เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 26-09-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนลดลง โดยอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-2 องศาเซลเซียส กับมีลมแรงในภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักบางแห่ง ในระยะนี้ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 26 - ก.ย. 1 ต.ค. บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออกจะมีฝนลดลง โดยจะมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 26 ก.ย. - 1 ต.ค. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคภาคใต้ ยังคงระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ขอให้ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอุณหภูมิที่ลดลง สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทย ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (85.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (95.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok Rain.jpg (237.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (103.2 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 26-09-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ระทึก! เรือแกรนด์อันดามันชนเรือบรรทุกปูน กลางทะเลระนอง เจ็บ 30 สาหัส 2

เกิดเหตุเรือรับส่งพนักงานบริษัทแกรนด์อันดามันระนอง ชนกับเรือไม้บรรทุกปูนกลางทะเลอันดามัน จ.ระยอง บาดเจ็บทันที 30 ราย และสาหัส 2 ราย โดยหลังเกิดเหตุ รองผู้ว่าฯระนอง นอภ.เมืองระนอง พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักเจ้าท่าฯ ทหารเรือ เร่งเข้าช่วยเหลือ นำส่ง รพ.ระนอง



เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 25 ก.ย.62 นายบุญชัย สมใจ นายอำเภอเมืองระนอง ได้รับแจ้งมีเหตุเรือชนกันในทะเลใกล้ท่าเรือด่านศุลกากรระนองชายฝั่งจังหวัดระนอง จึงได้ลงพื้นที่พร้อมด้วย ผกก.สภ.ปากน้ำระนอง เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคระนอง ทหารเรือจากศูนย์ประสาน ประมงชายแดนทางทะเลไทยเมียนมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพกู้ภัยภายในพื้นที่ และศูนย์นเรนทรโรงพยาบาลระนอง ถึงที่เกิดเหตุทราบว่าได้มีเรือของบริษัทอีกลำได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บกลับขึ้นฝั่งมายังท่าเรือบริษัทแกรนด์อันดามันบ้านเขานางหงส์ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง จังหวัดระนองแล้วซึ่งเป็นท่าเรือที่อยู่ไกล้กับจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยจึงเร่งขนย้ายผู้บาดเจ็บและทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลระนอง

นายบุญชัย สมใจ นายอำเภอเมืองระนอง กล่าวว่า ได้รับแจ้งเหตุดังกล่าวจึงลงมาในพื้นที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เรือที่เกิดเหตุเป็นเรือที่ทำการรับพนักงานของบริษัทแกรนด์อันดามัน จากโรงแรมฝั่งเกาะสน จังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมา กลับสู่จังหวัดระนอง แต่ระหว่างทางได้ชนกับเรือไม่ทราบชนิดจนทำให้เรือได้รับความเสียหายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นทราบว่ามีผู้โดยสารพร้อมคนขับเรือรวม 38 คนโดยสารมากับเรือ ลำดังกล่าว ส่วนเรือไม้คู่กรณีได้ขับหลบหนีไปขณะนี้ได้มีการนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลระนอง โดยไม่มีผู้เสียชีวิตและไม่มีผู้สูญหาย

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลระนองพบ นายพรเทพ ผ่องศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ได้เดินทางมาอำนวยการอุบัติเหตุหมู่ และได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า จากเหตุที่เกิดขึ้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่นำส่งโรงพยาบาลรวม 30 ราย เบื้องต้นแพทย์ได้ให้การตรวจรักษา และให้กลับบ้านได้แล้ว 3 ราย มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ส่วนที่เหลือยังต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลระนองในคืนนี้ก่อน ส่วนสาเหตุและรายละเอียดต่างๆ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการสอบสวนและหาสาเหตุที่ชัดเจนต่อไป

จากการหาข้อมูลเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่พบว่า เรือที่เกิดเหตุเป็นเรือรับส่งพนักงานของโรงแรมแกรนด์อันดามัน กำลังกลับเข้าสู่จังหวัดระนอง และก่อนที่จะถึงท่าเรือได้ชนกับเรือไม้บรรทุกปูนซีเมนต์ที่กำลังจะเดินทางออกจากท่าเรือฝั่งระนองไปยังจังหวัดเกาะสอง ประเทศเมียนมา เมื่อเกิดเหตุแล้วเรือบรรทุกปูนลำดังกล่าวได้เดินทางต่อไปยังจังหวัดเกาะสอง อาจเป็นเพราะเรือได้รับความเสียหายบางส่วน และต้องการนำปูนที่บรรทุกนั้นไปลงที่จังหวัดเกาะสองก่อน โดยเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามตัวผู้ขับเรือลำดังกล่าวมาทำการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป.


https://www.thairath.co.th/news/local/south/1668886


*********************************************************************************************************************************************************


อิตาลีระทึก ธารน้ำแข็งมหึมาบนยอด 'มงบล็อง' อาจถล่ม สั่งปิดถนน-อพยพแล้ว


(ภาพ:ยอดเขามงบล็อง)[/SIZE]

นายกเล็กอิตาลี สั่งปิดถนน อพยพชาวบ้านในกระท่อมบนภูเขา หลังบรรดาผู้เชี่ยวชาญ เตือน ธารน้ำแข็งมหึมา หนักราว 2.5 แสนลูกบาศก์เมตร บนยอดเขามงบล็องเสี่ยงถล่มจากภาวะโลกร้อน

เมื่อ 25 ก.ย.62 สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า เจ้าหน้าที่อิตาลีดำเนินการปิดถนนและอพยพประชาชนที่อาศัยอยู่กระท่อมบนภูเขา หลังจากได้รับคำเตือนจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานรัฐบาลในพื้นที่ Valle d'Aosta และมูลนิธิ Safe Mountain Foudation ว่าธารน้ำแข็งบางส่วนซึ่งมีน้ำหนักราวประมาณ 250,000 ลูกบาศก์เมตร ของธารน้ำแข็งบนยอดเขามงบล็องในเทือกเขาแอลป์ ตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างประเทศฝรั่งเศสกับอิตาลี มีความเสี่ยงที่จะพังถล่มลงมา จนเป็นอันตรายต่อผู้คนที่พักอยู่ในกระท่อมได้

นายกเทศมนตรีเมือง Courmayeur ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับบริเวณธารน้ำแข็งบนยอดเขามงบล็องที่อาจพังถล่ม กล่าวด้วยความวิตกว่า ภาวะโลกร้อนกำลังเปลี่ยนแปลงยอดเขามงบล็อง ซึ่งเป็นยอดเขาสูงที่สุดในยุโรปตะวันตก ด้วยความสูงจากระดับน้ำทะเล 4,808.7 เมตร โดยนายกเทศมนตรี Courmayeur ได้ลงนามสั่งปิดถนนหลายสายในเขต Val Ferret ซึ่งอยู่บริเวณยอดเขามงบล็องทางฝั่งอิตาลี หลังจากบรรดาผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าธารน้ำแข็งบนยอดเขาแห่งนี้ได้เลื่อนสไลด์ลงมาด้วยความเร็วถึง 50-60 ซม.ต่อวัน


ภาพจาก COMUNE COURMAYEUR: เส้นสีเหลือง คือบริเวณธารน้ำแข็ง ที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนอาจพังถล่มลงมา

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวและชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ไม่มีความเสี่ยงที่จะประสบอันตราย หากธารน้ำแข็งบางส่วนบนยอดเขามงบล็องถล่ม ยกเว้นแต่ชาวบ้านที่อยู่ในกระท่อมบริเวณ Rochefort ที่ต้องอพยพเพื่อความปลอดภัย.


https://www.thairath.co.th/news/foreign/1668490


*********************************************************************************************************************************************************


ดุมาก แม่วอลรัสปกป้องลูก โจมตี-จมเรือลำเลียงของกองทัพรัสเซีย



เรือลำเลียงของกองทัพเรือรัสเซีย ซึ่งกำลังขนนักวิจัยไปยังเกาะแห่งหนึ่งบริเวณมหาสมุทรอาร์กติก ถูกวอลรัสเพศเมียโจมตีจนอับปาง แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอังคารที่ 24 ก.ย. 2562 ว่า เรือลำเลียงพลของกองทัพเรือรัสเซีย ถูกวอลรัสเพศเมียตัวหนึ่งโจมตีจนอับปางในมหาสมุทรอาร์กติก เมื่อสัปดาห์ก่อน แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บในเหตุการณ์นี้

ตามการเปิดเผยของกระทรวงกลาโหมรัสเซีย วอลรัสตัวนี้โจมตีเรือซึ่งกำลังพานักวิจัยไปยังชายฝังเกาะเคป เกลเลอร์ ในทะเลอาร์กติก ก็เพื่อปกป้องลูกๆ ของมัน ขณะที่สมาคมธรณีวิทยารัสเซีย (RGO) ยืนยันว่า เรืออับปาง แต่ทุกคนก็เดินทางถึงชายฝั่งอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ นักวิจัยของ RGO เดินทางไปทำภารกิจร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกองเรือภาคเหนือของรัสเซีย ที่หมู่เกาะฟรานซ์โจเซฟแลนด์ ในมหาสมุทรอาร์กติก เพื่อตรวจสอบพืชและสัตว์ท้องถิ่น และเพื่อสังเกตการณ์ธารน้ำแข็ง


https://www.thairath.co.th/news/foreign/1668146

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : 26-09-2019 เมื่อ 04:17
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 26-09-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ


ธนาคารปู:ตำราอนุรักษ์ ฉบับชาวบ้าน

"ธนาคารปูบ้าน" ต.เกาะเพชร ต้นทางตำราการอนรักษ์ฉบับชาวบ้าน ที่สามารถฟื้นท้องทะเลร้าง ให้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้แก่ชาวประมงกว่า 2,500 บาทต่อวัน



วิรชัช เจะเหล็ม นายกสมาคมประมงพื้นบ้านเกาะเพชร ต.เกาะเพชร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ในอดีตช่วงปี 2535 - 41 อ่าวหัวไทรมีปูจำนวนมาก แต่ในเวลาไม่กี่ปีทะเลบริเวณนี้ร้างไปเลย เพราะชาวประมงใช้เครื่องมือที่จับที่รุนแรงเพื่อจับปูได้ครั้งละมากๆ

ชาวบ้านเริ่มตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งกับสิ่งแวดล้อมและรายได้ของครัวเรือน เนื่องจากการสร้างไม่ทันของธรรมชาติ จึงคิดที่จะฟื้นฟูสภาพของอ่าวในปี 2545 โดยเริ่มตั้งกลุ่มเพื่อศึกษาสภาพแวดล้อม และวิธีการจากชุมชนอื่นๆ แต่ไม่สามารถนำมาปรับใช้ที่หัวไทรได้ ส่วนหนึ่งเพราะภูมิประเทศที่ไม่เหมือนกัน

จนกระทั่งในปี 2552 ทุกคนลงความเห็นว่าต้องสร้างธนาคารสัตว์น้ำ หรือธนาคารปูขึ้นมา จึงระดมเงินจากผู้ที่เห็นด้วยมาดำเนินการ ครั้งแรกได้ 350 บาท ซึ่งใช้หมดไปกับค่าน้ำมันรถเพื่อตัดไม้ไผ่มาทำกระชังปู เลี้ยงและเพาะลูกปู

ทั้งนี้กฎของธนาคารปูที่หัวไทรมีอยู่ว่า เมื่อจับปูไข่ได้จะต้องนำมาอนุบาลเพาะฟัก จนลูกปูแข็งแรงพร้อมที่จะคืนสู่ธรรมชาติ ทางธนาคารจะนำไปปล่อยสู่ธรรมชาติในจุดที่คิดว่าจะทำให้ลูกปูมีอัตรารอด ซึ่งปู 1 ตัวจะวางไข่ได้ครั้งและ 2 แสนฟอง ในจำนวนนี้ตั้งเป้าอัตรารอดไว้เพียง 100 ตัวเท่านั้นซึ่งต่ำกว่าธรรมชาติมาก โดยธนาคารจะนำปูไปปล่อยทุกวันเพื่อให้ครบ 350 ตัวต่อเดือนเป็นอย่างต่ำ

การดำเนินการดังกล่าว ได้ผล อีก 3-4 เดือนต่อมา จะพบลูกปูตัวเล็กๆ เดินตามชายหาด รวมทั้งเป็นที่สนใจต่อสาธารณะ ทำให้ชุมชนมีกำลังใจ ธนาคารปู และสัตว์น้ำเริ่มเห็นภาพมากขึ้นในระยะเวลา เพียง 1 ปี

จากนั้นรัฐบาลจึงเข้ามาสนับสนุนในช่วง 2-3 ปีหลัง และเริ่มเห็นผลทางด้านเศรษฐกิจเมื่อดำเนินงานไปแล้ว 3-5 ปี ปูม้าในอ่าวหัวไทรเริ่มกลับเข้ามา และเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบอย่างที่ผ่านมาชาวบ้านเริ่มกำหนดเครื่องมือที่เหมาะสม ชุมชนอื่นๆเริ่มคล้อยตามจนถึงปัจจุบันการอนุรักษ์ปูได้รับความเห็นชอบทั้งอำเภอ แล้ว

"ช่วงวิกฤตินั้น ชาวบ้านขาดทั้งรายได้ และเกิดการทะเลาะเบาะแว้งเพราะต้องออกไปจับปูบริเวณอื่นที่ไม่ใช่เขตหน้าบ้านตนเอง และบริเวณเหล่านั้นก็มีปัญหาเช่นกัน เหตุการณ์ทั้งหมดทำให้ทุกคนหันมาตระหนักว่าต้องเริ่มฟื้นฟู ทำให้สังคมได้เห็นว่าที่ผ่านมาทะเลโดนทำร้าย ต้องทำเพื่อตอบแทนเพราะทะเลเป็นที่ที่หล่อเลี้ยงมวลมนุษย์"

ปัจจุบัน จ.นครศรีธรรมราช กลายเป็นแหล่งทำรายได้ด้านสัตว์น้ำต้นๆของประเทศ จากที่ปูไม่เคยล้นตลาด แต่ 2 ปีที่ผ่านมาราคาปูเริ่มปรับตัวลดลง จาก ขนาด 7 ตัวต่อกก. ราคา 280 บาท เหลือ 170 บาท แต่ชาวบ้านอยู่ได้ เพราะที่หายไปคือการขาดทุนกำไรเท่านั้น โดยมีทำรายได้เฉลี่ย 2,500 บาทต่อรายต่อวัน และกล่าวได้ว่า ที่ ต.เกาะเพชร นี้ไม่มีเครื่องมือผิดกฎหมาย หรือไอยูยู อยู่เลย 100 % รวมทั้งได้กำหนดระเบียบห้ามจับสัตว์น้ำในระยะ 4 กิโลเมตรจากฝั่งด้วย เพื่อใช้เป็นเขตอนุรักษ์พ่อ แม่พันธุ์ แต่ทั้งนี้ไม่ได้ปิดกั้นเรือประมงของชุมชนอื่นเข้ามาจับ

ทั้งนี้ เครือเจริญโภคภัณฑ์ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ออกแบบการนำพลังงานหมุนเวียนทั้งจากพลังงานแสงอาทิตย์และจากพลังงานลมมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยี Internet of Things (IoTs) เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าให้แก่การทำกิจกรรมอนุรักษ์ เพื่อให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองและต่อยอดได้

"สิ่งที่อยากได้ตอนนี้คือการสนับสนุนด้านการแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าให้มากขึ้นจากปัจจุบันที่การจำหน่ายปูจะมีพ่อค้ามารับถึงที่ อีกยังมีสัตว์น้ำชนิดอื่นที่สามารถจับได้และคิดว่าน่าจะเป็นอีกช่องทางที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชน จึงอยากให้รัฐบาลเข้ามาสนับสนุน และต่อยอดธนาคารหมึกด้วยเพราะขณะนี้เริ่มหายากแล้ว"


https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/848473

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 26-09-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


แนวโน้มจุดความร้อนไฟป่าอินโดฯ ลดเหลือแค่ 382 จุด

สถานการณ์หมอกควันไฟป่า บนเกาะสุมาตรา-เกาะบอร์เนียว ประเทศอินโดนีเซีย เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ภาพดาวเทียม NOAA-19 จุดความร้อนลดลงเหลือ 382 จุด ส่วนค่าฝุ่น PM2.5 ค่าเฉลี่ยสูงสุด 37 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร



วันนี้ (25 ก.ย.2562) นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์หมอกควันภาคใต้ พื้นที่จังหวัดนราธิวาส รับฟังการดำเนินงานในพื้นที่ และขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ทำความเข้าใจในสถานการณ์และดูแลประชาชนในเรื่องสุขภาพ และการทำกิจกรรมในพื้นที่ ล่าสุดสถานการณ์ PM2.5 อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกสถานี โดยปริมาณฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) เฉลี่ย 24 ชม. เมื่อเวลา 09.00 น.มีค่าอยู่ระหว่าง 15?37 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก.ลบ.ม.) อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกสถานี คุณภาพอากาศอยู่ในระดับดีมาก

เมื่อพิจารณาข้อมูลรายชั่วโมงของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศในภาคใต้ พบว่าฝุ่นละอองเริ่มมีแนวโน้มลดลงในทุกพื้นที่ตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยพบว่าภาคใต้ตอนล่างได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดไปยังตะวันตกเฉียงใต้ จึงทำให้ปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่บรรเทาลง ประกอบกับสถานการณ์จุดความร้อนในภูมิภาคอาเซียนตอนล่างมีแนวโน้มลดลง


ภาพ:กรมควบคุมมลพิษ (คพ.)

"จากภาพถ่ายดาวเทียม NOAA-19 พบจุดความร้อนจำนวนมากในพื้นที่เกาะสุมาตราและเกาะบอร์เนียว โดยในวันที่วันที่ 24 ก.ย.พบจุดความร้อนจำนวน 382 จุด ลดลงจากวันก่อนหน้าเกือบเท่าตัว และภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทยไม่พบจุดความร้อน"

นายวิจารย์ กล่าวว่า จากการติดตามสภาพอุตุนิยมวิทยา ล่าสุดพบว่าทิศทางลมเปลี่ยนแปลง หมอกควันจะส่งผลกระทบต่อภาคใต้น้อยลง คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ดีถึงดีมากทุกพื้นที่ ประชาชนสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ และคพ.ยังคงติดตามสถานการณ์ และแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ได้ทราบ รวมทั้งได้ประสานไปยังกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อขอความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลผ่านสื่อในช่องทางต่างๆ ต่อไป


https://news.thaipbs.or.th/content/284547

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 26-09-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


"ปลิงทะเลดองน้ำผึ้ง" ของดี "ชาวเกาะลิบง"



กลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลเกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ออกหาปลิงทะเลชนิดที่เรียกว่า"ตัวกาหมาด" เพื่อนำมาต้มสุกดองกับน้ำผึ้งแท้ และส่วนหนึ่งนำไปเคี่ยวกับสมุนไพรจนได้เป็นน้ำมันกาหมาด สรรพคุณใช้ทาแผลสด แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แมลงสัตว์กัดต่อยได้ผลชะงัก

ที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหลังเขา หมู่ที่ 5 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง สมาชิกกลุ่มที่ออกหาปลิงทะเลชนิดที่ชาวบ้านเรียกว่า"ตัวกาหมาด" ซึ่งหาได้เฉพาะในเวลากลางคืนช่วงน้ำ 3-4 ค่ำ เป็นปลิงทะเลที่ชอบอาศัยอยู่ตามโขดหินและแนวปะการังในแหล่งน้ำลึกประมาณ 1-2 เมตร ชาวบ้านจึงต้องอาศัยช่วงจังหวะน้ำลงต่ำสุดออกไปดำหาปลิงกาหมาด ที่มีลักษณะลำตัวคล้ายทรงกระบอก มีผิวตามลำตัวเป็นตุ่มนูนคล้ายหนามแต่อ่อนนุ่ม เพื่อนำมาต้มสุกประมาณ 10 นาทีก่อนจะฝานบาง ๆ แล้วดองกับน้ำผึ้งแท้ 100% เป็นเวลา 1 สัปดาห์ จึงจะสามารถออกขายได้ในราคาขวดละ 300 บาท

ผลวิจัยจากหลายสถาบันพบว่า กาหมาดมีสรรพคุณช่วยยับยั้งเชื้อราและทำให้การทำงานของเซลล์มะเร็งช้าลง และยังมีคุณสมบัติที่ชาวบ้านเชื่อว่าสามารถบรรเทาอาการของโรคเก๊าท์ โรคเบาหวานและขับเสมหะได้อย่างชะงัก หลังมีผลวิจัยออกมา ทำให้มีการรวมกลุ่มกันเพื่อผลิตเป็นอาหารและสร้างรายได้เสริมจนผลิตแทบไม่ทันกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในหลายจังหวัดทางภาคใต้

นอกจากนี้ กาหมาดยังนำไปเคี่ยวกับหัวกะทิที่มีสมุนไพร ประกอบด้วยขมิ้น ผิวมะกรูด ว่านหัวลิง ว่านตีนตะขาบ บอระเพ็ด ว่านหางจระเข้ ดอกมะลิ ตะไคร้หอมและน้ำผึ้ง นานกว่า 1 ชั่วโมง จนเป็นน้ำมันกาหมาดสีเหลืองอ่อน ตั้งไว้ให้เย็นจึงบรรจุลงในขวดขายขวดละ 50-199 บาทใช้ทาแผลสด แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก แมลงสัตว์กัดต่อยได้ผลดี เก็บได้นานนับปี

ส่วนกาหมาดที่เหลือจากการเคี่ยวแล้ว นำมารับประทานกับข้าว โรยด้วยหอม กระเทียม ใบมะกรูด เคี้ยวหนุบหนับ หรือจะนำกาหมาดต้มสุกไปแกงกะทิ ยำกาหมาด แกงคั่วและอื่น ๆ ได้ทุกเมนู ทำให้กาหมาดมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 1,000-1,500 บาท สร้างรายได้ให้กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านหลังเขาไม่ต่ำกว่า 20,000 บาทต่อเดือน


https://www.nationtv.tv/main/content/378743618/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 26-09-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


กรุงเทพจมควัน PM2.5 แทนใต้ สมาคมแพทย์เตือนรัฐเร่งรับมือฝุ่นควันก่อน "เผาจริง" ปลายปี

สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เตือนภาครัฐให้ป้องกันและเตรียมการรับมือปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นควัน PM2.5 ในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อลดผลกระทบและสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนก่อนฤดูหมอกควันจะมาเยือนกรุงเทพฯอย่างเป็นทางการปลายปีนี้


แผนภาพแสดงถึงการคาดการณ์ปริมาณฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยเว็บไซต์ https://www.windy.com

หลังจากคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้เริ่มดีขึ้น สถานการณ์มลพิษทางอากาศในกรุงเทพฯกลับส่งสัญญาณย่ำแย่ลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รองศาตราจารย์นายแพทย์นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นสมาคมแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินหายใจ ออกจดหมายเปิดผนึกถึงคณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา และผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 กันยายน เรียกร้องให้ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ฝุ่นควัน PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครแต่เนิ่นๆ โดยออกข้อเรียกร้องจำนวน 5 ข้อ ดังนี้

1. ให้ความรู้กับประชาชนเพื่อให้ตระหนักถึงพิษภัยของมลพิษในอากาศ ที่มีผลคุกคามต่อทุกคนโดยเฉพาะ เยาวชน สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง

2. ให้การศึกษากับประชาชนเพื่อปรับกิจกรรมประจำวันและการใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองที่ถูกต้องเหมาะสม

3. หน่วยงานรัฐจัดหาอุปกรณ์ป้องกันสำหรับประชาชนให้เพียงพอ ทั้งหน้ากากอนามัย หน้ากาก N-95 สำหรับใช้กลางแจ้ง และเครื่องฟอกอากาศหรือแผ่นกรองอากาศ สำหรับใช้ในตัวอาคาร

4. ดำเนินการมาตรการสาธารณะโดยเคร่งครัดเมื่อคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตราย ทั้งการควบคุมปริมาณและคุณภาพยานพาหนะ การจำกัดกระบวนการก่อสร้าง ลดกำลังการผลิตทางอุตสาหกรรม และควบคุมการเผาในที่โล่งแจ้ง รวมถึงการปิดสถานศึกษา

5. จัดหาสถานที่สาธารณะในแต่ละชุมชนย่อย เพื่อเป็นที่พักอาศัยของประชากรกลุ่มเสี่ยงเมื่อระดับคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตรายหรือวิกฤต โดยต้องมีระบบฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพควบคู่กันไป

นพ.นิธิพัฒน์ กล่าวว่า การเตรียมการดังกล่าวมีความจำเป็นยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้จัดการแก้ไขปัญหาฝุ่นควันมลพิษในพื้นที่กรุงเทพมหานครโดยการควบคุมการปลดปล่อยมลพิษที่แหล่งกำเนิดแม้แต่น้อย ซึ่งเห็นได้จากคุณภาพอากาศในกรุงเทพฯช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เลวร้ายลงอย่างเห็นได้ชัด เพียงแค่มีมวลอากาศเย็นแผ่มาปกคลุมประเทศไทยเท่านั้น

"โปรดใส่ใจในคุณภาพของอากาศที่ทุกคนต้องใช้ร่วมกัน โดยเฉพาะเยาวชนที่กำลังจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต" นพ.นิธิพัฒน์กล่าว


เว็บไซต์ AQICN แสดงคุณภาพอากาศในกรุงเทพเมื่อวันที่ 25 กันยายน

อนึ่ง จากการตรวจสอบคุณภาพอากาศผ่านเว็บไซต์ https://aqicn.org/city/bangkok พบว่า สถานการณ์ฝุ่นควัน PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯมีแนวโน้มแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ช่วงหลังวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่คุณภาพอากาศจะยิ่งเลวร้ายลงกว่านี้ โดยวันนี้ (25 กันยายน) ระดับ AQI PM2.5 ในกรุงเทพฯอยู่ที่ 119 อยู่ในระดับการเตือนภัยคุณภาพอากาศสีแดง เป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้แก่ เด็ก คนชรา และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ

การตรวจสอบคุณภาพอากาศของ AQICN สอดคล้องกับการาตรวจวัดคุณภาพของกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งเปิดเผยว่า ช่วงเช้าของวันที่ 25 กันยายน สามารถตรวจว่าค่าเฉลี่ยฝุ่น PM2.5 รายชั่วโมงในพื้นที่ การเคหะชุมชนดินแดง ได้สูงสุดถึง 62 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เช่นเดียวกับในพทื้นที่สน.โชคชัยสามารถตรวจวัดได้สูงสุดถึง 58 มคก./ลบ.ม. ซึ่งสูงกว่าค่ามาตรฐาน PM2.5 ของไทยที่ 50 มคก./ลบ.ม. และถือว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

AQICN ยังคาดการณ์ต่อว่าสถานการณ์ฝุ่นควันในกรุงเทพฯจะคงที่ในระดับนี้ไปจนถึงวันที่ 29 กันยายน ก่อนจะทวีความรุนแรงขึ้นอีกในวันที่ 30 กันยายน ? 1 ตุลาคมนี้


https://greennews.agency/?p=19590

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 02:59


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger