เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 22 ตุลาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อยกับมีหมอกบางในตอนเช้า


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 22- 23 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง

ส่วนในช่วงวันที่ 24 ? 27 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อากาศเย็นในตอนเช้าและมีลมแรง สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อนึ่ง พายุระดับ4 (พายุโซนร้อนรุนแรง) "นอกูรี" บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศญี่ปุ่นตอนใต้ในช่วงวันที่ 21-22 ต.ค. 62 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นตอนใต้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 22-23 ต.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 24-27 ต.ค. 62 ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมและฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (96.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok Rain.jpg (223.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (98.6 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


เจอแล้ว ซากเรือบรรทุกเครื่องบินญี่ปุ่น 2 ลำ โดนจมในยุทธนาวีที่มิดเวย์


เรือบรรทุกเครื่องบิน คากะ

ทีมสำรวจใต้ทะเลค้นพบเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ใน 4 ลำของญี่ปุ่นที่ถูกจมลงก้นมหาสมุทรแปซิฟิกระหว่างการต่อสู้ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 21 ต.ค. 2562 ว่า ทีมสำรวจทะเลลึกค้นพบซากเรือบรรทุกเครื่องบินญี่ปุ่น 2 ลำ ซึ่งถูกจมลงมหาสมุทรแปซิฟิกช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในการต่อสู้ระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ที่รู้จักกันในชื่อ 'ยุทธนาวีที่มิดเวย์' เมื่อปี 2485 ซึ่งถูกยกให้เห็นจุดเปลี่ยนของสงครามในแปซิฟิกเลยทีเดียว

เรือบรรทุกเครื่องบินชื่อ 'คากะ' ถูกพบเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่เรือบรรทุกเครื่องบินอีกลำชื่อ 'อาคากิ' ถูกพบเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังจากลูกเรือบนเรือวิจัย 'เพเทรล' ของบริษัท วัลแคน อิงค์ ซึ่งก่อตั้งโดย พอล อัลเลน อดีตผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ไมโครซอฟต์ผู้ล่วงลับ ออกค้นหามานานหลายสัปดาห์

เรือ เพเทรล ยังทำงานร่วมกับกองทัพเรือสหรัฐฯ เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายการรบกวนสุสานสงครามใต้ทะเล โดยพวกเขาใช้ยานดำน้ำอัตโนมัติ (AUV) ในการระบุตำแหน่งที่ชัดเจนของเรือคากะกับอาคากิ ก่อนจะพบเรือทั้ง 2 ลำอยู่ที่ก้นทะเลลึก 18,000 ฟุต ภายในเขตอนุสรณ์สถานทางทะเลแห่งชาติ 'ปาปาฮานาอูโมคัวคีอา' (Papah?naumoku?kea) ใกล้เกาะฮาวายของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ยุทธนาวีที่มิดเวย์เกิดขึ้นเมื่อ ญี่ปุ่นวางแผนจะยึดหมู่เกาะ 'มิดเวย์อะทอลล์' ทางเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นที่ตั้งกองทัพของสหรัฐฯ ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อใช้เป็นฐานที่มั่น แต่สหรัฐฯ ดักฟังการสื่อสารของกองทัพญี่ปุ่นได้ ทำให้กองเรือรบญี่ปุ่นที่ยกมาโจมตีในวันที่ 4 มิ.ย. 2485 เจอกองเรือรบและเครื่องบินรบสหรัฐฯ รอต้อนรับ

ผลจากการต่อสู้ครั้งนี้ซึ่งจบลงในวันที่ 7 เดือนเดียวกัน ญี่ปุ่นเสียทหารไปกว่า 3,057 นาย เรือบรรทุกเครื่องบินโดนจมไป 4 ลำ เรือลาดตระเวนอีก 1 ลำ และเสียอากาศยานรบไปถึง 248 ลำ ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ เสียเรือบรรทุกเครื่องบิน 1 ลำ, เรือพิฆาต 1 ลำ, อากาศยาน 150 ลำ และทหารอีก 307 นาย ทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นฝ่ายได้เปรียบในการรบบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกไปจนจบสงครามโลกครั้งที่ 2


เรือบรรทุกเครื่องบิน อาคากิ

อนึ่ง นอกจากเรือบรรทุกเครื่องบิน คากะ กับ อาคากิ แล้ว มีการค้นพบเรือที่จมระหว่างยุทธนาวีที่มิดเวย์อีกเพียง 1 ลำเท่านั้นคือ เรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส ยอร์กทาวน์ ของสหรัฐฯ โดยเจอเมื่อปี 2541 แต่ยังไม่พบเรือลำที่เหลือเลย


https://www.thairath.co.th/news/foreign/1687488

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ฮือฮา!พบไข่มุก8,000ปีเชื่อเก่าแก่ที่สุดในโลก เตรียมจัดแสดงในอาบูดาบี


(ภาพจากเอเอฟพี)ไข่มุกเม็ดหนึ่งอายุ 8,000 ปีที่พวกนักโบราณคดีเชื่อว่าน่าจะเก่าแก่ที่สุดในโลก

เอเอฟพี - ไข่มุกเม็ดหนึ่งอายุ 8,000 ปีที่พวกนักโบราณคดีเชื่อว่าน่าจะเก่าแก่ที่สุดในโลก จะถูกจัดแสดงให้กรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พร้อมระบุมันเป็นข้อพิสูจน์ว่าการซื้อขายไขมุกนั้นมีมาตั้งแต่สมัยยุคหินนีโอะลีธอิค

ไข่มุกตามธรรมชาติเม็ดนี้ถูกพบอยู่บนพื้นของห้องๆหนึ่ง ระหว่างการสำรวจทางโบราณคดีบนเกาะมาราวาห์ นอกชายฝั่งกรุงอาบูดาบี ซึ่งปรากฏหลักฐานเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมในยุคต้นของประเทศ

กรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของรัฐอาบูดาบีระบุ "จากการตรวจสอบคาร์บอนในชั้นของไข่มุกพบว่ามีอายุย้อนกลับไปในช่วง 5,800 ปี - 5,600 ปีก่อนก่อนคริสตกาลเรียกว่าช่วงหลังยุคหิน"

"การค้นพบไข่มุกเก่าแก่ที่สุดในโลกในอาบูดาบี ทำให้เป็นที่ประจักษ์ได้ว่าประวัติศาสตร์ด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้นหยั่งรากลึกกลับไปถึงยุคก่อนประวัติศาสตร์" กรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของรัฐอาบูดาบีกล่าว

"ไข่มุกแห่งอาบูดาบี" จะถูกนำออกแสดงเป็นครั้งแรกในนิทรรศการ "10,000 years of Luxury" ซึ่งจะมีพิธีเปิดในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ อาบู ดาบี

พวกผู้เชี่ยวชาญของยูเออีเชื่อว่ามีการค้าขายไขมุกกับชาวเมโสโปเตเมีย คนอิรักยุคโบราณ แลกกับเครื่องปั้นดินเผาและสินค้าอื้นๆ นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่าพวกเขาจะชอบสวมใส่เครื่องประดับเพชรพลอยด้วย "กัสปาโร บัลบี พ่อค้าเพชรพลอยชาวเวนิซ ผู้ซึ่งเดินทางไปทั่วภูมิภาค เคยพาดพิงเกาะต่างๆนอกชายฝั่งอาบูดาบีว่าเป็นแหล่งไข่มุกในช่วงยุคคริสต์ศตวรรษที่ 16" กรมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของรัฐอาบูดาบีกล่าว

อุตสาหกรรมไข่มุกครั้งหนึ่งเคยเป็นฐานสนับสนุนเศรษฐกิจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนการค้าขายจะล่มสลายในช่วงทศวรรษที่ 1930 จากการถือกำเนิดของไข่มุกเลี้ยงญี่ปุ่น และสถานการณ์ความขัดแย้งต่างๆที่สั่นคลอนเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ประเทศต่างๆในอ่าวเปอร์เซียบ่ายหน้าสู่อุตสากรรมน้ำมันแทน ซึ่งกลายเป็นกลไกสำคัญในเศรษฐกิจของพวกเขาจวบจนถึงปัจจุบัน


https://mgronline.com/around/detail/9620000101353


*********************************************************************************************************************************************************


พบซากเรือบรรทุกเครื่องบินญี่ปุ่นสมัยสงครามโลก2ลำ จมอยู่ใต้ทะเลลึก 5 กิโลเมตร



บีบีซี - พวกนักสำรวจทะเลลึกพบเรือบรรทุกเครื่องบินญี่ปุ่น 2ลำที่จมลงสู่ก้นมหาสมุทรระหว่างการสู้รบในสงครามโลกครั้งที่ 2 ราวๆ 77 ปีที่แล้ว

เรือบรรทุกเครื่องบินทั้ง 2 ลำเป็นหนึ่งในบรรดาเรือ 7 ลำที่จมลงสู่ก้นมหาสมุทรในสมรภูมิแบทเทิลออฟมิดเวย์(Battle of Midway) การสู้รบทางอากาศและทางทะเลครั้งใหญ่ระหว่างสหรัฐฯกับญี่ปุ่นในปี 1942

ทั้งนี้เรือทั้ง 2 ลำ ประกอบด้วยเรือคากะถูกพบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ซากของเรือบรรทุกเครื่องบินอีกลำ "อาคากิ" ถูกพบเมื่อวันอาทิตย์(20ต.ค.)ที่ผ่านมา

ที่ผ่านมาเพิ่งพบเรือลำอื่นเพียงลำเดียวที่อัปปางสู่ก้นทะเลในสมรภูมิดังกล่าว นั้นก็คือเรือยูเอสเอส ยอร์คทาวน์ ของสหรัฐฯ ซึ่งถูกพบในปี 1998

การค้นพบครั้งนี้มีขึ้นหลังจากลูกเรือของเรือวิจัยพาเทรล ของวัลแคน อิงค์ บริษัทซึ่งก่อตั้งโดย พอล อัลเลน ผู้ร่วมก่อตั้งไมโครซอฟต์ผู้ล่วงลับ ได้ปฏิบัติการค้นหามานานหลายสัปดาห์

พวกลูกเรือใช้ยานยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติ (AUV) ติดตั้งโซนาร์ ที่ใช้สำหรับปักหมุดตำแหน่งของเรือคากะกับเรืออาคากิ ขณะเดียวกันเรือพาเทรลยังทำงานร่วมกับกองทัพเรือสหรัฐฯ ไม่เช่นนั้นแล้วปฏิบัติการใดๆที่รบกวนบริเวณใต้น้ำ ณ ตำแหน่งอันเป็นที่จุดที่เรือของกองทัพเรืออเมริกาแน่นิ่งอยู่ก้นทะเล จะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

เรือทั้ง 2 ลำถูกพบจมอยู่ใต้ทะเลลึกลงไปราวๆ 5,490 เมตร ภายในอนุสรณ์สถานแห่งชาติทางทะเลปาปาฮาเนาโมกูอาเกีย พื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลใหญ่ที่สุดในโลก

มิดเวย์อะทอลล์ (Midway Atoll) เป็นกลุ่มหมู่เกาะเล็กๆทางเหนือของแปซิฟิก ซึ่งเคยถูกสหรัฐฯใช้เป็นที่ตั้งทางทหารระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2

ญี่ปุ่นมีแผนเข้าควบคุมหมู่เกาะแห่งนี้ แต่สหรัฐฯดักฟังการสื่อสาร และพอทหารญี่ปุ่นเดินทางมาถึงหมู่เกาะเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 1942 และพร้อมเข้าโจมตี กลับต้องพบว่าทหารอเมริกาดักรอเผชิญหน้าพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว

ผลที่ตามมาคือมีทหารญี่ปุ่น 2,000 นายและทหารอเมริกัน 300 นายเสียชีวิตในสมรภูมินี้ และรวมแล้วมีเรือ 7 ลำจมสู่ก้นทะเล ในนั้น 4 ลำเป็นของญี่ปุ่น


https://mgronline.com/around/detail/9620000101326

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


ค้นพบซากเรือรบญี่ปุ่น จมทะเลแปซิฟิก ในสงครามโลกครั้งที่สอง


Getty Images / Vulcan Inc.

ค้นพบซากเรือรบญี่ปุ่น ? วันที่ 21 ต.ค. บีบีซี รายงานว่า นักสำรวจทะเลลึกค้นพบซากเรือบรรทุกเครื่องบินญี่ปุ่น 2 ลำ ที่จมมหาสมุทรแปซิฟิกในยุทธนาวีที่มิดเวย์ (Battle of Midway) ยุทธการทางอากาศและทางทะเลสำคัญระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2485 ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ซากเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำ ได้แก่ "คากะ" ถูกค้นพบเป็นลำแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนซากอีกลำเป็นเรือบรรทุกเครื่องบิน "อาคากิ" ถูกค้นพบเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ภายในอนุสรณ์ทางทะเลแห่งชาติปาปาฮานาอูโมคูอาเกีย พื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลใหญ่สุดในโลก ที่ระดับความลึก 5,490 เมตร

การค้นหาดำเนินการโดยเรือวิจัย เพเทรล บริษัทที่ก่อตั้งโดย พอล อัลเลน ผู้ร่วมก่อตั้ง ไมโครซอฟท์ บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลก ปล่อยยานใต้น้ำอัตโนมัติ (AUV) พร้อมติดตั้งโซนาร์ (เครื่องคลื่นเสียง) ช่วยระบุตำแหน่งอย่างแม่นยำของซากเรือบรรทุกเครื่องบินคากะและอาคากิ ภายใต้ความร่วมมือกับกองทัพเรือสหรัฐ เนื่องจากอนุสรณ์ทางทะเลแห่งชาติปาปาฮานาอูโมคูอาเกียเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐ


ภาพ ? Getty Images / Vulcan Inc.

คากะ และอาคากิ เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินจากทั้งหมด 7 ลำ ที่จมทะเลในยุทธนาวีที่มิดเวย์ ซึ่งเป็นชื่อของหมู่เกาะขนาดเล็ก มิดเวย์อะทอลล์ ทางเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก และถูกใช้เป็นค่ายทหารสหรัฐ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นวางแผนยึดเกาะแห่งนี้นี้ แต่สหรัฐขัดขวางการสื่อสารของญี่ปุ่นได้

เมื่อกองทัพญี่ปุ่นขึ้นบกที่เกาะดังกล่าวเมื่อ 4 มิ.ย. 2485 พร้อมโจมตี ปรากฏว่า กองทัพสหรัฐรอปะทะกองทัพญี่ปุ่นแล้ว สำหรับยุทธนาวีที่มิดเวย์ ทหารญี่ปุ่นเสียชีวิตมากกว่า 2,000 นาย และทหารอเมริกันเสียชีวิตมากกว่า 300 นาย เรือบรรทุกเครื่องบินจมทั้งหมด 7 ลำ เป็นของญี่ปุ่น 4 ลำ และของสหรัฐ 3 ลำ



จนถึงตอนนี้ มีเพียงเรือบรรทุกเครื่องบินลำเดียวที่จมในยุทธนาวีถูกค้นพบเมื่อปี 2541 คือ เรือบรรทุกเครื่องบินอเมริกัน ยูเอสเอส ยอร์กทาวน์


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2991321

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก คม ชัด ลึก


ที่ปรึกษา รมว.ทส.ลงพื้นที่สำรวจวาฬบรูด้า เดินหน้าวางแผนบูรณาการเพื่อการท่องเที่ยวและอนุรักษ์วาฬอย่างยั่งยืน



จากกรณีกลุ่มเจ็ทสกี โซไซตี้ จัดทริปท่องเที่ยวทางน้ำ โดยขับเรือเจ็ทสกีกว่า 20 ลำ เพื่อเฝ้าดูวาฬบูรด้า บริเวณอ่าวไทยรูป ตัว ก จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการหากินและระบบนิเวศในพื้นที่อยู่อาศัยของวาฬบรูด้าและสัตว์ทะเลในบริเวณดังกล่าว จนเป็นข่าวโด่งดังในช่วงที่ผ่านมาโดยอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ชี้แจงและทำความเข้าใจกับกลุ่มเจ็ทสกีดังกล่าวแล้ว และได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี นั้น

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2562 นายยุทธพล อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปิดเผยที่อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรีว่า นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส.ได้สั่งการให้ตนเร่งรัด กำกับ และติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด อีกทั้ง ให้ลงพื้นที่เป็นการเร่งด่วน และให้เชิญผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวชมวาฬและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนมาประชุมหารือร่วมกันในวันนี้เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหาในระยะยาว ทั้งการประชาสัมพันธ์ การอบรมให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการในพื้นที่ รวมถึง ประชาชนและชุมชนบริเวณใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้หากมีการกระทำใดเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งก็จะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัด และจะได้รายงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทราบถึงผลการประชุมหารือต่อไป อย่างต่อเนื่อง

"ผมขอยืนยันว่า วาฬบรูด้าเปรียบเสมือนของขวัญจากธรรมชาติ ที่มอบให้แก่คนไทยทุกคน ทุกภาคส่วนจะต้องมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทาง ให้วาฬได้อาศัยอยู่ในถิ่นที่อยู่ของเขาในระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ ท่าน รมว.ทส.ได้ยกตัวอย่างพื้นที่เกาะเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ที่เป็นแหล่งอนุรักษ์ฉลามวาฬ และนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมอย่างมีกฎกติกาตลอดจนประชาชนในท้องถิ่นสามารถมีรายได้จากการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืนมาเป็นพื้นที่ต้นแบบให้บริเวณอ่าวไทยรูป ตัว ก.นี้ไปเป็นแนวทางในการบริหารจัดการด้วยและการจัดประชุมในพื้นที่วันนี้ก็จะได้เค้าโครงข้อกำหนดต่างๆเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาออกคำสั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในการท่องเที่ยวชมวาฬได้ต่อไปในอนาคต" นายยุทธพล กล่าวถึงนโยบาย รมว.ทส.

ด้านนายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) กล่าวเสริมว่า สำหรับประเทศไทยสามารถพบวาฬบรูด้าได้บ่อยที่แถบจังหวัดเพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ และบริเวณเขตอ่าวไทยรูปตัว ก.เนื่องจาก มีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ โดยวาฬบรูด้าจะกินแพลงตอน, เคย, ปลาขนาดเล็ก และหมึก ดังนั้น จึงได้สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 เฝ้าระวังและตรวจตราพื้นที่ พร้อมทั้งดำเนินการประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือ สร้างความรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับข้อปฏิบัติในการชมวาฬบรูด้าอย่างถูกวิธี ระหว่างผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวชมวาฬบรูด้า ชาวประมง และนักท่องเที่ยว ให้รับทราบถึงข้อควรพึงปฏิบัติในขณะชมวาฬ ดังนี้ เรือต้องใช้ความเร็วไม่เกิน 4 น็อต ในรัศมี 100 ? 300 เมตร และความเร็วเรือไม่เกิน 7 น็อต ในรัศมี 400 เมตร ให้เข้าชมครั้งละไม่เกิน 3 ลำ เข้าหาด้านข้าง ไม่ควรแล่นเรือขวางทาง หรือไล่ตามวาฬ เพราะวาฬอาจได้รับบาดเจ็บ และตื่นตกใจ ควรหยุดเรือ และลอยลำทันทีหากวาฬเข้าใกล้ และไม่เปลี่ยนความเร็วเรือกะทันหัน ไม่เร่งเครื่องตาม เพราะอาจจะทำให้วาฬตื่นตกใจ หากพบวาฬแม่ลูก ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรอยู่ห่างไม่น้อยกว่า 300 เมตร ดูวาฬจากเครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินสูงไม่น้อยกว่า 300 เมตร เฮลิคอปเตอร์ สูงไม่น้อยกว่า 500 เมตร อากาศยานไร้คนขับ สูงไม่น้อยกว่า 50 เมตร ควรหลีกเลี่ยงการใช้เจ็ทสกี และสปีดโบ๊ทในการชมวาฬ วาฬอาจจะได้รับบาดเจ็บ เกิดความเครียดจากเสียงเครื่องยนต์ และผู้ขับขี่อาจได้รับอันตรายจากวาฬ ไม่ทิ้งขยะลงทะเล และแม่น้ำลำคลอง ไม่ควรให้อาหารวาฬในธรรมชาติ และลดเสียงให้เบา จากกิจกรรมบนเรือ ไม่สร้างความเครียดให้กับวาฬ

นายโสภณ ทองดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวทิ้งท้ายว่า วาฬบรูด้าเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ โดยได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ระบุว่า ?ห้ามมิให้ผู้ใดล่าสัตว์ป่าสงวน ฝ่าฝืน โทษจำคุก 3 ? 15 ปี ปรับ 300,000 - 1,500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ในกรณีครอบครอง มาตรา 17 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดมีไว้ในครอบครองซึ่งสัตว์ป่าสงวน หรือซากสัตว์ป่าสงวน โทษครอบครองคือจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม ?ขอให้ประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เฝ้าชมวาฬบรูด้าอย่างถูกวิธี และปฏิบัติตามข้อแนะนำของ ทช. อีกทั้ง ขอให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตาในการเฝ้าระวังการกระทำที่อาจจะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยเฉพาะสัตว์ทะเลหายากที่ใกล้สูญพันธุ์ หากการกระทำใดที่อาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขอให้แจ้ง กรมฯ ทช. เพื่อทราบและแก้ไขโดยทันที หากการกระทำเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย ก็จะบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด อธิบดี ทช. กล่าวยืนยัน


https://www.komchadluek.net/recommended/pr/231910

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


พบ "ปูไก่" สัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์



กระบี่ 21 ต.ค.- มีการสำรวจพบ "ปูไก่" หรือ "ปูภูเขา" ที่เกาะห้อง เขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ จำนวน 4 ตัว เผยเป็นปูที่หายากใกล้สูญพันธุ์

เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ได้ลงพื้นที่เกาะห้อง เขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี อ.เมือง จ.กระบี่ สำรวจพบ "ปูไก่" หรือ "ปูภูเขา" ซึ่งเป็นปูหายาก ใกล้สูญพันธุ์ อาศัยอยู่ในป่าชายหาด ในหมู่เกาะห้อง โดยคืนแรกพบเพียง 1 ตัว เนื่องจากฝนตกหนัก ปูไก่ไม่ค่อยออกมาให้เห็น พอคืนที่ 2 พบอีก 3 ตัว รวมทั้งหมด 4 ตัว แต่เชื่อว่าน่าจะมีมากกว่า 4 ตัว ถือเป็นการค้นพบที่สำคัญ เนื่องจากปูชนิดนี้ นับวันจะเหลือน้อยลง และใกล้จะสูญพันธุ์ เนื่องจากสภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนไป แต่บริเวณป่าชายหาดเกาะห้องยังมีความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศอยู่

นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า ปูไก่ที่พบในเกาะห้อง มีขนาดตัวประมาณข้อมือ มีทั้งเพศผู้และเพศเมีย โดยกลางวันจะหลบซ่อนตัวอยู่ตามซอกหินในที่มืด แต่กลางคืนจะออกหากินซากพืชซากสัตว์เป็นอาหาร ที่ได้ชื่อว่าปูไก่ ก็เพราะมีเสียงร้องคล้ายลูกไก่ จากการสำรวจตามเกาะอื่นๆ ยังไม่พบปูไก่ ขณะนี้พบเพียงที่เดียวในป่าที่เกาะห้อง ซึ่งถือเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงสภาพระบบนิเวศของป่า ว่ายังมีความสมบูรณ์อยู่ หลังจากนี้จะทำโครงการสำรวจและวิจัยต่อเนื่อง พร้อมประชาสัมพันธ์นักท่องเที่ยว ไม่ให้ไปรบกวนปูไก่ เพื่ออนุรักษ์ไว้ให้อยู่คู่เกาะห้องต่อไป.


https://tna.mcot.net/view/lR_ZABP

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


พบฉลามขาวใหญ่ 4 เมตร ถูกโจมตีโดยผู้ล่าที่ใหญ่กว่า




ทีมวิจัยในประเทศแคนาดาที่กำลังเก็บข้อมูลจากท้องทะเล เผยภาพฉลามขาวขนาดยักษ์มหึมาในสภาพบาดเจ็บ ด้วยบาดแผลที่มีเป็นไปได้ว่าจะบ่งบอกว่าผู้ล่าน่าจะตัวใหญ่กว่าอีก

OCEARCH องค์กรวิจัยที่กำลังเก็บข้อมูลจากท้องะเล นอกชายฝั่งแคว้นโนวา สโกเทีย ในประเทศแคนาดา จับฉลามขาวขนาดมหึมา วัดความยาวได้ 4 เมตร หนัก 528 กก. ตามร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลและแผลเป็น จึงเชื่อว่ามันอาจถูกโจมตีจากผู้ล่าที่ตัวใหญ่กว่า 1 หรือ 2 ครั้ง

คริส ฟิสเชอร์ ประธานผู้ก่อตั้ง OCEARCH มีฐานในสหรัฐอเมริกา บอกกับ สำนักข่าว McClatchy ว่า จากบาดแผลของฉลาม ที่ตั้งชื่อว่า วิมมี ( Vimy ) ชัดเจนว่ามันน่าจะถูกผู้ล่างับทั้งหัว เพราะมีแผลหนึ่งสมานแล้วอยู่ใต้กรามล่าง ซึ่งอาจจะถูกกัดมาจากปีก่อน อีกแผล พาดอยู่บนหัว แสดงให้เห็นว่า สัตว์อะไรก็ตามที่งับฉลามขาวตัวนี้ได้ จะต้องมีขนาดใหญ่โตกว่ามากทีเดียว

จากรอยเขี้ยวบ่งว่าผู้ร้ายโจมตีวิมมี่ น่าจะใหญ่กว่าเหยื่อราว 1-2 ฟุต ซึ่งอาจเป็นฉลามเพศผู้อีกตัวหนึ่ง หรือเป็นฉลามเพศเมียที่ใหญ่กว่าแต่ไม่ต้องการผสมพันธุ์

เป็นไปได้ว่า วิมมีอาจเป็นฉลามตัวเล็กในกลุ่ม เรารู้กันดีว่าการผสมพันธุ์ของฉลาม รุนแรงมาก ฉลามกัดกันที่หัวไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตปกติ

ฟิสเชอร์ กล่าวต่อมาว่า รอยกัดอาจช่วยนำพานักวิจัยไปยังจุดที่ฉลามผสมพันธุ์ในแอตแลนติกเหนือได้ ที่ผ่านมา พบฉลามเพศผู้ 3 ตัวแล้วในน่านน้ำเดียวกัน

ในการสำรวจก่อนหน้า ทีมวิจัยเคยพบ และติดชิปฉลามเพศเมีย ความยาว 4.7 เมตร ตั้งชื่อว่า Unama'ki เป็นฉลามใหญ่อันดับสองเท่าที่เคยจับได้ เป็นรอง แมรี ลี ฉลาม 4.87 เมตรที่จับในเคป ค็อด แต่ตัวใหญ่สุดที่นักวิจัยเคยเห็น มีขนาดใหญ่ถึง 5.18 เมตร แต่มันหลบหนีไปได้ก่อนถูกจับมาติดชิปติดตามตัว


https://www.nationtv.tv/main/content/378747453/

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


พืชสัตว์ทั่วโลกกำลังสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ IUCN เรียกร้องชาวโลกเร่งอนุรักษ์ก่อนสาย

สหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) เรียกร้องประชาคมในเวทีประชุม IUCN Species Survival Commission (SSC) ที่กรุงอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ให้เร่งอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและเร่งฟื้นฟูประชากรสายพันธุ์ที่ถูกคุกคามโดยด่วน หลังเปิดเผยว่าโลกกำลังเผชิญกับการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ เนื่องมาจากการกระทำของมนุษย์

ข้อเรียกร้องจากเวทีประชุม IUCN SSC ได้เสนอให้ประชาคมโลกร่วมมือกันในทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและการสูญพันธุ์โดยน้ำมือมนุษย์อย่างเร่งด่วนภายในปีพ.ศ. 2573 รวมถึงปรับปรุงแนวทางการอนุรักษ์เพื่อฟื้นฟูชนิดสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ให้มีประชากรมากขึ้นภายในปีพ.ศ. 2593


กระโหลกควายป่า ที่ประเทศแทนซาเนีย / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว IUCN ย้ำว่ารัฐบาลของประเทศต่างๆทั่วโลกจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันจัดการกับสาเหตุหลักของการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพเช่น การทำเกษตรและประมงแบบทำลายล้าง การลักลอบล่าค้าสัตว์ป่า โรคระบาด การก่อสร้างกีดขวางลำน้ำ การจัดการขยะอย่างไม่เหมาะสม การแพร่พันธุ์ของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ต่างถิ่นคุกคาม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) รวมไปถึงสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจและสังคมมีความตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพและรักษาให้สายพันธุ์พืชและสัตว์ยังคงอยู่กับโลกต่อไป

ข้อเรียกร้องดังกล่าวนี้จะมีการประกาศย้ำอีกครั้งในเวที IUCN World Conservation Congress ระหว่างวันที่ 11 ? 19 มิถุนายน พ.ศ. 2563 นี้ ที่นครมาร์แซย์ ประเทศฝรั่งเศส

"IUCN พร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเยาวชนทั่วโลก ในการร่วมกันผลักดันให้เกิดการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างกว้างขวาง เพื่อรับมือกับวิกฤตการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้น" รักษาการแทนผู้อำนวยการ IUCN ดร. Grethel Aguilar กล่าว

IUCN ระบุว่า ขณะนี้มีชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ที่ถูกจัดว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อยู่ถึงราว 28,000 ชนิดจากกชนิดพันธุ์พืชและสัตว์ที่ได้รับการประเมินแล้วประมาณ 406,000 ชนิด โดยยังมีสิ่งมีชีวิตอีกกว่า 1.5 ล้านสายพันธุ์ ที่ยังไม่ได้รับการประเมิน และคาดว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการศึกษาตกอยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์เช่นกัน

ข้อมูลดังกล่าวสอดรับกับรายงานของ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) เมื่อปีพ.ศ. 2561 ที่ระบุว่าประชากรของสายพันธุ์สัตว์ทั่วโลกได้ลดลงกว่า 60% ภายในช่วงระยะเวลาเพียงราว 40 ปี ระหว่างพ.ศ. 2513 ถึง พ.ศ.2557


ยีราฟมาไซ ในประเทศแทนซาเนีย จากข้อมูลของ IUCN ยีราฟสายพันธุ์นี้มีสถานะใกล้สูญพันธุ์ และมีประชากรอยู่เพียงราว 35,000 ตัวเท่านั้น / สำนักข่าวสิ่งแวดล้อม / ปรัชญ์ รุจิวนารมย์

ดร. Jane Smart ผู้อำนวยการ IUCN?s Biodiversity Conservation Group กล่าวย้ำว่า การตัดสินใจที่เฉียบขาดเพื่อเร่งรักษาความหลากหลายทางชีวภาพภายในปีพ.ศ.2563 เป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก เพราะสถานการณ์วิกฤตความหลากหลายทางชีวภาพในขณะนี้ถือว่าน่าวิตกอย่างยิ่ง เนื่องจากพืชและสัตว์หลายสายพันธุ์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ และเป็นแหล่งที่มาของรายได้และทรัพยากรที่จุนเจือวิถีชีวิตของผู้คนจำนวนมากกำลังสูญพันธุ์ไปอย่างรวดเร็ว

"ดังนั้นจึงเป็นเรื่องจำเป็นยิ่งที่ประชาคมโลกจะต้องร่วมมือกันฝ่าฟันวิกฤตการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่นี้ เพื่อเป็นหลักประกันว่ารุ่นลูกรุ่นหลานของเราในอนาคตจะยังคงสามารถพึ่งพิงแหล่งทรัพยากรที่สำคัญจากความหลากหลายทางชีวภาพได้" ดร. Smart กล่าว

รายงานของ WWF ระบุตรงกันถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตมนุษย์ว่า ระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ของโลกได้ให้บริการของระบบนิเวศ (ecosystem service) ในรูปแบบของ แหล่งอาหาร ยา และทรัพยากรที่สำคัญต่อมนุษย์เป็นมูลค่ามากกว่า 125 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐต่อปี

IUCN เน้นย้ำว่าประชาคมโลกจำเป็นที่จะต้องตั้งเป้าหมายให้สูงและชัดเจน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ หลังจากได้รับบทเรียนสำคัญจากการพลาดเป้าการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพที่ประชาคมโลกได้ให้คำมั่นไว้ในการประชุมที่เมืองนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปีพ.ศ. 2553


ซากเต่าทะเลที่พบลอยเกยตื้นในจ.ชลบุรี //ขอบคุณภาพจาก: ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ

อนึ่ง ข้อมูล Fact Sheet ของ Earth Day Network ระบุว่าโลกกำลังเผชิญกับอัตราการสูญพันธุ์สูงที่สุดนับตั้งแต่การสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์เมื่อ 65 ล้านปีก่อน โดยอัตราการสูญพันธุ์ในปัจจุบันสูงกว่าอัตราปกติราว 1,000 ถึง 10,000 เท่า ด้วยอัตราการสูญพันธุ์ที่รวดเร็วเช่นนี้ ประมาณการว่าในแต่ละวันจะมีสายพันธุ์สิ่งมีชีวิตอย่างน้อยหนึ่งสายพันธุ์สูญพันธุ์ไปตลอดกาล โดยสาเหตุหลักของการสูญพันธุ์ได้แก่ การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัย การตักตวงทรัพยากรเกินพอดีของมนุษย์ และสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สำหรับในประเทศไทย มูลนิธิสืบนาคะเสถียรให้ข้อมูลว่ามีสัตว์อย่างน้อย 6 ชนิดกำลังตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างยิ่ง ได้แก่ ตัวลิ่น เต่ามะเฟือง นกแต้วแล้วท้องดำ พะยูน นกชนหิน และควายป่า จากสาเหตุใหญ่ๆได้แก่ การสูญเสียแหล่งที่อยู่ตามธรรมชาติ การลักลอบล่าค้าสัตว์ป่า ผลกระทบจากการประมง การท่องเที่ยว และมลพิษขยะในทะเล


https://greennews.agency/?p=19677

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #9  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


นักวิชาการ แนะ วิธีช่วยฉลามวาฬ เวลาเชือกพันหาง

จากคลิปภาพเหตุการณ์พนักงานแท่นเอราวัณฯ ช่วยเหลือฉลามวาฬที่มีเชือกผูกติดอยู่ที่โคนหางเอาไว้ได้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทางทะเลเสนอให้มีการคิดค้น "ห่วงช่วยชีวิตฉลามวาฬ" เพื่อช่วยชีวิตพวกมัน



ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เสนอไอเดียคิดค้นวิธีการช่วยเหลือฉลามวาฬเวลามีเชือกติดตามอวัยวะต่าง ๆ ของมัน โดยเฉพาะที่หาง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ธรณ์ บอกว่า อยากให้มีการศึกษาหาวิธีการช่วยฉลามวาฬเวลาเชือกพันหางอย่างจริงจังเพราะยังไม่เห็นความเป็นไปได้ในวิธีการอื่น เช่น การควบคุมพื้นที่ทำประมงคงเป็นไปไม่ได้เพราะฉลามวาฬว่ายน้ำหากินแพลงก์ตอนไปทั่ว ไม่มีหลักแหล่ง

หรือเวลาที่เชือกพันหางฉลามวาฬ บางตัวมีขนาดใหญ่ยาว 8-9 เมตร น้ำหนักเกือบสิบตัน เวลาตกใจจะมีแรงมหาศาล แล้วเชือกพวกนี้บางทีก็เกิดปัญหาเป็นแผลบาดลึกทำให้พวกมันบาดเจ็บเพราะเชือกมีขนาดใหญ่และกว่าจะเปื่อยจนหลุดออกไปต้องใช้เวลานานหลายปี

นอกจากนี้เชือกยังรบกวนพฤติกรรมหากินของพวกมันและอาจทำให้เกิดอันตรายหากเชือกเข้าไปพันใบพัดเรือปัญหาจึงอยู่ที่วิธีช่วย เราอาจต้องหาทางศึกษาจริงจังว่าจะช่วยอย่างไรให้เชือกไม่พันหาง

ผมคิดว่า หากมีใครคิดนวัตกรรมทำเป็นห่วง ใช้ลอคหางฉลามวาฬแล้วดึงออกจากอวนได้ หรือหากไม่หลุด ก็สามารถว่ายตามไปดึงเชือกได้ง่ายหน่อย

ห่วงช่วยชีวิตฉลามวาฬ ฟังดูแล้วอาจเป็นไปได้ยาก แต่ผมเชื่อว่าในยุคที่คนรักทะเลมากมายขนาดนี้ เป็นไปได้แน่ครับ หากคิดค้นขึ้นได้รับประกันเป็นที่แรกของโลก ดังกระหึ่มแน่นอน เป็น CSR แบบแหกทุกกรอบขยี้ทุกกฎเกณฑ์ ใครสนใจเชิญเลยนะครับ ลองคุยกับคณะประมงหรือกรมประมงก็น่าจะร่วมมือกันได้ครับ


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/112583

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 05:20


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger