เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 12-06-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,788
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 12 มิถุนายน 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"คลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน(มีผลกระทบจนถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2561)"
ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 12 มิถุนายน 2561
ในช่วงวันที่ 12-18 มิถุนายน 2561 คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง สำหรับประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งของภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกขอให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงวันที่ 12-14 มิถุนายน 2561 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรง ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง ส่วนในช่วงวันที่ 15-18 มิถุนายน 2561 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้นอีก ลักษณะเช่นนี้ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง



ประกาศ ณ วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไป ในวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น.



ลักษณะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีปริมาณฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากในช่วงระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 12-14 มิ.ย. ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือและภาคตะวันออก ส่วนในช่วงวันที่ 15-18 มิ.ย. ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคใต้ตอนบน สำหรับทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตรตลอดช่วง


ข้อควรระวัง


ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วง
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-06-12_DFTH2_1200.jpg (19.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-06-12_DFTH1_1200.jpg (71.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest120618.jpg (31.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-06-12_TopChart_07.jpg (129.5 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 12-06-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,788
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด

ขยะล้นหาดจอมเทียน! นักท่องเที่ยวไม่กล้าเล่นน้ำ วอนจนท.เร่งเก็บ



ขยะล้นหาดจอมเทียน! เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ติดตามปัญหาขยะที่ถูกคลื่นซัดเกลื่อนชายหาด บริเวณชายหาดจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่ง เป็นชายหาดที่มีแนวยาวประมาณ 300-400 เมตร พบว่าผู้ประกอบการขายอาหารริมชายหาดพยายามช่วยกันเก็บในช่วงเช้าและเย็น แต่ยังคงมีขยะถูกคลื่นซัดลอยมาเกยตื้นทุกวัน


กองขยะมหึมาเกยหาด

โดยขยะส่วนใหญ่ที่พบเป็นทุ่นโฟม พลาสติก เศษขยะ และต้นไม้ไผ่ ซึ่งถูกคลื่นซัดลอยเกลื่อนชายหาดเนื่องจากมีลมมรสุมที่พัดเข้าฝั่งในช่วงนี้ และนำพาขยะที่ถูกทิ้งลงกลางทะเลเข้ามาหน้าชายหาดเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาขยะเต็มชายหาด ส่งผลให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าลงเล่นน้ำ หวั่นเกิดอันตรายจากขยะที่ติดเชื้อ นอกจากนี้ บริเวณเกาะตามแหล่งโขดหินปะการังพบขยะจำนวนมาก รวมถึงอวนแหที่ติดตามโขดหินด้วย



ในเบื้องต้นหน่วยงานศูนย์อนุรักษ์พิทักษ์ทะเล และผู้ประกอบการต้องช่วยกันเก็บขยะที่ลอยมาทุกวัน รวมถึงช่วยกันดำน้ำจัดเก็บอวนที่ติดใต้ท้องทะเลและเก็บขยะที่ถูกทิ้งไว้ในท้องทะเล ทั้งช่วงเช้าและเย็น แต่เก็บได้ไม่หมด เพราะขยะบางส่วนฝังอยู่ในทราย เมื่อน้ำลงก็จะลอยขึ้นมาอีก ทำได้เพียงเก็บในส่วนที่ลอยมาเกยตื้นริมทะเลเท่านั้น ชาวบ้านและผู้ประกอบการจึงอยากฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาดำเนินการทำความสะอาด และเก็บขยะให้หมดไป เพื่อไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อการท่องเที่ยว
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 12-06-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,788
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า

ซูเปอร์ฯเพื่อสังคม ช่วยโลกลดขยะอาหาร

คอลัมน์ Eco Touch

มากกว่า 1 ใน 3 ของอาหารที่ถูกผลิตในโลกนี้มีจุดจบเป็นของเหลือทิ้ง แต่ขณะเดียวกัน ยังมีคนกว่า 800 ล้านคนทั่วโลกต้องอดมื้อกินมื้อ ซึ่งปัญหาขยะอาหารที่เหลือทิ้งบ่งบอกถึงการใช้ทรัพยากรของโลกอย่างไร้คุณภาพ ทั้งยังมีส่วนในการสร้างมลพิษอีกด้วย

ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น (United Nations -UN) กำหนดเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (sustainable development goals) 17 ข้อ โดยมีข้อที่ 12 เกี่ยวกับการสร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน และข้อ 12.3 กล่าวไว้ด้วยเรื่องการลดขยะเศษอาหารของโลกลงครึ่งหนึ่งทั้งระดับค้าปลีก ผู้บริโภค และลดการสูญเสียหลังเก็บเกี่ยวให้ได้ภายในปี 2573

หากแต่การจะจัดการกับปัญหาดังกล่าวต้องมีการวางแผนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ โดยใช้ข้อมูลสถิติการบริโภคสินค้าแต่ละประเภท ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องใช้เวลานาน ทำให้การแก้ปัญหาไม่ทันเวลา รวมไปถึงเหตุผลในแง่ธุรกิจที่ผู้ประกอบการมักผลิตของจำนวนมากในครั้งเดียว เพราะช่วยลดต้นทุน จึงเป็นความท้าทายและอุปสรรคกับการขจัดปัญหาขยะเศษอาหารในปัจจุบัน

แต่กระนั้น ยังมีคนบางกลุ่มที่เล็งเห็นว่าต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยลดขยะเศษอาหาร ถึงแม้จะเป็นกลุ่มเล็ก ๆ และเป็นปลายน้ำ โดยตัวอย่างแรกคือ ?Wefood? ในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตของหมดอายุที่ก่อตั้งในปี 2559

ทางร้านเลือกขายสินค้าที่ร้านอื่นไม่ขาย เพราะเลยวัน best before นั่นคือวันที่ผู้ผลิตระบุไว้บนฉลากสินค้าว่าอาหารยังมีคุณค่าทางโภชนาการของอาหารครบถ้วนจนถึงวันกำหนด และยังสามารถใช้ได้ต่อไปอีก 6 เดือน แต่ส่วนประกอบบางตัวจะลดลง

นอกจากนั้น ?Wefood? ยังขายสินค้าที่บรรจุภัณฑ์มีตำหนิ หรือแปะป้ายผิดอีกด้วย สินค้าเหล่านี้ยังสามารถนำบริโภคได้ตามข้อกำหนดของ Danish food legislation โดยทางร้านจะขายสินค้าดังกล่าวด้วยราคาที่ถูกกว่าร้านทั่วไปกว่าเท่าตัวถึงแม้จะดูเป็นสินค้าที่เหมือนไร้ค่า แต่เชื่อหรือไม่ว่าทางร้านกลับมีลูกค้าขาประจำจำนวนมาก จนสินค้าบางตัวไม่มีขายตามที่ลูกค้าต้องการ เหตุผลหนึ่งเพราะสินค้าที่มีอยู่ในร้านขึ้นอยู่กับการบริจาคจากผู้ผลิต ส่งผลให้การมาช็อปปิ้งแต่ละครั้งลูกค้าจะได้สินค้าที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน

ตอนนี้ในประเทศเดนมาร์กมีร้านค้าประเภทเดียวกันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้กลายเป็นประเทศที่ทิ้งอาหารน้อยลง 25% ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

นอกจากช่องทางการขายแบบหน้าร้าน ยังมี ?Nifties? จากเมืองเคนต์ ประเทศอังกฤษ ที่ก่อตั้งในระยะเวลาไล่เลี่ยกับ ?Wefood? แต่มีจุดเด่นด้วยการขายแบบออนไลน์ นอกจากนั้น สินค้าส่วนใหญ่ยังมีราคาเฉลี่ยที่ 70 เพนนี จนทำให้ลูกค้าบางคนเรียกร้านนี้ว่าร้าน 70Pซึ่งทางร้านทำการส่งสินค้าทั่วสหราชอาณาจักร ที่อัตราค่าส่ง 7 ปอนด์สำหรับพัสดุ 20 กิโลกรัม และ 30 เพนนีต่อกิโลกรัม ความสำเร็จดังกล่าว ส่งผลให้ ?Nifties? วางแผนขยายคอนเซ็ปต์ดังกล่าวไปเปิดหน้าร้านที่กรุงลอนดอนด้วย

เมื่อหันกลับมามองการลดปัญหาขยะอาหารในประเทศไทย จะเห็นว่ามีเทสโก้ โลตัส ที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบมาแล้วกว่า 3 ปี โดยนำร่องผ่านเทสโก้ โลตัส 23 สาขา ในกรุงเทพฯ ภายใต้กลยุทธ์จากฟาร์มถึงโต๊ะอาหาร (Farm to Fork)

โดยเทสโก้ โลตัส ลดการสูญเสียอาหารตลอดห่วงโซ่อุปทานผ่าน 3 ขั้นตอนการจัดการด้วยกันคือ

หนึ่ง ลดการเกิดของเสีย โดยมีการบริหารจัดการตั้งแต่แปลงปลูก ผ่านโครงการรับซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกร จนช่วยให้เทสโก้ โลตัส และเกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกร่วมกันตามความต้องการของตลาด

สอง การขนส่ง ที่ผ่านมาหากเกิดความเสียหายของสินค้าขณะขนส่ง จะถูกคัดทิ้งทันที แต่ปัจจุบันสามารถส่งต่อให้แก่หน่วยงาน หรือองค์กรที่ต้องการได้ เช่น ข้าวสาร อาหารสำเร็จรูป

สาม การขายให้หมด เพื่อลดของเหลือ ผ่านการลดราคาเพื่อจูงใจหรือสินค้าป้ายเหลือง รวมทั้งสินค้าตัวโชว์ ซึ่งมักจะขายไม่ได้ แม้ว่าคุณภาพดีก็ตามทั้งในอนาคตเทสโก้ โลตัสยังมีแผนขยายพื้นที่เพื่อส่งต่อสินค้าเหล่านี้ไปทั่วประเทศกว่า 150 สาขา โดยอาจจะจับคู่กับหน่วยงานในแต่ละพื้นที่เป็น buddy charity หรือผ่านชุมชนโดยตรง เพื่อส่งต่อสินค้าที่ขายไม่หมด แต่มีคุณภาพดี ไปยังผู้ที่ต้องการ

นับว่าเรื่องของขยะอาหารเป็นประเด็นร้อนในหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทุกคนควรช่วยกันทั้งในระดับครัวเรือน และภาคธุรกิจอย่างจริงจัง

หมายเหตุ : หากใครมีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สามารถส่งข้อมูลมาได้ที่ pcc.csr@gmail.com
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 12-06-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,788
Default

ซีเอสอาร์ ?สิงห์ เอสเตท? ชูความตระหนักรู้ด้วย ?MDC?



จากปรัชญาในการดำเนินธุรกิจของ บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ?S? ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการสร้างคุณประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกกลุ่ม

สำหรับแนวทางในการพัฒนา และเติบโตอย่างยั่งยืน (sustainable growth) จะประกอบด้วย 2 มิติหลัก ๆ คือ การลดผลกระทบ และการสร้างคุณค่า ภายใต้นโยบายการสร้างคุณค่าและรักษาสมดุล (harmonious coexistence) ซึ่งที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท มีการดำเนิน ?โครงการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริเวณอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี? เพื่อป้องกัน และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลมาอย่างต่อเนื่อง

ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ?พีพีกำลังจะเปลี่ยนไป? ในปี 2559 ซึ่งเป็นการสนับสนุนแนวคิด ?พีพีโมเดล? ร่วมกับ ?ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์? ในการ ?ควบคุม ดูแล รักษา ฟื้นฟู? ด้วยการใช้หลักธรรมชาติเพื่อแก้ไขปัญหา โดยสิงห์ เอสเตท มีการมอบทุ่นจอดเรือที่ทะเลแหวก การสนับสนุนเรือตรวจการณ์เพื่อให้เจ้าหน้าที่อุทยานได้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

ส่วนในปี 2560 ได้จัด ?โครงการโตไวไว? ซึ่งเป็นการสานต่อโครงการพีพี กำลังจะเปลี่ยนไป ในการร่วมกันสร้างความตระหนักให้แก่ชุมชน ผู้ประกอบการ เพื่อลดผลกระทบจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมผลักดันการร่วมดูแลรักษาและฟื้นฟูระบบนิเวศ และการคืนสมดุลธรรมชาติ

ล่าสุดในปี 2561 มีการจัด ?โครงการติดตามและฟื้นฟูปะการังในพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศจากโดรน? และการปลูกปะการังด้วยวิธี coral propagation บริเวณอ่าวมาหยา

ทั้งยังมีการจัดสร้าง ?ศูนย์เรียนรู้ทางทะเล (Marine Discovery Centre : MDC)? บริเวณโรงแรมพีพีไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศ และสิ่งมีชีวิตทางทะเลให้แก่เยาวชน, คนในท้องถิ่น, นักท่องเที่ยว และประชาชนทั่วไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อันเป็นการสร้างความตระหนักรู้ และปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ที่สำคัญ ศูนย์การเรียนรู้ทางทะเลแห่งนี้จะเป็นต้นแบบ และการขยายผลไปในพื้นที่อื่น ๆ ทั้งในประเทศไทย และทะเลทั่วโลก ที่สิงห์ เอสเตท เข้าไปลงทุนและพัฒนาธุรกิจต่อไป

?นริศ เชยกลิ่น? ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้สิงห์ เอสเตท จะเพิ่งก่อตั้งมาเพียงแค่ 3 ปี แต่นโยบายความยั่งยืนของบริษัทมีความชัดเจนตั้งแต่ต้น อีกทั้งยังมีคณะกรรมการพัฒนาที่ยั่งยืน และนโยบายในเรื่องดังกล่าวจะให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจที่สร้างคุณค่า และรักษาคุณค่า และรักษาสมดุล (harmonious coexistence) โดยไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อมที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ แต่ต้องร่วมกันสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นกับพื้นที่นั้น ๆ

?อย่างที่โรงแรมพีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท แห่งนี้ นอกจากเรื่องสิ่งแวดล้อมและชุมชนแล้ว เรายังดูแลชาวบ้านที่ค้าขายอยู่ที่บริเวณนี้ ทั้งการเข้าไปช่วยดูแล จัดการเพื่อให้เกิดสุขอนามัยมากขึ้น รวมถึงการจัดการดูแลเรื่องน้ำเสียที่อยู่ภายนอกจากโรงแรมเพิ่มเติมอีกด้วย ส่วนธุรกิจในด้านอสังหาริมทรัพย์ นโยบายความยั่งยืนจะมีความคล้ายคลึงกัน เพียงแต่แอปพลิเคชั่นอาจจะแตกต่างกันในเรื่องการใช้ เช่น การสร้างหมู่บ้าน เรื่องสิ่งแวดล้อมก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ตึกหรืออาคารสูงก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง?

?อย่างโครงการ สิงห์ คอมเพล็กซ์ ที่กำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ ถือเป็นตึกที่ได้รับการประเมิน LEED (Leadership in Energy & Environmental Design) ในระดับ gold ถึงแม้ว่าจะเป็นการลงทุนที่มากกว่าปกติ แต่เราจำเป็นต้องทำ เพราะช่วยทำในเรื่องของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัดพลังงานอีกด้วย?

?ส่วนนโยบายด้านความยั่งยืนของเรา โดยเฉพาะการเป็นมิตรต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อม จะอยู่ในวิธีคิดตั้งแต่เริ่มต้น และในทุกขั้นตอน ทุกกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นในธุรกิจโรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าบริบททางพื้นที่ วัฒนธรรม จะมีความแตกต่างกัน?

นอกจากนี้ สิงห์ เอสเตท ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาชุมชน และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน โดยเฉพาะเรื่อง life below water ที่เป็นหนึ่งใน 17 เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable De-velopment Goals-SDGs) ซึ่งในเรื่องนี้ ?นริศ? บอกว่า ที่ผ่านมาเราดำเนินโครงการต่าง ๆ เพื่อป้องกัน และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลไทยมาอย่างต่อเนื่อง

?อย่างเช่นในปีนี้ เราทำโครงการติดตาม และฟื้นฟูปะการังในพื้นที่บริเวณอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศจากโดรน และการปลูกปะการังด้วยวิธี coral propagation บริเวณอ่าวมาหยา เพื่อใช้ติดตามการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน และเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ปะการังแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม?



อีกทั้งยังมีการเปิดศูนย์เรียนรู้ทางทะเล MDC ที่เปิดให้ผู้สนใจภายนอกเข้ามาเพื่อศึกษา เรียนรู้ รวมถึงแขกที่มาพักที่โรงแรม ชาวบ้านในชุมชน นักเรียนในโรงเรียนที่อยู่บริเวณนี้ ซึ่งเนื้อหาที่เราจัดแสดงในวันนี้แบ่งออกเป็น 4 โซน ได้แก่ ห้องปลาฉลาม, ห้องเรียนรู้เกี่ยวกับเกาะพีพี, ห้องปลาการ์ตูน และห้องออดิทอเรียม ศูนย์แห่งนี้ถือเป็นโครงการที่เราพยายามสร้างการมีส่วนร่วม และถ่ายทอดแนวคิดการอนุรักษ์ เพื่อให้ทุกคนเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ทะเล และร่วมมือกันรักษาพีพี ให้เป็นเกาะที่มีความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งแวดล้อมทางทะเลของโลก

?MDC ตรงนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้น ซึ่งผมคิดว่าเราน่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้ เพราะยังมีพื้นที่เหลืออีก และสามารถขยายเนื้อหาเพิ่มเติมได้ ซึ่งหลาย ๆ เรื่องมีความซับซ้อน และความสำคัญเพิ่มขึ้น โดยงบประมาณ 10 ล้านบาท ที่เราลงทุนไปจะเป็นเรื่องของการก่อสร้าง การทำองค์ความรู้ต่าง ๆ อุปกรณ์ต่าง ๆ ส่วนพนักงานที่ให้บริการเป็นพนักงานโรงแรม จะช่วยสลับกันมาให้บริการ ซึ่งต้องได้รับการอบรมจากนักวิทยาศาสตร์ทางทะเลก่อน ทั้งการดูแล การให้อาหาร การควบคุม?

?ไม่เพียงเท่านี้ ที่เกาะมัลดีฟ ซึ่งเป็นที่ที่เราเข้าไปลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจโรงแรม เรามีการก่อสร้างศูนย์เรียนรู้ทางทะเล MDC เช่นกัน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปีนี้ แต่ลักษณะอาจจะใหญ่กว่าที่นี่ เพราะมีการเพิ่มเรื่องวัฒนธรรม และชุมชนเข้าไปด้วย ขณะที่เกาะสมุย จะมีการสร้างศูนย์แบบนี้เช่นกันอีก ซึ่งในตอนนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยถึงแนวคิดการนำเสนอ ว่านอกจากทะเลแล้ว อาจมีการเพิ่มเรื่องการศึกษาเข้าไป เพราะเราเชื่อว่าถ้าช่วยพัฒนาคนให้มีการศึกษาที่ดี จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คน รวมถึงพัฒนาชุมชนไปในอีกทางหนึ่งด้วย?

ถึงตรงนี้ ?นริศ? กล่าวอีกว่า สำหรับเป้าหมายต่อไปของโครงการป้องกัน และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล ที่ดำเนินการมากว่า 3 ปี คงจะมีการขยายไปยังหลายพื้นที่ ทั้งยังมีการประกาศเป็นวาระแห่งชาติด้วย เพราะการทำเรื่องเหล่านี้จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง และจะต้องขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ โดยเฉพาะโมเดลของศูนย์ MDC เพื่อให้คนทั่วไป ทั้งไทยและเทศ เข้าใจถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องทะเล

?ถ้ามีคนมาช่วยกัน ผมยินดีเปิดโอกาสเลย ไม่ได้ปิดกั้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐ หรือเอกชน โดยเฉพาะแนวคิดของ MDC ซึ่งใครจะนำไปใช้ หรือไปต่อยอดได้เพราะยิ่งทำยิ่งดี ยิ่งทำยิ่งเป็นประโยชน์ โดยใน 3 ปีที่ผ่านมาเป็นความตั้งใจของเรา ถือเป็นความสำเร็จที่เริ่มต้นจากต้นกล้าเล็ก ๆ ในวันนั้น ซึ่งในวันนี้ได้ขยายออกไปหลายพื้นที่ และถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก?

จึงนับเป็นการช่วยผลักดัน และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDGs ข้อ 14 เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร และทรัพยากรทางทะเลอย่างรู้คุณค่า รวมถึงเป็นการป้องกัน และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลของไทยให้มีความยั่งยืนต่อไป
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:17


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger