เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 01-10-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 1 ตุลาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีหมอกบางในตอนเช้า และมีฝนเพิ่มขึ้นในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

อนึ่ง พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) "มิแทก" บริเวณด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไต้หวัน กำลังเคลื่อนตัวทางทิศเหนือ คาดว่าจะเคลื่อนเข้าประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 2-3 ต.ค. 62 สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวขอให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 1 ต.ค. - 6 ต.ค. 62 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีอากาศเย็น และมีหมอกบางในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง

อนึ่ง พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) "มิแทก" บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก จะเคลื่อนขึ้นฝั่งที่เกาะไต้หวันในวันนี้ (30 ก.ย. 62) หลังจากนั้นจะเคลื่อนตัวทางเหนือเข้าสู่ประเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ในช่วงวันที่ 3 - 4 ต.ค. ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไท


ข้อควรระวัง

ในวันที่ 5 ต.ค. - 6 ต.ค. 62 ขอให้ประชาชนในบริเวณทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่แปรปรวนจากฝนที่ตกต่อเนื่องและอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (97.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (93.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok Rain.jpg (234.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (189.2 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 01-10-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ดร.ธรณ์ เผยปัญหาปะการังเกาะหลีเป๊ะพังยับ มาจากเรือเข้า-ออกขณะน้ำลด

"ดร.ธรณ์" เผยภาพแนวปะการังที่เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล พังยับเยิน สาเหตุจากเรือเข้า-ออกระหว่างน้ำลง วอนทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแล



วันนี้ (30 ก.ย.) เฟซบุ๊ก "Thon Thamrongnawasawat" หรือ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เปิดเผยเรื่องราวแนวปะการังน้ำตื้นที่เสียหายยับเยิน ที่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ซึ่งเกิดจากเรือเข้า-ออกระหว่างน้ำลง ทำให้ปะการังอยู่ในสภาพแตกหักหรือพลิกคว่ำ

เกาะหลีเป๊ะเป็นพื้นที่กันออกจากอุทยาน แม้แนวปะการังรอบพื้นที่จะคงอยู่ในการดูแลของอุทยาน แต่จำเป็นต้องมีการทำงานร่วมกันของหลายฝ่าย ต้องให้ความสนับสนุน ไม่สามารถจะจัดการโดยอุทยานตามลำพังได้ และจะต้องมีวิธีการจัดการอย่างไร ?

1. ทุกฝ่ายยอมรับว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นจริง

2. ทำการสำรวจพื้นที่เสียหายให้ชัดเจน ทั้งทางอากาศและทางภาคพื้น เปรียบเทียบฐานข้อมูลเดิม ฯลฯ

3. ตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหาย เพื่อหาวิธีจัดการกับสาเหตุต่างๆ ซึ่งอาจต้องมีหลายวิธี

4. ระหว่างนี้ ทำแผนแม่บทในภาพรวมของอุทยานตะรุเตา ฯลฯ เพื่อเป็นแนวทางในภาพรวม

5. วางแผนการดำเนินการร่วมกัน โดยใช้ทั้งมาตรการและความร่วมมือจากหลายฝ่าย

6. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการ ยกระดับการดูแลรักษาพื้นที่ ฯลฯ

ได้เปิดเผยต่ออีกว่า งานนี้ไม่ใช่งานที่จะจบได้ในเวลาอันสั้น ไม่ใช่แค่การสืบหา/จัดการผู้กระทำผิด เพราะเป็นปัญหาที่เกิดจากการใช้ประโยชน์จากหลายฝ่าย ภารกิจกอบกู้หลีเป๊ะไม่ง่ายแน่นอน แต่ถ้าเราไม่เริ่มก้าวแรก ทุกอย่างจะพินาศต่อไปเรื่อยๆ สุดท้าย เกาะสวยที่สุดในทะเลใต้ จะจางหายไปจากความทรงจำ การฟื้นฟูจะเกิดขึ้นไม่ได้ ตราบใดที่ปัญหายังคงอยู่


https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000094195


*********************************************************************************************************************************************************


ชาวลิบงขอจัดการท่องเที่ยวเองเพื่อ "พะยูน" ไม่สูญพันธุ์



หลังจากการจากไปของ "มาเรียม" ลูกพะยูน แห่งเกาะลิบง จังหวัดตรัง ที่เป็นขวัญใจของใครหลายคน โดยมีสาเหตุการตายมาจากการกินขยะพลาสติก ชาวบ้านที่อาศัยบนเกาะลิบง อันเป็นแหล่งที่มีพะยูนอาศัยเป็นจำนวนมากที่สุดในประเทศไทย จึงตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์พะยูน

ด้วยการเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องการอนุรักษ์พะยูนนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม (สกสว.) จัดร่วมกับชุมชนบนเกาะลิบง เพื่อหาแนวทางในการอนุรักษ์พะยูนให้เหลือมากที่สุด ผ่านการเสวนาร่วมกันในเรื่อง "อนาคตคนลิบง - อนาคตพะยูน" เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย.62 ที่ผ่านมา

นายประชุม เจริญฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ตำบลเกาะลิบง ผู้เป็นตัวแทนของชาวบ้านแห่งเกาะลิบง ในการเสวนากล่าวว่า ทางชุมชนได้นับการสนับสนุนจาก สกสว.ตั้งแต่โครงการสืบสานตำนานตะลิบง การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนลิบง การอนุรักษ์พะยูนเกาะลิบง ทำให้เกิดการอนุรักษ์พะยูนและทรัพยากรณ์ของเกาะลิบง ควบคู่ไปกับการดำเนินชีวิตของผู้คนบนเกาะ

"ในปัจจุบัน เกาะลิบงได้กลายมาเป็นจุดสนใจมากขึ้น เนื่องจากเป็นสถานที่ที่สามารถพบพะยูนได้มากที่สุดของประเทศไทย ปัจจุบันเท่าที่มีการสำรวจ มีประมาณ 200 ตัว ซึ่งทำให้เกิดการท่องเที่ยวเพื่อมาดูพะยูนที่เกาะลิบง เพราะพะยูนนั้นไม่สามารถพบเห็นได้ง่ายในที่อื่นๆ"

ทว่าการท่องเที่ยวดังกล่าได้เกิดเป็นผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของพะยูน เช่น ไปรบกวนช่วงเวลากินอาหาร หรือได้รับบาดเจ็บจากเรือที่พานักท่องเที่ยวไปชมพะยูน และเศษขยะที่ถูกทิ้งจากนักท่องเที่ยวบางคน ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้พะยูนตายจากการกินขยะ ซึ่งจริงๆ แล้ว ไม่ได้เกิดขึ้นจากน้ำมือของประชาชนบนเกาะลิบงเลยแม้แต่น้อย? นายประชุมกล่าว



ตัวแทนจากเกาะลิบงบอกอีกว่า ในความเป็นจริงนั้นมีเรือนำเที่ยวจากที่อื่นพานักท่องเที่ยวมาดูพะยูน แล้วดูแบบไม่ถูกวิธี คือไล่ตามพะยูนที่กำลังว่ายน้ำ หรือไปรบกวนเวลาหากินของพะยูน เรือบางลำยังทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง ซึ่งถือเป็นการเหยียบย่ำ และจึงเป็นสาเหตุให้พะยูนลดจำนวนลง

"ชาวเกาะลิบงก็เป็นห่วงในเรื่องนี้มาก เพราะวิถีชีวิตของคนลิบงนั้นมีความผูกพันกับพะยูนมาตั้งเเต่อดีต ไม่เคยมีการรบกวนหรือทำร้าย มีแต่ดูแล บางครั้งเห็นพะยูนเกยตื้น พะยูนบาดเจ็บ หรือพะยูนป่วย ก็จะบอกกันเเละเเจ้งให้เจ้าหน้าที่มารับไปดูแลต่อเสมอ ซึ่งตราบใดที่ยังมีคนลิบง พะยูนก็ยังคงมีต่อไป? นายประชุมกล่าว

"อีกทางในการแก้ไขที่ได้หารือกันไว้คือ ในเรื่องการท่องเที่ยวบนเกาะลิบงนั้น อยากให้ทุกๆ อย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น เรือนำเที่ยว ไกด์นำเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร อยากให้เป็นของคนลิบง เพราะจะดูแล เเละถ่ายทอดให้นักท่องเที่ยวอย่างดีที่สุด ให้ได้ความรู้และเกิดมีใจรักธรรมชาติบนเกาะ อันเป็นบ้านของพะยูน ทำให้พะยูนอยู่คู่เกาะลิบงไปได้อีกนานแสนนาน" นายประชุม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 กล่าวเสริม

ขณะที่เรื่องขยะก็กลายเป็นปัญหาเร่งด่วน เพราะเป็นหนึ่งในตัวการที่ทำให้พะยูนตาย ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ ผู้ทรงคุณวุฒิบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงเรื่องขยะทะเลว่า เมื่อมีการท่องเที่ยวบนเกาะลิบง การเกิดขยะก็จะเกิดตามมา โดยแหล่งที่มาของขยะทะเลส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมบนฝั่ง เช่น ชุมชน แหล่งทิ้งขยะบนฝั่ง บริเวณท่าเรือ และการท่องเที่ยวชายหาด และจากกิจกรรมในทะเล เช่น การขนส่งทางทะเล การประมง และการท่องเที่ยวทางทะเล

"หากยังไม่รีบแก้ไข หรือป้องกันจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทั้งทำลายระบบนิเวศปะการัง การตายของสัตว์ทะเลหายาก อย่างเต่าและพะยูน นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อการท่องเที่ยวในเรื่องของทัศนียภาพเสื่อมโทรมที่เกิดจากปัญหาขยะทะเล" ศ.ดร.เผดิมศักดิ์กล่าว



"การจัดการขยะทะเลต้องแก้ไขตั้งแต่ต้นทาง คือ คน ย้ำว่าต้องเป็นคน โดยการสร้างความตระหนักให้กับประชาชนปรับเปลี่ยนมุมมองการแก้ปัญหาขยะใหม่ ไม่ใช่แก้ด้วยการเก็บขยะ แล้วนำไปรีไซเคิลเพียงอย่างเดียว แต่ควรเปลี่ยนมุมมองของคนทิ้งขยะใหม่ ไม่มองขยะเป็นเพียงแค่ขยะหรือของเหลือทิ้ง แต่มองขยะให้เป็นวัตถุดิบ ทำให้เห็นประโยชน์จากขยะเหล่านี้มากกว่าการมองว่าเป็นปัญหา"

ศ.ดร.เผดิมศักดิ์ ยกตัวอย่างการจัดการขวดน้ำดื่มหนึ่งใบ ถ้าเรามองว่ามันเป็นขยะหลังดื่มน้ำเสร็จแล้วก็โยนทิ้งในถังขยะ เพียงแค่นี้ขวดน้ำดื่มนี้ก็กลายเป็นขยะแล้ว แต่ถ้าเราจัดการขวดน้ำดื่มด้วยการนำกลับไปรีไซเคิล ขวดน้ำดื่มนั้นก็จะกลายเป็นวัตถุดิบ ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของเราว่าจะมองให้เป็นขยะหรือให้เป็นวัตถุดิบ


https://mgronline.com/science/detail/9620000093684

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 01-10-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


นอนหลับ-ตัวเปลี่ยนสี นักวิทย์ชี้ "หมึกยักษ์" กำลัง "ฝัน"

นอนหลับ-ตัวเปลี่ยนสี ? อินดิเพนเดนท์ รายงานคลิปหมึกยักษ์ที่เกาะตู้กระจกเปลี่ยนสีได้เวลานอนหลับซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดว่ามันอาจจะกำลังฝัน



คลิปจากสารคดีหมึกยักษ์แสดงให้เห็นว่า สัตว์ทะเล 8 หนวด กำลังนอนหลับและเปลี่ยนสีจาก สีเทา ไปเป็น สีเหลือง จนเป็น สีขาวซีด เหมือนเวลาที่มันพรางตัวในมหาสมุทร

ดร.เดวิด สตีล สันนิษฐานว่า หมึกยักษ์อาจกำลังฝันว่า กำลังจัดการกับปูตัวหนึ่ง แล้วสีของมันก็เปลี่ยน จากนั้นกลายเป็นสีเข้ม ซึ่งอาจฝันว่า กำลังนั่งและกินโดยไม่อยากให้ใครมาเห็นเข้า

ทั้งนี้ ปกติแล้ว หมึกจะเปลี่ยนสีเวลาที่ออกจากพื้นเพื่อพรางตัว


https://www.khaosod.co.th/clips/news_2934114

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 01-10-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


กฟน.รวมพลังเก็บขยะใต้น้ำ คืนความสะอาดสู่อ่าวบ่อทองหลาง'ประจวบคีรีขันธ์'



เมื่อวันที่ 28-29 กันยายน 2562 ที่ผ่านมา การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) จัดกิจกรรม "อาสา กฟน. รวมพลัง เก็บขยะใต้น้ำ" ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการ MEA Volunteer ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้พนักงาน กฟน. มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือและพัฒนาสังคมในด้านต่าง ๆ โดยในครั้งนี้ กฟน. ได้รวบรวมเหล่าพนักงานอาสาเพื่อร่วมกันดำน้ำเก็บขยะใต้ทะเล ในบริเวณรอบอ่าวบ่อทองหลาง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมทั้งได้มอบถังขยะให้แก่ชุมชนเพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น คืนความสะอาดให้กับพื้นที่ชายทะเล โดยมี นายพีรพงษ์ ฉายสุขเกษม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ตำบลแม่รำพึง เป็นผู้รับมอบ



ทั้งนี้ โครงการ MEA Volunteer มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาบทบาทความรับผิดชอบต่อสังคมของ กฟน. ส่งเสริมให้พนักงานพัฒนาศักยภาพของตนเองผ่านกิจกรรมอาสา ตลอดจนเป็นการส่งเสริมภารกิจด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร โดยจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม และ กฟน. จะยังคงดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนต่อไป


https://www.naewna.com/business/444039

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 01-10-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ


สิ่งแวดล้อม : ปัญหาเร่งด่วนของผู้นำทั่วโลก

ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกประเทศต้องหาทางแก้ไข ก่อนที่จะสายเกินไป และรัฐบาลทั่วโลก เริ่มหันมาดำเนินนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม



ล่าสุด การประชุมสภาพอากาศโลกของสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก เมื่อวันที่ 23 ก.ย. "อันโตนิโอ กูเตอร์เรส" เลขาธิการสหประชาชาติ(ยูเอ็น) เรียกร้องให้มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของโลก รวมทั้งการระดมทุนให้กับกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (จีซีเอฟ) ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามข้อผูกพันของประเทศพัฒนาแล้ว เพื่อระดมทุนจากภาครัฐและเอกชนให้ได้ปีละ 1 แสนล้านดอลลาร์ ภายในปี 2563 เพื่อนำไปใช้ในการบรรเทาและการปรับตัวในประเทศกำลังพัฒนา

แต่เมื่อหันมาดูพฤติกรรมของผู้นำทั่วโลกว่าสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงในการแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ จะพบว่าผู้นำโลกส่วนใหญ่ ยังไม่ตระหนักถึงผลกระทบที่เลวร้ายจากปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เห็นได้จาก10 ผู้นำโลกที่ถือเป็นผู้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์มากที่สุดในโลก และการที่หลายประเทศยังมีมุมมองต่อปัญหานี้ในลักษณะที่โลกไม่ได้มีปัญหาด้านสภาพอากาศเปลี่ยน แม้บางประเทศยังมองว่า โลกมีปัญหาเรื่องนี้แต่ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากน้ำมือมนุษย์


https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/849062

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 01-10-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


คนกรุงเฮ จ่อตั้งหอฟอกอากาศสูง 4 เมตรแก้ PM 2.5



กทม. 30 ก.ย.-กทม. เตรียมติดตั้งหอฟอกอากาศสูง 4 เมตร แก้ปัญหา PM 2.5 เบื้องต้นนำร่อง 1 จุดใกล้ BTS สยาม หากได้ผลเตรียมขยายไปยังจุดอื่นๆ

นายชาตรี วัฒนเขจร ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ในกรุงเทพมหานคร จากการติดตามสภาพอากาศและประสานข้อมูลกับกรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าหลังจากวันที่ 1 ตุลาคม สภาพอากาศจะดีขึ้น เพราะจะมีลมและฝนกระจายในพื้นที่ จะทำให้สภาพอากาศปิดคลี่คลายลง ซึ่งระหว่างนี้ผู้ว่าฯ กทม. ได้สั่งการให้ ผอ.เขตทุกเขต ติดตามสภาพค่าฝุ่นละอองเพื่อแจ้งเตือนประชาชน และแก้ปัญหาประสานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งการระบายรถ การจราจร การก่อสร้างอาคารที่ทำให้เกิดฝุ่น และการห้ามเผาในพื้นที่โล่งแจ้ง เบื้องต้นสถานการณ์ยังไม่เข้าสู่ภาวะวิกฤติ เนื่องจากการตรวจสภาพอากาศพบว่า ยังไม่มีพื้นที่ใดที่ค่าฝุ่นละอองยังไม่สูงถึง 100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร



ส่วนที่มีบริษัทเอกชน คือ บริษัท มาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เสนอการติดตั้งหอฟอกอากาศ ซึ่งเป็นนวัตกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 นั้น เบื้องต้นจะติดตั้ง 1 เครื่องเร็วๆ นี้บริเวณใต้สถานี BTS สยาม ทางเข้าศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน โดยจะตรวจวัดปริมาณความเข้มข้นของฝุ่นละออง PM 2.5 ทั้งก่อนและหลังการติดตั้ง หากได้ผลดีจะขอความร่วมมือภาคเอกชนโดยเฉพาะอาคารสูง, ห้างสรรพสินค้า และสถานที่จัดงานขนาดใหญ่ ติดตั้งต่อไป



สำหรับหอฟอกอากาศ มีขนาดสูงประมาณ 4 เมตร กว้าง 1.5 เมตร ตัวเครื่องทําจากสเตนเลส หนักประมาณ 200 กก. ระบบการทำงานจะใช้หลักการดึงอากาศจากรอบตัวเครื่อง เพื่อกรองฝุ่น 2 ขั้นตอน และปล่อยอากาศบริสุทธิ์ทางด้านบน ซึ่งมีอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 17,000 ลบ.ม./ชม. ครอบคลุมพื้นที่ไม่น้อยกว่า 1,000 ตร.ม. โดยใช้แผ่นกรองชนิด HEPA Filter และกำลังไฟฟ้า 3.5 kW ราคาประมาณ 5.3 ล้านบาทต่อเครื่อง ทั้งนี้ ในอนาคตคาดว่า จะติดตั้งหอฟอกอากาศในพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่น หรือพื้นที่ที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก จำนวน 24 หอ เช่น สถานีรถไฟฟ้าซอยอารีย์ แยกราชประสงค์ฝั่งพระพรหม แยกอโศก สถานีรถไฟฟ้าจตุจักร ช่องนนทรี เซ็นทรัลลาดพร้าว พร้อมพงษ์ เพลินจิต ศาลาแดง และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ



นอกจากนี้ ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. ระบุว่า กทม. เตรียมจัดซื้อรถพ่นละอองน้ำ จำนวน 6 คัน กระจายตามกลุ่มเขตละ 1 คัน ราคาคันละ 9 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยจะใช้งบประมาณในปี 2563 เมื่อได้งบแล้วจะกำหนดสเปก แต่เบื้องต้นจะยังจัดซื้อไม่ทันสิ้นปีนี้ เบื้องต้นรถพ่นละอองน้ำที่จะซื้อมาใช้ ยังไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทย แต่ประสิทธิภาพสูงจับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ทุกชนิด พ่นน้ำได้มากกว่า 10 เมตร และในต่างประเทศอย่างจีน, อินเดีย และยุโรปหลายประเทศใช้กันอยู่ เชื่อว่าหากนำมาใช้จะช่วยแก้ปัญหาได้มาก เพราะปัจจุบันที่ใช้อยู่คือการนำเอารถดับเพลิงมาพ่นละอองน้ำ ทำให้แก้ปัญหาไม่ได้มาก.


https://tna.mcot.net/view/5d921e8de3f8e40b3339c429

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 01-10-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก GREENPEACE


ส่องมาตรการของภาครัฐในวันที่ฝุ่น PM2.5 ถล่มเมือง (อีกครั้ง) .................. โดย ธารา บัวคำศรี

หลังจากฤดูกาลฝุ่นช่วงต้นปี 2562 ในหลายพื้นที่ของประเทศได้ผ่านพ้นไปท่ามกลางคำถามของสาธารณะชนต่อมาตรการรับมือของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ช่วงเดือนกันยายน 2562 ที่ผ่านมามลพิษทางอากาศจากหมอกควันข้ามพรมแดนในสุมาตราและกาลิมันตันของอินโดนีเซียส่งผลให้คุณภาพอากาศรวมถึง PM2.5 อยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพต่อประชาชนหลายจังหวัดทางภาคใต้ ลมตะวันออกได้พัดพามวลอากาศสะอาดจากอ่าวไทยเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้ความเข้มข้น PM2.5 ลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่อิทธิพลความกดอากาศสูงจากจีนก็ได้ส่งผลให้ความเข้มข้น PM2.5 ในหลายพื้นที่ของภาคกลางโดยเฉพาะกรุงเทพมหานครเพิ่มสูงขึ้นในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ



คลิป time lapse การกระจายตัวของมลพิษ PM2.5 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากหมอกควันข้ามพรมแดนจากไฟป่าพรุที่สุมาตราและกาลิมันตันในช่วงเดือนกันยายน 2562

เราอาจจะได้รับคำอธิบายแบบเดิมๆ จากหน่วยงานรัฐว่า ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา(อุณหภูมิ ความเร็ว/ทิศทางลม ความกดอากาศ ความชื้นสัมพัทธ์ ฯลฯ) มีอิทธิพลต่อคุณภาพอากาศและในที่สุดก็อาจใช้เป็นข้ออ้างว่า ?เดี๋ยวคุณภาพอากาศก็น่าจะดีขึ้น? และความเป็นจริงที่ใช้เป็นข้ออ้างนี้เองที่ทำให้มาตรการต่างๆ และการควบคุมมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM2.5 จากแหล่งกำเนิด อยู่แต่บนกระดาษและในห้องประชุม

ในการส่องมาตรการของรัฐในวันที่ฝุ่น PM2.5 มาเยือนอีกครั้งหนึ่ง เราจะพิจารณาจาก "รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลและผลการดําเนินงานของกรมควบคุมมลพิษในปี พ.ศ.2562"


การติดตามตรวจสอบปริมาณฝุ่น PM2.5 และการดำเนินงานของกรมควบคุมมลพิษ

กรมควบคุมมลพิษได้เฝ้าระวัง ติดตามและวิเคราะห์ข้อมูลสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มักพบเกินมาตรฐานเฉลี่ย 24 ชั่วโมงที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรระหว่างเดือนธันวาคม ? เมษายน ของทุกปี โดยมีสถานีตรวจวัด PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทั้งหมด 19 สถานี ดังรูป


จุดตรวจวัด PM2.5 ของกรมควบคุมมลพิษในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

กรมควบคุมมลพิษระบุว่า ทำการรายงานข้อมูลสถานการณ์ PM2.5 ในช่วงเดือนธันวาคม?เมษายน) จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษและสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร เพื่อเฝ้าระวังและแจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนรับทราบข้อมูลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย สะดวกและทันต่อสถานการณ์ผ่านช่องทางเว็บไซต Air4Thai และเฟซบุคแฟนเพจกรมควบคุมมลพิษเป็นประจําทุกวัน นอกจากนี้ยังใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อแจงเตือนหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินมาตรการในการลดฝุ่น PM2.5 และการเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั่วไปและประชาชนกลุ่มเสี่ยงตามสถานการณ์ PM2.5 อย่างต่อเนื่อง

กรมควบคุมมลพิษยังได้ใช้แบบจําลองทางคณิตศาสตร์พยากรณ์สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ล่วงหน้า 1 วัน ใน 11 พื้นที่ ซึ่งผลการพยากรณ์รายงานอยู่ในรายงานสถานการณ์ประจําวัน ในปี พ.ศ.2563 กรมควบคุมมลพิษจะพยากรณสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2561-เดือนพฤษภาคม 2562 มีการประชุมของกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลทั้งหมด 16 ครั้ง โดยมุ่งขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ "การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง" อย่างเป็นรูปธรรมภายในเดือนตุลาคม จากนั้นจะมีการประชุมมอบนโยบาย/แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในเดือนพฤศจิกายน 2562


ข้อคิดเห็นของกรีนพีซ

ขยายเครือข่ายสถานีตรวจวัด PM2.5 รายงานคุณภาพอากาศตามเวลาจริงรายชั่วโมงและใช้ฐานข้อมูลคาดการณ์คุณภาพอากาศในอีก 5-7 วันล่วงหน้า

ขอบเขตของอันตรายด้านสุขภาพจากมลพิษทางอากาศโดยเฉพาะ PM2.5 ในประเทศไทย ส่งผลให้มีความต้องการเร่งด่วนในการเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศแบบทันท่วงทีมากขึ้นเพื่อที่ประชาชนและชุมชนจะสามารถตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลดังกล่าวและมีมาตรการระยะสั้นในการปกป้องสุขภาพของตนได้

เราเห็นได้ชัดเจนว่า การรายงานข้อมูลสถานการณ์ PM2.5 จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล(ซึ่งครอบคลุมเนื้อที่ราว 7,761 ตารางกิโลเมตร) จำนวน 19 จุดนั้นไม่เพียงพออย่างยิ่ง แม้ว่าจะมีการใช้แบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่อพยากรณ์สถานการณ์ PM2.5 ล่วงหน้า 1 วัน เพื่ออุดช่องว่าง แต่ข้อมูลในรายงานสถานการณ์ประจำวันที่รวมการพยากรณ์ก็ยากที่จะเข้าถึงอยู่ดี

ส่วนสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานครที่มีกระจายอยู่ทุกเขตนั้นจะรายงานผ่านเว็บไซต์ http://bangkokairquality.com/bma/ ที่แยกต่างหากจากแพลทฟอร์มของกรมควบคุมมลพิษ แม้ว่ากรมควบคุมมลพิษจะนำข้อมูลมารายงานรวมกัน แต่ก็ไม่ได้ผนวกอยู่บนแอพพลิเคชั่น Air4Thai สร้างความลักลั่นในการสื่อสารมากขึ้นไปอีก

นอกเหนือจากความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศราคาสูงของหน่วยงานภาครัฐ การสร้างข้อมูลสาธารณะโดยเครื่องตรวจวัดคุณภาพอากาศราคาต่ำเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของเมืองและชุมชนเพื่อเร่งการเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศตามเวลาจริงและเป็นข้อมูลของพื้นที่นั้นๆ จนถึงปัจจุบัน ยังไม่เห็นการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมจากภาครัฐในเรื่องนี้ เราจึงได้เห็นเครือข่ายนักวิชาการริเริ่มนวัตกรรม เช่น Dust Boy ขึ้นเอง ส่วนประชาชนก็ต้องซื้อหาเครื่องมือมาติดตั้งโดยไม่รอภาครัฐ


เครือข่ายการตรวจวัด PM2.5 โดยใช้เครื่องมือขนาดเล็กมากกว่า 1,000 จุดที่ติดตั้งโดยประชาชนและกลุ่มต่างๆ ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

กรีนพีซยืนยันว่าการเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศตามเวลาจริง(รายชั่วโมง)เป็นแนวทางหน่ึงท่ีมี ประสิทธิภาพในการปรับปรุงคุณภาพอากาศ การรายงานคุณภาพอากาศที่ทันท่วงทีจะขยายการรับรู้ในทางสาธารณะเพื่อขับเคลื่อนการลงมือปกป้องสุขภาพ

ความก้าวหน้าในการควบคุมและลดมลพิษทางอากาศของจีนหลังจากดําเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศของประเทศคือตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าการเข้าถึงข้อมูลคุณภาพภาพอากาศตามเวลาจริงก่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อการกำหนดนโยบายและการจัดการคุณภาพอากาศของประเทศ

ปัจจุบัน จีนเป็นประเทศหนึ่งที่มีโครงการตรวจวัดคุณภาพอากาศท่ีเข้มข้นที่สุดและเป็นผู้นำในการยกระดับการจัดการคุณภาพอากาศในเมืองหลักต่างๆ อ่านเพิ่มเติมจากรายงานสถานะคุณภาพอากาศกรุงปักกิ่ง ปี พ.ศ.2553-สิงหาคม 2563


วาระแห่งชาติ-มาตรฐานคุณภาพอากาศ PM2.5 ต้องเข้มงวดขึ้น

องค์การอนามัยโลก (WHO, 2011) ระบุว่าไม่มีหลักฐานท่ีชี้ว่ามีระดับฝุ่นละอองท่ีปลอดภัยหรือระดับฝุ่นละอองท่ีไม่แสดงผลเสียต่อสุขภาพอนามัย (There is no evidence of a safe level of exposure or a threshold below which no adverse health effects occur) ดังน้ัน จึงเป็นภาระกิจชองหน่วยงานรัฐทั้งในด้านสุขภาพอนามัยและหน่วยงานด้านควบคุมแหล่งกำเนิดจะต้องพยายามปรับปรุงมาตรฐานคุณภาพอากาศให้เข้มงวดข้ึนในระยะยาว

มาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศของประเทศไทยมีรูปแบบเดิมตามท่ีใช้ในปี พ.ศ. 2524 ซึ่งแตกต่างจากมาตรฐานนานาประเทศท่ีได้มีการพัฒนามาโดยตลอด และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มาตรฐานแตกต่างกันออกไป

มาตรฐานฝุ่นละอองในบรรยากาศประกอบด้วยมาตรฐานระยะสั้น (24 ชั่วโมง) และระยะยาว (1 ปี) ความแตกต่างของรูปแบบมาตรฐานอยู่ที่มาตรฐานระยะสั้นสำหรับประเทศไทยจะกำหนดค่าสูงสุดท่ีระดับฝุ่นละอองต้องไม่เกินแม้แต่วันเดียวในรอบปี มีข้อเสนอให้ปรับมาตรฐานฝุ่น PM10 และ PM2.5 ของประเทศไทยให้เป็นรูปแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์ท่ี 95 กล่าวคือ ยอมให้มีจำนวนวันท่ีเกินมาตรฐานได้ร้อยละ 5 ใน 365 วัน (หรือเท่ากับ 18 วันในรอบปี)

การใช้รูปแบบมาตรฐานแบบเปอร์เซ็นต์ ไทล์มีความเหมาะสมกับพลวัตรของคุณภาพอากาศ การที่ความเข้มข้นสูงสุดของ PM2.5 มีความแปรปรวนสูงอาจได้รับอิทธิพลจากสภาพอุตุนิยมวิทยาท่ีเลวร้ายในเวลาสั้นๆ หรือมีแหล่งกำเนิดมลพิษที่มากผิดปกติในพื้นท่ีหรือพัดพาจากพื้นที่อื่นในวันน้ัน เมื่อพบว่าค่าเกินมาตรฐานแบบเปอร์เซ็นต์ไทล์ จะเป็นส่ิงบอกเตือนหน่วยงานว่าต้องมีมาตรการระยะสั้นในการควบคุมมลพิษอากาศจากแหล่งกำเนิดไม่ให้เกินจำนวนวันที่เกินค่ามาตรฐานที่ยอมได้

ด้วยเหตุนี้เอง จะต้องปรับตัวเลขความเข้มข้นของ PM2.5 ให้เป็น 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเพื่อนำไปสู่มาตรการที่เข้มงวดในการลดการปล่อย PM2.5 จากแหล่งกำเนิด ค่าเฉลี่ย PM2.5 รายปีจะต้องปรับให้เป็น 12 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร นี่คือการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมประการหนึ่ง หากรัฐบาลจะต้องขับเคลื่อนวาระแห่งชาติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ในเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม พ.ศ.2562 นี้

คุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งของ #RightToCleanAir #ขออากาศดีคืนมา โดยร่วมผลักดันคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้กำหนดมาตรฐาน PM2.5 ในบรรยากาศทั่วไป(ambient air standard)ขึ้นใหม่โดยมีค่าเฉลี่ยรายปี 12 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงเป็น 35 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ภายในปี พ.ศ.2562


https://www.greenpeace.org/thailand/...ety-protocals/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:11


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger