เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 29-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ แต่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็น ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะนี้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกบางในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในวันที่ 29 ธ.ค. 61 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้น

ส่วนในช่วงวันที่ 30 ธ.ค. 61 ? 3 ม.ค. อากาศเย็นถึงหนาว และอุณหภูมิจะลดลง 5-8 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในวันที่ 29 ธ.ค. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง และส่วนในช่วงวันที่ 30 ธ.ค. 61 - 3 ม.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สำหรับประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และคลื่นลมแรงพัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 29 ธ.ค. 61 ? 3 ม.ค. 62



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบถึงวันที่ 2 มกราคม 2562)" ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 29 ธันวาคม 2561

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว คาดว่าจะปกคลุมถึงวันที่ 2 มกราคม 2562 ประกอบกับจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือในช่วงวันที่ 29-30 ธันวาคม 2561 ทำให้มีผลกระทบดังนี้

ในวันที่ 29 ธันวาคม 2561 ประเทศไทยตอนบน จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้น

ส่วนในช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2561 - 2 มกราคม 2562 อากาศจะหนาวเย็นลง อุณหภูมิลดลง 5-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้น และรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย

สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยจะเริ่มจากจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ก่อน ส่วนจังหวัดอื่นๆ จะได้ผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย ส่วนอ่าวไทยจะมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2561 - 2 มกราคม 2562

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (88.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (99.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake_Thai.jpg (90.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (104.6 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 29-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


กู้ภัยเร่งกู้ชีวิตเต่าเหยื่อสึนามิอินโดนีเซีย


ทีมกู้ภัยเร่งช่วยเหลือเต่าทะเลที่ติดอยู่ใต้ซากขยะที่สึนามิซัดมาเกยตื้นที่จังหวัดลัมปุง เกาะสุมาตรา อินโดนีเซีย (AFP)

ทุกชีวิตล้วนสำคัญ นอกจากค้นหาผู้ประสบภัยจากสึนามิที่อินโดนีเซียแล้ว ทีมกู้ภัยยังได้ช่วยเหลือเต่าทะเลที่ถูกคลื่นยักษ์ซัดมาติดอยู่ใต้กองขยะ โดยช่วยเหลือไปแล้ว 16 ตัว โชคดีที่เต่าเหล่านั้นไม่ได้รับบาดเจ็บ จึงแค่ปล่อยกลับทะเล

รายงานจากเอเอฟพีระบุว่า ทีมกู้ภัยที่ค้นหาผู้ประสบภัยจากสึนามิที่จังหวัดลัมปุง เกาะสุมาตรา อินโดนีเซียนั้น ได้พบเต่าทะเลตัวใหญ่ติดอยู่ใต้กองขยะทะเล ซึ่งต้องใช้ทีมงานถึง 4 คน ช่วยกันแบกสัตว์ทะเลที่เสี่ยงสูญพันธุ์นี้กลับสู่ทะเล

อะดิ อะยางสยาห์ (Adi Ayangsyah) สมาชิกทีมค้นหาและกู้ภัยที่จังหวัดลัมปุงบอกเอเอฟพีว่า เต่าตัวที่เขาและทีมช่วยเหลือนั้นตัวใหญ่มากๆ และติดอยู่ในกองขยะในท่าหงายท้อง เขาคาดว่าเต่าตัวนี้น่าจะหนักประมาณ 30 กิโลกรัม

ก่อนหน้านี้ทีมกู้ภัยได้ช่วยเหลือเต่าทะเลในพื้นที่เดียวกันนี้อีกประมาณ 15 ตัว ซึ่ง เตกุห์ อิสมาอิล (Teguh Ismail) หัวหน้าสำนักงานอนุรักษ์ในลัมปุง เผยจากการคาดเดาของทีมกู้ภัยว่า เต่าเหล่านี้อาจจะถูกสึนามิซัดมาเกยฝั่ง แต่เต่าทะเลเหล่านี้ไม่มีบาดแผลใดๆ พวกเขาจึงปล่อยกลับทะเล

การปะทุของภูเขาไฟอานักกรากาตัว ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางช่องแคบซุนดา (Sunda Strait) ระหว่างเกาะชวาและเกาะสุมาตรา เมื่อกลางดึกวันที่ 22 ธ.ค.2018 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้บางส่วนของปล่องภูเขาไฟถล่มและไถลลงสู่มหาสมุทร จุดชนวนให้เกิดสึนามิรุนแรงในคืนวันดังกล่าว

ตัวเลขคร่าวๆ เมื่อวันศุกร์ที่ 28 ธ.ค.นั้นยอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นไป 430 คนแล้ว และยังมีผู้เสียหายอีกประมาณ 159 คน ตอนนี้หมดความหวังที่จะค้นพบผู้รอดชีวิตแล้ว แต่ทีมกู้ภัยก็ไม่ได้จำกัดความช่วยเหลือไว้แค่มนุษย์เท่านั้น

"เรายังสอดส่องหาเต่าตัวอื่นๆ ที่เกยตื้นด้วยเช่นกัน สำหรับเราแล้ว ทุกชีวิตล้วนสำคัญ ไม่ว่าคนหรือสัตว์" อะยังสยาห์กล่าว


https://mgronline.com/science/detail/9610000128851


*********************************************************************************************************************************************************


ออสซี่ร้อนตับแตก! อุณหภูมิพุ่งสูงเฉียด 40 องศา เตือนปชช.เฝ้าระวังไฟป่า


ชาวออสเตรเลียหลายพันคนนอนอาบแดดและเล่นน้ำทะเลอยู่ริมชายหาดบอนดี (Bondi Beach) ในนครซิดนีย์ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดวันนี้ (28 ธ.ค.)

เอเจนซีส์ - ออสเตรเลียเผชิญสภาพอากาศที่ร้อนจัดเป็นประวัติการณ์ในสัปดาห์นี้ โดยทางการได้ออกประกาศเตือนภัยคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ลง และห้ามประชาชนจุดไฟเผาสิ่งต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดไฟป่า

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียรายงานวันนี้ (28 ธ.ค.) ว่า ภาคใต้ของประเทศมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 16 องศาเซลเซียส และทุบสถิติอากาศร้อนที่สุดของเดือน ธ.ค. ในหลายๆ เมือง

"หลายพื้นที่ทั่วประเทศกำลังเผชิญกับคลื่นอากาศร้อน" สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแถลง พร้อมระบุว่าอุณหภูมิที่ร้อนจัดนั้นครอบคลุมตอนใต้ของ 4 รัฐ รวมถึงภูมิภาคนอร์เทิร์นเทร์ริทอรี

มาร์เบิล บาร์ (Marble Bar) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่ร้อนที่สุดของแดนจิงโจ้ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย สร้างสถิติใหม่ด้วยอุณหภูมิที่พุ่งสูงสุดถึง 49.3 องศาเซลเซียสเมื่อวันพฤหัสบดี (27)

หลายเมืองใหญ่ทั่วออสเตรเลียก็มีอุณหภูมิเฉียด 40 องศา และคาดว่าจะร้อนระอุเช่นนี้ไปจนถึงช่วงปีใหม่

สำหรับเมืองหลวงแคนเบอร์รานั้นคาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งแตะ 39 องศาเซลเซียสในวันเสาร์ (29) ซึ่งนับว่าสูงที่สุดสำหรับเดือน ธ.ค. ส่วนที่นครซิดนีย์จะร้อนเฉียด 40 องศาเซลเซียสในช่วง 3 วันข้างหน้า

ประชาชนหลายพันคนในนครซิดนีย์ต่างมุ่งหน้าสู่ชายหาดเพื่อคลายร้อน ขณะที่หน่วยงานสาธารณสุขออกประกาศเตือนสตรีมีครรภ์ เด็ก คนชราที่อายุเกิน 65 ปี รวมถึงผู้ที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ ให้ระมัดระวังคุณภาพอากาศที่ย่ำแย่ลงในช่วงนี้เนื่องจากปริมาณโอโซนเพิ่มสูงขึ้น

สำนักงานบรรเทาเหตุฉุกเฉินออสเตรเลียได้สั่งห้ามประชาชนจุดไฟเผาสิ่งต่างๆ และให้อยู่แต่ในที่ร่มเพื่อหลีกเลี่ยงอาการเจ็บป่วยจากคลื่นความร้อน

ออสเตรเลียเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดอยู่เป็นประจำในฤดูร้อนของซีกโลกใต้ซึ่งเริ่มราวๆ เดือน ธ.ค. ทว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศยิ่งส่งผลให้อุณหภูมิเหนือพื้นดินและน้ำทะเลพุ่งสูงผิดปกติ นำมาสู่วิกฤตไฟป่าที่รุนแรงขึ้น


https://mgronline.com/around/detail/9610000128926

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 29-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


เร่งช่วยเต่าเจอสึนามิซัด ? วิตกชะตาแรดชวา หวั่นภูเขาไฟทำตายหมด



เร่งช่วยเต่าเจอสึนามิซัด ? วันที่ 28 ธ.ค. จาการ์ตาโพสต์ รายงานความคืบหน้าการกู้ภัยเหตุสึนามิซัดถล่มพื้นที่บริเวณช่องแคบซุนดา ระหว่างหมู่เกาะชวากับหมู่เกาะสุมาตรา จากแรงระเบิดของภูเขาไฟอะนัก กรากะตัว เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ว่ายอดผู้เสียชีวิตยังอยู่ที่ราว 430 ราย และสูญหาย 159 คน นอกจากภารกิจค้นหาร่างผู้เคราะห์ร้ายแล้ว เจ้าหน้าที่ยังต้องเร่งช่วยชีวิตเต่าทะเลด้วย

เจ้าหน้าที่ช่วยชีวิตเต่าทะเล สัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ถูกคลื่นยักษ์ซัดเข้าฝั่งจังหวัดลัมปุง บนเกาะสุมาตรา ได้ราว 18 ตัวใต้ซากปรักหักพังของบ้านเรือนทับถมจนไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนได้ และอาจตายได้ ตัวหนึ่งมีน้ำหนักกว่า 30 กิโลกรัม นอนหงายท้องติดอยู่ใต้เศษขยะ ไกลจากฝั่งทะเลถึง 1 ก.ม. เจ้าหน้าที่ 4 นายต้องช่วยกันอุ้มไปปล่อยคืนสู่ทะเล ท่ามกลางเสียงชื่นชมของผู้คน



วันเดียวกัน เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.8 แม็กนิจูด ที่จังหวัดปาปัวตะวันตก ตั้งอยู่ภาคตะวันออกของอินโดนีเซีย แม้ไม่เกิดความเสียหายมากนัก แต่ทำให้ชาวบ้านตื่นตระหนกกันมาก เนื่องจากยังอยู่ในช่วงหวาดผวาเหตุแผ่นดินไหวและสึนามิ

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่กลุ่มนักอนุรักษ์สัตว์ป่าวิตก และเตือนให้ทางการอินโดนีเซียเร่งหาทางคุ้มครองแรดชวา แรดหายากและเสี่ยงสูญพันธุ์ที่พบในอุทยานแห่งชาติอูจุงกูลอน บนเกาะชวา เพียงที่เดียวในโลก และมีประชากรเหลือแค่ 67 ตัวเท่านั้น


WWF

อุทยานอูจุงกูลอนดังกล่าวอยู่ใกล้กับภูเขาไฟอะนัก กรากะตัว ช่วงที่คลื่นสึนามิถาโถมทำลายพื้นที่ชายฝั่งตอนเหนือของอุทยาน ส่งผลให้เจ้าหน้าที่หลายนายเสียชีวิต และอาคารทำการบางส่วนเสียหาย

ภูเขาไฟอานัก กรากาตัวยังพ่นควันร้อนออกมา มองจากเมืองคาริตา จังหวัดบันเติน เมื่อ 28 ธ.ค. Antara Foto/Akbar Nugroho Gumay/ via REUTERS
แม้ฝูงแรดชวาทั้งหมดอาศัยอยู่ในส่วนชายฝั่งตอนใต้ของอุทยาน แต่ด้วยสถานะของภูเขาไฟที่ยังปะทุต่อเนื่อง และเพิ่งเกิดระเบิดรอบใหม่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 27 ธ.ค. อาจก่อให้เกิดคลื่นสึนามิลูกใหญ่และซัดถล่มไปถึงตอนใต้ของอุทยาน




https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2018159

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 29-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


3 เรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ .................. โดย ธารา บัวคำศรี

มลพิษทางอากาศ PM2.5 ยังเป็นประเด็นร้อนระอุในประเทศไทย หลังจากที่กรมควบคุมมลพิษประกาศดัชนีคุณภาพอากาศ(Air Quality Index)ใหม่ที่รวมค่า PM2.5 ในเดือนตุลาคม 2561 ในขณะที่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาของเดือนธันวาคมนี้ กรุงเทพมหานครได้เผชิญกับวิกฤตฝุ่น PM2.5 อีกรอบหนึ่ง

ข้อมูลว่าด้วย PM2.5 หลั่งไหลออกมามากมายทั้งจากผู้เชี่ยวชาญ สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดีย แต่มี 3 ประเด็นที่คุณควรรู้เมื่อพูดถึงเรื่องนี้

1) มลพิษหลักชนิดอื่นที่นำไปสู่การก่อตัวของ PM2.5 ขั้นทุติยภูมิมีบทบาทสำคัญต่อวิกฤตมลพิษทางอากาศไม่แพ้การปล่อย PM2.5 โดยตรงจากแหล่งกำเนิด

ดังที่เราทราบกัน แหล่งกำเนิด PM2.5 มีทั้งการปล่อยโดยตรงจากแหล่งกำเนิดไม่ว่าจะเป็น การคมนาคมขนส่ง การผลิตไฟฟ้า การเผาในที่โล่ง และอุตสาหกรรมการผลิตขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่ใดมี แหล่งกำเนิดแบบใดเป็นหลัก (Primary PM2.5 และจากปฏิกิริยาเคมีในบรรยากาศ โดยมีสารกลุ่มซัลเฟอร์ หรือกลุ่มไนโตรเจนและแอมโมเนียเป็นสารตั้งต้น(Secondary PM2.5)

การวิเคราะห์ของกรีนพีซโดยใช้ข้อมูลล่าสุดที่สาธารณชนเข้าถึงได้จากดาวเทียม Sentinel 5P ขององค์การอวกาศแห่งยุโรป (the European Space Agency) ที่บันทึกระหว่างวันที่ 1 มิถุนายนถึง 31 สิงหาคม 2561 เพื่อประมวลผลข้อมูลเพื่อระบุแหล่งกำเนิดหลักของการปล่อยก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ พบว่า ชั้นบรรยากาศเหนือกรุงเทพฯและปริมณฑล บางส่วนของภาคกลางต่อกับพื้นที่ชายฝั่งทะเล ตะวันออก ตั้งแต่ระดับพื้นสูงขึ้นไปราว 10 กิโลเมตร มีก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ปกคลุม (ดูจากภาพ) ความเข้มข้นของก๊าซวัดในหน่วย Dobson units (DU) แบบเดียวกับที่ใช้วัดปริมาณโอโซนในบรรยากาศ

แม้ว่าการกระจายตัวของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ที่ตรวจพบโดยดาวเทียมดังกล่าวจะไม่สามารถนำมาระบุความเชื่อมโยงกับผลกระทบสุขภาพ แต่ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ซึ่งมีที่มาทั้งจากยานยนต์ (เครื่องยนต์สันดาปภายใน) การเผาไหม้เชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้า และอุตสาหกรรมการผลิตเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการก่อตัว PM2.5 จากปฏิกิริยาเคมีในบรรยากาศส่งผลต่อความเข้มข้นของ PM2.5 ในท้ายที่สุด


ที่มา: https://energydesk.carto.com

2) แบบแผนการกระจายตัวของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ช่วยบ่งบอกผลกระทบของ การใช้ยานยนต์ที่มีต่อคุณภาพอากาศในเมือง

การคมนาคมด้วยยานยนต์เป็นแหล่งกำเนิดหลักของมลพิษทางอากาศและ PM2.5 ในเมืองต่างๆ ทั่วโลก มีการวัดผลกระทบของการใช้ยานยนต์ต่อคุณภาพอากาศในเมืองโดยการเปรียบเทียบระดับของมลพิษในช่วงวันทำงานและวันหยุดซึ่งอนุมานว่ามีการจราจรด้วยยานยนต์ที่น้อยกว่า

ที่กรุงโซลของเกาหลีใต้ มีการทำเปรียบเทียบดังกล่าวนี้ ผลคือ มีความแตกต่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนระหว่างระดับของมลพิษทางอากาศ(โดยใช้ระดับของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในหน่วย Dobson units (DU))ในช่วงวันทำงานและวันหยุด ดังภาพด้านล่าง


ที่มา : https://storage.googleapis.com/plane...greenpeace.pdf

แม้การเปรียบเทียบไม่อาจนำมาใช้ในหลายเมืองที่มีการจราจรคับคั่งไม่เว้นวันหยุด เช่น กรุงเทพฯ แต่ข้อค้นพบจากแผนที่คือ ระบบการคมนาคมที่ดีและมีประสิทธิภาพโดยลดการพึ่งพาการใช้รถยนต์ส่วนตัวลง จะช่วยทำให้คุณภาพอากาศของเมืองดีขึ้นและคุณภาพชีวิตของคนในเมืองก็ดีขึ้น


3) สภาพภูมิอากาศสุดขั้วมีผลต่อการเกิดวิกฤต PM2.5 ในกรุงเทพฯ อย่างมีนัยสำคัญ

การวิจัยที่ดำเนินการอยู่โดยกรีนพีซและศูนย์ภูมิภาคเทคโนโลยีอวกาศ(ภาคเหนือ) คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อวิเคราะห์ความเข้มข้นของ PM2.5 ด้วยแบบจำลองจากค่า Aerosol Optical Tickness (AOT) ระบบ MODIS ที่มีความละเอียดของขนาดกริดที่ 3 กิโลเมตร พบว่า ระหว่างช่วงปีแห้งแล้ง(ปี พ.ศ.2558-2559 ซึ่งเกิดปรากฏการณ์เอลนิโญรุนแรง)กับช่วงปี พ.ศ.2560 (ซึ่งเป็นปีที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกร้อนที่สุดโดยไม่มีอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนิโญ) มีผลต่อวิกฤตมลพิษ PM2.5 ในกรุงเทพฯ อย่างมีนัยสำคัญ

ในปี พ.ศ. 2559 ความเข้มข้นของ PM2.5 ที่ 36-69 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ 596.31 ตารางกิโมตร ในขณะที่ ปี พ.ศ. 2560 ความเข้มข้นของ PM2.5 ในช่วงดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ในอาณาบริเวณที่กว้างถึง 1,515.71 ตารางกิโลเมตร หรือมากกว่าเกือบสามเท่า

เมื่อพิจารณาถึงความเข้มข้นของ PM2.5 ที่สูงกว่า 70 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรขึ้นไป ในปี พ.ศ. 2559 มีพื้นที่ครอบคลุม 969.50 ตารางกิโลเมตร และในปี พ.ศ. 2560 มีพื้นที่ครอบคลุมลดลงเป็น 45.48 ตารางกิโลเมตร หรือน้อยกว่าประมาณ 21 เท่า ดังในตาราง



เราจะนำเอารายละเอียดเชิงลึกของการวิจัยนี้มานำเสนอในโอกาสต่อไปช่วงต้นปี พ.ศ. 2562


http://www.greenpeace.org/seasia/th/...25/blog/62083/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 29-12-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


นักอนุรักษ์ห่วง "แรดชวา" สูญพันธุ์ หากสึนามิถล่มอินโดฯซ้ำ

นักอนุรักษ์แสดงความเป็นห่วงว่า หากเกิดเหตุสึนามิขึ้นอีกครั้งในประเทศอินโดนีเซีย อาจส่งผลให้แรดชวาสูญพันธ์ เนื่องจากอุทยานแห่งชาติอูจุงกูลน ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของแรดชวาฝูงสุดท้ายอยู่ใกล้ ๆ กับภูเขาไฟอนักการากาตัว ที่เกิดการปะทุรุนแรงจนเกิดสึนามิเมื่อสัปดาห์ก่อน



สุนาร์โต สุนาร์โต ผู้เชี่ยวชาญของกองทุนสัตว์ป่าโลก ประจำประเทศอินโดนีเซีย ระบุว่า ควรเร่งหาแหล่งที่อยู่แห่งใหม่ให้กับแรดชวา ซีงเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมานานเนื่องจากเขตอุทยานแห่งชาติอูจุงกูลนที่มีความสุ่งเสี่ยงมากเกินไป

โดยพื้นที่ป่าดังกล่าว ซึ่งอยู่ปลายสุดบนเกาะชวาตะวันตก เพิ่งได้รับผลกระทบจาก คลื่นสึนามิที่เกิดจากการปะทะอย่างรุนแรงของภูเขาไฟอนักการากาตัวเมือสัปดาห์ที่แล้ว แต่เคราะห์ดีที่แรดชวายังปลอดภัย อย่างไรก็ตาม นักอนุรักษ์ยังห่วงว่า หากเกิดสึนามิขึ้นอีก ก็อาจส่งผลร้ายแรงต่อแรดชวาในอุทยานแห่งชาติอูจุงกูลน

ขณะที่ นิโคลา โลเวธ เจ้าหน้าที่จากองค์กรเดียวกันได้ กล่าวว่า หากแรดชวาที่อาศัยอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติอูจุงกูลนหมดไป ก็จะเท่ากับว่าสัตว์สายพันธ์ดังกล่าวได้สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้ เนื่องจากปัจจุบันไม่มีแรดชวาที่อยู่ภายใต้การดูแลของมนุษย์

สำหรับแรดชวา เป็นแรดที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากที่สุดในบรรดาแรดทั้ง 5 สายพันธุ์ โดยในอดีตแรดชวากระจายอาศัยอยู่ในป่าทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย แต่ปัจจุบันพบได้ที่อุทยานแห่งชาติอูจุงกูลนเพียงแห่งเดียว ซึ่งคาดว่ามีจำนวนเหลือเพียงจำนวน 67 ตัวเท่านั้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้แรดชวามีจำนวนลดลงเป็นอย่างมาก เป็นเพราะการล่าเพื่อเอานอและการทำลายป่าเพื่อขยายพื้นที่เพาะปลูก


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/95728


*********************************************************************************************************************************************************


"เอลนิโญ่" พ่นพิษ ออสเตรเลียร้อนจัด ทะลุ 45 องศา

ออสเตรเลียผจญภาวะอากาศร้อนจัด อุณภูมิสูงถึง 45 องศา จิ้งจอกบินตายนับพัน



ออสเตรเลียเผชิญอากาศสุดร้อน ชายหาดหลายแห่งเกือบทั่วทั้งประเทศออสตเรเลีย คราคร่ำไปด้วยผู้คนที่หลบอากาศร้อนและมาผ่อนคลายเนื่องในเทศกาลคริสต์มาส สาเหตุที่ชายหาดได้รับความนิยมในปีนี้เป็นพิเศษ เนื่องจากช่วงนี้อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นมากกว่าปกติถึง 14 องศาเซลเซียส โดยบางแห่งอุณหภูมิสูงถึง 45 องศาเซลเซียส

ส่วนสาเหตุที่ทำให้อากาศแปรปรวนได้ขนาดนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า น่าจะเป็นผลมาจากปรากฏการณ์ "เอล นิโญ่" ในมหาสมุทร "แปซิฟิก" ซึ่งทางการออสตรเลียได้ประกาศมาตั้งแต่ต้นปี 2018 แล้ว โดยมีการเตือนว่าสภาพอากาศตลอดปี 2018 ต่อเนื่องปีใหม่ที่จะถึงนี้ จะสูงขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ



นอกจากมนุษย์ที่ได้รับผลกระทบแล้ว สัตว์ท้องถิ่นหลายชนิด ก็ได้รับความยากลำบากในการดำรงชีพ อย่างเช่น "จิ้งจอกบิน" หรือ "ฟลายอิ้ง ฟ็อกซ์" ล้มตายไปแล้วหลายพันตัว จากความร้อนและอาการขาดน้ำอย้างรุนแรง


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/95698
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 13:22


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger