เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 11-10-2019
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,908
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง
อนึ่ง ในช่วงวันที่ 12-15 ต.ค. 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางอีกระลอกจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอุณหภูมิลดลง ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงไว้ด้วย
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณฝนฟ้าคะนอง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 12 - 15 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมกระโชกแรง ส่วนในช่วงวันที่ 16 - 17 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียสกับมีลมแรงในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 13 - 17 ต.ค. 62 และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อนึ่ง พายุระดับ 5 ไต้ฝุ่น (ฮากีบิส) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันตกเฉียงเหนือ คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 11-12 ตุลาคม 2562 ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย


ข้อควรระวัง


ในช่วงวันที่ 12 - 15 ต.ค. 62 ขอให้ประชาชนในบริเวณทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย สำหรับในช่วงวันที่ 13 - 17 ต.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอัตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-11_DFTH2_1200.jpg (20.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-11_DFTH1_1200.jpg (35.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest111019.jpg (32.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-11_TopChart_07.jpg (111.6 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 11-10-2019
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,908
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

สุดประทับใจ! ฝูงโลมาหลังโหนกกว่า 10 ตัว เล่นน้ำอวดโฉมที่ท่าเรือดอนสัก

สุราษฎร์ธานี - สุดประทับใจ! ฝูงโลมาหลังโหนกกว่า 10 ตัว ไล่ต้อนกินลูกปลา พร้อมกระโดดเล่นน้ำอวดโฉมต่อสายตานักท่องเที่ยวที่ท่าเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะสมุยเกาะพะงัน ฝั่งดอนสัก สร้างคามตื่นตาตื่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชน



เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (11 ต.ค.) นักท่องเที่ยวและประชาชนที่ไปรอขึ้นเรือที่ท่าเรือเฟอร์รี่ข้ามเกาะสมุยเกาะพะงัน ฝั่งดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ต่างตื่นตาตื่นใจกับภาพที่สุดจะประทับใจ ซึ่งเป็นภาพโลมาหลังโหนกประมาณ 10 ตัว กำลังแหวกว่ายอวดโฉมและไล่กินปลาตัวเล็กเป็นอาหาร โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 สุราษฎร์ธานี และนักท่องเที่ยว รวมทั้งประชาชนได้ถ่ายภาพดังกล่าวเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกจำนวนมาก



นายวิชัย สมรูป ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ภาพโลมาหลังโหนก ประมาณกว่า 10 ตัว กำลังว่ายน้ำไล่ต้อนกินลูกปลา ณ บริเวณท่าเรือซีทรานเฟอร์รี่ อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของชายฝั่งอ่าวไทย พื้นที่ที่ได้รับผลดีจากการป้องกันและปราบปรามการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU Fishing) จึงทำให้ทรัพยากรทางทะเลโดยเฉพาะสัตว์ทะเลหายาก ได้กลับมาให้ชาวบ้านรวมถึงนักท่องเที่ยวได้ชื่นชมกันอีกครั้ง

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 11-10-2019
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,908
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

กลุ่มเรือหอยคราดเถื่อนชิงผู้ต้องหากลางปากอ่าวเมืองคอน เข้ามอบตัวแล้ว 4 คน



(แฟ้มภาพ)

นครศรีธรรมราช - เปิดยุทธการกดดันประมงผิดกฎหมายอ่าวปากนคร-พาอุปกรณ์หลบหนีตามบันทึกภาพ ส่วนผู้ที่ปรากฏในคลิปขัดขวางและชิงตัวผู้ต้องหาการทำประมงผิดกฎหมายทยอยมอบตัว และถูกดำเนินคดีแล้ว

จากกรณีที่ชาวประมงพื้นบ้านกลุ่มหนึ่งเข้าแย่งชิงตัวนายสุวรรณรัตน์ ยิ่งบุรุษ ผู้ต้องหาคราดหอยผิดกฎหมาย พร้อมเรือของกลาง จากเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 3 ต.ค.นั้น

วันนี้ (11 ต.ค.) หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับ ผู้ต้องหากลุ่มแรกที่กระทำความผิด พ.ร.บ.ประมง 2 คน ก่อนที่จะมีการชิงตัว ได้เข้ามอบตัวแล้ว โดยพนักงานสอบสวนได้ให้ประกันตัวไปในชั้นสอบสวน วงเงิน 2 แสนบาท ส่วนคดีกลุ่มที่ 2 คือ การขัดขวางนำพาผู้ต้องหาและแย่งชิงของกลางหลบหนี ได้ออกหมายจับ 4 ราย และเข้ามามอบตัวแล้วทั้งหมด เป็นผู้ขับเรือทั้ง 4 ลำที่ปรากฏในคลิป อยู่ในระหว่างการสอบสวน และหลังจากนี้คาดว่าจะมีผู้ที่อยู่ในข่ายที่ร่วมกันและสนับสนุนตามปรากฏในคลิปอีกราว 15 ราย ที่อยู่ในข่ายต้องดำเนินคดี

นอกจากนี้ ที่บริเวณท่าน้ำศาลาแดง ปากอ่าวปากนคร เทศบาลตำบล (ทต.) ปากนคร อ.เมืองนครศรีธรรมราช นายพรศักดิ์ ศักดิ์ธานี ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เรือตรวจการณ์ประมงทะเล สนธิกำลังร่วมฝ่ายปกครอง อ.เมืองนครศรีธรรมราช ออกปฏิบัติการกวาดล้างกดดันการลักลอบทำประมงด้วยเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ในบริเวณปากอ่าวปากนคร ซึ่งเป็นพื้นที่ลอบคราดหอย และใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมายในพื้นที่ชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง และเป็นพื้นที่เกิดเหตุการณ์แย่งชิงตัวผู้ต้องหา รวมทั้งของกลางในการทำประมงผิดกฎหมาย



เจ้าหน้าที่ได้ติดตามเบาะแสการนำเครื่องมือผิดกฎหมายไปซุกซ่อนในลำบาง หรือคลองสายเล็กที่เชื่อมต่อกับปากอ่าวปากนครหลายจุดตามเบาะแสทางการข่าว โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการได้มีกลุ่มประมงผิดกฎหมายคอยติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ด้วยการบันทึกภาพและแจ้งให้เครือข่ายคอยหลบหนี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามตรวจสอบตามคลองปากน้ำอ่าวปากนคร ลึกไปชั้นในจนถึง ต.ท่าไร่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช พบว่ามีเรือประมงชนิดเรืออวนรุน ไปจอดลอยลำอย่างมีพิรุธ แต่เจ้าหน้าที่ไม่พบว่าบนเรือมีคันรุน หรืออวนรุนอยู่บนเรือจึงไม่สามารถดำเนินการได้ แต่กลับพบว่าบริเวณในป่าต้นจาก พบว่า มีคันรุนถูกปลดทิ้งไว้เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปตรวจสอบ โดยเครื่องมือชนิดนี้ไม่สามารถมีในครอบครองหรือใช้ในการทำประมงได้อย่างเด็ดขาด และในเวลาเดียวกันพบว่ามีการลอบปักเสาวางเครื่องมือโพงพาง ซึ่งเป็นหนึ่งในการทำประมงผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ทำการรื้อถอนทิ้ง โดยไม่ปรากฏผู้ต้องหา

นายพรศักดิ์ ศักดิ์ธานี ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการกวาดล้างเพื่อให้กลุ่มประมงผิดกฎหมายปรับเปลี่ยนหันมาใช้เครื่องมือที่ถูกกฎหมาย สาเหตุที่กลุ่มเครื่องมือผิดกฎหมายยังคงลักลอบทำอยู่เนื่องจากมีผลตอบแทนสูงมากกว่า 10 เท่าตัวของผู้ที่ทำประมงถูกกฎหมาย และพวกเขายังคิดว่ายังหลบหนีได้ ที่ผ่านมา ผู้กระทำผิดมั่นใจว่าจะมีคนคอยช่วยเหลือได้ ทั้งนี้ แผนของเจ้าหน้าที่ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้เน้นการปราบปราม แต่จะควบคุมและคอยดูแลให้ประชาชนที่ทำประมงด้วยเครื่องมือถูกกฎหมายทำประมงได้อย่างสบายใจ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 11-10-2019
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,908
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

รอง ผวจ.ปัตตานีลงพื้นที่ขุดลอกอ่าวปัตตานี ประชาสัมพันธ์-ติดตามความคืบหน้า



ปัตตานี - รอง ผวจ.ปัตตานีพร้อมคณะลงพื้นที่โครงการชุดลอกอ่าวปัตตานี ประชาสัมพันธ์-ติดตามความคืบหน้า หลังประชาชนร้องเรียนโครงการจะส่งผลกระทบต่อชาวประมงพื้นบ้าน และสร้างความเสียหายแก่ทรัพยากร

หลังจากมีการร้องเรียนว่า การขุดลอกอ่าวบริเวณหน้าอ่าวและรอบอ่าวปัตตานี ที่มีพื้นที่ครอบคลุม 2 อำเภอ คือ อ.เมือง และ อ.ยะหริ่ง รวมพื้นที่ประมาณ 74 ตารางกิโลเมตร ด้วยงบประมาณกว่า 600 ล้านบาท จะส่งผลกระทบต่อชาวประมงพื้นบ้าน จ.ปัตตานี และทรัพยากรทางทะเลเกิดความเสียหายในวงกว้างนั้น

วันนี้ (11 ต.ค.) นายสมนึก พรหมเขียว รอง ผวจ.ปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่า ประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มประมงพื้นบ้าน ลงเรือตรวจการณ์เจ้าท่า 191 เพื่อประชาสัมพันธ์และติดตามความคืบหน้าของการขุดลอกอ่าวปัตตานี ภายใต้โครงการพสกนิกรรอบอ่าวปัตตานีสู่สันติสุข ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินงานโดย กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า

การขุดลอกอ่าวเพื่อฟื้นฟูอ่าวปัตตานีที่ปัจจุบันเสื่อมโทรมและอยู่ในภาวะวิกฤตเนื่องจากปัญหาคุณภาพน้ำที่เกิดจากการปล่อยน้ำเน่าลงสู่อ่าวปัตตานีจากชุมชน แพปลา โรงงานอุตสาหกรรม ทำให้ทำลายแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำและปัญหาการทับถมของดินตะกอนที่ไหลลงมาจากแม่น้ำยะหริ่งและแม่น้ำปัตตานี ทำให้อ่าวปัตตานีมีสภาพตื้นเขิน สัตว์น้ำหลายชนิดไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ ส่งผลให้ชาวประมงพื้นที่ต้องสูญเสียแหล่งอาหารและอาชีพการประมง นอกจากนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจในการสร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนในพื้นที่

นายอนันต์ แก้ววิเชียร ผอ.สำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 4 เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่าได้รับโครงการนี้มาจาก ศอ.บต. และ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เนื่องจากเป็นภารกิจโดยตรง เพื่อนำมาวางแผนและออกแบบในการขุดลอกในบริเวณร่องน้ำทั้งหมดของรอบอ่าว กรมเจ้าท่าจึงได้มีการประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนบริเวณรอบอ่าว 2 ถึง 3 ครั้ง เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่และเกิดประโยชน์สูงสุด

กรมเจ้าท่าได้นำแนวทางที่ชาวบ้านแนะนำมาปรับเปลี่ยนรูปแบบในการผลิตงาน รวมถึงการออกแบบร่องน้ำให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด คือ 1.การแก้ปัญหาทางราองน้ำทางเดินเรือ ให้มีการเดินเรือที่เพิ่มขึ้น 2.ปรับสภาพแวดล้อมอ่าวให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น และ 3.ส่งเสริมอาชีพการประมง เพราะว่าร่องน้ำเกิดมีความลึกแล้วก็จะทำให้ปลาหรือทรัพยากรสัตว์น้ำเข้าไปในอ่าวมากขึ้น ชาวบ้านทำอาชีพประมงมีรายได้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงสิ่งที่จะตามมาอีกเรื่องหนึ่ง คือ เรื่องการท่องเที่ยว จะทำให้มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งทำให้มีความยั่งยืนในระยะยาว
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:03


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger