เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,912
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่15 ตุลาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


ประกาศเตือนภัยลักษณะอากาศ
สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2562)



ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่และมีลมกระโชกแรงบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล หลังจากนั้นประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง โดยบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง

ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากสภาพอากาศแปรปรวนเนื่องจากฝนตกหนักกับลมกระโชกแรงและอุณหภูมิลดลง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในระยะนี้ไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

วันที่ 15 ตุลาคม 2562 บริเวณที่มีฝนตกหนักกับมีลมกระโชกแรง

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน และตาก

ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม

และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง

ภาคใต้: จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีฝนลดลง โดยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะลดลงกับมีลมแรง

สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์

กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



ประกาศ ณ วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งกับลมกระโชกแรง บริเวณภาคเหนือด้านตะวันตก ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่ม ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณฝนฟ้าคะนอง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล


มีเมฆมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 14 - 15 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่ง กับมีลมกระโชกแรง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 16 - 20 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง อุณหภูมิจะลดลง 2-3 องศาเซลเซียสกับมีลมแรงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคใต้ ในช่วงวันที่ 14 - 20 ต.ค. 62 จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 14 - 15 ต.ค. 62 ขอให้ประชาชนในบริเวณทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย สำหรับในช่วงวันที่ 14 - 20 ต.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณ อ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-14_DFTH2_2300.jpg (20.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-14_DFTH1_2300.jpg (38.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest151019.jpg (31.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-15_TopChart_01.jpg (117.5 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,912
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ควรหรือไม่?กลุ่มไฮโซยกโขยงซิ่งเจ็ทสกีไปชมวาฬบรูด้า



ชาวเน็ตถามหาจิตสำนึก กลุ่มไฮโซพากันขี่เจ็ทสกรีนับสิบลำไปดูวาฬบรูด้า ด้วยการใช้ความเร็วสูงและเสียงดังจนเกิดการรบกวนการหากินของวาฬบรูด้า นายกเทศมนตรีตำบลหาดเจ้าสำราญ โวยการกระทำดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการลงไปชม แต่เป็นการไปไล่บรูด้าเสียมากกว่า ล่าสุดกรมทรัพยากรทางทะเลฯได้ลงเรือไปขอความร่วมมือ ทางกลุ่มเจ็ทสกีรับปากจะไม่นำมาวิ่งรบกวน ฝูงวาฬบรูด้าอีก

วันนี้ (14ต.ค.) เพจเฟซบุ๊ก"ข่าวเด็ดเพชรบุรี" ได้โพสต์ข้อความหลังมี กลุ่มไฮโซพากันขี่เจ็ทสกรีนับ10ลำลงไปดูวาฬบรูด้าในทะเล ว่า ควรหรือไม่ควรก็คิดกันเอาครับ..เหตุเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ในอ่าวไทยบริเวณที่บรูด้าหากินอยู่แถวทะเลอำเภอบ้านแหลม พบกลุ่มไฮโซขับเจ็ทสกีไปชมวาฬบรูด้านับสิบลำ จนสร้างความรำคาญและอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อวาฬบรูด้าในทะเล เจ้าท่าออกมาเตือน ถือเป็นความผิดกฎหมายเดินเรือในน่านน้ำไทย มีโทษทั้งจำและปรับหากยังฝ่าฝืน

หลังจากนายกอบชัย บุญอรณะ ผวจ.เพชรบุรี ร่วมกับเทศบาลตำบลหาดเจ้าสำราญ ได้เปิดเทศกาลชมวาฬทานปู ไปเมื่อเร็วๆนี้ โดยทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้จัดให้ชมรมเรือประมงชายฝั่ง ที่ผ่านการอบรมให้ความรู้ในการนำนักท่องเที่ยวลงเรือไปชมวาฬบรูด้าในท้องทะเลอ่าวไทยรูป ตัว ก.ไก่ จนได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่เช่าเหมาเรือประมงชายฝั่งออกไปชมวาฬอย่างคึกคัก ล่าสุด มีรายงานว่า มีกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งขับขี่เจ็ทสกรีลงไปวิ่งรบกวนการหากินของวาฬบรูด้า และเรือนักท่องเที่ยวอื่นๆ เนื่องจาก มีการใช้ความเร็วในการขับขี่สูงและส่งเสียงดังจนเกิดการรบกวนการหากินของวาฬบรูด้าจนเห็นได้ชัด

ล่าสุด วันนี้ 14 ต.ค.62 นายบุญยอด มาคล้าย นายกเทศมนตรีตำบลหาดเจ้าสำราญ เผยว่า เพิ่งได้รับรายงานเมื่อวานนี้ (13 ต.ค.62) ว่า มีเจ็ทสกรีนับสิบลำ ขับขี่ลงไปดูบรูด้า และวนเวียนอยู่รอบๆเรือประมงที่นักท่องเที่ยวพากันลงไปชมบรูด้า ซึ่งการกระทำดังกล่าว ไม่ถือว่าเป็นการลงไปชมบรูด้า แต่เป็นการไปไล่บรูด้าเสียมากกว่า ทั้งในเรื่องของการใช้ความเร็ว เสียงที่แผดดัง ตลอดจนระยะการเข้าใกล้บรูด้า ผิดไปจากข้อกำหนดที่ทางราชการกำหนดไว้ และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบรูด้าที่กำลังหากินอีกด้วย สิ่งเหล่านี้จะทำให้บรูด้าหายไป เชื่อว่าเป็นความคึกคนองที่มองข้ามผลกระทบ ซึ่งจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ ต้องขอความกรุณาเจ็ทสกรีเหล่านี้เลิกกระทำดีกว่า เพราะเป็นผลเสียต่อการท่องเที่ยวที่ได้ลงทุนกันไปเพื่อให้ชาวประมงชายฝั่ง ได้มีอาชีพเสริมในช่วงว่างเว้นจากการหาปู ปลา เพื่อมาเจือจุนรายได้ให้กับครอบครัว ท่านมีความพร้อมและมีฐานะดีกว่านักท่องเที่ยวอื่นๆ ที่อาศัยเช่าเรือประมงออกไปชมวาฬบรูด้าอย่างถูกกฏหมายและปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ของทางราชการทุกอย่าง จึงขอความร่วมมือด้วย

ขณะที่นายสมพงษ์ เพชรนาค ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเพชรบุรี กล่าวว่า การขับขี่เจ็ทสกรีลงไปรบกวนการหากินของวาฬบรูด้า ถือเป็นการกระทำความผิดต่อระเบียบและกฎหมาย เนื่องจากเจ็ทสกรีต้องมีใบอนุญาตรวมทั้งผู้ขับขี่หรือผู้ควบคุมเรือ ที่ต้องมีใบประกาศนียบัตรการควบคุมเรือตามที่กฎหมายกำหนด เพราะหากผู้ขับขี่หรือเจ็ทสกรีที่ไม่มีใบอนุญาตอาจสร้างความเสียหายและก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินเรือในทะเลได้ จึงขอความร่วมมือและประชาสัมพันธ์ไปยังผู้กระทำการดังกล่าวด้วย จากนี้จะประสานกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ช่วยกันควบคุมดูแล และหากพบว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืน ก็จะต้องดำเนินการกฏหมายต่อไป

อย่างไรก็ดี ล่าสุดนายวรรณ ชาตรี ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 จ.เพชรบุรี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พร้อมเรือทรัพยากรฯ เข้าประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือ กับกลุ่มเจ็ทสกีดังกล่าว ที่อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิต ของวาฬบรูด้า และยังได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประชาสัมพันธ์ ณ จุดลงเรือเจ็ทสกี บริเวณแม่น้ำท่าจีนจังหวัดสมุทรสาคร อีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ในการขอความร่วมมือดังกล่าว กลุ่มเจ็ทสกีเข้าใจ และยินดีให้ความร่วมมือ และจะไม่นำเรือเจ็ทสกี มาวิ่งรบกวน ฝูงวาฬบรูด้าอีก



ล่าสุด วันนี้ 14 ต.ค.62 นายบุญยอด มาคล้าย นายกเทศมนตรีตำบลหาดเจ้าสำราญ เผยว่า เพิ่งได้รับรายงานเมื่อวานนี้ (13 ต.ค.62) ว่า มีเจ็ทสกรีนับสิบลำ ขับขี่ลงไปดูบรูด้า และวนเวียนอยู่รอบๆเรือประมงที่นักท่องเที่ยวพากันลงไปชมบรูด้า ซึ่งการกระทำดังกล่าว ไม่ถือว่าเป็นการลงไปชมบรูด้า แต่เป็นการไปไล่บรูด้าเสียมากกว่า ทั้งในเรื่องของการใช้ความเร็ว เสียงที่แผดดัง ตลอดจนระยะการเข้าใกล้บรูด้า ผิดไปจากข้อกำหนดที่ทางราชการกำหนดไว้ และอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อบรูด้าที่กำลังหากินอีกด้วย สิ่งเหล่านี้จะทำให้บรูด้าหายไป เชื่อว่าเป็นความคึกคนองที่มองข้ามผลกระทบ ซึ่งจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ ต้องขอความกรุณาเจ็ทสกรีเหล่านี้เลิกกระทำดีกว่า เพราะเป็นผลเสียต่อการท่องเที่ยวที่ได้ลงทุนกันไปเพื่อให้ชาวประมงชายฝั่ง ได้มีอาชีพเสริมในช่วงว่างเว้นจากการหาปู ปลา เพื่อมาเจือจุนรายได้ให้กับครอบครัว ท่านมีความพร้อมและมีฐานะดีกว่านักท่องเที่ยวอื่นๆ ที่อาศัยเช่าเรือประมงออกไปชมวาฬบรูด้าอย่างถูกกฏหมายและปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ของทางราชการทุกอย่าง จึงขอความร่วมมือด้วย

ขณะที่นายสมพงษ์ เพชรนาค ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเพชรบุรี กล่าวว่า การขับขี่เจ็ทสกรีลงไปรบกวนการหากินของวาฬบรูด้า ถือเป็นการกระทำความผิดต่อระเบียบและกฎหมาย เนื่องจากเจ็ทสกรีต้องมีใบอนุญาตรวมทั้งผู้ขับขี่หรือผู้ควบคุมเรือ ที่ต้องมีใบประกาศนียบัตรการควบคุมเรือตามที่กฎหมายกำหนด เพราะหากผู้ขับขี่หรือเจ็ทสกรีที่ไม่มีใบอนุญาตอาจสร้างความเสียหายและก่อให้เกิดอันตรายต่อการเดินเรือในทะเลได้ จึงขอความร่วมมือและประชาสัมพันธ์ไปยังผู้กระทำการดังกล่าวด้วย จากนี้จะประสานกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้ช่วยกันควบคุมดูแล และหากพบว่ามีการกระทำที่ฝ่าฝืน ก็จะต้องดำเนินการกฏหมายต่อไป


อย่างไรก็ดี ล่าสุดนายวรรณ ชาตรี ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 จ.เพชรบุรี กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พร้อมเรือทรัพยากรฯ เข้าประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือ กับกลุ่มเจ็ทสกีดังกล่าว ที่อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิต ของวาฬบรูด้า และยังได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประชาสัมพันธ์ ณ จุดลงเรือเจ็ทสกี บริเวณแม่น้ำท่าจีนจังหวัดสมุทรสาคร อีกทางหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ในการขอความร่วมมือดังกล่าว กลุ่มเจ็ทสกีเข้าใจ และยินดีให้ความร่วมมือ และจะไม่นำเรือเจ็ทสกี มาวิ่งรบกวน ฝูงวาฬบรูด้าอีก



ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,912
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ทะเลสีดำ ฝนตกหนัก!! ส่งผลน้ำเสียไหลลงอ่าวประจวบฯ



ประจวบคีรีขันธ์ - ฝนตกกระหน่ำเมืองประจวบคีรีขันธ์เพียงแค่ชั่วโมงเศษ น้ำท่วมขังถนนทุกสายในเขตเทศบาลเมือง น้ำระบายช้าเนื่องจากมีตะกอน และดินติดค้างท่อระบายน้ำ น้ำไหลลงทะเลพาน้ำเสียที่ค้างท่อ พร้อมเศษขยะพลาสติก ใบไม้ ทำน้ำทะเลอ่าวประจวบฯ เป็นสีดำ

วันนี้ (14 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดฝนตกหนักส่งผลให้น้ำท่วมรอการระบายในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งน้ำท่วมทั่วเขตเทศบาล โดยเฉพาะถนนซึ่งเป็นพื้นที่ต่ำส่งผลให้น้ำขังกว่า 10-30 เซนติมตร เช่น ถนนพิทักษ์ชาติ หน้าโรงเรียนประจวบวิทยาลัย ถนนสละชีพ ถนนประจวบศิริ ถนนหน้าตลาดสดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ สาเหตุสำคัญคือมีเศษขยะ เช่น พลาสติก ใบไม้ กิ่งไม้ ขี้ดิน ขี้เลน

ทั้งนี้ เนื่องจากขาดการขุดลอกท่อระบายน้ำ รวมถึงการสร้างท่อระบายน้ำที่มีขนาดเล็ก หรือสูงกว่าระดับถนน ทำให้น้ำท่วมขังกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่งานบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำออกจากพื้นที่ท่วมขัง

ทั้งนี้ ฝนที่ตกหนักไหลลงสู่ท่อระบายน้ำพาน้ำคร่ำที่ขังอยู่ในท่อระบายน้ำอยู่ก่อนหน้านี้ เนื่องจากท่อน้ำทิ้งหลายแห่งอยู่ในระดับต่ำไม่มีการถ่ายเทน้ำหรือล้างท่อน้ำ จึงเกิดเป็นน้ำเสีย มีสีดำ ส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง ฝนได้นำมวลน้ำทั้งหมดไหลลงทะเลอ่าวประจวบฯ ปรากฏภาพน้ำทะเลเป็นสีดำ ขุ่น มีกลิ่น พร้อมขยะทั้งพลาสติก ใบไม้ กิ่งไม้

นอกจากนี้ ฝนที่ตกหนักมีปริมาณน้ำมหาศาลไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ ผ่านท่อระบายน้ำ นำเศษขยะและใบไม้ติดที่ฝาท่อและปากท่อระบายน้ำ แรงดันน้ำสูงดันให้ฝ่าท่อเผยอเป็นตัวขัดขวางน้ำไหล ส่งผลให้น้ำท่วมขังถนนเลียบชายทะเลถึงระดับเขื่อนกันคลื่นหน้าอ่าว และมวลน้ำยังนำพาขี้เลนเป็นสีดำติดที่ผิวถนน

ส่วนสาเหตุที่น้ำไม่สามารถระบายลงสู่ทะเลได้ทัน เนื่องจากมีการก่อสร้างแนวกำแพงใต้พื้นถนนที่สูงกว่าแนวท่อน้ำ ทำให้น้ำไหลไม่สะดวก





ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,912
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผุ้จัดการออนไลน์

บทเรียน ?น้ำท่วมญี่ปุ่น? น้ำใส-ไร้ขยะ อายไหมไทยแลนด์ เทียบกันราวฟ้ากับเหว!!



น่าทึ่ง! น้ำท่วมขังแต่ใสแจ๋ว! หลายคนตั้งคำถาม ทำไมน้ำท่วมในญี่ปุ่นถึงได้สะอาดขนาดนี้? ไร้ขยะสักชิ้น เทียบไทย น้ำท่วมปั๊บ ขยะลอยปุ๊บ! กูรูญี่ปุ่นชี้เขาปลูกฝังระบบความคิดลูกหลานกันมารุ่นสู่รุ่น ผลประโยชน์ส่วนรวมต้องมาก่อนตัวเอง สร้าง Mindset ความเนี้ยบมาตั้งแต่เด็ก

มืออาชีพรับมือภัยพิบัติ ร่วมมือ ต้องรอด!



คนญี่ปุ่นจะคิดถึง ?ส่วนรวมมากกว่าตัวเอง? เขาปลูกฝังความรับผิดชอบ ความมีระเบียบกันมาตั้งแต่อนุบาล รวมถึงการรับมือกับภัยพิบัติทุกรูปแบบ โดยบรรจุอยู่ในการเรียนการสอน เตรียมการอย่างระมัดระวัง มีสติ รอบคอบ อีกทั้งจิตสำนึกต่อสาธารณะที่ครอบครัวปลูกฝัง สังคมหล่อหลอม และความสามัคคีกัน จิตใจจึงเต็มไปด้วยสามัญสำนึกที่ดี

บล - อุบลทิพย์ เศรษฐสักโก หรือสาวแซ่บแห่งเมืองไซตามะ แห่งแฟนเพจ ?ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น? ที่ได้คลุกคลีและพำนักอยู่ที่ญี่ปุ่นมาเกือบสิบปี พร้อมเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมในญี่ปุ่นให้คนไทยได้ทราบแบบเรียลไทม์ ช่วยวิเคราะห์หลักการคิดของคนญี่ปุ่นให้ MGR Live ฟังผ่านปลายสายจากแดนอาทิตย์อุทัย

สำหรับเหตุการณ์ภัยพิบัติน้ำท่วมที่รุนแรงในครั้งนี้ แม้พายุจะลูกโตแต่ความสูญเสียกลับน้อยมาก ชี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการเตือนภัยกันทุกช่องทางการสื่อสารทั้งออฟไลน์ ออนไลน์ รวมทั้ง SMS เตือน หรือเสียงตามสายในชุมชนอีกด้วย โดยที่ชาวญี่ปุ่นทุกคนกระตือรือร้นที่จะมีส่วนร่วมในการรับมือกับภัยพิบัตินี้ โดยไม่ปล่อยให้เป็นภาระของเจ้าหน้าที่รัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว

อีกทั้งทางรัฐบาล และผู้นำประเทศอย่างนายกรัฐมนตรี อาเบะ ชินโซ ยังได้เรียกประชุมฉุกเฉินกับทุกฝ่าย บัญชาการรับมือภัยพิบัติติดตามสถานการณ์แบบไม่ละสายตาด้วยตัวเอง นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นได้ประกาศ "ระดับแม่น้ำ" ทั่วประเทศแบบเรียลไทม์ ทำให้ประชาชนรู้ทุกความเคลื่อนไหวของพายุ และรับมือได้ทันท่วงที


?ตกใจ แต่ไม่ตื่นตระหนก? ความรู้สึกของชาวญี่ปุ่นที่มีต่อภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว น้ำท่วม ไม่เคยหวาดหวั่น ตั้งรับยิ้มสู้มาตั้งแต่เด็ก ไต้ฝุ่นที่ว่าใหญ่ ก็ยังสู้ ?ใจคนญี่ปุ่น? ที่ยิ่งใหญ่กว่าไม่ได้!

สำหรับภาพน้ำท่วมในญี่ปุ่นที่ใสแจ๋วที่โลกออนไลน์แชร์กันมากมายนั้น ปอม - ธีรพัฒน์ เศรษฐสักโก แอดมินผู้ร่วมก่อตั้งเพจเฟซบุ๊ก ครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น ไขความสงสัยต่อประเด็นนี้ ย้ำคนญี่ปุ่นสร้าง Mindset ความสะอาดกันมาตั้งแต่เด็ก ฝังอยู่ในสายเลือด ใส่ใจเรื่องการจัดการขยะ แยกขยะอย่างเข้มงวด ขยะไม่มีการถูกปล่อยทิ้งไว้ข้ามวัน เพราะเพียงไม่กี่ชั่วโมงรถขยะก็ต้องมาเก็บแล้ว เผยคนญี่ปุ่นเอือมชาวต่างชาติที่เพิ่งมาอยู่ในญี่ปุ่นชอบมักง่าย ไม่ทิ้งขยะตามเวลา แถมไม่ยอมแยกขยะ

?เพราะคนญี่ปุ่นถูกปลูกฝังเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็ก เขาจะแยกขยะทุกชิ้น ไม่ว่าจะชิ้นเล็กชิ้นน้อยแค่ไหน อย่างกล่องนมก็จะต้องล้างให้สะอาด ทุบให้แบน และต้องนำไปทิ้งในบริเวณจุดทิ้งขยะที่มีตาข่ายคลุมเพื่อความเรียบร้อยอีกที หรือบางแห่งอาจจะเป็นห้องเก็บขยะเลย มีกุญแจล็อก?

แถมจุดทิ้งขยะตามอพาร์ตเมนต์บ้านเรือนที่คนญี่ปุ่นดูแลจะสะอาดมากๆ ไม่มีร่องรอยขยะเหลือ หรือกลิ่นเหม็นหลงเหลืออยู่เลย โดยส่วนใหญ่มักจะเปลี่ยนเวรกันมาดูแลให้สะอาดอยู่เสมอ

นอกจากนี้ยังเล่าถึงการจัดการและความสำเร็จในการรับมือน้ำท่วมของระบบอุโมงค์ยักษ์ "คัสสึคาเบะ" ที่รอมานานกว่า 20 ปี ว่า ทุ่มเงินมหาศาลเกือบ 1 แสนล้านบาทเพื่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินขนาดยักษ์ ด้วยเวลากว่า 8 ปี โดยเริ่มสร้างปี 1992 แล้วเสร็จในปี 2000 หรือเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา

โดยอุโมงค์กลางยาว 6.3 กิโลเมตร เชื่อมน้ำจากแม่น้ำสายเล็กๆ ที่จะไหลลงมาในไซโล โดยแต่ละแท่งมีความสูงประมาณ 70 เมตร และกว้าง 30 เมตร ดังนั้นจึงสามารถบรรจุกระสวยอวกาศ หรือรูปปั้นเทพีเสรีภาพได้อย่างสบายๆ จากนั้นน้ำจะถูกปั๊มผ่านอุโมงค์น้ำใต้ดินกว้าง 10 เมตร วิ่งไปตามทางหลวงหมายเลข 16 ยาวไปยังแท็งก์กักเก็บน้ำในเมืองคัสสึคาเบะที่มีขนาดกว้าง 78 เมตร ยาว 177 เมตร สูง 18 เมตร หลังจากนั้นน้ำจะถูกปั๊มลงแม่น้ำเอโดะเพื่อปล่อยลงสู่อ่าวโตเกียวต่อไป

แอดมินเพจครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่นชี้อุโมงค์ยักษ์ผลงานด้านวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยมชิ้นนี้ช่วยป้องกันให้น้ำไม่ท่วมในเขตเศรษฐกิจ เช่น โตเกียว ทำให้เศรษฐกิจมูลค่านับแสนล้านไม่เสียหาย บรรเทาความเสียหายจากน้ำท่วมในญี่ปุ่นได้มาก ชื่นชมเป็นประเทศที่สร้างผังเมืองสร้างระบบระเบียบวางกรอบคิดแผนอย่างดีเพื่อรับมือกับปัญหาและภัยพิบัติ

ญี่ปุ่นปะทะไทย ความสะอาดที่ห่างไกล!



สภาพน้ำท่วมทางเดินในสถานีรถไฟใต้ดินซึ่งเป็นผลมาจากพายุเอตาว ปี 2558

แม้พายุไต้ฝุ่นฮากิบิสได้เคลื่อนตัวถล่มประเทศญี่ปุ่น ทำให้หลายเมืองตกอยู่ใต้บาดาล ทว่า ภาพที่ถูกแชร์ไปทั่วในโลกออนไลน์จนต้องว้าวคือ น้ำที่ท่วมยังคงใสแจ๋ว เพจเฟซบุ๊ก กลุ่มคนไทยขอทวงคืนทางเท้า โพสต์ภาพ พร้อมอธิบายสาเหตุ ชื่นชมรัฐบาลญี่ปุ่นมีการวางแผนและเตรียมตัวรับมือล่วงหน้าเป็นอย่างดี

เพราะมีประกาศผ่านสื่อต่างๆ เพื่อขอให้ประชาชนในพื้นที่ที่พายุจะเคลื่อนผ่านเก็บขยะ และสิ่งปฏิกูลภายในบ้านเรือนของตัวเอง โดยให้ประชาชนทุกคนทำการแยกขยะ และมัดใส่ถุงขยะให้เรียบร้อย และนำขึ้นไว้บนที่สูงเหนือน้ำ

รวมทั้งสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่น้ำจะท่วมถึงต้องเอาเก็บขึ้นไปบนที่สูงด้วย แม้แต่กระถางต้นไม้หน้าบ้านก็ไม่เว้น พร้อมกับปิดประตู หน้าต่างให้มิดชิด ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ขยะลอยไปกับกระแสน้ำ รวมถึงทรัพย์สินต่างๆ จะได้อยู่แต่ภายในบ้านเรือนไม่ลอยหายไปไหนอีกด้วย

ในส่วนเจ้าหน้าที่รัฐในเขตเทศบาลต่างๆ ในจังหวัดที่ได้รับอิทธิพลจากพายุก็เข้าปฏิบัติหน้าที่ทำการลอกท่อและทำความสะอาดท่อระบายน้ำ พร้อมกับพร่องน้ำออกจากท่อระบายน้ำและลำรางสาธารณะให้หมด เพื่อให้ไม่มีสิ่งอุดตันเมื่อต้องรับน้ำเข้ามาใหม่จากฝนที่พายุไต้ฝุ่นฮาบิกิสหอบมาด้วย และทำให้การไหลของน้ำสะดวกขึ้นนั่นเอง



ตัดภาพมาในเมืองไทย เพียงแค่ฝนตกน้ำระบายไม่ทันเมื่อไหร่ก็ตาม ภาพที่ชินตาคือขยะที่ลอยเกลื่อนเต็มน้ำ ภาพขยะกองพะเนินลอยตุ๊บป่อง อีกทั้งท่อนไม้ โซฟา ตู้เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ยันเศษโฟมเศษถุงพลาสติก สร้างความตกตะลึงแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

ทว่า ขยะที่ลอยอุดตันตามท่อ ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำเหล่านี้ส่งผลให้น้ำระบายไม่ทันจนนำไปสู่การเกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ หลังจากเกิดฝนตกหนัก

"ชาวบ้านบางคนมักเคยชินกับการโยนขยะทิ้งลงคลองเวลากลางคืน บางคนอาจไม่มีที่ทิ้งเลยนำมากองไว้ริมฝั่ง พอฝนตกมันก็ไหลลงหมด คิดดูว่าคลองมีกี่สาย มีความยาวเท่าไหร่ ผ่านกี่ชุมชน ถ้าทุกบ้านทิ้งกันคนละชิ้นมันก็ลอยตามน้ำไหลมารวมกันอยู่หน้าประตูระบายน้ำทั้งหมดแหละ ที่พบเยอะสุดจะเป็นถุงพลาสติก แต่ขยะขนาดใหญ่อย่างฟูกที่นอน ตู้เสื้อผ้า ต้นมะพร้าว โอ่ง พวกนี้ไม่สามารถเข้าเครื่องเก็บขยะอัตโนมัติได้ ก็ต้องใช้กำลังคนจุดละ 20-40 คนดำลงเก็บขึ้นมาใส่รถนำไปทิ้งที่บ่อขยะ แต่ละวันกว่าจะเก็บหมดใช้เวลานาน 4-5 ชั่วโมง"

เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการเร่งด่วน กทม.แฉพฤติกรรมการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางลงน้ำ ส่วนใหญ่มาจากชุมชนแออัดที่ตั้งอยู่ริมคลอง

ไม่เพียงแค่ขยะ สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ยังมีหัวขโมยแบตเตอรี่เครื่องสูบน้ำชนิดเครื่องยนต์ดีเซลที่ติดตั้งตามจุดต่างๆ ด้วย ทำให้เครื่องสูบทำงานไม่ได้ สะท้อนให้เห็นถึงจิตสำนึกและการจัดการที่ยังห่างไกลญี่ปุ่นอยู่มากโข

ข่าวโดย MGR Live
ขอบคุณภาพ : cdn.theatlantic.com แฟนเพจครบเครื่องเรื่องญี่ปุ่น และแฟนเพจ "กลุ่มคนไทยขอทวงคืนทางเท้า"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,912
Default

ขอบคุณข่าวจาก GreenNews

กทม.ติดตั้งหอฟอกอากาศเครื่องแรกที่หน้าเซ็นทรัลเวิร์ล นักวิชาการชี้ช่วยลด PM2.5 ได้ไม่มาก

กรุงเทพมหานครเปิดทดลองหอฟอกอากาศเครื่องแรกที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล หวังแก้ปัญหาฝุ่นควันมลพิษ PM2.5 ด้านนักวิชาการสิ่งแวดล้อมชี้หอฟอกอากาศไม่คุ้ม ช่วยลด PM2.5 ได้ไม่มาก สวนทางกับราคา พร้อมเผยบีทีเอสทำผิดเงื่อนไข EIA ไม่ติดตั้งพัดลมระบายอากาศใต้สถานี ทำให้พื้นที่ใต้สถานีบีทีเอสมีปัญหาฝุ่น PM2.5 หนักที่สุด

ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ชาตรี วัฒนเขจร เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมว่า กรุงเทพมหานครได้ติดตั้งหอฟอกอากาศเครื่องแรกในกรุงเทพฯเรียบร้อยแล้วที่บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล เขตปทุมวัน เพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5 โดยจะทดลองใช้เป็นเวลา 1 เดือนเพื่อทดสอบสมรรถภาพในการฟอกอากาศ ก่อนตัดสินใจขยายการติดตั้งหอฟอกอากาศเพิ่มเติมในพื้นที่อื่นๆในอนาคต


กรุงเทพมหานครติดตั้งหอฟอกอากาศเครื่องแรกเพื่อทดลองสมรรถภาพการฟอกอากาศบริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิร์ล //ขอบคุณภาพจาก: สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า หอฟอกอากาศเป็นนวัตกรรมใหม่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยหอฟอกอากาศเครื่องดังกล่าวมีบริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้ให้การสนับสนุนในการติดตั้ง โดยหลังจากนี้จะมีการตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM2.5 ทั้งก่อนและหลังการติดตั้ง หากได้ผลดีทางกทม.อาจจะเสนอขอความร่วมมือภาคเอกชน โดยเฉพาะสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า และผู้บริหารอาคารสูงต่างๆ นำหอฟอกอากาศไปติดตั้งต่อไป

หอฟอกอากาศดังกล่าวมีขนาดสูง 4 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ตัวเครื่องทำจากสแตนเลส หนักประมาณ 200 กิโลกรัม ทำงานโดยใช้หลักการดึงอากาศจากรอบตัวเครื่องเข้าสู่ระบบกรองฝุ่น 2 ขั้นตอน โดยใช้แผ่นกรองชนิด HEPA Filter ใช้กำลังไฟฟ้า 3.5 กิโลวัตต์ ก่อนจะปล่อยอากาศบริสุทธิ์ทางด้านบน โดยหอฟอกอากาศรุ่นนี้มีอัตราการฟอกอากาศไม่น้อยกว่า 17,000 ลูกบาศก์เมตร/ชั่วโมง ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 ตารางเมตร

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง กล่าวว่า หอฟอกอากาศยังอยู่ในระยะทดสอบประสิทธิภาพและความคุ้มค่าของอุปกรณ์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นและมลพิษในกรุงเทพฯเท่านั้น และยังไม่มีการจัดซื้อใดๆ พร้อมย้ำว่าประชาชนและทุกภาคส่วนต้องช่วยกันแก้ปัญหาฝุ่นมลพิษด้วย โดยการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ไม่ให้ก่อมลพิษ ลดใช้พาหนะส่วนตัวแล้วหันมาใช้ระบบขนส่งมวลชน ไม่เผาขยะในที่โล่ง รวมถึงปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว


ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นประธานในพิธีเปิดการทดสอบเดินเครื่องหอฟอกอากาศ //ขอบคุณภาพจาก: สำนักงานประชาสัมพันธ์ กทม.

?ถ้าเราช่วยกันลดฝุ่นและมลพิษจากตัวเราได้ กทม.ก็ไม่จำเป็นต้องจัดซื้ออุปกรณ์เหล่านี้เพื่อแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุครับ? พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว

ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย สนธิ คชวัฒน์ ให้ความเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า ในสภาวะอากาศไม่ปกติ มีความกดอากาศสูงกดทับชั้นบรรยากาศในกรุงเทพฯ ทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นควันมลพิษจนถึงขีดอันตราย การติดตั้งหอฟอกอากาศเพื่อแก้ปัญหามลพิษทางอากาศถือเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่เหมาะสม เพราะจะได้ผลในการลดฝุ่น PM2.5 น้อยมาก ไม่คุ้มค่ากับงบประมาณในการจัดซื้อ ติดตั้ง และบำรุงรักษาเครื่อง

?ในต่างประเทศบางแห่งจะติดตั้งเครื่องฟอกอากาศที่สี่แยกเพื่อบรรเทาผลกระทบเท่านั้นโดยดูดฝุ่นจากถนนบริเวณสี่แยกที่มีการจราจรติดขัดโดยตรง โดยการกรองฝุ่น PM2.5 จากการจราจรตั้งแต่ขณะที่ฝุ่นยังไม่ลอยตัวสูงขึ้น เช่น เครื่องวายุ (WAYU) ที่รัฐบาลอินเดียสั่งให้ติดตั้งบริเวณสี่แยกในกรุงนิวเดลี 70 แห่ง ซึ่งสามารถบรรเทาลดฝุ่น PM2.5 ได้เพียงประมาณร้อยละ 20 ? 30 เท่านั้น? สนธิ กล่าว

?สิ่งที่ต้องทำคือจะต้องเร่งจัดการที่แหล่งกำเนิดเช่น ควันดำจากรถเครื่องยนต์ดีเซล ฝุ่นควันจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้ฟอสซิลเป็นเชื้อเพลิงในการเผา ห้ามการเผาในที่โล่ง เป็นต้น มากกว่าการจะติดตั้งหอฟอกอากาศในที่โล่งกลางแจ้ง?

นอกจากนี้ สนธิ ยังเปิดเผยว่า พื้นที่บริเวณริมถนนใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสในแนวทิศตะวันออก-ตะวันตก ทั้งสายสุขุมวิทและสายสีลม ถือว่าเป็นพื้นที่ที่มีค่าฝุ่น PM2.5 สะสมหนาแน่นที่สุด ไม่ว่าจะช่วงสภาวะอากาศปกติ หรือช่วงมีความกดอากาศสูงกดทับชั้นบรรยากาศ เป็นผลจากโครงสร้างสถานีบีทีเอสที่สร้างคร่อมถนน ปิดกั้นการฟุ้งกระจายในแนวดิ่งของฝุ่น PM2.5 ที่ปลดปล่อยจากยานพาหนะด้านล่าง ประกอบกับพื้นที่มีอาคารสูงขนาบทั้งสองข้าง ทำให้การฟุ้งกระจายในแนวราบของฝุ่น PM2.5 ถูกปิดกั้นเช่นกัน


พื้นที่ใต้สถานีสยามเป็นพื้นที่อับอากาศและมีการจราจรหนาแน่นตลอดวัน ทำให้มีการสะสมตัวของฝุ่น PM2.5 สูง

สนธิ อ้างอิงรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสุขุมวิทและสายสีลมที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.2541 ได้มีการกำหนดให้ติดตั้งพัดลมระบายอากาศ 6 ตัวใต้สถานีรถไฟฟ้าทุกแห่งเพื่อระบายฝุ่นละอองจากถนนใต้สถานีสู่อากาศข้างบน เพื่อให้คุณภาพอากาศใต้สถานีอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด

อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันพบว่ายังไม่มีการติดตั้งพัดลมระบายอากาศใต้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีใดเลย ถือว่าเป็นการผิดเงื่อนไขการอนุญาต ดังนั้นกรุงเทพมหานครจึงต้องทำการติดตั้งพัดลมระบายอากาศหรือหอฟอกอากาศใต้สถานีรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทและสายสีลมทุกแห่ง และต้องเดินเครื่องพัดลมระบายอากาศหรือฟอกอากาศตลอดเวลาทั้งในสภาวะอากาศปกติและไม่ปกติ เพราะเป็นเงื่อนไขการอนุญาตของโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ทำไว้กับรัฐบาล สนธิระบุ



ช่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการชี้ฝุ่นพิษหลงฤดูในกรุงเทพฯ ฟ้องความล้มเหลวของภาครัฐในการรับมือปัญหามลพิษ PM2.5

กรุงเทพจมควัน PM2.5 แทนใต้ สมาคมแพทย์เตือนรัฐเร่งรับมือฝุ่นควันก่อน ?เผาจริง? ปลายปี
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,912
Default

ขอบคุณข่าวจาก GreenNews

ชาวบ้านร้องเขื่อนเปลี่ยนแม่น้ำโขงเป็นทะเลทราย กุ้งหอยปูปลาแห้งตายเกลื่อน

แม่น้ำโขงเผชิญวิกฤตระดับน้ำผันผวนรุนแรงอีกครั้ง หลังชาวบ้านริมโขงในอ.สังคม จ.หนองคาย พบระดับน้ำโขงลดลงอย่างน่าวิตกจนใกล้เคียงกับระดับน้ำต่ำสุดเมื่อกลางเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้สัตว์น้ำจำนวนมากหนีน้ำลดไม่ทัน แห้งตายคาหาดทรายเกลื่อน ด้านสำนักงานน้ำและทรัพยากรแห่งชาติ (สทนช.) แจ้งว่าได้รับข้อมูลแล้ว เบื้องต้นน้ำลดเกิดจากฝนน้อยทั่วลุ่มน้ำโขง พร้อมประสานประเทศต้นน้ำแก้ไขปัญหา

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ชัยวัฒน์ พาระคุณ ชาวบ้านบ้านม่วง อ.สังคม จ.หนองคาย ให้ข้อมูลว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงในขณะนี้มีปริมาณลดต่ำอย่างมากจนมีระดับใกล้เคียงกับระดับน้ำลดต่ำสุดในฤดูน้ำหลากปีนี้เมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคม โดยระดับน้ำยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ทั้งระบบนิเวศแม่น้ำโขงปรับตัวไม่ทัน เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง นำไปสู่ผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อวิถีชีวิตประชาชนตลอดสองฝั่งลำน้ำโขง



สภาพแม่น้ำโขงลดต่ำผิดฤดูกาลเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม เผยให้เห็นป่าไคร้กลางแม่น้ำโขงแหังตายเพราะผลจากการขึ้นลงอย่างผิดปกติของแม่น้ำโขงในปีที่ผ่านมา //ขอบคุณภาพจาก: Chainarong Setthachua

ชัยวัฒน์ กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำโขงแห้งครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งที่รุนแรงมาก สังเกตได้จากระดับน้ำโขงที่แห้งลงจนเผยซากป่าไคร้แห้งตาย เกาะแก่ง และหาดทรายยาวเหยียด เหลือเพียงร่องน้ำลึกกลางแม่น้ำโขงเท่านั้น แม้ว่าในช่วงนี้ของปียังถือว่าอยู่ในฤดูมรสุมก็ตาม โดยระดับน้ำในขณะนี้เหลืออีกเพียงราวๆ 30 เซนติเมตรก็จะเท่ากับวิบัติแม่น้ำโขงแล้งเมื่อช่วงกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ระดับน้ำที่ลดอย่างรวดเร็วยังส่งผลให้สัตว์น้ำจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝูงสัตว์น้ำวัยอ่อนที่เพิ่งออกจากไข่ ว่ายหนีลงน้ำลึกไม่ทัน แห้งตายติดหาดเป็นจำนวนมาก เป็นเหตุให้ชัยวัฒน์และชาวประมงพื้นบ้านริมโขงมีความกังวลเป็นอย่างยิ่งว่าในปีหน้าชาวบ้านจะไม่มีปลาจากแม่น้ำโขงให้จับอีกต่อไป

?เราเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้แม่น้ำโขงลดลงจนแห้งผิดฤดูกาลเช่นนี้มาจากการจัดการน้ำของเขื่อนเหนือน้ำอย่างแน่นอน เพราะเราสังเกตว่าระดับน้ำโขงมีความผันผวนอย่างมาก ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 ? 9 ตุลาคมที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงลดฮวบถึง 2 เมตรภายในคืนเดียว? ชัยวัฒน์กล่าว

?ผลจากการที่สัตว์น้ำจำนวนมากตาย ทำให้เรากังวลว่านี่อาจเป็นจุดจบของความสมบูรณ์ของแม่น้ำโขง เพราะจำนวนปลาที่น้อยลงอย่างมากในปีหน้าจะบีบให้ชาวบ้านฝั่งลาวใช้วิธีจับปลาแบบทำลายล้างมากขึ้น เพื่อพยายามหาปลาให้ได้มากที่สุด?



ฝูงลูกปลาจำนวนมากหนีลงน้ำลึกไม่ทัน แห้งตายคาหาดแม่น้ำโขง //ขอบคุณภาพจาก: Mekong Voice เสียงจากลำน้ำโขง

ด้วยเหตุนี้ ชัยวัฒน์แสดงความกังวลอย่างยิ่งถึงแผนการก่อสร้างเขื่อนหลวงพระบาง ซึ่งจะเป็นเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งที่ 5 ที่จะสร้างกั้นแม่น้ำโขงสายประธานในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ว่า อาจจะยิ่งทำให้ระดับน้ำโขงผันผวนหนักขึ้น และทำให้ผลกระทบจากเขื่อนต่อระบบนิเวศแม่น้ำโขงรุนแรงยิ่งขึ้น ดังนั้นเขาจึงเรียกร้อง สทนช. ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนของไทยในเวทีคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) ให้รักษาผลประโยชน์ของประเทศและคัดค้านการสร้างเขื่อนดังกล่าว

อนึ่ง คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงได้ประกาศเริ่มต้นกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า (PNPCA) ของเขื่อนหลวงพระบางแล้วเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา และมีกำหนดเสร็จสิ้นในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดย MRC ให้ข้อมูลว่าเขื่อนหลวงพระบางจะเป็นเขื่อนผลิตกระแสไฟฟ้าแบบน้ำไหลผ่าน (run-of-river dam) ขนาด 1,460 เมกกะวัตต์ บริหารงานโดยบริษัท Luang Prabang Power Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติเวียดนาม ก่อตั้งโดย บริษัท PetroVietnam Power Corporation คาดว่าเขื่อนจะแล้วเสร็จและเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบในปีพ.ศ.2570 โดยยังไม่แน่ชัดว่าไฟจากเขื่อนหลวงพระบางจะขายให้กับประเทศไทยหรือเวียดนาม

ด้านเลขาธิการ สทนช. สมเกียรติ ประจำวงษ์ กล่าวว่า สทนช.ได้รับรายงานถึงสถานการณ์น้ำโขงแล้งผิดปกติเรียบร้อยแล้ว คาดว่าสถานการณ์น้ำโขงลดต่ำผิดฤดูกาลที่เกิดขึ้น เกิดจากปริมาณฝนที่ตกต่ำกว่าที่คาดการณ์ตลอดทั้งลุ่มแม่น้ำโขง ทำให้มีน้ำมาเติมลำน้ำโขงและลำน้ำสาขาน้อยกว่าที่ควรจะเป็นทั้งในประเทศลาวและประเทศจีน จึงเป็นเหตุให้การปล่อยน้ำจากเขื่อนเหนือน้ำในประเทศทั้งสองมีปริมาณน้อยตาม



ระดับน้ำในแม่น้ำโขงล่าสุดจากข้อมูลของสถานีตรวจวัดระดับน้ำของ MRC ที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว //ขอบคุณภาพจาก: Mirinda Rin

จากความแห้งแล้งผิดปกติที่เกิดขึ้น สมเกียรติ เตือนว่า ระดับน้ำในแม่น้ำโขงปีนี้จะคงสภาพต่ำกว่าเกณฑ์ไปทั้งปี ทั้งนี้ สทนช. ได้แจ้งการไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดริมแม่น้ำโขงทั้งหมดแล้ว ให้แจ้งเตือนประชาชนเรื่องระดับน้ำในแม่น้ำโขงต่อไป โดยทาง สทนช. ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลไทยในเวทีการเจรจาการจัดการน้ำในลุ่มน้ำโขง ได้แจ้งต่อรัฐบาลประเทศจีนและลาวถึงสถานการณ์น้ำแล้งที่เกิดขึ้นในลุ่มน้ำโขง เพื่อหาทางออกร่วมกันในการแก้ไขและบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว

สำหรับประเด็นการสร้างเขื่อนหลวงพระบางในประเทศลาว สมเกียรติ กล่าวว่า รัฐบาลลาวได้ส่งข้อมูลรายละเอียดของโครงการเขื่อนรัฐบาลผ่าน MRC มาให้ประเทศสมาชิกรวมถึงไทยนำไปศึกษาเรียบร้อยแล้ว โดยในขั้นตอนต่อไปนั้น ฝ่ายไทย โดย สทนช.จะเร่งดำเนินการจัดเวทีชี้แจงให้ข้อมูลโครงการแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคในพื้นที่จังหวัดที่อยู่ริมลำน้ำโขง 8 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี เพื่อรวบรวมความเห็นและข้อกังวลจากทางฝั่งไทยไปนำเสนอยังเวทีการปรึกษาหารือล่วงหน้าระหว่างชาติสมาชิก MRC ต่อไป
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:38


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger