เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 23 ตุลาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนืออุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อยกับมีหมอกในตอนเช้า

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 24-28 ตุลาคม 2562 บริเวณประเทศไทยจะมีอากาศแปรปรวน โดยภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่บริเวณ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนัก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากได้ ส่วนภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนเล็กน้อย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 22- 23 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง

ส่วนในช่วงวันที่ 24 ? 28 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 21-23 ต.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

ส่วนในช่วงวันที่ 24-28 ต.ค. 62 ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมและฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (99.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Warning02.jpg (83.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (96.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok Rain.jpg (215.8 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


เหตุมวลอากาศเย็น-ลมอ่อน 'ฝุ่นจิ๋วPM2.5'พุ่ง14เขตกทม.

มวลอากาศเย็นปกคลุม-ลมอ่อน ฝุ่นจิ๋ว PM2.5 ค่าพุ่ง 14 เขตใน กทม. จนต้องฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศ ?ล้างทำความสะอาด ผิวจราจร ทางเท้า ต้นไม้ ใบไม้ เพื่อเพิ่มคุณภาพในอากาศ



เมื่อวันที่ 22 ต.ค. สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สรุปผลการตรวจวัด PM2.5 เวลา 10.00-12.00 น. (3 ชั่วโมงล่าสุด) ตรวจวัดได้ 30-82 มคก./ลบ.ม. ค่าเฉลี่ย 49 มคก./ลบ.ม. ค่าเกินมาตรฐาน อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จำนวน 10 เขต คือ เขตปทุมวัน เขตบางคอแหลม เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตบางพลัด เขตบางขุนเทียน เขตสาทร เขตบางซื่อ?เนื่องจากมีความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมทำให้ช่วงเช้า มีลมอ่อนหรือสงบ และอาจจะเกิดการผกผันกลับของอุณหภูมิ (inversion) ในระดับล่าง ทำให้เกิดหมอกผสมควันในช่วงเวลาเช้า การไหลเวียนของอากาศอาจไม่ดี ระดับเพดานการลอยตัวของฝุ่นไม่สูง ทำให้ฝุ่นละอองสะสมตัวได้เพิ่มขึ้น?ซึ่งหลายเขตได้ดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศ ?ล้างทำความสะอาด ผิวจราจร ทางเท้า ต้นไม้ ใบไม้ เพื่อลดปริมาณฝุ่นละออง เพิ่มคุณภาพในอากาศ ตั้งแต่เมื่อคืนต่อเนื่องถึงช่วงเช้าแล้ว

ขณะที่เมื่อเวลา 15.00 น. อัพเดทสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ค่าเกินมาตรฐาน(ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ เพิ่มขึ้นรวมเป็น 14 เขตในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้แก่ เขตสัมพันธวงศ์ เขตปทุมวัน เขตสาทร เขตบางคอแหลม เขตยานนาวา เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกน้อย เขตภาษีเจริญ เขตคลองเตย เขตบางซื่อ เขตหลักสี่ เขตบางพลัด เขตบางขุนเทียน
?
สาเหตุที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นจากวันก่อนหน้าเกือบทุกพื้นที่ สาเหตุจากสภาพทางอุตุนิยมวิทยา โดยกรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า ระหว่างวันที่ 22-26 ต.ค. ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทย จะเริ่มมีกำลังอ่อนลง ทำให้ช่วงเช้าลมอ่อนหรือลมสงบ และอาจจะเกิดการผกผันกลับของอุณหภูมิในระดับล่าง ทำให้เกิดหมอกผสมควันในช่วงเวลาเช้า การไหลเวียนของอากาศอาจไม่ดีนัก ระดับเพดานการลอยตัวของฝุ่นละอองไม่สูง อาจเกิดการสะสมของฝุ่นได้เพิ่มขึ้น และคาดการณ์ว่าตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.นี้ สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นเนื่องจากมีลมหนาวแผ่มา

ทั้งนี้ขอให้ประชาชนได้ติดตามข้อมูลสถานการณ์คุณภาพอากาศในพื้นที่ผ่านทางเว็บไซต์ air4thai.pcd.go.th และแอพพลิเคชั่น Air4Thai และของกทม. ซึ่งเป็นข้อมูลที่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริงต่อไป


https://www.dailynews.co.th/bangkok/737850

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


"โลมาหัวบาตรหลังเรียบ" เพศผู้ เกยตื้นหาดชลาทัศน์ จ.สงขลา


ภาพจากเพจกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - พบ "โลมาหัวบาตรหลังเรียบ" เพศผู้ เกยตื้นหาดชลาทัศน์ จ.สงขลา คาดป่วยตาย

เพจ "กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง" รายงานว่า วานนี้ (21 ต.ค.) ศูนย์วิจัย ทช.อ่าวไทยตอนล่าง ได้รับแจ้งจากนายศิวกร เขมะไชยเวช ว่าพบโลมาเกยตื้นบริเวณหาดชลาทัศน์ ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา ผลการตรวจสอบเป็นโลมาหัวบาตรหลังเรียบ เพศผู้ ขนาดความยาว 1.44 เมตร น้ำหนักประมาณ 15 กิโลกรัม สภาพซากเน่ามาก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 วัน

ผลการชันสูตรพบอวัยวะภายในเริ่มเน่าสลาย มีเศษอาหารเล็กน้อยในกระเพาะ พบพยาธิใบไม้ในกระเพาะอาหาร อุจจาระในลำไส้มีลักษณะค่อนข้างแห้ง สันนิษฐานว่าอาจจะป่วยและเสียชีวิต จึงได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอเพื่อนำไปวิเคราะห์หาสาเหตุการตายต่อไป


https://mgronline.com/south/detail/9620000101668

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ


คุณภาพอากาศกทม.ช่วงเย็น ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ ฝุ่นPM2.5เกินมาตรฐาน

กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์ ฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ กรุงเทพฯ-ปริมณฑล เย็นวันนี้ พบปากน้ำ จ.สมุทรปราการ เกินมาตรฐาน



จากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกรมควบคุมมลพิษร่วมกับกรุงเทพมหานคร ขอรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 22 ตุลาคม 2562 เวลา 15.00 น. ดังนี้

ปริมาณฝุ่นละออง PM2.5 ตรวจวัดได้ระหว่าง 33-93 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกินเกณฑ์มาตรฐาน 21 สถานี (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า ปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับที่เริ่มส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

การดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

1. กรมการขนส่งทางบก บก.จร. และ คพ. เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบตรวจจับรถควันดำโดยเฉพาะรถโดยสาร รถบรรทุก โดยเน้นพื้นที่ที่มีปริมาณ PM2.5 เกินมาตรฐาน ซึ่งจะแจ้งย้ำเจ้าหน้าที่จุดที่ตั้งด่านเข้มงวดโดยเฉพาะกับรถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล

2. จังหวัดสมุทรปราการ เพิ่มความเข้มงวด ตั้งจุดตรวจสอบ ตรวจจับควันดำ โดยเฉพาะรถโดยสาร รถบรรทุก เฝ้าระวังการระบายมลพิษทางอากาศจากโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยง กำชับให้หน่วยงานภายใต้สังกัดตรวจสอบรถ เรือ ไม่ให้มีการระบายควันดำ และฉีดล้างทำความสะอาดถนน เพื่อลดฝุ่นละอองในพื้นที่

3. จังหวัดสมุทรสาคร จัดทำคำสั่ง แต่งตั้งคณะกรรมการและจัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง และแก้ไขปัญหา




https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/851767

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


มติเอกฉันท์ คณก.วัตถุอันตรายแบน 3 เคมีเกษตรแล้ว เริ่มต้นธันวาคมนี้

ที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตัดสินแบน 3 สารกำจัดศัตรูพืช ? พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ? โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ.2562 เป็นต้นไป ในขณะที่ฝั่งต่อต้านการแบน 3 สารเคมีเกษตรเผย เตรียมฟ้องศาลปกครองวันจันทร์นี้ เพื่อยับยั้งมติแบนสารเคมี

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายครั้งที่ 41-9/2562 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่สำนักปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และประธานในการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย อ่านคำแถลงผลการประชุม โดยระบุว่า ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้มีการปรับวัตถุอันตรายพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ที่จะถึงนี้


ภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม อ่านคำแถลงผลการประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

คำแถลงระบุว่า คณะกรรมการฯ ได้มีการพิจารณาข้อมูลผลการศึกษาของคณะทำงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งรายงานว่า สามารถบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติ จากการยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 รายการได้ รวมถึงข้อมูลความเป็นอันตรายของสารเคมีเกษตรทั้ง 3 ชนิด และข้อมูลการตรวจสอบเฝ้าระวังสารตกค้างในสินค้าเกษตรในท้องตลาด จากผู้แทนหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข และข้อมูล ข้อเสนอที่ได้รับจากภาคส่วนต่างๆ ซึ่งมีทั้งส่วนที่ต้องการให้ยกเลิกการใช้ และส่วนที่ไม่เห็นด้วยหากจะยกเลิกการใช้ มาพิจารณาในที่ประชุมด้วย

ภายหลังการพิจารณา สมาชิกคณะกรรมการฯที่เข้าร่วมประชุมทั้ง 26 คน ได้มีการลงมติแบบเปิดเผย โดยมีผลการลงมติออกมาดังนี้


พาราควอต

ยกเลิกการใช้ภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2562 จำนวน 20 คน
ยกเลิกการใช้ในวันที่ 1 ธันวาคม 2564
จำนวน 1 คนจำกัดการใช้ จำนวน 5 คน


ไกลโฟเซต

ยกเลิกการใช้ จำนวน 19 คน
จำกัดการใช้ จำนวน 7 คน


คลอร์ไพริฟอส

ยกเลิกการใช้ จำนวน 22 คน
จำกัดการใช้ จำนวน 4 คน


เกษตรกรในจ.หนองบัวลำภูกำลังเตรียมยาฆ่าหญ้า พาราควอต ก่อนนำไปฉีดพ่นในแปลงเกษตร / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

โดยหลังจากนี้ คณะกรรมการฯได้มอบหมายให้ กรมวิชาการเกษตร ไปดำเนินการยกร่างประกาศกระทรวงว่าด้วยบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น แล้วเสนอคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นในการประชุมครั้งต่อไป ทั้งนี้ ได้ขอให้กรมวิชาการเกษตรไปพิจารณาระยะเวลา ความเหมาะสมในการบริหารจัดการวัตถุอันตรายที่ยังคงเหลืออยู่หลังจากประกาศมีผลบังคับใช้ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง เช่น เกษตรกร หรือร้านจำหน่าย เป็นต้น โดยให้รับรองมติในที่ประชุม

ด้าน รศ.ดร.พวงรัตน์ ขจิตวิชยานุกูล นักวิชาการมหาวิทยาลัยนเรศวร ให้สัมภาษณ์หลังจากทราบมติของคณะกรรมการวันนี้ว่า ดีใจมากๆ จนพูดไม่ออก เพราะ 5 ปีที่ผ่านมาโดนคุกคามมาตลอด ทั้งทางด้านจดหมาย การถูกดิสเครดิตเรื่องงานวิชาการ วันนี้สิ่งที่ทำมาและยืนหยัดมาตลอดเห็นผลแล้ว

"ไม่กลัวการที่จะถูกฟ้องร้องจากอีกฝ่าย เพราะเรามีข้อมูล มีงานวิจัยที่มีหลักวิชาการรองรับ และยิ่งขึ้นศาล ทุกคนก็จะได้รับรู้ข้อมูลของแต่ละฝ่ายอย่างเปิดเผย และตรงไป ตรงมาโดยใช้หลักวิชการ" เธอกล่าว

และบอกว่า สิ่งที่จะต้องทำต่อไปคือ จะทำอย่างไรที่เกษตรกรจะไม่ใช้สารเคมีอีก ทำอย่างไรจะเปลี่ยนวิธีคิด ของเกษตรกรว่าการทำเกษตรอินทรีย์โดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี ก็สามารถทำในพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวได้ ที่ผ่านมาโรงงานน้ำตาลมิตรผลก็ได้ทดลองทำเกษตรอินทรีย์ในแปลงอ้อยขนาดใหญ่มาแล้ว

เธอกล่าวว่า ได้มีการคุยกันในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางควบคุมการใช้สารเคมีในภาคเกษตร โดยมีแนวทางที่จะเสนอรัฐบาลคือ

1. รัฐต้องมีมาตรการ ให้เกษตรกรเปลี่ยนวิธีการทำเกษตร จากสารเคมีเป็นอินทรีย์ โดยดูทั้งระบบ ทั้งเกษตรกร นายทุน เป็นต้น

2. ควรจะมีเงินกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่เปลี่ยนรูปแบบการผลิต

3. เสนอให้มีการเก็บภาษี ผู้นำเข้าสารเคมี เพื่อนำเงินดังกล่าวมาเป้นกองทุน ในการเปลี่ยนแปลงการผลิต

รศ.ดร.พวงรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย ขอบคุณทุกๆฝ่ายที่ร่วมกันยืนหยัดด้วยจนมีวันนี้ แต่ก็ยังมีอีกหลายขั้นตอนที่ยังต้องขับเคลื่อนร่วมกันต่อไป เพื่อผลักดันให้เกิดเกษตรที่ปลอดสารเคมี


อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังการประชุมลงมติแบน 3 สารเคมีเกษตร เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

ในขณะที่ฝั่งกลุ่มผู้ต่อต้านการแบนสารเคมีเกษตร อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานเครือข่ายอาสาคนรักแม่กลอง ประกาศหลังมีการเปิดเผยมติแบนการใช้ 3 สารเคมีเกษตรว่า เครือข่ายเกษตรกร รู้สึกผิดหวังต่อมติในวันนี้ เพราะการแบนการใช้ 3 สารเคมีเกษตร จะทำให้ต้นทุนการทำการเกษตรของเกษตรกรพุ่งสูงขึ้นจนเกินรับไหว เพราะสารเคมีที่กรมวิชาการเกษตรเสนอให้ใช้ทดแทนมีราคาสูงกว่า 3 สารดังกล่าวมาก

ดังนั้นทางกลุ่มเกษตรกรที่ต่อต้านการแบน 3 สารเคมีจึงจะไปร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้มีคำสั้งคุ้มครองมิให้มีการบังคับใช้คำสั่งแบนไปก่อน โดยทางกลุ่มจะไปยื่นเรื่องต่อศาลปกครองกลางในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ (28 ตุลาคม)


https://greennews.agency/?p=19704
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก BBCThai


พาราควอต: คกก.วัตถุอันตรายมีมติห้ามใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 3 ชนิด


Image copyrightPANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติห้ามใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ด้านกลุ่มเกษตรกรที่คัดค้านการห้ามใช้สารเคมีประกาศเดินหน้าฟ้องศาลปกครอง

การประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายในวันนี้ (22 ต.ค. 2562) มีขึ้นขณะที่ความขัดแย้งระหว่างฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านการสั่งห้ามใช้สารเคมีทางการเกษตรปะทุขึ้นอีกครั้งหลังจากคณะกรรมการ 4 ฝ่าย คือภาครัฐ ผู้นำเข้าสารเคมี เกษตรกรและผู้บริโภคซึ่งมีนางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน มีมติเมื่อวันที่ 7 ต.ค. เห็นชอบให้ยกเลิกการจำหน่ายและยกเลิกการใช้ในประเทศตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 62 เป็นต้นไป

การประชุมซึ่งมีนายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รักษาการรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมทำหน้าที่เป็นประธาน เริ่มขึ้นในเวลา 9.00 น. โดยมีเกษตรกรจำนวนหนึ่งที่คัดค้านการห้ามใช้สารเคมีดังกล่าวมาชุมนุมที่กระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อติดตามผลการประชุม

"คณะกรรมการได้มีการลงมติแบบเปิดเผย มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอให้ปรับพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมวิชาการเกษตร จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2562" นายภานุวัฒน์แถลงผลการประชุม

ทั้งนี้มีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุม 26 คนจากทั้งหมด 29 คน ผลการลงมติเป็นดังนี้


พาราควอต

-เห็นควรให้ยกเลิกการใช้ในวันที่ 1 ธ.ค. 2562 จำนวน 20 คน
-เห็นควรให้ยกเลิกการใช้ในวันที่ 1 ธ.ค. 2564 จำนวน 1 คน
-เห็นควรให้จำกัดการใช้ 5 คน


คลอร์ไพริฟอส

-เห็นควรให้ยกเลิกการใช้ 22 คน
-เห็นควรให้จำกัดการใช้ 4 คน


ไกลโฟเซต
-เห็นควรให้ยกเลิกการใช้ 19 คน
-เห็นควรให้จำกัดการใช้ 7 คน


เกษตรกรไทยใช้พาราควอตกำจัดวัชพืชในไร่อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา
Image copyrightPANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI



ขั้นตอนต่อไป

นายภานุวัฒน์กล่าวว่า คณะกรรมการมอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรดำเนินการยกร่างประกาศกระทรวงว่าด้วยบัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและนำเสนอผลการรับฟังความคิดเห็นเสนอต่อคณะกรรมวัตถุอันตรายซึ่งจะพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป และให้กรมวิชาการเกษตรไปพิจารณาการบริหารจัดการวัตถุอันตรายที่ยังคงเหลืออยู่หลังประกาศมีผลบังคับใช้ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้เกี่ยวข้อง เช่น เกษตรกร ร้านจำหน่าย เป็นต้น "ในการพิจารณาครั้งนี้นั้น คณะกรรมการได้พิจารณาข้อมูลจากคณะทำงานกระทรวงเกษตรฯ ประกอบด้วย ข้อมูลวิธีการและสารทางเลือก ในการจัดการวัชพืช ต้นทุนสารทางเลือก และข้อมูลสารทดแทนคลอร์ไพริฟอส ปริมาณสารที่คงเหลือ ณ ปัจจุบันซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นว่าสามารถบริหารจัดการเพื่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติได้ หากยกเลิกการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 3 รายการ" นายภานุวัฒน์ระบุ

นอกจากนี้คณะกรรมการยังได้พิจารณาข้อมูลจากผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับความเป็นอันตราย ข้อมูลการตรวจสอบเฝ้าระวังสารตกข้างในสินค้าเกษตรตามท้องตลาด รวมทั้งข้อมูลและข้อเสนอที่ได้รับจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งที่ต้องการให้ยกเลิกการใช้ และส่วนที่ไม่เห็นด้วยหากยกเลิกการใช้

ทางด้าน น.ส.อัญชุลี ลักษณ์อำนวยพร ประธานชมรมกลุ่มรักแม่กลอง จ.ราชบุรี แกนนำกลุ่มเกษตรกรที่คัดค้านการห้ามใช้สารเคมีประกาศว่าจะยื่นคำร้องต่อศาลปกครองขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว เพื่อชะลอมติของคณะกรรมการวัตถุอันตราย เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรเห็นว่าคำสั่งยกเลิกการใช้สารเคมีจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกร โดยเฉพาะในแง่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพราะต้องหาสารกำจัดศัตรูพืชตัวอื่นมาทดแทน

เธอเชื่อว่า มติคณะกรรมการฯ มีพื้นฐานมาจากข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่นำเสนอโดยกระทรวงสาธารณสุขและผู้แทนองค์กรสาธารณะประโยชน์ที่อยู่ในคณะกรรมการวัตถุอันตราย


มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช. เกษตรและสหกรณ์ เคยป่วยเพราะเครียดจากปัญหาความขัดแย้งเรื่องการห้ามใช้สารเคมี

"ไม่ใช่ชัยชนะของใคร"

นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช. เกษตรและสหกรณ์ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสภายหลังรับทราบมติที่ประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตรายว่ามตินี้ "ไม่ใช่ชัยชนะของใคร" แต่เป็นเพราะสังคมต้องการรับประทานอาหารที่มาจากผลผลิตการเกษตรที่มีความปลอดภัย

"ขอบคุณกระทรวงสาธารณสุขมาก ๆ และพี่น้องประชาชนทุกคนที่เป็นพลังการขับเคลื่อน รวมทั้งรัฐบาลที่ให้การสนับสนุน" รมช. เกษตรและสหกรณ์กล่าว

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์เฟซบุ๊กขอบคุณคณะกรรมการวัตถุอันตรายที่สนับสนุนให้ยกเลิกการใช้สารเคมี

"ขอกราบขอบพระคุณและน้อมคารวะต่อคณะกรรมการวัตถุอันตรายเฉพาะผู้ที่ลงมติแบนการใช้สารพิษด้วยจิตสำนึกที่รักและห่วงใยในคุณภาพชีวิตและสุขภาพของพี่น้องประชาชน ประวัติศาสตร์จะจารึกวีรกรรมที่ท่านทำเพื่อแผ่นดินเกิดในวันนี้เยี่ยงวีรบุรุษของชาติ ขอแสดงความยินดีกับคนไทยทุกคนที่ประเทศของเรายังมีข้าราชการและนักวิชาการที่เปี่ยมล้นไปด้วยคุณธรรมและจริยธรรมหลงเหลืออยู่ในบ้านของเรา" นายอนุทินระบุ

นายอนุทินยังให้สัมภาษณ์ด้วยว่า เมื่อเป็นสารเคมีทั้ง 3 ชนิดนี้จะสามารถใช้ได้จนถึงวันที่ 1 ธ.ค. แต่คาดว่าจะผ่อนผันไปอีก 1 เดือน หลังจากนั้นก็จะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หากใครครอบครองสิ่งที่ผิดกฎหมายก็มีขั้นตอนในการจัดการ ส่วนการเยียวยาเกษตรกรที่ซื้อสารเคมีดังกล่าวมาเก็บไว้ล่วงหน้าและการหาสารทดแทนนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปดูแล


(มีต่อ)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก BBCThai


พาราควอต: คกก.วัตถุอันตรายมีมติห้ามใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 3 ชนิด ..... (ต่อ)


อนุทิน ชาญวีรกูล และมนัญญา ไทยเศรษฐ์ ร่วมกิจกรรมใส่เสื้อขาวรณรงค์ยกเลิกการใช้สารเคมีทางการเกษตร 3 ชนิด


คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีใครบ้าง

คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีทั้งหมด 29 คน ประกอบด้วย

1.ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม
2.อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม
3.เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม
4.ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
5.ผู้แทนกระทรวงกลาโหม
6.เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
7.ผู้แทนกระทรวงคมนาคม
8.อธิบดีกรมการขนส่งทางบก
9.อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน
10.อธิบดีกรมการค้าภายใน
11.อธิบดีกรมประมง
12.อธิบดีกรมปศุสัตว์
13.อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร
14.ผู้แทนสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ
15.ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาวิชากฎหมาย
16.ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาวิชาเคมี
17.ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาวิชาเกษตรศาสตร์
18.ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาวิชาวิศวกรรมศาสตร์
19.ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาวิชาวิทยาศาสตร์
20.ผู้แทนองค์กรสาธารณประโยชน์ด้านเกษตรกรรมยั่งยืน
21.ผู้แทนองค์กรสาธารณประโยชน์ด้านการจัดการปัญหาวัตถุอันตรายท้องถิ่น
22.ผู้แทนองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม
23.ผู้แทนองค์กรด้านการคุ้มครองผู้บริโภค (คนที่ 1)
24.ผู้แทนองค์กรด้านการคุ้มครองผู้บริโภค (คนที่ 2)
25.อธิบดีกรมการแพทย์
26.อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
27.เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา
28.อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ
29.อธิบดีกรมวิชาการเกษตร

ก่อนหน้านี้เครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 686 องค์กรออกแถลงการณ์ยืนยันข้อเรียกร้องให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายออกคำสั่งห้ามใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดตามข้อเสนอของคณะทำงาน 4 ฝ่าย รวมทั้งให้คณะกรรมการฯ ลงมติแบบเปิดเผยพร้อมข้อวินิจฉัยส่วนบุคคล


ลำดับเหตุการณ์ก่อนมีมติห้ามใช้สารเคมีอันตราย 3 ชนิด

5 เม.ย. 60 - คณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งเป็นคณะกรรมร่วมระหว่างกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีมติให้ดำเนินการออกประกาศยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิด โดยให้ยุติการนำเข้าภายใน ธ.ค. 61 และยุติการใช้ในเดือน ธ.ค. 62 อีกทั้งจำกัดการใช้ไกลโฟเซตอย่างเข้มงวด ห้ามใช้ในพื้นที่สาธารณะและชุมชนโดยเฉพาะที่เป็นแหล่งน้ำ

19 พ.ย. 60 - กรมวิชาการเกษตร ต่อทะเบียนให้บริษัทเอกชน คือ บริษัทซินเจนทา, เอเลฟองเต้และดาส อะโกรไซแอนด์ นำเข้าสารเคมีทั้ง 3 ชนิดได้อีก 6 ปี โดยให้เหตุผลว่าหากไม่ต่อทะเบียนจะทำให้เอกชนเสียหายและรัฐอาจถูกฟ้องได้

30 ม.ค. 61 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบของการใช้พาราควอตให้ชัดเจน

15 ก.พ. 61 - กระทรวงสาธารณสุขประชุมหารือเรื่องพาราควอต โดยยืนยันตามมติคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง คือ ให้ยกเลิกภายใน ธ.ค. 62

23 พ.ค. 61 - คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติไม่ยกเลิกการใช้สารเคมีทั้ง 3 รายการ สร้างความผิดหวังให้เครือข่ายเกษตรกรและองค์กรพัฒนาเอกชนที่คัดค้านการใช้สารเคมี โดยเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร ได้ยื่นจดหมายไม่เห็นด้วยต่อมติดังกล่าว ตั้งข้อสังเกตว่า กรรมการที่ร่วมพิจารณานั้นไม่มีใครเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลกระทบต่อสุขภาพเลย ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการที่สนับสนุนการใช้สารเคมีดังกล่าวทั้งสิ้น อีกทั้งยังใช้ข้อมูลเก่า ไม่ใช้งานข้อมูลเชิงประจักษ์ใหม่ ๆ ประกอบการพิจารณา

23 พ.ย. 61 - ผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกการใช้พาราควอตภายใน 1 ปี แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องสร้างความเข้าใจกับประชาชน จำกัดและควบคุมการใช้ และพัฒนาวิธีการทดแทนให้แล้วเสร็จภายใน 120 วันก่อนจะยกเลิกอย่างถาวร

14 ก.พ. 62 - ตัวแทนเครือข่ายสนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรง 686 องค์กร ยื่นข้อเรียกร้องต่อประธานกรรมการวัตถุอันตราย ให้พิจารณาควบคุมพาราควอตเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4

9 ส.ค. 62 - หลังจากเข้ารับตำแหน่งได้ไม่นาน นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลเรื่องนี้ ประกาศว่าจะต้องยกเลิกสารเคมีกำจัดศัตรูกำจัดศัตรูพืชความเสี่ยงสูง 3 ชนิดให้ได้ก่อนสิ้นปี 62

7 ต.ค. 62 - ประชุมคณะกรรมการ 4 ฝ่าย คือภาครัฐ ผู้นำเข้าสารเคมี เกษตรกร และผู้บริโภค โดยมีมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน มีมติ 9 ต่อ 0 เสียง เห็นชอบให้ยกระดับสารเคมีเกษตร 3 ชนิด จากวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เป็นวัตถุอันตรายประเภทที่ 4 เพื่อให้ยกเลิกการจำหน่าย และยกเลิกการใช้ในประเทศ เริ่มวันที่ 1 ธ.ค. 62

22 ต.ค. 62 - คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นควรให้ยกเลิกการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต


https://www.bbc.com/thai/thailand-50134830
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก BBCThai


ปรากฏการณ์ธรรมชาติค้นพบใหม่ "สตอร์มเควก" ทำแผ่นดินไหวเมื่อพายุพัดรุนแรง


ภาพถ่ายดาวเทียมของพายุเฮอริเคนบิลล์ในปี 2009 พายุลูกนี้ได้ทำให้เกิดปรากฎการณ์สตอร์มเควกมาแล้ว

พายุที่มีความรุนแรงระดับสูงอย่างไต้ฝุ่นหรือเฮอริเคน กับเหตุแผ่นดินไหวที่เป็นข่าวอยู่บ่อยครั้งนั้น ถือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติสองแบบที่ไม่มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกัน ทำให้ไม่มีผู้ใดคาดคิดมาก่อนว่า นักวิทยาศาสตร์จะได้ค้นพบปรากฏการณ์ทางธรณีฟิสิกส์แบบใหม่ ซึ่งรวมเอาพลังทำลายล้างของทั้งพายุและแผ่นดินไหว ให้เกิดขึ้นพร้อมกันได้ในคราวเดียว

ปรากฏการณ์ดังกล่าวเรียกว่า "สตอร์มเควก" (Stormquake) หรือเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นจากพายุกำลังแรง โดยการที่พายุถ่ายทอดพลังงานมหาศาลลงสู่มหาสมุทรในรูปของคลื่นใหญ่ ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนที่พื้นทะเล และเกิดธรณีพิโรธได้นานหลายชั่วโมงหรือหลายวันเลยทีเดียว

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลอริดาสเตต (FSU) ของสหรัฐฯ รายงานการค้นพบข้างต้นในวารสาร Geophysical Research Letters โดยระบุว่าได้รวบรวมข้อมูลทางสมุทรศาสตร์และเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งของสหรัฐฯ แคนาดา และในอ่าวเม็กซิโก ระหว่างปี 2006-2019 ซึ่งเมื่อนำข้อมูลของทั้ง 12 ปีมาวิเคราะห์จึงพบว่า เคยมีปรากฏการณ์สตอร์มเควกเกิดขึ้นมาแล้วถึงกว่า 14,000 ครั้ง

ก่อนหน้านี้ไม่มีนักวิจัยคนใดจะสังเกตพบความเชื่อมโยงระหว่างพายุและแผ่นดินไหวในทะเลมาก่อน เนื่องจากพวกเขาไม่ให้ความสำคัญกับสัญญาณคลื่นสั่นสะเทือนที่สับสนไม่เป็นระเบียบ ซึ่งเกิดจากคลื่นในทะเลปะทะกับผืนแผ่นดิน โดยถือกันว่าเป็นเพียงสัญญาณพื้นหลังเท่านั้น

แต่ในครั้งนี้ ทีมวิจัยของ FSU มุ่งให้ความสนใจกับคลื่นแผ่นดินไหวความถี่ต่ำและสัญญาณพื้นหลังดังกล่าว จนพบว่าทั้งสองสิ่งมีความเกี่ยวข้องกันอย่างเป็นแบบแผนชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพายุกำลังแรงทำให้เกิดคลื่นที่มีคาบยาวขึ้นในมหาสมุทร ตรงบริเวณที่น้ำตื้นใกล้กับไหล่ทวีป


คลื่นสูงจากพายุไต้ฝุ่นฮากิบิสซัดเข้าชายฝั่งจังหวัดมิเอะของญี่ปุ่น

ผศ.ดร. ฟ่าน เหวินหยวน ผู้นำทีมวิจัยคาดว่า ศูนย์กลางการเกิดแผ่นดินไหวของปรากฏการณ์สตอร์มเควก สามารถจะเคลื่อนที่ไปพร้อมกับตัวพายุได้ โดยแรงสั่นสะเทือนอาจมีขนาดหรือแมกนิจูด 3.5 ขึ้นไป และปรากฏการณ์นี้น่าจะเกิดขึ้นได้ในเกือบทุกภูมิภาคของโลก

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร. ฟ่านชี้ว่า แรงสั่นสะเทือนจากสตอร์มเควกนั้นไม่น่าจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์มากนัก เพราะศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่นอกชายฝั่งและไม่สู้มีพลังรุนแรง แม้แผ่นดินไหวแบบนี้สามารถจะคงอยู่ได้เป็นเวลานานหลายวันก็ตาม

ทีมผู้วิจัยหวังว่า ในอนาคตเราสามารถจะใช้ประโยชน์จากปรากฏการณ์สตอร์มเควกได้ โดยให้คลื่นสั่นสะเทือนที่เกิดจากพายุเป็นสื่อนำสำรวจโครงสร้างภายในของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เป็นมหาสมุทร


https://www.bbc.com/thai/features-50132430

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:03


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger