เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 07-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันจันทร์ที่ 7 มกราคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคใต้จะมีฝนลดลง เว้นแต่จังหวัดกาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง จะมีฝนปานกลาง ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ลุ่มต่ำได้ สำหรับคลื่นลม บริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-29 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 7-12 ม.ค. 62 บริเวณภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงและมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกยังคงมีอากาศเย็น


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 7-12 ม.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (85.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (189.6 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 07-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ค่าฝุ่นละอองเด้ง! เกินมาตรฐาน มีผลกระทบต่อสุขภาพ เพิ่มจากตอนเช้าถึง 5 จุด

กรมควบคุมมลพิษ เผย ค่าฝุ่นละออง กทม.และปริมณฑลเกินมาตรฐานเพิ่มจากเมื่อเช้าถึง 5 จุด รวมทั้งหมด 37 จุด ซึ่งคุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางและมีผลกระทบต่อสุขภาพ



วันนี้ (6 ม.ค.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล วันที่ 6 มกราคม 2562 เวลา 12.00 น.

พื้นที่ริมถนน ตรวจวัดได้ระหว่าง 49-96 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลางถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ เกินมาตรฐาน 20 พื้นที่

พื้นที่ทั่วไป ตรวจวัดได้ระหว่าง 55-80 มคก./ลบ.ม. คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ เริ่มมีผลต่อสุขภาพ เกินมาตรฐาน 17 พื้นที่



ท่านสามารถติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศของหน่วยงานราชการได้ทางแอ๊พพลิเคชั่น Air4Thai และเว็ปไซต์ http://air4thai.pcd.go.thและสถานการณ...านคร bangkokairquality.com


https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000001719


*********************************************************************************************************************************************************


ตื้นตัน! คลิปนักท่องเที่ยวช่วยกันเก็บขยะหาดละไม หลังพายุ "ปาบึก" พัดเศษขยะขึ้นฝั่ง

คลิปวิดีโอสุดประทับใจ หลังผลกระทบจากพายุโซนร้อน "ปาบึก" พัดถล่มภาคใต้ของไทย ส่งผลให้มีขยะเกลื่อนหาดบนเกาะสมุย ทำให้นักท่องเที่ยวร่วมมือกับชาวบ้านช่วยกันเก็บเศษขยะ เพื่อรักษาความสะอาดของชายหาดไว้



วันนี้ 6 ม.ค. ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "Rapadee Rattanarun" ได้โพสต์คลิปวิดีโอพร้อมรูปภาพ เผยให้เห็นภาพประทับใจ หลังนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติร่วมแรงกันเก็บขยะบริเวณริมชายหาดละไม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ใกล้กับยูโทเปียรีสอร์ท หลังพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน "ปาบึก" ที่พัดถล่มพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ได้รับความเสียหายย่างหนัก



ทั้งนี้ ทางผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า "หลังพายุผ่านไป ความน่ารักก็ปรากฏ นักท่องเที่ยวมาช่วยกันเก็บกวาดขยะโดยไม่ได้ร้องขอ สามัคคีคือพลัง Thank you very much everybody.Unity is power"

ซึ่ง มีนักท่องเที่ยวและชาวบ้านได้ช่วยกันเก็บเศษขยะ ที่มาเกยอยู่ทั่วชายหาดใส่ถุงปุ๋ยและนำขึ้นรถกระปะไปทิ้ง เพื่อรักษาความสะอาดของชายหาดละไม ทั้งนี้ได้มีชาวเน็ตเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นชื่นชมการกระทำในครั้งนี้


https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000001705

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 07-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


"รังเต่ามะเฟือง" ปลอดภัยจากพายุปาบึก



อิทธิพลของพายุปาบึกเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา เกิดการกัดเซาะชายหาดบริเวณรังเต่ามะเฟืองเข้ามาพอสมควร เจ้าหน้าที่นำโดยนักวิชาการจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง อบต.นาเตย อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา จึงได้ตัดสินใจทำกำแพงไม้ดักทราย เพื่อชะลอความแรงของคลื่นและบรรเทาการกัดเซาะ บริเวณด้านหน้ารังไข่เต่ามะเฟือง ระยะประมาณ 20 เมตร

มาตรการดังกล่าวทำเป็นการชั่วคราว ซึ่งภายหลังจะรื้อและฟื้นฟูคืนสู่สภาพเดิม ซึ่งเมื่อผ่านไป 1 คืนผลจากการทำกำแพงไม้ช่วยชะลอคลื่นพบว่าสามารถรักษาชายหาดด้านหน้าของรังเต่าไว้ได้มากกว่าบริเวณอื่น นับว่าประสบความสำเร็จตามคาดหมาย

นอกจากนี้คลื่นลมจากปาบึกอ่อนกำลังลงแล้ว ทำไมคลื่นเริ่มนำทรายมาเติมตามปกติ รังน้องเต่ามะเฟืองน่าจะปลอดภัยแล้ว ผลจากการตรวจวัดอุณหภูมิภายในรังพบว่ามีอุณหภูมิสูงขึ้นแสดงว่าไข่เต่ามีการพัฒนาการไปในทางที่ดี

ข้อมูล: เพจ Rereef ภาพ : อ้างอิงจาก อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง และสถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จังหวัดภูเก็ต




ราวกลางเดือน ธ.ค.2561 เต่ามะเฟืองวางไข่

เต่ามะเฟือง เป็นเต่าทะเลใหญ่ที่สุดในโลกและหายากที่สุดของไทย เต่าทะเลที่ไม่มีรายงานวางไข่มา 5 ปี กลับมาวางไข่อยู่ที่เขาหลัก จังหวัดพังงา

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเล เคยบอกไว้ในเพจ Thon Thamrongnawasawat ว่า ในบรรดาว่าที่สัตว์สงวนทั้งสี่ เต่ามะเฟืองคือสัตว์ที่หายากที่สุด สัตว์ที่แทบจะหมดหวังในการเจอ (อีก 3 ชนิดคือวาฬบรูด้า วาฬโอมูระ ฉลามวาฬ) เดิมทีเต่ามะเฟืองเคยขึ้นมาวางไข่ตามหาดต่างๆ ของพังงา-ภูเก็ต แต่ไม่มีรายงานการวางไข่มาแล้วร่วม 5 ปี มีแต่รายงานเต่ามะเฟืองตาย 2 ครั้ง ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เต่ามะเฟืองจึงถือเป็นสัตว์ทะเลหายากที่สุดในไทยชนิดหนึ่ง และเป็นการรอคอยอันยาวนานของคนรักทะเลไทย ว่าสักวันเธอจะกลับมาวางไข่

และการรอคอยอันยาวนานก็สิ้นสุด ภาพนี้เป็นหลักฐานยืนยันว่า เต่ามะเฟืองยังคงใช้ประเทศไทยเป็นแหล่งวางไข่ เพื่อให้กำเนิดลูกหลานเต่ามะเฟืองไทยต่อไป แม่เต่ามะเฟืองวางไข่ 60-100 ฟอง ขอบคุณชาวบ้านและผู้ประกอบการที่คึกคักและเขาหลักที่ดูแลเธอเป็นอย่างดี จนเธอวางไข่สำเร็จ


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9620000001722


*********************************************************************************************************************************************************


ชุมพรอ่วม อิทธิพล "ปาบึก" ทำน้ำท่วม /แหลงท่องท่องเที่ยวริมทะเลอ่วม

ชุมพร - แหล่งท่องเที่ยวดังชุมริมทะเลชุมพร อ่วมกระทบจากอิทธิพลพายุโซนร้อน "ปาบึก" ถนนเอเชีย 41 สายหลัก 14 จังหวัดภาคใต้ น้ำท่วมขังสูง รถเล็กผ่านไม่ได้ติดยาหลายกิโลเมตร น้ำเอ่อท่วม 4 ตำบล 21 หมู่บ้าน



จากกรณีพายุโซนร้อน "ปาบึก" พัดผ่านทะเลอ่าวไทยได้ส่งผลกระทบกับราษฎรหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้นั้น ในส่วนของจังหวัดชุมพร เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 6 ม.ค. 62 นายวิบูลย์ รัตนาภรวงศ์ ผวจ.ชุมพร พล.ต.พรชัย อินทนู ผบ.มทบ.44 พ.ต.อ.ภคพล ทวิชศรี รอง ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้ลงพื้นที่ถนนสายเอเชีย 41 ซึ่งเป็นถนนสายหลักขึ้น-ลง 14 จังหวัดภาคใต้ บริเวณสี่แยกปฐมพร- บขส.ชุมพร ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 1-3 ตำบลบ้านนาและตำบลขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพร เพื่อกำกับดูแลสั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องบริการผู้ใช้รถใช้ถนนสัญจร

เนื่องจากถนนทั้ง 4 ช่องจราจรทั้งขาขึ้นและขาล่องมีน้ำป่าไหลทะลักเข้าท่วมขังระดับน้ำท่วมขังสูง 40 เซนติเมตร ระยะทางยาว กว่า 300 เมตร ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ต้องปิดการจราจรห้ามรถเล็กทุกชนิดโดยเฉพาะรถเก๋งห้ามผ่านให้ไปใช้เส้นทางเลี่ยงตามที่เจ้าหน้าที่คอยแนะนำอยู่ประจำจุดต่างๆ ส่วนรถใหญ่และรถยกสูงให้ผ่านไปได้แต่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ปริมาณน้ำยังไม่มีแนวโน้มลดลงเนื่องจากน้ำมีทะเลหนุนสูง จึงทำให้น้ำยังไม่สามารถระบายได้ตามปกติ

นายวิบูลย์ รัตนาภรวงศ์ ผวจ.ชุมพร กล่าวว่า พายุโซนร้อนปาบึกได้ผ่านพ้นทะเลอ่าวไทยไปสู่ทะเลอันดามันแล้ว แต่ จ.ชุมพร ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมีน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมถนนสายเอเชีย 41 บริเวณสี่แยกปฐมพร ระดับน้ำสูง 30 - 40 เซนติเมตร มีระยะทางยาวกว่า 300 เมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้ต้องไปใช้เส้นทางเลี่ยง นอกจากนั้นมีนำท่วมขังในอำเภอเมืองชุมพร 4 ตำบลได้แก่ ตำบลบ้านนา ตำบลวังไผ่ ตำบลตากแดด ตำบลขุนกระทิง รวม 21 หมู่บ้าน ขณะนี้ฝนตกลงมาเพียงเล็กน้อยคาดว่าสถานการณ์จะคลี่คลายในเร็วๆนี้ จากการสำรวจเบื้องต้นความเสียหายเกิดจากหมู่บ้านที่อยู่ชายทะเลซึ่งได้ถูกคลื่นลมแรงซัดพังเสียหาย อย่างไรก็ตามแม้ขณะนี้พายุปาบึกได้ผ่านไปแล้วแต่ทะเลลื่นลมในทะเลยังแรงมาก จึงได้สั่งห้ามเรือเล็กทุกชนิดออกจากฝั่ง

นายวิบูลย์ กล่าวต่อว่า สำหรับจังหวัดชุมพร เราได้เตรียมความพร้อมรับมือพายุโซนร้อน "ปาบึก" มาตั้งแต่วันที่ 2 -5 ม.ค.61 และได้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม จังหวัดชุมพร มีการอพยพชาวบ้านในพื้นที่เสี่ยงชายทะเลกว่า 2,000 คน ไปอยู่ที่ปลอดภัยตามแผนเผชิญเหตุ แม้จะมีบ้านเรือนถูกคลื่นซัดพังเสียหายแต่ก็ไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวเนื่องจากทางจังหวัดได้เตรียมพร้อมรับมือไว้เป็นอย่างดี และขณะนี้ได้อพยพชาวบ้านดังกล่าวกลับบ้านแล้ว และอยู่ระหว่างการสำรวจความช่วยเหลือและความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือต่อเหตุการณ์ดังกล่าวต่อไป



สำหรับบรรยากาศขณะที่จังหวัดชุมพรยังคงมีฝนตกประปรายในบางพื้นที่ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้สังการให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพรและหน่วยกู้ภัยมูลนิธิต่างๆได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยในเบื้องต้น ตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชุมพรแล้ว

โดยเฉพาะหมู่บ้านชุมชนชายทะเลทั้ง 6 อำเภอได้แก่ อ.ปะทิว อ.เมือง อ.สวี อ.ทุ่งตะโก อ.หลังสวน อ.ละแม มีบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายจากพายุคลื่นลมแรง นอกจากนั้นยังมีถนนเลียบชายทะเลและแหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะหาดทุ่งวัวแล่น ตำบลสะพลี อ.ปะทิว ถนนถูกคลื่นซัดพังเสียหาย ต้นไม้ล้มขวางถนน สิ่งของสาธารณูปโภคถูกคลื่นลมซัดโค่นล้มพังเสียหาย ผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องปิดกิจการไม่สามารถให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้.


https://mgronline.com/south/detail/9620000001742

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 07-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


เดินหน้า "แม่น้ำสงครามตอนล่าง" สู่แรมซาร์ไซต์แห่งใหม่



พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่าง เป้าหมายขึ้นทะเบียนแรมซาร์ไซต์แห่งที่ 15 ของไทย

ประเทศไทยมีพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญที่กำลังสูญเสียและเสื่อมสภาพอยู่ทุกขณะ จำเป็นต้องเร่งอนุรักษ์ลดภัยคุกคาม เหตุนี้ จังหวัดนครพนม องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล WWF-Thailand เดินหน้าผลักดัน 'พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่าง" ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศหรือแรมซาร์ไซต์ หวังให้แม่น้ำที่มีลักษณะพิเศษสายนี้คงความอุดมสมบูรณ์ เกื้อกูลชนิดพันธุ์สัตว์และพืชที่ใกล้สูญพันธุ์ และเป็นแหล่งมั่นคงทางอาหารของคนลุ่มน้ำสงคราม

การดำเนินงานนี้ WWF-Thailand ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากธนาคารเอชเอสบีซี ประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อน โครงการฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำและระบบนิเวศแม่น้ำสงครามตอนล่าง จ.นครพนม เป็นเวลากว่า 3 ปี ปลุกปั้นทำงานกับพื้นที่สามหมื่นกว่าไร่ ประสานความร่วมมือกับ 49 ชุมชน ที่พึ่งพิงแม่น้ำสายนี้


วิถีประมงน้ำจืดผูกพันกับแม่น้ำสงคราม

เยาวลักษณ์ เธียร์เชาว์ ผู้อำนวยการกองทุนสัตว์ป่าสากลโลก หรือ WWF-ประเทศไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการเสนอให้พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่างขึ้นทะเบียนแรมซาร์ไซต์แห่งใหม่ของประเทศไทยว่า ขณะนี้ถึงขั้นตอนสุดท้าย โดยในวันที่ 14 มกราคม 2562 จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งมีข้อมูลพร้อมที่ตอบสนองการขึ้นทะเบียน โดยยับยั้งการบุกรุกพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่างและสนับสนุนการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด ก่อนจะส่งผลการประชุมเข้าสู่คณะเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ ซึ่งมีสำนักงานอยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จากนั้น 2 สัปดาห์จะทราบผลการพิจารณา ซึ่งเรามั่นใจว่าจะได้ขึ้นทะเบียนเป็นแรมซาร์ไซต์ ลำดับที่ 15 ของประเทศไทยอย่างแน่นอน โดยวันที่ 2 กุมภาพันธ์ วันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก ต้นเดือนหน้าทางจังหวัด ประชาชน เตรียมจะจัดกิจกรรมฉลองแรมซาร์ไซต์แห่งใหม่ด้วย

" ขอบเขตที่ขึ้นทะเบียนกว่า 34,000 ไร่ ครอบคลุม 2 อำเภอ คือ อ.ท่าอุเทนและ อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม เป็นพื้นที่เชื่อมโยงกับแม่น้ำโขง ระยะทางนับจากแม่น้ำโขงเข้าสู่แม่น้ำสงครามตอนล่างกว่า 92 กิโลเมตร เป็นระบบนิเวศที่มีความเฉพาะตัว ถือเป็นแหล่งน้ำจืดและเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำระบบเปิดแห่งเดียว เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและอาหารที่เกื้อกูลกัน นี่คือแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน รวมถึงมีปลาบึกเข้ามากินแร่ธาตุอาหารในพื้นที่แม่น้ำสงครามก่อนกลับแม่น้ำโขง การขึ้นทะเบียนจะยกระดับเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ" เยาวลักษณ์ กล่าว


ชุมชนร่วมอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำแม่น้ำสงคราม ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ

ผอ.กองทุนสัตว์ป่าสากลโลกเน้นย้ำว่า WWF-ประเทศไทย ทำงานร่วมกับจังหวัด อำเภอ และหมู่บ้านเป้าหมาย 49 หมู่บ้าน ใน 2 อำเภอดังกล่าว เพื่อร่วมกันฟื้นฟูและให้ชาวบ้านมั่นใจว่า การขึ้นทะเบียนแรมซาร์ไซต์ไม่ใช่เป็นพื้นที่อนุรักษ์หรือเขตห้ามล่าฯ แต่เป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ไม่กระทบวิถีชีวิตชาวบ้าน อย่างไรก็ตาม ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาในการฟื้นฟูเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ชาวบ้านตื่นตัวมากขึ้น มีการทำเขตอนุรักษ์ เขตอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน สร้างบ้านให้ปลา หยุดใช้เครื่องมือประมงทำลายล้าง เกิดกฎกติกาใช้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่พบชาวบ้านฝ่าฝืนแต่อย่างใด

ขณะที่กิจกรรมบนบก การทำเกษตรกรรมริมแม่น้ำสงคราม เยาวลักษณ์กล่าวว่า เริ่มทำเกษตรอย่างยั่งยืน ปลูกพืชผสมผสาน ปลูกพืชสวนครัว และลดใช้สารเคมีที่เป็นพิษ ซึ่งอาจปนเปื้อนลงแหล่งน้ำ ชาวบ้านใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนในการปลูกข้าว ปลูกยางพารา และไม้ผลอื่นๆ รวมทั้งมีการจัดการขยะ เดิมตลอดสายน้ำ 92 กิโลเมตร ตรวจวัดคุณภาพน้ำพบอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ปัจจุบันคุณภาพน้ำดีขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ในภาพใหญ่ภาครัฐต้องเข้มงวดกับมาตรการควบคุมการปล่อยน้ำเสียจากภาคชุมชนและภาคอุตสาหกรรม ตรวจสอบระบบบำบัดน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพ ป้องกันน้ำเน่าไหลลงแม่น้ำสำคัญสายนี้จะเกิดความยั่งยืนยิ่งขึ้น


ปลาในแม่น้ำสงคราม สร้างรายได้ชุมชน

ขณะที่ ยรรยง ศรีเจริญ ผู้จัดการโครงการพื้นที่ชุ่มน้ำสงครามตอนล่าง กล่าวว่า แม่น้ำสงครามยาว 420 กิโลเมตร เป็นแม่น้ำสาขาสายสำคัญของแม่น้ำโขง ปากแม่น้ำสงครามที่ติดกับแม่น้ำโขงที่ บ้านไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จนถึงบ้านปากยาม อ.ศรีสงคราม ยาว 92 กิโลเมตร เป็นพื้นที่เป้าหมายเสนอเป็นแรมซาร์ไซต์ เพราะมีพื้นที่ป่าบุ่งป่าทามใหญ่ที่สุดทำหน้าที่คล้ายป่าชายเลน ในฤดูน้ำหลากมีปลาเป็นร้อยชนิดในน้ำโขงเข้ามาวางไข่ นอกจากปลาเจริญเติบโตในแม่น้ำสงครามแล้ว ยังเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ลุ่มน้ำโขง ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนหลักสำหรับประชากร 60 ล้านคน แม่น้ำสงครามเคยมีชาวประมงจับปลาบึกตามธรรมชาติได้น้ำหนักถึง 220 กิโลกรัม เป็นตัวชี้วัดระบบนิเวศแม่น้ำสงครามที่สมบูรณ์

" ปี 57 ที่ WWF-ประเทศไทยเข้ามาทำโครงการในพื้นที่แม่น้ำสงครามตอนล่าง พบว่าสถานภาพทรัพยากรสัตว์น้ำลดลงมาตลอด ชุมชนต้องการให้กำหนดเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำเพื่อให้สัตว์น้ำมีโอกาสขยายพันธุ์ ก็ทำงานร่วมกับ 49 หมู่บ้าน ผลักดันจนเกิดเขตอนุรักษ์ 48 แห่ง รวมพื้นที่ 1,900 ไร่ ห้ามทำประมงเด็ดขาด หลังจากนั้น 3 ปี พี่น้องประมงบอกมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ใช้เวลาหาปลาน้อยลง ขนาดของปลาใหญ่และชนิดพันธุ์ปลาที่เคยหายไปกลับคืนมา นี่เป็นสัญญาณที่ดี ผลสำเร็จที่หมู่บ้านมีส่วนร่วมอนุรักษ์ ช่วยสร้างรายได้ให้แต่ละครัวเรือน ขณะนี้ประสานประมงจังหวัดนครพนมจะเป็นประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์น้ำตาม พ.ร.ก.ประมงปี 58 เพื่อให้มีกฎหมายรองรับ" ยรรยงกล่าว

ส่วนข้อกังวลที่จะกระทบพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่าง ผจก.โครงการพื้นที่ชุ่มน้ำสงครามตอนล่างกล่าวว่า ไม่อยากให้มีการบุกรุกป่าบุ่งป่าทามจากการเร่งรัดขยายโครงสร้างพื้นฐาน หากใช้ที่ดินไม่เหมาะสมกระทบคุณภาพน้ำ รัฐต้องมีมาตรการควบคุมที่เข้มข้นมากขึ้น รวมถึงใช้มาตรการผังเมืองเป็นเครื่องมืออนุรักษ์ควบคู่กันไป นอกจากนี้ ต้องใช้กฎหมายสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องดูแลควบคุมมลพิษที่อาจส่งผลให้ระบบนิเวศเสื่อมโทรม นอกจากมาตรการกฎหมาย WWF หนุนการจัดตั้งสมาคมพิทักษ์ลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง มีผู้นำชุมชน 49 หมู่บ้าน เป็นสมาชิก คาดหวังให้องค์กรนี้มีบทบาทสอดส่องดูแลและรักษาลุ่มน้ำสงคราม อีกทั้งได้สร้างเครือข่ายโรงเรียน 15 โรง ตั้งแต่ตอนบนถึงตอนปลายแม่น้ำสงครามเฝ้าระวังคุณภาพน้ำ รวมทั้งหนุนการจัดการป่าชุมชนกว่า 2 หมื่นไร่ ปลูกป่าผสมผสานและหลากหลายลดตะกอนลงแหล่งน้ำ โครงการนี้ดำเนินไปตามเป้าหมาย หากได้ขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแห่งใหม่ของไทยจะเป็นตัวอย่างของความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการอนุรักษ์และรู้จักใช้ทรัพยากรจากแหล่งน้ำอย่างเห็นคุณค่า

สำหรับประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2541 เป็นประเทศลำดับที่ 110 ซึ่งการเข้าเป็นภาคีนั้น ประเทศสมาชิกต้องเสนอพื้นที่ชุ่มน้ำ 1 แห่ง ขึ้นเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ ไทยจึงเสนอพรุควนขี้เสียนในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย จ.พัทลุง ขึ้นเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศหรือแรมซาร์ไซต์แห่งแรกของประเทศไทย และเป็นลำดับที่ 948 ของโลก ในปัจจุบันไทยมีพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศหรือแรมซาร์ไซต์ จำนวน 14 แห่ง พื้นที่รวมประมาณ 2,498,211.5 ไร่ หากพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำสงครามตอนล่างขึ้นทะเบียนจะเป็นลำดับที่ 15


https://www.thaipost.net/main/detail/25828

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 07-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,674
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


อากาศปิด กทม.-ปริมณฑล มีฝุ่น PM2.5 "เริ่มจะมีผลกระทบต่อสุขภาพ"

กรมควบคุมมลพิษ เผย กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในวันนี้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ "เริ่มจะมีผลกระทบต่อสุขภาพ " และปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น



วันนี้ (6 ม.ค.2562) กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 พบว่าจากสภาพอุตุนิยมวิทยาที่อากาศในช่วงเช้า ลักษณะอากาศไม่เสถียรภาพ มีเมฆบางส่วน ส่งผลทำให้สถานการณ์ PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในวันนี้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับ "เริ่มจะมีผลกระทบต่อสุขภาพ" และปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น

โดยบริเวณพื้นที่ริมถนน มีค่าเกินมาตรฐาน (50 มคก./ลบ.ม.) 21 พื้นที่




พื้นที่ทั่วไป เกินค่ามาตรฐาน แต่ก็ยังไม่เกินสูงมากนัก 11 พื้นที่



ทั้งนี้ คาดการณ์ (จากข้อมูลกรมอุตุนิยมฯ) ว่าคุณภาพอากาศในวันพรุ่งนี้จะอยู่ในระดับปานกลางถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ประชาชนทั่วไปสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ

แต่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้แก่ เด็ก คนชรา หญิงมีครรภ์ และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวในกลุ่มโรคทางเดินหายใจ และโรคหัวใจและหลอดเลือด ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ถ้ามีอาการเบื้องต้น เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง


https://news.thaipbs.or.th/content/276799

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:49


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger