เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 31-05-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,419
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 31 พ.ค. - 5 มิ.ย. 62 ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง โดยในช่วงวันที่ 30 ? 31 พ.ค. จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 30 - 31 พ.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562)" ฉบับที่ 18 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562

บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ต่อไปอีก 1 วัน ดังนี้

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา สุรินทร์ ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคตะวันออก: นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง

ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมยังคงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศลาว และเวียดนามตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยมีกำลังปานกลาง ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังอ่อน โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (95.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (99.6 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 31-05-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,419
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


สลด ทะเลเลือดแดงฉาน ชาวประมงที่หมู่เกาะแฟโร ฆ่าวาฬด้วยคมหอก

เลือดวาฬทำทะเลริมชายฝั่งหมู่เกาะแฟโร แดงฉาน ชาวประมงที่หมู่เกาะแฟโร ในมหาสมุทรแอตแลนติก ฆ่าวาฬ-โลมาด้วยคมหอก หลังจับได้และลากเข้าฝั่ง สังหารเหี้ยม



เมื่อ 30 พ.ค.62 สื่อต่างประเทศรายงานและเผยแพร่ภาพสลด ทะเลสีแดงฉาน จากเลือดวาฬนำร่องและโลมาที่ถูกฆ่าโดยชาวประมง ที่บริเวณชายหาดเมือง Torshavn เมืองเอกของหมู่เกาะแฟโร ในทวีปยุโรป ทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก เมื่อวันที่ 29 พ.ค. หลังจากจับพวกมันได้และลากเข้าฝั่ง ก่อนใช้หอกแทงจนตาย

มิร์เรอร์และเดลี่เมล แจ้งว่า การสังหารวาฬเหล่านี้ ของชาวประมงบนเกาะแฟโร เพื่อนำเนื้อวาฬมาทำเป็นอาหาร ถือเป็นส่วนหนึ่งในประเพณีเก่าแก่ของชาวเกาะแฟโรที่สืบทอดมานานนับศตวรรษ โดยมีชาวบ้านมาดูการล่าวาฬของชาวประมง และนำร่างของพวกมันกลับมายังฝั่งและฆ่า จนเลือดของวาฬทำให้น้ำทะเลบริเวณนั้นเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน



สาเหตุที่ทำให้ชาวประมงบนเกาะแฟโร สามารถล่าวาฬได้จำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่วาฬว่ายผ่านชายฝั่งของหมู่เกาะแฟโร อพยพย้ายถิ่นฐานในช่วงฤดูร้อน โดยคาดว่าแต่ละปี มีวาฬนับ 100,000 ตัวว่ายผ่านเข้าใกล้ชายฝั่งหมู่เกาะแฟโร ซึ่งประกอบด้วยเกาะเล็กๆ 18 เกาะ อยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกระหว่างสกอตแลนด์ นอร์เวย์ และไอซ์แลนด์ และเป็นเขตการปกครองของประเทศเดนมาร์กมาตั้งแต่ปี 2491 ในขณะที่ ชาวประมงบนหมู่เกาะแฟโร ซึ่งต้องมีใบอนุญาตล่าวาฬ จะล่าวาฬเฉลี่ยแล้วปีละประมาณ 800 ตัว



ด้านสมาคมบลูแพลนเน็ต ซึ่งเป็นกลุ่มรณรงค์รักษาธรรมชาติสิ่งแวดล้อมคุ้มครองสัตว์ในทะเล ได้ออกมาประณามการล่าวาฬของชาวประมงที่หมู่เกาะแฟโร ว่าเป็นการสังหารที่โหดร้ายและทารุณต่อสัตว์มาก เพราะมีวาฬถึงประมาณ 130-150 ตัว รวมทั้งโลมาอีกนับ 10-20 ตัวด้วยคมหอกอย่างโหดเหี้ยม ขณะที่ปี 2019 นี้มีวาฬถูกฆ่าไปแล้วราว 500 ตัว โดยสมาคมบลูแพลนเน็ต ยังระบุด้วยว่า หมู่เกาะแฟโร อยู่ใต้การปกครองของเดนมาร์ก ซึ่งเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ในขณะที่สหภาพยุโรปออกกฎคุ้มครองทั้งวาฬนำร่องและโลมาพันธุ์ข้างขาว แต่เดนมาร์กยังออกใบอนุญาตให้ชาวประมงสามารถล่าและฆ่าวาฬนำร่องและโลมาพันธุ์ข้างขาวได้


https://www.thairath.co.th/news/foreign/1580263

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 31-05-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,419
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


รู้จัก "วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ ฉลามวาฬ เต่ามะเฟือง" 4 สัตว์สงวนล่าสุดของไทย

ถือเป็นข่าวน่ายินดีในแวดวงสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ในบ้านเรา เมื่อ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ เผยแพร่ "พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562" โดยประกาศเพิ่มบัญชีให้ วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ เต่ามะเฟือง และฉลามวาฬ เป็นสัตว์สงวนชนิดใหม่อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา อ่าน พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฉบับเต็มได้ที่นี่

เรื่องนี้สร้างความยินดีให้กับนักอนุรักษ์ ผู้รักธรรมชาติ และประชาชนทั่วไปที่ร่วมผลักดันเสนอชื่อสัตว์ทั้ง 4 ชนิดให้เป็นสัตว์ป่าสงวนตั้งแต่ปี 2558 ในวันนี้จึงถือเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของการอนุรักษ์ดูแลสัตว์ทะเลหายากให้อยู่รอดปลอดภัยในธรรมชาติ


วาฬบรูด้าอ้าปากกว้างขึ้นกินเหยื่อ

สำหรับสัตว์ทะเลทั้ง 4 ชนิด ได้แก่วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ ฉลามวาฬ และเต่ามะเฟือง มีลักษณะดังนี้

"วาฬบรูด้า" วาฬเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยอยู่ในทะเล ลักษณะรูปร่างเหมือนปลา คนจึงมักเรียกติดปากว่า ?ปลาวาฬ? ในประเทศไทยสำรวจพบวาฬทั้งหมด 25 ชนิด พบทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน และสำหรับ ?วาฬบรูด้า? ถือเป็นวาฬชนิดที่ไม่มีฟัน แต่จะมีซี่กรอง (Baleen Plates) สำหรับกรองอาหาร อีกทั้งยังเป็นวาฬกลุ่มที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่ง มีขนาดใหญ่

วาฬบรูด้าสามารถพบเห็นได้ในอ่าวไทยหรืออ่าวตัว ก. คืออ่าวไทยตอนบน กินพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีไปถึงชลบุรี โดยในช่วงหน้าฝนประมาณเดือนสิงหาคม-ตุลาคม น้ำจืดจากแม่น้ำจะนำเอาธาตุอาหารต่างๆ ไหลลงทะเลและตกตะกอนเป็นหาดเลน แล้วพวกฝูงปลากะตักและปลาทู รวมถึงปลาเล็กปลาน้อยจำนวนมากก็จะเข้ามากินแพลงก์ตอนที่อ่าวไทยใกล้ชายฝั่ง และวาฬบรูด้าก็จะตามมากินปลาเหล่านี้อีกที ทำให้ในช่วงนี้เราจึงพบวาฬบรูด้าใกล้อยู่ชายฝั่ง บางทีห่างจากฝั่งไปแค่ 1-2 ก.ม.


วาฬโอมูระ ภาพโดย Salvatore Cerchio et al. / Royal Society Open Science จากเว็บไซต์ wikipedia

"วาฬโอมูระ" เป็นวาฬสายพันธุ์หายากที่มีความใกล้เคียงกับวาฬบรูด้า มีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่ เมื่อมองจากด้านบน เห็นส่วนหัวรูปสามเหลี่ยม ครีบข้างเรียวปลายแหลมตั้งตรงออกจากลำตัว มีพฤติกรรมว่ายน้ำเร็ว ชอบรวมกลุ่มเป็นฝูงใหญ่

วาฬโอมูระถูกค้นพบครั้งแรกจากซากของมันในปี ค.ศ. 2003 และเมื่อพิจารณาจากซากแล้วจึงพบว่ามีความต่างจากวาฬบรูด้าคือวาฬโอมูระนั้นมีขนาดเล็กกว่า ตัวผู้ที่โตเต็มวัยยาวเพียง 10 เมตร ตัวเมียยาวเพียง 11.5 เมตร รอยจีบใต้ลำคอมีจำนวนมากกว่า คือ 80-90 รอยจีบ และมีครีบหลังที่สูงกว่าและมีความโค้งน้อยกว่าของวาฬบรูด้า


ปลาฉลามวาฬ ยักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเล

"ปลาฉลามวาฬ" เป็นปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อโตเต็มที่มีขนาดใหญ่กว่า 10 เมตร ฉลามวาฬตัวใหญ่ที่สุดที่เคยมีการบันทึกมีความยาวถึง 20 เมตร หนักถึง 42 ตันพบที่ไต้หวัน โดยปลาฉลามวาฬพบได้ในทะเลเขตร้อนและอบอุ่น อาศัยอยู่ในทะเลเปิด มีช่วงอายุยืนยาวถึงกว่า 70 ปี และแม้จะมีขนาดใหญ่ยักษ์ แต่ฉลามวาฬหากินด้วยการกรองแพลงตอน และสัตว์ทะเลตัวเล็กๆ เป็นอาหาร


เต่ามะเฟืองตัวโต ภาพจาก http://www.dnp.go.th/wildlife_it/n_web/lacegant/wildlife_reserve/page_tmf.php

"เต่ามะเฟือง" เป็นเต่าทะเล และเป็นเต่าที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ตัวโตเต็มที่อาจมีขนาดถึง 2 เมตรกว่า กระดองของมันจะเป็นสันมีลักษณะคล้ายผลมะเฟือง จึงเป็นที่มาของชื่อเต่ามะเฟือง และครีบคู่หน้าไม่มีเล็บตั้งแต่ออกจากไข่ เต่ามะเฟืองเพศเมียจะขึ้นมาวางไข่บนชายหาดครั้งละ ประมาณ 66-104 ฟอง ใช้เวลาฟักเป็นตัวราว 60 วัน เมื่อลูกเต่าเกิดมันจะรีบคลานลงสู่ท้องทะเลในทันที และจะใช้ชีวิตในทะเลลึกเกือบตลอดชีวิต ยกเว้นเพียงช่วงที่ต้องสืบพันธุ์จึงจะกลับเข้ามาตามชายฝั่ง


https://mgronline.com/travel/detail/9620000051633

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 31-05-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,419
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ผลชันสูตรซากวาฬบรูด้า พบคือ วาฬ 1 ใน 40 ตัวของอ่าวไทย



เพชรบุรี - เศร้า ผลชันสูตรซากวาฬบรูด้า พบคือ เจ้าปิ่น ลูกแม่กันยา อายุประมาณ 2 ปี เป็นวาฬ 1 ใน 40 ตัวที่สำรวจที่มีการตั้งชื่อ และรหัสตามอัตลักษณ์ของวาฬ

ตามที่กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช.อ่าวไทยตอนบน ได้รับแจ้งจากกลุ่มวาฬไทย กรณีพบซากวาฬบรูด้า ลอยกลางทะเลอ่าวไทยตอนบน และได้ลากจูงซากเข้าฝั่งบริเวณ ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เพื่อตรวจสอบและชันสูตรซากตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น

โดยนักวิชาการได้เปรียบเทียบตำหนิรูปร่างกับฐานข้อมูลภาพระบุอัตลักษณ์ (Photo ID) พบว่า ที่ครีบหลังจุดบริเวณปลายปาก และรอยแผลเป็น ระบุชัดเจนว่า ซากวาฬตัวดังกล่าวคือ "เจ้าปิ่น" อายุประมาณ 2 ปี เป็นลูกของ "แม่กันยา?

โดยผลการชันสูตรซาก พบรอยกากบาท (ลักษณะตาอวน) บริเวณส่วนกรามล่างทั้งสองข้าง ซึ่งวาฬบรูด้า มีความหนาของกล้ามเนื้อสันหลังสมบูรณ์ ปอดมีการคั่งเลือดอย่างรุนแรงทั้งสองข้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านขวา ซึ่งตรงกับรอยช้ำใหญ่ที่กล้ามเนื้อข้างลำตัวด้านขวา โดยเป็นวงกว้างสุด 2.25 เมตร บ่งบอกว่า ถูกกระแทกอย่างรุนแรงจากของแข็งไม่มีคม

ส่วนในกระเพาะอาหารพบอาหารที่ย่อยแล้วจำนวนมาก หัวใจ ตับ ไต และอวัยวะภายในอื่นๆ เริ่มเน่า แต่ไม่พบความผิดปกติ เบื้องต้น สรุปได้ว่าสาเหตุการตาย ของเจ้าปิ่น เนื่องจากการติดเครื่องมือประมงประเภทอวนลอย หรืออวนจมที่มีขนาดตาอวน 6 ซม. และกระแทกกับของแข็งไม่มีคมอย่างรุนแรง


https://mgronline.com/local/detail/9620000051524


*********************************************************************************************************************************************************


อุทยานฯ ดอยอินทนนท์ ปิดเส้นทาง "กิ่วแม่ปาน" 5 เดือน ฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ



อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน 1 มิ.ย. ถึง 31 ต.ค. 2562 เปิดอีกครั้ง 1 พ.ย. 2562 ยังมีแหล่งศึกษาธรรมชาติอื่น แนะนำเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยว สัมผัสวิถีชีวิตชนเผ่าปกาเกอะญอ

นายกริชสยาม คงสตรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน อยู่บนความสูง 2,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชม 1.4 แสนคน มากที่สุดคือเดือนธันวาคม และเดือนมกราคม อีกทั้งสภาพธรรมชาติที่บอบบางซึ่งเป็นป่าดิบเขา ทำให้สภาพธรรมชาติและสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทางเดิน สะพานไม้ ทรุดโทรม

ทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จึงปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ดอยอินทนนท์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. ถึง 31 ต.ค. 2562 เปิดทำการอีกครั้งในวันที่ 1 พ.ย. 2562 ซึ่งเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานจะมีความสมบูรณ์ที่สุด ระหว่างที่ปิด จะทำสะพานไม้ยกระดับ ระยะทาง 500 เมตร เปลี่ยนแผ่นทางเดินที่เป็นไม้หมอน และเปลี่ยนราวไม้กันตก โดยได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิไทยรักป่าสนับสนุนงบประมาณ และมีไกด์ท้องถิ่นช่วยเป็นแรงงาน

อย่างไรก็ตาม สำหรับอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมาย โดยเฉพาะในฤดูฝนจะมีน้ำตกต่างๆ เช่น น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริธาร น้ำตกสิริภูมิ น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง อีกทั้งป่าฤดูฝนมีความสวยงาม อีกทั้งยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยว กม.30 มีสภาพป่า ลำธาร น้ำตกที่สวยงาม เคยเป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ ผ่านนาขั้นบันได สัมผัสกับวิถีชีวิตชนเผ่าปกาเกอะญอ บ้านแม่กลางหลวง คั่วกาแฟอินทรีย์จากชาวบ้าน นอกจากนี้ ยังมีโครงการหลวง พระมหาธาตุเจดีย์สองพระองค์ และป้ายสูงสุดในสยามอีกด้วย


https://mgronline.com/onlinesection/.../9620000051737

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 31-05-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,419
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


27 ปีที่รอคอย "4 สัตว์ทะเล" บรรจุกฎหมายสัตว์ป่าฉบับใหม่

ราชกิจจานุเษกษา ประกาศพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ฉบับใหม่ บรรจุบัญชีชื่อสัตว์ทะเล เป็นสัตว์ป่าสงวนชนิดใหม่อีก 4 ชนิดในรอบ 27 ปี ได้แก่ วาฬบรูด้า-เต่ามะเฟือง -ปลาฉลาม-วาฬโอมูระ ทำให้ไทยมีสัตว์ป่าสงวนรวม 19 ชนิด



วานนี้ (29 พ.ค.2562) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 โดยให้เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพ.ศ.2535 ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ทำให้บทบัญญัติบางมาตรการต่าง ๆ ที่มีอยู่ในกฎหมายไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่จะใช้เป็นเครื่องมือหรือเอื้ออำนวยต่อการสงวน อนุรักษ์คุ้มครอง ดูแลรักษา ฟื้นฟูสัตว์ป่าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า รวมทั้งทรัพยากรธรรม ชาติอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีสมาชิกในข้อตกลงระหว่างประเทศด้านสัตว์ป่าและพืชป่า ซึ่งมีผลทำให้ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ข้อตกลงระหว่างประเทศดังกล่าว เพื่อจัดให้มีมาตรการในการควบคุมการครอบครอง การค้า การนำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านซึ่งสัตว์ป่า ซากสัตว์ป่า และผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่า ตลอดจนการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพ สมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจุบัน



โดยหนึ่งในสาระสำคัญคือการบรรจุสัตว์ป่าสงวนของไทยเพิ่มเติมอีก 4 ชนิด คือ วาฬบรูด้า เต่ามะเฟือง ปลาฉลาม และวาฬโอมูระ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการผลักดันมากว่า 4 ปีแล้ว ส่งผลให้ประเทศไทยมีสัตว์ป่าสงวนจากรวม 19 ชนิดได้แก่ กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม คือ กระซู่ กวางผา กูปรีหรือโคไพร เก้งหม้อ ควายป่า พะยูนหรือหมูน้ำ แมวลายหินอ่อน แรด ละองหรือละมั่ง เลียงผาหรือเยือง หรือกูรำหรือโครำ วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ สมเสร็จ สมันหรือเนื้อทราย ส่วนสัตว์ป่าจำพวกนำ ได้แก่ นกกระเรียน นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร สัตว์ป่าจำพวกสัตว์เลื้อยคลาน ได้แก่ เต่ามะเฟือง และสัตว์ป่าจำพวกปลา ได้แก่ ปลาฉลามวาฬ




นักวิชาการระบุทำลายกำแพงไร้ชื่อสัตว์สงวนในรอบ 27 ปี

ขณะที่นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมงโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ว่า และแล้วในที่สุด สัตว์ทะเลทั้งสี่ วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ เต่ามะเฟือง และฉลามวาฬ เป็นสัตว์สงวนอย่างเป็นทางการแล้วครับ ไชโย้ !

นับตั้งแต่วันแรกเริ่มคิด จนถึงวันนี้ ใช้เวลาร่วม 4 ปี เผชิญกับอุปสรรคต่างๆ มากมายแต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย รวมถึงพวกเราที่ช่วยกันไลค์ช่วยกันแชร์ ช่วยกันลงชื่อ 5 หมื่นราย

เรามาถึงวันนี้จนได้ ขอไชโยอีกหน ไชโย้ๆๆๆ คงไม่สามารถขอบคุณคนหลายหมื่นที่ช่วยกันมาตลอด



แต่บอกตามตรงว่า อาการพูดไม่ออกเป็นเช่นไร วันนี้รู้แล้วครับ กำแพง 27 ปีของการไม่มีสัตว์สงวนชนิดใหม่ ถูกทลายลงในที่สุดจึงจะเชื่ออย่างที่เชื่อมาตลอด และจะยังคงเชื่อต่อไป

คนไทยรักทะเลห้าคำสั้นๆ ในหนึ่งประโยค ทำให้เกิดการพลิกโฉมวงการอนุรักษ์ไทย

สี่สัตว์สงวนของท้องทะเล ต่อจากนี้ ถึงเวลาที่เราจะหาทางดูแลพวกเธอให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปรวมถึงการดูแลทะเลไทย อันเป็นที่อยู่ของพวกเธอและสรรพสัตว์อีกนานาชนิดยังมีบันไดอีกหลายขั้นที่ต้องเดินแต่ประตูเปิดแล้ว เรามีกฎหมายเกื้อหนุนแล้วเรากำลังจะก้าวขึ้นบันไดไปทีละขั้นอย่างมั่นใจเพราะเรื่องยากที่สุด พวกเรายังผ่านมาได้หนทางข้างหน้า เราไปต่อได้ เราจะดูแลพวกเธอให้ดีกว่านี้ได้แน่นอนครับ


https://news.thaipbs.or.th/content/280488

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 31-05-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,419
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


"วาฬบรูด้า ? วาฬโอมูระ ? เต่ามะเฟือง ? ฉลามวาฬ" ขึ้นชั้นสัตว์สงวน

ราชกิจจาฯ เผยแพร่ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพิ่ม "วาฬบรูด้า ? วาฬโอมูระ ? เต่ามะเฟือง ? ฉลามวาฬ" เป็นสัตว์สงวน




ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (29 พ.ค.) ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า โดย มีบัญชีชื่อสัตว์สงวนแนบท้าย ประกอบด้วย

สัตว์ป่าเลี้ยงลูกด้วยนม

1.กระซู่

2.กวางผา

3.กูปรี หรือ โคไพร

4.เก้งหม้อ

5.ควายป่า

6.พะยูน หรือ หมูน้ำ

7.แมวลายหินอ่อน

8.แรด

9.ละอง หรือละมั่ง

10.เลียงผา

11.วาฬบรูด้า

12.วาฬโอมูระ

13.สมเสร็จ

14.สมัน หรือ เนื้อสมัน


สัตว์ป่าจำพวกนก

1.นกกระเรียน

2.นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร

3.นกแต้วแล้วท้องดำ


สัตว์จำพวกสัตว์เลื้อยคลาน

1.เต่ามะเฟือง


สัตว์ป่าจำพวกปลา

ปลาฉลามวาฬ


ทั้งนี้ใน พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว มีสัตว์ป่าสงวนที่เพิ่มขึ้น 4ชนิดคือ 1.วาฬบรูด้า 2.วาฬโอมูระ 3.เต่ามะเฟือง 4.ปลาฉลามวาฬ

โดยเมื่อทราบข่าวดังกล่าว นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเล ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กแสดงความยินดี โดยระบุว่า

"และแล้วในที่สุด สัตว์ทะเลทั้งสี่ วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ เต่ามะเฟือง และฉลามวาฬ เป็นสัตว์สงวนอย่างเป็นทางการแล้วครับ ไชโย้ !

นับตั้งแต่วันแรกเริ่มคิด จนถึงวันนี้ ใช้เวลาร่วม 4 ปี เผชิญกับอุปสรรคต่างๆ มากมาย

แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย รวมถึงพวกเราที่ช่วยกันไลค์ช่วยกันแชร์ ช่วยกันลงชื่อ 5 หมื่นราย

เรามาถึงวันนี้จนได้ ขอไชโยอีกหน

ไชโย้ๆๆๆ

คงไม่สามารถขอบคุณคนหลายหมื่นที่ช่วยกันมาตลอด

แต่บอกตามตรงว่า อาการพูดไม่ออกเป็นเช่นไร วันนี้รู้แล้วครับ

กำแพง 27 ปีของการไม่มีสัตว์สงวนชนิดใหม่ ถูกทลายลงในที่สุด

จึงจะเชื่ออย่างที่เชื่อมาตลอด และจะยังคงเชื่อต่อไป

คนไทยรักทะเล

ห้าคำสั้นๆ ในหนึ่งประโยค ทำให้เกิดการพลิกโฉมวงการอนุรักษ์ไทย

สี่สัตว์สงวนของท้องทะเล "


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/103893

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:15


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger