เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #11  
เก่า 02-10-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


ท่องเที่ยวทำพิษ ปะการังหลีเป๊ะพังยับ อ.ธรณ์ย้ำฟื้นฟูได้แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือ

ภาพล่าสุดเผย แนวปะการังน้ำตื้นเกาะหลีเป๊ะ ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุตา จ.สตูล เสียหายยับเยิน ผู้เชี่ยวชาญชี้ชะตากรรมเกาะหลีเป๊ะกำลังซ้ำรอยเกาะพีพี ย้ำภาครัฐ ภาคธุรกิจท่องเที่ยว และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาการท่องเที่ยวไร้การควบคุม ก่อนเกาะหลีเป๊ะจะสิ้นสเน่ห์ไปตลอดกาล

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2562 ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษและประชาสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้โพสต์ภาพล่าสุดของแนวปะการังน้ำตื้นเกาะหลีเป๊ะในโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ที่มีสภาพแตกหักเสียหายหนัก พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การท่องเที่ยวอย่างไร้การควบคุมบนเกาะหลีเป๊ะคือสาเหตุหลักของการเสื่อมโทรมอย่างน่าใจหายของแนวปะการังที่เคยสมบูรณ์ของเกาะหลีเป๊ะ


สภาพแนวปะการังน้ำตื้นที่เสียหายเสื่อมโทรมอย่างรุนแรง ที่เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล //ขอบคุณภาพจาก: Sakanan Plathong

"ผมพยายามกลั้นใจจะไม่ร้องกรี๊ดโวยวาย แต่จะพยายามอธิบายตามหลักวิชาการ ปะการังเสียหายจริงไหม ดูจากภาพคงไม่ใช่แค่เสียหาย แต่คงเป็นถึงขั้นถล่มทลาย ตายเกือบหมดสิ้น ตายเพราะอะไร ดูจากสภาพแล้ว ปะการังไม่ได้ฟอกขาว ยังอยู่ในน้ำตื้น ไม่มีรายงานพายุรุนแรงในพื้นที่ปะการังตายแบบแตกหัก เชื่อว่าเกิดจากผลกระทบจากมนุษย์ผลกระทบอะไร อาจเป็นการนำเรือเข้าออกระหว่างน้ำตื้น/น้ำลง การเดินในพื้นที่แนวปะการังเพื่อสาเหตุต่างๆ ทำให้ปะการังอยู่ในสภาพแตกหักหรือพลิกคว่ำ" ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ระบุในโพสต์

ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าวว่า แม้ภาครัฐจะมีประสบการณ์ในการฟื้นฟูแนวปะการังเสื่อมโทรมจากกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่เหมาะสมทั้งที่ อ่าวมาหยา และเกาะยูง ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา ? หมู่เกาะพีพี หรือเกาะตาชัย ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หากแต่การจัดการปัญหาความเสียหายและฟื้นฟูแนวปะการังที่เกาะหลีเป๊ะ มีความยากและซับซ้อนกว่ามาก เพราะอุทยานแห่งชาติมีอำนาจจัดการดูแลพื้นที่เฉพาะทะเลรอบเกาะเท่านั้น แต่พื้นที่เหนือน้ำบนเกาะหลีเป๊ะเกือบทั้งหมดเป็นพื้นที่ของเอกชน ซึ่งต่างจากพื้นที่ที่กล่าวมาที่กรมอุทยานฯมีอำนาจในการจัดการดูแลเบ็ดเสร็จ

ดังนั้น ผศ.ดร.ธรณ์ ย้ำว่า ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจ และภาคประชนในพื้นที่ ต้องร่วมใจกันในการแก้ปัญหาการใช้ประโยชน์และจัดการทรัพยากรบนเกาะ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาผลกระทบของการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวอย่างไร้การควบคุมที่สร้างความเสียหายชัดเจนต่อแนวปะการังและสภาพแวดล้อมของเกาะหลีเป๊ะ และฟื้นฟูความสมบูรณ์ทางธรรมชาติของเกาะคืนมา


สภาพแนวปะการังน้ำตื้นที่เสียหายเสื่อมโทรมอย่างรุนแรง ที่เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล //ขอบคุณภาพจาก: Sakanan Plathong

ผศ.ดร.ธรณ์ ได้ให้ข้อเสนอ 6 ข้อในการฟื้นฟูแนวปะการังเกาะหลีเป๊ะและแก้ไขปัญหาการจัดการการท่องเที่ยวในพื้นที่ ได้แก่

1. ทุกฝ่ายยอมรับว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นจริง

2. ทำการสำรวจพื้นที่เสียหายให้ชัดเจน ทั้งทางอากาศและทางภาคพื้น เปรียบเทียบฐานข้อมูลเดิม ฯลฯ

3. ตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้เกิดความเสียหาย เพื่อหาวิธีจัดการกับสาเหตุต่างๆ ซึ่งอาจต้องมีหลายวิธี

4. ระหว่างนี้ ทำแผนแม่บทในภาพรวมของอุทยานตะรุเตา ฯลฯ เพื่อเป็นแนวทางในภาพรวม

5. วางแผนการดำเนินการร่วมกัน โดยใช้ทั้งมาตรการและความร่วมมือจากหลายฝ่าย

6. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรการ ยกระดับการดูแลรักษาพื้นที่ ฯลฯ

"ภารกิจกอบกู้หลีเป๊ะไม่ง่ายแน่นอน แต่ถ้าเราไม่เริ่มก้าวแรก ทุกอย่างจะพินาศต่อไปเรื่อยๆ สุดท้าย เกาะสวยที่สุดในทะเลใต้ จะจางหายไปจากความทรงจำ" ผศ.ดร.ธรณ์ กล่าวทิ้งท้าย

เช่นเดียวกับ ผศ.ดร.ธรณ์ ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทรงธรรม สุขสว่าง กล่าวว่า การประสานงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจท่องเที่ยว และหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดการการท่องเที่ยว ควบคุมผลกระทบจากการพัฒนาบนเกาะ และจัดสรรการดูแลและใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ถือเป็นหัวใจหลักที่จะกอบกู้ความงดงามของทรัพยากรธรรมชาติเกาะหลีเป๊ะกลับคืนมา

"ถ้าเราจะแก้ปัญหาผลกระทบจากการท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะ เราจำเป็นจะต้องการกำหนด carrying capacity (ขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว) เช่นเดียวกับที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หรือ อ่าวมาหยา เพื่อที่จะคุมจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนบนเกาะไม่ให้มากจนเกินไป จนสร้างความเสียหายให้กับระบบนิเวศ" ทรงธรรม กล่าว

"การควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยว และการจัดการพัฒนา และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนบนเกาะจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากเราไม่สามารถปรับความเข้าใจทุกภาคส่วนและรวมพลังให้ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการได้"


ภาพความสวยงามของแนวปะการังเกาะหลีเป๊ะในอดีต //ขอบคุณภาพจาก: Phuket@photographer.net

ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ยังเปิดเผยอีกว่า นอกจากผลกระทบจากกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่เหมาะสมแล้ว ปัญหาจากการขยายกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยวอย่างไร้การควบคุมบนเกาะ โดยเฉพาะการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล ยังเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้แนวปะการังน้ำตื้นรอบเกาะเสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว เพราะการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะ ก่อให้เกิดน้ำเสียปริมาณมหาศาลเกินกว่าที่ระบบบำบัดน้ำเสียบนกาะจะรองรับไหว ทำให้น้ำเสียจำนวนมากซึมลงสู่ใต้ดิน ปนเปื้อนลงสู่ทะเล ซึ่งจะทำให้ปะการังรอบเกาะหลีเป๊ะป่วยและตายในที่สุด


https://greennews.agency/?p=19612

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #12  
เก่า 02-10-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


นักวิชาการชี้ฝุ่นพิษหลงฤดูในกรุงเทพฯ ฟ้องความล้มเหลวของภาครัฐในการรับมือปัญหามลพิษ PM2.5

ฝุ่นควันพิษ PM2.5 ยังปกคลุมกรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดในภาคกลางและภาคอีสานเป็นวันที่สอง แม้สถานการณ์โดยรวมจะดีขึ้นเล็กน้อย แต่ค่าฝุ่น PM2.5 ในบางพื้นที่เช่น ฝั่งธนบุรี ? จ.สมุทรสาคร และ จ.ขอนแก่น ยังคงสูงกว่าค่ามาตรฐาน ด้านกรมควบคุมมลพิษยืนยันสถานการณ์ยังไม่วิกฤต พร้อมระบุรัฐบาลรับทราบปัญหา และกำลังดำเนินการรับมือแล้ว

ประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ กล่าวเมื่อวันที่ 30 กันยายนว่า ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสานมีสาเหตุมาจากความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นหลงฤดูมากดทับตั้งแต่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้มวลอากาศนิ่ง ส่งผลให้มลพิษที่เกิดในพื้นที่ไม่สามารถถ่ายเทได้สะดวก และสะสมทำให้เกิดม่านหมอกมลพิษนอกฤดูกาล

อนึ่ง พื้นที่กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมักประสบปัญหาหมอกควันมลพิษในช่วงฤดูหนาว ระหว่าง เดือนธันวาคม ถึง เดือนกุมภาพันธ์ จากปัจจัยมวลความกดอากาศสูงตามฤดูกาล


หมอกควันมลพิษหนาทึบปกคลุมกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 29 กันยายน // สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

ประลอง ยืนยันว่า ปัญหาหมอกควันฝุ่น PM2.5 ในขณะนี้ อยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนเพียงเล็กน้อย และข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ปริมาณฝนที่มากขึ้นตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป จะทำให้ปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 คลี่คลายลง

จากการตรวจสอบคุณภาพอากาศและค่าฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ผ่านระบบรายงานคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ของกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พบว่า ระดับ PM2.5 ในพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ลดลงจนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแล้ว แต่ว่าบางพื้นที่ในกรุงเทพฯเช่น เขตบางขุนเทียน รวมไปถึง จ.สมุทรสาคร และจ.ขอนแก่น ยังคงมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกินมาตรฐาน โดยเขตบางขุนเทียนมีระดับค่า PM2.5 สูงที่สุดที่ 108 มคก./ลบ.ม. เมื่อเวลา 5.00 น.

นอกจากนี้ ประลอง ยังกล่าวเสริมว่า จากการประชุมติดตามสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 30 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบปัญหาและได้สั่งการให้มีการเตรียมแผนแก้ไขปัญหามลพิษฝุ่น PM2.5 เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนอย่าวิตกกับสถานการณ์ PM2.5

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ แถลงหลังจากการประชุมว่า ภายหลังกรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดในภาคกลางและภาคอีสานประสบปัญหามลพิษจากฝุ่น PM2.5 พล.อ.ประยุทธ์ จึงเรียกประชุมกับรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม หน่วยงานปกครองส่วนท้องที่ 16 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ รวมไปถึงหน่วยงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือแนวทางในการแก้ไขปัญหา


กราฟแสดงคุณภาพอากาศ PM2.5 AQI โดยแอปพลิเคชัน Air Visual //ขอบคุณภาพจาก ผศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช

นฤมล รายงานว่า ในที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 และให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องรายงานแผนการดำเนินการเพื่อแก้ไขสถานการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบให้ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนสวมใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากมลพิษทางอากาศ เพื่อเป็นแนวทางในการบรรเทาปัญหาในเบื้องต้น

อย่างไรก็ดี สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพื้นที่กรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสานมีค่าฝุ่น PM2.5 สูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน ของประเทศไทยที่ 50 ไมโครกรัมต่อลูกบากศ์เมตร (มคก./ลบ.ม.) เกือบทุกสถานี ถือได้ว่าเป็นสถานการณ์ร้ายแรงในระดับที่สอง ตามเกณฑ์ที่ระบุไว้ในมติครม.5 กพ 2562 เรื่องแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5

สนธิ กล่าวว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ มติครม.ดังกล่าวกำหนดให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องดำเนินการออกมาตรการเพิ่มความเข้มงวดต่างๆ เพื่อรับมือและบรรเทาสถานการณ์ โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้ว่าราชการจังหวัดที่ประสบปัญหามลพิษ PM2.5 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ โดยส่วนราชการอื่นๆเป็นหน่วยสนับสนุนในการควบคุมการปล่อยมลพิษจากแหล่งที่มาต่างๆเช่น การเผาในที่โล่ง การจราจรและการขนส่ง และโรงงานอุตสาหกรรม รวมถึงออกมาตรการเสริมต่างๆเช่น แจกจ่ายหน้ากากป้องกันมลพิษ ประกาศหยุดการเรียนการสอน หรือรณรงค์ให้พนักงานรัฐและเอกชนทำงานจากที่บ้าน

กระนั้น สนธิ กล่าวว่า แม้ว่าจะมีหลักฐานเชิงประจักรว่าความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่นควัน PM2.5 ในพื้นที่ภาคกลางและภาคอีสานมีความรุนแรงถึงเกณฑ์ที่จะต้องยกระดับแนวปฏิบัติในการรับมือและแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ให้เข้มข้นขึ้น หากแต่หน่วยราชการส่วนใหญ่ยังคงนิ่งเฉย สะท้อนถึงการขาดความตื่นตัวของภาครัฐในการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 อันเป็นหนึ่งในวาระแห่งชาติ


แผนที่วิเคระห์คุณภาพอากาศโดยดาวเทียม //ขอบคุณภาพจาก: สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)

ด้าน ผศ.ดร.วิษณุ อรรถวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แสดงความเห็นต่อปัญหาดังกล่าวว่า สถานการณ์หมอกควัน PM2.5 หลงฤดูในช่วงที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความไม่พร้อมของทั้งภาครัฐและภาคประชาชนในการป้องกันและรับมือกับปํญหาฝุ่น PM2.5

ผศ.ดร.วิษณุ กล่าวว่า จากการสังเกตของตนพบว่า ในช่วงที่ผ่านมาที่คุณภาพอากาศในกรุงเทพฯเลวร้ายจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่แทบจะไม่มีคนใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันตนเองจากมลพิษฝุ่น PM2.5 เลย ต่างกับชาวต่างประเทศที่มีความตื่นตัวมากกว่า และใส่หน้ากากอนามัยกันจริงจังมากเวลามีมลพิษ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการสื่อสารถึงความเสี่ยง (Risk Communication) ของภัยร้ายแรงให้กับสังคมได้รับทราบ

"เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเพียงบททดสอบแรกของฝุ่นพิษที่เราจะเจอบททดสอบถัดไปแน่ๆในอีก 3-4 เดือนข้างหน้าเพื่อเป็นการลดการสูญเสียให้กับสังคมในเชิงสุขภาพ รัฐบาลควรต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้ควบคู่กับมาตรการอื่นๆ ที่จะตามมาต่อไปด้วยครับ เข้าใจว่าเป็นเรื่องยาก แต่เอาใจช่วยให้ทำสำเร็จนะครับ ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อสังคมไทยของเราครับ" ผศ.ดร.วิษณุ เสนอ


https://greennews.agency/?p=19607

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 02:51


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger