เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,294
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ กับมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปและมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทย มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็น กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 30 ธ.ค. 61 ? 4 ม.ค. อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 5-8 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 30 ธ.ค. 61 - 4 ม.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และคลื่นลมแรงพัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 30 ธ.ค. 61 ? 3 ม.ค. 62



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้(มีผลกระทบถึงวันที่ 2 มกราคม 2562)" ฉบับที่ 15 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2561

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงปกคลุมประเทศไทยตอนบน คาดว่าความกดอากาศสูงกำลังแรงนี้จะปกคลุมบริเวณดังกล่าวจนถึงวันที่ 2 มกราคม 2562 ประกอบกับมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ทำให้มีผลกระทบดังนี้

ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่ง และในช่วงวันที่ 30 ธันวาคม 2561 - 2 มกราคม 2562 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 5-8 องศาเซลเซียสในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณเทือกเขาสูงมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 3-13 องศาเซลเซียส และมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ สำหรับภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย

สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะเริ่มจากจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ก่อน ส่วนจังหวัดอื่นๆ จะได้ผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย ส่วนอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 2 มกราคม 2562

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (90.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (100.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (103.1 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,294
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ตะลึง ดาวเทียมเผย ภูเขาไฟกรากะตัวปะทุหนัก ทำยอดพัง สูงลดเหลือ 110 ม.

อินโดฯ เผยเรดาร์บนดาวเทียมหลายดวง แสดงให้เห็น ภูเขาไฟอนัก กรากะตัว ปะทุต่อเนื่องช่วงหนึ่งสัปดาห์ ทำยอดภูเขาไฟพังถล่ม ความสูงจาก 340 ม. เหลือแค่ 110 ม.เท่านั้น



เมื่อ 29 ธ.ค.61 สำนักข่าวบีบีซี รายงาน บรรดานักวิจัยของศูนย์ศึกษาวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับภูเขาไฟ และการบรรเทาอันตรายทางธรณีวิทยาในอินโดนีเซีย (PVMBG) ได้ตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมจำนวนมากบันทึกภาพของภูเขาไฟอนัก กรากะตัว บนเกาะกรากะตัว บริเวณช่องแคบซุนดรา ในอินโดนีเซีย ที่เกิดการปะทุครั้งใหญ่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้หินดินแร่ธาตุบนภูเขาไฟจำนวนมากทางทิศตะวันตก พังทลายลงสู่ทะเล และความสูงของภูเขาไฟลดลงไปมากกว่า 2 ใน 3 แล้ว จากที่กรวยภูเขาไฟอนัก กรากะตัว เคยมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 340 เมตร ปรากฏว่า ขณะนี้เหลือความสูงอยู่แค่เพียง 110 เมตรเท่านั้น

นักวิจัย PVMBG มีความเห็นว่า การพังทลายของดินหินจากภูเขาไฟอนัก กรากะตัว จำนวนมากอาจสไลด์เคลื่อนลงสู่ทะเลภายในครั้งเดียว จึงทำให้เกิดคลื่นยักษ์สูงราว 5 เมตร ซัดถล่มชายฝั่งใกล้เกาะชวา และเกาะสุมาตรา ซึ่งอยู่ใกล้กับภูเขาไฟลูกนี้ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 420 ราย บาดเจ็บอย่างน้อย 1,400 คน


ภูเขาไฟ อนัก กรากะตัว พ่นเถ้าถ่านหนาทึบ เมื่อ 23 ธ.ค.61

ขณะเดียวกัน นักวิจัย PVMBG เผยว่า ข้อมูลจากภาพถ่ายเรดาร์บนดาวเทียมหลายดวง รวมทั้งดาวเทียม เซนติเนล-1 ของสหภาพยุโรป และดาวเทียม TerraSAR-X platform ของเยอรมนีนั้น มีข้อดีได้เปรียบ คือ ทำให้สามารถมองเห็นสภาพพื้นผิวของภูเขาไฟอนัก กรากะตัวได้ทั้งกลางวัน และกลางคืน รวมทั้ง ยังสามารถเจาะทะลุเมฆและเถ้าถ่าน มองเห็นสภาพพื้นดินของภูเขาไฟได้ โดยการปะทุของภูเขาไฟอนัก กรากะตัว ช่วงสัปดาห์ก่อน ทำให้ดินหินภูเขาไฟพังทลายลงสู่ทะเล คิดเป็นปริมาตรถึง 150-170 ล้านลูกบาศก์เมตร และยังเหลือดินหินอยู่บนภูเขาไฟแค่ 40-70 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น


ดาวทียม Jaxa?s ALOS-2 ของญี่ปุ่น เผยภาพ ภูเขาไฟอนัก กรากะตัว ก่อน (20 ส.ค.61) และหลัง(24 ธ.ค.61) แสดงให้เห็นด้านตะวันตกเฉียงใต้ของภูเขาไฟเกิดการพังถล่มลงสู่ทะเล

บีบีซี ยังระบุด้วยว่า บรรดานักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ ยังไม่อาจทราบปริมาณดินหินที่พังถล่มจากภูเขาไฟอนัก กรากะตัว ในวันที่ 22 ธ.ค. รวมทั้งสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า ซึ่งนักวิทยาศาสตร์อาจจะมีความคิดที่ดีกว่านี้ ถ้ามีโอกาสได้ไปยังภูเขาไฟอนัก กรากะตัว เพื่อสำรวจให้มากขึ้น แต่ตอนนี้ภูเขาไฟยังคงปะทุอยู่ และมีการประกาศเขตอันตรายรอบภูเขาไฟในรัศมี 5 กิโลเมตร ห้ามไม่ให้ใครเข้าไป ในขณะที่ นักวิทยาศาสตร์ได้มีการวิเคราะห์พิจารณากันมาก่อนหน้าแล้วว่า การพังทลายของกรวยภูเขาไฟลงสู่ทะเล จะก่อให้เกิดสึนามิที่อันตรายรุนแรงมากกว่า เหตุดินถล่มจากภูเขาไฟ เมื่อ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา


https://www.thairath.co.th/content/1457605

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,294
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


นานไปไหม! เป้า ทส. เลิกใช้ "พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง" ร้อยละ 70 ปี 2580 ขณะทางอียู คลอดกม. ปี 2564


ภาชนะพลาสติกที่ตกลงสู่ทะเล

จากการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ประชุมพิจารณา (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) พิจารณากำหนดการลด และเลิกใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic) ที่พบมากในขยะทะเลของประเทศไทย และก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม

วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก เปิดเผยว่า พลาสติกที่อยู่ในข่ายถูกลด และเลิกใช้รวม 7 ชนิด ประกอบด้วย 1.พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม (capseal) 2.ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีส่วนผสมของสารประเภทอ็อกโซ่ (oxo) 3.ไมโครบีดจากพลาสติก (Microbead) เลิกใช้ปี 2562 4.ถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน 5.กล่องโฟมบรรจุอาหาร เลิกใช้ปี 2565 6.แก้วน้ำพลาสติก (ใช้ครั้งเดียว) และ 7.หลอดพลาสติก เลิกใช้ปี 2568

สำหรับเป้าหมายรวมในการลดการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง 70% ในปี พ.ศ.2580 และใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อลดมลพิษจากขยะพลาสติก ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี



ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 สมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ได้ตกลงห้ามใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งแล้ว

จึงเกิดคำถามว่า ทส.จะผลักดันกฎหมายออกมาบังคับใช้ล่าช้าเกินไปหรือไม่
อียู และรัฐสภายุโรปตกลงรายละเอียดเรื่องคำสั่งห้ามใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งแล้ว ครอบคลุมถุง จาน ชาม หลอด รวมไปถึงก้านไม้ปั่นหู หวังลดมลพิษทางทะเลที่ทำให้สัตว์น้ำตายและปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหารมนุษย์ คำสั่งนี้มุ่งเน้นพลาสติก 10 อย่างที่กลายเป็นขยะเกลื่อนชายหาดยุโรปมากที่สุด ถูกเร่งนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาที่ปกติเป็นกระบวนที่ต้องใช้เวลา


ขยะพลาสติกนานาชนิด กระทบต่อการดำรงอยู่ของสัตว์ทะเล และระบบนิเวศ

เจ้าหน้าที่ในรัฐสภายุโรปและคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรป ซึ่งเป็นตัวแทนของชาติสมาชิกใช้เวลา 12 ชั่วโมง 30 นาที ถกเถียงกันตลอดคืนที่ผ่านมา จนได้ข้อสรุปในเช้าวันนี้ตามเวลาเบลเยียม ที่ตั้งของรัฐสภายุโรป คณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปออกแถลงการณ์ว่า มาตรการที่กำหนดไว้ในคำสั่งนี้และการปฏิบัติตามมาตรการควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกต่อการป้องกันการเกิดขยะหรือการปรับเปลี่ยนไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ซ้ำมากกว่าใช้ครั้งเดียวทิ้ง

ทั้งนี้ ทางอียูหวังว่าจะสรุปรายละเอียดในขั้นสุดท้ายเพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ภายในปี 2564

ข้อมูลอ้างอิง : สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม http://www.onep.go.th/topics/56923


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9610000129195

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,294
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


คพ.ขอความร่วมมือลดขยะแหล่งท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลใหม่

กรมควบคุมมลพิษ ขอความร่วมมือประชาชน และนักท่องเที่ยว ลดปริมาณขยะในแหล่งท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ เผยปี 2560 มีขยะที่เกิดขึ้นจากนักท่องเที่ยวกว่า 50,000 ตัน



นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโนบายการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยใช้การท่องเที่ยวเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเข้าไปในแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ และในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ช่วงวันหยุดเทศกาล จะมีนักท่องเที่ยว ประชาชนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นอุทยานแห่งชาติ ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และเกิดขยะมูลฝอยขึ้นเพิ่มขึ้นมากด้วย



ในปี 2561 มีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ประมาณ 55 ล้านคน/ปี (ข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และข้อมูลสถิตินักท่องเที่ยวชาวไทยจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมจากปี 2561 ได้แก่ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี มีปริมาณนักท่องเที่ยว 1.88 ล้านคน เขาใหญ่ มีปริมาณนักท่องเที่ยว 1.49 ล้านคน ดอยอินทนนท์ มีปริมาณนักท่องเที่ยว 0.79 ล้านคน เอราวัณ มีปริมาณนักท่องเที่ยว 0.645 ล้านคน เป็นต้น

นายประลอง กล่าวว่า ปี 2560 มีขยะมูลฝอยเกิดขึ้นทั่วประเทศ 27.40 ล้านตัน มีอัตราการเกิดขยะมูลฝอยต่อคน 1.13 กิโลกรัม/คน/วัน โดยมีขยะที่เกิดขึ้นจากนักท่องเที่ยวประมาณ 54,573 ตัน ขยะที่เกิดขึ้นมีบางส่วนได้รับการจัดการไม่ถูกต้อง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความสวยงามของสถานที่ท่องเที่ยว ทส. ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาขยะมูลฝอยในแหล่งท่องเที่ยวที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน



แหล่งท่องเที่ยวภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ เช่น อุทยานแห่งชาติ สวนสัตว์ ทั่วประเทศ ได้เริ่มขับเคลื่อนการลดปริมาณขยะมูลฝอย โดยเฉพาะการลดพลาสติกใช้ครั้งเดียว ภายใต้โครงการ ?ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม? โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และองค์การสวนสัตว์ ได้กำหนดห้ามนำเข้าภาชนะที่ทำด้วยโฟม พลาสติกชนิดใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติและสวนสัตว์ เพื่อสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี ลดมลพิษ และลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบนิเวศ



นายประลอง กล่าว่า ในเทศกาลปีใหม่นี้ คพ. ขอความร่วมมือนักท่องเที่ยว ประชาชนช่วยกันดูแลสภาพแวดล้อม ช่วยกันลดปริมาณขยะ ลดการใช้ถุงพลาสติก คัดแยกขยะก่อนทิ้งและทิ้งขยะลงในถังหรือภาชนะที่จัดไว้ เลือกใช้ภาชนะที่ทำจากวัสดุธรรมชาติแทนกล่องโฟมและถุงพลาสติก และขอให้นักท่องเที่ยวปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ

ทั้งนี้ หากนำอาหารหรือสิ่งใดเข้าไปในพื้นที่ให้นำออกมาทิ้งตามจุดที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้ เพื่อรักษาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้คงสวยงามต่อไป


https://news.thaipbs.or.th/content/276632

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 21:20


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger