เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 26-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default รวมบทความ .... ครบรอบ 10 ปี สึนามิ


น้ำตาไหลเป็นทะเล... 1 ทศวรรษ 'สึนามิ' ฝันร้ายของคนไทยที่ไม่จาง!!



26 ธันวาคม 2547 ภัยพิบัติที่เรียกว่า "สึนามิ" ได้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 250,000 คน ใน 14 ประเทศ ไทยเองก็โดนคลื่นยักษ์สึนามิด้วย เหตุการณ์ครั้งนั้น สร้างความสูญเสียอย่างมากมาย ชีวิต ทรัพย์สิน สิ่งของ ต้นไม้ ระบบสาธารณูปโภค ทุกสิ่งอย่างหายไปในพริบตา มีเพียงสิ่งเดียวที่ยังคงเหลือ นั่นคือ ความทรงจำ ความทรงจำอันแสนเจ็บปวดรวดร้าว ที่ผู้คนซึ่งรอดชีวิต ต้องเผชิญมาจนถึงวันนี้...

เวลาล่วงเลยมากว่า 10 ปี แต่ความโหดร้ายที่เกิดขึ้น กับบุคคลอันเป็นที่รัก ยังไม่เคยจางหายไป เปรียบเสมือนแผล ถ้าหากมันถูกสะกิดโดนเมื่อไหร่ ที่มันยังไม่หายดี มันจะยังเจ็บปวดเสมอ "ไทยรัฐออนไลน์" มีโอกาสลงพื้นที่ก่อนถึงวันครบรอบ 10 ปี เหตุการณ์สึนามิ ที่จังหวัดพังงา พร้อมกับกรมสุขภาพจิต โดยเราได้ไปสำรวจสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาแทนที่ซากปรักหักพัง

ย้อนกลับไปเมื่อวันนั้น... ผู้เขียนได้มีโอกาสลงไปทำข่าว หลังเกิดเหตุการณ์เพียงไม่กี่ชั่วโมง จะเล่าให้ฟังอย่างนี้ว่า

ก่อนที่รถข่าวจะวิ่งเข้าสู่เขตประสบภัยพิบัติ ผู้เขียนทราบได้ทันที ว่าใกล้จะถึงแล้ว เนื่องจากกลิ่นที่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นศพ เข้ามาในรถแบบไม่ทันตั้งตัว เพียงเวลาไม่ถึง 5 นาที เราก็ถึง วัดย่านยาว อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา จังหวัดที่สูญเสียมากที่สุด ใน 6 จังหวัดที่โดนคลื่นยักษ์ซัด ภาพที่เห็น คือ ศพที่ถูกห่อด้วยผ้าขาว วางอยู่เรียงรายในจำนวนที่นับไม่ถ้วน ตู้คอนเทนเนอร์สำหรับเก็บศพถูกขนมาในอีกไม่นาน คุณหญิงหมอพรทิพย์ โรจนสุนันท์ สวมใส่ชุดสีขาว ทำงานอย่างสาละวน เพื่อบริหารจัดการศพ ก่อนที่จะเก็บศพไว้พิสูจน์เอกลักษณ์ ว่าผู้เสียชีวิตเหล่านั้นคือใคร ขณะที่ศพของชาวต่างชาติเอง ก็เริ่มทยอยมาลงที่วัดอย่างต่อเนื่อง เพิ่มจำนวนขึ้น เพิ่มจำนวนขึ้น อย่างไม่จบไม่สิ้น

ขณะเดียวกัน พื้นที่ซึ่งถูกคลื่นสึนามิทำลายล้าง ก็มีเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ซากบ้าน ซากรถ ซากเรือ และซากศพ เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร ทุกคนต่างเร่งกันค้นหาผู้ประสบเหตุ ด้วยความหวัง ว่ายังมีชีวิตอยู่ หลายวันผ่านไป ปรากฏว่า มีผู้บาดเจ็บ ผู้รอดชีวิตเพิ่มขึ้น ขณะที่ผู้เสียชีวิต กลับเพิ่มมากกว่าผู้บาดเจ็บและผู้รอดชีวิต ไม่แพ้กับยอดผู้สูญหาย ที่เป็นเหมือนปริศนาคาใจจนถึงทุกวันนี้

เสียงร้องไห้ น้ำตา ความซึมเศร้า เข้ามาแทนที่ และมันคือตัวแทนของความสูญเสีย ผู้คนไม่มีที่อยู่ ไม่มีเสื้อผ้า ไม่มีน้ำ อาหาร ขณะที่ความช่วยเหลือ หลั่งไหลอย่างไม่หยุดหย่อน แต่ยังไม่สามารถตอบสนองสภาพจิตใจได้

สถานการณ์เริ่มดีขึ้น เมื่อทุกคนหายช็อก หายตกใจ สติเริ่มกลับมา ความช่วยเหลือถูกจัดการอย่างเป็นระบบมากขึ้น ความหวังถึงการรอดชีวิตของบุคลอันเป็นที่รัก ก็สวนทางกันทันที หลายคนสูญเสียลูกเมีย บางคนสูญเสียพ่อแม่ หลายคนต้องกลายเป็นตัวคนเดียว ไร้ซึ่งญาติพี่น้อง 1 ชีวิตก็คน 2 ชีวิตคือคนรัก 3 ชีวิตคือครอบครัว บางรายสูญเสียไปถึง 10 คน!!

จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากปีเป็น 10 ปี เชื่อได้เลยว่า...ถึงวันนี้ 26 ธันวาคม 2557 ผู้เคราะห์ร้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่อยากให้วันนี้เวียนมาบรรจบ ไม่ใช่แค่ 10 ปี อีก 20 ปี หรือ 30 ปี และตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ ไม่มีใครอยากระลึกถึงเหตุการณ์อันโหดร้ายครั้งนั้น

ความสูญเสีย คือ "บาดแผล" คำถาม คำพูดที่ตอกย้ำ นั่นคือ "เครื่องมือ" ที่มันมักจะกรีดลึก ลงกลางใจทุกครั้ง ที่มีคนเอื้อนเอ่ยขึ้นมา "น้ำตา" เป็นคำตอบ ไม่มีใครบอกได้ ว่า "สุขภาพจิต" ของพวกเขาเหล่านั้น ดีขึ้นหรือยัง??

หลังจากได้พูดคุยกับหลายคนที่ประสบเหตุ เราเชื่อว่า ทุกคนสุขภาพจิตดีขึ้นตามลำดับ ทุกคนสามารถประคับประคองชีวิตมาได้ จนเหตุการณ์ผ่านไป 10 ปี แม้เขาเหล่านั้นจะมีชีวิตที่เปลี่ยนไป มีบ้านหลังใหม่ มีที่อยู่ มีอาชีพที่เปลี่ยนไปจากเดิม แต่ความเศร้า ความเสียใจ ถูกสะกิดขึ้นมาอีกครั้ง

แพทย์หญิงเบญจพร ปัญยายง แพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมสุขภาพจิต เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า สภาพจิตใจของคนที่นี่ดีขึ้นมากแล้ว ทุกวันนี้ทุกคนอยู่กันได้ด้วยตัวเอง เราพยายามให้เขาปรับตัว อย่าอยู่กับตัวเอง พูดคุยกับคนรอบข้าง อย่าเปลี่ยนแปลงชีวิตมาก เวลาทุกข์ก็ไปสวดมนต์ และหาอาชีพให้ เพราะมีอาชีพ มีรายได้ การดำเนินชีวิตเขาจะปกติขึ้น แต่บางทีเราก็ต้องระวังบ้าง เพราะบางคนอาจคิดถึงบุคคลที่รัก และอาจมีความคิดอยากจะไปอยู่กับคนรัก นั่นเรียกว่าการฆ่าตัวตาย คือสิ่งที่เราปรารถนาไม่ให้เกิดขึ้นกับใครเลย ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีใครทำแบบนั้น อย่างไรก็ตาม โดยภาพรวมดีขึ้นหมดแล้ว ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะความเศร้าเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้แต่ถูกตีหัว หรือเลี้ยงลูก ก็ระแวง ก็กลัวได้เหมือนกัน

ภัยพิบัติ ภัยธรรมชาติ ทุกคนประสบกันได้ แล้วคุณล่ะ!!...เตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นอย่างไร ความรักในสิ่งของ ต่อทรัพย์สิน หรือแม้แต่มนุษย์ คุณได้ทำ ได้ปฏิบัติอย่างดีแล้วหรือยัง??

หากคุณยังทำมันไม่เต็มที่ เริ่มตั้งแต่วินาทีนี้ สร้างเกราะให้สภาพจิตใจคนรอบข้าง แข็งแรง แข็งแกร่งไปพร้อมๆ กัน หากวันใดต้องพบเจอ เราจะได้ปรับตัว และยอมรับมันได้ง่ายขึ้น!!!



จาก ................ ไทยรัฐ วันที่ 26 ธันวาคม 2557

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : 28-12-2014 เมื่อ 09:15
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 26-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default


'10 ปีสึนามิ' เมื่อมนุษย์ได้เรียนรู้ สูญเสียจึงไม่สูญเปล่า...



วันที่ 26 ธันวาคม เวียนมาบรรจบครบรอบอีก 1 ปี...วันนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ‘26 ธันวาคม 2547’ หลังคริสต์มาสเพียงวันเดียว ชายทะเลทางฝั่งอันดามันของไทย ทั้งภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง สตูล และระนอง ต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุด...

เมื่อ 10 ปีที่แล้วคลื่นยักษ์ ‘สึนามิ’ ที่เกิดจากแผ่นดินไหวขนาด 9.0 ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะสุมาตรา ได้โถมกระหน่ำเข้าใส่ชายฝั่งทะเลฝั่งอันดามันใน 6 จังหวัดของประเทศไทย

มีรายงานผู้เสียชีวิตทั้งชาวไทย และต่างชาติรวมกันกว่า 5,396 คน บาดเจ็บกว่า 8,745 คน และสูญหาย 2,951 คน นอกจากนี้ ยังมีเด็ก อีกกว่า 880 คน ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า

ถึงวันนี้...แม้ว่าเวลาผ่านมา 10 ปีแล้ว แต่ความโศกเศร้ายังไม่จางหาย ผู้คนจากทั่วโลกที่ต้องสูญเสียคนที่รัก คนในครอบครัว พ่อ แม่ พี่ น้องในเหตุการณ์ครั้งนั้น ยังพากันเดินทางมาเพื่อรำลึกถึงผู้เป็นที่รักที่จากไป

ขณะเดียวกันเวลาที่ผ่านไป วิธีการรับมือกับภัยธรรมชาติทั้งหลาย รวมถึงวิธีการเตือนภัย ป้องกันตัว เอาตัวรอดจากภัยพิบัติ ก็ถูกพัฒนาขึ้นไปด้วย

เริ่มตั้งแต่ป้ายเตือนภัย หอสัญญาณเตือนภัย หอหลบภัย ทุ่นเตือนภัย จากระบบอนาล็อกจนเข้าสู่ยุคดิจิตอล ที่การสื่อสารไปได้ทั่วถึงและพร้อมกันทั่วโลก มนุษยชาติผู้ไม่เคยยอมแพ้ จึงได้มี ‘แอพพลิเคชั่น’ ที่ใช้เตือนภัยธรรมชาติ...

ในวาระ ‘รำลึก 10 ปีสึนามิ’...‘ไทยรัฐออนไลน์’ ขอนำเสนอข้อมูลและความรู้ เกี่ยวกับระบบเตือนภัยที่ถูกพัฒนาขึ้นมาล่าสุด...


ทุ่นเตือนภัย

ทุ่นเตือนภัย-ทุ่นสึนามิไทย 23401...ปลายเดือนมกราคม 2557 ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้รับงบประมาณจากรัฐบาล จำนวน 21 ล้านบาท นำทุ่นลอย สำหรับเตือนภัยสึนามิ ไปติดตั้งแทนทุ่นเดิมที่เสียหาย อยู่ห่างจากเกาะภูเก็ตไปทางทิศตะวันตกเป็นระยะทาง 965 กิโลเมตร หรือประมาณ 600 ไมล์ทะเล

สำหรับระบบตรวจวัดคลื่นสึนามิแบบทุ่นลอย จะส่งข้อมูลผ่านดาวเทียมไปยังสถานีสัญญาณภาคพื้นดินเพื่อวิเคราะห์และประเมินผล จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานต่างๆ

เป็นระบบที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเตือนภัยให้กับระบบเตือนภัยสึนามิของประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดีย


ยุคนี้ต้อง ‘แอพพลิเคชั่น’ (รวมแอพฯ เตือนภัย ที่เคยแนะนำไปแล้วทาง ‘ไทยรัฐออนไลน์’)

1. QuakeFeed ใช้ง่าย บนไอโฟน-ไอแพด นอกจากข้อมูลเกี่ยวกับแผ่นดินไหวที่จะแจ้งให้ผู้ใช้ได้ทราบ แอพพลิเคชั่นนี้ยังมีข้อดีที่ไม่มีโฆษณามาขึ้นกวนตา กวนใจตลอดการใช้งาน ภาพแผนที่ดูสวยงาม ใช้งานและเข้าใจได้ง่าย ทั้งยังบอกรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุแผ่นดินไหวโดยละเอียด ทั้งสถานที่เกิด วัน เวลา ระดับความรุนแรง เพียงคลิกเข้าไปดูข้อมูล ก็จะมีพิกัดที่เกิดแผ่นดินไหว พร้อมทั้งจุดแสดงตำแหน่งของคุณ เพื่อให้เห็นระยะห่าง นอกจากนี้ ยังมีหน้า News Feed รวบรวมข้อมูล

2. Earthquake Lite บอกครบทั้งแผ่นดินไหว-สึนามิ เวอร์ชั่น Lite เป็นแอพฯ แบบฟรี ซึ่งให้ข้อมูลได้ค่อนข้างดี โดยนอกจากรายละเอียดเกี่ยวกับแผ่นดินไหวทั่วโลก ก็ยังมีข้อมูลภัยสึนามิด้วย โดยในส่วนของข้อมูลแผ่นดินไหวก็จะบอกแบบไล่เรียงตามลำดับวัน-เวลา ขึ้นต้นด้วยขนาดความรุนแรง และรายละเอียดสถานที่ พร้อมอ้างอิงแหล่งที่มาข้อมูล

3. Earthquake Alert สุดฮิตบนแอนดรอยด์ แอพฯ สัญชาติอเมริกันนี้ มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 1 ล้านครั้ง โดยเป็นการรวมเอาเหตุการณ์แผ่นดินไหวจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาแสดงผลไว้ภายในแอพฯ ดังกล่าว โดยมีการแสดงแผนที่ บริเวณที่เกิดแผ่นดินไหวล่าสุด มุมมองแผนที่ดาวเทียม ทำให้ผู้ใช้สามารถคลิกที่เกิดแผ่นดินไหวเพื่อดูรายละเอียด หรือเลือกแชร์ไปยังสังคมออนไลน์ หากคุณลืมจะใส่ใจกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นรอบตัว แอพฯ นี้ก็จะแจ้งเตือนเพื่อให้คุณทำการอัพเดตข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ทั้งยังสามารถเลือกติดตามข่าวสารการเกิดแผ่นดินไหวทั่วโลกผ่านแอพฯ นี้

4. Geo News รายงานภัยธรรมชาติบนสมาร์ทโฟนซัมซุง เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะผู้ใช้ กาแล็คซี่ เอส 5 ซึ่งเชื่อว่าหลายคนที่ถือกาแล็คซี่ เอส 5 ในมือ ก็อาจจะยังไม่รู้ถึงคุณสมบัติข้อนี้ ว่าในเมนูการตั้งค่า (Setting) คุณสามารถเข้าไปที่โหมด "ตัวช่วยความปลอดภัย" และเลือก "Geo News" เพื่อตรวจเช็กสถานการณ์ไฟไหม้ป่า หรือแผ่นดินไหว สำหรับในประเทศไทย (ผู้ใช้กาแล็คซี่ เอส 5 ในต่างประเทศก็จะมีสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่แตกต่างกัน เช่น ไฟไหม้ป่า หรือพายุทอร์นาโด เป็นต้น)



5. iEarthquake เป็นผลงานจากค่าย bananacoding สามารถใช้ในการแจ้งเตือนภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นอย่างแผ่นดินไหว และสึนามิได้ การแสดงผลจะบอกความรุนแรงไว้ให้พร้อม เช่น แสดงระดับการเกิดแผ่นดินไหวกี่ริกเตอร์ และถ้าเป็นกรณีรุนแรงก็จะขึ้นสีแดงให้เห็น แสดงจุดเกิดเหตุในลักษณะของแผนที่ หรือจะใช้วิธีการค้นหาด้วย keyword ก็ยังได้ ในส่วนของข้อมูลเป็นการดึงมาจากฐานข้อมูลหลัก 2 แห่ง ได้แก่ U.S.Geological Survey (USGS) และ European Mediterranean Seismological Centre (EMSC)

6. Tsunami Early Warning App แอพพลิเคชั่นนี้ จะแจ้งเตือนก่อนใคร ถ้าอยู่ในเขตที่จะเกิดสึนามิ โดย Tsunami Early Warning App จะคำนวณการเคลื่อนที่ของคลื่นสึนามิแล้วส่ง sms เตือนภัยถ้าคุณอยู่ในเขตอันตราย โดย App จะบอกข้อมูลทั้งเวลาที่จะเกิดคลื่น โดยให้ sever ของ App รู้ที่อยู่ของคุณในขณะนั้นในแต่ละหาด เพื่อได้รับข้อมูล แอพพลิเคชั่นนี้เหมาะสำหรับคนที่เดินทางในประเทศที่มีหมู่เกาะต่างๆ เช่น ไทย อะแลสกา ฮาวาย มัลดีฟส์ เม็กซิโก อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น



7. NDWC ความน่าสนใจของแอพฯ นี้ อยู่ตรงที่การรายงานข้อมูลเตือนภัยพิบัติทุกรูปแบบอย่างรวดเร็ว ฉับไว ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม และแผ่นดินไหว ทั้งในและต่างประเทศ โดยเป็นแอพพลิเคชั่นที่จัดทำขึ้นโดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

นอกจากนี้ ยังพร้อมเป็นช่องทางในการรายงานสถานการณ์สดในทุกพื้นที่ แต่ผู้ที่จะส่งภาพสดเข้าสู่แอพพลิเคชั่นเตือนภัยพิบัติ จะต้องลงทะเบียน และผ่านการตรวจสอบจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

"ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ใช้เวลากว่า 1 ปี ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นนี้ เพื่อเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานต่างๆ กลั่นกรอง วิเคราะห์ และคาดการณ์ สถานการณ์ เพื่อให้นายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถสั่งการบนพื้นฐานข้อมูลตามช่วงเวลา และสถานการณ์จริง ผ่านโปรแกรมประยุกต์ ก่อนจะส่งข้อมูลแจ้งเตือน และการเตือนภัยไปยังหอกระจายข่าว, ทีวีพูล, เว็บไซต์, เครือข่ายภาคประชาชน และสมาร์ทโฟน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพัฒนาการของการเตือนภัยพิบัติที่รวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์"

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2557 ที่ผ่านมา ที่โรงแรมรอยัลภูเก็ตซิตี้ นายแพทย์สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รมช.สาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการรำลึก 10 ปี สึนามิ เพื่อถอดบทเรียนด้านการแพทย์ฉุกเฉินภายใต้แนวคิด “สึนามิครั้งหน้าจะไม่มีความสูญเสียอีกต่อไป”

โดยมีมูลนิธิ ‘ไจก้า’ ของญี่ปุ่น เข้ามาช่วยเหลือให้ความรู้เกี่ยวกับระบบการจัดการสาธารณภัยกลุ่มในประเทศอาเซียน โดยใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง

คาดหวังว่าจะสามารถเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติด้านการแพทย์ และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการอยู่รอดของผู้ประสบภัย...

...จากการมุ่งมั่นทำงานของฝ่ายต่างๆ 10 ปีที่ผ่านมาจึงไม่ใช่ 10 ปีที่ผ่านเลย และความสูญเสียย่อมไม่ใช่ความสูญเปล่าอย่างแน่นอน...

ใครก็ไม่รู้พูดเอาไว้ว่า มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อพ่ายแพ้ เมื่อคนเราเอาชนะธรรมชาติไม่ได้ การเรียนรู้ที่จะอยู่กับธรรมชาติ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด...


จาก ................ ไทยรัฐ วันที่ 26 ธันวาคม 2557

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : 28-12-2014 เมื่อ 09:16
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 26-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,101
Default


สึนามิครั้งต่อไป จะเกิดเมื่อ...? เตือนมหันตภัยคลื่นยักษ์ ถล่มแผ่นดิน!



นับเป็นเวลาครบ 10 ปีพอดิบพอดี ที่มหันตภัยสึนามิ โหมพัดมวลน้ำมหาศาลขึ้นบก ถล่มประเทศต่างๆ รอบทะเลอันดามันราบคาบเป็นหน้ากลอง ทรัพย์สินมหาศาลเสียหายจบสิ้นชั่วพริบตา ชีวิตอันมีค่ามอดม้วยไร้วันกลับ...มหันตภัยครั้งใหญ่ที่ติดอยู่ในความทรงจำของคนไทย ณ เวลานั้นคุณกำลังทำอะไรอยู่ จำได้ไหม?

ในโอกาสครบรอบ 10 ปีภัยพิบัติสึนามิ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้พูดคุยกับ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช อดีตผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ผู้ที่เคยทำนายว่า ประเทศไทยจะเกิดสึนามิครั้งใหญ่ แต่ไร้คนเชื่อ และชาวบ้านหาดกมลา จังหวัดภูเก็ต ผู้สูญเสียจากภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิ คุณป้าบุญ ขวัญยืน ที่มีชะตากรรมไม่ต่างอะไรจากตายทั้งเป็น....



ตะลึงนิ่งดูคลื่นยักษ์ ไร้ความรู้ ไม่รู้หลบหนี

ป้าบุญ ขวัญยืน หญิงวัย 62 ปี ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ ถล่มชายฝั่งอันดามันของไทย เธอจำวินาทีชีวิตครั้งนั้นได้ติดตา คุณป้าวัย 62 ปี เล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นราวกับว่า เพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ว่า ในวันที่เกิดคลื่นยักษ์สูงเท่าตึก ป้าบุญกับลูกสาวและหลานๆ อีก 3 คน กำลังนั่งพูดคุยเอกเขนกกันอยู่ที่เพิงหน้าบ้าน โดยระยะทางจากบ้านของป้าบุญนั้น ห่างจากหาดกมลา แค่เพียง 2 เสาไฟฟ้าเท่านั้น แต่จู่ๆ ป้าและครอบครัวก็ได้ยินเสียงชาวบ้านและนักท่องเที่ยวบริเวณหน้าหาดโหวกเหวกโวยวาย เสียงดังสนั่นรอบบริเวณ

ทั้งป้าและลูกๆ หลานๆ ต่างตื่นตกใจ พยายามกวาดสายตาค้นหาต้นตอที่ทำให้เกิดเสียง แต่แล้วสิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องผงะ คือ คลื่นยักษ์สูงใหญ่ระดับเอวกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใก