เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,068
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ดังนั้นขอให้ชาวเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 9-14 พ.ย. บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับภาคใต้โดยเฉพาะในวันที่ 9 พ.ย. มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในวันที่ 9 พ.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสม ที่อาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และในช่วงสัปดาห์นี้ขอให้ชาวเกษตรกรบริเวณประเทศไทยตอนบนควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตร เนื่องฝนที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ไว้ด้วย



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักถึงหนักมากในบริเวณภาคใต้(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 10 พ.ย. 61)" ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 09 พฤศจิกายน 2561

ในช่วงวันที่ 9-10 พฤศจิกายน 2561 บริเวณภาคใต้มีฝนตกหนักบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณภาคใต้ระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ขอให้เกษตรกรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย โดยส่งผลกระทบดังนี้


ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 มีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 มีฝนตกหนักบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคใต้ กำลังเคลื่อนลงทะเลอันดามันในวันนี้ (9 พ.ย. 61) ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ทะเลมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (93.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (97.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (103.8 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,068
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ปะการังอาจมีวิวัฒนาการด้านกลยุทธ์ภูมิคุ้มกัน


ภาพ : Kevin Rodriguez

การวิจัยใหม่จากภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเลและบรรยากาศศาสตร์ของวิทยาลัยโรเซนสตีล แห่งมหาวิทยาลัยไมอามี ในสหรัฐอเมริกา เผยว่า สายพันธุ์ปะการังทั่วไปอาจมีวิวัฒนาการด้านกลยุทธ์ภูมิคุ้มกัน ทำให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมได้ หลังจากศึกษาข้อมูลทางพันธุกรรมทั้งหมด หรือจีโนม (genome) ของชิ้นส่วนปะการังดอกกะหล่ำ (Pocillopora damicornis) ทั้งแบบสุขภาพดีและที่มีการฟอกขาว ซึ่งเป็นปะการังที่เกิดขึ้นตามแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์และแพร่ขยายมากที่สุดชนิดหนึ่งในโลก

นักวิทยาศาสตร์ได้นำจีโนมของปะการังดอกกะหล่ำไปเปรียบเทียบกับปะการังอีกหลายๆ ชนิดรวมถึงสัตว์ในไฟลัมไนดาเรียน (cnidarian species) พบว่าประมาณ 30% ของปะการังดอกกะหล่ำมียีนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งความหลากหลายของยีนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันนี้เองอาจสำคัญต่อการอยู่รอดของแนวปะการังและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว การวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าปะการังมีระบบภูมิคุ้มกันที่ซับซ้อนไม่เหมือนใคร และระบบภูมิคุ้มกันของปะการังก็เหมือนกับระบบภูมิคุ้มกันในมนุษย์ อันเป็นสิ่งสำคัญต่อการปกป้องสุขภาพโดยรวมและจัดการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการวิจัยนี้จะช่วยให้พวกเขาเข้าใจถึงวิธีการจัดการกับความตึงเครียดของปะการังได้ดียิ่งขึ้น เพราะระบบภูมิคุ้มกันที่ซับซ้อนของปะการังดอกกะหล่ำบ่งชี้ได้ว่ามันมีเครื่องมือในการจัดการกับความตึงเครียดได้ง่ายดายกว่าปะการังชนิดอื่นๆ.


https://www.thairath.co.th/content/1414611
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,068
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เรือขนน้ำมันมอลตาเกิดประสานงากับ "เรือรบฟริเกตนอร์เวย์" นอกชายฝั่งฟยอร์ดทางตะวันตก บาดเจ็บ 7

เอเอฟพี ? เรือรบกองทัพนอร์เวย์เกิดประสานงากับเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติมอลตานอกชายฝั่งบริเวณฟยอร์ดทางตะวันตกของนอร์เวย์วันนี้(8 พ.ย) เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแถลง มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 7 ราย แต่เรือรบเสียหายหนัก



เอเอฟพีรายงานวันนี้(8 พ.ย)ว่า เรือรบราชนาวีนอร์เวย์ชั้นฟริเกต (frigate) ที่มีชื่อว่า เดอะ เคเอ็นเอ็ม เฮจ อิงสตัด(The KNM Helge Ingstad) ที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากการฝึกซ้อมรบร่วมกับนาโต พบว่าลูกเรือต้องถูกสั่งอพยพหลังเกิดชนเข้ากับเรือบรรทุกน้ำมันติดธงมอลตา เรือโซลา ทีเอส(Sola TS) รายงานจากแถลงการณ์กองทัพนอร์เวย์

"น้ำได้ทะลักเข้าไปมาก และเกิดความเสียหายอย่างหนัก และได้จมลงในจุดที่เกิดการชน" เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์กู้ภัยโซลากล่าวให้สัมภาษณ์

ทั้งนี้พบว่าภาพที่ถูกเผยแพร่ออกมาจากสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นของนอร์เวย์ NRK พบว่า น้ำได้ทะลักเข้าไปบนเรือฟริเกตนอร์เวย์เป็นจำนวนมาก ที่เกือบจะไปถึงจุดจอดเฮลิคอปเตอร์

พบว่าเรือรบฟริเกตเดอะ เคเอ็นเอ็ม เฮจ อิงสตัดมีลูกเรือประจำการอยู่ทั้งหมด 137 นาย ในขณะที่เรือขนน้ำมันโซลา ทีเอส มีลูกเรือราว 23 คนขณะเกิดเหตุ และติดธงชาติมอลตาบนลำเรือ เจ้าหน้าที่ชี้

หลังจากการชนที่เกิดขึ้นนอกชายฝั่งบริเวณฟยอร์ดทางตะวันตกของนอร์เวย์วันนี้(8 พ.ย) พบว่าเรือบรรทุกน้ำมันขนาด 62,000 ตัน ได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย และอยู่ในระหว่างรอเพื่อจะถูกลากจูงไปยังท่าเรือขนส่งน้ำมันบริเวณใกล้เคียง ศูนย์กู้ภัยโซลากล่าวต่อ

"คราบน้ำมันเล็กน้อยที่มาจากเรือรบฟริเกตได้ถูกตรวจพบแต่ไม่เป็นวงกว้าง" เจ้าหน้าที่เสริม



เอเอฟพีรายงานว่า พบว่าการชนกันเกิดหลังจากเวลา 04.00 น.ของวันพฤหัสบดี(8) ในเขตฟยอร์ดHjelte ใกล้เบอร์เกน(Bergen) แต่สถานการณ์ชนนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่อย่างไรก็ตามพบว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหลังการประสานงาทั้งหมด 7 ราย

ในเวลานี้ทางกองกำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบทรัพยากรทุกอย่างที่มีอยู่ในพื้นที่เพื่อที่จะสามารถให้การช่วยเหลือเรือรบฟริเกต เดอะ เคเอ็นเอ็ม เฮจ อิงสตัด พันโท อีวาร์ โมน(Ivar Moen) ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี

ทั้งนี้พบว่าเรือรบฟริเกตลำนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 2009 และได้เข้าร่วมปฎิบัติการปลดอาวุธเคมีในซีเรียระหว่าง ธันวาคม ปี 2013 ? พฤษภาคม ปี 2014


https://mgronline.com/around/detail/9610000111601

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,068
Default

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ


ส่งนักประดำสำรวจพื้นที่ เตรียมกู้ซากเรือฟินิกซ์

ส่งนักประดำสำรวจพื้นที่ เตรียมกู้ซากเรือฟินิกซ์ เผยใช้เครนขนาด 1,200 ตันจากสิงคโปร์ ยกพ้นน้ำ



กรณีการกู้เรือฟินิกซ์ ซึ่งเกิดเหตุอับปางเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทำให้มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเสียชีวิตจำนวน 47 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง หลังเกิดเหตุกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้าทำการกู้เรือลำดังกล่าว เพื่อนำมาใช้ในการเป็นวัตถุพยานหาสาเหตุของการเกิดเรืออับปางและผู้กระทำผิดที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถกู้เรือลำดังกล่าวขึ้นมาหลังจากใช้เวลาประมาณ 3 เดือนเศษ เนื่องจากระดับความลึกของน้ำถึง 45 เมตร สภาพคลื่นลมในทะเลและกระแสน้ำใต้ทะเล เนื่องจากเป็นช่วงมรสุม ประกอบกับเอกชนรายดังกล่าวไม่สามารถแบกรรับภาระต้นทุนได้ จึงขอยกเลิกปฎิบัติการกู้เรือดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา

ล่าสุด วันนี้ (8 พ.ย.61) จากการสอบถามนายวิวัธน์ ชิดเชิดวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต ทราบว่า ภายหลังจากกรมเจ้าท่าได้ทำการยกเลิกสัญญาการว่าจ้างกู้เรือแล้ว ขณะนี้ได้มีการว่าจ้างบริษัทเอกชนรายใหม่เข้ามาดำเนินการแล้ว และได้มีการส่งนักประดาน้ำลงไปปฏิบัติการใต้น้ำตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งในส่วนของการกู้ครั้งใหม่นี้จะใช้เครนขนาดใหญ่ขนาด 1,200 ตัน จากสิงคโปร์ พร้อมด้วยเรือลากจูงหรือเรือบาร์จอีก 1 ลำ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเดินทางเข้ามายัง จ.ภูเก็ต หากไม่มีปัญหาอะไรจะเดินทางมาถึงในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้

ขณะที่นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า สำหรับบริษัทใหม่ที่เข้ามาทำการกู้เรือฟินิกซ์ คือ บริษัท ซีเควส มารีน จำกัด ซึ่งได้สงทีมประดาน้ำเข้าพื้นที่เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 และขณะนี้อยู่ระหว่างรอเรือเครน ขนาด 1, 200 ตัน มีความยาว 100 เมตร พร้อมเรือลากจูงหรือเรือบาร์จที่มีความยาว 34 เมตร ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางมาจากสิงคโปร์มายังจังหวัดภูเก็ต ซึ่งคาดว่าการกู้จะทำได้สำเร็จในเร็ววัน และจะเรียกความเชื่อมั่น รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ตกลับคืนมา


http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/817995

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,068
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


ชัด ! "ป่าแก่งกระจาน" ถูกรบกวนจากคน-ส่งผลกระทบสัตว์ป่าหายาก



งานวิจัย "ดุสิต งอประเสริฐ" จาก มจธ. ชี้ป่าแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี สมบูรณ์ และมีสัตว์ป่าหายาก ทั้งเก้งหม้อ สมเสร็จ จระเข้น้ำจืด และเสือดาวที่พบพฤติกรรมหากินในเวลากลางวันตั้งแต่ 05.00-19.00 น. ชี้ป่าถูกแยกออกเป็นหย่อมเล็กๆ และกิจกรรมคนกระทบต่อสัตว์ป่า

วันนี้(8 พ.ย.2561) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายดุสิต งอประเสริฐ อาจารย์คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ซึ่งได้ทำวิจัยสำรวจสถานภาพเบื้องต้นของเสือโคร่งและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรีงานวิจัย ระบุว่า สถานภาพพื้นป่าอนุรักษ์ในประเทศไทยปัจจุบัน ได้รับผลกระทบจากการลดลงของพื้นที่ป่าที่ถูกแบ่งแยกเป็นหย่อมป่าขนาดเล็ก

"ประกอบกับมีการรบกวนจากกิจกรรมมนุษย์โดยรอบพื้นที่อนุรักษ์เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสัตว์ที่ต้องการถิ่นที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่"



และเพื่อให้ทราบถึงสถานภาพปัจจุบันของเสือโคร่ง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่อื่นๆ ได้ใช้วิธีการติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ด้วยรังสีอินฟราเรด และการสำรวจรอยตีน และร่องรอยสัตว์ป่า

โดยกำหนดพื้นที่ศึกษาออกเป็น 4 พื้นที่คือ บริเวณห้วยแม่เสลียง โป่งพรม บริเวณแม่น้ำเพชรบุรีแบ่งออกเป็นสองพื้นที่โดยการใช้บริเวณเคยูแคมป์เป็นจุดแบ่งแม่น้ำเพชรบุรีออกเป็นตอนบน (กม.33-กม.36) และตอนล่าง (จากเคยูแคมป์ถึงโป่งลึก)

ทั้งนี้มีการนำกล้องดักถ่ายภาพสัตว์จำนวน 29 ตัว ติดตั้งตามด่านสัตว์ป่าและลำห้วย ที่คาดว่าเสือโคร่งน่าจะผ่านกล้อง 4 พื้นที่ และพบว่าจำนวนวันที่ติดตั้งกล้องเท่ากับ 809 คืนที่ติดกล้อง ในพื้นที่ศึกษามีเสือโคร่งอาศัยอยู่อย่างน้อย 4 ตัว จากการบันทึกภาพได้ 11 ภาพใน 2 บริเวณได้แก่ บริเวณลำห้วยแม่เสลียง และต้นแม่น้ำเพชรบุรีถึง เค ยู แคมป์



"เสือโคร่งมีอาณาเขตหากินซ้อนทับกับเสือดาว และหมาใน บริเวณลำห้วยแม่เสลียง ภาพถ่ายทั้งหมดของเสือดาวจำนวน 34 ภาพ แสดงให้เห็นว่าเสือดาว เสือโคร่งส่วนมากมีกิจกรรมในเวลากลางวันตั้งแต่ 05.00-19.00 น. และแสดงถึงการเป็นแหล่งอาหารสำคัญสำหรับสัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่"


ยืนยัน "เก้งหม้อ" สัตว์สงวนในป่าแก่งกระจาน

สภาพโดยทั่วไปของพื้นที่มีการแพร่กระจายของสัตว์ที่เป็นเหยื่อสูง จึงเป็นเหตุผลที่ว่าเสือโคร่ง เสือดาว และหมาใน สามารถมีถิ่นที่อยู่อาศัยร่วมกันได้ ช้าง และหมูป่า เป็นสัตว์ที่สามารถพบได้ทุกพื้นที่ แต่มีความชุกชุมสูงที่แม่น้ำเพชรบุรีตอนล่าง

เช่นเดียวกับกวาง เก้งพบทุกพื้นที่ยกเว้นบริเวณแม่น้ำเพชรบุรีตอนล่าง ส่วนเก้งหม้อ พบเพียงที่เดียวบริเวณแม่น้ำเพชรบุรีตอนต้นเท่านั้น วัวแดงพบเพียงที่เดียวบริเวณโป่งพรมจำนวนหนึ่งภาพ



กระทิงมีการแพร่กระจายสองพื้นที่คือ โป่งพรมกับห้วยแม่เสลียง และความชุกชุมมากที่โป่งพรมเช่นกัน ในแผนการจัดการอนุรักษ์ควรมีการประกาศพื้นที่บริเวณแม่น้ำเพชรบุรี เป็นพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์อย่างเข้มงวด เนื่องจากบริเวณนี้มีสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด ได้แก่ เก้งหม้อ สมเสร็จ และจระเข้น้ำจืด ควรมีการจำกัดกิจกรรมของคนที่จะเข้าไปในพื้นที่ และมีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย ทั้งนี้อาจต้องเพิ่มมาตรการป้องกันปราบปรามผู้ลักลอบล่าสัตว์ให้มากขึ้น


https://news.thaipbs.or.th/content/275562

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,068
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


หลายหน่วยงาน เตรียมแสดงหลักฐานเกาะจิกรีสอร์ทเจตนาบุกรุก

แม้ผู้ดูแลเกาะจิกรีสอร์ท จะอ้างว่าไม่มีเจตนาก่อสร้างอาคารนอกโฉนดที่ดิน หรือรุกล้ำเข้าไปในเขตทะเล แต่ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 ระบุว่า รูปแบบการก่อสร้าง ออกนอกแนวเขตเอกสารสิทธิ์ไปมากและรุกลงไปในทะเล อาจเป็นเครื่องบ่งชี้เจตนาได้



เมื่อวันที่ (8 พ.ย. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาคารกลางน้ำ 11 หลัง บนบก 3 หลัง ของเกาะจิกรีสอร์ท ถูกตรวจสอบพิกัดชัดเจนแล้วว่า ตั้งอยู่นอกโฉนดที่ดิน ที่เจ้าของกิจการนำมากล่าวอ้าง และโฉนดนี้ เป็นโฉนดที่ผู้ประกอบการเช่าที่ดินต่อมาจากผู้ครอบครองตัวจริง โดยวานนี้นายเฉลิมพล แซ่แต้ ผู้ดูแลเกาะจิกรีสอร์ท อ้างว่า ไม่มีเจตนาก่อสร้างรุกล้ำเขตทะเล แต่ทำไปเพราะไม่ทราบว่าผิดกฎหมาย เนื่องจากได้รับอนุญาตจาก อบต.บางชัน จึงเริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2553 และเปิดให้บริการช่วงปลายปี 2558

เมื่อดูแผนที่เกาะจิก รีสอร์ท เทียบกับโฉนดที่ดิน ที่ยกมากล่าวอ้าง จะพบว่า ที่ดินที่มีโฉนดตามเขตสีเหลือง มีเนื้อที่แค่ 97 ตารางวา ทิศเหนือ กับทิศตะวันออก ติดชายทะเล ส่วนอีก 2 ด้าน ติดกับที่มีเอกสารสิทธิ์ของบุคคลอื่น ส่วนพื้นที่ก่อสร้างอาคาร ตามเขตสีฟ้า อยู่ห่างจากจุดที่มีโฉนดออกไปไกล และพิกัดระบุว่า มีสถานะเป็นพื้นที่ป่าไม้ และยังมีอาคารที่พักอีก 9 หลัง ตามภาพสีชมพู ก่อสร้างลงไปในทะเล ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับแปลงที่มีเอกสารสิทธิ์เลย

นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่1 บอกกับพีพีทีวีว่า นี่ถือเป็นประจักษ์พยานชัดเจน ว่าเจ้าของกิจการมีเจตนาก่อสร้างอาคารรุกล้ำเข้าเขตป่าไม้ ซึ่งเป็นพื้นที่กรมป่าไม้ และทะเล ซึ่งเป็นพื้นที่กรมเจ้าท่า และยังสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างร้ายแรง ทุกหน่วยงานจึงจะใช้ประเด็นนี้ต่อสู้คดี



นายประสาน แสงมณีขจร เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดจันทบุรี ระบุว่า จะช่วยสนับสนุนข้อมูล เกี่ยวกับผลจับพิกัดโฉนดที่ดินเจ้าของรีสอร์ท ที่สรุปชัดว่า อาคาร 14 หลัง ก่อสร้างนอกโฉนดที่ดิน เข้าไปในสำนวนคดี

ส่วน อบต.บางชัน ที่ถูกพาดพิงจากเจ้าของรีสอร์ทว่า เปผ็นผู้เก็บภาษีโดยไม่ได้คัดค้านการก่อสร้าง นายสนั่น แก้วขาว นายฯ อบต.บางชัน ยอมรับว่า รู้ว่ามีการสร้างเกาะจิกรีสอร์ท แต่ไม่สามารถเข้าไปตักเตือนได้ เพราะบริเวณนั้น มีการสร้างโฮมสเตย์ขึ้นมากว่า 37 แห่ง และชาวบ้านบางส่วนก็สร้างอาคารในน้ำ จึงมองว่าเป็นเรื่องยากหากจะเตือน และที่ผ่านมาก็ไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปทักท้วงด้วย

นายกฯอบต.บางชัน ยังยืนยันด้วยว่า เจ้าของเกาะจิกรีสอร์ท ไม่เคยมีใบขออนุญาตส่งมาที่ อบต. และไม่เคยอนุญาตให้ก่อสร้าง เพราะรู้ว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ หากก่อสร้างเท่ากับทำผิดกฎหมาย


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/92762


*********************************************************************************************************************************************************


อธิบดี อช. เผย ฉลามติดถุงปุ๋ยเอง ไม่มีใครล่า

อธิบดีกรมอุทยาน คาดฉลามว่ายติดถุงปุ๋ยตายเองไม่มีใครไล่ล่า เผยเช็ควงจรปิดแล้ว



นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า เปิดเผยว่า กรณีมีนักดำน้ำ บริษัทนำเที่ยวเอกชน พบปลาฉลามหูดำ ติดกระสอบปุ๋ยตาย ที่บริเวณ ใกล้กับอ่าวมาหยา หมู่เกาะพีพี ตำบลอ่าวนาง อำเภอเมืองกระบี่ จากการตรวจสอบพบว่า ไม่ใช่เป็นการ ลักลอบจับในอ่าวมาหยาแน่นอน เนื่องจาก บริเวณ อ่าวมาหยา มีเจ้าหน้าที่ ประจำการณ์ อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง และมีกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์ คาดว่าปลาฉลามตัวดังกล่าว อาจว่ายน้ำเข้าไปติดอยู่ในกระสอบปุ๋ย ที่ถูกทิ้งอยู่ในทะเล ทำให้จมน้ำตาย ส่วนจะมาจากพื้นที่ใด คงไม่สามารถระบุได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ได้สั่งการเจ้าหน้าที่เข้มงวด ลาดตระเวน ป้องกันการลักลอบจับสัตว์น้ำ ในเขตอุทยานแห่งชาติ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อุทานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา หมู่เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้บริเวณ หน้าอ่าวมายา ไม่พบว่ามีการลักลอบ จับปลาฉลามหูดำ ที่หากินอยู่บริเวณ อ่าวหมายา หลังพบฉลามฝูงดังกล่าว มีจำนวน กว่า 20 ตัว ว่ายน้ำเข้ามาหากินต่อเนื่อง หลังจากการประกาศปิดอ่าวมาหยา เพื่อฟื้นฟูสภาพธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ทั่งบนฝั่งและใต้ทะเล มากว่า 5 เดือน ที่เสื่อมโทรมจากกิจกรรมการท่องเที่ยว


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/92718

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 14:58


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger