เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,907
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2562)"
ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2562


ในช่วงวันที่ 18-19 ตุลาคม 2562 ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

สำหรับอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา คลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ทั้งนี้เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้

มีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่

เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



ประกาศ ณ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 05.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นในตอนเช้า กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงอีกเล็กน้อย ส่วนอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณฝนฟ้าคะนอง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 18 - 22 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง หลังจากนั้น อุณหภูมิจะสูงขึ้นขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในช่วงวันที่ 17 ? 19 ต.ค. 62 สำหรับบริเวณคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 18-22 ต.ค. 62 ขอให้ประชาชนในบริเวณทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รักษาสุขภาพเนื่องอากาศที่หนาวเย็นลง ส่วนประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมและฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ตลอดช่วง ไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-17_DFTH2_2300.jpg (20.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-17_DFTH1_2300.jpg (74.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest181019.jpg (32.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-18_TopChart_01.jpg (115.2 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,907
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ได้ฤกษ์!! เร่งเปลี่ยนถุงบิ๊กแบ็กสีดำเป็นสีขาวที่ชายหาดทุ่งประดู่ หลังชาวบ้านประกาศขายบ้าน



ประจวบคีรีขันธ์ - จังหวัดประจวบฯ เร่งเปลี่ยนถุงบิ๊กแบ็กสีดำที่พบว่ามีคาร์บอนผง ริมหาดบ้านทุ่งประดู่ เป็นถุงบิ๊กแบ็กสีขาวสำหรับใส่ทรายโดยเฉพาะ 1,000 ใบ ขนาดความจุ 1 ตัน โดยนายอำเภอทับสะแก จะเร่งให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้

จากกรณีถุงบิ๊กแบ็กคาร์บอนสีดำ ซึ่งมีบริษัทแห่งหนึ่งนำมาบรรจุทรายวางเป็นแนวเขื่อนกันคลื่นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมชายหาดทุ่งประดู่ หมู่ 2 อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในช่วงฤดูมรสุม แต่พบว่าถุงดังกล่าวผ่านการใช้งานมาแล้ว และเป็นถุงคาร์บอน ซึ่งชาวบ้านพบว่าภายในถุงมีผงสีดำซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และเรียกร้องให้หน่วยงานในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่เกี่ยวข้องเร่งหาถุงใหม่มาเปลี่ยน อีกทั้งชาวบ้านที่เดือดร้อนติดป้ายประกาศขายบ้านและที่ดินบริเวณดังกล่าวในราคา 12 ล้านบาท เนื่องจากบ้านเรือนและทรัพย์สินเสียหายหนัก

ล่าสุด วันนี้ (17 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่า ที่บริเวณชายหาดทุ่งประดู่ ซึ่งนายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้สั่งการให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน โดยล่าสุด ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ประจวบคีรีขันธ์ และกรมชลประทาน ได้นำรถแบ็กโฮ 3 คัน และของภาคเอกชนมาดำเนินการเริ่มรื้อถุงบิ้กแบ็กสีดำออกทั้งหมด และนำถุงบิ๊กแบ็กสีขาว 1,000 ลูก สำหรับใส่ทรายโดยเฉพาะมาบรรจุทรายและเริ่มมีการเปลี่ยนบริเวณหน้าบ้านที่มีการประกาศขาย

นายปรีดา สุขใจ นายอำเภอทับสะแก กล่าวว่า การดำเนินการเปลี่ยนถุงบิ๊กแบ็ก จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ โดยถุงบิ๊กแบ็กสีขาวทางบริษัทภาคเอกชนรายเดิม ซึ่งเป็นเจ้าของถุงบิ๊กแบ็กสีดำเป็นผู้นำมาให้ โดยถุงบิ๊กแบ็กสีดำที่เอาทรายออกแล้วทางบริษัทภาคเอกชนจะเป็นผู้ขนกลับนำไปทำลายตามระบบต่อไป

สำหรับถุงสีขาวที่นำมาเปลี่ยนใหม่นี้ มีขนาดบรรจุ 1 ตัน สามารถบรรจุทรายได้มากกกว่าถุงบิ๊กแบ็กสีดำที่มีขนาดบรรจุเพียง 500 กิโลกรัม ที่สำคัญมีความแข็งแรง และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน โดยวันนี้ได้มีการใช้รถแบ็กโฮทำการรื้อถุงบิ๊กแบ็กสีดำออก และนำถุงบิ๊กแบ็กสีขาวมาวางเติมในแนวกันคลื่นเดิมไปพร้อมกัน ซึ่งแนวกันคลื่นจะแข็งแรงมากขึ้นเนื่องจากขนาดถุงใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัว

สำหรับวันแรกของการเปลี่ยนถุงสามารถเปลี่ยนถุงเก่าและวางถุงใหม่ได้ประมาณ 30 ถุงเท่านั้นเมื่อวานนี้ เนื่องจากมีคลื่นลมแรง วันนี้จึงมีการเพิ่มจำนวนรถแบ็กโฮ เพื่อเร่งเปลี่ยนถุงบิ๊กแบ็กให้เสร็จโดยเร็วที่สุดในสัปดาห์นี้ ในส่วนของการดำเนินการหาผู้รับเหมารายใหม่ที่จะเข้ามาดำเนินการก่อสร้างแนวเขื่อนทิ้งหินที่เหลืออยู่ประมาณ 800 กว่าเมตรนั้น ต้องเป็นหน้าที่ของกรมเจ้าท่า ที่จะต้องเร่งดำเนินการต่อไป

ขณะที่ชาวบ้านทุ่งประดู่ ที่ทราบข่าวว่าเริ่มมีการนำถุงบิ้กแบ็กมาเปลี่ยน รู้สึกดีที่หน่วยงานภาครัฐเข้ามาแก้ไขให้ความสนใจปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว ตอนนี้คลื่นลมในทะเลเริ่มแรงขึ้น อาจเป็นเพราะกำลังเข้าสู่ฤดูมรสุม

ดังนั้น การแก้ไขส่วนที่เหลือคือการสร้างแนวเขื่อน อยากให้ทางกรมเจ้าท่าหาผู้รับผิดชอบเร่งเข้ามาดำเนินการ และขอให้ทำได้มาตรฐาน ปัจจุบันนี้ยอมรับว่าชายหาดทุ่งประดู่ ถูกคลื่นกัดเซาะในช่วงมรสุมและช่วงที่มีพายุพัดเข้ามา ทำให้ชายหาดหายไปมากแล้ว






ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,907
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์



ศูนย์ข่าวศรีราชา - โครงการวางท่อผลิตภัณฑ์ขนาด 20 นิ้ว คลังน้ำมันศรีราชา บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ทั้งบนบกและในทะเล เสร็จแล้ว 100 % เหลือเพียงการทดสอบระบบ คาดต้นปี 63 พร้อมเปิดดำเนินการ

วันนี้ (17 ต.ค.) ที่คลังน้ำมันศรีราชา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี นายชัยยศ หงษ์ขจร ผู้จัดการฝ่ายคลังปิโตรเลียมภาคตะวันออก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) พร้อมเจ้าหน้าที่ ได้ให้การต้อนรับ ผู้แทนชุมชน ผู้แทนกลุ่มประมง และเจ้าหน้าที่เทศบาลนครแหลมฉบัง เพื่อมาร่วมตรวจสอบมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โครงการวางท่อผลิตภัณฑ์ขนาด 20 นิ้ว ณ คลังน้ำมันศรีราชา บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

สำหรับโครงการวางท่อผลิตภัณฑ์ขนาด 20 นิ้ว คลังน้ำมันศรีราชา มีการดำเนินการใน 3 ส่วน คือ บริเวณคลังน้ำมันศรีราชา ปตท. ,บริเวณโรงกลั่นน้ำมันเอสโซ่ และบริเวณชายหาด ทะเล และท่าเทียบเรือกลางทะเล ซึ่งทั้ง 3 ส่วนนั้นได้ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์แล้ว 100 % โดยเหลือเพียงการทดสอบระบบการควบคุมอัตโนมัติป้องกันท่อรั่วเท่านั้น คาดว่าทุกอย่างจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดดำเนินการได้ภายในต้นปี 2563 นี้ เพื่อทดแทนท่อเก่าที่มีอายุใช้งานมานานกว่า 50 ปีแล้ว

นายชัยยศ กล่าวว่า ในการดำเนินการนั้น ทางบริษัทฯจะติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ด้านระดับเสียง ,คุณภาพน้ำทิ้ง และคุณภาพน้ำทะเลและนิเวศวิทยาทางทะเล โดยมีการเชิญตัวแทนจากชุมชน กลุ่มประมง และเทศบาลนครแหลมฉบัง เข้าร่วมในการติดตามตรวจสอบป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมทุก 6 เดือน เพื่อให้อยู่ภายใต้การปฏิบัติตามมาตรการในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) อย่างเคร่งครัด ซึ่งที่ผ่านมาได้ควบคุมตรวจสอบและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ด้าน น.ส.นวลจันทร์ เอี่ยมประพันธ์ พนักงานบริหารสิ่งแวดล้อม ฝ่ายวิศวกรรมสถานีบริการ บริษัท ปตท.และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้แม้โครงการจะเสร็จสมบูรณ์ 100 % แล้ว แต่ทางบริษัทฯก็ยังเฝ้าติดตามตรวจสอบคุณภาพด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยความห่วงใย และจริงจัง เพื่อให้ทุกๆอย่างอยู่ในสภาพเดิมตลอดไป





ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,907
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด

ทะเลสาบน้ำจืดใหญ่สุดของจีน แล้งเร็วกว่าปกติในรอบ 60 ปี!



Xinhua
ทะเลสาบน้ำจืดใหญ่สุดของจีน แล้งเร็วกว่าปกติในรอบ 60 ปี!

สำนักข่าว ซินหัว รายงานว่า ขณะนี้ทะเลสาบโผหยาง (Poyang Lake) ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของจีนเข้าสู่ช่วงฤดูแล้ง เร็วกว่ากำหนดราว 1 เดือนครึ่งในรอบ 60 ปี

ระดับน้ำในทะเลสาบโผหยาง ซึ่งตั้งอยู่ในมณฑลเจียงซี ทางตะวันออกของประเทศ ลดลงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เนื่องจากปริมาณน้ำฝนและปริมาณน้ำจากต้นน้ำลดน้อยลง


Xinhua

เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 11 ต.ค. ระดับน้ำของทะเลสาบโผหยางที่บันทึกในสถานีอุทกวิทยาซิงจื่อ ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ 10 เมตร ซึ่งหมายความว่าช่วงฤดูแล้งของปีนี้มาถึงเร็วกว่าเวลาเฉลี่ยระหว่างปี 1956-2016 เป็นเวลา 47 วัน

ขณะที่ระดับน้ำในสถานีซิงจื่อต่ำกว่าระดับปกติในแต่ละปีราว 5 เมตร และคาดว่าจะลดลงอีกตามการพยากรณ์สภาพอากาศและน้ำจากต้นน้ำ


Xinhua

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อุตุนิยมวิทยาประจำมณฑลเรียกร้องให้มีความพยายามมากขึ้นในการต่อสู้กับภัยแล้ง รวมถึงการใช้สารเคมีเพื่อกระตุ้นเมฆฝน (Cloud seeding) ในการทำฝนเทียมเนื่องจากคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำฝนจะลดน้อยลงอีกในเร็ววันนี้
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,907
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

เปิดตัวศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ วัดฝุ่น PM 2.5 แบบเรียลไทม์



อว.เปิดตัวศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ รับมือวิกฤติฝุ่น PM 2.5 รายงานสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ แถมพยากรณ์ล่วงหน้า 3 วัน จับมือกระทรวงสาธารณสุข ติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่โรงพยาบาลทั่วประเทศ 8,000 แห่ง

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ (NRCT Air Quality Information Center, NRCT AQIC) เพื่อรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 รวมทั้งสถานการณ์มลพิษทางอากาศ ซึ่งมีแนวโน้มจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงปลายปีนี้และต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า โดยศูนย์เฝ้าระวังฯ เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย กับกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)

ศูนย์เฝ้าระวังฯ จะรายงานสภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ที่สำคัญจะมีการพยากรณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้า 3 วันเพื่อแนะนำแนวทางการรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ล่วงหน้า โดยข้อมูลจะมีความถูกต้องแม่นยำและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างทันท่วงทีผ่านระบบข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเบ็ดเสร็จ ผ่านเว็บไซต์ https://pm2_5.nrct.go.th โดยจะแสดงผลคุณภาพอากาศจากการรวบรวมข้อมูลการรายงานค่าความเข้มข้นฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10 จากหลายๆ หน่วยงานทั่วประเทศ รวมจุดติดตั้งประมาณ 800 จุด ซึ่งจะนับเป็นฐานข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน (Single Database) เนื่องจากปัจจุบันข้อมูลและการรายงานผลคุณภาพ โดยเฉพาะปริมาณ PM2.5, PM10 และ Air Quality Index มีความแตกต่างกันในแต่ละหน่วยงาน/สถานีตรวจวัด ทำให้ขาดการบูรณาการการเชื่อมโยงข้อมูล

รมว.อว.กล่าวต่อว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับศูนย์เฝ้าระวังฯ อย่างมาก โดยเฉพาะในเรื่องของความถูกต้องทันสมัยของข้อมูล โดยได้เน้นย้ำว่าจะต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้โดยง่าย เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมการรับมือ โดยไม่ให้เกิดความตระหนกและให้ศูนย์ฯ นี้ทำงานบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเบื้องต้น อว. จะร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการขยายผลและติดตั้งเครื่องวัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก Dustboy ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ทั่วประเทศ และคาดว่าจะติดตั้งเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศได้จำนวน 8,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนตระหนักและเข้าถึงข้อมูล พร้อมทั้งสามารถรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นละอองได้อย่างทันท่วงที

?โครงการระบบคุณภาพอากาศแบบเบ็ดเสร็จถือเป็นหนึ่งความสำเร็จของโครงการท้าทายไทย (Grand Challenges Thailand) เรื่อง เป็น 1 ใน 4 แพลตฟอร์มสำคัญ ซึ่ง อว.ได้มอบหมายให้ วช. ขับเคลื่อนและขยายผลต่อยอดจากแผนงานวิจัยท้าทายไทยเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควัน สอดคล้องตามนโยบายของรัฐบาล ในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมตอบโจทย์ท้าทายของสังคม การสร้างนวัตกรรม และรูปแบบธุรกิจที่สร้างความยั่งยืน ทั้งในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป? ดร. สุวิทย์ กล่าว



ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,907
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ผงะ! หลุมลึกกว่าเมตรบริเวณชายหาดพัทยา หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่



ศูนย์ข่าวศรีราชา - ผงะ! ชายหาดพัทยาถูกน้ำกัดเซาะจนเป็นหลุมลึกกว่าเมตร หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ กระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองชายทะเล และการค้าบริเวณชายหาด

วันนี้ (18 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการบริเวณชายหาดเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่า พบหลุมขนาดใหญ่ที่มีความลึกกว่า 1 เมตร บริเวณริมชายหาดเมืองพัทยา เยื้องศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยาบีช ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และกระทบต่อการทำมาหากินของผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก

และจากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า สาเหตุของการเกิดหลุมลึกขนาดใหญ่มาจากปริมาณน้ำจำนวนมากที่ไหลลงสู่ทะเลช่วงฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่เมืองพัทยา จนเกิดการกัดเซาะบริเวณชายหาดทอดยาวไปถึงริมทะเล

แต่อย่างไรก็ตาม แม้สภาพชายหาดเมืองพัทยา จะมีปัญหาในบางจุดแต่ก็ยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาพักผ่อนตามปกติ เพียงแต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังในการใช้พื้นที่ทำกิจกรรมบริเวณชายหาดมากขึ้น





ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,907
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด

เรียนรู้การใช้ชีวิตจาก ?เต่าทะเล? นักสู้ผู้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค


คอลัมน์ ออกจากกรอบ : ฮักเชิล คิม
หนังสือพิมพ์ข่าวสด

ตอนที่สิ่งต่างๆ เป็นไปตามที่เราคาดหวัง ไม่ว่าใครก็ดีใจมีความสุข และมีกำลังใจในการใช้ชีวิต แต่หากไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดหรือตั้งใจล่ะครับ ตอนนั้นก็อาจจะมีคนที่สนุกกับการได้เรียนรู้จากจุดนั้น แต่หลายคนมักจะหลีกหนีปัญหา หรือสิ่งที่ทำให้รู้สึกลำบากใจ บางคนเสียใจ ท้อแท้ และล้มเลิกที่จะไปต่อง่ายๆ

ไม่ว่าผลลัพธ์ของชีวิตจะออกมาเป็นไปตามที่เราคาดหวังหรือไม่นั้นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่เมื่อคุณเจอกับอุปสรรคในชีวิตแล้ว หลังจากนั้นจะเดินไปต่อด้วยจิตใจแบบไหนต่างหาก?



ครั้งนี้ผมจึงขอยกตัวอย่างชีวิตของ ?เต่าทะเล? ครับ ในทุกปีมันจะเดินทางจากแหล่งหากินอันแสนไกลเพื่อมาผสมพันธุ์และเลือกแหล่งวางไข่ ซึ่งต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย ทั้งระยะทาง สภาพอากาศ ระดับน้ำทะเล น้ำหนักตัวที่เคลื่อนไหวได้ไม่สะดวกบนชายหาด รวมถึงการถูกรบกวนจากมนุษย์ และสัตว์ต่างๆ

เมื่อถึงเวลาที่ลูกเต่าทะเลเติบโต พวกมันจะกระเทาะเปลือกไข่ให้แตก และรออีก 2-3 วัน ลูกๆ ทุกตัวจะฟักออกจากไข่ และออกจากหลุมพร้อมกัน ลูกเต่าทะเลจะรู้โดยสัญชาตญาณว่า หากออกมาพร้อมกันจะมีโอกาสรอดจากสัตว์อื่นที่จ้องจะกินพวกมันมากกว่า จากนั้นจะรีบคลานลงทะเลให้เร็วที่สุดโดยอาศัยแสงดาวและดวงจันทร์เป็นตัวนำทาง ลูกเต่าจะว่ายน้ำลงสู่ทะเลลึกโดยไม่หยุดพักหาอาหาร



โดยธรรมชาติแม่เต่าหนึ่งตัวสามารถออกไข่ได้มากถึง 500 ฟอง แต่จากการศึกษาพบว่าอัตราการรอดของเต่าทะเลจนถึงช่วงวัยเจริญพันธุ์ คือ 1 ต่อ 100 ตัว

เมื่อดูตามสถานการณ์แม่เต่าทะเลอาจจะคิดว่า ?ฉันวางไข่แล้วได้อะไร? ในเมื่อวางไข่ตั้ง 100 ฟอง แต่เหลือรอดแค่ตัวเดียว ฉันรับไม่ไหว ไม่ต้องวางไข่ดีกว่า!? หากเป็นอย่างนี้เต่าทะเลก็คงสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้อย่างรวดเร็ว แต่ผมคิดว่าเต่ามีสติปัญญาครับ แม้ว่าจะมีสถานการณ์หรือเงื่อนไขหลายอย่างที่ทำให้เส้นทางชีวิตของพวกมันไม่ได้ราบรื่น แต่มันก็ไม่ได้ท้อใจหรือยอมแพ้เลยสักครั้งเดียว เราจึงมีโอกาสได้เห็นเต่าทะเลจนถึงทุกวันนี้

ผมสังเกตเห็นว่าคนส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตตามสถานการณ์ ตามอารมณ์ง่ายเกินไป บางคนโดนหัวหน้าตำหนิ ก็ไม่พอใจ สิ้นหวัง และลาออกจากบริษัทไปง่ายๆ บางคนเกิดข้อผิดพลาดในชีวิตก็โทษตัวเองแล้วฆ่าตัวตาย การที่คนเราใช้ชีวิตตามสถานการณ์อย่างนี้มันกำลังแสดงให้เห็นว่า ?แม้แต่เต่ายังฉลาดกว่าเราด้วยซ้ำ?

จิตใจของเต่าทะเล เหมือนจิตใจที่อยู่เหนือสถานการณ์แม้มีอุปสรรคก็ไม่ได้หวั่นเกรง มนุษย์เราชอบคิดว่าตัวเองฉลาดกว่าสัตว์ แต่ผมว่าบางครั้งหากเราเรียนรู้สติปัญญาจากสัตว์ เราอาจจะได้จิตใจใหม่ๆ ในการใช้ชีวิตก็เป็นได้นะครับ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:25


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger