เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 25 ? 26 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนอง กับมีลมกระโชกแรงในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ส่วนในช่วงวันที่ 27 - 28 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้า

ส่วนในช่วงวันที่ 29 ? 31 ต.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อากาศเย็นในตอนเช้า

สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 26-28 ต.ค. 62 ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนที่ตกสะสมและฝนที่ตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ ไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (103.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (98.1 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


แฉบริษัทยักษ์ก่อขยะพลาสติกสูงสุด



เมื่อ 23 ต.ค.62 กลุ่มเบรก ฟรี ฟรอม พลาสติกส์ องค์กรที่ร่วมมือกันทั่วโลกทั้งภาคเอกชนและกลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมทั้งกลุ่มกรีน พีซ เผยรายงานแจ้งเตือนไปยังธุรกิจยักษ์ใหญ่ของโลกที่เลี่ยงความรับผิดชอบในการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม หลังร่วมกันจัดงาน วันทำความสะอาดโลก ใน 51 ประเทศ เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเก็บขยะพลาสติกได้เกือบ 5 แสนชิ้น ซึ่ง 43% มาจากแบรนด์สินค้าชื่อดัง โดยบริษัทโคคา-โคลา ครองอันดับ 1 ของการก่อมลภาวะโลกเป็นปีที่ 2 เพราะพบพลาสติก 11,732 ชิ้นใน 37 ประเทศในทั้ง 4 ทวีป มากกว่าบริษัทเป๊ปซี่โค บริษัทเนสท์เล่ และมอนเดลีซ อินเตอร์เนชั่นแนล อันดับรองลงมารวมกัน และยังตามด้วยบริษัทยูนิลีเวอร์ มาร์ส พีแอนด์จี คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ ฟิลิป มอร์ริส และเพอร์เฟตติ วาน มิลล์

ด้านโฆษกของเนสท์เล่เผยว่า ในฐานะบริษัทเครื่องดื่มและอาหารรายใหญ่ที่สุดในโลก รับรู้ถึงบทบาทสำคัญในการปรับวิธีแก้ปัญหาขยะพลาสติกที่ยั่งยืน ซึ่งบริษัททำงานอย่างหนักด้านหีบห่อสินค้าให้เป็นแบบรีไซเคิลหรือนำกลับมาใช้ใหม่ให้ได้ภายในปี 2568 เช่นเดียวกับโคคา-โคลา และเป๊ปซี่โค ที่ประกาศผลิตพลาสติกรีไซเคิลและย่อยสลายได้ภายในปีเดียวกัน รวมถึงทุกบริษัท ที่ถูกกล่าวถึงที่จะช่วยกันลดขยะพลาสติกและเพิ่มการรีไซเคิลพลาสติก.


https://www.thairath.co.th/news/foreign/1690098

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เผยสมาชิกวาฬบรูด้าในอ่าวไทย ล่าสุดพบ "วันดี" วาฬบรูด้าคู่แม่ลูกหากินชายฝั่งทะเล จ.สมุทรสงคราม

เพจ "ReReef" เผยสมาชิกวาฬบรูด้าในทะเลอ่าวไทย โดยนักวิจัยของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อาศัยอัตลักษณ์ต่างๆ จากภาพถ่ายของวาฬ (Photo ID) ล่าสุดพบ แม่วันดี วาฬบรูด้าคู่แม่ลูก เข้ามาอาศัย หากิน บริเวณชายฝั่งทะเล จ.สมุทรสงคราม



วันนี้ (25 ต.ค.) เพจ "ReReef" โพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพของสมาชิกวาฬบรูด้าในทะเลอ่าวไทย โดยนักวิจัยของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อาศัยอัตลักษณ์ต่างๆ จากภาพถ่ายของวาฬ (Photo ID) เช่นครีบหลัง ส่วนหัว ส่วนปาก ส่วนหาง ซึ่งวาฬแต่ละตัวจะมีแผลเป็นและตำหนิต่างๆ เป็นลักษณะเฉพาะ ทำให้สามารถแยกวาฬแต่ละตัวออกจากกันได้ แล้วจึงตั้งชื่อเพื่อติดตามพฤติกรรมและทำทะเบียนเครือญาติ (family tree) ใครเป็นลูกใคร และใครเป็นญาติกับใคร จนกว่าจะได้ข้อมูลละเอียดขนาดนี้นักวิชาการและอาสาสมัครต้องทุ่มเทเก็บข้อมูลอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานับสิบปี นับได้ว่าเป็นฐานข้อมูลที่ค่อนข้างสมบูรณ์มากๆ เมื่อเทียบกับการศึกษาประชากรวาฬระยะยาวในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ที่ผ่านมา ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบวาฬบรูด้าคู่แม่ลูก เข้ามาอาศัย หากิน และเลี้ยงลูก จากการตรวจสอบอัตลักษณ์จากภาพถ่าย (Photo ID) คือ แม่วันดี และลูกน้อยตัวใหม่ โดยลูกตัวนี้เป็นลูกตัวที่ 3 ของแม่วันดี ซึ่งตัวลูกมีเหาฉลาม (Remora sp.) เกาะอยู่บริเวณผิวหนัง ทำให้พบพฤติกรรมกระโดดอยู่บ่อยครั้ง และครีบหลังของแม่วันดีมีรอยเว้ามากขึ้น จุดที่พบเเม่วันดีเเละลูกบริเวณชายฝั่งทะเล ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ห่างจากชายฝั่งประมาณ 10 กม.

นอกจากนี้ วาฬบรูด้าบางตัวมีการเคลื่อนย้ายตามอาหารไปทางด้านล่างของอ่าวไทย เช่นที่เคยพบบริเวณบ้านบ่อนอก จ.ประจวบคิรีขันธ์ บริเวณที่พบปลาวาฬบรูด้านั้นอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลตั้งแต่ 4-30 กิโลเมตร สามารถพบปลาวาฬบรูด้าได้ตลอดทั้งปี ในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน ช่วงเวลาที่พบบ่อยอยู่ระหว่างเดือนเม.ย. ถึง ต.ค.ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีปลากะตักและกุ้งเคยอุดมสมบูรณ์




https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000102530


*********************************************************************************************************************************************************


เขมรปลื้มฉลองความสำเร็จอนุรักษ์โลมาอิรวดีในน้ำโขงจนจำนวนเพิ่มขึ้น



ซินหวา - องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลก (WWF) ระบุว่า กัมพูชาประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์โลมาอิรวดีที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในแม่น้ำโขง ตามคำแถลงของทางการกัมพูชา

การสำรวจเมื่อปีก่อนที่ดำเนินการร่วมกันระหว่างกรมประมงของกัมพูชา และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสำนักงานกัมพูชา พบว่า จำนวนโลมาอิรวดีในแม่น้ำโขงในกัมพูชาเพิ่มขึ้นจาก 80 ตัว ในปี 2558 เป็น 92 ตัว ในปี 2560 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ คำแถลงระบุ

"การสำรวจประชากรในปัจจุบันนั้นกำลังดำเนินการอยู่ แต่นักอนุรักษ์มีความหวังที่จะเห็นตัวเลขเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งการมองโลกในแง่ดีนี้สืบเนื่องมาจากข่าวนับตั้งแต่การสำรวจครั้งล่าสุด โดยเราสามารถบันทึกได้ว่ามีลูกโลมาเกิดใหม่ 20 ตัว ในขณะที่โลมาตายเพียงแค่ 9 ตัว" คำแถลง ระบุ

ผู้อำนวยการองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกประจำกัมพูชา กล่าวว่า ผลการสำรวจโลมาในปีก่อนได้ชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นครั้งแรกของโลมาแม่น้ำโขงหลังลดลงมาโดยตลอด



รายงานระบุว่า ภัยคุกคามต่อโลมาแม่น้ำโขงคือ การจับปลาด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้อวนติดตาในพื้นที่อนุรักษ์โลมา นอกจากนั้นโครงการเขื่อนไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างและที่เสนอสร้างใหม่บนแม่น้ำโขงสายหลัก ยังเป็นเรื่องน่าวิตกต่อความอยู่รอดของสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์นี้ในอนาคต

"เราได้เห็นผลลัพธ์ทางประวัติศาสตร์ในการอนุรักษ์โลมาลุ่มน้ำโขงในกัมพูชา จากความพยายามและความมุ่งมั่นร่วมกัน เราจะยังทำงานอย่างหนักต่อไปเพื่อจัดการกับความท้าทายต่างๆ และหวังที่จะได้ฉลองความสำเร็จในเหตุการณ์สำคัญอีก" ผู้อำนวยการกรมประมงกัมพูชา กล่าว

ในแม่น้ำโขงมีโลมาอิรวดีเพียง 92 ตัว นับเป็นตัวเลขที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับศตวรรษก่อน ที่ประเมินว่ามีประชากรโลมาราว 3,000 ตัว อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงและแม่น้ำตนเลสาปในกัมพูชา คำแถลงระบุ

เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จ กรมประมง หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของ จ.กระแจะ และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกกัมพูชา ได้จัดงานระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค. ใน จ.กระแจะ เพื่อส่งเสริมการเฝ้าระวังภัยคุกคามต่อโลมาลุ่มน้ำโขงเหล่านี้.


https://mgronline.com/indochina/detail/9620000102675

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


ธรรมชาติ?สมบูรณ์!? พบฝูง 'โลมาปากขวด' กว่า 20 ตัว ที่หมู่เกาะสิมิลัน?



25 ตุลาคม 2562? นายรวมสิน? มานะจงประเสริฐ? หัวหน้า?อุทยานแห่งชาติ?หมู่เกาะ?สิมิลัน? จ.พังงา? เปิดเผย?ว่า? เมื่อช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาตืหมู่เกาะสิมิลันประจำหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ สล.1 (เกาะเมียง) ออกเดินทางไปปฏิบัติงานลาดตระเวน และสำรวจฐานทุ่นผูกเรือบริเวณเกาะบอน ระหว่างทาง(ก่อนถึงเกาะบอนประมาณ 5 ไมล์ทะเล) พบฝูงโลมาปากขวดประมาณ 20 ตัว เข้ามาว่ายวนเวียนรอบๆ เรือตรวจการณ์ของอุทยานแห่งชาติ พบฝูงโลมาในเวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ฯ จึงลดความเร็วเรือพร้อมบันทึกภาพ??


https://www.naewna.com/likesara/449682


*********************************************************************************************************************************************************


ล่องเรือวางอวนปูม้า สัตว์เศรษฐกิจชุมชนบากันใหญ่ ตัวชี้วัดความสมบูรณ์ภายใต้จิตสำนึกร่วมอนุรักษ์



"การวางอวนปู" เป็นหนึ่งวิธีการหาปูม้าของชาวบ้านบากันใหญ่ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล เป็นอาชีพที่ส่งต่อกันมารุ่นสู่รุ่น เช้าตรู่ของทุกวัน บังอาด (นายอาด ยะระ อายุ 38 ปี) รวมถึงชาวประมงในพื้นที่ชายฝั่ง นั่งเรือออกไปเก็บอวนปูซึ่งวางดักปูทิ้งไว้ในท้องทะเลก่อนหน้านี้ 1-2 วัน ในท้องทะเลจึงแลเห็นเรือลำน้อยลอยลำเก็บอวนปูกลางทะเลกว้าง

เป้าหมายคือทุ่นลอยเป็นสัญลักษณ์ซึ่งถูกทำขึ้นเป็นพิกัดของอวนปู เมื่อถึงจุดหมาย บังอาด เร่งสาวอวน(ดึงอวน)จากน้ำ บังอาด บอกว่าลุ้นทุกครั้งที่สาวอวนขึ้นมา หวังว่าจะได้ปูม้าตัวใหญ่ๆ ซึ่งการสาวอวนขึ้นมาในแต่ละครั้งไม่ได้มีเฉพาะปูม้าเท่านั้น แต่มีสัตว์หลายชนิดติดมากับอวนด้วย อย่าง ปลาดาว หอย หอยเม่น ปลิงทะเล ปลา ปลาหมึก ส่วนปูนั้นมีหลายชนิดติดมาด้วย เช่น ปูเหล็กไฟ ปูใบ้หรือปูโบ้ นับเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของทรัพยากรใต้ท้องทะเล

ปูม้าที่ติดอวนมาจะมีหลายขนาด ขนาดใหญ่จะได้ราคาดีหน่อย ส่วนตัวเล็กหากสภาพยังสมบูรณ์ก็จะถูกปล่อยลงทะเล ปูม้าไข่นอกก็จะนำไปมอบให้ยังธนาคารปูของหมู่บ้าน ส่วนปลาดาว ปลิงทะเล หอยเม่นก็จะถูกปล่อยคืนสู่ทะเล

นอกจากปูม้าแล้ว ยังมีปูโบ้หรือปูใบ้ โดยการหาปูใบ้นี้มีสองวิธี วิธีหนึ่งคือการนำอวนเก่าๆมาวางไว้ใกล้เกาะที่มีหินน้อยใหญ่ เพราะปูชนิดนี้จะอาศัยบริเวณโขดหิน เมื่อปูใบ้ติดอวนขึ้นมา บังอาดก็จะหักเอาเฉพาะก้ามมากิน ส่วนตัวปูก็จะปล่อยทิ้งสู่ท้องทะเล ปูใบ้ก็จะสร้างก้ามปูขึ้นมาใหม่เป็นวัฏจักรวนเวียนไป ส่วนตัวเมียนั้นก็สามารถรับประทานได้เพราะพอจะมีเนื้อและไข่ปูอยู่บ้าง

ในแต่ละรอบของการออกไปหาปูนั้น บังอาด บอกว่า ได้วันละประมาณ 500 บาทขึ้นไปถือว่าเยอะ วันนี้ได้มา 1,000 กว่าบาทก็ถือว่าน่าพอใจมาก เพราะปูจะมีเยอะในช่วงมรสุมส่วนราคาก็มีตามขนาดตั้งแต่ 180 -300 บาท หาปูได้ทุกวันไม่เคยขาดพันธุ์



นายอาด ยะระ อายุ 38 ปี ม.6 ต.เกาะสาหร่าย บอกว่า ช่วงนี้มันจะไม่ค่อยเท่าไหร่ จะมีเยอะในช่วงมรสุม ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ? กันยายนช่วงนั้น จะมีเยอะ แต่ช่วงนี้ก็มีจะได้ประมาณ 4-5 ร้อยบาท เพราะที่นี่ปูจะไม่ขาดพันธุ์ เพราะเราทำการอนุรักษ์จะปล่อยปูม้าไข่นอกกระดอง ซึ่งจะมีปูไปเรื่อยๆจะไม่มีขาด บางทีชาวบ้านได้ไปก็ไปให้ที่ธนาคารปูเพื่อการอนุรักษ์ หมู่บ้านไหนที่ทำแบบนี้จะมีความยั่งยืน

ส่วนการหาปูม้า จะหาโดยการวางอวน ตัวเล็กเกินไปก็จะไม่เอาจะปล่อยลงสู่ทะเล การทำแบบนี้การทำแบบนี้จะยั่งยืนไม่เหมือนกับไซปูเพราะไซปูนี้เป็นเครื่องมือทำลายล้าง เพราะปูเล็กๆก็จะเอาหมดนำไปแกะเอาเนื้อ ส่วนการหาโดยการวางอวนจะใช้อวนตา 4 นิ้ว(ขนาด) มันจะกรองเอาแค่ปูตัวใหญ่ๆ

ส่วนปูใบ้หรือปูโบ้ราคากิโลกรัมละ 60 บาท จะกินเฉพาะส่วนของก้ามปู รสชาติก็แตกต่างจากปูม้า วิธีการหาปูใบ้ บังอาด บอกว่าจะเอาอวนที่เก่า คิดว่าจะตัดทิ้งแล้ว นำมาวางเพราะปูใบ้จะกัดอวนเก่งกัดขาดหมดเลย วิธีการหาปูใบ้มี 2 แบบ แบบวางอวนและแบบใช้ไม้ตะขอเกี่ยวปูจากรูหินส่วนตัวของมันก็ทิ้งบางครั้งก็เอาตัวเมียเพราะมีไข่ในกระดองอยู่

นายเจ๊ะอาหลี สันโด อายุ 46 ปี ประธานบากันใหญ่โฮมสเตย์ หมู่ที่2 บ้านบากันใหญ่ กล่าวว่า ผลดีของการอนุรักษ์ก็คือเห็นผลโดยชัดเจนเลยว่าการอนุรักษ์เป็นสิ่งที่ดี จะเพิ่มพูนในเรื่องของปูม้า หอย หรือสัตว์น้ำชนิดต่างๆ การจับปูเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน

จากพื้นที่ตรงนี้รายได้ส่วนใหญ่มาจากการประมงการหาปู การหาปูเป็นอาชีพหลัก จึงมีการอนุรักษ์ก็คือเป็นการอนุรักษ์อาชีพหลักของชุมชนบากันใหญ่ รายได้เสริมก็เกิดจากการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ซึ่งทำตรงนี้มานาน 10 ปีพื้นที่ต่างๆก็อุดมสมบูรณ์เหมือนเดิม

ที่เกาะบากันใหญ่ ต.เกาะสาหร่าย มีบริการห้องพักมีเรือรับส่งมีอาหารพิเศษคืออาหารที่จัดสดตามฤดูกาล หากนักเที่ยวต้องการเดินทางมาจะได้สัมผัสกับสันหลังมังกรแดง ปะการังน้ำตื้น สามารถเดินดูได้ ไปชมเกาะหินดำเกาะหินแดง โอกาสนี้ก็เชิญชวน การท่องเที่ยวชุมชนก็เป็นสิ่งที่ได้รับผลประโยชน์ให้กับชุมชนโดยรวมสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติของเรา ก็เป็นสิ่งที่อยากเชิญชวนให้มาสัมผัสกัน โดยการติดต่อที่เบอร์โทรศัพท์ 089 659 7194



สำหรับชุมชนบากันใหญ่ นับเป็นชุมชนเข้มแข็ง ชาวบ้านถูกปลูกฝังให้ร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรที่มีอยู่ ให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ที่นี่มีธนาคารปู ชาวบ้านจะนำปูที่มีไข่นอกกระดองมาอนุบาลไว้ก่อนปล่อยลงสู่ธนาคาร เพื่อเพิ่มปริมาณปู ซึ่งปูหนึ่งตัวมีไข่มากกว่า 7 แสนฟอง

ส่วนปูที่หามาได้ ก็จะนำมาขายที่ธนาคารปู โดยมีชาวบ้านมาช่วยกับรับซื้อ สังเกตได้ว่า คนซื้อจะไม่ซ้ำหน้ากันเลย เป็นอีกวิธีหนึ่งในการสร้างการมีส่วนร่วม สร้างสำนึกการเป็นเจ้าของ ความสามัคคีก็จะเกิดมาเอง นอกจากนี้ยังมีแหล่งอนุบาลปูดำให้นักท่องเที่ยวได้มาศึกษาเรียนรู้อีกด้วย

ความสมบูรณ์ของทรัพยากรที่นี่ ทางชุมชนจึงจัดเทศกาลกินปูขึ้นเป็นครั้งที่ 2 ในชื่อ งานเปิดม่านบากันใหญ่ สตูล เทศกาลกินปูและอาหารทะเล กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 พ.ย.2562 ณ ชุมชนบ้านบากันใหญ่ ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล


https://www.naewna.com/likesara/449592

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


พลบค่ำย่ำทะเลบากันใหญ่หา 'หอยลิ่น' หอยหน้าตาประหลาดแต่รสชาตินุ่มหนึบ อร่อยเวอร์!



ที่บ้านบากันใหญ่ หมู่ที่ 2 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล ทันทีที่พระอาทิตย์ตกดินจนท้องฟ้ามืด ถือเป็นเวลาดีที่เหมาะกับการหาหอยลิ่น หรือ หอยลิ้น ที่ชาวบ้านเรียก โดยเจ้าหอยลิ่นนี้จะอาศัยอยู่ตามโขดหินในทะเลที่มีน้ำขึ้นและน้ำลง ทันทีน้ำลดท้องฟ้ามืดหอยลิ่นจะออกมาจากซอกหินขึ้นมาหากินทำให้ง่ายในการหอยครั้งนี้

หน้าตาหอยลิ่นจะดูแปลกประหลาด เนื่องจากลำตัวด้านหลังจะมีเกร็ดเรียงเป็นแถว 8 ชิ้น มีขนเล็กๆ รอบตัวสีจะกลมกลืนกับโขดหิน เกาะติดหนึบไม่สามารถใช้มือแกะออกได้ ต้องใช้เหล็กแหลมที่เป็นตะขอ หรือมีดแซะออกมา

นายอาด ยะระ อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นไกด์ท้องถิ่นของหมู่บ้านบากันใหญ่ บอกว่า การหาหอยลิ่นที่นี่เดินมาไม่ไกลจากหมู่บ้านนักก็จะพบแหล่งหอยลิ่น และหอยหลากชนิด เนื่องจากหมู่บ้านแห่งนี้เป็นแหล่งอนุรักษ์ทรัพยากรท้องทะเล ทำให้สัตว์น้อยใหญ่ ปู ปลา รวมทั้งหอยหลากหลายชนิด อย่างหอยแครงลิง หอยเข็ม จะมีเยอะที่บ้านบากันใหญ่ ต.เกาะสาหร่าย

โดยหอยลิ่นจะเกาะติดหนึบกับโขดหิน ทันทีที่ไกด์อาด ใช้เหล็กปลายแหลมแซะออกมาหอยลิ่นจะม้วนติดนิดหนึ่งแต่ไม่เป็นอันตรายอะไรกับคน เพียงแค่หน้าตาแปลกประหลาด โดยบางคนเรียกหอยเอเลี่ยน สร้างความตื่นเต้นให้นักท่องเที่ยวที่สนใจหาหอยลิ่น โดยใช้เวลาไม่นานบังอาดและกลุ่มนักท่องเที่ยวก็ได้หอยพอประมาณในการไปปรุงเป็นมื้ออาหารเช้า



นางวรรณา เบ็นหมัด (จ๊ะเลาะ) อายุ 56 ปี เชฟมือหนึ่งของชุมชนบารากันใหญ่ บอกว่า หอยลิ่นสามารถปรุงได้หลากหลายเมนู อาทิ ผัดเผ็ดหอยใส่ใบชะพู ยำหอยลิ่น แกงพะแนงหอยลิ่น หรือแกงเนื้อหอยลิ่น โดยเนื้อของหอยจะกินคล้ายๆ กับพุงวัว แต่สำหรับวันนี้ จ๊ะเลาะ เซฟของบากันใหญ่โฮมสเตย์ จะทำเมนูผัดเผ็ดหอยลิ่นใส่ใบชะพลู กับยำหอยลิ่น ว่าแล้วก็เตรียมเครื่องปรุงกันเลย

โดยเมนูผัดเผ็ดหอยใบชะพลู....ใช้น้ำมันมะพร้าวซึ่งมีในหมู่บ้านตั้งไฟจนร้อนจากนั้นใส่กระเทียมและหัวหอมเจียวจนหอมเหลือง และใส่เครื่องแกงทั่วไปผัดจนหอยก่อนเติมกะทิและใส่หอยลิ่นที่ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วลงไป จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ตามใจชอบแล้วใส่ใบชะพลูปิดท้ายรายการเป็นอันสำเร็จ

ส่วนเมนู ยำหอยลิ่น. ..มีเครื่องปรุงคือ มะพร้าวคั่วแล้ว ถั่วฟักยาว-ตะไคร้- ข่า-นำมาซอย พริกไทยดำ กะปิตำคลุกเคล้ากัน หอยที่ผ่านการต้มสุกหั่นเป็นชิ้นพอคำใส่ลงไป พร้อมหัวหอมซอย มะม่วงซอย พริกป่น ผสมน้ำตาล เกลือปรุงตามใจชอบ จากนั้นก็คลุกเคล้าทั้งหมดเข้าด้วยกัน ความหอมของมะพร้าวคั่วชวนน้ำลายไหล จากนั้นใส่กะทินิดนึ่ง พร้อมเสิร์ฟสำหรับ 2 เมนูออเดิฟวันนี้ และจะไม่พลาดกับปูสด ๆ ที่เป็นอาหารพิเศษที่ใครมาโฮมสเตย์บากันใหญ่ ซึ่งเป็นของชุมชน ก็จะได้ทานอาหารทะเลสดๆ จากหมู่บ้านท่องเที่ยวทางทะเลแห่งนี้ ที่หมุนเวียนไปตามฤดูกาล



ขณะที่เคล็ดไม่ลับของการทำหอยลิ่นของหมู่บ้านบากันใหญ่แห่งนี้ บอกว่า การทำหอยลิ่นต้องนำไปต้มก่อนจนเนื้อของหอยเปลี่ยนสี จากนั้นนำหอยมาใส่ถุงอวนที่ทำขึ้นเอง ก่อนนำไปฟัดกับต้นไม้ใหญ่เพื่อให้เปลือกหอยที่แข็งและหนาหลุดออกเหลือแต่เนื้อ จากน้ำไปล้างแล้วนำมาต้มอีกครั้งให้เนื้อนิ่ม (ปกติเนื้อหอยลิ่นจะเหนียว) และนำมาปรุงอาหารได้เลย งานนี้ไกด์อาด บอกว่าเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันแต่เป็นวิธีพื้นถิ่น

นางจาริยา สันโด (จ๊ะนะ) อายุ 45 ปี สมาชิกบากันใหญ่โฮมสเตย์ บอกว่า เมนูหลายชนิดมีอาหารทะเลสด ๆ โดยเมนูชูโรงของที่นี่คือ หอยลิ่นผัดเผ็ดใบชะพลู สามารถมาหาทานกันได้นอกจากนี้ยังมีปูม้า ปลาทะเลสด หากนักท่องเที่ยวหรือท่านใดที่สนใจศึกษาดูงาน ชุมชนท่องเที่ยวหรือศึกษาแหล่งเรียนรู้ เชิญได้ที่บากันใหญ่โฮมสเตย์ หมู่ที่ 2 ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล ที่นี่มีอาหารทะเลสด ๆ ทุกวันหมุนเวียนให้ชิม และ ช๊อปสินค้าพื้นเมือง อาทิ น้ำมันกาหมาด (น้ำมันปลิงทะเล) กะปิ ผลิตภัณฑ์จากชุมชนในหมู่บ้านมากมาย


https://www.naewna.com/likesara/449590

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก อสมท.


ทช. รณรงค์หยุดการใช้ "ไอ้โง่" ทำลายระบบนิเวศทะเล



วันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยสำนักงาน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่๕ (สงขลา) นำเรือ ทช.๒๑๖ ตรวจตราในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา ได้ตรวจยึดเครื่องมือประมงชนิดลอบพับได้ หรือไอ้โง่ ๖๕ ปาก โดยไม่พบว่ามีเรือหรือบุคคลใดแสดงตนเป็นเจ้าของ ในทะเลสาบสงขลา พื้นที่ ต.คูเต่า อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จึงนำของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูเต่า จ.สงขลา เพื่อลงบันทึกประจำวันและสืบหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ไอ้โง่ หรือ ลอบพับได้ เป็นเครื่องมือจับสัตว์น้ำ เป็นเครื่องมือประมงผิดกฎหมาย ตาม พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 และ พ.ร.ก.การประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 เรื่องห้ามมิให้ผู้ใดใช้เครื่องมือลอบพับได้หรือไอ้โง่ ที่มีช่องทางเข้าของสัตว์น้ำสลับซ้ายขาวอยู่ทางด้านข้างใช้สำหรับดักสัตว์น้ำ มีความผิดตามมาตรา 67 มีโทษตามมาตรา 147 ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท หรือปรับจำนวนห้าเท่าของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำการประมง แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า


https://www.mcot.net/view/5db18337e3f8e40b2f3a738a

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:13


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger