เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและมีฝนไว้ด้วย

สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลางมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุดีเปรสชัน คาดว่าจะเคลื่อนเข้าใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามในระยะต่อไป โดยไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 3 - 4 พ.ย. 62 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก มีฝนเกิดขึ้นในระยะนี้กับมีอากาศหนาวเย็นในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

ส่วนในช่วงวันที่ 5 - 9 พ.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยมีฝนบางแห่งในบริเวณภาคเหนือ สำหรับภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่งตลอดช่วง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และกลาง ควรดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่แปรปรวน ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sat1.jpg (97.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Bangkok Rain.jpg (243.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (97.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Warning.jpg (77.5 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


ประมงพื้นบ้าน "อ่าวอุดม" วอนงดจับแม่ปู-ลูกปูลอยผิวน้ำ

กลุ่มประมงพื้นบ้านอ่าวอุดม-แหลมฉบัง จ.ชลบุรี หวั่นปูม้าไม่เหลือ เหตุประชาชนแห่ไปตักปูล้นหลามช่วงวันอากาศหนาว วอนงดจับแม่ปู-ลูกปูตัวเล็ก เพื่อจะได้มีปูสด ๆ ได้จับกันตลอดไป



จากกรณี มีประชาชนจำนวนมากแห่กันไปจับปูม้าที่ลอยเหนือผิวน้ำทะเล?พื้นที่ท่าเทียบเรือเกาะลอย ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพราะคิดว่าเป็นนาทีทอง ได้ปูม้าจากทะเลสด ๆ ไปหลายสิบกิโลกรัม ชนิดไม่ต้องลงเรือออกแรง ดังที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 3 พ.ย.?นายพนม วัฒนวิเชียร สมาชิกสภาเทศบาลนครแหลมฉบัง ในฐานะกลุ่มประมงพื้นบ้านอ่าวอุดม-แหลมฉบัง เปิดเผยว่า ชาวประมงในพื้นที่จะทราบกันดีว่าตั้งแต่ช่วงระหว่างเดือนตุลาคม ไปจนถึงช่วงประมาณเดือนธันวาคม โดยเฉพาะช่วงอากาศเปลี่ยนมีความหนาวเย็นมักจะมีปูม้า พากันมาลอยตัวตามชายทะเลและแหล่งน้ำใต้ท่าเทียบเรือ ซึ่งคาดว่า ปูม้าเหล่านี้ น่าจะพากันมาหลบอากาศหนาวเย็น

อย่างไรก็ตาม ชาวประมงในพื้นที่ส่วนใหญ่ทราบดีว่าปูม้าดังกล่าว เป็นลูกปูที่มีขนาดเพียง 2-3?นิ้ว ดังนั้น ตนในฐานะกลุ่มประมง อยากวอนขอให้ประชาชนพากันมาจับปูม้าช่วยเลือกจับเฉพาะปูตัวใหญ่จริง ๆ เนื่องจากพบเห็นข่าวที่ปรากฏออกไป มีการจับปูไปเป็นจำนวนมาก โดยไม่สนใจว่าบางตัวเป็นตัวเมียมีไข่หรือเป็นเพียงลูกปู ซึ่งหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ จำนวนปูก็จะลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ และปูก็จะหายากขึ้น

?"...ปูม้าปกติเป็นสัตว์ที่ชอบอาศัยอยู่หน้าดินใต้ทะเล เมื่อถูกรบกวนมันจะฝังตัวลงในพื้นทะเล แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ปูม้าทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ลอยขึ้นบนผิวน้ำในเวลากลางคืน น่าจะเป็นเพราะอากาศที่หนาวเย็น พอประชาชนเห็นข่าวอากาศเปลี่ยน ก็จะออกไปรอจับกันเป็นจำนวนมาก จึงขอฝากไปยังประชาชนที่ออกไปจับปูในช่วงดังกล่าว ว่าให้ช่วยเลือกจับปูตัวใหญ่จริง ๆ หากเป็นปูตัวเมียที่มีไข่ หรือ เป็นเพียงลูกปู ก็ควรงดเว้นปล่อยกลับคืนสู่ทะเล เพื่อจะได้มีปูให้ได้จับกันตลอดไป..."?นายพนม กล่าว.


https://www.dailynews.co.th/regional/739816

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


หมอกทึบปกคลุมทั่วกรุง ?มลพิษ? เข้มข้น-กระฉูดทะลุ 800 ไมโครกรัม!



หมอกทึบปกคลุมทั่วกรุง ? วันที่ 3 พ.ย. เอเอฟพี และ อินดีเพนเดนต์์ รายงานสถานการณ์ มลพิษทางอากาศ เข้าขั้นวิกฤตในกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย หลังจากสำนักพยากรณ์และวิจัยระบบคุณภาพอากาศ (เอสเอเอฟเออาร์) เปิดเผการตรวจวัดค่าความเข้มข้นของสารมลพิษทางอากาศที่ขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เมื่อเช้าวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น

พบว่าค่าสารมลพิษสูงอยู่ที่ 810 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มากกว่าค่าความเข้มข้นในสภาพอากาศดีที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ไม่เกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร


Vehicles drive among the smog on the Delhi ? Meerut Expressway in New Delhi, India, November 2, 2019. REUTERS/Anushree Fadnavis

นายอาร์วินด์ เกชไรวัล มุขมนตรีเดลี กล่าวว่ามลพิษเพิ่มขึ้นสู่ระดับที่ไม่สามารถทนต่อไปได้ และว่าหมอกพิษที่ปกคลุมไปทั่วกรุงนิวเดลี ส่งผลให้เที่ยวบินหลายเที่ยวต้องเปลี่ยนเส้นทาง และเลื่อนเวลาขึ้น-ลงออกไป

ขณะที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้ทางการเร่งแก้ปัญหา ภายหลังฝนซึ่งตกต่อเนื่องเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาไม่สามารถบรรเทาวิกฤตหมอกพิษได้ นอกจากนี้มีรายงานว่าประชาชนจำนวนมากต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลจากอาการเจ็บคอและแสบตาเรื้อรัง


Hindu devotees worship the Sun god in the polluted waters of the river Yamuna during the Hindu religious festival of Chatth Puja in New Delhi, India, November 3, 2019. REUTERS/Adnan Abidi


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_3027182

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ


Green Pulse l ขยะของเสียอันตรายอาเซียน

มลพิษ เป็นปัญหาข้ามพรมแดน และมันยังเป็นข้อเท็จจริงที่มีนัยยะสำคัญ สำหรับขยะของเสียอันตรายและพลาสติก



งานวิจัยล่าสุดโดยมูลนิธิบูรณะนิเวศ, การนำเข้าของเสียและผลิตภัณฑ์ใช้แล้วของประเทศ ได้เปิดเผยให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของปัญหาในภูมิภาคอาเซียนล่าสุด เมื่อประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนตัดสินใจแก้ปัญหามลพิษจากขยะของเสียอันตรายโดยปรับนโยบายรับมือครั้งใหญ่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

โดยเพ็ญโฉม แซ่ตั้ง หัวหน้าโครงการวิจัยนี้ได้ระบุในงานสัมนาที่จัดขึ้นในอาทิตย์นี้ว่า การนำเข้าของขยะพลาสติกในกลุ่มประเทศอาเซียน มีปฏิสัมพันธ์กับปริมาณขยะพลาสติกนำเข้าของจีนอย่างมีนัยยะ กล่าวคือ จีนเคยนำเข้าขยะพลาสติกถึง 700,000 ตัน ในช่วงต้นปี 2560 แต่เมื่อพบว่ากว่า 751 บริษัทรีไซเคิลขยะ หรือราว 65% ทำผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อม จีนได้ปรับเปลี่ยนนโยบายควบคุมการนำเข้าของเสียนั้บตั้งแต่นั้นมา โดยในช่วงกลางปี 2560 จีนได้ประกาศห้ามนำเข้าสินค้าประเภทขยะมูลฝอย 4 ประเภท รวมทั้งขยะพลาสติก และเพิ่มอีก 32 รายการ กลางปี 2561

การปรับเปลี่ยนนโยบายของจีนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาดังกล่าว ส่งผลให้ปริมาณขยะพลาสติกในประเทศอาเซียนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะ ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย เวียดนาม และประเทศไทยเองที่เกิดปริมาณนำเข้าขยะพลาสติกที่เพิ่มสูงขึ้น 2,000- 7,000% เพ็ญโฉมระบุ


ขยะ มาจากไหน?

เพ็ญโฉมกล่าวว่า ในประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ สหภาพยุโรป จะมีระบบการคัดแยกขยะพลาสติกค่อนข้างดี แต่เมื่อคัดแยกแล้ว ต้องเข้าใจว่า อุตสาหกรรมรีไซเคิลหรือการหล่อหลอมพลาสติก เป็นอุตสาหกรรมที่มีมลพิษสูงมาก และเป็นบ่อเกิดของโรคมะเร็ง เกิดอากาศปนเปื้อน รวมถึงการนำไปสู่ภาวะการเจ็บป่วยต่าง ๆ ฉะนั้นประเทศพัฒนาแล้วจึงไม่นิยมให้มีโรงงานรีไซเคิลพลาสติก หรือถ้ามีอยู่ จะรับแต่พลาสติกเกรดดี ส่วนพลาสติกเกรดต่ำ เธอกล่าวว่า จะถูกส่งออกมารีไซเคิลในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งหมายถึงประเทศเพื่อนบ้านที่เคยมีข่าวผลักดันกลับประเทศต้นทาง และประเทศไทยที่นำเข้ามาจำนวนมาก

จากข้อมูลของทีมวิจัย พบว่า ปริมาณขยะพลาสติกที่ใช้แล้วย้อนหลัง 5 ปี พบว่ามีการนำเข้าถึง 906,521 ตัน จาก 81 ประเทศ โดย 3 ประเทศที่มีการส่งขยะพลาสติกมาไทยมากที่สุด คือ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และสหรัฐอเมริกา

นอกจากปัญหาขยะพลาสติกจะชีhให้เห็นถึงปัญหามลพิษจากของเสียที่ไม่ใช้แล้ว ยังมีขยะหรือของเสียจากวัตถุอันตรายที่ยังมีการขนย้ายข้ามพiมแดนเข้ามาซ้ำเติมปัญหาในภูมิภาคและประเทศไทย ผ่านจุดอ่อนในการกำกับดูแลของเครื่องมือทางกฎหมายระหว่างประเทศ อย่างอนุสัญญาบาเซล และกฎหมายในประเทศ เพ็ญโฉมสรุป


จุดอ่อนข้อกฎหมาย

เพ็ญโฉมกล่าวว่าในการกกำกับดูแลขยะหรือของเสียอันตรายข้ามพรมแดน เริ่มเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์เรือบรรทุกขี้เถ้าเตาเผาขยะนับหมื่นตันจากสหรัฐฯ ถูกลักลอบขนไปทิ้งที่เฮติ และบางส่วนถูกทิ้งในมหาสมุทรอินเดียในช่วงปี 2529 จนทำให้เกิดผลกระทบแก่คนท้องถิ่น และยังมีการลักลอบกระทำในลักษณะเดียวกันอีกหลายครั้งจนเกิดเป็นกระแสเรียกร้องให้มีการบัญญัติอนุสัญญาควบคุมกิจกรรมเหล่านี้ คือ อนุศัญญาบาเซล ที่เริ่มมีการเปิดมให้ลงนามในช่วงปี 2532 แต่กลุ่มประเทศแอฟริกันกลับพบว่ามีการแก้ไขร่างอนุศัญญาโดยสหรัฐฯ คัดค้านการห้ามส่งออกของเสียไปกำจัดในประเทศอื่นทุกกรณี จึงประท้วงโดยการไม่ลงนามในอนุสัญญาแต่แยกไปบัญญัติอนุสัญญาใหม่ร่วมกับกลุ่มประเทศอเมริกาใต้อีกหนึ่งฉบับ

เพ็ญโฉมกล่าวว่า แม้อนุสัญญาบาเซล จะมีเจตนารมณ์ เพื่อคุ้มครองสุขภาพขงคนและสิ่งแวดล้อมจากขยะของเสียอันตราย แต่กลับมีจุดอ่อนเป็นอย่างมากเพราะยังเปิดช่องให้มีการขนย้ายขยะอันตรายเหล่านี้ไปกำจัดที่อื่นได้เพื่อใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล แม้จะมีการพัฒนาระบบบัญชีรายชื่อแยกประเภทของเสียเอาไว้เป็น A กับ B ซึ่งหมายถึงขยะอันตรายกับไม่อันตรายก็ตาม

"อนุสัญญาบาเซล จึงเท่ากับว่า ไม่ได้คุ้มครองอะไรเลย" เพ็ญโฉมกล่าว

ข้อวิจารณ์ดังกล่าว จึงนำไปสู่การแก้ไขอนุสัญญาบาเซล ที่เรียกว่า Basel Ban Amendment, ซึ่งเพ็ญโฉมกล่าวว่า เป็นการห้ามการส่งออกของเสียอันตรายทั้งหมด จากประเทศสมาชิกองค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ไปยังประเทศกำลังพัฒนา โดยมี 97 ประเทศให้สัตยาบันแล้ว และจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 5 ธันวาคมที่จะถึงนี้

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังไม่ได้ลงสัตยาบันอนุสัญญาฉบับแก้ไขนี้แต่อย่างใด เพ็ญโฉมกล่าว

การส่งขยะของเสียอันตรายข้ามพรมแดนมายังประเทศไทย จึงยังดำเนินการผ่านอนุสัญญาฉบับเดิม และกฎหมายวัตถุอันตรายที่มีกรมโรงงานกำกับดูแล และถูกวิพากษ์วิจารย์ว่าสวมหมวกสองใบ ทำให้การดำเนินการกำกับดูแลไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเท่าทันปัญหา

ณ ปัจจุบัน ของเสียข้ามพรมแดนสามารถนำเข้าได้โดยได้รับอนุญาตคือ วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ซึ่งหมายถึงของเสียเคมีวัตถุที่รวมถึง ของเสียอันตรายตามบัญชี A 61 ชนิดและนำมันหล่อลื่น และอุปกรณือิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้แล้ว (used EEE) 63รายการ ซึ่งรวมถึงe-waste ในขณะที่ขยะพลาสติกจะอยู่ในบัญชี B ของอนุสัญญา ซึ่งประเทศไทยกำหนดให้เป็นสินค้าควบคุมการนำเข้าตามเงื่อนไขแต่ยังอนุญาตให้นำเข้าได้

เพ็ญโฉมระบุว่า พ.ร.บ วัตถุอันตรายที่กรมโรงงานใช้กำกับขยะของเสียที่นำเข้ามาเป็นปัญหาตั้งแต่คำนิยาม เพราะไม่มีคำนิยามที่เฉพาะเจาะจงในกฎหมายสำหรับ "ของเสียอันตราย" ทำให้เกิดความอิลักอิเหลื่อในการบังคับใช้กฎหมายกับวัสดุที่พบอยู่เสมอ กฎหมายศุลกากรเองก็ยังไม่ครอบคลุมชนิดของของเสียที่นำเข้ามา และยึดโยงกับบัญชีรายชื่อตามประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ของเสียอันตรายหลายชนิดเล็ดลอดเข้ามาได้อยู่ เพ็ญโฉมระบุ

ภายใต้ พ.ร.บ โรงงานที่กรมโรงงานกำกับดูแลเช่นกัน กลับพบว่า มีการให้อนุญาตที่เปิดช่องโหว่ให้มีการดำเนินกิจการหละหลวมได้ โดยเฉพาะโรงงานลำดับที่ 105 ซึ่งเป็นการคัดแยกหรือฝังกลบสิ่งปฏิกูล และโรงงานลำดับที่ 106 ที่เป็นการรีไซเคิลของเสีย อาทิ การให้ใบอนุญาตสำหนับโฉนดที่ดินทั้งแปลงที่มห้มีการการตั้งโรงงานในพื้นที่ได้โดยอาศัยการอนุญาตเดียวกัน หรือการที่โรงงานน้อยกว่า 50 แรงม้าไม่ต้องขออนุญาตเป็นโรงงาน เป็นต้น

ทางทีมวิจัยพบว่า มีการขยายตัวของโรงงานคัดแยกและรีไซเคิลเกี่ยวกับพลาสติกประมาณ6,000 แห่ง ซึ่งอยู่ในจ.สมุทรสาคร มากที่สุด กว่า 1,000 แห่ง รองลงมาคือ จ.สมุทรปราการ กว่า 800 แห่ง โดยการขยายตัวทั้งทางด้านตะวันออกและตะวันตกไปสู่จังหวัดใหม่ๆ อาทิ เพชรบุรี ฉะเชิงเทรา


ข้อเสนอเชิงนโยบาย

ทางทีมวิจัยจึงสรุปว่า มาตรการทางกฎหมายที่มีอยู่ทั้งในและต่างประเทศจึงค่อนข้างอ่อนแอไม่มีการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพพอที่จะรับมือกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ทางทีมวิจัยได้เสนอให้ยกระดับอุตสาหกรรมรีไซเคิลให้เป็นอุตสาหกรรมอันตรายที่มีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดและโปร่งใสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ กาปรรับปรุงกฎหมายวัตถุอันตรายและประเทศไทยควรลงสัตยาบันอนุสัญญาบาเซลฉบับแก้ไข เพ็ญโฉมกล่าว

นักวิชาการจากสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.สุจิตรา วาสนาดำรงดี กล่าวว่า ปัญหาการจัดการขยะของเสียอันตรายในวันนี้ เป็นเรื่องที่พูดยากมากเพราะอำนาจรวมศูนย์อยู่ที่บางหน่วยงานคือกรมโรงงานและกรมศุลกากรเป็นหลัก เธอกล่าวว่า การจัดการขยะเหล่านี้เป็นปัญหาที่เรื้อรังมามากแล้ว เพราะระบบกระบวนการอนุญาตและการตรวจสอบไม่เข้มแข็งมากพอจนชาวบ้านต้องออกมารียกร้องเองเรื่อยๆ ซึ่งเมื่อเทียบกับประเทศ Asean อื่นๆที่เคยศึกษา จะพบว่ามีการคานอำนาจกันโดยระบบควบคุมมลพิษต้องแยกอยู่กับหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม แต่ประเทศเวลานี้ กรมโรงงานสวมหมวก 2 ใบคือทั้งส่งเสริมและกำกับ

ดร. สุจิตราแนะนำว่า มลพิษจากอุตสาหกรรมลักษณะนี้ต้องเปิดให้หลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะอนุญาตไปแล้วการกำกับ การมอนิเตอร์ และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนไม่เข้มข้น "เป็นจุดอ่อนที่จำเป็นต้องปฏิรูป" ดร.สุจิตรากล่าว


https://www.bangkokbiznews.com/news/...ernal_referral

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


ผลกระทบจากคราบน้ำมันที่บราซิล



บราซิล 3 พ.ย.-คราบน้ำมันตามแนวชายฝั่งของบราซิล กำลังคุกคามแนวปะการังอย่างรุนแรง ขณะที่การเก็บกวาดยังไม่แล้วเสร็จ อาสาสมัครต่างล้มป่วยไปตามๆ กัน

คราบน้ำมันเป็นแนวยาว นอกชายฝั่งด้านตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล กำลังคุกคามต่อแนวปะการังอย่างรุนแรง คราบน้ำมันที่เริ่มพัดเข้าชายฝั่งบราซิลเมื่อเดือนสิงหาคมและปลายเดือนตุลาคม ทำให้ 9 รัฐของบราซิลได้รับผลกระทบ สัตว์น้ำตายเป็นจำนวนมากจนต้องปิดชายหาดหลายร้อยแห่ง เพื่อทำความสะอาด อาสาสมัครที่ทำความสะอาดชายหาด และล้างคราบน้ำมันออกจากสัตว์ทะเล ต่างล้มป่วยไปตามๆ กัน

ขณะนี้การกวาดเก็บคราบน้ำมันยังไม่แล้วเสร็จ แม้จะกวาดเก็บมาได้กว่า 2 พันตันแล้วก็ตาม สำหรับการสืบสวนของตำรวจบราซิลพบว่า ตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดคราบน้ำมันก็คือเรือน้ำมันสัญชาติกรีก ซึ่งขนน้ำมันมาจากเวเนซุเอลา แต่บริษัทเจ้าของเรือดังกล่าวอ้างว่า คราบน้ำมันไม่ได้มาจากเรือของตน.


https://tna.mcot.net/view/69LrFtL

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


มลพิษทางอากาศในกรุงนิวเดลียังพุ่งสูง!

สถานการณ์มลพิษทางอากาศในเมืองหลวงของอินเดีย ยังพุ่งสูงต่อเนื่อง แม้จะมีฝนตกในพื้นที่ ทางการต้องสั่งปิดโรงเรียนจนถึงวันอังคารนี้ พร้อมเตรียมออกมาตรการลดปริมาณรถยนต์บนถนน



คุณภาพอากาศในกรุงนิวเดลี เมืองหลวงของอินเดีย ยังย่ำแย่ แม้จะสิ้นสุดช่วงเทศกาลดีวาลี หรือเทศกาลแห่งแสงสว่าง ซึ่งประชาชนมักจะเฉลิมฉลองใหญ่ด้วยการจุดตะเกียง เทียน ประทัดและดอกไม้ไฟเป็นจำนวนมาก

โดยดัชนีวัดความเป็นมลพิษทางอากาศ ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก หรือ AQI ตั้งแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 625 จากเมื่อวาน ซึ่งอยู่ที่ระดับ 407 ส่งผลให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงอย่างมาก กระทบกับการเดินทางทั้งทางบกและทางอากาศ แม้ว่าจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาในช่วงเช้ามืดก็ตาม

มีรายงานว่าสายการบิน แอร์ อินเดีย ประกาศปรับเปลี่ยนตารางการบินที่สนามบินเดลี หลายเที่ยวบินต้องไปลงจอดที่เมืองอื่น และมีเที่ยวบินล่าช้าจำนวนมาก

ขณะที่ีระดับมลพิษในเมืองอื่นๆโดยรอบ ก็ย่ำแย่ไม่แพ้กัน ดัชนี AQI อยู่ระหว่าง 400-709 เบื้องต้น ทางการแจกหน้ากากอนามัยที่มีคุณสมบัติในการป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ไปแล้วมากกว่า 5 ล้านชิ้น พร้อมสั่งปิดสถาบันการศึกษาในพื้นที่จนถึงวันอังคารนี้

นอกจากนี้ ทางการกรุงนิวเดลียังเตรียมจะบังคับใช้มาตรการสลับรถวิ่งวันคู่-วันคี่ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ ต่อเนื่องจนถึงกลางเดือนเป็นอย่างน้อย เพื่อลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนน หวังช่วยให้สถานการณ์คลี่คลาย เช่นเดียวกับโครงการก่อสร้างทุกแห่งที่ได้รับคำสั่งให้ระงับไว้ก่อนจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

ด้านสำนักงานอุตุนิยมวิทยาอินเดีย คาดว่า สถานการณ์น่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ ในสัปดาห์หน้า


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/113325

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default

ขอบคุณข่าวจาก BBCThai


ดำน้ำสำรวจถ้ำ เปิดเผยความลับอารยธรรมที่สูญหาย



จิลล์ ไฮน์เอิร์ธ เป็นมนุษย์คนแรกในประวัติศาสตร์ที่ดำน้ำลงไปในภูเขาน้ำแข็งในทวีปแอนตาร์กติกา และเธอเป็นหัวหน้าคณะที่ค้นพบเศษซากอารยธรรมของชาวมายาในเม็กซิโกด้วย เธอเล่าว่า ถ้ำที่เธอดำลงไปเป็นเหมือนกับ "พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์และธรรมชาติ" และเธอบอกด้วยว่า งานของเธอเป็นกุญแจสำคัญในการทำความเข้าใจสิ่งแวดล้อม

จิลล์ ไฮน์เอิร์ธ นักดำน้ำสำรวจถ้ำ กล่าวว่า "ถ้ำเหล่านี้ที่ฉันได้ลงไปแหวกว่าย เป็นเหมือนกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ"

เธอบอกว่า "พวกมันเก็บหลักฐานของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกเอาไว้ มีเศษซากของอารยธรรมต่าง ๆ อยู่ในนั้น ซึ่งไม่หลงเหลืออยู่บนพื้นโลกอีกต่อไปแล้ว แม้แต่กระดูกของบรรดาสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วในปัจจุบัน"

ในปี 2016 จิลล์ ไฮน์เอิร์ธ ดำน้ำลงไปในภูเขาน้ำแข็งในแอนตาร์กติกา และติดอยู่ในคลื่นใต้น้ำที่น่าสะพรึงกลัว

"เราถูกตรึงไว้ ด้วยกระแสคลื่นที่รุนแรง ราวกับกำลังพยายามเดินต้านแรงลมของพายุเฮอร์ริเคน นั่นคือเราอยู่กันใต้น้ำ ใต้ภูเขาน้ำแข็ง พยายามจะว่ายฝ่ากระแสคลื่นออกมา คลื่นแรงเกินกว่าที่จะขยับไปข้างหน้า เพื่อออกจากถ้ำน้ำแข็งแห่งนั้นได้" เธอเล่าถึงเหตุการณ์ระทึกขวัญในครั้งนั้น

เธอบอกว่า ประสบการณ์นั้น สอนให้เธอรู้จักเอาชนะความกลัว

"ฉันได้เรียนรู้การรับมือกับความกลัว ความระทึกขวัญ ความน่าสะพรึงกลัว จนทำให้อกสั่นขวัญแขวน คนจำนวนมากคิดว่า ฉันเป็นคนประเภทที่ไม่กลัวอะไร เป็นพวกที่ชอบความตื่นเต้น แต่ฉันหวาดกลัว ฉันกลัวอยู่ตลอดเวลา" จิลล์ กล่าว

"ฉันก็เลยลองใช้สมาธิกับก้าวเล็ก ๆ แต่ละก้าว ควบคุมอารมณ์ต่าง ๆ เอาไว้ หายใจช้า ๆ และมีสมาธิ"


https://www.bbc.com/thai/thailand-50281131

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 00:23


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger