เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,493
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยภาคกลางตอนล่างและภาคตะวันออก มีฝนบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 6 - 9 ก.พ. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนบางแห่ง เว้นแต่บริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า

ส่วนในช่วง วันที่ 10 - 11 ก.พ. 62 ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่ และมีฝนเพิ่มขึ้นในบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 6-9 ก.พ. 62 สำหรับบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองและมีลมแรงขึ้น ดังนั้นจะทำให้ช่วยลดฝุ่นละอองและมลพิษในอากาศลงได้ ส่วนบริเวณประเทศไทยตอนบนขอให้ประชาชนระมัดระวังสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกและมีหมอกหนาไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite2.jpg (193.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (99.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (217.9 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,493
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


ใครเผามีความผิดตามกฎหมาย ปัญหาเขม่าจากซางอ้อยต้องให้สมาคมไร่อ้อยจัดการ



ศูนย์ข่าวศรีราชา - เดือดร้อนต่อไป แหล่งข่าวระดับสูงชลบุรี ชี้ปัญหาเขม่าจากซางอ้อยที่สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ต.นาป่า อ.เมืองชลบุรี เป็นเรื่องที่อยู่ในการดูแลของสมาคมที่ชาวไร่อ้อยสังกัดที่ต้องเข้ามาจัดการ ชี้มีความผิดตามกฎหมาย

จากกรณีที่มีผู้โพสต์ภาพเขม่าไฟจากซางอ้อยที่เกิดจากการเผาไร่อ้อยในพื้นที่ ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี จนทำให้บ้านเรือนประชาชนและรถยนต์ในโครงการบ้านจัดสรรแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.7 ต.นาป่า เต็มไปด้วยคราบเขม่าไฟ จนผู้ที่เข้ามาแสดงความเห็นเชิงเหน็บแนมในโพสต์ดังกล่าวว่า เกิดหิมะดำขึ้นในพื้นที่ จ.ชลบุรี จนสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอย่างหนัก และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง

ทั้งนี้ เนื่องจากปัจจุบันจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานต่างๆ ได้ให้หน่วยงานในท้องถิ่นทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่องความผิดจากการเผาหญ้ากลางแจ้ง และห้ามไม่ให้มีการเผาไร่อ้อยที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองพิษ PM2.5 นั้น

วันนี้ (5 ก.พ.) ผู้สื่อข่าวได้สอบถามแหล่งข่าวระดับสูงในจังหวัดชลบุรี ถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่และผู้อยู่อาศัยโครงการบ้านจัดสรร และประชาชนในพื้นที่ ม.7 ต.นาป่า อ.เมืองชลบุรี ที่ให้ข้อมูลว่าการลักลอบเผาไร่อ้อยในพื้นที่มักเกิดขึ้นในช่วงกลางคืน

โดยได้รับคำชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใดๆ แม้เป็นของตนเอง จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท แต่ชาวไร่อ้อยในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของสมาคมแห่งหนึ่งที่จะต้องแก้ปัญหาการกระทำของสมาชิก

ส่วนปัญหาที่พบว่ายังมีการเผาไร่อ้อยอยู่นั้น เป็นเพราะแรงงานต่างด้าวที่เข้ามารับจ้างตัดอ้อยและจะไม่ยอมตัดอ้อยหากไม่มีการเผาเพราะกลัวเรื่องอันตรายจากงู และใบอ้อยบาดจนเกิดอาการบาดเจ็บ จึงต้องให้สมาคมแห่งนี้จัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชน

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหมู่บ้านที่มีปัญหาจนพบว่า ในวันนี้ชาวบ้านในโครงการยังคงต้องทำความสะอาด และกวาดถูบ้านเพื่อทำความสะอาดคราบเขม่าดังกล่าวอยู่ บางรายถึงขั้นต้องใช้น้ำฉีดล้างพื้นถนน

ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ในหมู่บ้านเต็มไปด้วยฝุ่นและเขม่าจากซางอ้อยที่เผาเกลื่อนหมู่บ้านและถนน ซึ่งขณะนี้ทุกคนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก และอยากขอให้ชาวบ้านหยุดเผา รวมถึงฝากไปยังผู้ที่รับผิดชอบช่วยจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นการด่วน


https://mgronline.com/local/detail/9620000012577


*********************************************************************************************************************************************************


พบสปีดโบ๊ตปริศนาจมหน้าเกาะผักเบี้ย ทะเลกระบี่ เร่งตรวจสอบหาเจ้าของ

กระบี่ - สปีดโบ๊ตปริศนาจมหน้าเกาะผักเบี้ย ทะเลกระบี่ ตร.เร่งตรวจสอบหาตัวเจ้าของ และสาเหตุการจม



เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (5 ก.พ.) นายจำเป็น ผอมภักดี หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานหมู่เกาะห้อง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จังหวัดกระบี่ รับแจ้งมีเหตุเรือล่ม บริเวณท้องทะเล ม.3 ต.เขาทอง อ.เมือง เขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี นำเรือลาดตระเวนออกไปตรวจสอบบริเวณใกล้เกาะผักเบี้ย พบซากเรือปริศนาสภาพพลิกคว่ำลอยอยู่ด้านหน้าเกาะผักเบี้ย พบเป็นเรือสปีดโบ๊ต แบบ 2 เครื่องยนต์ ลอยอยู่ในสภาพพลิกคว่ำ ห่างจากชายฝั่งประมาณ 50 เมตร ตรวจด้านหัวเรือระบุเป็นเรือชื่อ "เกวน" ตรวจภายในเรือไม่พบเจ้าของเรือ หรือนักท่องเที่ยว

ต่อมา นายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี แจ้งประสานไปยังสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ ตำรวจน้ำกระบี่ พร้อมทั้งตำรวจ สภ.อ่าวนาง เตรียมเข้าตรวจสอบอีกครั้ง โดยเบื้องต้น สั่งให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ คอยดูแลบริเวณจุดที่พบเรือดังกล่าวไว้ก่อน เจ้าหน้าที่จะรอช่วงที่น้ำลดลงสูงสุด แล้วจะเข้าตรวจสอบอีกครั้ง รวมทั้งแจ้งไปยังพื้นที่ใกล้เคียง ว่ามีผู้ประกอบการเรือรายใดแจ้งเรือหาย หรือเรือประสบอุบัติเหตุไว้หรือไม่

ขณะที่ สนง.เจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ ตรวจสอบทะเบียนเรือตามชื่อที่ระบุอยู่บนตัวเรือ เป็นเรือทะเบียน 606703369 ชื่อเรือ เกวน ลำตัวเรือยาว 9.30 เมตร กว้าง 2.35 เมตร ลึก 1.4 เมตร ระบุจำนวนผู้โดยสารไว้ 6 คน จดทะเบียนไว้ที่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พบทะเบียนเรือไม่ได้รับการต่ออายุ โดยทะเบียนขาดอายุตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 พ.ย.61 ระบุชื่อเจ้าของเรือคือ Mr.Coupu Patrick Antoine Rene ที่อยู่ 22/1 หมู่ 2 ต.เกาะแก้ว อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวเจ้าของเรืออีกครั้ง


https://mgronline.com/south/detail/9620000012559

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,493
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


กทม.เตรียมแผนรับมือ อากาศปิด 6-8 ก.พ. กับ 13-15 ก.พ. ฝุ่นพิษ มาอีกระลอก

อากาศปิด 2 ช่วง 6-8 ก.พ. กับ 13-15 ก.พ. กทม.เตรียมแผนรับมือ ฝุ่นพิษ อีกระลอก นำเครื่องบินเล็กฉีดพ่นละอองน้ำทุกชั่วโมง เพิ่มเส้นทางการบินครอบคลุมพื้นที่ฝุ่นละอองเกินมาตรฐาน



ฝุ่นพิษ / เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. แถลงผลภายหลังเป็นประธานประชุมคณะผู้บริหาร กทม. ครั้งที่ 3 ว่า ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (พีเอ็ม 2.5) สำนักสิ่งแวดล้อม กทม.ได้รายงานในที่ประชุมถึงสถานการณ์คุณภาพอากาศตลอด 4-5 วัน ภายหลังกทม.ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแผนปฏิบัติการแก้มลพิษทางอากาศ พบช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 ยังมีค่าไม่คงที่ บางวันมีค่าสูงและต่ำกว่ามาตรฐาน ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละวัน

สำหรับวันนี้พบมีค่าฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้น จากเมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่ผ่านมา เกินมาตรฐาน 1 พื้นที่ ซึ่งอยู่ในระดับสีส้ม ได้แก่ บริเวณเขตบางเขน มีค่า 55 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก.ต่อลบ.ม.) ส่วนพื้นที่อื่นพบมีค่าฝุ่นละอองต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานไม่เกิน 50 มคก.ต่อลบ.ม.

พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวต่อว่า ล่าสุด กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แจ้งว่าระหว่างวันที่ 6-8 ก.พ. และ 13-15 ก.พ. สถานการณ์ฝุ่นละอองอาจมีแนวโน้มรุนแรง เนื่องจากอากาศจะปิด

อย่างไรก็ตาม กทม.ประชุมติดตามสถานการณ์แก้ไขฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 อย่างต่อเนื่อง โดยจัดตั้งศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศของกทม.และปริมณฑล ที่ห้องประชุมชั้น 10 อาคารธานีนพรัตน์ ศาลาว่าการกทม. 2 (ดินแดง) เพื่อติดตามสถานการณ์ และเตรียมแผนปฏิบัติการลดฝุ่นร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ตลอดช่วงที่มีอากาศปิด กทม.จะประสานไปยังโรงเรียนการบินกรุงเทพอีกครั้ง เพื่อนำเครื่องบินเล็กฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศทุกชั่วโมง พร้อมกำหนดเส้นทางการบินในบริเวณเดิม และเพิ่มเส้นทางการบินให้ครอบคลุมพื้นที่ประสบปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 มีค่าสูงเกินมาตรฐาน ขณะที่ทางโรงเรียนการบินกรุงเทพมีความยินดี พร้อมสนับสนุนเครื่องบินเล็กและอุปกรณ์ร่วมปฏิบัติการแก้มลพิษทางอากาศ



สำหรับผลปฏิบัติการนำเครื่องบินเล็กขึ้นบินจากสนามบินคลอง 15 เพื่อพ่นละอองน้ำระหว่างวันที่ 2-4 ก.พ.ที่ผ่านมา ยังมีข้อจำกัดของเงื่อนไขการบิน เช่น เส้นทางการบินในเขตพื้นที่ห้ามบิน การจราจรทางอากาศที่ต้องไม่กระทบต่อเส้นทางการบินของสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิและดอนเมือง เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การบินฉีดพ่นละอองน้ำเป็นแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน ส่วนมาตรการระยะกลางและระยะยาว อยู่ระหว่างการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อกำหนดแนวทางและมาตรการแก้ไขฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม (กห.) เป็นประธาน เพื่อกำหนดเป็นมาตรการถาวรเสนอต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีต่อไป

ด้าน นายสมชาย จึงมีโชค ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. กล่าวถึงแนวทางดำเนินการด้านอนามัยและสาธารณสุข เพื่อลดผลกระทบฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 ดังนี้ 1.ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ดูแลสุขภาพและให้คำปรึกษาการดูแลสุขภาพแก่ประชาชนทุก 5 เขตทุกเสาร์-อาทิตย์ ตลอดเดือนก.พ.-มี.ค. ซึ่งการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ครั้งแรก เมื่อวันที่ 2-3 ก.พ. มีประชาชนเข้ารับบริการถึง 909 คน

ส่วนอาการที่พบจากการตรวจวินิจฉัย ได้แก่ ผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (ยูอาร์ไอ) 172 คน โรคภูมิแพ้ 32 คน ผื่นคันผิวหนัง 6 คน เยื่อบุตาอักเสบ 4 คน หอบหืด 3 คนและอาการอื่น 115 คน 2. การดำเนินการตั้งตั้งสปริงเกลอร์ช่วยพ่นละอองน้ำจากอาคารสูงของโรงพยาบาลสังกัดกทม. รวม 9 แห่ง

ซึ่งเริ่มติดตั้งแล้ว 3.จัดทำเอกสารเผยแพร่ความรู้ผ่านสื่อให้แก่ผู้รับบริการในโรงพยาบาล เช่น การติดโปสเตอร์เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับอันตรายจากฝุ่นละออง แผ่นพับ รวมถึงแจกหน้ากากอนามัย ฯลฯ และ 4.ผลิตสื่อเผยแพร่ผ่านสื่อกระแสหลัก โดยผลดำเนินการที่ผ่านมาพบประชาชนมีความตระหนักรู้และเฝ้าระวังสถานการณ์ฝุ่นละอองเพิ่มขึ้น


https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_2176784

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,493
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


สม็อก อากาศเป็นพิษปลิดชีพคน ? Great Smog of London ...................... คอลัมน์ Weather Wisdom โดย บัญชา ธนบุญสมบัติ


A London policeman wearing a mask for protection against the thick fog which hit most of the country and turned to smog in the city. (Photo by Keystone/Getty Images)

ช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา สังคมไทยโดยเฉพาะคนในกรุงเทพตื่นตัวเรื่องมลภาวะทางอากาศอย่างมาก แต่ความสนใจมุ่งเน้นไปที่ PM2.5 เป็นหลัก เพราะอนุภาคจิ๋วขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อร่างกาย

แต่ปัญหาเรื่องอากาศไม่สะอาดยังมีแง่มุมน่ารู้อื่นๆ อีกหลายอย่าง จริงๆ ควรพูดว่าต้องรู้ด้วยซ้ำ เพราะคนเราต้องหายใจกันอยู่ตลอดเวลา

มลภาวะทางอากาศรูปแบบหนึ่งที่ควรรู้จัก เรียกว่า สม็อก (smog) ชื่อนี้เกิดจากการผสมคำว่า smoke (ควัน) กับคำว่า fog (หมอก) เข้าด้วยกัน บางท่านจึงแปลง่ายๆ ว่า "หมอกปนควัน" แต่ผมขอใช้ทับศัพท์ว่า "สม็อก" เพราะเอาเข้าจริงแล้ว สม็อกมีแง่มุมที่ซับซ้อนกว่าภาพง่ายๆ เพียงแค่หมอกปนกับควัน

สม็อกมี 2 แบบหลักครับ แต่ละแบบมีชื่อเรียกอีกหลายอย่างแล้วแต่ว่าจะเน้นจุดสำคัญตรงไหน ในที่นี้ผมขอเรียกสม็อกแต่ละแบบด้วยชื่อเมืองใหญ่ระดับโลกเพราะจำได้ง่ายดี แบบแรกเรียกว่า สม็อกแบบลอนดอน (London-type smog) ส่วนแบบที่สองเรียกว่า สม็อกแบบลอสแองเจลิส (Los Angeles-type smog)

มาดู สม็อกแบบลอนดอน กันก่อนครับ ย้อนเวลากลับไปในช่วงวันที่ 5-9 ธันวาคม ค.ศ. 1952 (พ.ศ. 2495) ทั่วทุกหนแห่งในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ สม็อกลงหนาจัดตลอดทั้งวัน บางพื้นที่มองไปได้ไกลไม่เกินราว 3 ฟุต สม็อกยังหลุดรอดเข้าไปในอาคารได้ด้วย ทำให้ต้องยกเลิกกิจกรรมบางอย่าง เช่น คอนเสิร์ต ส่วนระบบขนส่งสาธารณะก็เป็นอัมพาต ให้บริการได้เฉพาะรถไฟใต้ดิน ดูภาพที่ 1 ครับ


ภาพที่ 1 สม็อกที่จัตุรัสทราฟัลการ์เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ค.ศ. 1952

ในช่วงแรกๆ ชาวลอนดอนไม่ได้ตื่นตระหนกมากมายนัก ว่ากันว่าเพราะผู้คนที่นั่นคุ้นชินกับสภาพดังกล่าวมานานแล้ว เอกสารประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่าอย่างน้อยๆ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 โน่น ลอนดอนก็มีสภาพอากาศที่ย่ำแย่อันเนื่องมาจากการเผาถ่านหิน แม้แต่จิตรกรระดับโลกอย่าง โกลด มอแน (Claude Monet) ก็สะท้อนออกมาในงานของเขา ดูภาพที่ 2 ครับ

ตามปกติสม็อกอาจเกิดเพียงแค่ไม่กี่วัน แต่คราวนี้คงตัวอยู่ติดกันนานถึง 5 วัน ผลก็คือ ภายในแค่ 4 วันแรก มีผู้เสียชีวิตสูงถึงราว 4,000 คน เจ็บป่วยอีกราว 100,000 คน หลังจากเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกราว 8,000 คน รวมเบ็ดเสร็จเหตุการณ์ครั้งนี้จึงมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 12,000 คน ส่วนสัตว์นับพันเสียชีวิต

เหตุการณ์นี้จึงเรียกว่า Great Smog of 1952 หรือ Great Smog of London นับเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงอันเนื่องมาจากอากาศเป็นพิษครั้งสำคัญของโลก และเป็นตัวจุดประกายให้เกิดการบัญญัติ Clean Air Act ในปี ค.ศ. 1956 อันเป็นกฎหมายฉบับแรกที่เป็นต้นแบบของกฎหมายอื่นๆ ในแนวเดียวกันทั่วโลก


แล้วสม็อกในลอนดอนมาจากไหน?

คำตอบตรงไปตรงมาครับ นั่นคือ มาจากการเผาถ่านหินคุณภาพต่ำซึ่งมีกำมะถันหรือซัลเฟอร์ปะปนอยู่มาก แหล่งกำเนิดหลักๆ คือ โรงไฟฟ้าถ่านหินซึ่งมีหลายแห่ง ประกอบกับช่วงเวลานั้นเป็นฤดูหนาว คือต้นเดือนธันวาคม ผู้คนเผาถ่านหินสร้างความร้อนเพื่อให้ความอบอุ่น

เมื่อถ่านหินถูกเผา ก็จะเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ แก๊สคาร์บอนมอนอกไซด์ คาร์บอนที่ยังหลงเหลืออยู่จะกลายเป็นผงเขม่าละเอียดสีดำ (ฝรั่งเรียกว่า soot) ส่วนซัลเฟอร์จะเกิดเป็นแก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ซึ่งเมื่อทำปฏิกิริยาต่อไปอีก 3 ขั้น (โดยเฉพาะขั้นที่มีไอน้ำในอากาศ หรือหยดน้ำในหมอก) ก็จะได้ผลลัพธ์เป็นกรดซัลฟิวริกในสภาพของเหลว

ที่ว่าไปนี่คือ อธิบายแบบรวบรัด จริงๆ มีปฏิกิริยาย่อยๆ เกิดขึ้นด้วย ทั้งนี้มีงานวิจัยตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 2016 เสนอว่า แก๊สไนโตรเจนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากการเผาไหม้ถ่านหินก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน

สม็อกแบบลอนดอน หรือ London smog ประกอบด้วยฝุ่นควัน เขม่า หมอก แก๊สซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และกรดซัลฟิวริก

แต่สารที่เป็นแก่นสำคัญขาดไม่ได้คือ ซัลเฟอร์ ดังนั้น สม็อกแบบนี้จึงเรียกว่า สม็อกที่มีซัลเฟอร์ (sulfurous smog) อีกด้วย

สม็อกแบบลอนดอนยังมีชื่อเรียกอื่นๆ อีก เช่น classical smog (สม็อกแบบคลาสสิค) industrial smog (สม็อกที่เกิดจากอุตสาหกรรม) และ winter smog (สม็อกฤดูนาว) ดังนั้น ถ้าไปอ่านเจอชื่อพวกนี้ที่ไหน ก็ให้ทราบว่าเป็นเรื่องเดียวกับ London smog นั่นเองครับ

อีกประเด็นหนึ่งที่ต้องมีคนสงสัยแน่ๆ ก็คือ ในช่วงเวลานั้นน่าจะมีการเผาถ่านหินทุกวัน (อย่างน้อยๆ ก็โรงไฟฟ้า) แต่ทำไมถึงเกิดสม็อกเฉพาะบางวัน? และทำไมในช่วงเหตุการณ์ Great Smog of London จึงเกิดนานถึง 5 วัน?

คำตอบคือ ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยา 2 อย่างครับ ได้แก่

หนึ่ง บริเวณผิวพื้นจะค่อนข้างสงบ ไม่ค่อยมีลม เพราะถ้ามี ลมก็จะช่วยพัดสม็อกให้เจือจางหรือกระจายหายไป

สอง เกิดการผกผันของอุณหภูมิ (temperature inversion) กล่าวคือ แทนที่อากาศจะยิ่งสูงยิ่งหนาวตามสภาวะปกติ (Normal Conditions ในภาพที่ 3 ทางซ้าย) ซึ่งจะยอมให้อากาศ ละอองลอย และฝุ่นควันสามารถลอยสูงขึ้นไป กลับมีชั้นอากาศอุ่น หรือชั้นอินเวอร์ชัน (Warm-Air ? Inversion Layer ในภาพที่ 3 ทางขวา) มาคั่นอยู่

ผลก็คือ ชั้นอากาศอุ่นนี้ทำตัวเสมือน ?ฝาปิดภาชนะ? เก็บกักฝุ่นควันและอนุภาคของสารต่างๆ เอาไว้บริเวณผิวพื้น เกิดเป็นสม็อกครอบคลุมพื้นที่กว้างระดับเมืองทั้งเมือง


ภาพที่ 2 สภาวะปกติ (ซ้าย) vs สภาวะที่เกิดการผกผันของอุณหภูมิ (ขวา)

หากถามว่าการผกผันของอุณหภูมิเกิดขึ้นได้อย่างไร? ตอบสั้นๆ ไว้ก่อนว่าเกิดจากแอนติไซโคลน (anticyclone) ซึ่งเป็นกระแสอากาศจากระดับสูงที่จมลงมา และเมื่ออากาศในแอนติไซโคลนเคลื่อนลงบริเวณที่ต่ำลงก็จะถูกความกดอากาศอัดในมีอุณหภูมิสูงขึ้น เกิดเป็นชั้นอากาศอุ่น หรือชั้นอินเวอร์ชันนั่นเอง

คราวหน้าจะเล่าเรื่อง สม็อกแบบลอส แองเจลิส ซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กันครับ โปรดติดตาม!


https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_2178042

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,493
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวอิศรา


ครม.ไฟเขียว 'ปลากัดไทย' เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ-ยอดส่งออกเเนวโน้มสูงขึ้น

ครม.มีมติเห็นชอบ 'ปลากัดไทย' เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ หลังผลักดันนานกว่า 1 ปี 'กฤษฎา' เผย จ.นครปฐม เเหล่งเพาะพันธุ์ใหญ่สุด ปี 2556 -2560 ยอดส่งออก 20 ล้านตัว/ปี มูลค่าไม่ต่ำกว่า 115 ล้านบาท/ปี ด้านปธ.ชมรมอนุรักษ์ฯ เชื่อต่างชาติจะสนใจมากขึ้น



วันที่ 5 ก.พ. 2562 นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.กษ.) เปิดเผยภายหลังเข้าร่วมการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติเห็นชอบให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมงเสนอ โดยการดำเนินงานที่ผ่านมา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ผลักดันเรื่องดังกล่าวมาเป็นเวลากว่า 1 ปี ซึ่งการเห็นชอบของที่ประชุม ครม. ในวันนี้นับว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2560 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2560 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง) เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ต่อมาในการประชุมคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ ครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 20ธันวาคม 2561 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) เป็นประธาน มีมติให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ และการประชุมคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562 เมื่อวันที่ 22มกราคม 2562 โดยมีรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) เป็นประธาน มีมติให้ปลากัดไทยเป็นปลาประจำชาติ จนในวันนี้ได้ผ่านการเห็นชอบจาก ครม. เป็นขั้นตอนสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว

สำหรับสาระสำคัญของการเสนอให้ปลากัดเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ

1. ด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เป็นที่ทราบกันดีว่า คนไทยรู้จัก คุ้นเคย และมีความผูกพันกับปลากัดมาตั้งแต่โบราณ ซึ่งมีหลักฐานยืนยัน และเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2556กระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศขึ้นทะเบียนให้ปลากัดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

2. ด้านความเป็นเจ้าของ และความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ?ปลากัดไทย? ที่เสนอให้เป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ชื่อวิทยาศาสตร์ Betta splendens ชื่อสามัญ "Siamese Fighting Fish" หรือ "Siamese Betta" มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย เป็นสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น จนเป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวางในระดับสากล ชื่อ Siamese จึงเป็นเครื่องสะท้อนอย่างชัดเจนว่า ปลากัดไทยนั้นเป็นเครื่องพิสูจน์ความเป็นเจ้าของได้ อีกทั้งไทยเป็นแหล่งอ้างอิงมาตรฐานหลักของปลากัดอีกด้วย

3. ด้านประโยชน์ใช้สอย ปลากัดไทยได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใช้สอยในหลายประการ โดยเฉพาะด้านการส่งเสริมการเพาะเลี้ยง และการสร้างนวัตกรรมด้านการเพาะพันธุ์ ซึ่งนําไปสู่การค้าเชิงพาณิชย์และก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ข้อมูลส่งออกปลากัดไทยกว่า 95ประเทศ ปริมาณการส่งออกระหว่างปี 2556 - 2560 ประมาณ 20.85 ล้านตัว/ปี มูลค่าไม่ต่ำกว่า115.45 ล้านบาท/ปี หรือ 5.42 บาท/ตัว และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี


ปลากัด betta? splendens.? ปลากัดชนิดแรกของโลก? ได้มาจากประเทศไทย เป็นรากเหง้าของปลากัดสวยงามทั่วโลกในปัจจุบัน

ปัจจุบันมีการเลี้ยงปลากัดไทยทั่วโลก โดยด้านพันธุศาสตร์นั้น ชื่อของปลากัดจีน ปลากัดมาเลย์ และปลากัดอินโด แม้จะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป แต่มีที่มาจากสายพันธุ์เดียวกับปลากัดป่าของไทยทั้งสิ้น

โดยจังหวัดนครปฐมเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด ปัจจุบันความนิยมของปลากัดไทยประเภทกัดเก่งนั้นลดลงมาก ขณะที่ได้รับความสนใจในด้านการพัฒนาสายพันธุ์เน้นที่ความสวยงาม ทําให้มีการเพาะเลี้ยงทั่วประเทศ มีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมประมง จํานวน 1,500 ราย เกษตรกรที่เพาะเลี้ยงปลากัดไทยมีการกระจายทั่วพื้นที่ของประเทศไทยจํานวน 500 ราย และมีผู้ที่เลี้ยงรายย่อย ผู้ชื่นชอบการเลี้ยงปลากัดไทยมากกว่า 100,000 ราย ซึ่งปลากัดไทยสามารถสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับชุมชนได้ รวมทั้งมีการเพาะเลี้ยงปลากัดเพื่อเอาไว้กัดแข่งขันเป็นกีฬา หรือนิยมเลี้ยงไว้ดูเล่นเพื่อความเพลิดเพลิน รวมถึงมอบเป็นของขวัญในวันพิเศษ และยังสามารถนําไปใช้เป็นสัญลักษณ์ของไทย ตลอดจนนําไปใช้ประกอบสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อสะท้อนความเป็นไทยได้

รมว.กษ. กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ปลากัดไทยมีความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นด้านพฤติกรรมการต่อสู้ นับเป็นสัตว์น้ำเพียงชนิดเดียวของไทยที่มีลักษณะดังกล่าว เหมาะกับการเป็นสัตว์น้ำประจำชาติเนื่องจาก คล้ายกับลักษณะของคนไทยที่รักและหวงแหนชาติ ปกป้องแผ่นดินจากข้าศึก สู้รบอย่างกล้าหาญ แม้ปลากัดไทยจะมีลักษณะดุดัน แต่ในยามสงบ กลับอ่อนโยน นุ่มนวลสอดคล้องกับนิสัยคนไทย

ด้านนายชาญชัย สุนันกิ่งเพชร ประธานชมรมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดพื้นบ้าน กล่าวว่า ปลากัดอยู่คู่คนไทยตั้งแต่ชนชั้นรากหญ้า จนถึงพระมหากษัตริย์ เช่น ในยุคสุโขทัย การชนไก่ กัดปลา เป็นเกมการพนันที่ได้รับการจารึกว่า เป็นที่นิยมในหมู่ชาวไทยมาแต่โบราณ ต่อมาสมัยปลายอยุธยา-ต้นรัตนโกสินทร์ อนุญาตให้เปิดบ่อนกัดปลาเพื่อเก็บภาษีเป็นรายได้ของประเทศ

"พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ให้ตราพระราชบัญญัติห้ามเลี้ยงปลากัดเพื่อการพนัน ปี พ.ศ. 2383 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ได้มอบปลากัดแก่นายแพทย์เดียวดอร์ แคนเตอร์ จากสถาบันเบนเกลเมดิคอล เซอร์วิสของสหรัฐอเมริกา ที่เป็นวาดภาพ และบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับปลากัดไว้ เรื่องราวประวัติศาสตร์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าปลากัดอาศัยอยู่ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน มีความสำคัญกับบ้านเมืองในแต่ละยุคสมัย"

ประธานชมรมอนุรักษ์และพัฒนาปลากัดพื้นบ้าน กล่าวถึงการอนุมัติให้ปลากัดเป็นสัตว์ประจำชาติแล้ว จะทำให้คนไทยมีกำลังใจไปพัฒนาพันธุ์ปลากัดต่อไป ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจให้เกษตรกรมียอดขายเพิ่ม รวมทั้งชาวต่างชาติเองก็จะให้ความสนใจเรื่องปลากัดไทยยิ่งขึ้นด้วย .


https://www.isranews.org/isranews/73546-fish-73546.html

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:11


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger