใต้ทะเล ต้นเหตุสึนามิถล่มอินโดฯ ยันไม่กระทบไทย

กรณีสึนามิถล่มแนวชายฝั่งรอบช่องแคบซุนดา ระหว่างเกาะสุมาตราและเกาะชวา ของอินโดนีเซีย เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต และผู้สูญหายเป็นจำนวนมาก ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่ามีความแตกต่างจากการเกิดสึนามิครั้งก่อน ๆ และเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก



วันนี้ (25 ธ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดสึนามิ ที่ประเทศอินโดนีเซีย ครั้งนี้ คาดว่าเกิดจากดินถล่มใต้ทะเล ซึ่งเป็นผลจากการปะทุรุนแรงของ ภูเขาไฟ อานัก กรากะตัว (Anak Krakatau) ถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนัก เนื่องจากสึนามิส่วนใหญ่มักเกิดจากแผ่นดินไหว ซึ่งทุ่นเตือนสึนามิ และระบบไซเรนเตือนภัยจะต้องทำงาน แต่เมื่อมันเกิดจากดินถล่มใต้ทะเล จึงไม่มีสัญญาณบ่งชี้ล่วงหน้าให้คนบนฝั่งได้เตรียมตัว ประกอบกับเหตุเกิดขึ้นในช่วงค่ำ ทำให้ประชาชนมองไม่เห็นคลื่นที่ซัดเข้ามา รวมถึงไม่เห็นเส้นทางที่จะหนีเพื่อความปลอดภัย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ภูเขาไฟ ?กรากะตัว? ระเบิด เกิดสึนามิถล่มอินโดฯ ดับ 43)

ขณะที่โฆษกสำนักบริหารจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของอินโดนีเซีย ชี้แจงว่า ที่ประชาชนไม่ได้รับสัญญาณเตือนล่วงหน้า อาจเป็นเพราะทุ่นเตือนภัยสึนามิไม่ได้ใช้งานเลย นับตั้งแต่ติดตั้งหลังเกิดสึนามิปลายปี 2012 ประกอบกับการขาดงบประมาณซ่อมบำรุง และถูกปล่อยปละละเลย ทางการจึงควรเร่งยกระดับระบบเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพกว่านี้ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดสึนามิครั้งใหม่ในช่องแคบซุนดา เนื่องจากภูเขาไฟ อานัก กรากะตัว ยังปะทุต่อเนื่อง (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผู้เชี่ยวชาญเตือนอินโดฯเสี่ยงเจอสึนามิซ้ำ ตายพุ่ง 281 คน)



ด้าน นายธฤต ธนสิวะวงษ์ หรือ มิสเตอร์วอป (Mr.VOP) ผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติ อธิบายสาเหตุการเกิดสึนามิครั้งนี้ ว่า สึนามิที่ช่องแคบซุนดาครั้งนี้แตกต่างจากสึนามิที่เรารู้จักกัน ซึ่งโดยมากจะเกิดจากการสั่นสะเทือนในแนวตั้ง หรือแผ่นดินไหว แต่กรณีนี้ มาจากการถล่มของหิน หรือดินด้านข้างปล่องภูเขาไฟ แล้วตกลงไปในน้ำแล้วทำให้เกิดคลื่น และในกรณีนี้จะมีวงรัศมีคลื่นอยู่ในระยะไม่ไกล และไม่ส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทยตามที่หลายฝ่ายกังวล (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: ย้อนรอย! ?ภูเขาไฟกรากะตัว? ปะทุ ?สึนามิ? ถล่มอินโดนีเซีย)

ขณะเดียวกันที่จังหวัดกระบี่ มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เดินทางมาลงเรือโดยสารนำเที่ยว ที่บริเวณชายหาดนพรัตน์ธารา ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ เพื่อเดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ โดยส่วนใหญ่ ไม่วิตกกังวล หลังเกิดสึนามิที่ช่องแคบซุนดา


ปธ.สภาอุตสาหกรรมกระบี่ จี้ตรวจเช็คระบบเตือนภัยสึนามิ

อย่างไรก็ตาม นายเอกวิทย์ ภิญโญธรรมโนทัย ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่ ขอให้มีการตรวจเช็คอุปกรณ์ ระบบแจ้งเตือนภัยสึนามิที่ติดตั้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ในจังหวัดกระบี่ เพื่อให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน รวมทั้งปรับปรุงเส้นทางหนีภัย ตามสถานที่ต่างๆ เช่น บนเกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ ที่สภาพชำรุด มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างบดบังเส้นทางคับแคบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว เนื่องจากเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา




มท.1 ยอมรับมีทุ่นเตือนสึนามิถูกเรือประมงลากเสียหาย 1 ทุ่น

นอกจากนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยอมรับว่า ทุ่นที่ใช้รับสัญญาณคลื่นสึนามิที่ประเทศไทย มีอยู่ 2 ทุ่นนั้น มี 1 ทุ่นถูกเรือประมงลากไปในทะเลเสียหาย ล่าสุดเตรียมติดตั้งใหม่ช่วงต้นปีหน้าเพื่อให้พร้อมใช้งาน แต่ประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเราไม่ได้ใช้สัญญาณจากทุ่นของเราอย่างเดียวยังมีองค์กรอื่น ๆ และหน่วยงานข้างเคียง ซึ่งจะทำงานร่วมกันกับระบบแจ้งเตือนภัยในพื้นที่ ซึ่งได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ซักซ้อมความพร้อมของเจ้าหน้าที่ และเครื่องมือ โดยแบ่งซ้อมเป็นพื้นที่ ขอให้มั่นใจว่ามีความพร้อมรับมือ

ทั้งนี้ส่วนที่องค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ ได้จัดเตรียมสถานที่บริเวณประติมากรรมปลาใบ ริมเขื่อนเกาะพีพี เพื่อจัดงานรำลึก 14 ปี สึนามิในมหาสมุทรอินเดีย ในวันพรุ่งนี้ (26 ธ.ค.61) โดยได้นำภาพถ่ายของผู้เสียชีวิต และสูญหายจากเหตุการณ์สึนามิพัดถล่มเกาะพีพีมาจัดแสดงภายในงาน และจัดเตรียมสถานที่วางดอกไม้เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิต ขณะที่นักประดาน้ำจะนำพวงมาลัยโลหะ ไปวางที่อนุสรณ์สถานใต้น้ำบริเวณอ่าวหน้าเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ซึ่งเฉพาะจุดนี้มีผู้เสียชีวิต 722 คน สูญหาย 587 คน


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/95531

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:06


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger