เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 28-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ แต่ภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็น ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัคระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องในระยะนี้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 28-29 ธ.ค. 61 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้น

ส่วนในช่วงวันที่ 30 ธ.ค. 61 ? 2 ม.ค. อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 5-8 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 28-29 ธ.ค. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง และส่วนในช่วงวันที่ 30 ธ.ค. 61 - 2 ม.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 29 ธ.ค. 61 ? 2 ม.ค. 62



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบถึงวันที่ 2 มกราคม 2562)" ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2561

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศลาว และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่เข้าปกคลุมภาคกลางและภาคตะวันออกในวันพรุ่งนี้ และจะปกคลุมประเทศไทยตอนบนถึงวันที่ 2 มกราคม 2562 ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือในช่วงวันที่ 28-30 ธันวาคม 2561 ลักษณะเช่นนี้จะทำให้มีผลกระทบดังนี้

ในช่วงวันที่ 28-29 ธันวาคม 2561 ประเทศไทยตอนบน จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้น

ส่วนในช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2561 - 2 มกราคม 2562 อากาศจะหนาวเย็นลง อุณหภูมิลดลง 5-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น และดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะเริ่มจากจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ก่อน ส่วนจังหวัดอื่นๆจะได้ผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย ส่วนบริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2561 - 2 มกราคม 2562

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (89.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (97.0 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 28-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ทส.ชงเลิกใช้ "พลาสติก 7 ชนิด" ปี 2568



นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก เปิดเผยว่า การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้ประชุมพิจารณา (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) พิจารณากำหนดการลด และเลิกใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastic) ที่พบมากในขยะทะเลของประเทศไทย และก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม

โดยพลาสติกที่อยู่ในข่ายถูกลด และเลิกใช้รวม 7 ชนิด ประกอบด้วย

1.พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม (capseal)
2.ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีส่วนผสมของสารประเภทอ็อกโซ่ (oxo)
3.ไมโครบีดจากพลาสติก (Microbead) เลิกใช้ปี 2562
4.ถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน
5.กล่องโฟมบรรจุอาหาร เลิกใช้ปี 2565
6.แก้วน้ำพลาสติก (ใช้ครั้งเดียว) และ
7.หลอดพลาสติก

เลิกใช้ปี 2568 โดยมีเป้าหมายรวมในการลดการใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง 70% ในปี พ.ศ.2580 และใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อลดมลพิษจากขยะพลาสติก ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี.


https://www.thairath.co.th/content/1456556


*********************************************************************************************************************************************************


อินโดฯยกระดับเตือนภัย ภูเขาไฟกรากะตัว เลี่ยงใกล้หาด หวั่นสึนามิถล่มอีก

อินโดฯยกระดับเตือนภัยภูเขาไฟอนัก กรากะตัว ยังคงปะทุต่อเนื่อง แจ้งทุกสายการบินที่ต้องบินผ่านน่านฟ้าบริเวณนี้เปลี่ยนเส้นทาง ขณะที่ยังเตือนประชาชนเลี่ยงเข้าใกล้ชายหาด หวั่นอาจเกิดสึนามิอีก



เมื่อ 27 ธ.ค.61 สำนักข่าวต่างประเทศและรอยเตอร์ รายงาน ทางการอินโดนีเซียยกระดับเตือนภัยอันตรายจาก ภูเขาไฟอนัก กรากะตัว บริเวณช่องแคบซุนดรา ปะทุขึ้นเป็นระดับ3-รองสูงสุดแล้ว เมื่อวันพฤหัสฯที่ 27 ธ.ค.61 ขณะที่ยังคงพ่นเถ้าถ่านพวยพุ่งสู่ท้องฟ้าสูงนับ 3,000 เมตร หลังจากปะทุครั้งใหญ่ทำให้บางส่วนภูเขาไฟถล่ม ทำให้เกิดสึนามิซัดชายฝั่งเกาะชวาและเกาะสุมาตรา เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 22 พ.ค. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 430 ราย

ขณะเดียวกัน ทางการอินโดนีเซียยังออกคำสั่งให้ทุกสายการบินที่ต้องบินผ่านน่านฟ้าบริเวณนี้ เปลี่ยนเส้นทาง และประกาศให้รอบภูเขาไฟอนัก กรากะตัว ในเขตรัศมี 5 กิโลเมตร เป็นเขตอันตรายห้ามเข้า

ภูเขาไฟอนัก กรากะตัว ยังคงปะทุพ่นเถ้าถ่านออกมา เมื่อ 26 ธ.ค.61
บีบีซี แจ้งว่า สำนักงานจัดการหายนะภัยแห่งชาติของอินโดนีเซีย แจ้งว่าภูเขาไฟอนัก กรากะตัว ได้มีการปะทุเพิ่มขึ้น จึงทำให้ต้องยกระดับเตือนภัย จากระดับ 2 เป็นระดับ 3 รวมทั้งเพิ่มระยะอันตรายบริเวณโดยรอบภูเขาไฟ จาก 2 กิโลเมตร เป็น 5 กิโลเมตร โดยประชาชนและนักท่องเที่ยวห้ามเข้าไปในรัศมี 5 กิโลเมตรจากระยะรอบภูเขาไฟอนัก กรากะตัวโดยเด็ดขาด

ด้านรอยเตอร์ยังรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียได้แจ้งเตือนประชาชนไม่ควรอยู่ใกล้ชายหาด เนื่องจากภูเขาไฟ อนัก กรากะตัว ยังคงปะทุต่อเนื่อง และชั้นหน้าดินของภูเขาไฟมีความเปราะบาง จึงมีโอกาสที่จะเกิดดินถล่มลงสู่ทะเล จนอาจก่อให้เกิดสึนามิขึ้นมาอีกได้.


https://www.thairath.co.th/content/1456280


*********************************************************************************************************************************************************


วิธีจัดการพลาสติก เพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน



พลาสติกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากปิโตรเลียมซึ่งเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่เกิดจากซากพืชซากสัตว์ทับถมกันในดินบนบกและในทะเล ส่วนปิโตรเลียมเมื่อผ่านกระบวนการทางอุตสาหกรรมก็ทำให้เกิดการปนเปื้อนสารเคมีออกมาส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม จากข้อมูลขององค์การสหประชาชาติระบุว่า พลาสติกมีสัดส่วนถึง 90% ของการเกิดมลพิษในมหาสมุทร ต้องใช้เวลาหลายร้อยปีในการสลายตัว จึงไม่แน่ว่าในอนาคตบรรดาขวดบรรจุภัณฑ์หรือถุงพลาสติกที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ อาจกลายเป็นทวีปพลาสติกในมหาสมุทรสักวันหนึ่ง

ทุกวันนี้ภาพรวมการแก้ปัญหาการระบาดของพลาสติกก็ดำเนินไปได้ทีละส่วน แต่มีแนวทางหนึ่งคือการสร้างพลาสติกย่อยสลายได้ทางชีวภาพ (biodegradable plastic) แบบที่ไม่ใช้ปิโตรเลียม โดยทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทลอาวีฟ ในอิสราเอลเผยว่า พลาสติกชีวภาพสามารถสร้างจากสารพอลิไฮดรอกซีอัลคาโนเอท หรือพีเอชเอ (Polyhydroxyalkanoate-PHA) เป็นพอลิเมอร์ชีวภาพที่สังเคราะห์ขึ้นภายในเซลล์สิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะในจุลินทรีย์อย่างแบคทีเรีย ทีมวิจัยอธิบายกระบวนการสร้างว่า พอลิเมอร์ชีวภาพมาจากจุลินทรีย์เซลล์เดียวที่กินสาหร่ายหลายเซลล์ที่เพาะเลี้ยงในทะเล สามารถย่อยสลายทางชีวภาพได้รวดเร็ว

แต่การปลูกพืชหรือเพาะแบคทีเรียเพื่อทำพลาสติกชีวภาพ ก็ต้องใช้ดินที่อุดมสมบูรณ์และน้ำที่เพียงพอซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงพอสมควร อย่างไรก็ตามการวิจัยนี้ก็ทำให้มองเห็นความเป็นไปได้ที่จะผลิตพลาสติกชีวภาพอย่างสมบูรณ์ โดยใช้ทรัพยากรทางทะเลในกระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้คนที่อยู่อาศัย.


https://www.thairath.co.th/content/1455465

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 28-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ญี่ปุ่นไม่สนโลกประณาม เดินหน้าล่าวาฬเพื่อการค้า



ญี่ปุ่นประกาศถอนตัวจากคณะกรรมาธิการล่าวาฬระหว่างประเทศ หรือ IWC และจะกลับมาล่าวาฬเชิงพาณิชย์อีกครั้ง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปีหน้า เป็นต้นไป

นายโยชิฮิเดะ ซูงะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ระบุว่า ญี่ปุ่นจะแจ้งการถอนตัวจากคณะกรรมาธิการล่าวาฬระหว่างประเทศ หรือ IWC ภายในวันที่ 1 มกราคม 2562 และจะมีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2562 เป็นต้นไป

รัฐบาลญี่ปุ่นอ้างว่า ญี่ปุ่นได้แสวงหาวิธีการเพื่อส่งเสริมการล่าวาฬแบบยั่งยืนมากว่า 30 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงไม่สามารถหาจุดร่วมกับประเทศที่ต่อต้านการล่าวาฬได้

นายซูงะกล่าวว่า ญี่ปุ่นจะล่าวาฬเฉพาะในน่านน้ำอาณาเขตและเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่นเท่านั้น และจะไม่ล่าวาฬในมหาสมุทรแอนตาร์กติกและส่วนอื่น ๆ ของซีกโลกใต้



การล่าวาฬถูกต่อต้านจากประชาคมโลก เนื่องจากวาฬบางชนิดเข้าใกล้สถานะใกล้สูญพันธุ์ และคณะกรรมาธิการล่าวาฬระหว่างประเทศ หรือ IWC ได้ห้ามการล่าวาฬเพื่อการพาณิชย์ ตั้งแต่ปี 2529

ญี่ปุ่นเริ่มวัฒนธรรมการล่าวาฬเพื่อบริโภคตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่หลังจากนั้นก็ได้รับความนิยมน้อยลง อาจด้วยเพราะการต่อต้านจากหลายฝ่ายรวมทั้งองค์กรอนุรักษ์วาฬด้วย แต่จริงๆ แล้วญี่ปุ่นก็ยังทำการล่าวาฬมาโดยตลอดโดยใช้โควต้า และอ้างว่า ?ล่าวาฬเพื่อการวิจัยทางวิทยาศาสตร์? ซึ่งในปี 2561 ญี่ปุ่นก็ล่าวาฬมิ้งค์ไป 333 ตัว



ข้อมูลจาก กลุ่มรณรงค์ วาฬไทย ระบุว่า หากญี่ปุ่นลาออกจาก IWC จะทำให้ญี่ปุ่นสามารถล่าวาฬที่อยู่ในบัญชีรายชื่อของ IWC เช่นวาฬมิงค์และวาฬอื่นๆได้ ภายในน่านน้ำและเขตเศรษฐกิจของญี่ปุ่นได้

แต่อย่างไรก็ตาม ภายใต้กฏหมายทางทะเลของการสหประชาชาติยังมีข้อกำหนดให้แต่ละประเทศจำเป็นต้องร่วมมือในการอนุรักษ์วาฬ ญี่ปุ่นจึงจำเป็นต้องเข้าร่วมในกลุ่มอนุรักษ์อย่างIWC

กลุ่มรณรงค์ วาฬไทย ตั้งข้อสังเกตว่า ญี่ปุ่นอาจตั้งกลุ่มขึ้นมาเองและชวนประเทศที่มีความคิดเดียวกันเข้าร่วม หรืออาจไปเข้าร่วมกับองค์กร North Atlantic Marine Mammal Commission (NAMMCO) ที่มีประเทศแถบสแกนดิเนเวีย เช่น กรีนแลนด์, ไอซ์แลนด์, นอร์เวย์ และ หมู่เกาะแฟโร เป็นสมาชิกอยู่ โดยประเทศเหล่านี้มีวัฒนธรรมการล่าวาฬทั้งสิ้น



การถอนตัวจาก IWC ของญี่ปุ่นได้รับการวิจารณ์อย่างมาก กลุ่มรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม "กรีนพีซ" ประณามการตัดสินใจของญี่ปุ่น พร้อมระบุว่า มหาสมุทรของโลกเผชิญภัยคุกคามหลายอย่าง เช่น การทำประมงที่มากเกินไป, มลพิษจากพลาสติก และญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศเกาะที่พึ่งพาทรัพยากรทางทะเลอย่างมาก ควรจะทำงานเพื่อคลี่คลายปัญหาเหล่านี้ มากกว่ากลับมาล่าวาฬ.


https://mgronline.com/japan/detail/9610000128427

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 28-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


พบซากวาฬบรูด้าขนาดใหญ่ลอยอยู่หลังเกาะเต่า อีกตัวว่ายน้ำคลอเคลียไม่ห่าง



สุราษฎร์ธานี - ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 (สุราษฎร์ธานี) เร่งลากซากวาฬบรูด้าขนาดใหญ่เข้าฝั่ง หลังพบลอยกลางทะเลหลังเกาะเต่า โดยมีคู่ว่ายน้ำคลอเคลียไม่ห่างจากซาก สร้างความหดหู่เป็นยิ่งนัก

สืบเนื่องจากข่าวในสังคมออนไลน์ และการแจ้งข่าวผ่านเฟซบุ๊กกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ว่าพบซากวาฬบรูด้าขนาดใหญ่คาดว่ามีน้ำหนักมากกว่า 5 ตัน ลอยขึ้นอืดอยู่กลางทะเลหลังเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี นายวิชัย สมรูป ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 (สุราษฎร์ธานี) ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ได้ส่งชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) ชุดที่ 4 เรือตรวจการณ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 103 ออกปฏิบัติการค้นหาซากวาฬบรูด้าดังกล่าวร่วมกับกรมประมง กลุ่มรักเกาะเต่า อสทล.เกาะพะงัน กลุ่มดอกไม้ทะเลเพื่อการอนุรักษ์เกาะพงัน มูลนิธิกุศลศรัทธาเกาะพะงัน นักดำน้ำจากบริษัททรีเฟอร์ ไดเวอร์เกาะพะงัน ออกค้นหามาตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคมที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ (27 ธ.ค.) ทีมค้นหาได้พบซากวาฬดังกล่าวลอยอยู่ในทะเลระหว่างเกาะเต่า และเกาะพะงัน ห่างจาก อ.เกาะพะงันไปทางทิศเหนือประมาณ 7 ไมล์ทะเล จึงใช้เชือกขนาดใหญ่มัดและลากจูงซากวาฬเพื่อเข้าฝั่ง โดยทางเจ้าหน้าที่จะได้นำซากวาฬไปขึ้นที่บริเวณชายหาดอุทยานแห่งชาติธารเสด็จ เกาะพะงัน เพื่อให้คณะสัตวแพทย์และนักชีววิทยาของศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง ดำเนินการวินิจฉัยสาเหตุการตายต่อไป

และมีรายงานว่า ขณะทีมค้นหาเข้าไปพบซากวาฬบรูด้าลอยอยู่กลางทะเลนั้น ยังได้พบวาฬบรูด้าอีกตัวว่ายน้ำคลอเคลียอยู่กับซากวาฬตัวดังกล่าว ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคู่ของวาฬตัวที่ตายที่ไม่ยอมทิ้งคู่ของมันไป สร้างความหดหู่ให้แก่ทีมค้นหาเป็นยิ่งนัก


https://mgronline.com/south/detail/9610000128665


*********************************************************************************************************************************************************


ดร.ธรณ์ บินด่วนพังงาเพื่อไข่เต่ามะเฟือง ชวนคนไทยดูถ่ายทอดสด-รอวันฟักเป็นตัว



นักวิชาการด้านสัตว์ทะเล ลงพื้นที่พังงา แนะคนไทยลุ้นไข่เต่ามะเฟือง สัตว์ทะเลหายากฟักขึ้นมาปีหน้า พร้อมแนะจัดการขยะพลาสติกและขยะทะเลอย่างจริงจัง สิ่งสำคัญคือการสื่อสารคนพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์

จากกรณีที่เต่ามะเฟือง เพศเมีย มีขนาดความยาวกระดองประมาณ 125 เซนติเมตร ความกว้างกระดองประมาณ 70 เซนติเมตร และความกว้างของรอยเดิน 92 เซนติเมตร ขึ้นมาวางไข่บริเวณหาดคึกคัก อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีจำนวนไข่เต่ามีทั้งหมด 118 ฟอง โดยเป็นไข่ลม หรือไข่ฝ่อจำนวน 25 ฟอง ไข่เสียหายจำนวน 4 ฟอง และไข่ปกติจำนวน 89 ฟอง ทั้งนี้ ไข่ของเต่ามะเฟืองจะใช้ระยะเวลาในการฟักเป็นตัวประมาณ 60-74 วัน ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

วันนี้ (27 ธ.ค.) ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านสัตว์ทะเล รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความระหว่างลงพื้นที่ ระบุว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เข้าจัดการย้ายไข่เต่าขึ้นมาให้อยู่เหนือระดับน้ำขึ้นลง ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องวัดอุณหภูมิในรังไข่ จัดทำรั้วขนาดใหญ่รอบรังไข่เต่า ป้องกันคนเดินเข้าไปใกล้ จัดทำป้ายข้อมูลเต่ามะเฟืองหลายป้าย พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด 6 ตัว เปิดให้ทุกคนทั่วไทยทั่วโลกชมได้ตลอดเวลาผ่านเว็บไซต์ http://loveseaturtle.dmcr.go.th

ต่อมาวันที่ 26 ธ.ค. แม่เต่าขึ้นมาวางไข่อีกครั้งที่วัดท่าไทร อ.ท้ายเหมือง ห่างจากจุดเดิมลงไปทางใต้ 39 กิโลเมตร บริเวณนี้เงียบสงบ ไม่มีผู้คน ห่างจากเขตอุทยานท้ายเหมืองไปทางใต้ 7 กิโลเมตร เมื่อเจ้าหน้าที่วัดรังเรียบร้อย อยู่เหนือระดับน้ำทะเล ไม่ต้องย้าย ทำคอกล้อมไว้ และมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครช่วยเฝ้าในตอนแรก นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้สั่งการให้จัดทำศูนย์เฝ้าระวังเต่ามะเฟือง ในลักษณะเดียวกับรังแรก และจะติดตั้งกล้องให้ช่วยกันดูอีกเช่นกัน

เนื่องจากเต่ามุ่งหน้าลงใต้ ห่างจากจุดเดิม 40 กิโลเมตร จึงเป็นไปได้ว่า ในช่วง 10 วันข้างหน้า (4-6 ม.ค. 2562) อาจมีการวางไข่อีกครั้ง และพื้นที่อาจรวมไปถึงบริเวณหาดไม้ขาว ภูเก็ต จุดที่เต่ามะเฟืองเคยขึ้นวางไข่ในอดีต อธิบดีกรมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ผบ.ฐานทัพเรือพังงา นายอำเภอ ลงพื้นที่พร้อมกัน เพื่อช่วยกันวางแผนในการดูแลรักษา รวมถึงการจัดการช่วงกำเนิดเต่ามะเฟือง รังแรกประมาณ 14-17 ก.พ. 2562 รังสองประมาณสิ้นเดือน ก.พ. 2562

"การตกลงร่วมกันมีข้อสรุป คือ จะขอให้โรงแรมและร้านอาหารในพื้นที่ซึ่งแม่เต่ามีโอกาสวางไข่ ตั้งแต่เขาหลักจนถึงหาดไม้ขาว ช่วยกันหรี่ไฟริมชายหาด ไม่ใช่ทุกพื้นที่ เฉพาะบางพื้นที่ซึ่งเหมาะสมกับการขึ้นวางไข่ โดยจะทำงานแบบประสานงาน โดยให้หน่วยงานและอาสาสมัครต่างๆ เข้ามาช่วยกัน ในการเดินตรวจตลอดจนสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อการรายงานที่ว่องไว มีกองทุนอนุรักษ์เต่าทะเลช่วยสนับสนุนในกรณีของคนที่พบรังไข่เต่า"



ผศ.ดร.ธรณ์กล่าวว่า ข้อสรุปจะปล่อยให้ลูกเต่าลงทะเลทั้งหมด เนื่องจากการเลี้ยงลูกเต่ามะเฟืองเป็นไปแทบไม่ได้ แม้แต่ในต่างประเทศก็เช่นกันในช่วงกำเนิดเต่ามะเฟือง หน่วยงานต่างๆ จะช่วยกันจัดการพื้นที่ชายหาด กั้นเขต และดูแลทะเลให้ปลอดภัยสำหรับลูกเต่าผู้จะว่ายน้ำตรงดิ่งไปกลางมหาสมุทร ว่ายติดต่อกัน 3 วัน 3 คืนเป็นอย่างน้อย ลูกเต่ามะเฟืองไม่หากินริมชายฝั่ง ส่วนการติดแท็กหรือชิปกับลูกเต่าทำไม่ได้ สำหรับแม่เต่า กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

ทั้งนี้ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าจะมีอัตราฟักเท่าไหร่ ในระยะหลังมีปัญหาทั่วโลกว่าพ่อเต่ามะเฟืองมีน้อยลง สัดส่วนของแม่เต่ามีมากกว่า ทำให้น้ำเชื้อมีน้อยลง โดยไม่มีใครสามารถผสมเทียมหรือเลี้ยงเต่ามะเฟืองได้ตอนนี้คงต้องหวังว่าไข่ของแม่เต่าจะสมบูรณ์ มีน้ำเชื้อพอเพียง และจะคลอดเป็นลูกเต่าตัวน้อยๆ ในช่วงกำเนิดเต่ามะเฟือง สามารถดูได้ผ่านกล้องถ่ายทอดสดที่จัดเตรียมไว้ และอาจติดตั้งเพิ่มในช่วงนั้น

ปกติลูกเต่าจะเกิดตอนรุ่งสาง แต่หลายครั้งที่อาจเลยมาถึงตอนเช้า ไม่จำเป็นต้องเป็นเวลาเดียวกันทั้งหมด ก่อนเกิด หลุมจะเริ่มยุบตัวลง พอให้ดูได้ว่าใกล้ออกแล้ว จากนั้นลูกเต่าจะเจาะเปลือกไข่ มุดทรายขึ้นมา โผล่มาทีละ 2-3 ตัว จากนั้นก็วิ่งหน้าตั้งลงทะเล การเกิดอาจใช้เวลานานนับชั่วโมงหรือกว่านั้น ปกติเราจะเห็นลูกเต่าฝูงหลังๆ ที่ลงทะเลตอนมีแดดแล้ว หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และอาสาสมัคร จะระดมแรงช่วยกันทำความสะอาดชายหาดและท้องทะเลในบริเวณนี้ เพื่อช่วยลดถุงพลาสติกและขยะทะเล ให้เกิดความปลอดภัยต่อแม่เต่าและลูกเต่าตัวน้อยๆ ใครอยากจัดกิจกรรมทำความสะอาดหาดหรือทะเล ขอให้ไปช่วยกันในบริเวณตั้งแต่ตะกั่วป่า ไปจนถึงหาดไม้ขาวและหาดสิรินาถ ภูเก็ต

"การที่เต่ามะเฟืองกลับมาอีกครั้งหลังจากหายไปนาน อาจเกิดจากการจัดการขยะพลาสติกและขยะทะเลที่ทำกันอย่างจริงจังตลอดปีที่ผ่านมา เพราะเต่ามะเฟืองกินแมงกะพรุนเป็นหลัก ขยะทะเลจึงมีผลอย่างมากต่อการตาย การสื่อสารกับผู้คนในพื้นที่ สำคัญสุดๆ ... ทั้งหมดที่ได้พบ บอกได้ว่า ชาวพังงาน่ารักทุกคน และผมเชื่อมั่นสุดใจว่าพวกเขาจะช่วยดูแลลูกเต่าตัวน้อยเกือบสองร้อยตัวแทนพวกเราคนไทยได้เป็นอย่างดี การสื่อสารกับพวกเราคนไทย สำคัญเช่นกัน เพื่อให้พวกเรารับรู้และเข้าใจความสำคัญของแม่เต่ามะเฟือง ของขวัญจากท้องทะเลสำหรับคนไทยในปีนี้ ปีที่ดีสุดๆ สำหรับคนรักทะเลไทย มาช่วยกันลุ้นกำเนิดเต่ามะเฟืองต้นปีหน้า"



นอกจากนี้ ผศ.ดร.ธรณ์กล่าวฝากถึงผู้ที่สนใจทำงานด้านอนุรักษ์ว่า เราไม่อาจเปลี่ยนโลกให้เป็นอย่างที่เราอยากได้ ในทันที แต่เราสามารถเตรียมตัวสร้างฐาน ทำโน่นทำนี่เพื่อรอเวลา จากบทความในเรื่อง ?ใต้ทะเลมีความรัก? เมื่อหลายปีก่อน มาเป็นหนังสือนิทาน กลายเป็นแคมเปญสัตว์สงวน การรณรงค์ลดขยะพลาสติกในทะเล ทำมาหลายปี เพื่อรอโอกาส ด้วยเชื่อมั่นว่าทะเลจะไม่ทำให้เราให้ผิดหวัง ด้วยเชื่อว่าคนไทยยังรักทะเลมากเพียงพอ และเมื่อโอกาสมา จงทุ่มทุกอย่างลงไปกับโอกาสนั้น

"ไม่ต้องมีข้ออ้างว่าติดงาน ไม่ต้องสนใจว่ามีอะไรอื่นอีกที่ต้องทำ ลืมให้หมด แล้วทุ่มลงไป ปิดจ๊อบให้ได้ ทำให้คนรักทะเล รักป่า รักธรรมชาติมากขึ้นให้ได้ เพราะโอกาสบางทีเฉกเช่นดาวตก มาเพียงพริบตาเดียว แต่พริบตานั้น แสงเจิดจ้า ตัดผ่านผืนฟ้ารัตติกาล ชวนให้ผู้คนจดจำ เนิ่นนาน และนั่นคือเหตุผลที่ตอบว่า ทำไมแค่แม่เต่าตัวเดียว อาจารย์ธรณ์ต้องบินด่วนลงมา เพราะแม่เต่ามะเฟืองไม่ใช่เป็นเพียงแค่สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง เธอเป็นความฝันของอาจารย์ธรณ์"


https://mgronline.com/onlinesection/.../9610000128592

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 28-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


คืบร่างแผนขยะพลาสติก เล็งเลิกใช้ 7 ชนิด ปี 68 ลดมลพิษ ปีหน้าห้าม'ไมโครบีด' ส่วนกล่องโฟมปี 65



วันที่ 27 ธ.ค.นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก เปิดเผยว่า การประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติก ครั้งที่ 3/2561 เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ได้ประชุมพิจารณา (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก 20 ปี (พ.ศ.2561 ? 2580) พิจารณากำหนดการลด และเลิกใช้ ผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง(Single-use Plastic) ที่พบมากในขยะทะเลของประเทศไทยและก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม โดยพลาสติกที่อยู่ในข่ายถูกลดและเลิกใช้รวม 7 ชนิด ประกอบด้วย

1) พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม(cap seal)
2) ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่มีส่วนผสมของสารประเภทอ็อกโซ่(oxo)
3) ไมโครบีดจากพลาสติก(Microbead) เลิกใช้ปี 2562
4) ถุงพลาสติกหูหิ้วขนาดความหนาน้อยกว่า 36 ไมครอน
5) กล่องโฟมบรรจุอาหาร เลิกใช้ปี 2565
6) แก้วน้ำพลาสติก(ใช้ครั้งเดียว) และ
7) หลอดพลาสติก เลิกใช้ปี 2568

โดยมีเป้าหมายรวมในการลดการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง 70 % ในปี พ.ศ.2580 ด้วยการใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพื่อลดมลพิษจากขยะพลาสติกซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกที่ต้องได้รับการแก้ไขให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 ? 2580) ของประเทศ และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ปี พ.ศ. 2573 เพื่อสร้างคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดี ลดมลพิษ และลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและระบบนิเวศ

นายวิจารย์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ขอความร่วมมือในการรณรงค์การลด และคัดแยกขยะอย่างต่อเนื่อง และการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์เพื่อลดพลาสติกที่ปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมและทะเล โครงการ "ลดวันละถุง คุณทำได้" ปฏิเสธถุงได้บุญด้วยการบริจาคให้สาธารณกุศล ของ บริษัท ซีพี ออลล์จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้ผลตอบรับด้วยดี โดยระยะแรกบริจาคให้กับโรงพยาบาลศิริราช เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2561 ? 28 กุมภาพันธ์ 2562 ข้อมูล ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2561 สามารถลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วได้จำนวนทั้งสิ้น 155,500,000 ใบ รวมคิดเป็นยอดเงินบริจาค 10,287,956 บาท ระยะที่ 2 บริจาคให้กับโรงพยาบาลรัฐและเอกชน ระยะที่ 3 บริจาคให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนอุปกรณ์ และผู้ยากไร้ และกิจกรรม "ทำความดีด้วยหัวใจลดรับลดให้ ลดใช้ถุงพลาสติก" ของ ทส. ประกอบด้วยกิจกรรมรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วในตลาดสดทั่วประเทศ และกิจกรรมลดใช้ถุงพลาสติกร่วมกับภาคีความร่วมมือภาคธุรกิจเอกชน สามารถลดใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วได้จำนวน 344,672,263 ใบ

นายวิจารย์ กล่าวว่า ในส่วนภาครัฐ มีการขับเคลื่อนการลดการใช้พลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งในหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้โครงการ ?ทำความดีด้วยหัวใจ ลดภัยสิ่งแวดล้อม? ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2561 กำหนดให้ทุกหน่วยงานราชการต้องดำเนินกิจกรรมการลด คัดแยกขยะมูลฝอยภายในหน่วยงาน และกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 สำหรับประเมินผู้บริหารองค์การ มีเป้าหมายให้หน่วยงานภาครัฐลดการทิ้งพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้ง ทั้งถุงพลาสติกหูหิ้วและแก้วพลาสติกของหน่วยงาน ร้อยละ 10 และงดใช้โฟมบรรจุอาหารในหน่วยงานรัฐ โดยเริ่มประเมินผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ในวันที่ 1 ม.ค. 2562 เป็นต้นไป


https://www.thaipost.net/main/detail/25261

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 28-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก บ้านเมือง


เตือน!นักท่องเที่ยวระวังลื่นสาหร่ายทะเล จำนวนมากริมหาดปากน้ำปราณ



วันที่ 27 ธันวาคม 61 นายพิษณุพงษ์ เหล่าลาภผล แกนนำกลุ่มอนุรักษ์ทะเลและชายหาดปากน้ำปราณ ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ?เอ คนรักเลปราณ? เพื่อเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวังอันตรายจากสาหร่ายทะเลสีเขียวจำนวนมากที่ถูกลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดเข้าฝั่งตลอดแนวชายหาดยาวหลายกิโลเมตร โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญบริเวณเขื่อนกันคลื่นตลอดแนวหาดในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ปากน้ำปราณ สำหรับสาหร่ายดังกล่าวในระยะสั้นไม่มีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม แต่จะทำให้ประชาชนนักท่องเที่ยวอาจลื่นล้มได้รับบาดเจ็บหากลงไปเดินบนสันเขื่อนบริเวณใกล้ชายหาด ขณะเดียวกันจากปริมาณสาหร่ายที่มีจำนวนมากทำให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึกจากทัศนยีภาพบริเวณชายหาดที่สวยงามแปลกตา



ด้านนายทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ปลัด อบต.ปากน้ำปราณ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่ปิดป้ายประกาศเตือนอันตรายไปปักไว้ตลอดแนวชายหาดเพื่อให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังหากเดินลงไปบริเวณบันไดตามแนวเขื่อนกันคลื่น ขณะเดียวกันได้แจ้งให้กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมเร่งทำความสะอาดบริเวณแนวเขื่อนเพื่อป้องกันผลกระทบกับนักท่องเที่ยวช่วงน้ำทะเลลดลง และจัดเก็บสาหร่ายบางส่วนที่กองทับถมบริเวณชายหาดเพื่อป้องกันผลกระทบกับคุณภาพน้ำทะเล.


http://www.banmuang.co.th/news/region/136441

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:29


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger