เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 11-01-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันศุกร์ที่ 11 มกราคม 2556

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนยังคงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมตะวันตกเฉียงเหนือพัดปกคลุมบริเวณภาคเหนือ ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเป็นแห่งๆในระยะนี้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วนกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 11-12 ม.ค. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ประกอบกับมีลมตะวันตกเฉียงเหนือในระดับบนพัดปกคลุมภาคเหนือ และภาคกลางตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 16 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ ส่วนบริเวณภูเขาสูง ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลัง ปานกลาง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนกระจาย และอ่าวไทยตอนล่าง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 13-16 ม.ค. บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นและมีหมอกในตอนเช้าโดยทั่วไป ส่วนมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้มีฝนลดลงและคลื่นลมมีกำลังอ่อนลง


ข้อควรระวัง

ในระยะนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็น

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast3.jpg (72.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake3.jpg (63.7 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 11-01-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ไทยรัฐ

.............
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 560111_Thairath_02.jpg (157.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 560111_Thairath_03.jpg (158.1 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : 11-01-2013 เมื่อ 07:57
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 11-01-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

เดลินิวส์


วันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติปลุกระดมจิตสำนึก "คนรักษ์ป่า" ...................... ทิศทางเกษตร



14 มกราคมของทุกปี เป็นวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ตามที่คณะรัฐมนตรีลงมติเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2533 เพื่อให้ประชาชนระลึกถึงผลเสียที่เกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า ทำให้ประชาชนภาคใต้ ในเหตุการณ์อุทกภัยที่ตำบลกระทูน อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี 2531 และวาตภัยจากพายุเกย์ที่จังหวัดชุมพร เมื่อปี 2531 และ 2532 และภาคอื่น ๆ เสียชีวิตและทรัพย์สิน

นอกจากนี้ยังให้ระลึกถึงมาตรการอันเด็ดขาดของรัฐบาลที่สั่งให้ปิดป่าระงับการทำไม้ในป่าสัมปทานโดยไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญในประวัติการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของประเทศทีเดียว

โดยที่ผ่านมา หน่วยงานต่างๆได้ร่วมกันอนุรักษ์ป่าไม้ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติ ได้ทำการรณรงค์อย่างต่อเนื่องและระยะยาวให้ประชาชนได้เข้าใจและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ จึงได้เกิดความตระหนักต่ออันตรายซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการตัดไม้ทำลายป่าให้ได้และได้ผลที่ดีในระดับหนึ่ง

ในปีนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำหนดจัดงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติขึ้นในวันที่ 14 ม.ค.นี้ โดยนายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และนายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ ร่วมกันจัดงานเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบของการตัดไม้ทำลายป่า รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมกันรักษาความสมดุลของสภาวะแวดล้อมตลอดจนทำความเข้าใจถึงสาเหตุและวิธีป้องกันภัยทางธรรมชาติอย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริที่ทรงห่วงใยในทรัพยากรธรรมชาติและสภาพแวดล้อมของประเทศไทยเสมอมา



นายมโนพัศ กล่าวว่า การจัดงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติประจำปีนี้ มีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ การแสดงบนเวที การตอบปัญหาด้านป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การประกวดวาดภาพ การกล่าวสุนทรพจน์ของเด็กและเยาวชน การปล่อยชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการกล่าวปฏิญาณตนเพื่อแสดงความเป็นนักอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ที่ดี

อีกทั้งการจัดงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติ ยังจะจัดขึ้นตามพื้นที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ทั้ง 16 สำนัก ทั่วประเทศโดยมีกิจกรรมคล้ายคลึงกันซึ่งประชาชนที่เข้าร่วมงานจะได้รับแจกกล้าไม้ ณ จุดแจกกล้าไม้ใกล้บ้าน โดยสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ทุกแห่ง และสายด่วนกรมอุทยานแห่งชาติฯ 1362

นายสว่าง เฟื่องกระแสร์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 10 (อุดรธานี) ซึ่งรับหน้าที่จัดงานดังกล่าว ณ อุทยานแห่งชาติภูผายล อ.เต่างอย จ.สกลนคร เปิดเผยว่า ได้รับนโยบายมาจัดงานโดยจะมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ และปล่อยแถวกำลังชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทำลายทรัพยากรป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยาน อาสาสมัครในการดูแลผืนป่าและให้ความรู้แก่ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าและโดยรอบด้วย

ขณะที่ นายบุญชอบ กล่าวว่า สำหรับงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาติประจำปีนี้ ทางกรมป่าไม้จะจัดขึ้นที่ห้องประชุม 1 อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้ โดยดำเนินการตามหัวข้อ ป้องกันป่าเดิม ปลูกเสริมป่าใหม่ ใส่ใจบำรุงรักษ์ ร่วมพิทักษ์ ที่ 1310 ต่อ 3 ซึ่งสายด่วนเบอร์ 1310 ต่อ 3 นั้น เป็นหมายเลข Green Call ที่กรมป่าไม้เปิดขึ้นเพื่อให้บริการประชาชนทั้งด้านข้อมูลข่าวสาร รับเรื่องร้องเรียน การแจ้งเหตุไฟป่า และการแจ้งเบาะแสการบุกรุกทำลายป่า

โดยกิจกรรมงานวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ของชาตินี้ เพื่อที่จะให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของวันดังกล่าว ให้เป็นวันแห่งการ ลด ละ เลิก การบุกรุกแผ้วถางป่าและการตัดไม้ทำลายป่า เป็นการรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจ และให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ สมตามเจตนารมณ์ของทางราชการที่ได้กำหนดวันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าของชาติขึ้น เพื่อหวังว่าจะได้เป็นอีกหนึ่งวันที่จะปลูกจิตสำนึกของคนไทยให้มีความหวงแหนป่าไม้ของชาติ ซึ่งถือว่าเป็นทุนส่วนหนึ่งของประเทศต่อไป.


************************************************************************


จับตาขบวนการค้า 'นอแรด' ข้ามชาติ! ลุยขยายผลก่อนประชุม 'ไซเตส' ในไทย



ก่อนหน้านี้ช่วงปลายปี 2555 ทีมข่าวเดลินิวส์ ได้เกาะติดความเคลื่อน ไหว สถานการณ์การลักลอบค้าสัตว์ป่าในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยจากการตรวจสอบข้อมูล กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติฯ พบว่าปี 2554 มีสถิติลักลอบค้าสัตว์ป่ามากถึง 528 คดี พบผู้กระทำผิด 578 คน ยึดของกลางแยกเป็นสัตว์ป่า 30,369 ตัว ซากสัตว์ 1,631 ซาก ต่อมาปี 2555 มีสถิติคดีลักลอบค้าสัตว์ป่าขยับขึ้นเป็น 668 คดี พบผู้กระทำผิด 702 คน ยึดของกลางแยก เป็นสัตว์ป่า 14,690 ตัว ซากสัตว์ 3,298 ซาก โดยสัตว์ป่าที่พบการลักลอบค้า อาทิ เสือ ตัวนิ่ม ปลา เต่า งู นก จระเข้ ตะกวด เต่า กิ้งก่า กระรอก ฯลฯ

จากสถิติการจับกุมที่ได้เป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง จนทำให้มีหลายฝ่ายต่างออกมาแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ลักลอบค้าสัตว์ในประเทศไทย จนทำให้ก่อนจะสิ้นปี พ.ศ. 2555 ทางกรมอุทยานฯ ได้วางแนวคิดในการรณรงค์คุ้มครองสัตว์ป่าภายใต้สโลแกน “หยุดกิน หยุดล่า หยุดลักลอบค้า ร่วมใจรักษาสัตว์ป่าทั่วไทย” นอกจากนี้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ยัง ได้มอบหมายให้กองบังคับการปราบปรามทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) นำโดย พล.ต.ต.นรศักดิ์ เหมนิธิ ผบก.ปทส. นำแนวคิด ตำรวจรับใช้ชุมชน มาปรับใช้ในการทำงานแก้ปัญหาทั้งเรื่องขบวนการค้าสัตว์ป่า และทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

โดยประสานความร่วมมือกับกรมอุทยานฯ, กรมศุลกากร, กองทัพบก, หน่วยงานรัฐบาลต่างๆจากทั่วภูมิภาคเอเชียและสหรัฐอเมริกา, มูลนิธิฟรีแลนด์, สายการบิน, โรงแรมบริษัทเอกชน องค์กรเอกชน ผู้มีชื่อเสียง และสื่อมวลชน ฯลฯ ร่วมกันรณรงค์ โครงการคิดดี หยุดได้ ไปเปิดงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจกับประชาชน สร้างความร่วมมือ และจิตสำนึก ในการไม่ล่า ไม่ค้า และไม่บริโภคสัตว์ป่าและซากสัตว์ป่า ตลอดจนไม่ใช้เครื่องประดับที่ทำมาจากซากสัตว์ป่า ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย

เนื่องจากระหว่างวันที่ 3-14 มี.ค. 56 ประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพสำคัญจัดการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วย การค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (The Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and Flora) หรือ การประชุมไซเตส CITES ครั้งที่ 16

แม้จะเป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยจะได้มีโอกาสแสดงท่าทีและบทบาทในการต่อต้านการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ แต่ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันอาทิตย์ที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อุทยานและ ตำรวจ ปทส. ร่วมกันจับกุมชาวเวียดนาม ที่ลักลอบขน “นอแรด” มาจากประเทศเอธิโอเปีย หลังจากทาง นายอวยชัย กุลทิพย์มนตรี ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับรายงานว่าจะมีชาวต่างชาติลักลอบ นำ “นอแรด” หลบหนีศุลกากรเข้ามาในราชอาณาจักร จึงได้รายงานให้ นางเบญจา หลุยเจริญ อธิบดีกรมศุลกากรรับทราบ จากนั้นจึงได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ศุลกากร สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสาร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้พยายามตรวจสอบอย่างเข้มงวด

กระทั่งไปพบกระเป๋าต้องสงสัยทรงแข็งสีเขียว ตั้งอยู่บนรถเข็นกระเป๋าสัมภาระจอดไว้ใกล้กับช่องตรวจของ มีสิ่งของต้องสำแดงหมายเลข 13 โซน B อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ (ขาเข้า) กระเป๋ามี TAG ของ
สายการบินเอธิโอเปีย เที่ยวบินที่ ET618 เดินทางมาจากเมืองแอดดิสอาบาบา สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเอธิโอเปีย

ในตอนแรกยังยังไม่พบผู้แสดงความเป็นเจ้าของกระเป๋า เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจนำกระเป๋าไปตรวจสอบด้วยเครื่องเอกซเรย์ พบว่าภายในมี “ตุ๊กตาฮิปโปฯ” ขนาดใหญ่ที่ทำจากไฟเบอร์ จึงเปิดกระเป๋านำตุ๊กตาไปเอกซเรย์อย่างละเอียด พบว่าภายในมีวัตถุทรงกรวย (6 ชิ้น) จึงตัดสินใจแกะออกดูปรากฏว่าเป็น “นอแรด” จำนวน 4 นอ มีน้ำหนักรวม 10.6 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 18 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร ได้กระจายกำลังติดตามหาผู้ครอบครองกระเป๋า จึงทราบว่าเป็นของ นายฟาม กวง ลอค อายุ 56 ปี ชาวเวียดนาม เพิ่งเดินทางมาถึงประเทศไทย และกำลังจะหลบหนีเดินทางออกนอกประเทศ

เบื้องต้นควบคุมตัวนายฟาม ไปดำเนินคดีนำของต้องห้ามประเภทซากสัตว์ป่าคุ้มครองเข้ามาในราชอาณาจักร อันเป็นความผิดตามมาตรา 27 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ประกอบมาตรา 16, 17 พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับ 9) พ.ศ. 2482 และ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 23 วรรคแรก ประกอบมาตรา 24 ฐานนำเข้า ซากสัตว์ป่าชนิดที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด (นอแรด) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้ รับอนุญาต

แต่คดียังไม่จบง่ายๆเพียงแค่การจับกุมนายฟาม ซึ่งทำหน้าที่เป็นเพียง “ผู้รับขนส่ง” หิ้วกระเป๋าเข้ามาในไทยแล้วเตรียมจะเดินทางออกนอกประเทศทันที เมื่อชุดสืบสวนขยายผลลงลึกทำให้พบว่าการกระทำเข้าข่ายเป็นขบวนการอาชญากรรม ที่มีลักษณะเป็น องค์กรใหญ่ แบ่งงานกันทำ ไล่ตั้งแต่ นายทุน, ผู้กว้านซื้อ (รวมของ), ผู้รับขนส่ง, ผู้ลาดตระเวน (คุ้มกัน), ผู้ประสานงาน, ผู้ส่งของออก ฯลฯ

ขบวนการค้านอแรดข้ามชาติ แม้จะใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านในการส่งนอแรดไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่เมื่อพบว่ามีชาวไทยเข้าไปร่วมอยู่ในขบวนการ เป็น “กลุ่มคนมีสี” นอกรีตที่เข้าไปพัวพันหลากหลายรูปแบบทั้งเข้าไปประสานงานและคุ้มกันก็มี

ล่าสุดทางผู้ใหญ่หลายหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ กรมอุทยานฯ และกรมศุลกากร ต่างให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากประเทศไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพประชุมไซเตส ครั้งที่ 16 ในอีก 2 เดือนข้างหน้า

จากนี้ไปต้องลุ้นจับตาชมว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะสามารถกระชากหน้ากากขบวนการค้านอแรดข้ามชาติ โชว์ผลงานให้นานาชาติได้เห็นว่า ปี 2556 ประเทศไทยเราจริงจังในการปราบปรามเข้มข้นเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด!!.



แก๊งค้าสัตว์ป่า

ก่อนหน้านี้องค์กรที่ทำงานด้านการอนุรักษ์อย่าง World Wide Fund For Nature (WWF) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลระบุว่า องค์กรอาชญากรรม กำลังให้ความสนใจกับธุรกิจลักลอบล่าสัตว์ป่าข้ามชาติ เพราะสามารถสร้างรายได้สูงแต่มีความเสี่ยงต่ำ โดยแต่ละปีการลักลอบค้าสัตว์ป่าสามารถทำรายได้มูลค่าไม่ต่ำกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 570,000 ล้านบาท กลายเป็นธุรกิจผิดกฎหมายที่ใหญ่เป็น อันดับ 4 ของโลก รองจาก 1. ยาเสพติด 2. สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ และ 3. การค้ามนุษย์!!

ในช่วงปลายปี 2555 สำนักงานอัยการของประเทศแอฟริกาใต้ ได้ออกมาแถลงว่า ศาลแขวงแคมป์ตัน พาร์ค เมืองโยฮันเนสเบิร์ก ตัดสินลงโทษจำคุกผู้ต้องหาชาวไทยเป็นเวลา 40 ปี ตามความผิดในข้อหาลักลอบค้านอแรด ในตลาดมืด โดยปลอมแปลงเป็นของที่ระลึกที่ได้จากการล่าสัตว์ ซึ่งศาลได้ตัดสินลงโทษสถาน หนัก ท่ามกลางจำนวนแรดที่ถูกฆ่าตายมากเป็นประวัติการณ์.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 11-01-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ผู้จัดการออนไลน์


วอนช่วยขีวิตฝูงวาฬเพชฌฆาตติดอยู่กลางแอ่งน้ำแข็ง



ยูเอสเอทูเดย์ - พบฝูงวาฬเพชฌฆาตนับสิบตัวติดอยู่กลางแอ่งน้ำแข็งในอ่าวฮัดสันของแคนาดา ทำเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต้องวิงวอนขอความช่วยเหลือจากทางการ เนื่องจากพวกมันอยู่ในภาวะเสี่ยงตายอย่างยิ่งหากไม่ได้รับอิสระในอนาคตอันใกล้

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นร้องขอไปยังทางการแคนาดา ให้ส่งเรือตัดน้ำแข็งมาช่วยฝูงวาฬเพชฌฆาตราวๆ 8 ถึง 18 ตัว ที่ติดอยู่ท่ามกลางแผ่นน้ำแข็งห่างจากน่านน้ำเปิดราว 19 กิโลเมตร ขณะเดียวกันกันนั้นชาวเน็ตยังมีการจัดตั้งกลุ่มบนเฟซบุ๊ต ทวิตเตอร์และสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ วิงวอนทางการแคนาดาเข้าช่วยและภาวนาขอให้พวกมันรอดพ้นวิกฤตครั้งนี้

เหล่าผู้เชี่ยวชาญจากรัฐบาลมีกำหนดเดินทางถึงเมืองอินักจูแอ็ก ห่างจากนครมอนทริออลไปทางเหนือราว 1,500 กิโลเมตร เพื่อประเมินว่าจะสามารถช่วยเหลือวาฬเหล่านี้ได้หรือไม่อย่างไร ขณะที่พวกมันสามารถหายใจผ่านช่องน้ำแข็งเท่านั้น



ในภาพจากวิดีโอ เผยให้เห็นฝูงวาฬเพชฌฆาตผลัดกันขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำผ่านรอยแตกเล็กๆ บนแผ่นน้ำแข็ง ขณะที่ชาวบ้านที่เดินทางจากเมืองอินักจูแอ็ก ผ่านไปเห็นจุดที่ฝูงวาฬติดอยู่ตั้งแต่เมื่อวันจันทร์(7) เล่าว่า แอ่งดังกล่าวกำลังเล็กลงเรื่อยๆเนื่องจากน้ำค่อยๆแข็งตัว และอาจทำให้วาฬเหล่านั้นได้รับอันตราย เนื่องจากวาฬเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ใต้น้ำ แต่ต้องขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ

"ผู้คนมีความรู้สึกผสมผสานต่อสถานการณ์นี้" ปีเตอร์ อินักปุก นายกเทศมนตรีเมืองอินักจูแอ็ก บอกกับสื่อมวลชนท้องถิ่น "เราอยากเห็นพวกมันเป็นอิสระ แต่อีกด้านก็ต้องการให้พวกมันไปไกลๆ วาฬเพชฌฆาตกินแมวน้ำเป็นอาหาร และการล่าแมวน้ำคือส่วนสำคัญของเศรษฐกิจเรา"

ผู้เชี่ยวชาญคนหนึ่งระบุว่าหากไม่มีการลงมือใดๆอย่างทันท่วงที พวกมันอาจขาดอากาศหายใจหรือไม่ก็ตายเพราะความอ่อนเพลีย ขณะที่อุณหภูมิก็ลดต่ำลงเรื่อยๆ เช่นเดียวกับช่องน้ำแข็งที่หดตัวลงทุกขณะ"



อย่างไรก็ตามหน่วยงานด้านการประมงและมหาสมุทรของแคนา ยอมรับว่ายังไม่มีการหารือถึงความเป็นไปได้ในการส่งเรือตัดน้ำแข็งไปยังพื้นที่ดังกล่าว โดยขอประเมินสถานการณ์อีกสักระยะ เนื่องจากการส่งเรือตัดน้ำแข็งไปยังจุดเกิดเหตุต้องใช้เวลาหลายวันหรืออาจหลายสัปดาห์เลยทีเดียว

"มันเร็วเกินไปที่จะวิ่งเข้าใส่ทางเลือกต่างๆ แต่เรากำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด" ซิลเวีย ราซิน โฆษกกล่าว "แน่นอนว่าเรามีความกังวล แต่ยังอยู่ระหว่างตัดสินใจว่าอะไรที่เราสามารถทำได้บ้าง" ส่วนโฆษกอีกคนเสริมว่า "สถานการณ์ในจุดที่วาฬเหล่านั้นติดอยู่ท่ามกลางน้ำแข็ง ถือว่าไม่ปกติเลยในแถบขั่วโลกเหนือ"

ปกติแล้ววาฬเพชฌฆาตสามารถพบเห็นได้ตามมหาสมุทรต่างๆของโลก แต่น้อยครั้งนักที่จะพบพวกมันบริเวณส่วนลึกของอ่าวฮัดสัน และไม่เป็นที่ชัดเจนว่าทำไมวาฬเพชฌฆาตเหล่านี้ถึงได้อพยพจากชายฝั่งตะวันตกของแคนาดาหรือมหาสมุทรแอตแลนติก


***************************************************************************


แซมเบียสั่งห้ามล่าสิงโต-เสือดาว หลังประชากรลดฮวบ



บีบีซี - แซมเบีย ออกคำสั่งห้ามล่าสิงโตและเสือดาว หลังจากพบว่าจำนวนประชากรของสัตว์ทั้ง 2 ชนิดลดลงอย่างรวดเร็ว

รัฐมนตรีการท่องเที่ยวของแซมเบียบอกว่าสิงโตและเสือดาว มีคุณค่าด้านการท่องเที่ยวเชิงชมสัตว์มากกว่ากีฬานองเลือด ซึ่งอย่างหลังดึงดูดเงินเข้าสู่ประเทศได้เพียง 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ(91ล้านบาท) เท่านั้นเมื่อปีที่แล้ว

พร้อมกันนั้นนางซิลเวีย มาเซโบ รัฐมนตรีท่องเที่ยวหญิงของแซมเบียยังบอกด้วยว่าประเทศของเธอไม่มีเสือดาวและสิงโตมากพอสำหรับจุดประสงค์เพื่อการล่าอีกแล้ว "นักท่องเที่ยวเดินทางมาแซมเบียเพื่อดูสิงโต และหากเราสูญเสียสิงโตไปเรื่อยๆ ก็หมายถึงว่าเรากำลังฆ่าอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเราเอง" เธอบอกกับรอยเตอร์

แม้สามารถพบเห็นสิงโตได้ตามอุทยานหลักทั้งหมดของแซมเบีย แต่จำนวนของพวกมันก็มีอยู่อย่างจำกัด โดยเชื่อกันว่าทั่วประเทศแห่งนี้เหลือสิงโตอยู่แค่ราวๆ 4,500 ตัว ส่วนประชากรเสือดาวนั้นไม่ทราบจำนวน

ก่อนหน้านี้บอตสวานา เพื่อนบ้านของแซมเบีย เผยเตรียมดำเนินการห้ามล่าสัตว์เพื่อเกมกีฬานับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นไป ส่วนเคนยา ได้ห้ามล่าสัตว์เพื่อเกมกีฬา มาตั้งแต่หลายทศวรรษก่อน

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 11-01-2013
สายชล's Avatar
สายชล สายชล is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
สถานที่: Bangkok
ข้อความ: 9,490
Default



สงสารฝูงวาฬเพชรฆาตที่ติดอยู่ในน้ำแข็งจังเลยค่ะ...ขอให้เขาอยู่รอดปลอดภัยนะคะ..

__________________
Saaychol
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 11-01-2013
สายชล's Avatar
สายชล สายชล is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
สถานที่: Bangkok
ข้อความ: 9,490
Default



มีข่าวว่าช่วยวาฬเพชรฆาตออกจากน้ำแข็งได้แล้วค่ะ....

http://inukjuakkillerwhale.blogspot.ca/


Official Inukjuak Killer Whale Initiative




Thursday, January 10, 2013
Great News
Great News to all.

The two scouts went ahead this morning to check up on the condition of the killer whales.
Word came back from the scouts, and great news. When they arrived at the site, they saw that the ice had cracked, and there had been a large opening all the way to the open ice which was approximately 35 kilometers.

During the meeting last night, the elders, and the hunters had indicated that the new moon would have made the difference to favour the killer whales and the Inuit Hunters who volunteered to rescue them.
The currents underneath, and the small winds from the north had made the difference, and made way for the orca to escape.

The community is extremely happy of the news. We are happy, and extremely grateful for the support we have received from all over the globe.

Yesterday's plan for today was;

At 8:00 a.m. EST, two hunters were to go and scout, and asses the condition of the whales.

If the killer whales were still in the predicament, they were to call back using a satellite phone, and have the command centre assemble the volunteer party. A group of 20 volunteers.

These volunteers were going to split up into groups.
1 Group removing the loose ice blocks that were contributing to the ever decreasing breathing hole.
The 2nd group, was to go a distance a way and create a larger hole for the whole pod to breathe.
The 3rd group was to keep a look out (for Polar Bears) at the site.

Our climate up here is changing, we are noticing the effects of Global Warming. Experienced hunters have died in the recent past because the changing weather patterns they aren't familiar with. The orca would have experienced the same thing if nothing was done, and nothing changed in wind direction.

On behalf of the family of Orca, the community of Inukjuak thanks to all those who offered their support and assistance.


For the Community and the Mayor,

JK

P.s. The ice broke off so much the scouts have indicated that there is now open water visible.

Again Thank you




__________________
Saaychol
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 14:30


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger