เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 27-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,680
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพฤหัสบดีที่ 27 ธันวาคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงและลมกระโชกแรงไว้ด้วย สำหรับภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว บริเวณยอดดอยมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออกมีอากาศเย็น สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนบางแห่งในระยะนี้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 27 ธ.ค. 61 - 1 ม.ค. 62 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลางจะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 5-7 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 27-31 ธ.ค. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และส่วนในช่วงวันที่ 29 ธ.ค. 61 - 1 ม.ค. 62 ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้(ตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2561 - 2 มกราคม 2562)" ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 27 ธันวาคม 2561

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือในคืนนี้ (27 ธ.ค. 61) และจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 28 ธ.ค. 2561- 2 ม.ค. 2562 ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ จะทำให้มีผลกระทบดังนี้

ในช่วงวันที่ 27-29 ธันวาคม 2561 ประเทศไทยตอนบน จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้น

ส่วนในช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2561 - 2 มกราคม 2562 อากาศจะหนาวเย็นลง อุณหภูมิลดลง 5-7 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย

สำหรับภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปจะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย ส่วนบริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2561 - 2 มกราคม 2562

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (88.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (98.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (209.5 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 27-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,680
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เฮ! พบเต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่หาดท้ายเหมือง จ.พังงา อีกหลุม เกือบ 100 ฟอง

พังงา - พบเต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่ในพื้นที่วัดท่าไทร ต.ท้ายเหมือง จ.พังงา อีก 1 หลุม มีไข่จำนวน 80-100 ฟอง เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังหลุม รอฟักเป็นตัวอีก 60 วัน



วันนี้ (26 ธ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายประถม รัศมี ผอ.สบทช.8 ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง จ.พังงา ได้รับแจ้งจาก นายอุไร และนางมณี นาหาญ ซึ่งเป็นชาวบ้านในพื้นที่วัดท่าไทร ต. ท้ายเหมือง อ. เมือง จ. พังงา ว่า พบรอยเดินของเต่าทะเลที่ขึ้นมาวางไข่ นักวิชาการจากศูนย์วิจัยและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ร่วมกับ สบทช.8 เข้าตรวจสอบ

พบหลุมไข่เต่ามะเฟืองจากร่องรอยการขึ้นวางไข่ วัดความกว้างระหว่างปลายขาคู่หน้าได้ 160 ซม. ความกว้างช่วงอก 100 ซม. หลุมไข่เต่ามีความลึก 75-110 ซม. มีไข่ จำนวน 80-100 ฟอง เจ้าหน้าที่กลบฝังไข่เต่าที่เดิมและได้ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิ เพื่อติดตามการพัฒนาการของไข่เต่า



สำหรับมาตรการเฝ้าคุ้มครองไข่เต่า ได้กั้นเขตเพื่อป้องกันสัตว์และไม่ให้คนเข้าไปรบกวน ติดตั้งกล้องวงจรปิด และร่วมมือกับท้องถิ่นในการเฝ้าระวังเป็นเวลา 2 เดือน รวมถึงการจัดกำลังเฝ้าติดตามการวางไข่ครั้งต่อไป

สำหรับหลุมไข่นี้เมื่อเปรียบเทียบกับการขึ้นวางไข่ที่หาดคึกคัก เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2561 พบว่า อยู่ในช่วงกำหนด 10 วันของการขึ้นวางไข่อีกครั้ง จึงอาจเป็นไปได้ว่าเป็นเต่ามะเฟืองตัวเดียวกัน แต่เมื่อดูข้อมูลระยะทางที่ห่างมากกว่า 30 กม. และความกว้างร่องอกที่ใหญ่กว่าเล็กน้อย ก็อาจเป็นไปได้ที่จะเป็นเต่ามะเฟืองคนละตัว


https://mgronline.com/south/detail/9610000128068


*********************************************************************************************************************************************************


พบแม่เต่ามะเฟืองวางไข่อีก นักวิชาการทางทะเลยกเป็นของขวัญสุดเจ๋ง

แม่เต่ามาเฟืองขึ้นมาวางไข่บนชายหาด จังหวัดพังงา รอบ 2 ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการทางทะเล ยกเป็นของขวัญสุดเจ๋ง วอนรักษาความสะอาดอย่างต่อเนื่อง



วันนี้ (26 ธ.ค.) ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ?Thon Thamrongnawasawat? หรือ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์รูปภาพเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบไข่เต่ามะเฟืองเต่าทะเลใหญ่ที่สุดในโลกและหายากที่สุดของไทย บนชายหาดบริเวณบ้านท่าไทร อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ห่างจากการวางไข่ก่อนหน้านี้ประมาณ 30 กิโลเมตร มีชาวบ้านในบริเวณดังกล่าวเข้ามาแจ้งเจ้าหน้าที่หลังพบร่องรอยการวางไข่ของแม่เต่ามะเฟือง

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ยืนยันว่าเป็นตัวเดิมที่เคยขึ้นมาวางไข่ก่อนหน้านี้หรือไม่ แต่ถึงอย่างไรก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี พร้อมกับวอนให้ประชาชนช่วยกันรักษาความสะอาดของชายหาดและท้องทะเล เพื่อป้องกันไม่ให้แม่เต่ามะเฟืองกินขยะจำพวกถุงพลาสติกเป็นอาหาร

จากเรื่องราวของโพสต์ดังกล่าว ได้มีชาวเน็ตเข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับการวางไข่เพิ่มของแม่เต่ามะเฟืองเป็นจำนวนมาก และมียอดแชร์โพสต์นี้แล้วกว่า 1,400 ครั้ง




https://mgronline.com/onlinesection/.../9610000128088

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 27-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,680
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


สุดตื่นเต้น ฉลามวาฬบุกเกาะยาวน้อย จ.พังงา ว่ายน้ำอวดโฉมพร้อมกัน 11 ตัว

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - แชร์สนั่น! คลิปสุดตื่นเต้น ฉลามวาฬโผล่อวดโฉมทั้งฝูงมากเป็นประวัติการณ์ 11 ตัว หน้าเกาะยาวน้อย จ.พังงา ระบุโชว์ตัวจุดเดิมทุกวัน ขณะที่ประมงกมลา จ.ภูเก็ต พบ 2 ตัว ว่ายน้ำใกล้เรือ



แชร์สนั่น! หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Pongpan Tepparak โพสต์คลิปวิดีโอ และภาพนิ่ง ซึ่งเป็นภาพฉลามวาฬฝูงใหญ่กำลังว่ายน้ำหากินอาหารในทะเล โดยไม่เกรงกลัวเรือที่แล่นเข้าไปใกล้ๆ และยังว่ายน้ำเข้ามาหาเรือตลอดเวลา โดยผู้โพสต์ ระบุว่า "พบฉลามวาฬมากกว่า 10 ตัว เกาะยาวน้อยบ้านเรายังสมบูรณ" ซึ่งหลังจากนั้น ได้มีการแชร์ข้อความและภาพออกไปเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามไปยังเจ้าของเฟซบุ๊กซึ่งเป็นพนักงานขับเรือของบริษัทนำเที่ยวแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ภาพและคลิปดังกล่าวเป็นภาพที่ถ่ายได้เมื่อช่วงวันศุกร์ และวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าเกาะยาวฝั่งตะวันออก ซึ่งเป็นด้านหน้าของโรงแรมชื่อดัง รวมทั้งบริเวณเกาะห้อง อ่าวพังงา ซึ่งช่วงนี้จะพบฉลามวาฬว่ายน้ำมาอวดโฉมให้ได้ชมทุกวัน

แต่วันที่รู้สึกตื่นเต้นมากที่สุดในชีวิต คือ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นครั้งแรกในชีวิตที่พบฝูงฉลามวาฬฝูงใหญ่ ที่ว่ายน้ำกันออกมาโชว์ตัวมากถึง 11 ตัว เพราะก่อนหน้านี้ ตนพบฉลามวาฬว่ายน้ำหากินอยู่บริเวณเกาะห้อง อ่าวพังงา และฝั่งจังหวัดกระบี่ บ่อย แต่มากสุดไม่เกิน 2 ตัว แต่ครั้งนี้เป็นการพบมากถึง 11 ตัว ซึ่งมีตัวขนาดใหญ่ความยาวประมาณ 10 เมตร ประมาณ 3 -4 ตัว ส่วนที่เหลือขนาดจะลดหลั่นกันมา

เจ้าของเฟซบุ๊กกล่าวต่อไปว่า ตลอดทั้งปีนี้พบฉลามวาฬออกมาว่ายน้ำหากินบ่อยมาก โดยเฉพาะช่วงนี้พบเกือบทุกวัน ที่บริเวณหน้าเกาะยาว ซึ่งตนจะนำเรือออกไปดูเกือบทุกวัน เพราะรู้สึกมีความสุขทุกครั้งที่ได้พบฉลามวาฬออกมาว่ายน้ำอวดโฉมให้เห็น และสาเหตุที่พบฉลามวาฬมากขึ้น เชื่อว่าเกิดจากความสมบูรณ์ของท้องทะเล และคนส่วนใหญ่รู้และให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ทำร้ายฉลามวาฬ และสัตว์ทะเลอื่นๆ ทำให้ฉลามวาฬไม่กลัว กล้าที่จะว่ายน้ำเข้ามาใกล้เรือและเล่นกับคนมากขึ้น

ขณะที่วานนี้ (25 ธ.ค.) ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต มีการโพสต์เฟซบุ๊ก ส่วนตัว Niruj Kdtv Kamala ซึ่งโพสต์ภาพฉลามวาฬ และข้อความระบุ เรือตกปลาของชาวกมลา พบฉลามวาฬ 2 ตัว ว่ายน้ำป้วนเปี้ยนข้างเรือหน้าอ่าวกมลาห่างจากฝั่งกมลาประมาณ 3 ไมล์ทะเล (ภาพต้นฉบับชารีพหัวควน) ซึ่งหลังจากมีการโพสต์ภาพและข้อความดังกล่าวออกไป ปรากฏว่ามีคนเข้ามาชมและแชร์ข้อความและภาพดังกล่าวจำนวนมาก




https://mgronline.com/south/detail/9610000128153
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 27-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,680
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


เจออีกแล้ว! เต่ามะเฟืองวางไข่ชายหาดพังงาครั้งที่ 2 ในรอบ 10 วัน



26 ธ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายมงคล ลิ่ววิริยกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมืองว่า ได้รับแจ้งจากนายอุไร นาหาญ และ นางมณี นาหาญ ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ว่าเมื่อช่วงเช้าได้พบรอยเดินของเต่าทะเลขนาดใหญ่ขึ้นวางไข่บนชายหาดใกล้กับวัดท่าไทร จึงรีบนำเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบพร้อมด้วย นายประถม รัศมี ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 (สบทช.8) นายสุนทร วิมาน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาเตย ฝ่ายปกครองอำเภอท้ายเหมือง นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) นักวิชาการจากศูนย์วิจัยและทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน เข้าตรวจสอบพบหลุมไข่เต่ามะเฟือง

จากการตรวจร่องรอยการขึ้นวางไข่ โดยวัดขนาดความกว้างระหว่างปลายขาคู่หน้าได้ 160 เซนติเมตร ความกว้างช่วงอก 120 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม หลุมไข่เต่ามีความลึก 75-110 เซนติเมตร คาดว่ามีไข่ประมาณ 80-100 ฟอง เจ้าหน้าที่กลบฝังไข่เต่าที่เดิมและได้ติดตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิเพื่อติดตามการพัฒนาการของไข่เต่า สำหรับมาตรการเฝ้าคุ้มครองไข่เต่าได้กั้นเขตเพื่อป้องกันสัตว์และไม่ให้คนเข้าไปรบกวน โดยติดตั้งกล้องวงจรปิด พร้อมร่วมมือกับอำเภอท้ายเหมืองและ อบต.นาเตย ในการเฝ้าระวังเป็นเวลา 2 เดือน รวมถึงการจัดกำลังเฝ้าติดตามการวางไข่ครั้งต่อไป

ทั้งนี้ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญทะเลไทย ได้เดินทางลงพื้นที่ภายหลังรับทราบว่ามีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่อีกครั้งในรอบ 10 วัน โดยเมื่อวันที่ 17 ธันวาคมที่ผ่านมา พบเต่าทะเลวางไข่บริเวณชายหาดเขาหลัก ตำบลคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา



ผศ.ดร.ธรณ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ ?Thon Thamrongnawasawat ระบุว่า "แม่เต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่อีกแล้วครับ หนนี้เป็นที่บ้านท่าไทร อำเภอท้ายเหมือง พังงา ห่างจากจุดเดิม 39 กม. ยังคงเป็นเขตนอกอุทยานเหมือนครั้งแรก เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลฯ เข้าพื้นที่เพื่อดูแลแล้ว โดยมีทีมงานจากกรมอุทยานช่วยสนับสนุน ผมบินด่วนลงมาพื้นที่แล้วครับ แม่เต่าวางไข่ตอนตีห้าครึ่ง เหนือระดับน้ำขึ้นสูงสุด เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้ว ไม่ต้องย้ายไข่เหมือนครั้งแรก (ครั้งแรกแม่เต่าวางไข่ในจุดที่ระดับน้ำขึ้นถึง จึงจำเป็นต้องย้าย)

ตอนนี้ยังไม่มั่นใจว่าเป็นแม่เต่าตัวเดิมหรือตัวใหม่ รอข้อมูลยืนยันอีกครั้ง แม่เต่าตัวเดิมกระดองกว้าง 90 เซนติเมตร วัดได้แน่นอนเพราะเราเจอตัว แต่ตัวนี้ประเมินจากรอยกว้าง 1 เมตร แต่เป็นการดูจากรอยอาจผิดพลาดได้นิดหน่อย เราไม่ได้วัดจากตัวเพราะไม่มีใครเจอตัว ชาวบ้านเจอแต่รอยจึงรีบมาบอก หากเป็นตัวเดิม ปกติแม่เต่าจะขึ้นวางไข่ 10-12 วันครั้ง หวังว่ายังจะมีหนต่อไป ถ้าเป็นตัวใหม่ ยิ่งต้องดูแลให้หนัก เพราะเรามีหวังกับลูกเต่าเพิ่มขึ้นอีกมาก

ด้านนายมงคล ลิ่ววิริยกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง เปิดเผยว่า เต่ามะเฟืองตัวนี้ เป็นตัวแรกในรอบ 5 ปี ที่กลับขึ้นมาวางไข่ในโซนหาดท้ายเหมืองอีกครั้งหนึ่ง เพราะพบครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2556 คาดว่าเป็นเพราะธรรมชาติที่กลับมาสมบูรณ์ และมีการจัดการเรื่องปัญหาขยะในทะเลมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้ที่พบจะได้รับรางวัลเป็นเงินสด 20,000 บาท จากโครงการความร่วมมือกันของกองทุนอนุรักษ์เต่าทะเลและถิ่นอาศัย มูลนิธิอนุรักษ์เต่าทะเลหาดไม้ขาวศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 2 จังหวัดภูเก็ต และอุทยานฯเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ซึ่งจะมอบรางวัลให้กับผู้ที่พบเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ในพื้นที่หาดท้ายเหมือง จ.พังงา จนถึงหาดไม้ขาว จ.ภูเก็ต ในอัตราเต่าขนาดเล็กรังละ 10,000 บาท เต่าขนาดใหญ่รังละ 20,000 บาท


https://www.thaipost.net/main/detail/25146

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 27-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,680
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


"บาหลี" แบนพลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ตั้งเป้าลดขยะในทะเล 70 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 62


(Photo by SONNY TUMBELAKA / AFP)

รอยเตอร์สรายงานว่า "เกาะบาหลี" เกาะท่องเที่ยวชื่อดังของอินโดนีเซีย ออกระเบียบแบนพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเช่น ถุงพลาสติก กล่องโฟม และหลอดพลาสติก หวังลดมลพิษทางทะเล

Wayan Koster ผู้ว่าราชการบาหลี กล่าวว่า นโยบายแบนพลาสติกในครั้งนี้ตั้งเป้าที่จะลดของเสียจากพลาสติกที่ลงสู่ทะเล 70 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2562

"นโยบายนี้มีวัตถุประสงค์ไปที่ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ซัพพลายเออร์และภาคธุรกิจ รวมถึงบุคคลทั่วไปเพื่อลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว" ผู้ว่าฯระบุและว่า

พวกเขาเหล่านี้จะต้องใช้วัสดุอื่นๆทดแทนการใช้พลาสติก และหากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งนโยบายดังกล่าวจะถูฏริบใบอนุญาตประกอบการทางธุรกิจ หรืออาจจะไม่ได้รับยการขยายใบอนุญาตประกอบการ

ทั้งนี้นโยบายดังกล่าวให้เวลาผ่อนผันเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามพบว่าขยะที่เกิดขึ้นบนเกาะบาหลีนั้น 80 เปอร์เซ็นต์มาจากผู้ประกอบการและคนบนเกาะเอง

ทั้งนี้เมื่อปีที่ผ่านมาอินโดนีเซียได้มีแผนปฏิบัติการระดับชาติ โดยทุ่มเงินสูงถึง 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อลดปริมาณขยะในมหาสมุทร 70 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2568


https://www.prachachat.net/aseanaec/news-270564

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 27-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,680
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


ข่าวดี ! รอบ 2 เต่ามะเฟืองวางไข่หาดท้ายเหมือง



ชาวบ้านแจ้งเบาะแส พบเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ชายหาด อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา เจ้าหน้าที่ ทช.-อุทยาน เข้าตรวจสอบพบร่องรอยแม่เต่ามะเฟืองขนาดใหญ่ 1.6 เมตร วางไข่ 80-100 ฟอง ระบุไม่ย้ายหลุม แต่เฝ้าระวัง โดยถือเป็นครั้งที่ 2 ในเดือน ธ.ค.นี้ที่เจอเต่าขึ้นวางไข่

วันนี้(26 ธ.ค.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กอุทยานแห่งชาติศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติ ทางทะเลที่ 2 จ.ภูเก็ต รายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น.อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ที่ 6 บ้านท่าแตง (วัดท่าไทร) อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พบร่องรอยการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเล จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบพบว่าเป็นการขึ้นวางไข่ของเต่ามะเฟือง วัดรอยความกว้างของกระดองส่วนท้องได้ 1 เมตร ความกว้างพายได้ 1.6 เมตร จากการสอบถามผู้พบเห็น นางอุไร นาหาญ แจ้งว่าเจอรอยเมื่อเวลาประมาณ 05.30 น. ขณะทำการหาปลาบริเวณริมฝั่ง แต่ไม่พบเห็นตัว


ภาพ: ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเล ที่ 2 จ.ภูเก็ต

เนื่องจากพื้นที่ที่พบการขึ้นวางไข่ อยู่นอกเขตอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง จึงได้มีการประสานไปยังเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) มาร่วมตรวจสอบและเฝ้าระวัง

โดยเจ้าหน้าที่ได้ขุดหลุมไข่เต่า เพื่อตรวจสอบพบว่ามีการวางไข่ จำนวน 80-100 ฟอง วัดความลึก ของหลุมไข่เต่าได้ 75-110 เซนติเมตร และฝังอุปกรณ์สำหรับบันทึกค่าอุณหภูมิ เพื่อเก็บเป็นข้อมูลตลอดระยะเวลาก่อนการฟักไข่ ซึ่งจากการตรวจสอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ประเมินแล้วว่าน้ำท่วมไม่ถึงหลุมไข่เต่า จึงจะปล่อยให้ฟักตามธรรมชาติ โดยกั้นพื้นที่และมีผู้เฝ้าดูแลตลอดระยะเวลาจนกว่าไข่จะฟักตัว ในช่วงอีก 2 เดือน



ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา พบเต่ามะเฟือง พบเต่ามะเฟืองขนาดใหญ่ 1.25 เมตร ขึ้นมาวางไข่บนชายหาดเขาหลัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ที่ด้านหน้าโรงแรมเขาหลัก ออร์คิด เมื่อวางไข่เสร็จก็ค่อยๆ คลานกลับลงสู่ท้องทะเล เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังกั้นแนวเขตหลุมไข่เต่าไว้ พบมีจำนวนไข่เต่า 89 ฟองที่ย้ายไปในจุดที่น้ำท่วมไม่ถึงและจัดเจ้าหน้าที่เฝ้า จนกว่าเต่าจะฟักเป็นตัว

โดยการขึ้นมาวางไข่ของเต่ามะเฟืองที่หาดเขาหลัก จ.พังงา ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี และการเจอไข่เต่ารังที่ 2 ที่หาดท้ายเหมือง ห่างจากพื้นที่เดิมในเขตทะเล จ.พังงา จึงเป็นข่าวดีรอบที่ 2


https://news.thaipbs.or.th/content/276552

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 27-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,680
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


ชี้ไทย "เสี่ยงน้อย" คลื่นยักษ์ถล่มจากภูเขาไฟทะเลอันดามัน

พล.อ.อนุพงษ์ กำชับเตรียมความพร้อมระบบเตือนภัยจากสึนามิ ซักซ้อมคนแต่ต้องไม่ทำให้แตกตื่น ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงข่าวลือเตือน 9 จังหวัดอันดามัน อ่าวไทย ระวังซ้ำรอยคลื่นยักษ์ถล่มอินโดนีเซีย ยืนยันไทยเสี่ยงน้อยจะได้รับผลกระทบจากภูเขาไฟปะทะในทะเลอันดามัน



วันนี้ (26 ธ.ค.2561) หลังเกิดคลื่นสึนามิพัดถล่มช่องแคบซุนดาของอินโดนีเซียจากสาเหตุภูเขาไฟอานัก กรากาเตา ปะทุและเกิดดินถล่มใต้ทะเล ทำให้ให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเตรียมพร้อมของไทยว่า ระบบแจ้งเตือนของไทยมี 2 ทุ่นอยู่ในทะเล แต่ทุ่นหนึ่งได้ติดกับเรือประมงไป

ขณะนี้เตรียมจะไปติดตั้งใหม่ประมาณเดือนม.ค.2562 อย่างไรก็ตาม แหล่งที่ได้สัญญาณการเกิดสึนามิไม่ได้มาจากทุ่นของไทยเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้จากข้อมูลในส่วนของต่างประเทศต่างๆ เมื่อมีสัญญาณมาแล้วว่าจะมีการเกิดสึนามิในพื้นที่ไหนจะมีการแจ้งเตือนทันที

ส่วนระบบแจ้งเตือนประชาชนในหอกระจายข่าว ก็มีการตรวจสอบตลอดเวลา ขณะนี้หอกระจายข่าวพร้อมระบบที่จะรับสัญญาณและแจ้งเตือนไปในพื้นที่ก็อยู่ในสภาพที่ใช้ได้ ส่วนการซักซ้อมได้ให้นโยบายไปให้เพิ่มความถี่ในการซักซ้อม ความพร้อมของเจ้าหน้าที่และเครื่องมือ แต่ต้องระวังไม่ให้คนแตกตื่น โดยอยากให้ซ้อมเป็นพื้นที่ย่อยเพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดเหตุการณ์สึนามิ สามารถจะแจ้งเตือนประชาชนและอพยพได้ทันเวลา ตอนนี้ไม่มีอะไรต้องกังวล

ขณะที่นายเอกวิทย์ ภิญโญธรรมโนทัย ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จ.กระบี่ กล่าวว่า ขอให้มีการตรวจเช็กอุปกรณ์ ระบบแจ้งเตือนภัยสึนามิที่ติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และปรับปรุงเส้นทางหนีภัย เช่น บนเกาะพีพี ที่มีสภาพชำรุด มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างบดบัง เส้นทางคับแคบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว เนื่องจากเหตุไม่คาดฝันอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา




ชี้แจงไทยเสี่ยงน้อยสึนามิจากภูเขาไฟ

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ออกหนังสือชี้แจงกรณีที่นักวิชาการ ระบุว่า มี 9 จังหวัดของภาคใต้ที่มีพื้นที่ติดทะเลอันดามัน และอ่าวไทย คือ จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพรมีโอกาสจะเกิดคลื่นยักษ์แบบเดียวกับภูเขาไฟ อานักกรากาเตา ที่ปะทุขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทําให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก และเกิดความสับสนเกี่ยวกับข่าวสารที่ไม่เป็นความจริง

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา ขอชี้แจงว่า แนวภูเขาไฟที่มีอยู่บริเวณทะเลอันดามัน มีความแตกต่างทั้งทางด้านลักษณะ ทางกายภาพ ระยะทางของแหล่งกําเนิดถึงชายฝั่งที่มากกว่าความลึกและลักษณะของท้องทะเลและขอบของชายฝั่งที่ ลึกกว่า

ตลอดจนพฤติกรรมของการเกิดภูเขาไฟแถบนี้ที่เกิดน้อยกว่า ซึ่งมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงและไม่สามารถ เทียบเคียงบริบทกับเหตุการณ์คลื่นสึนามิที่ประเทศอินโดนีเซียนี้ได้ ประเทศไทยจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดภัย ลักษณะดังกล่าวน้อยกว่า และมีผลกระทบน้อยเช่นกัน โดยปัจจัยหลักที่จะทําให้เกิดคลื่นสึนามิเคลื่อนเข้าหาฝั่งที่มีผลกระทบรุนแรงเกิดขึ้นมาจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในทะเล

ซึ่งหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่เมื่อ พ.ศ.2547 ภาครัฐได้ลงทุนและพัฒนาระบบการตรวจวัดแผ่นดินไหวของไทยให้มีศักยภาพและมาตรฐานสากลในปัจจุบัน และมีเครื่องมือหลากหลายชนิดเพื่อติดตามการเกิดแผ่นดินไหวในภูมิภาคนี้ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วและแม่นยํา

อีกทั้งการประสานความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในการทํางานข้อมูล และ บริหารจัดการอย่างเป็นระบบ จึงขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาเท่านั้น และขอความ รวมมือต่อข้อความที่มาจากแหล่งที่ไม่มีข้อมูลอ้างอิงและขาดความน่าเชื่อถือ


https://news.thaipbs.or.th/content/276555

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 27-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,680
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


ญี่ปุ่นเตรียมกลับมาล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์ในปีหน้า

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศจะดำเนินการถอนตัวจากการเป็นสมาชิกคณะกรรมการล่าวาฬระหว่างประเทศ หรือ IWC และจะกลับมารื้อฟื้นการล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์อีกครั้งตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีหน้าเป็นต้นไป



นายโยชิเดะ ซูกะ หัวหน้าโฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น แถลงว่า ญี่ปุ่นจะแจ้งเรื่ิองนี้ต่อ IWC อย่างเป็นทางการภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะทำให้การถอนตัวมีผลตั้งแต่ 30 มิถุนายนปีหน้า นั่นหมายความว่า ญี่ปุ่นจะสามารถฆ่าวาฬมิงค์และวาฬสายพันธุ์อื่นๆที่อยู่ในบัญชีสัตว์คุ้มครองของ IWC ได้

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่า การล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์ของญี่ปุ่น จะจำกัดเฉพาะในเขตน่านน้ำญี่ปุ่นและเขตเศรษฐกิจจำเพาะเท่านั้น ไม่รวมเขตมหาสมุทรแอนตาร์กติกและเขตขั้วโลกใต้ การประกาศถอนตัวจาก IWC มีขึ้น หลังจากที่ญี่ปุ่นไม่สามารถทำให้ IWC อนุญาตให้ญี่ปุ่นกลับมาล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์ได้ แต่ก็ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่เหนือความคาดการณ์ เนื่องจากที่ผ่านมา ญี่ปุ่นก็เคยออกมาขู่หลายครั้งว่าจะถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของ IWC

ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสิ่งแวดล้อมของออสเตรเลีย ได้ออกมาแสดงความผิดหวังกับการตัดสินใจของญี่ปุ่น โดยยืนยันว่าออสเตรเลียยังคงคัดค้านการล่าวาฬทุกรูปแบบ ไม่เว้นแม้แต่การล่าเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เช่นเดียวกับ กรีนพีซ ญี่ปุ่น ที่เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาตัดสินใจใหม่อีกครั้ง เพราะเสี่ยงจะเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และอาจกระทบกับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมกลุ่มประเทศ G20 ในเดือนมิถุนายนปีหน้าด้วย

ทั้งนี้ IWC ได้ออกคำสั่งห้ามการล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์มาตั้งแต่ปี 1986 หลังพบว่ามีวาฬบางชนิดที่เสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นได้อาศัยช่องโหว่ล่าวาฬเรื่อยมา โดยอ้างว่าเป็นไปเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ แต่กลับนำเนื้อที่ล่ามาได้ไปวางขายตามภัตตาคารทั่วไป ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นก็ยังพยายามผลักดันให้ IWC ยกเลิกคำสั่งห้ามล่าวาฬเพื่อการค้า โดยอ้างว่าวาฬส่วนใหญ่ไม่เสี่ยงใกล้สูญพันธุ์แล้ว

สำหรับการล่าและการกินเนื้อวาฬ ถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการกินอาหารของชาวญี่ปุ่นที่มีมานานหลายศตวรรษ ชาวญี่ปุ่นบางส่วนจึงเชื่อว่าพวกเขามีสิทธิ์โดยธรรมชาติที่จะสืบสานวัฒนธรรมนี้ต่อไป


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/95623


*********************************************************************************************************************************************************


"บาหลี" แบนพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ลดขยะในทะเล

เกาะบาหลี ของอินโดนีเซีย ออกกฎแบนพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง ตั้งเป้าลดมลภาวะในท้องทะเล ซึ่งกำลังทำลายมนต์เสน่ห์ของเกาะท่องเที่ยวยอดนิยมแห่งนี้



นโยบายใหม่ ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จะครอบคลุมการห้ามใช้ถุงพลาสติก กล่องหรือบรรจุภัณฑ์ทำจากโฟมทุกประเภท และหลอดพลาสติก ตั้งเป้าจะช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกในทะเลลง 70% ภายในปีหน้า

โดยพุ่งเป้าให้กลุ่มผู้ผลิต ผู้กระจายสินค้า ซัพพลายเออร์ และผู้มีส่วนร่วมในภาคธุรกิจ รวมไปถึงประชาชนทั่วไป รณรงค์ ลด-ละ-เลิก ใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง และหันไปใช้วัสดุอื่นแทนวัสดุจากพลาสติก สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ทางการจะดำเนินการคว่ำบาตร โดยจะถูกริบใบอนุญาตประกอบการ หรือไม่ได้รับการขยายอายุใบประกอบการอีกเลย



ตลอดปีที่ผ่านมา เรามักจะได้ยินข่าวนักท่องเที่ยวที่ลงไปดำน้ำชมความงามใต้ท้องทะเลบาหลี แต่กลับพบขยะพลาสติกจำนวนมากลอยอยู่เต็มทะเล ขณะที่ข้อมูลจากทางการ พบว่า 80% ของขยะพลาสติกที่อยู่ตามชายหาดของเกาะบาหลี ล้วนเป็นขยะที่เกิดจากภาคธุรกิจและคนบนเกาะเอง


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/95607

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #9  
เก่า 27-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,680
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


พบ "ฝุ่น PM2.5" ทั่วกรุงฯ-ปริมณฑล 32 จุด เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ!


กรมควบคุมมลพิษ เผยพบฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ขอประชาชนห้ามรถยนต์ที่มีควันดำ รวมถึงงดการเผาในที่โล่ง



วันนี้ (26 ธ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก กรมควบคุมมลพิษ โพสต์ระบุว่า รายงานสถานการณ์ PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำวันที่ 26 ธันวาคม 2561 คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ พื้นที่ริมถนน เกินค่ามาตรฐาน (50 ไมโครกรัม ต่อลูกบาศก์เมตร) จำนวน 21 พื้นที่ และพื้นที่ทั่วไป เกินค่ามาตรฐานจำนวน 11 พื้นที่ โดยปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สาเหตุมาจากสภาพอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าคุณภาพอากาศในวันพรุ่งนี้จะอยู่ในระดับปานกลาง ขณะเดียวกันกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในวันที่ 28 - 29 ธันวาคม 2561 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนตก ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ฝุ่นละอองในพื้นที่ดีขึ้น

ทั้งนี้กรมควบคุมมลพิษขอความร่วมมือประชาชนและผู้ประกอบการห้ามใช้รถยนต์ที่มีควันดำอย่างเด็ดขาด งดการเผาในที่โล่งทุกประเภท และลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล




https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/95587

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:42


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger