เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,908
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 16 ตุลาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 17-19 ตุลาคม 2562)"

ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2562
ในช่วงวันที่ 17-19 ตุลาคม 2562 บริเวณภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก

ถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังปานกลาง บริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูง 1-2 เมตร

อ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ทั้งนี้เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ มีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่น

และมีฝนตกหนักถึงหนักมาบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



ประกาศ ณ วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 17.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เวลา 11.00 น.


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณฝนฟ้าคะนอง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

การคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 15 - 18 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง กับมีฝนตกหนักและมีลมกระโชกแรงบางแห่ง และมีลมแรง ในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลังจากนั้นในช่วงวันที่ 19 - 21 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับบริเวณคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 15 - 18 ต.ค. 62 ขอให้ประชาชนในบริเวณทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย สำหรับในช่วงวันที่ 19-21ต.ค. 62 ขอให้ประชาชนในบริเวณทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนบนรักษาสุขภาพเนื่องอากาศที่หนาวเย็นลง ส่วนประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมและฝนที่ตกหนัก ตลอดช่วงไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-15_DFTH2_2300.jpg (20.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-15_DFTH1_2300.jpg (37.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest161019.jpg (29.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-10-16_TopChart_01.jpg (113.5 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,908
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ดราม่าไฮโซขี่เจ็ตสกีไล่ดูวาฬบรูด้า ก็เหมือนกับการขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ดูควายป่า! **"ธีรยุทธ" มองสังคมไทยกำลังติดกับดัก ไปไม่ถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะ สังคมการเมืองที่แบ่งเขา แบ่งเรา



ข่าวปนคน คนปนข่าว
**ดราม่าไฮโซขี่เจ็ตสกีไล่ดูวาฬบรูด้า ก็เหมือนกับการขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ดูควายป่า! ถึงเวลาทุกฝ่ายจะกำหนดแนวทางดูแล"ของขวัญจากธรรมชาติ"แบบถาวรแล้วหรือยัง?

เรื่องเริ่มจากจังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับเทศบาลตำบลหาดเจ้าสำราญ ได้เปิดเทศกาล"ชมวาฬทานปู" ไปเมื่อเร็วๆนี้ โดยทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้จัดให้"ชมรมเรือประมงชายฝั่ง" ที่ผ่านการอบรมให้ความรู้ในการนำนักท่องเที่ยวลงเรือไปชม"วาฬบรูด้า"ในท้องทะเลอ่าวไทย จนกระทั่งมีการเผยแพร่ภาพ"กลุ่มไฮโซ"ขี่เจ็ตสกีเข้าไปในบริเวณดังกล่าว จนเกิดเป็นดราม่าและห่วงใยต่อวาฬบรูด้าในโลกโซเชียลฯ

ต่างฝ่ายก็ต่างว่า นายบุญยอด มาคล้าย นายกเทศมนตรีตำบลหาดเจ้าสำราญ จ.เพชรบุรี เรียกการกระทำของกลุ่มเจ็ตสกี ไม่ถือว่าเป็นการลงไปชมวาฬบรูด้า แต่เป็นการไปไล่วาฬบรูด้าเสียมากกว่า

ทั้งในเรื่องของการใช้ความเร็ว ตลอดจนระยะการเข้าใกล้บรูด้า ผิดไปจากข้อกำหนดที่ทางราชการกำหนดไว้ และ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อวาฬบรูด้าที่กำลังหากินอีกด้วย สิ่งเหล่านี้จะทำให้วาฬบรูด้าหายไป

ข้างฝ่าย ประธานกลุ่มเจ็ตสกีโซไซตี้

กลย์กร จันลอย ก็โพสต์ระบายสิ่งที่ชาวเน็ตระดมด่าทอ โดย เนื้อหาบางส่วน ระบุว่า กลุ่มเจ็ตสกีโซไซตี้มีการพาเพื่อนสมาชิกไปเที่ยว ไปชมความงดงามของธรรมชาติอ่าวไทยนับสิบครั้ง มีการแจ้งชาวคณะอย่างชัดเจนถึงข้อควรปฎิบัติในการชมวาฬ กฎระเบียบต่างๆ



"เหตุการณ์ 13ต.ค กลุ่มได้ขี่เจ็ตสกีจนไปถึงบริเวณที่อยู่ของปลาวาฬบรูด้า โดยเข้าไปด้วยความเร็วช้า ช้าสุดๆ ช้าขนาดที่ ถ้าคนเดิน แซงแน่นอน เราปล่อยเจ็ตสกีไหลไปเรื่อยๆ ชมวาฬแบบระยะไกล ไกลมากๆ ราว400-600เมตร เราอยู่หลังเรือลำใหญ่ เรือนักท่องเที่ยว วิ่งข้างเรือบ้างเป็นบางจังหวะ เราทราบดีว่าถ้าเราขี่แซงไป ขี่ไปไล่ติดวาฬเป็นสิ่งไม่ควรทำ ดังนั้นจึงไม่มีใครทำ ถ้าเราทำจริงไม่ต้องห่วงครับ มีคลิปออกมาตีแผ่ไปนานแล้ว

สรุปให้สั้นๆคือ เราไปท่องเที่ยวชมวาฬบรูด้าตามกฎระเบียบกติกาทุกอย่างทุกประการ ไม่มีการทำอะไรผิดแน่นอน...

เรียกว่าสุภาพที่สุดตั้งแต่เคยไปชมวาฬเลย ผมและเพื่อนสมาชิกกลุ่มนี้รักษาระเบียบดีมากๆ ต้องให้รางวัลเลยด้วยซ้ำ ที่เขาไปชมวาฬแบบสุภาพชนอย่างมีระเบียบ ดันถูกข่าวเท็จมาเล่นงาน"

ประธานฯ ยังว่า ในความเป็นจริงไม่มีใครสามารถห้ามเจ็ตสกีเข้าไปชมปลาวาฬได้ เจ็ตสกีมีสิทธิ์ไปชมวาฬบรูด้าเฉกเช่นคนไทยท่านอื่น ถ้าห้ามเจ็ตสกีเข้าไปดูวาฬบรูด้า ก็ต้องห้ามเรือนักท่องเที่ยวทั้งหมดเช่นกัน เจ็ตสกีมีทะเบียน คนขับขี่มีใบนายท้าย ทุกอย่างถูกต้องครบถ้วน กรมเจ้าท่าก็ไม่มีอำนาจใดๆที่จะมาห้าม

แม้กลุ่มเจ็ตสกีจะออกมาอธิบาย เรื่องนี้ก็ยังไม่จบ และต้องชม "ลูกท็อป" นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ที่ออกมาแอ็กชั่นสั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งออกเรือขอร้องให้หยุดรบกวนวาฬบรูด้าด้วยเจ็ตสกี และ ทำความเข้าใจกับกลุ่มเจ็ตสกีไว้ก่อน

เพราะ เรื่องนี้สำคัญ การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างยั่งยืนนั้น เป็นสิ่งที่สังคมต้องการ ฝูงวาฬบรูด้าที่มาหากินบริเวณชายฝั่งทะเลจังหวัดเพชรบุรีตามฤดูกาลของทุกปี ถือเป็น"ของขวัญที่มีค่าจากธรรมชาติ"

ดังนั้น จึงต้องการความร่วมมือจากนักท่องเที่ยวที่มาชมฝูงวาฬบรูด้าให้ช่วยกันดูแลรักษาและปฏิบัติตามกฎระเบียบในการชมฝูงวาฬบรูด้าด้วย การไม่รบกวนวิถีชีวิต ไม่สร้างความตกใจให้ฝูงวาฬบรูด้า เพราะสัตว์เหล่านี้มีพฤติกรรมที่ละเอียดอ่อน


ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาโพสต์เรื่องนี้เช่นกันโดยได้ระบุข้อความว่า"ปัจจุบัน วาฬบรูด้าเป็นสัตว์สงวน การขี่เจ็ตสกีไล่ดูบรูด้า ก็เหมือนกับการขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ดูควายป่า (สัตว์สงวนเช่นกัน) สมควรหรือไม่ ? คงไม่ต้องตอบ

เท่าที่จำได้ หนนี้เป็นหนที่ 3 แล้วที่มีการขี่เจ็ตสกีไล่ดูวาฬ ทุกครั้งจบลงด้วยการตักเตือน ขออภัย รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ทำอีกแล้วจ้า หากอยากให้ไปไกลมากกว่าการตักเตือน/ขออภัย

เราคงต้องเริ่มเดินหน้าผมเคยจัดประชุมการท่องเที่ยวชมสัตว์หายากเมื่อ 4 ปีก่อน ได้ข้อสรุปหลายประการ บางส่วนเริ่มนำมาใช้ในลักษณะขอความร่วมมือ ตอนนี้ถึงเวลาที่วาฬบรูด้าและผองเพื่อนกลายเป็นสัตว์สงวนกันครบถ้วนแล้ว เราควรต้องมีการประชุมตกลงเรื่องนี้อย่างจริงจังอีกสักครั้ง ก่อนเดินหน้าไปตามแนวทางที่ตกลงกัน การประชุมทำได้โดยเป็นการร่วมมือระหว่างกรมทะเล/กระทรวงท่องเที่ยว/ผู้ประกอบการ/คณะทำงานสัตว์ทะเลหายาก

ครั้งก่อนที่เคยจัด (สมัยเป็นสปช.) ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือดีมาก มีประเด็นน่าสนใจเพียบครับ ซึ่งมาตรการไม่ควรใช้แค่วาฬบรูด้า แต่รวมถึงสัตว์หายากทุกชนิด อันที่จริง ใน #มาเรียมโปรเจ็ค ก็มีแผนงานเรื่องการท่องเที่ยวชมพะยูน สิ่งหนึ่งที่ควรเริ่มต้น นอกเหนือไปจากการขอความร่วมมือ คือการลงทะเบียนเรือที่เข้าชมสัตว์หายาก เพื่อการดูแลและแจ้งข่าวตลอดจนมาตรการต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะข้อบังคับ แต่ยังร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ถูกวิธี และการกระจายรายได้ให้คนชายฝั่ง นอกจากนี้ เรายังสามารถออกประกาศต่างๆ ในอำนาจของพรบ.บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลฯ ที่กำหนดมาตรการ ระเบียบข้อห้าม บทลงโทษ ฯลฯ

มิใช่ต้องเอากม.ที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงไปพยายามบังคับใช้เพื่อดูแล เช่น กม.เดินเรือ (ไม่ได้ว่าเรื่องนำไปใช้นะฮะ เพราะไม่มีระเบียบอื่นเลยจำเป็นต้องใช้กม.นี้ แต่ควรจะมีกม.ที่ตรงๆ สักที) ในเรื่องการออกระเบียบ อาจทำได้โดยเร็ว โดยอาศัยอำนาจตามม.17 ของพรบ.ทะเล ให้อำนาจอธิบดีออกได้ทันที แต่ยังไงก็ควรมีการประชุม เพื่อกำหนดแนวทางถาวรต่อไป

เนื่องจากเราทำงานเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว ผมเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้ในเร็ววัน ให้กำลังใจทุกท่านที่เกี่ยวข้อง และหวังว่าจะเริ่มต้นได้โดยเร็วครับ"

งานนี้สนับสนุน อ.ธรณ์เต็มที่ และต้องเรียกร้องอีกหนึ่งแรงว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องจริงจังกันเสียที.

**"ธีรยุทธ" มองสังคมไทยกำลังติดกับดัก ไปไม่ถึงการพัฒนาที่ยั่งยืน เพราะ สังคมการเมืองที่แบ่งเขา แบ่งเรา มองฝ่ายตรงข้ามเป็นศัตรู เห็นภาวะการเมืองเป็นสงคราม ทางแก้ คือรัฐบาลต้องธำรงความเป็นกลาง แก้ปัญหาปากท้อง พัฒนาคน และหยุดวาทกรรมที่สร้างความแตกแยก


อ.ธีรยุทธ บุญมี

ก่อนหน้านี้ ช่วงเดือนตุลาฯ คอการเมือง ก็จะได้เห็น "อ.ธีรยุทธ บุญมี" ในชุดใส่เสื้อกั๊กไหมพรม ออกมาวิพากษ์สังคมการเมือง พร้อมด้วยถ้อนคำที่ "โดนใจ" จนต้องเป็นข่าวพาดหัวหน้า 1 แต่ช่วงหลัง "อ.ธีรยุทธ" ก็ค่อยๆ ห่างไป ไม่ได้มาเป็นประจำทุกปี โดยเฉาะในช่วงรัฐบาลคสช. ก็ได้เว้นวรรคไป

ปีนี้กลับเข้าสู่ยุครัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง "อ.ธีรยุทธ" ก็กลับมาบรรยายพิเศษอีกครั้ง ในวาระครบรอบ 46 ปี 14 ตุลาฯ ในหัวข้อ "ประชาชน พรรคการเมือง ทหารไทย ติดกับดัก ก่อวิกฤติใหม่ประเทศไทย" ซึ่ง หัวข้อนี้ได้ชี้ให้เห็นถึงสังคมการเมืองไทยในยุคปัจจุบัน โดยตัดตอนมาตั้งแต่ปี 2557 ที่คสช.เข้าสู่อำนาจ มาจนถึงปี 2562

ซึ่ง"อ.ธีรยุทธ" ให้นิยามว่าเป็น "ยุคติดกับดัก" เพราะผู้นำพยายามจะบอกกับประชาชนว่าเป็น "ยุคประชาธิปไตยที่กินได้" แต่ก็ยังไมพบทางที่จะไปถึงจุดหมายนั้น แม้จะงัดเอานโยบาย"ประชานิยม" มาซื้อใจชาวบ้าน แต่นั่นก็เป็นได้แค่เครื่องมือในการหาเสียงเลือกตั้งเท่านั้น ไม่สามารถเป็นกุญแจที่จะไปสู่เป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศได้

นอกจากนี้ ในบริบทการมือง ยังมีสิงที่ อ.ธีรยุทธ เรียกว่า "ความเมือง" (the political) เข้ามาแทน?การเมือง?(the politic) ซึ่งความแตกต่างระหว่าง 2 คำนี้ คือ การเมือง นั้นแม้จะมีความแตกต่างทางความคิด แต่ก็หาข้อสรุปโดยเสียงส่วนใหญ่ได้ แต่"ความเมือง"นั้น เป็นเรื่องการต่อสู้แบบรวมเบ็ดเสร็จ ของกลุ่มคน ซึ่ง มองคนอีกกลุ่มในแง่ เป็นพวกเรา กับศัตรู เป็นการเมืองในเชิงสงคราม ซึ่งมองพวกอื่นเป็นศัตรู ที่ต้องล้มล้าง ทำให้เราได้พบเห็นนักการเมือง กลายเป็น ?นักความเมือง? พรรคการเมืองกลายเป็น ?พรรคความเมือง? นักวิชาการกลายเป็น ?นักโฆษณาความเมือง?ทหาร เป็น ?ทหารฝ่ายความเมือง?

ระบบคิดแบบ "ความเมือง" ทำให้ความขัดแย้งขยายตัวน่ากลัวขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากความขัดแย้ง เหลือง-แดง ซึ่งเป็นเรื่องชนชั้นล่าง ชั้นกลางในชนบท กับชนชั้นกลาง ชั้นสูงในเมือง ต่อมาเพิ่มประเด็นความเป็นภาค เป็นเผด็จการ-ประชาธิปไตย การเลือกตั้งหลังสุด ก็เพิ่มประเด็น คนรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ ความคิดเก่า-ความคิดใหม่ ชาติมหาอำนาจเอง ก็ แสดงจุดยืนชัดเจนคือ ชาติตะวันตกหนุนฝ่ายเสื้อแดง จีนหนุนฝ่ายอนุรักษ์กับทหาร ความขัดแย้งขยายตัวมาตลอด บ่งชี้ว่า รัฐบาลกับทหาร จัดการกับวิกฤติการผิดพลาด จนอาจนำไปสู่ปัญหาใหม่ที่ร้ายแรง

"อ.ธีรยุทธ" มองว่า ประเทศไทย เคยเกิดความขัดแย้งแบบ "พวกเรา-ศัตรู" เพียงหนเดียว คือ การสร้างความคิดฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป และถือนักศึกษาเป็นภัยคอมมิวนิสต์ที่ต้องฆ่า แต่?ระบบความเมือง?ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มีการเคลื่อนไหวกว้างขวาง จากหลายฝ่ายในสังคม ทั้งฝ่ายมวลชน การใช้สื่อออนไลน์ เฟกนิวส์ สื่อทางการ นัก

เคลื่อนไหว นักกฎหมาย หน่วยราชการ กองทัพ กระบวนการศาลฯ ถือเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น เป็นวิกฤตใหม่ ที่ควรกังวล และทุกฝ่ายต้องช่วยกันคลี่คลาย...

วิกฤติที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่ไม่มีทางแก้ไข แต่การจะแก้ไขนั้น "อ.ธีรยุทธ" บอกว่า สังคมควรมองสถานการณ์ให้กระจ่าง ตั้งสติ อยู่ตรงกลาง หรือเสริมพลังทางบวก เสริมความรู้สึกแบบเพื่อน มิตร ลดกระแสพวกเรา-ศัตรู ที่เกิดขึ้น

ขณะที่ฝ่ายรัฐ ต้องธำรงความเป็นกลาง ไม่เข้าไปร่วมการใช้ ?ความเมือง?เข้าทำลายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะถ้าหน่วยรัฐเข้าร่วม เป็นฝักฝ่ายด้วย ก็จะสร้างความขัดแย้ง หวาดกลัว เหมือนรัฐบาลกำลังประกาศภาวะสงคราม หรือ ความเป็นศัตรูกับประชาชนบางกลุ่ม ซึ่งไม่เป็นผลดีอย่างยิ่งกับบ้านเมือง

"อ.ธีรยุทธ" มองรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงรัฐประหารว่า มีผลงานจับต้องได้ คือโครงการเมกะโปรเจกต์ และการรักษาความสงบ ส่วนการปฏิรูประบบ การสร้างความสมานฉันท์ ไม่เกิด พอมาถึง "รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์" ที่มาจากการเลือกตั้ง เลยยิ่งทำงานลำบากกว่าเดิม การที่รัฐบาลจะอยู่รอดได้นั้น ต้องจัดสรรผลประโยชน์ ให้ทุกกลุ่มการเมือง กลุ่มทุนใหญ่ ภารกิจหลักของรัฐบาลก็เลยกลายเป็นการดำเนินนโยบายโครงการให้กับกลุ่มทุนใหญ่ เป็นรัฐบาลทหาร เพื่อกลุ่มธุรกิจใหญ่

รัฐบาล "พล.อ.ประยุทธ์" จะหลุดจากกับดักตรงนี้ได้ อย่างแรก คือ แก้ปัญหาปากท้องของชาวบ้านให้ได้ แม้จะแก้ยากก็ต้องทุ่มเท อย่างที่สอง คือ การเพิ่มคุณภาพของคนในทุกวัยในด้านการศึกษา พัฒนาทักษะใหม่ อาชีพใหม่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

อีกอย่างที่ "อ.ธีรยุทธ" ยกขึ้นมาพูดโดยแสดงถึงความเป็นห่วงคือเรื่อง "วาทกรรม" สร้างภาพฝ่ายตรงข้ามเป็นยักษ์ เป็นมาร เป็นศัตรูตัวร้าย ที่นับวันจะสร้างความขัดแย้งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และคนที่จะลดความรุนแรงจากวาทกรรมเหล่านี้ คือผู้ที่กุมอำนาจอยู่ อย่าง "พล.อ.ประยุทธ์" เพราะท่าน มีบารมี และมีฐานที่ให้การสนับสนุน หากท่านออกมาพูดด้วยความเป็นผู้ใหญ่ ให้ภาพสงบ เรียบร้อย นุ่มนวล ปล่อยวางบางเรื่องบ้าง อย่าไปตอบโต้แบบทำลายล้างทุกเม็ด ความรุนแรงก็จะลดลงไปได้

เหล่านี้คือภาพสะท้อนสังคมการเมือง ยุค?รัฐบาลลุงตู่? ในมุมมองของ?อ.ธีรยุทธ?
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,908
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

กรมโยธาฯ ร่วมบริษัทที่ปรึกษาจัดเวทีรับฟังความเห็นชาวเกาะช้าง สร้างท่าเทียบเรือแห่งใหม่


1ใน 3 แบบก่อสร้างท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวแห่งใหม่ จ.ตราด

ตราด - กรมโยธาธิการฯ ร่วมบริษัทที่ปรึกษาจัดเวทีรับฟังความเห็นชาวเกาะช้าง เดินหน้าโครงการสร้างท่าเทียบเรือสาธารณะแห่งใหม่ที่ด่านเก่า ลดปัญหาความแออัด-อำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว ทิศทางเป็นไปด้วยดี

จากกรณีที่ จ.ตราด ได้จัดทำเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ จ.ตราด เกี่ยวกับโครงการพัฒนาท่าเรือสาธารณะบริเวณท่าเทียบเรือบ้านด่านใหม่ เพื่อการท่องเที่ยว ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง ครั้งที่ 1เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดในเดินทางไปยังเกาะช้างของทั้งนักท่องเที่ยวและรถยนต์จนทำให้เสียเวลาในการเดินทางเป็นอย่างมาก

โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ว่าจ้าง บริษัท ออโรส จำกัด และ บริษัทพิสุทธิ์ เทคโนโลยี จำกัด ให้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดโครงการ ฯ เพื่อพัฒนาท่าเรือสาธารณะบริเวณท่าเทียบเรือบ้านด่านใหม่ ต.เกาะช้าง เพื่อให้เป็นท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวทดแทนท่าเรือเดิมที่มีสภาพเก่า ชำรุดและคับแคบ และเป็นทางเลือกในการเดินทางของนักท่องเที่ยวนั้น

เบื้องต้น บริษัทที่ปรึกษาได้ร่างรูปแบบการพัฒนาท่าเทียบเรือไว้ 3 แบบ โดยรูปแบบแรกและรูปแบบที่ 2 จะมีความยาวของสะพานท่าเทียบเรือประมาณ 550 เมตร แต่จะมีความแตกต่างด้านรายละเอียดของตัวสะพานที่แตกต่างกัน

ส่วนรูปแบบที่ 3 จะมีความยาวของสะพานท่าเทียบเรือประมาณ 720 เมตร
ทั้งนี้ชาวเกาะช้างที่ประกอบด้วยหลายภาคส่วนได้เสนอข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในหลายประเด็นเพื่อให้บริษัทที่ปรึกษาฯ นำไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่ และจะเวทีรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งในอีก 3 เดือนข้างหน้า

น.ส.จารุวรรณ จินตกานนท์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.ตราด กล่าวว่าการมีท่าเทียบเรือแห่งใหม่และเปิดให้บริการในลักษณะท่าเทียบเรือสาธารณะที่จะช่วยในเรื่องการขนย้ายนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถนำรถยนต์ขึ้นฝั่งไปยังเกาะช้างได้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวก็เพื่อเป็นทางเลือกของนักท่องเที่ยวไม่ต้องการไปรอขึ้น-ลงเรือผ่านท่าเรือเฟอร์รี่ ที่ต้องใช้เสียเวลานาน 2-3 ชั่วโมง





ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,908
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

เหตุป่วนวาฬบรูด้า สุดท้ายจบแค่ตักเตือน ดร.ธรณ์ ถาม ถึงเวลาจัดการอย่างจริงจังหรือยัง



จากเหตุกลุ่มคนขี่เจ็ตสกีไล่ดูวาฬบรูด้า ดร.ธรณ์ เผย เท่าที่จำได้คร้งนี้เป็นครั้งที่ 3 สุดท้ายจบด้วยการขอโทษ อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ถาม ถึงเวลาหรือจัดที่ต้องมีการประชุมตกลงเรื่องนี้อย่างจริงจัง

จากกรณีชาวเน็ตถามหาจิตสำนึก กลุ่มไฮโซพากันขี่เจ็ทสกรีนับสิบลำไปดูวาฬบรูด้า ด้วยการใช้ความเร็วสูงและเสียงดังจนเกิดการรบกวนการหากินของวาฬบรูด้า นายกเทศมนตรีตำบลหาดเจ้าสำราญ โวยการกระทำดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นการลงไปชม แต่เป็นการไปไล่บรูด้าเสียมากกว่า ล่าสุดกรมทรัพยากรทางทะเลฯได้ลงเรือไปขอความร่วมมือ ทางกลุ่มเจ็ทสกีรับปากจะไม่นำมาวิ่งรบกวน ฝูงวาฬบรูด้าอีก

ต่อมา นายวราวุธ ศิลปอาชารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวแสดงความกังวลในกรณีดังกล่าว อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ฝูงวาฬและถูกรบกวนการหากินจากเสียงเครื่องยนต์ พร้อมให้เพิ่มการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้นักท่องเที่ยวถึงวิธีการชมวาฬที่ถูกต้องและไม่รบกวนวิถีชีวิตฝูงวาฬตามแนวทางการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ล่าสุดวันนี้ (15 ต.ค.) ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงเหตุการณ์กลุ่มไฮโซพากันขี่เจ็ทสกรีนับสิบลำไปดูวาฬบรูด้า โดยได้ระบุข้อความว่า

"ปัจจุบัน วาฬบรูด้าเป็นสัตว์สงวน การขี่เจ็ตสกีไล่ดูบรูด้า ก็เหมือนกับการขี่มอเตอร์ไซด์ไล่ดูควายป่า (สัตว์สงวนเช่นกัน)

สมควรหรือไม่ ? คงไม่ต้องตอบ

เท่าที่จำได้ หนนี้เป็นหนที่ 3 แล้วที่มีการขี่เข็ตสกีไล่ดูวาฬ ทุกครั้งจบลงด้วยการตักเตือน ขออภัย รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ทำอีกแล้วจ้า หากอยากให้ไปไกลมากกว่าการตักเตือน/ขออภัย เราคงต้องเริ่มเดินหน้าผมเคยจัดประชุมการท่องเที่ยวชมสัตว์หายากเมื่อ 4 ปีก่อน ได้ข้อสรุปหลายประการ บางส่วนเริ่มนำมาใช้ในลักษณะขอความร่วมมือ ตอนนี้ถึงเวลาที่วาฬบรูด้าและผองเพื่อนกลายเป็นสัตว์สงวนกันครบถ้วนแล้ว เราควรต้องมีการประชุมตกลงเรื่องนี้อย่างจริงจังอีกสักครั้ง ก่อนเดินหน้าไปตามแนวทางที่ตกลงกัน การประชุมทำได้โดยเป็นการร่วมมือระหว่างกรมทะเล/กระทรวงท่องเที่ยว/ผู้ประกอบการ/คณะทำงานสัตว์ทะเลหายาก

ครั้งก่อนที่เคยจัด (สมัยเป็นสปช.) ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือดีมาก มีประเด็นน่าสนใจเพียบครับ ซึ่งมาตรการไม่ควรใช้แค่วาฬบรูด้า แต่รวมถึงสัตว์หายากทุกชนิด อันที่จริง ใน #มาเรียมโปรเจ็ค ก็มีแผนงานเรื่องการท่องเที่ยวชมพะยูน สิ่งหนึ่งที่ควรเริ่มต้น นอกเหนือไปจากการขอความร่วมมือ คือการลงทะเบียนเรือที่เข้าชมสัตว์หายาก เพื่อการดูแลและแจ้งข่าวตลอดจนมาตรการต่างๆ ไม่ใช่เฉพาะข้อบังคับ แต่ยังร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ถูกวิธี และการกระจายรายได้ให้คนชายฝั่ง นอกจากนี้ เรายังสามารถออกประกาศต่างๆ ในอำนาจของพรบ.บริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลฯ ที่กำหนดมาตรการ ระเบียบข้อห้าม บทลงโทษ ฯลฯ

มิใช่ต้องเอากม.ที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงไปพยายามบังคับใช้เพื่อดูแล เช่น กม.เดินเรือ (ไม่ได้ว่าเรื่องนำไปใช้นะฮะ เพราะไม่มีระเบียบอื่นเลยจำเป็นต้องใช้กม.นี้ แต่ควรจะมีกม.ที่ตรงๆ สักที) ในเรื่องการออกระเบียบ อาจทำได้โดยเร็ว โดยอาศัยอำนาจตามม.17 ของพรบ.ทะเล ให้อำนาจอธิบดีออกได้ทันที แต่ยังไงก็ควรมีการประชุม เพื่อกำหนดแนวทางถาวรต่อไป

เนื่องจากเราทำงานเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว ผมเชื่อว่าทุกอย่างเป็นไปได้ในเร็ววัน ให้กำลังใจทุกท่านที่เกี่ยวข้อง และหวังว่าจะเริ่มต้นได้โดยเร็วครับ"
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,908
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ฮือฮา! ฝูงฉลามหูดำโผล่อวดโฉมที่เกาะไม้ไผ่ จ.กระบี่

กระบี่ - ฮือฮา ฉลามหูดำกว่า 50 ตัว โผล่ว่ายน้ำอวดสายตานักท่องเที่ยวเกาะไม้ไผ่ จ.กระบี่ หลังหายไปนาน เชื่อเกิดจากความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล



กลับมาเยือนอีกครั้งหลังหายไปนาน เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่ ประจำเกาะไม้ไผ่ ที่ตั้งอยู่ระหว่างเกาะพีพี และหมู่เกาะปอดะ บันทึกภาพปลาฉลามหูดำ ขณะที่กำลังว่ายน้ำหากินอยู่ใกล้ชายฝั่ง จำนวนมากกว่า 50 ตัว โดยโผล่ขึ้นมาให้เห็นครีบขณะว่ายน้ำได้อย่างชัดเจน




เหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความตื่นเต้นแก่เจ้าหน้าที่ประจำเกาะแห่งนี้ และนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่บ่อยนักที่จะเห็นฉลามหูดำที่เกาะดังกล่าว เพราะส่วนใหญ่จะพบที่เกาะพีพี และหมู่เกาะปอดะ



นายวรพจน์ ล้อมลิ้ม หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เปิดเผยว่า วันนี้ (15 ต.ค.) ประมาณช่วงเช้า ฝูงฉลามหูดำประมาณ 50 ตัว ได้มาแหวกอวดโฉมจับปลาเล็กกินเป็นอาหาร บริเวณหน้าเกาะไม้ไผ่ ในเขตอุทยานฯหาดนพรัตน์ธาราฯ ซึ่งแสดงให้เห็นความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติ โดยที่เกาะแห่งนี้จะไม่พบฉลามหูดำบ่อยนัก นานๆ จะเจอสักครั้ง ส่วนบรรยากาศการท่องเที่ยววันนี้มีนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรปเดินทางมาท่องเที่ยว



สำหรับการกลับมาของฝูงฉลามหูดำในครั้งนี้ เชื่อว่าเกิดจากความสมบูรณ์ของทรัพยากรทางธรรมชาติที่เกาะไผ่ ทำให้ฝูงฉลามกลับมาเยือนอีกครั้ง
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,908
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า



โดนแล้ว!เจ้าท่าพังงาฟันฉับหนุ่มขับ?เจ็ทสกี?ผาดโผน เสี่ยงอุบัติเหตุ


16 ตุลาคม 2562 ความคืบหน้าจากกรณีมีการแชร์คลิปวิดีโอการขับเรือเจ็ทสกีผาดโผน และหวาดเสียว โดยแล่นเข้ามาบริเวณจุดที่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังเล่นน้ำ เหตุเกิดบริเวณทะเลอันดามัน เกาะไข่นอก ตำบลพรุใน อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2562
ล่าสุดสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา ได้เชิญนายสมพงษ์ หาสัตว์ เจ้าของเรือเจ็ทสกี , นายเกียรติวัฒ ศรีนวน ผู้ควบคุมเรือเจ็ทสกี หรือผู้ขับเรือเจ็ทสกี และนายสมหมาย ปลูกไม้ดี รองนายกเทศมนตรีตำบลพรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา มาตรวจสอบข้อเท็จจริง และดำเนินการตามกฎหมายของกรมเจ้าท่า



นายเกียรติวัฒ ให้การว่า ตนขับเรือเจ็ทสกีลำดังกล่าวนำนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน 1 คน ที่มาขอเช่าเรือให้ตนพาขับเล่นอยู่บริเวณด้านนอกของเกาะไข่นอก แต่ก่อนจะครบกำหนดเวลาที่ให้เช่า คือ 25 นาที นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เช่าดังกล่าวขอร้องให้ขับเรือไปตรงบริเวณกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เล่นน้ำอยู่บริเวณใกล้ฝั่ง ทางด้านทิศเหนือของเกาะไข่นอก เพื่อจะเข้าไปถ่ายรูปกับกลุ่มเพื่อนๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวเป็นนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวกลุ่มเดียวกัน เป็นเพื่อนกัน

ทั้งนี้ ตนจึงได้ขับเรือเข้าไปขับวนรอบกลุ่มนักท่องเที่ยวจำนวน 2 รอบ แล้วขับออกมาจอดเกยหาดส่งนักท่องเที่ยวลงจากเรือ ซึ่งตนต้องขอโทษ และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่กระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่มีเจตนา เพียงต้องการจะสร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยว ซึ่งตนได้รับทราบเข้าใจเหตุการณ์และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว พร้อมจะไม่ปฏิบัติหรือควบคุมเรือที่เป็นการหวาดเสียว พฤติการณ์ที่ไม่เหมาะสมหรืออาจเป็นอันตรายเกิดอุบัติเหตุแก่นักท่องเที่ยวอีก รวมทั้งยินดีปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายของหน่วยงานรัฐทุกฉบับ



เบื้องต้นทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับนายสมพงษ์ ฐานความผิดใช้เรือที่มิได้รับใบอนุญาตใช้เรือ อัตราโทษสูงสุด จำนวน 10,000 บาท ตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทยฯ , เปรียบเทียบปรับนายเกียรติวัฒ ฐานความผิดควบคุมเรือในขณะที่ใบประกาศนียบัตรนายท้ายเรือสิ้นอายุ อัตราโทษสูงสุด 2,000 บาท ตามมาตรา 282 แห่ง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทยฯ พร้อมบันทึกถ้อยคำ สอบสวนข้อเท็จจริง และร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ นายเกียรติวัฒ ฐานความผิดควบคุมเครื่องจักรยนต์ โดยไม่มีประกาศนียบัตรคนใช้เครื่องจักรยนต์ ตามมาตรา 282 แห่ง พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทยฯ ซึ่งมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 1,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับที่ สภ.เมืองพังงา ต่อไป

ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,908
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า



เปิดท่องเที่ยวทางทะเลวันแรก อช.หมู่เกาะสิมิลัน-สุรินทร์ นักท่องเที่ยวคึกคีก

วันที่ 15 ตุลาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างชาติจำนวนมาก แห่ลงเรือไปท่องเที่ยวยังหมู่เกาะสิมิลัน หมู่เกาะสุรินทร์ กันอย่างคึกคัก หลังจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประกาศเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวในพื้นที่หมู่เกาะสิมิลัน และหมู่เกาะสุรินทร์ ได้ตามปกติหลังปิดเกาะมานานถึง 6 เดือนเพื่อเป็นการฟื้นตัวและเป็นช่วงฤดูมรสุมคลื่นลมแรง สำหรับเกาะสิมิลันนั้นได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกว่ามีความสวยงามติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก

นายรวมศิลป์ มานะจงประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันจังหวัดพังงา กล่าวว่า ในช่วงฤดูฝน ซึ่งจะมีมรสุมคลื่นลมแรง ทางอุทยานฯ ได้ประกาศปิดเกาะ เพื่อเป็นการพักฟื้นตัวนานกว่า 6 เดือน โดยจะเปิดตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2562 ถึง 15 พฤษภาคม 2563 ซึ่งพบว่าขณะนี้อากาศแจ่มใสคลื่นลมสงบเป็นปกติและเข้าฤดูการ ท่องเที่ยวทางทะเล อุทยานฯได้เปิดเกาะให้นักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมธรรมชาติอันสวยงามพร้อมทั้งยังให้ดำน้ำชมปะการังที่สวยงามในอุทยานแห่งชาติทั้ง 2 แห่งทั้งที่หมู่เกาะสิมิลัน และหมู่เกาะสุรินทร์



ด้านนายเลิศศักดิ์ ปนกลิ่น ผู้จัดการ บริษัท ว้าว อันดามัน กล่าวว่า วันนี้ได้เปิดให้บริการเป็นวันแรกมีกลุ่มนักท่องเที่ยวมาใช้บริการทั้งที่เป็นคนไทยเอง ชาวต่างชาติซึ่งเป็นชาวยุโรป และชาวเกาหลีใต้ โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่โดยสารไปกับเรือ ว้าว อันดามัน เป็นชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวน 38 คน ซึ่งเรือได้ออกเมื่อเวลา 08.30 น. สำหรับสถานการณ์ของนักท่องเที่ยวในปีนี้ คาดว่าจะมีเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทย

สำหรับการเข้าเที่ยวชมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน นั้นทาง อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไปจำนวน 3,850 คนต่อวันโดยแบ่งเป็นการท่องเที่ยวแบบ ไปเช้า - เย็นกลับ (One Day Trip) จำนวน 3,325 คนต่อวัน และกิจกรรมดำน้ำลึก 525 คนต่อวัน โดยสามารถจองตั๋วการเดินทางได้ 2 วิธี คือ นักท่องเที่ยวซื้อตั๋วการเดินทางลงหมู่เกาะสิมิลัน ต่อเจ้าหน้าที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน หรือ จองผ่านบริษัทนำเที่ยว ในแต่ละแห่งที่ทำธุรกิจนำเที่ยวหมู่เกาะสิมิลัน ซึ่งสามารถติดต่อ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน 93 หมู่ที่ 5 ต.ลำแก่น อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา หรือ โทร.076-453272





ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 04:31


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger