เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 11-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,913
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงและดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย และสำหรับประชาชนบริเวณภาคเหนือระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาในระยะนี้ ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 11-13 กุมภาพันธ์ 2562 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน ประกอบกับมีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น และบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 11 - 13 ก.พ. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 14-16 ก.พ. 62 ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้นกับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ส่วนภาคใต้มีฝนลดลงและคลื่นลมในบริเวณอ่าวไทยลดลง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 11 - 13 ก.พ. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ส่วนเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ส่วนในช่วงวันที่ 14-16 ก.พ. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกและมีหมอกหนาไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (78.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (100.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (101.3 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 11-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,913
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


แห่ชื่นชมชาวประมง กอดลากฉลามมือเปล่า พาคืนสู่ทะเล

กอดลากฉลามคืนทะเล ? เดลี่เมล์ รายงานข่าวจาก Perth Now ว่ามีกระแสชื่นชมชาวประมงออสเตรเลียในคลิปที่มีผู้ร่วมเหตุการณ์บันทึกไว้ได้ นาทีชาวประมงคนนี้พยายามกอดลากฉลามตัวหนึ่งที่บังเอิญติดเบ็ดมา กลับคืนสู่ทะเล



เหตุเกิดที่ชายหาดนอร์ท บีช ห่างจากเมืองเพิร์ธ ประมาณ 16 ก.ม. ผู้ที่เดินเล่นพักผ่อนอยู่ชายหาดพากันตกตะลึง เมื่อเห็นปลาฉลามติดเบ็ดถูกลากขึ้นมาบนชายหาด ชาวประมงคนนี้เมื่อรู้ตัวว่าไปลากฉลามมาด้วยโดยไม่ตั้งใจจึงรีบรุดไปถอนเบ็ดออกจากฉลาม แล้วรีบผลักฉลามกลับคืนสู่ทะเล โดยมีกลุ่มผู้ชายที่ชายหาดพยายามจะช่วย

แต่ความที่ฉลามตัวใหญ่ ชายคนนี้จึงตรงเข้ากอดรอบตัวมันแล้วลากลงทะเล โดยคลื่นช่วยทำให้ลงไปยังทะเลลึกได้ ขณะที่มีคนพายเรือช่วยเคลียร์ทางให้ฉลามว่ายลงน้ำลึกได้อย่างปลอดภัย



ลิดิยา ไมลส์ ผู้เห็นเหตุการณ์และผู้บันทึกคลิป เล่าว่าตอนนั้นวิ่งจ๊อกกิ้งตอนเช้าอยู่ชายหาด และสะดุดตาว่ามีอะไรโผล่ขึ้นมา จึงหยุดดูและถ่ายคลิป จนเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงเห็นว่าเป็นฉลาม

"โมเมนต์นี้ทำให้อบอุ่นในหัวใจจริงๆ เขาลากมันกลับลงไปได้ ดูสุขุมและห่วงใยปลาฉลาม ทำให้ทุกคนโล่งอก" ผู้บันทึกคลิปกล่าวและว่าจะไม่ลืมเหตุการณ์นี้เลย


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2194274

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 11-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,913
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


ลมวนขั้วโลก Polar Vortex ....................... รู้ไปโม้ด โดย น้าชาติ ประชาชื่น



ปรากฏการณ์ลมวนขั้วโลก หรือ โพลาร์ วอร์เท็กซ์ (Polar Vortex) หรือลมหมุนวนความเร็วสูงบริเวณขั้วโลกเหนือ ส่งผลให้ความหนาวเย็นแผ่ซ่านปกคลุมพื้นที่ติดมหาสมุทรอาร์กติก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่ประสบภัยหนาวสุดขั้ว

โพลาร์ วอร์เท็กซ์ คือลมวนที่เกิดจากลมกำลังเเรงหลายลูกไหลวนรวมกันในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาด้วยความเร็วสูง สูงขึ้นไปในชั้นบรรยากาศบริเวณขั้วโลกเหนือ ทำให้เกิดความหนาวเย็นปกคลุมทั่วมหาสมุทรอาร์กติก จะบอกว่าเป็นลมประจำถิ่นตรงนั้นก็ได้ แต่เมื่อมันเกิดการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ โดยเลื่อนต่ำลงมาตอนกลางของอเมริกา มันจึงพาความเย็นเข้ามาปกคลุมพื้นที่ที่มันพัดผ่านไปด้วย



สาเหตุที่โพลาร์ วอร์เท็กซ์ เกิดการเปลี่ยนการเคลื่อนที่ เป็นเพราะความกดอากาศ ทั้งนี้โดยปกติแล้วบริเวณรอบๆ ขั้วโลกจะมีลมอีกชนิดที่ชื่อว่า ลมกรด หรือเจ็ต สตรีม (Jet Stream) พัดล้อมรอบเหมือนเป็นกำแพงกั้นไม่ให้โพลาร์ วอร์เท็กซ์เคลื่อนตัวออกจากเขตขั้วโลก กำลังเเรงของมันสามารถกักอากาศที่เย็นสุดขั้วเอาไว้ไม่ให้หลุดรอดออกมาจากขั้วโลกเหนือ แต่เมื่อความกดอากาศเปลี่ยน ทำให้ลมกรดอ่อนกำลังลง ส่งผลให้โพลาร์ วอร์เท็กซ์ เคลื่อนตัวต่ำลงมาตอนกลางของอเมริกาและแคนาดา

สิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นความผิดปกติ เพราะกระแสลมวนของขั้วโลกเหนือ ซึ่งปกติจะอยู่ที่ขั้วโลกเหนือในฤดูหนาว แต่ลมวนโพลาร์ วอร์เท็กซ์ ขนาดใหญ่นี้เกิดการบิดเบี้ยว ไม่อยู่ตัวที่ขั้วโลก มันนำความหนาวเย็นจากบริเวณขั้วโลกอาร์กติก หรือขั้วโลกเหนือเคลื่อนต่ำลงมาทางใต้ สู่แผ่นดินอเมริกาเหนือ ผลคือความหนาวเย็นเกินบรรยาย



เหตุที่จะทำให้ โพลาร์ วอร์เท็กซ์ เกิดการบิดเบี้ยวจากปกติ ก็คือความแปรผันของความกดอากาศดังกล่าว ทำให้ความหนาแน่นของโพลาร์ วอร์เท็กซ์ลดลง และไหลเลื่อนออกนอกวังวนปกติ จากที่มันหมุนวนประจำอยู่เหนือขั้วโลกเหนือ โดยมีลมกรดคอยควบคุมให้พัดวนอยู่ในโซนขั้วโลกเท่านั้น แต่เมื่อลมกรดขั้วโลกได้รับอิทธิพลจากความกดอากาศสูง จึงเกิดการแปรปรวนไหลลงมาทางใต้มากกว่าปกติ ทำให้มวลอากาศหนาวจัดจากขั้วโลกเหนือแผ่มายังพื้นที่อเมริกาเหนือ

เจนนิเฟอร์ ฟรานซิส จากสถาบันวิทยาศาสตร์สมุทรศาสตร์และชายฝั่ง แห่งมหาวิทยาลัยรัตเจอร์ เผยว่า สาเหตุที่ทำให้โพลาร์ วอร์เท็กซ์เดินทางผิดตำแหน่ง มาจากการที่ขั้วโลกเหนืออุ่นขึ้นและน้ำแข็งขั้วโลกละลาย อันเป็นผลส่วนหนึ่งจากภาวะโลกร้อน ทำให้สมดุลความร้อนระหว่างขั้วโลกเหนือและเส้นศูนย์สูตรเปลี่ยนแปลงไป จึงผลักดันให้กระแสลมกรดเคลื่อนที่ผิดปกติในลักษณะแบบคลื่น ส่งผลให้อากาศหนาวของขั้วโลกเหนือเคลื่อนลงมายังแคนาดาและอเมริกา ทำให้อากาศในขั้วโลกเหนือและอลาสกาตอนนี้อุ่นกว่าปกติ (ในฤดูหนาว) ส่วนอังกฤษก็กำลังเจอกับอากาศหนาวมากเช่นกัน ขณะที่สแกนดิเนเวียกลับอุ่นขึ้นกว่าปกติ



มีคำอธิบายจากนักอุตุนิยมวิทยาประจำสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ว่า ปรากฏการณ์โพลาร์ วอร์เท็กซ์ ขึ้นอยู่กับกระแสลมเจ็ตสตรีมที่หมุนวนอยู่เหนือขั้วโลกเหนือและใต้ โดยกักความเย็นที่สุดเอาไว้ แต่ในบางครั้งเมื่อกระแสลมเจ็ตสตรีมอ่อน กำลังลงและเกิดการโค้งงอ จึงทำให้รูปร่างของกระแสลมเปลี่ยน แปลงไป โดยจะดันกระแทกอากาศที่อุ่นกว่าไปยังรัฐอลาสกา ในขณะเดียวกันก็จะผลักลมเย็นเข้าสู่เขตมิดเวสต์ หรือตะวันตกตอนกลางและชายฝั่งตะวันออกของอเมริกา

โพลาร์ วอร์เท็กซ์ ไม่ใช่ปรากฏการณ์ใหม่ เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปีค.ศ.1853 และอีกหลายครั้งในปี 1977, 1982, 1985 และ 1989 แต่เพิ่งจะเริ่มมาเป็นที่สนใจและเป็นที่พูดถึงอย่างมากเมื่อเดือนมกราคม 2014 ที่เกิดในประเทศแคนาดา และทางตะวันตกกลางไปจนถึงทางตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกา อุณหภูมิดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 20 ปี โดยบางพื้นที่มีอุณหภูมิต่ำว่า -50 องศาเซลเซียส


https://www.khaosod.co.th/sci-tech/news_2191375

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 11-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,913
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


เหตุเรือชนกันในน่านน้ำพิพาท กระพือตึงเครียดมาเลย์-สิงคโปร์

เรือของรัฐบาลมาเลเซียลำหนึ่งชนกับเรือบรรทุกสินค้ากรีซภายในน่านน้ำที่เป็นข้อพิพาทระหว่างสิงคโปร์กับมาเลเซียเมื่อวันเสาร์ กระพือความตึงเครียดทางทะเลระหว่างเพื่อนบ้านสองชาตินี้


เครดิตภาพ / MPA / Singapore Herald.com

รายงานสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 กล่าวว่า อุบัติเหตุเรือชนกันครั้งนี้เกิดขึ้นนอกชายฝั่งเมืองตูอัส เมืองทางภาคตะวันตกของสิงคโปร์ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่ไม่มีลูกเรือได้รับบาดเจ็บหรือก่อปัญหาน้ำมันรั่วไหล ทางการมาเลเซียได้ยึดเรือบรรทุกสินค้าแบบกองรวมชื่อพีเรอัส สัญชาติกรีกลำนี้ไว้เป็นของกลาง และควบคุมตัวลูกเรือไว้ ภายหลังเรือพีเรอัสชนเรือโพลาริสของทางการมาเลเซีย

สิงคโปร์กับมาเลเซียขุ่นเคืองกันมานับแต่มาเลเซียขับไล่สิงคโปร์ออกจากสหพันธรัฐของตนเมื่อปี 2508 การกลับคืนสู่อำนาจอีกครั้งของนายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดมากขึ้น ปีที่แล้วข้อพิพาททางทะเลกลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อสิงคโปร์กล่าวหามาเลเซียว่าขยายการอ้างสิทธิ์เหนือช่องแคบที่กั้นกลางระหว่างสองชาติ ซึ่งได้รับการยอมรับมานานแล้วว่าเป็นน่านน้ำอาณาเขตของสิงคโปร์

แถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์เมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า เหตุเกิดภายในน่านน้ำอาณาเขตของสิงคโปร์ และสิงคโปร์ขอย้ำข้อเรียกร้องของสิงคโปร์ที่ต้องการให้มาเลเซียนำเรือของมาเลเซียออกจากพื้นที่นี้ เพราะการมีอยู่ของเรือมาเลเซียนั้นเป็นอันตรายอย่างชัดเจนต่อความปลอดภัยของการเดินทางในบริเวณนั้น พร้อมกับเตือนด้วยว่ามาเลเซียจะต้องรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่ไม่เป็นผลดีใดๆ ที่เกิดตามมา

ก่อนหน้านั้นกระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซียมีแถลงการณ์ฉบับหนึ่ง ประกาศว่ามาเลเซียยึดมั่นที่จะใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อปกป้องบูรณภาพเหนือดินแดน ผลประโยชน์ และการเดินเรืออย่างปลอดภัย

หน่วยงานทางทะเลของสิงคโปร์กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะเรือกรีกมุ่งหน้าไปยังท่าเรือแห่งหนึ่งทางใต้ของมาเลเซีย และสิงคโปร์อนุญาตให้เรือเดินทางต่อได้เนื่องจากเป็นอุบัติเหตุที่ไม่ร้ายแรง

คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซียบอกว่า เรือสองลำนี้สื่อสารกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ โดยเรือสินค้ากรีกกล่าวว่าจะหลบให้เรือของมาเลเซีย.


https://www.thaipost.net/main/detail/28774

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 11-02-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,913
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวไทย


กาลาปาโกสประสบภาวะโลกร้อนและมลพิษขยะพลาสติก



ซานตาครูซ 10 ก.พ.- ทางการเกาะในเอกวาดอร์ระดมมาตรการต่างๆเพื่อรับมือกับผลกระทบจากภาวะโลกร้อนและขยะพลาสติกที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตหายากและใกล้สูญพันธุ์บนหมู่เกาะกาลาปาโกสซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์แปลกทั้งเต่ายักษ์ นก และสัตว์หายาก

หมู่เกาะดังกล่าวซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุม 138,000 ตารางกิโลเมตรและเป็นหนึ่งในแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยมีสัตว์ต่างๆกว่า 2,900 สายพันธุ์ หลายชนิดอยู่ในบัญชีสัตว์แปลกของโลก อย่างไรก็ตามจากปัญหาโลกร้อนที่ส่งผลต่อระบบนิเวศน์ท้องถิ่น และสัตว์หลายสายพันธุ์บนหมู่เกาะกำลังตกอยู่ในอันตราย ป่าชายเลนลดลง แมลงและแมลงวันซึ่งเป็นพาหะนำโรคเพิ่มจำนวนขึ้นมากจากภาวะโลกร้อน นอกจากนี้มลภาวะจากขยะพลาสติกก็ส่งผลร้ายต่อสิ่งแวดล้อมบนเกาะ ปลาเล็ก ปลาใหญ่ และสัตว์น้ำกินพลาสติกเข้าไป ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพของคนเราด้วย

ทางการท้องถิ่นได้ประกาศห้ามการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 26 กุมภาพันธ์นี้ รวมทั้งยังมีแผนบริหารจัดการขยะ แยกประเภทขยะทั้งรีไซเคิล และออร์แกนิค รวมทั้งมีโทษปรับ นอกจากนี้ยังมีโครงการร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามโรงเรียน ลดปริมาณขยะในครัวเรือน และส่งเสริมบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่


https://www.tnamcot.com/view/5c5ff29ee3f8e40ac68e47b1

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 09:14


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger