เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 29-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 29 มกราคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีหมอกบางในตอนเช้าและอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไป ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายขณะสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 20-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 29 ม.ค. -3 ก.พ. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส เว้นแต่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีอากาศหนาวเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาบางพื้นที่
สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยบริเวณอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตรตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 29 ม.ค. -3 ก.พ. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (82.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (101.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (190.1 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 29-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


กลยุทธ์พิทักษ์เปลือกของปูเสฉวนกันถูกขโมย



บ้านคือวิมานของเรา บ้านใครๆก็รักก็หวง ไม่เว้นแม้แต่ปูเสฉวนที่อยู่ในเปลือกหอย เพราะวันดีคืนดีหากเผลอไผลไปก็มีสิทธิ์โดนปูเสฉวนไร้บ้านฉกเอาเปลือกหอยไปครอบครอง ยิ่งเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ถือเป็นช่วงที่ปูเสฉวนสุ่มเสี่ยงโดนปูเสฉวนอื่นๆ บุกรุกพยายามขโมยเปลือกไป ที่น่าเจ็บใจคือย่องมาขโมยขณะที่เจ้าบ้านถอดตัวออกจากเปลือกไปหฤหรรษ์ผสมพันธุ์กับปูเสฉวนตัวเมีย

ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์ชีวภาพจากมหาวิทยาลัยดาร์ตมัธ ในสหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมของปูเสฉวนจำนวน 328 ตัวอย่าง พบว่า ปูเสฉวนบกสายพันธุ์ Coenobita จะหลั่งสารทำปฏิกิริยาเคมีปรับปรุงโครงสร้างภายในเปลือกบางอย่างออกทำให้มีความกว้างขวางขึ้น แต่ในทางกลับกันผิวภายในเปลือกจะยึดเกาะไม่ได้ ทำให้ปูเสฉวนชนิดนี้มองหาบ้านใหม่ โดยเป้าหมายคือเปลือกหอยว่างๆ ของปูเสฉวนตัวอื่นที่ออกไปผสมพันธุ์ นักวิจัยเผยว่า ปูเสฉวนตัวผู้ที่เสี่ยงต่อการถูกขโมยบ้านมากที่สุด อาจมีการพัฒนาองคชาตหรืออวัยวะเพศชายให้ยาวขึ้นกว่าความยาวเปลือก เป็นกลยุทธ์ที่จะทำให้สามารถอยู่ในเปลือกเพื่อปกป้องบ้านของตนระหว่างมีการผสมพันธุ์

ปกติแล้วอวัยวะเพศที่ยาวขึ้นจะช่วยให้ดึงดูดทางเพศ แต่สำหรับปูเสฉวนแล้วการมีเครื่องเพศที่ยาวขึ้นจะช่วยรักษาเปลือกของตนให้รอดปลอดภัย อย่างไรก็ตาม นักวิจัยเผยว่ายังต้องแยกแยะความเป็นไปได้อื่นๆ เช่น การพัฒนาความยาวของกระจู๋นั้น ขึ้นอยู่กับว่าเป็นปูเสฉวนบนบกหรือปูเสฉวนในทะเล.


https://www.thairath.co.th/content/1480745

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 29-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


สุดตื่นเต้นฉลามวาฬโผล่ว่ายน้ำอวดโฉมที่เกาะยาวน้อย จ.พังงา

พังงา - สุดตื่นเต้น ฉลามวาฬโผล่ว่ายน้ำอวดโฉมที่เกาะยาวน้อย จ.พังงา พนักงานขับเรือสำนักงานเจ้าท่า สาขาพังงา บันทึกภาพได้ ระบุมีชาวประมงพบบ่อยเหตุทะเลมีความสมบูรณ์



ขณะนี้มีการแชร์คลิปภาพเคลื่อนไหวของ ฉลามวาฬ กันอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล ซึ่งเป็นภาพที่บันทึกได้โดย นายสุทธิพงศ์ เท่งวานิช พนักงานขับเรือของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา ที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ในขณะส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปทำงานบนเกาะยาวน้อย ซึ่งเป็นภาพที่วาฬกำลังแหวกว่ายอยู่ในน้ำ รวมทั้งขึ้นมาบริเวณผิวน้ำ ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

นายสุทธิพงศ์ เท่งวานิช พนักงานขับเรือของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา กล่าวว่า หลังจากขับเรือไปส่งเจ้าหน้าที่ที่เกาะยาวน้อย ตนเองก็รออยู่ที่ท่าเทียบเรือ ขณะนั่งรอก็เห็นฉลามวาฬ จำนวน 1 ตัว กำลังว่ายน้ำและโผล่ให้ได้ยลโฉมเป็นช่วงๆ โดยมีฝูงปลาช่อนทะเลว่ายอยู่ใกล้ลำตัวของปลาฉลามวาฬดังกล่าว สร้างความประทับใจให้แก่ตนเองที่ได้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นชาวประมงพื้นบ้านจะพบเจอกับฉลามวาฬบ่อยครั้ง



สาเหตุที่ชาวประมงพบฉลามวาฬบ่อย น่าจะเกิดจากความสมบูรณ์ของท้องทะเล และคนส่วนใหญ่รู้ และให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ทำร้ายฉลามวาฬ และสัตว์ทะเลอื่นๆ ทำให้ฉลามวาฬไม่กลัว กล้าที่จะว่ายน้ำเข้ามาใกล้เรือและเล่นกับคนมากขึ้น

ลักษณะของปลาฉลามวาฬที่แตกต่างจากปลาฉลามส่วนใหญ่ คือ หัวที่ใหญ่โตมากเมื่อเทียบกับขนาดลำตัว และปากที่อยู่ด้านหน้าแทนที่จะอยู่ด้านล่าง ฉลามวาฬ เกือบทั้งหมดที่พบมีขนาดใหญ่กว่า 3.5 เมตร ใช้เหงือกในการหายใจ มีช่องเหงือก 5 ช่อง มีครีบอก 2 อัน ครีบหาง 2 อัน และครีบก้น (หาง) 1 อัน หางของปลาฉลามวาฬอยู่ในแนวตั้งฉาก และโบกไปมาในแนวซ้ายขวา แตกต่างจากสัตว์เลือดอุ่นในทะเลที่หางอยู่ในแนวขนานและหายใจด้วยปอด เช่น วาฬ, โลมา หรือพะยูน เป็นต้น


https://mgronline.com/south/detail/9620000009511
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 29-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ม.44-โรงไฟฟ้า คือคำตอบแก้ปัญหาขยะล้น "เมืองพัทยา-เกาะล้าน"



ศูนย์ข่าวศรีราชา -ปัญหาขยะล้นเมืองพัทยาและเกาะล้าน จ.ชลบุรี กำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤตล้นเมือง ขณะที่การจัดเก็บ รวมทั้งที่ทิ้งขยะยังมีปัญหา และแม้ภาครัฐจะเสนอทางออกในการจัดการด้วยการจัดการที่ทิ้งขยะใหม่ และทำโรงไฟฟ้าขยะ ชาวบ้านก็ไม่ต้องการ

จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2559 เห็นชอบให้มีการจัดทำแผนแม่บทการจัดการขยะมูลฝอยของประเทศไทย ระหว่างปี 2559-2564 โดยถือเป็นนโยบายแห่งชาติ ในส่วนของ จ.ชลบุรี ถือเป็นอีก 1 พื้นที่เป้าหมายที่จะต้องมีการจัดการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จากการขยายตัวของเมือง แหล่งท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งขณะนี้ปริมาณขยะในหลายพื้นที่ของ จ.ชลบุรี โดยเฉพาะเมืองพัทยา เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไร้ทิศทางแก้ไขและกำจัด

ก่อนหน้านี้ แม้ นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี จะได้ออกประกาศจังหวัด ให้มีการรวมกลุ่มพื้นที่จัดการขยะมูลฝอยในท้องถิ่นแบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ กลุ่มแรก ประกอบด้วย เทศบาลฯ และองค์การบริหารส่วนตำบลใน อ.ศรีราชา ที่มีขยะประมาณวันละ 585 ตัน

กลุ่มที่ 2 คือ เมืองพัทยา ท้องถิ่นอำเภอบางละมุงและสัตหีบ ที่มีปริมาณขยะ 850 ตันต่อวัน โดยให้เมืองพัทยา เป็นเจ้าภาพหลักในการกำจัดขยะด้วยการสร้างโรงกำจัดขยะไร้มลพิษ

กลุ่มที่ 3 ประกอบด้วย เขตอำเภอเมืองชลบุรี และพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ ที่มีจำนวนขยะ 625 ตันต่อวัน

กลุ่มที่ 4 ประกอบด้วย 6 อำเภอ คือ พนัสนิคม บ้านบึง พานทอง หนองใหญ่ บ่อทอง และเกาะจันทร์ ที่มีปริมาณขยะ 550 ตันต่อวัน โดยพื้นที่ อ.บ้านบึง เป็นผู้รับผิดชอบ

และกลุ่มที่ 5 คือ เกาะสีชัง ที่มีขยะประมาณ 10 ตันต่อวันนั้น

แต่สุดท้ายการแก้ปัญหาขยะในพื้นที่ จ.ชลบุรี ดูเหมือนจะไม่มีอะไรคืบหน้า


ค้านทิ้งขยะที่เขาไม้แก้ว-ไม่เอาโรงไฟฟ้า

โดยเฉพาะเมืองพัทยา เมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ เวลานี้ปัญหาขยะล้นเมือง และไม่มีการจัดการที่เป็นรูปธรรม ได้สร้างปัญหามากมายให้แก่หน่วยงานที่รับผิดชอบ และประชาชนในพื้นที่ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ชาวบ้านได้ออกมารวมตัวกันคัดค้านการใช้ศูนย์กำจัดขยะเขาไม้แก้ว เป็นพื้นที่ในการกำจัดขยะแบบครบวงจร

จนนายกเทศบาลตำบลหนองปรือ ต้องเปิดทางให้คณะทำงานหาพื้นที่ใหม่เพื่อให้โครงการเดินหน้า เตรียมชงแนวคิดดังกล่าวเข้าสู่กระทรวงมหาดไทยในวันที่ 9 มีนาคมนี้

นายธรรมศักดิ์ รัตนธัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานการแก้ไขปัญหาขยะกลุ่มพื้นที่ในการจัดการขยะมูลฝอย Cluster ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดชลบุรี ได้จัดให้มีการประชุมร่วมคณะทำงานที่ประกอบด้วย จ.ชลบุรี อ.บางละมุง และเมืองพัทยา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา เพื่อหารือการดำเนินงานตามแผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ ซึ่งมีประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ จ.ชลบุรี รวมกลุ่มพื้นที่ในการกำจัดแบบครบวงจร ในลักษณะ Cluster อย่างจริงจัง

ขณะที่ นายสุธีร์ ทับหนองฮี ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม เผยว่า การกำจัดขยะในกลุ่ม Cluster ที่ 2 ของเมืองพัทยา มีแผนสร้างศูนย์กำจัดขยะแบบเตาเผาเพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้าในพื้นที่ทิ้งขยะเดิมที่มีเนื้อที่ถึง 140 ไร่ ใน ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง ตามแผนการศึกษาของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ เพื่อลดปริมาณขยะในพื้นที่ และหากการดำเนินงานเป็นตามแผนจะสามารถแก้ไขปัญหาขยะในกลุ่มที่ 2 ได้อย่างเบ็ดเสร็จ

แต่สิ่งที่ท้องถิ่นจะต้องแบกรับคือ ค่าใช้จ่ายในการเผาทำลายในอัตราตันละ 650-800 บาท ซึ่งในเบื้องต้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือด้วยดี จะมีก็เพียงองค์การบริหารส่วนตำบลเขาไม้แก้ว หนองปรือ ตะเคียนเตี้ย และเขาชีจรรย์ ที่ยังไม่มีหนังสือตอบรับ เพราะมองว่าค่าธรรมเนียมที่จัดเก็บสูงเกินไป

ที่สำคัญพื้นที่ทิ้งขยะเดิมใน ต.เขาไม้แก้ว จากการทำประชาพิจารณ์และการสอบถามความคิดเห็นของชาวบ้านในพื้นที่ พบว่า ไม่ยินยอมให้เมืองพัทยา เข้าจัดการปัญหาตามแผนงานหลังจากปิดใช้งานพื้นที่ทิ้งขยะเดิมมานานกว่า 8 ปี โดยให้เหตุผลว่า เมืองพัทยา ไม่มีแผนในการแก้ไขปัญหาขยะตกค้างและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ในวันนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องนำแผนจัดการดังกล่าวเสนอต่อกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้แก้ไขเงื่อนไขการดำเนินงานด้วยการหาผู้ลงทุนต่อไป

ขณะที่ นายมาย ไชยนิตย์ นายกเทศบาลเมืองหนองปรือ กล่าวว่า พื้นที่หนองปรือ ใช้ระบบกำจัดขยะด้วยการฝังกลบมานาน และที่ผ่านมา ได้จัดซื้อที่ดินจำนวน 10 ไร่ เพื่อทำการฝังกลบจนเต็มแล้ว และจากนี้จะต้องจัดซื้อที่ดินใหม่ขนาด 20 ไร่ เพื่อรองรับปริมาณขยะที่มีมากถึงวันละ 120 ตัน เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณขยะในระยะ 10 ปีนับจากนี้

"แผนการกำจัดในระบบกลุ่มคงไม่มีปัญหา แต่อัตราค่าธรรมเนียมเฉลี่ยตันละ 650-800 บาท ถือว่าสูงเกินไป เนื่องจากศักยภาพของแต่ละท้องถิ่นต่างกัน ส่วนพื้นที่เขาไม้แก้ว ที่เมืองพัทยา จะนำมาจัดสร้างเตาเผาชาวบ้านก็ต่อต้าน ดังนั้น ในวันนี้จึงควรก้าวข้ามปัญหานี้ไปก่อน ด้วยการจัดหาที่ดินแห่งใหม่ และให้ อปท.ที่มีส่วนร่วมในกลุ่มระดมเงินทุนตามปริมาณของขยะแต่ละท้องที่เพื่อจัดซื้อและดำเนินการตามแผน เพราะหากยังรอเรื่องที่ดินก็คงไม่มีโอกาสที่จะดำเนินการได้สำเร็จ" นายมาย กล่าว

ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาขยะล้นเมืองพัทยา ในขณะนี้ต้องรอการนำข้อปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ในการหาพื้นที่สร้างเตาเผาขยะ เพื่อเสนอต่อกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล เพื่อให้รับทราบถึงความก้าวหน้าของการจัดการแก้ไขปัญหาขยะในกลุ่ม Cluster จ.ชลบุรี ภายในวันที่ 9 มีนาคมนี้



"เกาะล้าน" ก็เจอปัญหาขยะล้นเกาะ

นอกจากที่เมืองพัทยา เจอปัญหาขยะล้นเมือง "ชุมชนบ้านเกาะล้าน" แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองพัทยา วันนี้ปัญหาขยะที่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว และการก่อสร้างที่พักและรีสอร์ตรุกล้ำทะเล ก็ยังคงเป็นเรื่องที่หลายหน่วยงานพยายามหาทางแก้ไข เพราะไม่ต้องการให้เกิดสภาพเสื่อมโทรม และกลายเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่ไม่ได้รับความนิยมในอนาคต

ที่ผ่านมา หลายหน่วยงานใน จ.ชลบุรี ได้พากันเดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและดูสภาพปัญหาและจำนวนขยะตกค้างที่มีมากกว่า 5 หมื่นตัน บริเวณเขานม หน้าหาดแสม ที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าทำลายบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ที่ขณะนี้แนวทางแก้ไขปัญหาก็ยังไม่ชัดเจน แม้สภาเมืองพัทยา จะพิจารณาอนุมัติงบประมาณในการจัดการปัญหาขยะหลายล้านบาทแล้ว แต่ปริมาณขยะตกค้างที่เพิ่มขึ้นทุกวันยังไม่ได้รับการแก้ไข

ทั้งนี้ "เกาะล้าน" อยู่ห่างจากชายฝั่งเมืองพัทยาประมาณ 7.5 กิโลเมตร มีพื้นที่รวมกว่า 3,000 ไร่ มีประชากรกว่า 3,000 คน จากจำนวนครัวเรือนกว่า 600 กว่าครัวเรือน และเมื่อบวกรวมกับประชากรแฝง ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีปริมาณผู้คนหนาแน่นกว่า 5 แสนคน ทั้งยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาพักผ่อนเฉลี่ยวันละ 1.5-2 หมื่นคน หรือกว่า 5 ล้านคนต่อปี ซึ่งจากสถิติในปี 2559 พบว่า เกาะล้าน สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมกว่า 47 ล้านบาท จากชายหาดที่สวยงาม 6 แห่ง คือ หาดตายาย หาดทองหลาง หาดตาแหวน หาดสำราญ หาดเทียน หาดแสม และหาดสังวาลย์

แต่ด้วยระบบสาธารณูปโภคที่รองรับมีปัญหา อีกทั้งจำนวนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กำกับดูแลมีอัตรากำลังที่จำกัด จึงทำให้เกิดปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องของผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมทั้งน้ำเสีย และขยะมูลฝอยที่มีมากถึงวันละ 15-20 ตัน

การแก้ปัญหาที่ผ่านมาได้ใช้วิธีการขนถ่ายขยะจากเกาะขึ้นมากำจัดบนฝั่งด้วยเรือขนถ่าย แต่ก็พบว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สภาพของเรือขนถ่ายที่ชำรุดจึงทำให้ไม่สามารถขนถ่ายขยะมากำจัดได้ทั้งหมด ผลที่ตามมาคือ จำนวนขยะที่ยังคงตกค้าง ซึ่งเมืองพัทยา ได้พิจารณาให้ใช้พื้นที่ 12 ไร่ บริเวณเขานม เป็นสถานที่พักขยะ แต่จากปริมาณการเก็บขนที่ไม่สอดคล้อง จึงทำให้มีขยะตกค้างและสะสมขึ้นเรื่อยๆ จนมีมากกว่า 50,000 ตัน

และหากในวันนี้ปัญหาขยะล้นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเมืองพัทยา และเกาะล้าน ยังไร้ทางแก้ไขเช่นเดียวกับการก่อสร้างศูนย์กำจัดขยะที่ถูกต่อต้านในทุกพื้นที่ ก็ดูเหมือนว่าการเกิดขึ้นของโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EEC ที่จะผลักดันกลุ่มทุนและภาคอุตสาหกรรมใหม่ๆ เข้ามาจะยิ่งเป็นปัจจัยซ้ำเติมที่สร้างปัญหาให้หนักหน่วงมากขึ้นกว่าเดิม

ปัญหาเหล่านี้ท้องถิ่นคงไม่มีอำนาจอะไรมากมายที่จะจัดการ หรือฟันธงว่า จะใช้วิธีไหนในการแก้ไขขยะ เพราะดูเหมือนว่า หันไปทางไหนก็ไร้ทางออก ขยะที่วิกฤตในพื้นที่จะจบลงแบบไหน วันนี้คงต้องขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่า จะยังปล่อยให้ท้องถิ่นใช้อำนาจที่มีอยู่น้อยนิดแก้ปัญหา หรือต้องจัดยาแรงใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาแบบหลายเรื่องที่ผ่านมา เพราะขยะชาวบ้านก็ไม่อยากได้ โรงไฟฟ้าจากขยะชาวบ้านก็ไม่เอา ...???


https://mgronline.com/local/detail/9620000009418

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 29-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


สุดตื่นเต้น! พบ 'ฉลามวาฬ' ว่ายน้ำอวดโฉมบริเวณ 'เกาะยาวน้อย'



เปิดคลิปภาพเคลื่อนไหวของ "ฉลามวาฬ" ที่บันทึกได้จากนายสุทธิพงศ์ เท่งวานิช พนักงานขับเรือของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพังงา ที่ออกไปปฏิบัติหน้าที่ หลังจากส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปทำงานบนเกาะยาวน้อย ขณะที่นายสุทธิพงศ์ รออยู่ที่ท่าเทียบเรือได้มีประมงพื้นบ้านชวนออกไปเก็บอวนที่บริเวณหลังเกาะนอก เกาะยาวน้อย เมื่อมาถึงก็พบฝูงฉลามวาฬจำนวน 1 ตัว กำลังว่ายน้ำและโผล่ให้ได้ยลโฉมเป็นช่วงๆ โดยมีฝูงปลาช่อนทะเลว่ายอยู่ใกล้ลำตัวของปลาฉลามวาฬดังกล่าว

นายสิทธิพงศ์ บอกว่า จากเหตุกาณ์ดังกล่าวได้สร้างความประทับใจให้กับตนเองอย่างมากที่ได้พบเห็นฉลามวาฬ ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นชาวประมงพื้นบ้านจะพบเจอกับฉลามวาฬบ่อยครั้ง ซึ่งเกิดจากความสมบูรณ์ของท้องทะเล และคนส่วนใหญ่รู้และให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ทำร้ายฉลามวาฬ และสัตว์ทะเลอื่นๆ ทำให้ฉลามวาฬไม่กลัว กล้าที่จะว่ายน้ำเข้ามาใกล้เรือและเล่นกับคนมากขึ้น

"ลักษณะของปลาฉลามวาฬที่แตกต่างจากปลาฉลามส่วนใหญ่ คือ หัวที่ใหญ่โตมากเมื่อเทียบกับขนาดลำตัว และปากที่อยู่ด้านหน้าแทนที่จะอยู่ด้านล่าง ฉลามวาฬ เกือบทั้งหมดที่พบมีขนาดใหญ่กว่า 3.5 เมตร ใช้เหงือกในการหายใจ มีช่องเหงือก 5 ช่อง มีครีบอก 2 อัน ครีบหาง 2 อัน และ ครีบก้น (หาง) 1 อัน หางของปลาฉลามวาฬอยู่ในแนวตั้งฉาก และโบกไปมาในแนวซ้าย-ขวา แตกต่างจากสัตว์เลือดอุ่นในทะเลที่หางอยู่ในแนวขนานและหายใจด้วยปอด อาทิ วาฬ, โลมา หรือพะยูน เป็นต้น"


https://www.naewna.com/likesara/391604


*********************************************************************************************************************************************************


อทช.ผนึกกำลังเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ เปิดศูนย์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งฉะเชิงเทรา

อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) ผนึกกำลังเครือข่ายด้านการอนุรักษ์ พร้อมเปิดศูนย์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในพื้นที่ จ. ฉะเชิงเทรา



28 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณอาคารหลวงปู่ปาย บ้านสองคลอง หมู่ 6 ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (อทช.) เป็นประธานพิธีเปิดโครงการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมปลูกป่าชายเลน จำนวน 999 ต้น ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 9,999 ตัว และกิจกรรมเก็บขยะบริเวณป่าชายเลนและริมทะเล

โดยมีคณะผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ในสังกัดกรม ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทะเล นักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และ ประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 300 คน



จากนั้นอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เดินทางไปเป็นประธานเปิดศูนย์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เขตป่าชายเลนอนุรักษ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมทั้งปลูกต้นจิกทะเล ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้จัดสรรงบประมาณ จำนวน 8,550,000 บาท ในการก่อสร้างอาคารสำนักงาน และ สิ่งก่อสร้างประกอบความเป็นมาของศูนย์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เขตป่าชายเลนอนุรักษ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ราชพัสดุ และได้รับการจัดสรรพื้นที่ส่วนหนึ่งมาจากองค์การบริหารส่วนตำบลสองคลอง เพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสถานที่ทำงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ พร้อมเป็นศูนย์ข้อมูลด้านทรัพยากรทางทะเลและป่าชายเลน และอำนวยความสะดวกในการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา


https://www.naewna.com/local/391806

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 19:55


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger