เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 29-05-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 29 พฤษภาคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกต่อเนื่อง และ มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคเหนือ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 29 พ.ค. - 3 มิ.ย. 62 ประเทศไทยมีฝนตกต่อเนื่อง โดยในช่วงวันที่ 29 ? 31 พ.ค. จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 29 - 31 พ.ค. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562)" ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2562

ในช่วงวันที่ 29-31 พฤษภาคม 2562 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก

ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากได้ โดยจะมีผลกระทบตามภาคต่าง ๆ ดังนี้


วันที่ 29 พฤษภาคม 2562

ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ และนครราชสีมา

ภาคกลาง: ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล


ในช่วงวันที่ 30-31 พฤษภาคม 2562

ภาคเหนือ: เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร

ภาคกลาง: ราชบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี

ภาคตะวันออก: นครนายก ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง และพังงา

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย และจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันที่ 29-31 พฤษภาคม 2562 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังปานกลาง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (95.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (96.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (104.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Warning.jpg (73.9 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 29-05-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


รับไม่ไหวปัญหาขยะเกาะล้าน ทำเมืองพัทยา เร่งขอความเห็นชอบให้เอกชนทำโครงการกำจัด

ศูนย์ข่าวศรีราชา - รับไม่ไหว..ขยะล้นเกาะล้านกว่า 5 หมื่นตัน เมืองพัทยา เร่งเสนอสภาฯ ขอรับความเห็นชอบมอบหมายให้เอกชนเข้าลงทุนในโครงการกำจัดขยะก่อนนำเรื่องเสนอกระทรวงมหาดไทย ด้านสมาชิกสภาฯติงควรศึกษารายละเอียดอย่างรอบคอบ



วันนี้ ( 28 พ.ค.) นายณัฐพล ธีรวุฒิวรเวทย์ นักบริหารงานทั่วไปรักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำงานเมืองพัทยา แขวงเกาะล้าน ได้รับมอบหมายจากฝ่ายบริหาร ให้นำเสนอญัตติขอรับความเห็นชอบจากสภาเมืองพัทยา ในการประชุมสมัยสามัญ สมัยที่ 2 ครั้งที่ 1 ณ ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อมอบหมายให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนและดำเนินการกำจัดขยะมูลฝอยบนพื้นที่เกาะล้าน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามผลการศึกษาและออกแบบก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยชุมชน ด้วยวิธีการเผาทำลายหลังพบว่าเกาะล้าน ต้องประสบปัญหาขยะมูลฝอยตกค้างมากกว่า 5 หมื่นตัน และยังไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

นายณัฐพล กล่าวว่าสำหรับพื้นที่ชุมชนบ้านเกาะล้าน ม.7 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองพัทยาที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางมาพักผ่อนเฉลี่ยถึงวันละ 5,000-10,000 คนต่อวัน แต่เนื่องจากมีพื้นที่จำกัดจึงทำให้ระบบสาธารณูปโภคไม่เพียงพอและก่อให้เกิดปัญหาขยะตกค้างเป็นจำนวนมาก ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากเรือขนถ่ายขยะของเมืองพัทยาที่ใช้ในการขนถ่ายจากเกาะสู่ฝั่งเกิดการชำรุดทรุดโทรมอย่างหนักจนต้องหยุดใช้งานไปนานหลายปี ทำให้มีขยะสะสมบริเวณหน้าหาดแสมแล้วกว่า 5,000 ตันและจะมีปริมาณขยะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากยังไม่มีระบบการบริหารจัดการและแก้ไขที่เป็นรูปธรรม

และล่าสุดจากการศึกษาและออกแบบก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยชุมชนแบบครบวงจร ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ศึกษา คือการเผาทำลายบนพื้นที่แหล่งกำเนิด สอดคล้องกับแนวทางของภาครัฐที่วางไว้ ด้วยเหตุนี้เมืองพัทยา จึงเสนอขอรับความเห็นชอบจากสภาเมืองพัทยาตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อหมายให้ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนดำเนินการทั้งการจัดทำระบบและการกำจัดมูลฝอย

โดยเมืองพัทยา มีหน้าที่ชำระค่ากำจัดมูลฝอยเพื่อเป็นทางเลือกในการดำเนินการโครงการสนับสนุนแนวทางให้ภาคเอกชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้านการกำจัดขยะมูลฝอย ( Pri vate Public Partnership) และแบ่งเบาภาระให้เมืองพัทยา เนื่องจากระบบดังกล่าวเป็นระบบกำจัดแบบเผาทำลายที่จะเป็นต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อควบคุมมลพิษและต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ในการควบคุมระบบที่เกินขีดความสามารถของเมืองพัทยา ที่จะต้องเข้ามาบริหารจัดการเองด้วย



นอกจากนั้นยังมีรายงานว่าโครงการดังกล่าวจำเป็นต้องมีการเสนอเรื่องเพื่อขอรับความเห็นชอบจากสภาเมืองพัทยา ก่อนส่งรายงานต่อไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยลงนาม เปิดประกาศรับภาคเอกชนที่สนใจให้เข้ามาลงทุน คาดว่าน่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 1-2 ปี

ขณะที่ นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี สมาชิกสภาเมืองพัทยา กล่าวว่าตนเองไม่เห็นชอบต่อการดำเนินการดังกล่าวเนื่องจากเป็นการลงทุนโดยภาคเอกชน 100 % จึงไม่ทราบว่าจะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.การร่วมทุนหรือไม่ อีกทั้งยังคาดว่าจะมีข้อกำหนดการทำสัญญายกโครงการและพื้นที่คืนให้กับเมืองพัทยาในระยะ 30 ปี หรือไม่ และเมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่ทราบว่าระบบปฏิบัติจะล้ำสมัยไปมากเพียงใด

" ที่สำคัญเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการกำจัดขยะอาจมีสภาพชำรุดอย่างหนัก จึงน่าจะเป็นภาระที่เมืองพัทยาต้องแบกรับ ดังนั้นจึงอยากให้มีการควรไตร่ตรองและศึกษาอย่างละเอียด ส่วนปริมาณขยะที่เกิดขึ้นกว่า 50,000 ตันในปัจจุบันและจะเพิ่มเป็น 6-7 หมื่นตันในอีก 1-2 ปีข้างหน้าหลังดำเนินการก่อสร้างโครงการเสร็จ วิธีการเผาทำลายก็น่าจะสามารถกระทำได้เพียงปีละ 14,000 ตันต่อปีเท่านั้น ซึ่งคงต้องใช้เวลา 3-4 ปี ขยะค้างเก่าจึงจะหมดไป"

ส่วนขยะใหม่ที่เพิ่มขึ้นอีกกว่าวันละ 20-30 ตัน ก็จะสะสมมากขึนทุกวัน จึงอยากให้เมืองพัทยา ศึกษารายละเอียดอย่างถี่ถ้วนและหามาตรการสำรองในการรองรับปัญหาก่อนนำเสนอต่อกระทรวงมหาดไทย


https://mgronline.com/local/detail/9620000050991


*********************************************************************************************************************************************************


อังกฤษแบนพลาสติกต่อเนื่อง!! เม.ย.ปีหน้า ถึงคิวหลอดพลาสติก สำลีก้าน และที่ชงเครื่องดื่มพลาสติก


เครดิตภาพ เพจ ReReef : ขยะหลอดพลาสติกที่เก็บได้บนชายหาดปราณบุรีในเวลา 10 นาที

อะไรจะเกิดขึ้นกับพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้งในประเทศอังกฤษ!! เมื่อถึงเดือนเมษายน 2020

"หลอดพลาสติก" จะถูกแบนจากการจำหน่ายในร้านค้าทั่วไปและซูเปอร์มาร์เก็ต แต่จะยังอนุญาตให้วางจำหน่ายได้ในร้านขายยาเท่านั้น เพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้

นอกจากนี้ตามร้านกาแฟ ร้านอาหาร บาร์ จะยกเลิกการแจกหลอดพลาสติกในทุกกรณี และต้องไม่มีจุดวางไว้ให้หยิบเองด้วย เรียกว่าจะใช้ได้ในกรณีลูกค้าร้องขอและมีความจำเป็นต้องใช้เท่านั้น

เนื่องจากรัฐบาลเชื่อว่ามาตรการคุมเข้มดังกล่าวจะช่วยลดปริมาณการใช้หลอดปีละ 4.7 พันล้านหลอด ให้เหลือไม่ถึง 1% หรือ 44 ล้านหลอดได้

"ที่ชงเครื่องดื่มแบบพลาสติก" ซึ่งมีการใช้งานปีละ 316 ล้านอันจะถูกแบนอย่างสิ้นเชิง หรือยกเลิกการจำหน่าย

เช่นเดียวกับ "สำลีก้านพลาสติก" หรือ cotton bud จะถูกควบคุมการวางจำหน่าย ยกเว้นในกรณีที่ใช้ในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และหรืองานสืบสวนสอบสวน ซึ่งมีตัวเลขว่า มีสำลีก้านพลาสติกถูกทิ้งเป็นขยะปีละกว่า 1.8 พันล้านชิ้นในอังกฤษ


กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รณรงค์คนไทยเลิกพฤติกรรมติดหลอด เพราะหลอดพลาสติก ก่อขยะทะเลมากขึ้น ซึ่งยากต่อการจัดเก็บและกำจัดที่ปลายทาง

มาตรการเข้มงวดดังกล่าวจะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายนปีหน้า (ค.ศ.2020) เป็นต้นไป

นับเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้มีความชัดเจนในเรื่องของกรอบเวลา เพื่อเปิดโอกาสให้ร้านค้าและผู้บริโภคปรับตัว และเตรียมความพร้อมก่อนการบังคับใช้จริง

ปัจจุบันที่ประเทศอังกฤษมีหลอดทางเลือกทำจากวัสดุที่หลากหลายมากมาย และที่คนเครื่องดื่มก็เปลี่ยนมาใช้วัสดุธรรมชาติแทนได้แล้ว รวมไปถึงก้านสำลีแบบย่อยสลายได้ก็มีแล้วไม่จำเป็นต้องใช้แบบพลาสติกอีกต่อไป

ส่วนใครวางแผนจะไปเที่ยวอังกฤษในปีหน้า เตรียมตัวเสียเนิ่นๆ ก็ดี เลิกพฤติกรรมติดหลอดพลาสติก และไอเท็มพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งทั้งหลาย เดี๋ยวเผลอไปถามหาหลอดในร้านกาแฟ ร้านอาหาร เขาอาจจะนึกว่าเราเป็นคนป่วยหรือเปล่า!


https://mgronline.com/greeninnovatio.../9620000050664

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 29-05-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


ชาวบ้านเศร้า! วาฬตายอืดกลางทะเลปากอ่าวบ้านแหลม ภาวนาอย่าใช่ตัวขวัญใจนักท่องเที่ยว



วันที่ 28 พ.ค. เจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาฯอ่าวไทยตอนบน พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน.เพชรบุรี ผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่ ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ช่วยกันนำซากวาฬบลูด้า ความยาว 10 เมตร 50 เซนติเมตร ขึ้นบนฝั่งเพื่อตรวจสอบหลังชาวประมงพบซากลอยน้ำอยู่กลางทะเลอ่าวบ้านแหลม จึงลากมาไว้ใกล้ชายฝั่งทะเล เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เก็บหลักฐานและตรวจพิสูจน์

เบื้องต้นพบว่าสภาพวาฬบลูด้าเริ่มเน่าส่งกลิ่นเหม็น เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บตัวอย่าง ตรวจเช็คข้อมูลเก็บหลักฐานภายนอกทั้งหมด แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าตายจากสาเหตุใด ต้องทำการผ่าพิสูจน์อย่างละเอียด

ชาวบ้านในพื้นที่ เปิดเผยว่า เป็นครั้งแรกที่พบวาฬบลูด้าตายบริเวณอ่าวบ้านแหลม และขอภาวนาอย่าเป็นวาฬบลูด้า ที่ขึ้นมาโชว์นักท่องเที่ยวอยู่เป็นประจำที่ปากอ่าวบ้านแหลม ซึ่งมักจะขึ้นเล่นน้ำกินปลาโชว์นักท่องเที่ยวเป็นประจำทุกปี โดยจะว่ายเล่นกันอยู่ 2 ตัว เป็นวาฬเพศผู้กับเพศเมีย

สำหรับวาฬบลูด้าที่ตาย เจ้าหน้าที่ได้นำรูปภาพถ่ายของวาฬบลูด้าที่อยู่ปากอ่าวบ้านแหลมมาเทียบตรวจสอบว่าใช้วาฬบลูด้าตัวเดียวกันหรือไม่ เบื้องต้นมีส่วนคล้ายกันมาก แต่ยังไม่สามารถระบุได้ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าใช้ตัวเดียวกันหรือไม่ เนื่องจากสภาพวาฬบลูด้าเริ่มเน่าผิวหนังหลุดออก ต้องนำสัญลักษณ์รูปร่างไปเทียบกับภาพถ่ายขนาดใหญ่อีกครั้ง ถึงจะระบุได้ว่าเป็นตัวเดียวกันหรือไม่ อย่างไรก็ตามในวันที่ 29 พ.ค.นี้ จะมีการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตายอย่างละเอียด


https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_2561905

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 29-05-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


วาฬบรูด้า ตายกลางทะเลอ่าวไทย

ทช.แจ้งพบวาฬบรูด้า ยาว 10 ม.ตายกลางทะเลอ่าวไทย เร่งประสานงานหน่วยงานในพื้นที่นำซากวาฬขึ้นมาผ่าชันสูตร



วันนี้ (28 พ.ค.62 ) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เผยแพร่ภาพและข้อความโดยระบุว่า ศูนย์?วิจัย ทช. อ่าวไทย?ตอน?บน? รับแจ้งจากกลุ่มวาฬไทย (Thai Whales)? พบซากวาฬขนาดใหญ่ กลางทะเลอ่าวไทยตอนบน เบื้องต้นเป็นวาฬบรูด้า (Balaenoptera? edeni)? เพศเมีย ความยาวประมาณ 10 ม.สภาพซากเริ่มเน่า

ขณะนี้กำลังประสานงานหน่วยงานในพื้นที่ ภาคเอกชน และเรือประมง ร่วมกันหาพื้นที่ที่เหมาะสม เพื่อนำซากวาฬขึ้นมาผ่าชันสูตร เก็บตัวอย่าง และจัดการซากต่อไป


https://news.thaipbs.or.th/content/280428

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 29-05-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


ผลสำรวจชี้ "แม่น้ำเจ้าพระยา" ปนเปื้อนยาปฏิชีวนะ

อุตสาหกรรมการประมงทั่วโลก ขยายตัวมากขึ้นกว่า 2 เท่าตัวในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังมีการพัฒนาด้านเทคโนโลยี จนสัตว์น้ำลดลงอย่างน่าเป็นห่วง ขณะที่ทีมนักวิทยาศาสตร์จากอังกฤษ เตือนว่า แม่น้ำต่างๆ ทั่วโลก มีการปนเปื้อนของยาปฏิชีวนะในขั้นอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ ซึ่งรวมถึงแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย



รายงานฉบับนี้เป็นผลงานของทีมนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัย "ยอร์ค" ประเทศอังกฤษที่ได้นำตัวอย่างของน้ำ 711 สายจาก 72 ประเทศทั่วโลก ซึ่งทั้งหมดเป็นแม่น้ำที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งสิ้น เช่นแม่น้ำเจ้าพระยา , แม่น้ำโขง , แม่น้ำดานูบในออสเตรีย แม่น้ำแซนของฝรั่งเศส , แม่น้ำเธมส์ของอังกฤษ

จากการวิจับพบว่า 65 เปอร์เซ็นต์ของแม่น้ำทั้งหมด มียาปฏิชีวนะปนเปื้อนในอัตราที่สูง โดยที่พบมากที่สุดอยู่ที่บังคลาเทศ มียาปฏิชีวนะเจอจนอยู่ในน้ำ มากกว่าระดับที่ปลอดภัยต่อมนุษย์ถึง 300 เท่า รองลงมาได้แก่ เคนยา ปากีสถานและไนจีเรีย



ในส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยาพบว่ามีสารตกค้างหลายชนิด แต่ที่พบมากที่สุดคือ ยาต้านจุลชีพ ยาต้านแบคทีเรีย และเชื้อดื้อยา ส่วนหนึ่งมาจากอุปนิสัยการใช้ยาของคนไทยอย่างไม่เหมาะสม หรือพร่ำเพรื่อเกินความจำเป็น เนื่องจากยังไม่ได้รับการศึกษาความเข้าใจที่ดีพอ


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...0%B8%99/103778

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 05:57


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger