เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 05-06-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is online now
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,412
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 5 มิถุนายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่เพิ่มขึ้นและฝนตกหนักไว้ด้วย ส่วนภาคเหนือตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีปริมาณฝนน้อย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 5- 6 มิ.ย. 62 ประเทศไทยตอนบนมีการกระจายของฝนลดลง ส่วนภาคใต้ยังคงมีฝนต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักทางล่างของภาค ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลัอ่อน โดยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 7 - 10 มิ.ย. 62 ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 5 - 6 มิ.ย. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะนี้ไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 7 - 10 มิ.ย. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (98.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (98.2 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (173.4 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 05-06-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is online now
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,412
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


ช็อก สาวมะกันโดนฉลามขย้ำ ขาขาด พ่อสุดฮีโร่ รีบช่วย ชกจมูกฉลาม 5 หมัด

ระทึก..สาวอเมริกันวัย 17 โดนฉลามทำร้าย กัดขาขาดไปข้าง เดชะบุญ พ่อเห็นเหตุการณ์พอดี รีบช่วยลูกแบบไม่ห่วงชีวิต ปล่อยหมัด ชกจมูกฉลาม 5 ครั้ง จนมันยอมผละว่ายจากไป



เมื่อ 4 มิ.ย.62 เว็บไซต์ เดอะ ซัน รายงานว่า เกิดเหตุการณ์ระทึกสุดๆ วัยรุ่นสาวชาวอเมริกันวัย 17 ต่อมาทราบชื่อว่า น.ส.เพจ วินเทอร์ ประสบเหตุร้ายโดนฉลามขย้ำกัด ขณะเธอกำลังเล่นน้ำทะเลที่ชายหาด ฟอร์ต แมคอน สเตท ปาร์ก รัฐนอร์ท แคโรไลนา ประเทศสหรัฐฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนขาขาดไปหนึ่งข้าง และนิ้วมือโดนฉลามกัดขาดหลายนิ้ว ทว่า วินเทอร์ก็รอดชีวิตอย่างฉิวเฉียด เมื่อพ่อของเธอรีบช่วยชีวิตบุตรสาวอย่างไม่ห่วงชีวิตตัวเองแม้แต่นิดเดียว



ข่าวแจ้งว่า พ่อของวินเทอร์ ซึ่งเป็นพนักงานดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์
ได้รีบช่วยบุตรสาวที่กำลังถูกฉลามทำร้าย อย่างไม่เกรงกลัว เขาได้ปล่อยหมัดชกเข้าที่จมูกของฉลามไป 5 ครั้ง จนฉลามยอมล่าถอยว่ายจากไป จากนั้นจึงรีบนำบุตรสาวที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากคมเขี้ยวฉลามกลับขึ้นฝั่ง เรียกกู้ภัยให้รีบมาช่วยนำบุตรสาวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน


https://www.thairath.co.th/news/foreign/1583808

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 05-06-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is online now
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,412
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


ทีมสัตวแพทย์?ดูแล 'ลูกพะยูน' อย่างใกล้ชิด 6? เดือนปล่อยสู่ธรรมชาติได้



4? มิ.ย.62? นายจตุพร? บุรุษพัฒน์? อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง? เปิดเผยหลังจากลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดเฝ้าระวังและอนุบาลลูกพะยูนเกยตื้นชั่วคราวว่า? ได้รับการรายงานถึงสถานการณ์ของลูกพะยูน? หรือเจ้ามาเรียม?จากน.ส.พัชราภรณ์? แก้วโม่ง? นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ? สังกัดศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน? จ.ภูเก็ต? กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง? (ทช.)? หัวหน้าทีมสัตวแพทย์ที่เฝ้าดูแล?ลูกพะยูนตัวดังกล่าวอย่างใกล้ชิดว่า? ขณะนี้เจ้ามาเรียมมีสุขภาพแข็งแรงดี? ความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในระดับที่ผอม? โดยทีมสัตวแพทย์ได้ให้นมและสารอาหารที่ทดแทนอย่างเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของเจ้ามาเรียม? ส่วนอาการอื่นๆ? ยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด? ทั้งนี้ทีมสัตวแพทย์ยังคงต้องติดตามเฝ้าระวังและดูแลในเรื่องของโภชนาการหลักอย่างใกล้ชิด? โดยเจ้ามาเรียมสามารถตอบสนองการกินนมและหญ้าทะเลได้เป็นอย่างดี? ปัจจุบันทีมสัตวแพทย์จะให้นมประมาณ? 1-2? ลิตร/วัน? พร้อมกับให้วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ? ที่สำคัญ

โดยการให้นมนั้นจะให้ไปเรื่อยๆ? ตามความต้องการในแต่ละวัน? เปรียบเสมือนการเลี้ยงดูแบบธรรมชาติที่ลูกพะยูนจะต้องกินนมแม่ได้ทั้งวัน? นอกจากนี้ทีมสัตวแพทย์ได้พาเจ้ามาเรียมว่ายน้ำ?เพื่อให้ลำไส้มีการขยับตัวเพื่อลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อเหมือนเด็กทารก? และที่สำคัญเป็นการออกกำลังกายและลดความเครียดให้กับเจ้ามาเรียมได้เช่นกัน ทั้งนี้? คาดว่าประมาณ? 6? เดือน? ถ้าเจ้ามาเรียมมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง? สามารถหาอาหารกินเองได้ตามธรรมชาติ? ?ทางกรม? ทช.? ก็จะปล่อยเจ้ามาเรียมกลับคืนสู่ท้องทะเลต่อไป

นายจตุพร? กล่าวว่า? สำหรับชื่อของลูกพะยูน?เพศเมียตัวดังกล่าวนี้มีชื่อว่า "มาเรียม" ซึ่งตามหลักศาสนาอิสลามที่ชาวบ้านเกาะลิบงช่วยกันตั้งชื่อนี้?มีความหมายว่า "ผู้หญิงที่มีจิตใจงดงาม" เปรียบเสมือนความรัก? ความหวงแหน? และความผูกพันที่ชาวบ้านเกาะลิบงมีต่อพะยูนซึ่งเป็นสัตว์สงวนประจำท้องถิ่นของ จ.ตรัง

สำหรับลักษณะโดยทั่วไป? พะยูนเป็นสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนม รูปร่างของพะยูนเป็นทรงกรวยคล้ายโลมา บ้างก็ว่าคล้ายวัวมากที่สุดเพราะมันกินหญ้าทะเลเป็นอาหาร รูปร่างหน้าตาของพะยูนนั้นเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากเพราะส่วนหัวมีลักษณะคล้ายวัว คนส่วนใหญ่จึงเรียกมันว่า วัวทะเล แต่ส่วนลำตัวนั้นกลับมีความคล้ายคลึงกับปลา ผิวหนังหนา มีสีต่างๆ เช่น สีเทา สีนํ้าตาล และบางตัวก็มีสีนํ้าตาลอมชมพู ตลอดลำตัวของมันมีขนเล็กๆ? ขึ้นอยู่โดยทั่วไปของร่างกาย และขนแข็งๆ? ของมันจะอยู่ที่บริเวณปากและสองแก้มของมัน มีตาและหูเล็กๆ? อย่างละคู่ ไม่มีใบหู มีกรีบด้านหน้าหนึ่งคู่คล้ายแมวนํ้า มีติ่งนมเล็กอยู่ใต้ลำตัวตรงแนวใต้กรีบทั้งสองข้าง ภายในกรีบหน้าทั้งสองข้างประกอบด้วยกระดูกข้อนิ้วข้างละห้านิ้วคล้ายกับกระดูกมือของมนุษย์ ตรงส่วนหางนั้นมีหางเป็นแฉกคล้ายปลาวาฬเพื่อใช้ในการเปลี่ยนทิศทางและในการว่ายนํ้าของมัน พะยูนมีโครงสร้างร่างกายในลักษณะลำตัวตันมีชิ้นเนื้อ กระดูก และไขมันรวมทั้งผิวหนังที่หนา ไม่มีเกล็ด ไม่มีส่วนใดของร่างกายของพะยูนที่จะเป็นอาวุธในการป้องกันตนเองและเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ มันว่ายนํ้าด้วยความเร็วที่ 1.8-2.2 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งเป็นความเร็วที่ช้ามากหากเปรียบเทียบกับสัตว์ทะเลประเภทอื่นๆ



นายจตุพร? กล่าวต่อว่า กรมฯ? ต้องขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เข้ามาดูแลและเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด? 24? ชั่วโมง? ทั้งจากเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง ที่ให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ? อีกทั้งภาคประชาชน? และจิตอาสาจากชุมชนเกาะลิบง? จ.ตรัง? ในการเอื้อเฟื้ิอสถานที่อนุบาลเจ้ามาเรียม? พร้อมกับอำนวยความสะดวกให้กับทีมสัตวแพยท์และเจ้าหน้าที่? รวมถึงการประชาสัมพันธ์ในด้านการป้องกันแนวเขต? อีกทั้งการอนุรักษ์หญ้าทะเลและพะยูน?ให้อยู่คู่ท้องทะเลจังหวัดตรังสืบไป

นอกจากนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ กิจกรรมทางทะเล?การสัญจรทางเรือ และเครื่องมือประมง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อพะยูนได้ เช่น หากมันว่ายน้ำออกไปนอกแนวเขต ก็อาจถูกเรือชน หรือถูกใบพัดเรือ รวมทั้งอาจไปติดเครื่องมือประมงบางชนิด หรือว่ายน้ำเผลอเข้าไปเกยตื้น? ฉะนั้น จึงขอเน้นย้ำให้ทุกคนปฏิบัติตามกติกาที่พึงมีอย่างเคร่งครัด? ดังนี้
1. ห้ามลงน้ำ/ดำน้ำกับพะยูน
2. ห้ามขับเรือไล่ ต้องดับเครื่องเมื่อเข้าใกล้
3. เมื่อพะยูนแสดงให้เห็นว่าถูกรบกวนพฤติกรรม ต้องยุติกิจกรรมทั้งปวง
4. เรือทุกลำต้องลงทะเบียน เพื่อสามารถจัดการดูแลได้
5. ควรมีคณะทำงานร่วมกัน เพื่อกำหนดกติกา/จำนวนเรือในพื้นที่ ตลอดจนปรึกษาหารือเรื่องอื่นๆ ร่วมกัน
6. ควรต้องมีการศึกษาเรื่องการท่องเที่ยวชมพะยูนเป็นการเร่งด่วน? และ?
7.? ไม่ทิ้งขยะลงในท้องทะเล? เพราะขยะพลาสติกเหล่านี้อาจจะสร้างผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสัตว์ทะเลหายาก? ระบบนิเวศทั้งทางบกและทางทะเล? หรือทำลายทัศนียภาพอันงดงามของเกาะลิบง?อีกด้วย


https://www.naewna.com/likesara/417736

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 05-06-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is online now
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,412
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


ทีมสัตวแพทย์? เฝ้าดูแล "มาเรียม" ลูกพะยูนหลงฝูงอย่างใกล้ชิด? คาดอีก? 6? เดือนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติได้



กระบี่ 4 มิ.ย.-หลังจากที่มีการพบลูกพะยูน? เพศเมีย? อายุประมาณ 1 ปี? พลัดหลงจากแม่และว่ายน้ำตามเรือเข้าเขตจังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 เจ้าหน้าที่?กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงนำตัวมาดูแลเพื่อฟื้นฟูสภาพแบบธรรมชาติ บริเวณจุดชมพะยูน? ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง?

ล่าสุดนายจตุพร? บุรุษพัฒน์? อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง? ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดเฝ้าระวังและอนุบาลลูกพะยูนเกยตื้นชั่วคราว กล่าวว่า ทีมสัตวแพทย์ นำโดย น.ส.พัชราภรณ์? แก้วโม่ง? นายสัตวแพทย์ปฏิบัติการ? สังกัดศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน? จ.ภูเก็ต? หัวหน้าทีมสัตวแพทย์ที่เฝ้าดูแล?ลูกพะยูน รายงานว่าเจ้ามาเรียมมีสุขภาพแข็งแรงดี? ความสมบูรณ์ของร่างกายอยู่ในระดับที่ผอม? โดยทีมสัตวแพทย์ได้ให้นมและสารอาหารที่ทดแทนอย่างเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของเจ้ามาเรียม? ส่วนอาการอื่นๆ? ยังไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด?

โดยทีมสัตวแพทย์ยังคงต้องติดตามเฝ้าระวังและดูแลในเรื่องของโภชนาการหลักอย่างใกล้ชิด? โดยเจ้ามาเรียมสามารถตอบสนองการกินนมและหญ้าทะเลได้เป็นอย่างดี? ปัจจุบันทีมสัตวแพทย์จะให้นมประมาณ? 1-2? ลิตร/วัน? พร้อมกับให้วิตามินและแร่ธาตุอื่นๆ?ที่สำคัญ

ทั้งนี้ทีมเจ้าหน้าที่ใช้วิธีดูแลเลียนแบบธรรมชาติโดยการให้นมตามความต้องการในแต่ละวัน? คล้ายการเลี้ยงดูแบบธรรมชาติที่ลูกพะยูนจะต้องกินนมแม่ได้ทั้งวัน? นอกจากนี้ทีมสัตวแพทย์ได้พาเจ้ามาเรียมว่ายน้ำ?เพื่อให้ลำไส้มีการขยับตัวเพื่อลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อเหมือนเด็กทารก? ที่สำคัญเป็นการออกกำลังกายและลดความเครียดให้กับเจ้ามาเรียม

ทั้งนี้?คาดว่าประมาณ? 6? เดือน? ถ้าเจ้ามาเรียมมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง? สามารถหาอาหารกินเองได้ตามธรรมชาติ? ?ก็จะปล่อยเจ้ามาเรียมกลับคืนสู่ท้องทะเลต่อไป


https://tna.mcot.net/view/iDvyN53Go

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 05-06-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is online now
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,412
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


พบวาฬเพชฌฆาตราว 30 ตัวบริเวณเกาะเต่า เตือนดูได้แต่ห้ามให้อาหาร



สุดฮือฮา พบวาฬเพชฌฆาตแหวกว่ายในท้องทะเลเกาะเต่า จนเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมา จนผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ออกมาเตือนให้นักท่องเที่ยวชมด้วยความทะนุถนอมอย่าทำผิดกฏหมาย

หลังจากที่มีการพบฝูงวาฬเพชรฆาต ฝูงใหญ่ ราว 30 ตัวแหวกว่ายในท้องทะเลเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ด้านหน้าหาดทรายรี ไปทางเกาะนางยวน เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นอย่างมาก และหลังจากข่าวแพร่กระจายออกไป ก็ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางไปเกาะเต่ากันเป็นจำนวนมากเพื่อชื่นชมฝูงวาฬเพชรฆาต

ซึ่ง คุณวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี ระบุการปรากฏตัวของวาฬเพชรฆาต เป็นสิ่งยืนยันถึงความสมบูรณ์ของท้องทะเลเกาะเต่า รวมทั้งความสำเร็จในการอนุรักษ์ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องมาตรการคุ้มครอง 3 เกาะ คือ เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ซึ่งมีมาตรการเข้มงวดกวดขันในการคุ้มครองปะการัง ห้ามปล่อยน้ำเสีย ขยะสิ่งปฏิกูลลงสู่ท้องทะเล ห้ามกิจกรรมที่เป็นอันตรายต่อปะการัง เช่นกิจกรรมเดินชมปะการังใต้ท้องทะเล ในรอบ 6 เดือนหลังการบังคับใช้ พบว่าทรัพยากรฯทางทะเลมีการฟื้นตัวเป็นลำดับจนกระทั่งเห็นวาฬฝูงนี้อยู่ในพื้นที่เกาะเต่านานขึ้นเป็นการเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาชื่นชมทำให้การท่องเที่ยวคึกคัก

แต่อย่างไรก็ตามขอความร่วมมือประชาชนและนักท่องเที่ยว ขอให้ชื่นชมวาฬเพชรฆาต ให้ถูกต้องตามหลักสากล คือ อย่าขับเรือไล่ตาม อย่าเข้าใกล้ในระยะที่ทำให้วาฬแตกตื่น โดยให้จอดเรือลอยลำอยู่นิ่ง ๆ รอฝูงวาฬว่ายน้ำผ่าน ที่สำคัญที่สุดห้ามให้อาหารวาฬเพชรฆาตโดยเด็ดขาด เพราะการกระทำดังกล่าวจะเป็นการกระทำผิด คำสั่งกรมอุทยานแห่งชาติ มีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี


http://www.nationtv.tv/main/content/378715909/#cxrecs_s

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 05-06-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is online now
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,412
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


'ฝุ่นจิ๋ว' ม่านหมอกมรณะ วิกฤตที่รอการแก้ไขอย่างยั่งยืน ................ ผู้เขียน: เอกชัย จั่นทอง



ช่วงปลายเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา เกิดความแตกตื่นในกรุงเทพมหานคร เมื่อฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 สร้างผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างไม่ลดละ กลับกันยังทวีความรุนแรงจนหลายคนเกิดอาการเจ็บป่วย ขณะนั้นกรุงเทพมหานครถูกห่อหุ้มด้วยฝุ่นละอองจนขาวโพลน โรงเรียน บริษัท หลายแห่งประกาศหยุดงาน ประชาชนกว่า 90% ต้องสวมหน้ากากอนามัยออกจากบ้านเพื่อป้องกันฝุ่นทั่ว

ไม่ใช่เพียงกรุงเทพฯ ต้องเผชิญฝุ่นละอองขนาดเล็ก ภาคเหนือตอนบน อาทิ เชียงใหม่ แพร่ แม่ฮ่องสอน ฯลฯ ต่างประสบปัญหาฝุ่นละอองอย่างหนักเช่นกัน จากสภาพภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะและภูเขาล้อมรอบ บวกกับการเผาป่า เผาซังข้าว ซังข้าวโพด จนเกิดการสะสมหมอกควันและฝุ่นพิษในอากาศสูงมาก สอดคล้องกับที่ ศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แถลงยืนยันปัญหาผ่านคลิปวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า 'PR Chiang Mai' เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2562

ใจความสำคัญในแถลงชี้แจงสาเหตุปัญหาหมอกควันที่สูงขึ้นใน จ.เชียงใหม่ เกิดจากลมที่พัดสู่ภาคเหนือ ประกอบกับหมอกควันจากด้านใต้ของจังหวัดที่มาจากต่างพื้นที่และหมอกควันจากแนวชายแดน รวมถึงการลักลอบเผาป่า ทำให้เกิดหมอกควันหนาแน่นไม่กระจายตัว หลายครัวเรือนต้องจมอยู่กับผลกระทบต่อสุขภาพ

ประเทศไทยเผชิญกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กมาตลอด จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่ปีนี้ค่าฝุ่นทะยานพุ่งสูงจนเกิดสถิติระดับโลก เว็บไซต์ www.airvisual.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์วัดคุณภาพอากาศของทั่วโลก พบว่าวันที่ 23 มีนาคม 2562 จากการเปรียบเทียบดัชนีคุณภาพอากาศหรือค่า US AQI จากหัวเมืองใหญ่ประเทศต่างๆ ทั่วโลกพบว่า ค่ามลพิษในอากาศ จ.เชียงใหม่ พุ่งสู่อันดับ 1 ของโลก 2 ติดต่อกัน ดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ถึง 392 US AQI

การหายใจเอา PM2.5 เข้าไปในร่างกาย ในระยะเวลา 1 วัน อาจเกิดอาการอักเสบ ทำให้โรคประจำตัวกำเริบ หากเข้าปอดอาจทำให้ปอดอักเสบผ่านจากปอดแล้วทะลุเข้าไปสู่อวัยวะอื่นๆ หากเข้าไปในเส้นเลือดที่เลี้ยงหัวใจ อาจทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบ เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว

นอกจากนี้ ถ้าฝุ่นจิ๋วเข้าไปในหลอดเลือดในสมองแล้วอาจทำให้เส้นเลือดในสมองแตก (stroke) ถ้าไม่เสียชีวิตเฉียบพลัน อาจทำให้เป็นอัมพาตได้ กระนั้นก็ตามฝุ่นจิ๋วขนาด PM2.5 ยังทำให้ติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ เป็นหวัด ไซนัสกำเริบ ความสามารถในการเรียน ทำงาน และออกกำลังกายลดลง

ระยะยาวหากประชาชนอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มี PM2.5 อยู่ในระดับสูงตลอดปี จะทำให้เป็นโรคถุงลมโป่งพอง ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดหัวใจตีบ หลอดเลือดแข็งตัว และมะเร็งปอด ข้อมูลข้างต้นไม่ใช่การอ้างขึ้นโดยไร้ที่มา แต่เป็นข้อมูลของ ศ.นพ.ชายชาญ โพธิรัตน์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้กล่าวบรรยายไว้บนเวทีเสวนา เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 ในหัวข้อ "มหันตภัยฝุ่นพิษถล่มเมือง" ซึ่งขณะนั้นเชียงใหม่กำลังเกิดวิกฤตปัญหาฝุ่นละออง

ศ.ดร.ศิวัช พงษ์เพียจันทร์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติ คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในฐานะนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและศึกษาวิจัยเกี่ยวกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก เสริมด้วยตัวเลของค์การอนามัยโลก (WHO) ชี้ชัดว่า ทุกๆ 1ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรของค่า PM2.5 ที่เพิ่มขึ้น มีความเสี่ยงตามมาของโรคระบบทางเดินหายใจ โรคมะเร็งในปอด โรคหัวใจวายเฉียบพลัน และเส้นเลือดอุดตันในสมอง

องค์การอนามัยโลก คาดจำนวนผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศทั้งภายในและนอกอาคารมีตัวเลขสูงถึง 8 ล้านคนต่อปี ถือเป็นจำนวนสูงมากกว่าผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติธรรมชาติทุกประเภท

มาตรการเครื่องฟอกอากาศขนาดยักษ์ให้กับเมืองสำคัญๆ อาจเป็นลู่ทางที่รัฐบาลต้องพิจารณาการใช้เครื่องฟอกอากาศให้กับคนทั้งเมือง ที่เห็นตัวอย่างชัดเจนคือประเทศจีน ที่เมืองซีอาน มีต้นแบบปล่องบำบัดมลพิษทางอากาศ งบประมาณสร้าง 60 ล้านบาท ปล่องนี้สามารถลดค่าความเข้มข้นของฝุ่น PM2.5 ในรัศมี 10 ตารางเมตร รอบปล่องบำบัดมลพิษลดลงได้ถึง 10%

มหาอำนาจอย่างประเทศจีนในอนาคตตามหัวเมืองใหญ่จะมีนวัตกรรมรูปทรงคล้ายปล่องไฟผุดกระจายไปทั่วเมือง ทางการจีนมีแผนสร้างปล่องบำบัดมลพิษที่สูงขึ้น 300 เมตร แม้จะเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุก็ตาม สำหรับในประเทศไทย แค่ทำให้มลพิษลดลงเพียง 1% คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้นไม่น้อยเช่นกัน

"ถ้าปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวอย่างเดียวไม่รอด โดยเฉพาะช่วงสภาพอากาศวิกฤต ส่วนการเพิ่มสัดส่วนพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ เราไม่ควรตัดต้นไม้มากจนเกินไป ต้องให้ความสำคัญกับต้นไม้มากที่สุด ควรปลูกต้นไม้จริงๆ โดยเฉพาะไม้เลื้อยช่วยดูดซับความร้อนจากตัวอาคาร ลดค่าใช้จ่ายประหยัดแอร์ได้ 20-30%" คำยืนยันจากอาจารย์ศิวัช

แม้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะประกาศยกระดับการแก้ปัญหาฝุ่นพิษให้เป็นวาระแห่งชาติแล้วก็ตาม แต่การแก้ปัญหามลพิษในเชิงรุกของประเทศให้สำเร็จได้นั้น ศ.ดร.ศิวัช ย้ำว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีกฎหมายอากาศสะอาด "Clean Air Act" โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม เหมือนเช่นประเทศสิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ที่มีกฎหมายดังกล่าว คอยช่วยกำกับดูแลคุณภาพอากาศให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยต่อประชาชน

ทว่าประเด็นที่ดูเป็นปัญหาสำคัญคือ "ไร้เจ้าภาพ" ในการแก้ปัญหา ซึ่งตอกย้ำชัดเจนจากคำยอมรับของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ที่ระบุว่า "ไม่ได้มีความรู้เรื่องมลพิษ พร้อมเชิญชวนทุกหน่วยงานมาระดมหาทางออกเพื่อปัญหา"

นอกจากนั้นแล้ว ศ.ดร.ศิวัช ระบุว่า ถ้าประเทศไทยมี "สำนักงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อม" เพื่อให้หน่วยงานนี้สามารถใช้กฎหมายที่มีอยู่ในมือบริหารจัดการได้ เช่น ถ้าต้นตอปัญหาเป็นโรงงานๆ ไหนปล่อยมลพิษก็สามารถสั่งปิดได้เลย หรือรถคันไหนปล่อยควันดำก็เอาผิดได้ โดยสำนักงานนี้จะมีลักษณะเหมือนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็น single command ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี

นักวิชาสิ่งแวดล้อมจากนิด้า มองว่า มาตรการสร้างแรงจูงใจให้กับเอกชนด้วยการลดหย่อนภาษีผู้ที่ติดตั้งอุปกรณ์บำบัดลดมลพิษทางอากาศแบบพิเศษและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพคน เช่น หน้ากาก เครื่องฟอกอากาศ ฯลฯ อาจลดภาษีเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ เหนือสิ่งอื่นใดต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างทางการเกษตรและจัดตั้งหน่วยงานเจ้าภาพมาดูแลเรื่องนี้อย่างชัดเจนด้วย

ดังนั้น วิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็กในกรุงเทพฯ และจังหวัดภาคเหนือ จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่จะนำไปสู่การหาแนวทางการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ


https://greennews.agency/?p=19115

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 03:48


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger