เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 05-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันเสาร์ที่ 5 มกราคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง โดยจะมีผลกระทบต่อไปอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร และทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรงดการเดินเรือต่อไปอีก 1 วัน


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-27 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในวันที่ 5 ม.ค. 62 บริเวณภาคใต้จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร สำหรับในช่วงวันที่ 4 ? 10 ม.ค. 62 บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส โดยจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 4 ? 5 ม.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรงดการเดินเรือ รวมทั้งประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกให้ระวังคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "พายุ ?ปาบึก? (pabuk)" ฉบับที่ 21 ลงวันที่ 05 มกราคม 2562

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (5 ม.ค. 62) พายุโซนร้อน ?ปาบึก? (pabuk) มีศูนย์กลางอยู่บริเวณอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ หรือที่ละติจูด 8.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 98.7 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันนี้ (5 ม.ค. 62) ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ โดยจะมีผลกระทบต่อไปอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรงดการเดินเรือต่อไปอีก 1 วัน

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (88.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (95.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (98.3 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 05-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


อย่าเพิ่งวางใจ! ดร.สมิทธ เตือน 2 รอยเลื่อนเสี่ยงแผ่นดินไหว เขื่อนแตก

ถือเป็นเรื่องระทึกช่วงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2562 สำหรับเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.9 ที่บริเวณ อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี ที่ละติจูดที่ 14.90 องศาเหนือ ลองจิจูด 99.14 องศาตะวันออก ซึ่งเหตุปฐพีสะเทือนครั้งนี้ทำให้คนหลายจังหวัดใกล้เคียงรู้สึกได้



แผ่นดินไหวทุกครั้งหลายคนจะแสดงความเป็นห่วงเขื่อนต่างๆ ว่าจะได้รับผลกระทบแตกหรือร้าวหรือไม่ ซึ่งต่อมา ฝ่ายบำรุงรักษาโยธา ของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งดูแลเขื่อนวชิราลงกรณ ได้แถลงการณ์ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบกับทุกเขื่อนของ กฟผ. ก็ตาม

ทั้งนี้ การเกิดแผ่นดินไหวดังกล่าวจะเป็นการส่งสัญญาณเตือนอะไรหรือไม่ จะมีโอกาสเกิดแผ่นดินไหวและส่งผลกระทบกับเขื่อนเพียงใด ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้สอบถาม ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมกล่าวเตือนไปยังทุกคนให้เฝ้าระวังภัย


แผ่นดินไหว ที่กาญจนบุรี มีสาเหตุจากรอยเลื่อน

ดร.สมิทธ กล่าวว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้น่าจะมาจากรอยเลื่อน ซึ่งที่ จ.กาญจนบุรี มีรอยเลื่อนอยู่หลายแห่ง เช่น รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ หรือ รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ ซึ่งอยู่ใกล้กับเขื่อนศรีนครินทร์ และวชิราลงกรณ

"รอยเลื่อนตรงนี้คือรอยเลื่อนเก่า ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ซึ่งพอมีการสะสมพลังงานมากๆ ก็จะมีการขยับตัว แต่ที่เป็นห่วงที่เคยเกิดขึ้นในอดีต คือ แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ประเทศเมียนมา ใกล้เมืองย่างกุ้ง ซึ่งมันส่งผลให้รอยเลื่อนของเราขยับเขยื้อน"

จากสถิติพบมีการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนหลายแห่งที่ยังเคลื่อนตัวอยู่ เช่น รอยเลื่อนเชียงแสน รอยเลื่อนแม่ทา รอยเลื่อนเถิน ส่วนรอยเลื่อนที่มีผลกระทบกับเขื่อนศรีนครินทร์ และวชิราลงกรณ โดยตรง คือ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ กับรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ ซึ่งอยู่ใต้เขื่อน




เผยสถิติแผ่นดินไหว 2 รอยเลื่อนใกล้เขื่อน รุนแรงสุด ปฐพีสะเทือนขนาด 7.6

ดร.สมิทธ ให้ข้อมูลกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ที่ผ่านมา ทั้ง 2 รอยเลื่อนเคยเกิดแผ่นดินไหวมาแล้ว โดย 2 ครั้งที่หนักที่สุด คือ

เมื่อวันที่ 7 ม.ค.2480 รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ ซึ่งกินพื้นที่ยาว 250 กิโลเมตร ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงถึงขนาด 7.6 ซึ่งรอยเลื่อนดังกล่าว อยู่ในพื้นที่แถวแม่น้ำแควน้อย ไปจนถึงชายแดนพม่า

ต่อมา 22 เม.ย.2526 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 5.9 ที่รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ ซึ่งมีความยาวประมาณ 500 กิโลเมตร โดยวางตัวอยู่ในแนวร่องน้ำแม่กลองและแควใหญ่ ไปจนถึงชายแดนพม่า

"เมื่อมีรอยเลื่อนใดรอยเลื่อนหนึ่งขยับ จะส่งผลไปยังรอยเลื่อนข้างเคียง ยกตัวอย่าง คือ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ขยับ อาจจะส่งผลไปยังรอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ หรือคลองมะรุ่ย ซึ่งเคยเกิดแผ่นดินไหว ขนาด 5.6"




แผ่นดินไหว 5.5 ถึง 7.6 แมกนิจูด อาจสร้างรอยแตกร้าวให้เขื่อน

เมื่อถามว่า จะต้องแผ่นดินไหวขนาดไหน ถึงจะส่งผลกระทบกับเขื่อนได้ ดร.สมิทธ บอกว่า ถ้าเกิดรุนแรงตั้งแต่ 5.5 - 7.6 แมกนิจูด ก็อาจจะทำให้เขื่อนร้าว หรือแตกได้ ซึ่งตรงนี้เคยบอกกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตไปแล้ว ซึ่งทางการไฟฟ้าฯ เขามีการติดตั้งเครื่องวัดแผ่นดินไหวไว้ที่สันเขื่อน และได้เตรียมความพร้อมในการรับมือ

"ที่เป็นห่วงที่สุด คือ เคยมีแผ่นดินไหวรุนแรงที่พม่า ซึ่งมีผลกระทบกับรอยเลื่อนในประเทศไทย ซึ่งกรุงเทพมหานครนั้น มีชั้นดินเหนียวมีสภาพดินอ่อน หากเกิดแผ่นดินไหวแรงๆ ชั้นดินเหนียวสามารถขยายความรุนแรงเพิ่มขึ้น แต่...หากเกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลาง บริเวณเขื่อน จ.กาญจนบุรี ส่งผลให้เขื่อนแตก อาจจะเกิดน้ำท่วมหลายจังหวัด..

ที่ผ่านมา กฟผ. เคยทำภาพจำลองไว้ หากเขื่อนศรีนครินทร์เกิดแตก น้ำจะท่วมสูงประมาณ 25 เมตร ที่ จ.กาญจนบุรี จากนั้นน้ำจะไหลไปที่ อ.บ้านโป่ง 7.5 เมตร จากนั้นจะไปที่ เมืองราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม แต่กรุงเทพฯ จะไม่ได้รับผลกระทบนัก เพราะน้ำจะไหลออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งการไหลของน้ำจะมีเวลา 6 - 20 ชั่วโมง ในการไหลไปในพื้นที่ต่างๆ"


กลุ่มรอยเลื่อนที่มีพลังพาดผ่านประเทศไทย


อย่าเพิ่งวางใจ แผ่นดินไหวต่างแดน อาจส่งผลถึงรอยเลื่อน แผ่นดินไหวใต้เขื่อนก็มีโอกาสเขื่อนแตก

ประธานมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวถึงปัญหาการสร้างเขื่อนทับรอยเลื่อนนั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้วและเป็นประวัติศาสตร์โลก ที่ผ่านมา เคยเกิดแผ่นดินไหวและเขื่อนแตกมาแล้ว ประเทศไทยก็มี 2 เขื่อนดังกล่าวที่ตั้งทับรอยเลื่อนศรีสวัสดิ์และเจดีย์สามองค์ สิ่งที่ต้องระวัง คือ หากพลังงานถูกสะสมไว้นานๆ มันก็จะเกิดแผ่นดินไหวได้ ดังนั้น เราต้องศึกษาสถิติที่เคยเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า การเกิดแผ่นดินไหวครั้งนี้ไปแล้ว จะทำให้พลังสะสมอ่อนลง หรือทำให้เกิดเบาลงในครั้งต่อไปหรือไม่ ประธานมูลนิธิเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่า ไม่...พลังงานก็จะมีการสะสมไปเรื่อยๆ แต่ถ้าไม่เคยเกิดแผ่นดินไหวเลย แล้วมาเกิด แบบนี้จะรุนแรงกว่า เพราะมีพลังงานสะสมไว้มาก

"ที่สำคัญ คือ การเตรียมการป้องกันเอาไว้ ซึ่งที่ผ่านมาผมเคยไปบรรยายเรื่องนี้เอาไว้ ซึ่งทาง กฟผ. เองก็ได้เตรียมความพร้อม โดยมีการจำลองอพยพคน หากเกิดเขื่อนแตกร้าวก็ให้อพยพคนขึ้นที่สูง เพราะเวลาเขื่อนแตกนั้น จะไม่แตกทันที มันอาจจะค่อยๆ ร้าว ดังนั้นจะยังมีเวลาหนีอยู่พอสมควร ซึ่งชาวบ้านที่อยู่ใกล้เขื่อนเองจะทราบ

ดร.สมิทธ เน้นย้ำว่า การมีรอยเลื่อนที่ใต้เขื่อนทั้ง 2 เขื่อนถือเป็นเรื่องที่เราต้องเตือนกับประชาชน เพราะโอกาสที่จะเกิดแผ่นดินไหวใต้เขื่อนและส่งผลกระทบกับเขื่อนนั้นมีมาก อย่าเพิ่งวางใจ ถึงแม้ตอนนี้ยังไม่เกิด แต่ในอนาคต หากมีการสะสมพลังงานมากๆ ก็อาจจะเกิดได้ เพราะหากมีแผ่นดินไหวใหญ่ๆ ในประเทศรอบข้าง เช่น ที่อินโดนีเซีย ก็จะเกิดผลกระทบกับรอยเลื่อน โดยเฉพาะถ้า 2 รอยเลื่อนใต้เขื่อนนี้ขยับก็จำเป็นต้องมีระบบเตือนภัยให้ประชาชนด้วย


สถิติแผ่นดินไหว ที่มีผลกระทบกับประเทศไทย และชาวกรุงรู้สึกได้

ทั้งนี้ ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา พบว่า มีการเกิดแผ่นดินไหวที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ทั้งสิ้น 30 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2557 - 2561 โดยมีอยู่ 3 ครั้ง ที่เกิดแผ่นดินไหวแล้วชาวกรุงเทพฯ สามารถรู้สึกได้ คือ

21 มีนาคม 2557 ได้เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 6.3 ที่ ต.ดงมะดะ อ.แม่ลาว จ.เชียงราย ถนน อาคารและบ้านเรือน บริเวณใกล้จุดศูนย์กลางได้รับความเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิต 1 คน เกิดโคลนผุด รู้สึกสั่นไหวหลายจังหวัด คือ เชียงราย แพร่ แม่ฮ่องสอน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เชียงใหม่ และตึกสูงในกรุงเทพมหานคร

6 ธันวาคม 2557 แผ่นดินไหว ขนาด 5.9 ยูนนาน ประเทศจีน รู้สึกสั่นไหวที่ ตึกสูง จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานคร

24 สิงหาคม 2559 เวลา 17.34 น. ได้เกิดแผ่นดินไหว ขนาด 6.8 ที่ประเทศพม่า รู้สึกสั่นไหว ที่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ และ กรุงเทพมหานคร

ทั้งหมดนี้คือสถิติที่เคยเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี อยากจะฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมในการรับมือให้ดี เพราะหากมีการป้องกันที่ดีก็สามารถลดการสูญเสียได้


https://www.thairath.co.th/content/1459108

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 05-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ


แง่มุมน่ารู้เกี่ยวกับพายุโซนร้อน 'ปาบึก' .................... โดย บัญชา ธนบุญสมบัติ

พายุหมุนเขตร้อน เหตุการณ์แรกในรอบ 68 ปี ที่เกิดขึ้นในเดือนมกราคมและในประเทศไทย



พายุโซนร้อน 'ปาบึก' ที่ขึ้นฝั่งที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ในวันศุกร์ที่ 4 มกราคม มีแง่มุมสำคัญที่ควรสนใจหลายอย่าง (ตามที่เคยได้ให้ข้อมูลไว้แล้ว) แต่ยังมีข้อมูลสำคัญอีกส่วนหนึ่งที่คิดว่าน่าเน้นย้ำและบันทึกไว้ดังนี้ครับ


ประเด็นแรก: นับเป็นครั้งแรกที่เดือนมกราคมมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

ข้อมูลสถิติพายุหมุนเขตร้อนของศูนย์ภูมิอากาศ กองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าในช่วงปี พ.ศ. 2494-2560 (67 ปี) เดือนที่ไม่มีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยเลย ได้แก่ มกราคม กุมภาพันธ์ และมีนาคม

ทั้งนี้หากคิดรวมข้อมูลพายุในปี พ.ศ. 2561 ด้วย ข้อสรุปที่ได้ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม
แต่เมื่อพายุโซนร้อน 'ปาบึก' เคลื่อนเข้าสู่ประเทศ วันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2562 ข้อสรุปจึงเปลี่ยนไป เพราะนี่คือ เหตุการณ์แรกในรอบ 68 ปีที่เดือนมกราคมได้มีพายุหมุนเขตร้อนเข้ามาในบ้านเรา



การที่พายุหมุนเขตร้อนเข้าสู่ประเทศไทยในเดือนมกราคมเป็นเรื่องสำคัญ ในเชิงวิชาการ ควรมีการตรวจสอบสาเหตุ (เช่น เหตุการณ์นี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศหรือไม่) ส่วนในเชิงการจัดการ ควรมีการให้ข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องแก่ประชาชน และการเตรียมพร้อมในเชิงนโยบายและการปฏิบัติ เพื่อรับมือผลกระทบจากพายุหมุนเขตร้อนให้ทันท่วงที


ประเด็นที่สอง: หากพิจารณาบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกทางแถบตะวันตกเฉียงเหนือ พบว่า 'ปาบึก' เป็นพายุโซนร้อนที่ก่อตัวขึ้นเร็วที่สุด เพราะยกระดับจากพายุดีเปรสชันกลายเป็นพายุโซนร้อนในวันแรกของปี คือวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2562

น่ารู้ด้วยว่าในบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกทางแถบตะวันตกเฉียงเหนือนี้) พายุดีเปรสชันได้ยกระดับเป็นพายุโซนร้อนอลิซ (Tropical Storm Alice) เมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1979 (พ.ศ. 2522) ด้วยเช่นกัน โดยในอีก 4 วันต่อมา คือวันที่ 5 มกราคม พายุอลิซลูกนี้ได้ทวีกำลังแรงขึ้นกลายเป็นพายุไต้ฝุ่น


ประเด็นที่สาม: ช่วงเดือนธันวาคม พายุหมุนเขตร้อนที่เข้าสู่ประเทศไทยผ่านอ่าวไทยและขึ้นฝั่งทางภาคใต้ฝั่งตะวันออก

ภาพแสดงเส้นทางพายุหมุนเขตร้อนจานวน 9 ลูกที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยในเดือนธันวาคม (ข้อมูลตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494-2560) มีข้อสังเกตว่า พายุที่เข้ามาใกล้ปลายปีมากที่สุด คือ พายุดีเปรสชันคิท (Kit) ซึ่งขึ้นฝั่งทางภาคใต้ของไทยเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2517




ประเด็นที่สี่: กระแสตื่นตัวอย่างมากเกี่ยวกับพายุโซนร้อน 'ปาบึก' ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่พายุลูกนี้มีกำลังแรงในระดับเดียวกับพายุโซนร้อนแฮเรียต และขึ้นฝั่งในบริเวณใกล้เคียงกัน

พายุโซนร้อนแฮเรียตขึ้นฝั่งที่แหลมตะลุมพุก จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2505 และสร้างความเสียหายอย่างหนักจนเป็นที่จดจำและมีการสร้างเป็นภาพยนตร์ชื่อ ตะลุมพุก มหาวาตะภัยล้างแผ่นดิน ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2545


(ภาพการพยากรณ์เส้นทางการเคลื่อนที่ของพายุ โดย Hong Kong Observatory)


ประเด็นที่ห้า: การพยากรณ์เส้นทางพายุจากแหล่งข้อมูลต่างๆ มีความคลาดเคลื่อนมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป

เนื่องจากเส้นทางการเคลื่อนที่ของพายุหมุนเขตร้อนขึ้นกันปัจจัยหลายอย่าง เช่น สนามของลมโดยรอบพายุหมุน ความกดอากาศที่อยู่ใกล้เคียง การเลื่อนบีตา และลมเฉือน เป็นต้น ดังนั้นการพยากรณ์เส้นทางจึงเกิดความคลาดเคลื่อนได้ (อาจจะมากในบางกรณี) ในปัจจุบันการพยากรณ์มักจะทำล่วงหน้าราว 3 วัน


http://www.judprakai.com/life/838?ut...bangkokbiznews

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 05-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,174
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


รู้จัก Storm surge



กทม. 4 ม.ค.-รู้จัก Storm surge หรือคลื่นพายุซัดฝั่ง ที่เราได้ยินจากข่าวพายุโซนร้อนปาบึก ขึ้นฝั่ง จ.นครศรีธรรมราช

Storm surge หรือสตอร์ม เซิร์จ หรือน้ำขึ้นจากพายุ คือ คลื่นที่เกิดจากการยกตัวขึ้นของน้ำทะเลนอกชายฝั่งด้วยอิทธิพลของความกดอากาศต่ำและอิทธิพลของพายุหมุนเขตร้อน น้ำขึ้นจากพายุขั้นตอนแรกเกิดจากลมความเร็วสูงที่พัดผลักดันผิวมหาสมุทร ลมจะทำให้น้ำยกตัวสูงขึ้นจากระดับน้ำทะเลปกติ ขั้นตอนที่สองคือความกดอากาศต่ำที่ศูนย์กลางพายุ (ตาพายุ) มีผลเพิ่มยกระดับน้ำขึ้นอีกเล็กน้อย และอีกสาเหตุคือชั้นความลึก (bathymetry) ของน้ำทะเล ผลกระทบรวมจากปรากฏการณ์ความกดอากาศต่ำร่วมกับการพัดของลมพายุเหนือทะเลน้ำตื้นนี้เองที่เป็นต้นเหตุของอุทกภัยจากน้ำขึ้นจากพายุ

อิทธิพลความกดอากาศของพายุหมุนเขตร้อนจะทำให้ระดับของน้ำในทะเลเปิดยกตัวสูงขึ้นในเขตที่บรรยากาศมีความกดอากาศต่ำ และลดระดับต่ำลงในเขตบรรยากาศมีความกดอากาศสูง ระดับน้ำที่ยกตัวสูงขึ้นจะแปรผกผันกับความกดอากาศที่ต่ำลง เพื่อที่จะทำให้ความกดโดยรวมที่ระนาบของใต้ผิวน้ำคงที่ ผลกระทบนี้ทำให้ประมาณได้ว่าระดับน้ำทะเลจะเพิ่มสูงขึ้น 10 มิลลิเมตร (0.4 นิ้ว) ต่อทุก ๆ 1 มิลลิบาร์ที่ลดลงของความกดอากาศ



น้ำขึ้นจากพายุที่สูงที่สุดที่มีบันทึกในประวัติศาสตร์เกิดจากพายุหมุนมาฮินา (Cyclone Mahina) ที่อ่าวแบเทิสต์ (Bathurst Bay) ประเทศออสเตรเลีย เมื่อปี พ.ศ. 2442 ซึ่งประมาณว่าสูงถึง 13 เมตร แต่งานวิจัยที่ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ.2543 ให้ข้อสังเกตว่าสาเหตุหลักๆ น่าจะเกิดจากคลื่นเคลื่อนยกตัวมากกว่าเนื่องจากความชันของพื้นใต้ชายฝั่งทะเล

บันทึกของน้ำขึ้นจากพายุที่สูงที่สุดเกิดจากพายุหมุนแคทรินาเมื่อ พ.ศ.2548 ซึ่งทำให้คลื่นยกตัวสูงขึ้นถึงระดับ 7.6 เมตร รอบๆ อ่าวเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซิสซิปปี, ในชุมชนเวฟแลนด์, ตัวอ่าวเซนต์หลุยส์, ไดมอนด์เฮด, และช่องแคบคริสเตียน โดยมีคลื่นยกตัวสูงถึง 8.5 เมตรที่ช่องแคบคริสเตียน


เหตุการณ์น้ำขึ้นจากพายุในไทย

ในอดีตไทยก็เคยเกิดปรากฏการณ์น้ำขึ้นจากพายุ เมื่อวันที่ 25-26 ตุลาคม พ.ศ.2505 ขึ้นในภาคใต้ แหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จากพายุโซนร้อนแฮเรียต มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 300 กิโลเมตร ความเร็วลม 180-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วในการเคลื่อนที่ 92.622 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เกิดคลื่นยักษ์สูงประมาณยอดต้นสน (20 เมตร) สร้างความเสียหายให้ 9 จังหวัดในภาคใต้เป็นอย่างมาก


https://www.tnamcot.com/view/5c2f2009e3f8e46233d989ce

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:57


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger