เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 03-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,442
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง แต่ยังคงมีอากาศเย็นในภาคเหนือตอนบน สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีหมอกในตอนเช้ากับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 3 - 4 ก.พ. 62 บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนบางแห่ง แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวอย่างต่อเนื่องในภาคเหนือ

ส่วนในช่วงวันที่ 5 - 8 ก.พ. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 5-7 ก.พ. 62 สำหรับบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองและมีลมแรงขึ้น ดังนั้นจะทำให้ช่วยลดค่าฝุ่นละอองและมลพิษในอากาศลงได้ ส่วนบริเวณประเทศไทยตอนบนขอให้ประชาชนระมัดระวังสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกและมีหมอกหนาไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (83.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake_Foreign.jpg (146.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (189.1 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 03-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,442
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


มี "เต่าทะเล" ขึ้นมาวางไข่ท้ายเหมืองในรอบ 22 ปี

ชาวบ้านดีใจหลังพบ "เต่าหญ้า" ขึ้นมาวางไข่ แถวชายหาดใกล้พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง จ.พังงา เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 22 ปี หัวหน้าอุทยานฯนำคณะเข้าตรวจสอบ พบไข่เต่าอยู่ในหลุมรวม 81 ฟอง รีบเคลื่อนย้ายไปจุดเพาะฟัก ที่หน้าวัดท่าไทร พร้อมมอบเงินจากกองทุนอนุรักษ์เต่าทะเลให้คนแจ้ง 1 หมื่นบาท เผยอดีตท้องทะเล หาดท้ายเหมืองมีความอุดมสมบูรณ์มาก เป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเลหลายสายพันธุ์ จนมีประเพณี "เดินเต่า" เพื่อหาไข่เต่าไปขายให้นายทุนที่ได้สัมปทานจากภาครัฐ ก่อนถูกแพดูดแร่ดีบุกรุกพื้นที่ทำให้เต่าสูญหาย



เรื่องราวความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลไทยที่ค่อยๆฟื้นตัวกลับคืนมาเหมือนสมัยอดีต เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 ก.พ. นายมงคล ลิ่ววิริยกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง จ.พังงา ได้รับแจ้งจากราษฎรหมู่ 7 บ้านในไร่ ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ว่า มีเต่าทะเลขึ้นวางไข่บริเวณหาดบ่อดาน (หินช้าง) ไปทางทิศใต้ประมาณ 200 เมตร รีบประสานนายปรารพ แปลงงาน หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จ.ภูเก็ต พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 (พังงา) นายประภาส ขุนพิทักษ์ นายอำเภอท้ายเหมือง และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาเตย เข้าร่วมตรวจสอบบริเวณพิกัด UTM 0419385E 0919814N ที่ตั้งอยู่นอกเขตอุทยานฯ พบร่องรอยการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเล ตรวจวัดขนาดความกว้างของพาย วัดได้ 78 ซม. และประเมินแล้วว่าหลุมไข่เต่าน้ำทะเล ท่วมถึง เมื่อขุดเปิดหลุมลึกลง 25 ซม. พบไข่เต่าทะเล ชนิดเต่าหญ้า ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไข่เต่าประมาณ 3-4 ซม. รวม 81 ฟอง จึงเคลื่อนย้ายไปทำหลุมฟักใหม่ที่ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเล บริเวณชายหาดหน้าวัดเทสก์ธรรมนาวา หรือวัดท่าไทร บ้านท่าแตง ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง เพื่อเพาะฟักตามธรรมชาติ จะใช้เวลาประมาณ 45 วันและได้ส่งมอบให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งดูแลต่อไป

จากการตรวจสอบสถิติการขึ้นวางไข่ของเต่าหญ้าในเขตอุทยานฯย้อนหลัง พบว่ามีบันทึกเต่าหญ้าขึ้นวางไข่ครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ.2539 หลังจากนั้นไม่มีสถิติพบการขึ้นวางไข่อีกเลย ทั้งนี้ มูลนิธิอนุรักษ์เต่าทะเลหาดไม้ขาวและกองทุนอนุรักษ์เต่าทะเลและถิ่นอาศัยได้มอบเงินรางวัลค่าตอบแทนให้กับผู้แจ้งการพบรังไข่เต่าทะเล มอบเงินให้กับนายส้าหาด สีระยา ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวเป็นจำนวน 10,000 บาท



เต่าหญ้า หรือเต่าสังกะสี หรือเต่าหญ้าแปซิฟิก (อังกฤษ : Olive ridley sea turtle, Pacific ridley) เป็นเต่าทะเลชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lepidochelys olivacea เป็นเต่าทะเลขนาดเล็ก มีความยาวเต็มที่ราว 60-70 ซม. น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 30-40 กิโลกรัม กระดองมีสีเขียวมะกอก หรือสีน้ำตาล เกล็ดบนกระดองมีลักษณะซ้อนกันเหมือนสังกะสีมุงหลังคา มีความแข็งมาก เป็นที่มาของอีกชื่อเรียกหนึ่ง ส่วนท้องมีสีเหลืองออกขาว หัวค่อนข้างโต ดวงตาปูนโปนริมฝีปากสั้นทู่ คมและแข็งแรง ใช้สำหรับขบกัดกิน สัตว์มีกระดองที่เป็นอาหารหลัก ส่วนของกระดองและท้องเชื่อมต่อกัน เป็นเต่าทะเลที่ว่ายน้ำได้เร็วถึง 35 กม.ต่อชั่วโมง ในน่านน้ำไทยจะพบได้ในฝั่งทะเลอันดามัน ในอ่าวไทยจะพบได้น้อยกว่า เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

ด้านนายมณี นาหาญ อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 1 บ้านโคกขบ ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน สมัยเป็นเด็กอายุ 11-12 ปี ได้เคยเข้าร่วม "เดินเต่า" สมัยนั้นเมื่อถึงฤดูเต่าวางไข่ราวเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ในช่วง 4-5 เดือน จะมีเต่ามะเฟือง เต่ากระ เต่าสังกะสี เต่าเล็ก เต่าหางยาว และเต่าทะเลหลายชนิดขึ้นมาวางไข่บนชายหาดท้ายเหมืองจำนวนมาก จนกลายเป็นประเพณีเดินเต่า หรือการหาไข่เต่า ในแต่ละคืนจะมีเต่าขึ้นมาวางไข่กว่า 10 ตัว ต่อคืน ตนเคยรับจ้างจากนายทุนผูกเต่าที่ได้สัมปทานจากภาครัฐเดินหาไข่เต่านำไปขาย ไข่เต่าขนาดใหญ่ เช่น เต่ามะเฟือง จะมีราคา 70 บาทต่อลัง ไข่เต่าขนาด เล็ก มีราคา 30 บาทต่อลัง บางคืนจะหาไข่เต่าได้6-10 ลังต่อคืน บริเวณที่มีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่บ่อยครั้งคือ แถบชายฝั่งแถวฝั่งทะเลด้านตะวันตก หรือชายฝั่งทะเล อันดามัน ที่เป็นหาดทรายมีความ ยาวร่วม 100 กม.

"ช่วงปี พ.ศ.2521 ปรากฏการณ์เต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ลดลงมาก เพราะแพดันดูดแร่ดีบุกของหลายบริษัทเข้ามาหาแร่ดีบุกในทะเลอันดามัน ทำให้ไม่มีเต่าทะเลขึ้นมาวางไข่ กระทั่งหลังเกิดคลื่นยักษ์สึนามิปี พ.ศ.2547 ไม่พบเต่าขึ้นมาวางไข่อีกเลย ประกอบกับมีเรือประมงที่เข้ามาหาปลาใกล้ฝั่งจำนวนมากเปิดไฟส่องสว่างเหมือนงานสวนสนุก เป็นเหตุให้เต่าไม่กล้าขึ้นมาวางไข่ ปัจจุบันภาครัฐ บังคับใช้กฎหมายควบคุมเรือประมง ความอุดมสมบูรณ์ ของธรรมชาติทางทะเลค่อยๆฟื้นคืนกลับมา มีเต่าขนาดเล็กและขนาดใหญ่กลับขึ้นมาวางไข่บนชายหาดอีกครั้ง อยากให้ช่วยกันรักษาธรรมชาติของท้องทะเล เช่นนี้ไว้ รู้สึกดีใจที่มีเต่าขึ้นมาวางไข่ที่หาดท้ายเหมือง เช่นในอดีต" นายมณีกล่าว


https://www.thairath.co.th/content/1486428

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 03-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,442
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เฮลั่น! เต่าหญ้ากลับมาวางไข่ 81 ฟอง ที่หาดท้ายเหมือง ครั้งแรกในรอบกว่า 22 ปี

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - เต่าหญ้าขึ้นวางไข่บริเวณชายหาดบ่อดาน อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา อีก 81 ฟอง เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 22 ปี เฝ้าระวังฟักเป็นลูกเต่าต่อไป



เมื่อเวลา 06.50 น. วันนี้ (2 ก.พ.) นายมงคล ลิ่ววิริยกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง จ.พังงา ได้รับแจ้งจากราษฎร หมู่ที่ 7 บ้านในไร่ ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ว่า มีเต่าทะเลขึ้นวางไข่บริเวณหาดบ่อดาน (หินช้าง) ไปทางทิศใต้ประมาณ 200 เมตร จึงได้ประสานงานกับนายปรารพ แปลงงาน หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 (พังงา) นายประภาส ขุนพิทักษ์ นายอำเภอท้ายเหมือง และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาเตย เข้าร่วมตรวจสอบ

พบมีร่องรอยการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเล ที่พิกัด UTM 0419385E 0919814N (นอกเขตอุทยานฯ) จึงได้ทำการตรวจวัดขนาดความกว้างของพาย วัดได้ 78 เซนติเมตร และประเมินแล้วว่า หลุมไข่เต่าน้ำทะเลท่วมถึง จึงได้ทำการขุดเปิดหลุมลึกลง 25 เซนติเมตร พบไข่เต่าทะเลชนิดเต่าหญ้า ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไข่เต่าประมาณ 3-4 เซนติเมตร ซึ่งทำการเคลื่อนย้ายใส่ภาชนะนับจำนวนได้ 81 ฟอง และได้ทำการเคลื่อนย้ายไปทำหลุมฟักใหม่ ที่ศูนย์เฝ้าระวังและติดตามการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเล ที่บริเวณหน้าวัดท่าไทร

เพื่อทำการเพาะฟักตามธรรมชาติ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 45 วัน และได้ส่งมอบให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งดูแลต่อไป โดยจากการตรวจสอบสถิติการขึ้นวางไข่ของเต่าหญ้าในเขตอุทยานฯ ย้อนหลัง พบว่า มีบันทึกเต่าหญ้าขึ้นวางไข่ครั้งสุดท้าย เมื่อปี พ.ศ.2539 หลังจากนั้นไม่มีสถิติพบการขึ้นวางไข่อีกเลย

โดยมูลนิธิอนุรักษ์เต่าทะเลหาดไม้ขาว และกองทุนอนุรักษ์เต่าทะเลและถิ่นอาศัย ได้มอบเงินรางวัลค่าตอบแทนให้แก่ผู้แจ้งการพบรังไข่เต่าทะเล โดยมอบให้แก่ นายส้าหาด สีระยา ชาวบ้านในพื้นที่เป็นเงิน จำนวน 10,000 บาท



เต่าหญ้า หรือเต่าสังกะสี หรือเต่าหญ้าแปซิฟิก เป็นเต่าทะเลชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lepidochelys olivacea เป็นเต่าทะเลขนาดเล็ก มีความยาวเต็มที่ประมาณ 60-70 เซนติเมตร น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 30-40 กิโลกรัม กระดองมีสีเขียวมะกอก หรือสีน้ำตาล เกล็ดบนกระดองมีลักษณะซ้อนกันเหมือนสังกะสีมุงหลังคา อันเป็นที่มาของอีกชื่อเรียกหนึ่ง ส่วนท้องมีสีเหลืองออกขาว หัวค่อนข้างโต ดวงตาปูดโปนออกมา กระดองมีความแข็งมาก ริมฝีปากสั้นทู่และคมแข็งแรงมากเพื่อใช้สำหรับขบกัดกินสัตว์มีกระดองซึ่งเป็นอาหารหลัก ส่วนของกระดองและท้องเชื่อมต่อกัน เป็นเต่าทะเลที่ว่ายน้ำได้เร็วมาก โดยอาจว่ายได้ถึง 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในน่านน้ำไทยจะพบได้ในฝั่งทะเลอันดามัน ในอ่าวไทยจะพบได้น้อยกว่า จัดเป็นเต่าทะเลอีกชนิดหนึ่งที่พบได้น้อยมากในน่านน้ำไทยจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535




https://mgronline.com/south/detail/9620000011530
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 03-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,442
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


ครั้งแรกในรอบ 23 ปี! เต่าหญ้า สัตว์ทะเลหายาก ขึ้นวางไข่ชายหาดบ้านบ่อดาน



ครั้งแรกในรอบ 23 ปี! เต่าหญ้า สัตว์ทะเลหายาก ขึ้นวางไข่ชายหาดบ้านบ่อดาน จ.พังงา ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดี เพราะส่วนใหญ่จะเจอแต่เกยหาดตาย หรือบาดเจ็บ
เต่าหญ้า วันที่ 2 ก.พ. นายมงคล ลิ่ววิริยกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากชาวบ้านพื้นที่หมู่ 7 บ้านในไร่ ต.นาเตย อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ว่ามีเต่าทะเลขึ้นวางไข่บริเวณหาดบ่อดาน ตรงข้ามกองหินช้าง ไปทางทิศใต้ประมาณ 200 เมตร จึงได้ประสานงานกับหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต, ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 (พังงา) นายประภาส ขุนพิทักษ์ นายอำเภอท้ายเหมือง และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาเตย เข้าร่วมตรวจสอบ

พบมีร่องรอยการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเล ซึ่งอยู่นอกเขตอุทยานฯ จึงได้ตรวจวัดขนาดความกว้างของพาย วัดได้ 78 เซนติเมตร ประเมินเบื้องต้นคาดว่าหลุมไข่เต่าอาจถูกน้ำทะเลท่วมถึง จึงได้ทำการขุดเปิดหลุมลึกลงไป 25 เซนติเมตร พบไข่เต่าทะเล ซึ่งเป็นชนิดเต่าหญ้า ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไข่เต่าประมาณ 3-4 เซนติเมตร จึงเคลื่อนย้ายใส่ภาชนะนับได้ 81 ฟอง และเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์เฝ้าระวังและติดตามการขึ้นวางไข่ของเต่าวัดท่าไทร เพื่อเพาะฟักตามธรรมชาติ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 45 วัน โดยส่งมอบให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งดูแลต่อไป จากการตรวจสอบสถิติการขึ้นวางไข่ของเต่าหญ้าในเขตอุทยานฯ ย้อนหลัง พบว่ามีบันทึกเต่าหญ้าขึ้นวางไข่ครั้งสุดท้าย เมื่อปี พ.ศ.2539 หรือเมื่อ 23 ปีที่แล้ว หลังจากนั้นไม่มีสถิติพบการขึ้นวางไข่เลย



นายปรารพ แปลงงาน หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า การกลับมาของเต่าหญ้าครั้งแรกในรอบ 23 ปี ที่ไม่เคยมีรายงานการขึ้นวางไข่ของเต่าหญ้า สัตว์ทะเลหายาก และใกล้สูญพันธุ์ ซึ่งถือว่าเป็นเต่าทะเลประจำถิ่นของ จ.พังงา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพบเพียงรายงานเต่าหญ้าเกยตื้นตาย พิการ หรือบาดเจ็บ การกลับขึ้นมาวางไข่ของเต่าหญ้าในวันนี้ ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีเป็นอย่างยิ่ง เจ้าหน้าที่คาดว่าอีกประมาณ 10-15 วัน คงได้มีโอกาสพบแม่เต่า แรงกระเพื่อมการอนุรักษ์เต่าทะเลได้ขยายวงสู่ฝ่ายปกครอง ชาวประมงริมฝั่ง เรือประมงพานิชย์ และชุมชนในพื้นที่ เราไม่ได้ทำงานแบบโดดเดี่ยวอีกต่อไปแล้ว


https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_2168340

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 03-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,442
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์


กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ย้ำ ไม่ต้องยื่นหนังสือขออนุญาตถ่าย Pre Wedding ในอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ แต่ต้องแจ้งหัวหน้าในพื้นที่ก่อนทุกครั้ง

กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ย้ำ ไม่ต้องยื่นหนังสือขออนุญาตถ่าย Pre Wedding ในอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ แต่ต้องแจ้งหัวหน้าในพื้นที่ก่อนทุกครั้ง



นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวถึงกรณีการขออนุญาตเข้าไปถ่ายรูป หรือถ่ายทำภาพยนตร์ประกอบพิธีแต่งงานในเขตอุทยานแห่งชาติ จากการที่มีประชาชนให้ความสนใจเข้าไปถ่ายรูป หรือถ่ายทำภาพยนตร์ประกอบพิธีแต่งงาน (Pre Wedding) ในเขตอุทยานแห่งชาติจำนวนมาก ประกอบกับมีการร้องเรียนว่าการขออนุญาตมีความยุ่งยากนั้น ว่า การถ่ายรูปหรือการถ่ายทำภาพยนตร์ดังกล่าวมีลักษณะเป็นการถ่ายทำของนักท่องเที่ยว เพื่อใช้ดูเป็นการส่วนตัว หรือภายในครอบครัวทั่วไป

ตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์ในอุทยานแห่งชาติ พ. ศ. 2552 จึงไม่ต้องขออนุญาตแต่อย่างใด โดยให้หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเป็นผู้ควบคุมกำกับดูแล ทั้งนี้จะต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ. ศ. 2504 และระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ว่าด้วยการเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ พ. ศ. 2552 อย่างเคร่งครัด จึงให้แจ้งอุทยานแห่งชาติในสังกัดเป็นแนวทางถือปฏิบัติต่อไป

สำหรับประชาชนที่จะถ่ายรูปและถ่ายวีดีโอ (Pre Wedding) ในอุทยานแห่งชาติ ไม่ต้องแจ้งขออนุญาตล่วงหน้าแล้ว เพียงแค่เมื่อเข้าไปถึงอุทยานแห่งชาติทุกแห่งทั่วประเทศให้ไปพบเจ้าหน้าที่เพื่อแจ้งขออนุญาต เมื่อเจ้าหน้าที่อนุญาตสามารถดำเนินการถ่ายภาพได้


http://thainews.prd.go.th/th/news/de...90202205704512

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 03-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,442
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ


ชาวบ้านเกาะมุกด์จี้รัฐอัดงบฯ ขยายพันธุ์ "ปลิงทะเลขาว" ส่งออก "จีน-เกาหลี-ญี่ปุ่น-สิงคโปร์"



"ปลิงทะเลขาว" (holothuria scabra) เป็นสัตว์เศรษฐกิจมูลค่าสูงประเภทหนึ่ง โดยชาวจีนนิยมบริโภคเนื้อปลิงทะเลขาว ด้วยความเชื่อในสรรพคุณทางยา ที่ผ่านมาจึงมีการจับปลิงในทะเลธรรมชาติออกไปจําหน่าย โดยนําไปตากแห้ง (Beche-de-mer) ซึ่งได้ราคาสูง อีกทั้งความต้องการของตลาดผู้บริโภคมีจํานวนสูงมากอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปลิงทะเลในธรรมชาติลดลงอย่างรวดเร็ว จึงมีความพยายามของคนกลุ่มหนึ่งที่มีความหวังจะเพิ่มปริมาณปลิงขาวในทะเลให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

โดยโครงการดังกล่าวได้ถูกริเริ่มมาตั้งแต่ช่วงปี 2560 ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้จัดซื้ออุปกรณ์สำหรับการทำบ้านปลิงขาวมาให้กับชาวบ้านบริเวณบ้านเกาะมุกด์ ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง พร้อมหาอาสาสมัครที่มาเป็นจิตอาสามาช่วยดูแล เพื่อเพิ่มปริมาณปลิงขาวในทะเลให้กลับมาสู่ความอุดมสมบูรณ์ และเป็นห่วงโซ่อาหารที่ยังคงสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่



นายแก่น หญ้าปรั่ง ชาวบ้านบ้านเกาะมุกด์ จึงได้อาสาเข้ามารับหน้าที่ดังกล่าว โดยจะใช้เวลาว่างหลังออกเรือประมง และมีน้ำลงต่ำสุดมาดูแลปลิงขาวในคอก ซึ่งในระยะแรกได้ออกจับปลิงขาวในทะเลหน้าเกาะมุกด์มาปล่อยไว้ในคอก เพื่อให้ผสมพันธุ์และออกไข่ เมื่อน้ำขึ้นไข่และตัวอ่อนของปลิงทะเลจะหลุดรอดออกไปตามช่องตาข่าย เพื่อออกสู่ทะเลตามธรรมชาติ

การเลี้ยงไม่ต้องให้อาหารหรือดูแลใด ๆ เนื่องจากเวลาน้ำขึ้นจะมีซากแพลงก์ตอน ซากพืช และซากสัตว์ที่จมอยู่ก้นทะเล ซึ่งเป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติอยู่แล้ว โดยชาวบ้านสามารถเก็บไปกินหรือนำไปตากแห้งขายได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 5,000-6,000 บาท

การเลี้ยงปลิงทะเลจึงนับว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับพี่น้องชาวประมงในพื้นที่จังหวัดตรัง โดยตลาดจําหน่ายปลิงทะเลขาวมีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน และสิงคโปร์

นอกจากนี้ ยังได้ปลูกจิตสำนึกให้แก่ชาวบ้านเกาะมุกด์ ไม่จับปลิงทะเลวัยอ่อนที่ยังไม่ได้ขนาดมาทำกินเป็นอาหารหรือขาย หากพบผู้ใดฝ่าฝืนจะมีบทลงโทษตามกฎของหมู่บ้าน ทำให้ปัจจุบันมีปริมาณปลิงทะเลเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ชาวบ้านจับไปกินเป็นอาหารในครัวเรือนได้ทุกวัน ทั้งผัด แกง ต้ม ยำ และนำมาดองเป็นสมุนไพร

ขณะที่นายแก่นจิตอาสาที่เลี้ยงปลิงขาวไว้เพื่อขยายพันธุ์ และไม่ได้ขายเป็นเชิงพาณิชย์ ต้องการให้ภาครัฐและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือด้วยการจัดสรรงบประมาณลงมาเพิ่ม เพื่อจะได้ขยายคอกเลี้ยงปลิงทะเลขาวเพิ่มเติมอีก เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชาวประมงพื้นบ้านที่เดินทางมาศึกษาดูงานจากทั่วประเทศ


https://www.prachachat.net/local-economy/news-285431

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 03-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,442
Default

ขอบคุณข่าวจาก ThaiPBS


เช็กสถานที่สาธารณะปลอดบุหรี่ ปรับใหม่ บังคับใช้ 3 ก.พ.

3 ก.พ. 62 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ที่กำหนดให้สถานที่สาธารณะหลายแห่งเป็นเขตปลอดบุหรี่มีผลบังคับใช้ เพื่อปกป้องสิทธิและสุขภาพผู้ไม่สูบบุหรี่ พบควันบุหรี่ก่อฝุ่น PM2.5 สูงกว่าไอเสียจากรถยนต์



วันนี้ ( 2 ก.พ.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2560 ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ออกอนุบัญญัติเกี่ยวกับการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ โดยเฉพาะประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดประเภทหรือชื่อของสถานที่สาธารณะ สถานที่ทำงาน และยานพาหนะ ให้ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของสถานที่และยานพาหนะ เป็นเขตปลอดบุหรี่ หรือเขตสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ พ.ศ. 2561 โดยจะมีผลใช้บังคับในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นต้นไป

เจตนารมณ์ของประกาศกระทรวงฉบับนี้ กำหนดให้สถานที่สาธารณะ ยานพาหนะ และที่ทำงานทั้งภาครัฐและเอกชน เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล เป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด รวมทั้งระยะ 5 เมตร จากทางเข้าออกสวนสาธารณะ ตลาด ป้ายรถเมล์ หรือปั๊มน้ำมัน เป็นเขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด

วันนี้ผู้ประกอบการที่ตลาดนัดจตุจักร ร่วมมือติดสติกเกอร์และแจ้งนักท่องเที่ยวให้งดสูบบุหรี่ในพื้นที่ เพื่อปกป้องสุขภาพคนที่ไม่สูบบุหรี่ ตามเจตนารมณ์กฎหมาย และช่วยลดมลพิษในอากาศ

ทั้งนี้ กรมอนามัยและกรุงเทพมหานคร ขอความร่วมมือผู้ประกอบการติดสติกเกอร์รณรงค์ห้ามสูบบุหรี่ พร้อมทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยว หากพบว่ายังฝ่าฝืน มีโทษตามกฎหมาย ปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลวิจัยทางการแพทย์และสิ่งแวดล้อม ระบุว่าควันจากการจุดบุหรี่ 3 มวน ในพื้นที่ปิดนานครึ่งชั่วโมง ทำให้ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงถึง 591 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มากกว่าไอเสียจากรถยนต์ดีเซล ที่สตาร์ทเครื่องทิ้งไว้ในพื้นที่และเวลาเท่ากัน กว่า 2 เท่า ทำให้การสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า เป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มฝุ่นขนาดเล็กและส่งผลกระทบต่อสุขภาพ


https://news.thaipbs.or.th/content/277446

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 03-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,442
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


พบเต่าทะเลวางไข่ อช.เขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ในรอบ 20 ปี

ชาวบ้านแจ้งเจ้าหน้าที่ อช.เขาลำปี-หาดท้ายเหมือง พบเต่าทะเลวางไข่ ด้านเจ้าหน้าที่เผยไม่พบการขึ้นมาวางไข่ของเต่าหญ้ากว่า 20 ปีแล้ว พร้อมมอบ 10,000 บาท สร้างแรงจูงใจให้ชาวบ้านคนอื่นๆ อนุรักษ์



2 ก.พ.62 - นายมงคล ลิ่ววิริยกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ผู้รายงานเข้ามาว่า วันนี้เวลาประมาณ 06.50 น. ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จากราษฎร หมู่ที่ 7 บ้านในไร่ ตำบลนาเตย ว่าพบเต่าทะเลขึ้นวางไข่บริเวณหาดบ่อดาน (หินช้าง) ไปทางทิศใต้ประมาณ 200 เมตร จึงได้ประสานงานกับหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต, ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 (พังงา) นายประภาส ขุนพิทักษ์ นายอำเภอท้ายเหมือง และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลนาเตย เข้าร่วมตรวจสอบท้องที่หมู่ที่ 7 บ้านบ่อดาน ตำบลนาเตย อำเภอท้ายเหมือง

พบมีร่องรอยการขึ้นวางไข่ของเต่าทะเล นอกเขตอุทยานฯ จึงได้ทำการตรวจวัดขนาดความกว้างของพาย วัดได้ 78 เซนติเมตร และประเมินแล้วว่าหลุมไข่เต่าน้ำทะเลท่วมถึง จึงได้ทำการขุดเปิดหลุมลึกลง 25 เซนติเมตร พบไข่เต่าทะเลชนิดเต่าหญ้า ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไข่เต่าประมาณ 3-4 เซนติเมตร ทำการเคลื่อนย้ายใส่ภาชนะนับจำนวนได้ 81 ฟอง และเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์เฝ้าระวังและติดตามการขึ้นวางไข่ของเต่าวัดท่าไทร เพื่อทำการเพาะฟักตามธรรมชาติ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 45 วัน โดยส่งมอบให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งดูแลต่อไป โดยจากการตรวจสอบสถิติการขึ้นวางไข่ของเต่าหญ้าในเขตอุทยานฯ ย้อนหลัง พบว่ามีบันทึกเต่าหญ้าขึ้นวางไข่ครั้งสุดท้าย เมื่อปี พ.ศ. 2539 หลังจากนั้นไม่มีสถิติพบการขึ้นวางไข่เลย

ทั้งนี้ได้มอบเงินค่าตอบแทนให้กับผู้แจ้งฯ คือ นายส้าหาด สีระยาแล้ว จำนวน 10,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิอนุรักษ์เต่าทะเลหาดไม้ขาวและกองทุนอนุรักษ์เต่าทะเลและถิ่นอาศัย เพื่อเป็นการอนุรักษ์ไม่ให้เต่าทะเลที่ขึ้นมาวางไข่ได้รับอันตราย และเจ้าหน้าที่จะได้นำไข่เต่าทะเลที่พบไปดูแลจนกว่าเต่าทะเลจะพร้อมปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป


http://www.nationtv.tv/main/content/378687489/#cxrecs_s

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:09


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger