เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 23-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 23 มกราคม 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 23-25 ม.ค. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 26-28 ม.ค.2562 ประเทศไทยตอนบน จะมีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อยกับมีหมอกในตอนเช้า เว้นแต่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า สำหรับภาคใต้มีฝนลดน้อยลง และทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนล่างยังคงมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย และขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (86.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (97.0 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake_Thai.jpg (198.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (221.5 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 23-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


แล้วไงใครแคร์ ต่างชาติหิ้วถุงใส่ "ดาวทะเลสีน้ำเงิน" เดินชิวๆ ขึ้นฝั่ง

สะเทือนใจเครือข่ายพิทักษ์ทะเล พบนักท่องเที่ยวต่างชาติหิ้วถุงพลาสติกใส่ดาวทะเลสีน้ำเงิน เดินทอดน่องบนสะพานอ่าวฉลอง จ.ภูเก็ต แบบหน้าตาเฉย ไม่แคร์ถูกถ่ายคลิป ทำเหมือนเป็นเรื่องปกติ



เมื่อวันที่ 22 ม.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อว่า "Khanchit Klingklip" ได้โพสต์ภาพนิ่งและคลิปความยาวประมาณ 27 วินาที พร้อมข้อความระบุว่า

"ณ ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 18.00 น.ได้รับแจ้งจากเครือข่ายว่ามีนักท่องเที่ยวนำดาวทะเลสีน้ำเงิน หรือปลาดาวสีน้ำเงิน (Blue Sea Star) ใส่ถุงหิ้วกลับเข้าฝั่ง ดาวทะเลต้องมาตายด้วยมือนักท่องเที่ยวที่มักง่าย ดูอย่างเดียวไม่พอ ยังจะพากลับขึ้นฝั่งอีก หากปล่อยปละละเลยกันเช่นนี้ แล้วจะอนุรักษ์กันเพื่ออะไร? แล้วทำไมถึงสามารถพาขึ้นฝั่งเดินลอยละลิ่วสบายใจเช่นนี้ กลุ่มคนที่พาเที่ยวหายไปไหน ทำไมไม่บอกกล่าวกันบ้าง

สมควรแล้วหรือกับสิ่งนี้ จะยอมให้สิ่งเหล่านี้เกิดอีกสักกี่สิบครั้ง ถึงจะพอ ไม่ต้องบอกว่าลูกค้าของใคร แค่เห็นหน้ากันคงจะจำกันได้ หยุดเถอะครับ ช่วยกันหยุดอย่าให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีกเลยครับ ช่วยกันดูแลครับ เพราะนั้นคือ สมบัติของทุกคน อย่าให้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาแล้ว ทำลายในส่วนของทรัพยากรที่เรามีอยู่อีกเลยครับ ช่วยกันสอดส่องดูแลเถอะครับ อย่ามองข้ามสิ่งเหล่านี้เลย หากเราทุกคนยังคงทำมาหากินกับการท่องเที่ยว ปล.ขอขอบคุณเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรที่คอยส่งข้อมูลให้ได้บอกกล่าวกัน"

ทั้งนี้หลังมีการโพสต์ได้มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ระบุว่าให้จัดการจับตัวส่งดำเนินคดีและให้ดำเนินคดีกับไกด์หรือบริษัทนำเที่ยวด้วย เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย สำหรับดาวสีฟ้าตัวดังกล่าว คือ ดาวทะเลสีน้ำเงิน (Blue Sea Star) ดาวทะเลชนิดนี้พบได้ตามแถบน้ำอุ่นของมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิก พวกมันเป็นดาวชนิดเดียวที่มีสีน้ำเงิน.


https://www.thairath.co.th/content/1477148


*********************************************************************************************************************************************************


อินโดฯระทึก เจอแผ่นดินไหว-อาฟเตอร์ช็อกเขย่า 4 ระลอกติด แรงสุดขนาด 6.4

ชาวอินโดฯ ขวัญกระเจิง..เกิดแผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกรุนแรง 4 ระลอกติด ในระยะเวลาแค่ 5 ชั่วโมง แรงสุดถึงขนาด 6.4


(Cr ภาพจาก: 9news)

เมื่อ 22 ม.ค.62 เว็บไซต์ 9news รายงานว่า ชาวอินโดนีเซียทางภาคใต้ สุดระทึก เผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงถึง 4 ระลอก ในช่วงเวลาห่างกันแค่ 5 ชั่วโมง ของวันอังคารที่ 22 ม.ค. โดยแผ่นดินไหวครั้งแรก ขนาด 6.0 และลึกจากผิวดิน 37 กิโลเมตร เกิดเมื่อเวลา 07.59 น. ตามเวลาท้องถิ่น มีศูนย์กลางอยู่ในทะเล ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะนูซา เต็งการา ติมูร์ และอยู่ทางเหนือของเมืองพอร์ต เฮดแลนด์ ในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

จากนั้น 9 นาทีต่อมา ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรง ขนาด 5.2 ในบริเวณเดียวกัน โดยศูนย์กลางลึกจากผิวดิน 45 กม. และไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อก ขนาด 5.2 ตามมาอีกครั้ง ก่อนจะเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 6.4 เมื่อเวลา 13.10 น. และศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ลึกแค่ 7 กิโลเมตร

ข่าวแจ้งว่า แผ่นดินไหวครั้งที่ 4 มีความรุนแรงมาก โดยเหล่านักธรณีวิทยาเชื่อว่าอาจทำให้ประชาชนที่เมืองเดนปาซาร์ บนเกาะบาหลี และสุราบายา บนเกาะชวา ทางตอนกลางของอินโดนีเซีย รับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวครั้งนี้ โดยเหตุแผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกเขย่าอินโดนีเซีย 4 ระลอก เมื่อวันอังคารที่ 22 ม.ค.62 เกิดขึ้นหลังจากเพิ่งเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.6 ที่อินโดนีเซียเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และเพียงเดือนเดียว หลังจากภูเขาไฟอนัก กรากะตัว ปะทุครั้งใหญ่ ทำให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิซัดชายฝั่ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 429 ราย เจ็บนับ 1,500 คน


https://www.thairath.co.th/content/1476985


*********************************************************************************************************************************************************


สะพรึง น้ำแข็งกรีนแลนด์ ละลายเร็วกว่าที่คิด หวั่นเมืองชายฝั่งจมบาดาล

นักวิทย์เตือน ภาวะโลกร้อน ทำน้ำแข็งที่กรีนแลนด์ บริเวณขั้วโลกเหนือ กำลังละลายเร็วกว่าเดิมถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2546 หวั่นเมืองใหญ่ริมชายฝั่งทะเลในสหรัฐฯ และทั่วโลกอาจจมน้ำ



เมื่อ 22 ม.ค.62 สำนักข่าวต่างประเทศและสกายนิวส์ รายงาน ผลการศึกษาใหม่ พบน้ำแข็งในกรีนแลนด์ ดินแดนทางเหนือสุดของโลก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรอาร์กติก กำลังละลายอย่างรวดเร็ว เกินกว่าที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ไว้ โดยละลายเร็วกว่าเดิมถึง 4 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2546 จนหวั่นเกรงว่าระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น อาจทำให้เมืองใหญ่ตามชายฝั่งในสหรัฐฯ อย่าง นิวยอร์ก และเมืองริมฝั่งทะเล ตลอดจนที่ลุ่มต่ำทั่วโลกอาจจมน้ำ

ศ.ไมเคิล เบวิส ศาสตราจารย์ด้านธรณีพลศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยรัฐโอไฮโอ และเป็นผู้เขียนรายงานที่ตีพิมพ์ลงในวารสารสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติในสหรัฐฯ ระบุ จากการศึกษาการละลายของน้ำแข็งทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรีนแลนด์ ในช่วงต้นปี 2546-2556 พบว่า อัตราการสูญเสียน้ำแข็งเร็วกว่าที่คิดไว้ อีกทั้งแทนที่ธารน้ำแข็งจะผลักภูเขาน้ำแข็งลงสู่ทะเล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ กลับเป็นน้ำแข็งบนแผ่นดินกำลังละลาย และไหลลงสู่ทะเล



ศ.เบวิส และทีมนักวิจัย เชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้น้ำแข็งในกรีนแลนด์ละลายเร็วกว่าที่คิด เป็นเพราะภาวะโลกร้อน โดยศ.เบวิส ยังเสริมด้วยว่า มีสิ่งเดียวที่เราสามารถทำได้ คือการเปลี่ยนแปลงและบรรเทาภาวะโลกร้อนให้มากขึ้นกว่าเดิม 'เพราะมันคงสายไปแล้วที่จะไม่มีผลกระทบ-น้ำแข็งที่ละลายอย่างรวดเร็วกำลังทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น'


https://www.thairath.co.th/content/1476938

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 23-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


สุดครีเอต! เปลี่ยน "สมองปลา" เป็น "แฟลชไดรฟ์" เพื่อบันทึกข้อมูล



USB Flash Drive (แฟลชไดรฟ์) หรืออุปกรณ์บันทึกข้อมูลและไฟล์ดิจิตอลยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกงาน ไฟล์เอกสาร ไฟล์วิดีโอ ไฟล์เพลง หรือไฟล์อื่นๆ ตามแต่ผู้ใช้ต้องการ

ยิ่งในยุคนี้ มีแฟลชไดรฟ์ตัวการ์ตูนน่ารักๆ หลายแบบให้ผู้ใช้ได้เลือกตามความชื่นชอบของตนเอง ซึ่งเราก็ขอแนะนำให้คุณเลือกแบบที่มีขนาดพอเหมาะพอดี ไม่ใหญ่เกินไป สามารถพกพาง่าย และตรวจสอบแล้วว่าเป็นสินค้าที่ผลิตมาได้มาตรฐาน

วันนี้ ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะพาคุณไปดูอีกหนึ่งแฟลชไดรฟ์สุดสร้างสรรค์ นั่นคือการ "นำสมองของปลาแห้งมาทำแฟลชไดรฟ์" ผลงานของเยาวชนจากแดนปลาดิบ



เรื่องราวมีอยู่ว่า นักศึกษาวิชาเคมีชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งซึ่งกำลังทำวิจัยเกี่ยวกับสารสังเคราะห์อยู่นั้น ได้พัฒนา USB Drive ที่ใช้สมองของปลาตัวเล็กเป็นพื้นที่จัดเก็บ

เนื่องจากเขาตั้งข้อสังเกตว่าสมองของเจ้าปลาแห้งนี้สามารถนำมาทำเป็นหน่วยความจำ ดังนั้นเขาจึงนำชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เชื่อมต่อกับเจ้าปลาแห้งนี้ แล้วนำไปใส่ในหลอดแก้ว เพื่อให้สามารถเห็นเจ้าปลาตัวเล็กนี้ได้อย่างชัดเจน แถมสมองของแฟลชไดรฟ์ปลาแห้งนี้ยังมีความจุมากถึง 32GB อีกด้วย



สำหรับองค์กรพิทักษ์สัตว์ก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะปลาที่นำมาใช้คือ ปลาคิบินาโกะแห้ง หรือ Silver-striped round herrings ที่ขายอยู่ทั่วไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตประเทศญี่ปุ่น เพราะชาวญี่ปุ่นนิยมนำมาทำซุป หรือนำมาปรุงอาหารอื่นๆ กันแพร่หลาย (แน่นอนว่าตอนที่เอามาใช้ พวกปลาตัวน้อยนั้นตายแล้วจ้า)

ทั้งนั้น แฟลชไดรฟ์ลูกปลาน้อย จะถูกนำมาวางจำหน่ายครั้งแรกในงาน HandMade In Japan Fes 2019 ณ Tokyo Big Sight เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในราคา 7,800 เยน (ประมาณ 72 ดอลลาร์สหรัฐ) และจะได้รับส่วนลดถึง 20% หากติดตามทวิตเตอร์ของเขา!



อย่างไรก็ตาม...มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียหลายคนออกมาตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้สมองปลาเป็นหน่วยความจำ ชาวโซเชียลหลายคนก็ให้ข้อสรุปออกมาแล้วว่าอันที่จริงแล้วเป็นการนำไดร์ฟขนาดเล็กมาติดที่บริเวณหัวปลาให้สวยงามเท่านั้น ไม่ได้ใช้สมองปลาเก็บข้อมูลจริงๆ แหม แต่เอาปลามาทำแฟลชไดร์ฟได้...แค่นี้ก็ยอมใจความครีเอตแล้วจ้า

เอ้า...คุณผู้อ่านคิดว่าอย่างไร น่าใช้ไหมคะ??

ที่มา: japansauce


https://www.thairath.co.th/content/1465419

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 23-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


แจงมาตรการ "ห้ามใช้รถส่วนตัว" แก้ฝุ่น PM2.5 เป็นอำนาจนายกฯ ค่าต้องเกิน 90 นาน 3 วัน กินพื้นที่ครึ่งหนึ่ง กทม.

กรมอนามัย แจงมาตรการแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ห้ามขับรถยนต์ส่วนตัว ปิดเรียน ปิดงาน เป็นอำนาจนายกฯ สั่งการตาม พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อมฯ หากสถานการณ์อันตรายร้ายแรง โดยค่าฝุ่นต้องเกิน 90 มคก./ลบ.ม. นาน 3 วัน เกินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของ กทม. เผย สถานการณ์ล่าสุดยังขึ้นลง บังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่เดิมก่อน



วันนี้ (22 ม.ค.) พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ขณะนี้เกิดความเข้าใจผิดว่า กรมอนามัยจะต้องเป็นผู้ออกประกาศในการควบคุมสถานการณ์ หากค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 วิกฤตรุนแรง ซึ่งข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 จะมีในส่วนของมาตรา 9 ที่ระบุว่า เมื่อมีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุภยันตรายต่อสาธารณชนอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ หรือภาวะมลพิษที่เกิดจากการแพร่กระจายของมลพิษ ซึ่งหากปล่อยไว้เช่นนั้นจะเป็นอันตรายอย่างร้ายแรงต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพอนามัยของประชาชน หรือก่อความเสียหายต่อทรัพย์สินของประชาชน หรือของรัฐเป็นอันมาก ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งตามที่เห็นสมควร ดังนั้น หากเกิดมลพิษจนเป็นอันตรายต่อสาธารณชน นายกฯ มีอำนาจในการออกประกาศอยู่แล้ว

พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า ส่วนคำถามว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 เมื่อใดจะเกิดภาวะอันตรายวิกฤตต่อสาธารณะ ในการหารือร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่ผ่านมา มีข้อสรุปว่า ค่าฝุ่น PM2.5 จะต้องเกิน 90 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน และครอบคลุมพื้นที่เกินครึ่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร (กทม.) จึงจะเข้าข่ายเป็นอันตรายต่อสาธารณะ แล้วใช้อำนาจตามมาตรา 9 ออกประกาศควบคุม ซึ่งอาจมีทั้งการห้ามรถขับรถยนต์ส่วนตัว หรือการปิดโรงเรียน สถานที่ทำงาน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ส่วนตอนนี้สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้นนั้น เนื่องจากค่าฝุ่น PM2.5 ยังขึ้นๆ ลงๆ และสูงแค่บางจุดของ กทม. และปริมณฑลเท่านั้น มาตรการในขณะนี้ จึงอาศัยกฎหมายที่มีอยู่ในการบังคับใช้ เช่น ผู้ว่าฯ กทม. และจังหวัดปริมณฑล ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ออกประกาศห้ามเผาในที่โล่ง หรือการใช้กฎหมายจราจรและขนส่ง ในการควบคุมรถบรรทุกในการเข้าออกเมือง การตรวจจับรถควันดำ เป็นต้น

เมื่อถามว่า พื้นที่ที่เกิดค่าฝุ่นสูงซ้ำๆ จะมีเกณฑ์พิจารณาสถานการณ์วิกฤตเพื่อควบคุมเฉพาะพื้นที่หรือไม่ พญ.พรรณพิมล กล่าวว่า ขณะนี้ทราบดีว่า พื้นที่ใดที่เกิดค่าฝุ่น PM2.5 สูงซ้ำๆ ซึ่งมักจะเป็นตามแนวถนนเข้าออก กทม. ที่มีการจราจรหนาแน่นและติดขัด ซึ่งปัญหาการจราจรนี้เป็นสาเหตุของการเกิดฝุ่น PM2.5 ใน กทม. ถึงร้อยละ 60 อย่างไรก็ตาม คงไม่รอให้สถานการณ์ค่าฝุ่น PM2.5 สูงจนวิกฤตถึงขั้นต้องออกมาตรา 9 ก็จะใช้มาตรการที่มีอยู่ในการลดต้นเหตุของการเกิดฝุ่น อย่างจราจรจะรู้ดีว่าพื้นที่ที่เป็นปัญหาอยู่จุดใดก็ต้องไปจัดการจราจรให้ราบรื่นขึ้น หรือตอนนี้รถโดยสารสาธารณะก็อยู่ระหว่างปรับเปลี่ยนรุ่นของเครื่องยนต์ เพื่อให้การสันดาบดีขึ้น ลดการปล่อยมลพิษลง ส่วนของสาธารณสุขเองก็จะลงไปให้ข้อมูลในการดูแลสุขภาพในพื้นที่เสี่ยงเหล่านี้ เพื่อลดการสัมผัสและผลกระทบจากฝุ่น PM2.5 ให้ได้มากที่สุด เช่น การปิดบ้านเพื่อป้องกันฝุ่นละออง ลดกิจกรรมภายนอกบ้าน หากจำเป็นต้องเดินทางไปทำงาน อาจหาอุปกรณ์ป้องกันในช่วงที่ผ่านเส้นทางที่มีฝุ่นละอองมาก และใช้เวลาสัมผัสให้น้อยที่สุด และเมื่อถึงสถานที่ทำงานค่อยถอดอุปกรณ์ป้องกันออก เป็นต้น


https://mgronline.com/qol/detail/9620000007519

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 23-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


มาชมอะไรบวกๆ กันบ้าง วาฬขาวหายากออกลูก (คลิป)



รายงานว่า สวนสัตว์น้ำ ไชม์ลอง โอเชียน ที่เมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เผยคลิปนาที "ยูเลีย" แม่วาฬเบลูก้า ออกลูกในสระของทางสวนสัตว์น้ำ ท่ามกลางผู้เชี่ยวชาญและความพยายามเอาใจช่วยของเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลกระทั่งประสบความสำเร็จ ใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมง

ความพยายามของช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่เกิดขึ้นหลังจากหัวของลูกวาฬน้อยโผล่ออกมาจากช่องคลอดของแม่วาฬเป็นเวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนจะว่ายออกมาได้สำเร็จ เรียกเสียงปรบมือยินดีจากเจ้าหน้าที่ โดยลูกวาฬตัวนี้ ถือเป็นตัวที่ 3 แล้วชองทางสวนน้ำ หลังมีแม่วาฬเบลูก้าออกลูก 2 ตัว ในช่วง 13 วัน เมื่อเดือนธ.ค. 2561 ส่วนตัวที่ 4 คาดว่าจะออกมาดูโลกในเดือนก.พ.นี้



จาง เต้อหลู รองผู้จัดการสวนน้ำไชม์ลอง โอเชียน กล่าวว่า ลูกวาฬทั้งหมดมีสุขภาพแข็งแรง และได้รับการดูแลอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ โดยสิ่งสำคัญที่สุด คือ การที่ลูกวาฬแรกเกิดนั้นสามารถหายใจได้ ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมานั้นทางเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพครรภ์ของแม่วาฬมาอย่างต่อเนื่อง วันละ 2 ครั้ง ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนออกลูก



สำนักข่าวซินหัวของจีน ยังเผยแพร่ภาพอันน่าทึ่งของลูกวาฬเบลูก้าหัดแหวกว่ายอยู่เคียงข้างแม่ของมัน โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า วาฬเบลูก้ามีสีขาวตามธรรมชาติ แต่ลูกวาฬแรกเกิดนั้นจะมีสีเทา และอาจต้องใช้เวลาถึง 8 ปี ที่ผิวของมันจะเปลี่ยนเป็นสีขาว

ทั้งนี้ วาฬเบลูก้า รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า วาฬขาว ขนาดตัวเต็มวัยยาวประมาณ 3.9 จนถึง 6.1 เมตร และมีเอกลักษณ์ที่หัวเป็นลักษณะโหนกนูนเรียบกลม สามารถพบได้บ่อยตามชายฝั่งอลาสก้า แคนาดา และรัสเซีย มีนิสัยเป็นมิตร และว่ายน้ำระยะไกลเพื่อออกหาอาหาร สามารถว่ายได้ในทั้งน้ำเค็มและน้ำจืด



ขณะที่เสียงร้องของมันนั้นทำให้ชาวประมงขนานนามให้พวกมันว่า "นกคานารีแห่งท้องทะเล" ปัจจุบันเหลือเพียง 2 แสนตัวทั่วโลก ถือเป็นสัตว์สงวนทั้งในจีน และสหภาพระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือไอยูซีเอ็น มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแกลนด์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2120140

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 23-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


ฝุ่นพิษ PM2.5 พีคทั่วกรุง อันตรายสีแดง 10 เขต!



มลพิษฝุ่นฟุ้งปกคลุมทั่วกรุง เตือน ระดับแดง 10 เขต บางคอแหลมพุ่ง102 ฝั่งธน พระนคร สนามหลวง ยังอันตราย สี่เหลืองเกือบทั่วกรุง ฉีดพ่นน้ำ ล้างถนน ก็ไม่ช่วย ฝนก็ไม่ตกตก รอลมหนาวคลี่คลายสถานการณ์

สถานการณ์ฝุ่นละออง มลพิษ ในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล ยังสูงขึ้น และขยายพื้นที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนมากขึ้น หลังจากที่เมือสัปดาห์ก่อน 7 วัน เราต้องเผชิญมลพิษ 5 วัน เริ่มต้นสัปดาห์นี้ ตั้งแต่วันจันทร์ จนถึงวันนี้ มลพิษกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง

ล่าสุดเมื่อ 07.30 น.จากการรายงานคุณภาพอากาศของสถานีตรวจวัด สำนักสิ่งแวดล้อมกทม. 44 สถานี พบพื้นที่สีแดง ระดับคุณอากาศส่งผลกระทบต่อสัขภาพปชาชน เพิ่มขึ้น 9 สถานี มากที่สุดตั้งแต่ตรวจวัด อากาศในช่วงฤดูหนาว อาทิ

สี่แยกถนนตก เขตบางคอแหลม 102 ไมโครกรัม

จุดตรวจวัด บริเวณป้อมตำรวจสี่แยกถนนตกเขตภาษีเจริญ มหาวิทยาลัย สยาม 101 ไมโครกรัม

เขตธนบุรี บริเวณป้ายรถเมล์แยกมไหสวรรย์ 95 ไมโครกรัม

เขตบางกอกน้อย ป้อมตำรวจ 92 ไมโครกรัม

เขตบางพลัด สำนักงานเขตบางพลัด 95 ไมโครกรัม

บางขุนเทียน 96 สำนักงานเขต เขตพระนคร

บริเณจุดตรวจวัด สนามหลวง 96 เขตบางกอกใหญ่ และ เขตหนองแขม

ส่วนสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ 18 สถานี พบมลพิษฝุ่นระดับสีแดง 2 เขต บริเวณ ถนนพระราม2 อ.เมือง สมุทรสาคร และ ต.อ้อมน้อย สมุทราสาคร ส่วนเขตพื้นที่อื่นก็อยุ่ในเกณฑ์ระดับสีส้ม เริ่มกระทบต่อสุขภาพ ของประชาชน



จากสภาพอุตุนิยมวิทยา ความกดอากาศสูง จะเเผ่ลงมาปกคลุมไทยตอนบนวันนี้ คาดว่าจะทำให้อุณหภูมิลด1-3องศา ต้องติดตามว่าจะช่วยลดมลพิษได้มากน้อยแค่ไหนเฝ้าระวังฝุ่นละออง ขนาดเล็ก PM2.5 ช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์

ติดตามข้อมูลออนไลน์ aqicn.org/city/bangkokกรมควบคุมมลพิษ aqmthai.com/aqi.phpกรุงเทพมหานคร bangkokairquality.com


http://www.nationtv.tv/main/content/378684670/


*********************************************************************************************************************************************************


ตะลึง!!ซากหมีและเสือ 1,600 ชิ้น

จับกุมขบวนการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ยึดซากเล็บหมีและกะโหลกเสือกว่า 1,600 ชิ้น คาดว่ามีหมีและเสือที่ต้องสังเวยชีวิตกว่า 80 ตัว มากที่สุดเท่าที่เคยมีการจับกุม ล่าสุดยังไม่ชัดเจนว่าเล็บหมีที่ตรวจเจอมาจากหมีกี่ชนิด อยู่ระหว่างการตรวจสอบ



วันนี้ (22 ม.ค. 62) เวลา 11.00 น. ได้มีการแถลงข่าวการจับกุมการลักลอบค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองที่กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 โดยการนำของ พลตำรวจเอกเฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำโดย นายศักดิ์ชัย จงกิตวิวัฒน์ รักษาการผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปรามและควบคุมไฟป่า และชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำความผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า (ชุดเหยี่ยวดง) กรณีเมื่อวันที่ 19 ม.ค. 62 (เวลา 21.30 น.) คณะเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกับชุดเหยี่ยวดงจับกุม นายกะต่าย สีสุวัน สัญชาติลาว พร้อมของกลางซากเล็บหมี จำนวน 1,666 เล็บ (หมีต้องตายไปไม่น้อยกว่า 83 ตัว ซึ่งสันนิฐานว่าน่าจะมาจากประเทศเพื่อนบ้าน) และซากชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ป่า จำนวน 4 ชิ้น (ซึ่งคาดว่าเป็นกะโหลกและกรามของเสือโคร่ง)

โดยเป็นการขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายลักลอบค้างาช้างแปรรูปรายใหญ่ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 61 ที่ด่านศุลกากรนครพนม ได้ผู้ต้องหาชายชาวเวียดนาม จำนวน 1 คน พร้อมงาช้างแปรรูปมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท จนสามารถจับผู้ต้องหารายนี้ได้ บนรถโดยสารประจำทาง สายกรุงเทพ-ปากเซ บริเวณหน้าตู้บริการตำรวจวังน้อย ตำบลสนับทึบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยผู้ต้องหารับว่าเป็นผู้รับกระเป๋าบรรจุซากสัตว์ดังกล่าวจากคนขับแท๊กซี่ซึ่งรับมาจากชายชาวเวียดนามชื่อมิ้น ให้ไปส่งกับชายชาวลาว ที่จะมารอรับที่ปากเซ นอกจากนี้ยังขยายผลเครือข่ายลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ สามารถจับกุมต้วนายวราพงศ์ พันธ์แจ่ม และนายเหงียน วัน เฮิบ สัญชาติเวียดนาม ที่ทำหน้าที่จัดเก็บและบรรจุส่งซากสัตว์ป่าดังกล่าว พร้อมทั้งได้ตรวจค้นบ้านนายธรรมนูญ คงดี นายทุนที่รวบรวมซากสัตว์ป่าดังกล่าว เพื่อส่งขาย

และเมื่อวันที่ 20 ม.ค. 62 (เวลา 16.30 น.) ชุดเหยี่ยวดง ได้ร่วมกับตำรวจภูธรภาค 1 ตรวจค้นบ้านนายธรรมนูญฯ และได้ตรวจยึด-อายัด ซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ชนิดเต่ากระ จำนวน 2 ซาก เต่าตนุ จำนวน 1 ซาก ไว้เพื่อตรวจการอนุญาตครอบครอง และพนักงารสอบสวนได้ขอนุมัติศาลออกหมายจับนายธรรมนูญฯ เนื่องจากมีส่วนพัวพันกับเครือข่ายการลักลอบค้างาช้างที่จังหวัดนครพนมและเล็บหมีดังกล่าว และได้จับกุมนายธรรมนูญได้เมื่อวันที่ 22 ม.ค.62 ที่จังหวัดนครปฐมแล้วนำตัวมาส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติที่จับกุมได้นี้ เป็นขบวนการที่มีเครือข่ายกว้างขวาง มีการติดต่อค้าขายและสั่งการกันทางออนไลน์ มีเครือข่ายเชื่อมโยงหลายจังหวัดในประเทศไทย และเชื่อมโยงกับหลายประเทศ ทั้ง สปป.ลาว,เวียดนาม และจีน ซึ่งชุดเหยี่ยวดงจะร่วมกับสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า และตำรวจสืบสวนภูธรภาค 1 ทำการขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการมาลงโทษทุกรายและให้มีการนำกฎหมายฟอกเงินมาบังคับใช้ เพื่อทลายเครือข่ายโดยเฉพาะนายทุนให้หมดสิ้นไป เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของประเทศภาคีสมาชิกทั่วโลกที่จะมีการพิจารณาปลดประเทศไทยออกจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่อการค้างาช้างที่ผิดกฎหมาย ในการประชุมใหญ่ประเทศภาคีสมาชิกไซเตส (Cop18) ในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้

นายนุวรรต ลีลาพตะ รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการปราบปรามการกระทำผิดด้านสัตว์ป่าและพืชป่า ชุดเหยี่ยวดง เปิดเผยว่า นับเป็นครั้งแรกที่ตรวจยึดซากเล็บหมี ได้มากกว่า 1,600 ชิ้น ยอมรับว่าตกใจมาก เพราะหากคำนวณน่าจะมีหมีกว่า 80 ตัวที่ถูกฆ่าตาย ที่ผ่านมาเหยี่ยวดง เคยพบแค่ 1-2 เล็บ เพื่อนำไปใช้ทำเครื่องรางของขลัง แต่ไม่เคยพบการรวบรวมของนายทุนมากเท่านี้

"ยังไม่ชัดเจนว่าเล็บหมีที่ตรวจเจอมาจากหมีกี่ชนิด และบางส่วนจะส่งไปให้ห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ตรวจสอบหาชนิดหมีเพิ่มเติม ส่วนการใช้ประโยชน์จากเล็บหมี ไม่น่าจะเอาไปใช้สรรพคุณทางยา ซึ่งจะตรวจสอบกับตำรวจ เพื่อหาคำตอบในเรื่องนี้"


http://www.nationtv.tv/main/content/378684876/#cxrecs_s

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 23-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


นักวิชาการเห็นพ้องปัญหาฝุ่นพิษแก้ที่ 'จราจร' พัฒนาขนส่งมวลชนไม่พอ-ต้องคุมรถส่วนตัว

วงวิชาการพ้องเสียงปัญหา PM2.5 มุ่งแก้ไขที่การจราจร การพัฒนาระบบขนส่งมวลชนอย่างเดียวไม่พอ ต้องจำกัดการใช้รถยนต์ส่วนตัวให้น้อยลง



นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยในเวทีเสวนา "PM 2.5 ผลร้ายการพัฒนา สวนทางความยั่งยืน" จัดโดย TDRI เมื่อเร็วๆ นี้ ตอนหนึ่งว่า ปัญหาการจราจรติดขัดที่ประสบกันมานานนั้น ไม่เพียงส่งผลกระทบเรื่องฝุ่นละออง PM2.5 แต่ยังสร้างมลพิษทางอากาศ ทางเสียง รวมถึงกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอีกมาก ดังนั้นหากพุ่งเป้าแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้ก็จะส่งผลให้ปัญหาอื่นๆ ลดลงตามไปด้วย

นายสุเมธ กล่าวว่า หนึ่งในปัญหาหลักคือยังไม่สามารถดึงคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว ให้มาใช้ระบบขนส่งมวลชนได้มากเท่าที่ควร ซึ่งในต่างประเทศมีการพิสูจน์มาแล้วว่าการสนับสนุนระบบขนส่งมวลชนอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะดึงคนมาใช้ได้ หากไม่จำกัดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล เช่น จำกัดจำนวนรถจดทะเบียนใหม่ การจัดเก็บค่าเข้าพื้นที่ในเขตเมือง หรือการคำนวณระบบภาษีที่สะท้อนปัญหามลพิษ โดยอายุรถยิ่งเก่าภาษียิ่งสูงขึ้น ต่างกับปัจจุบันที่ไทยคำนวณตามมูลค่ารถ ทำให้รถยิ่งเก่าภาษียิ่งถูกลง

นายสุเมธ กล่าวอีกว่า ในการใช้บริการรถโดยสารประจำทาง จากตัวเลขในปี 2559 พบว่าในฮ่องกง ลอนดอน และสิงคโปร์ มีสัดส่วนผู้ใช้ต่อประชากรมากถึง 70-81% โดยเมืองเหล่านั้นมีจำนวนรถโดยสารประจำทางที่ให้บริการ 10,071 คัน 9,300 คัน และ 5,591 คัน ตามลำดับ ในขณะที่ไทยมีสัดส่วนผู้ใช้เพียง 21% เท่านั้น ทั้งที่มีจำนวนรถให้บริการ 7,359 คัน ไม่น้อยไปกว่าเมืองอื่นๆ แต่ที่อื่นมีการจำกัดการใช้รถยนต์ส่วนตัวควบคู่ไปด้วย จึงแสดงให้เห็นว่าการพัฒนาระบบรถเมล์อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ

รศ.จำนง สรพิพัฒน์ กรรมการบริหารสมาคมวิจัยวิทยาการขนส่งแห่งเอเชีย กล่าวว่า หลักการพื้นฐานการแก้ไขมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ในเขตเมือง ประกอบด้วย 1.ลดความเข้มข้นสารมลพิษจากไอเสียรถยนต์แต่ละคันให้ต่ำลง 2.ลดการติดขัดของจราจรในเขตเมืองลงให้เหลือน้อยที่สุด 3.ลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนนให้มีจำนวนน้อยลง ดังนั้นมาตรการระยะสั้น จะต้องเร่งตรวจสอบและปรับปรุงสภาพรถยนต์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน คืนผิวจราจรเส้นทางก่อสร้าง รวมถึงเตรียมแผนรับมือในการลดจำนวนรถบนท้องถนน เช่น กำหนดวันคู่วันคี่ หรือปิดโรงเรียน

รศ.จำนง กล่าวว่า ส่วนมาตรการระยะปานกลาง ให้เร่งรัดบังคับใช้มาตรฐานเครื่องยนต์และเชื้อเพลิงจากยูโร 4 ไปยูโร 5 ให้เร็วกว่าเดิม เปลี่ยนดีเซล B7 ไปเป็น B20 ให้เร็วขึ้น ส่งเสริมการใช้รถยนต์ประสิทธิภาพสูง เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ให้มีสัดส่วนมากขึ้น และพิจารณาความเป็นไปได้ในการสิ้นสุดการใช้รถยนต์เก่าอายุเกิน 10 หรือ 15 ปีขึ้นไป ซึ่งต้องมีการศึกษาอย่างถี่ถ้วน ส่วนมาตรการระยะยาว ให้ใช้นโยบายการจราจรอย่างยั่งยืน ที่ให้ความสำคัญกับรูปแบบการขนส่งสาธารณะ พัฒนาผังเมืองใหม่ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เป็นต้น

นายอดิศร์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ที่ปรึกษาด้านนโยบายทรัพยากรธรรมชาติและการลดก๊าซเรือนกระจก TDRI กล่าวว่า ข้อเสนอเพื่อความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา PM2.5 ของรัฐบาลคือ

1.สร้างระบบตรวจและระงับการใช้พาหนะที่ปล่อยมลพิษเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยการเข้มงวดกระบวนการตรวจ รวมถึงพัฒนาระบบข้อมูลและรายงาน

2.ปรับโครงสร้างภาษีประจำปีรถยนต์ให้สะท้อนประสิทธิภาพการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ โดยนำปัจจัยเรื่องการปล่อยมลพิษ อายุเครื่องยนต์ ประสิทธิภาพการเผาไหม้ มาประกอบการจัดเก็บภาษี

3.ปรับโครงสร้างภาษีน้ำมันเพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาด ซึ่งปัจจุบันมีการเก็บที่ซับซ้อนทำให้รัฐบาลไม่สามารถใช้ส่งสัญญาณทางราคาได้ จึงต้องจัดเก็บให้สะท้อนผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

4.ทำกรุงเทพฯ ให้เป็น Compact City เพื่อลดการเดินทางของประชาชน โดยส่งเสริมให้มีย่านเมืองที่มีองค์ประกอบครบและเหมาะสม เพื่อใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจะช่วยลดการเดินทางของประชาชน

5.ใช้กลไกคณะกรรมการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (กพย.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อสามารถสั่งการได้ทันที

ด้าน ผศ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นจิ๋วที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ถือว่าเป็น micro climate change หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในสภาพย่อยของเมือง ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ resilience จะปรับตัวให้อยู่ให้รอดอย่างไรในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และจะฟื้นตัวได้อย่างไร ซึ่งปัญหานี้ไม่เพียงสะท้อนการตั้งรับของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนความไร้อำนาจของคนเมืองที่ไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้


https://greennews.agency/?p=18435

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 23-01-2019
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,719
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


กรมอุทยานแห่งชาติฯสกัดจับเล็บหมีควายกว่าพันชิ้น



เล็บหมีควายจำนวน 1,666 ชิ้น คิดเป็นหมี 83 ตัว และซากกะโหลกสัตว์อีก 2 หัว ที่ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชแล้วว่าเป็นกะโหลกเสือโคร่ง



เมื่อวันที่ (22 ม.ค. 62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 1 ร่วมกับชุดเหยี่ยวดงกรมอุทยานแห่งชาติฯ ประสานตำรวจทางหลวงสกัดจับได้ขณะลักลอบขนผ่านรถโดยสารระหว่างประเทศ กรุงเทพ-ปากเซ เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมา จับได้ในเขตอำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมผู้ต้องหาที่โดยสารมาด้วยชื่อนายกะต่าย สีสุวัน สัญชาติลาว นายวราพงศ์ พันธ์แจ่ม และนายเหงียน วัน เฮิบ สัญชาติเวียดนาม



การจับซากสัตว์ป่าทั้งหมดนี้ ตำรวจได้ขยายผลจาก การจัยเครือข่ายลักลอบค้างาช้างแปรรูปรายใหญ่ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2561 ที่ด่านศุลกากรนครพนม โดยจับนาง เหงียน กี่ ทัน ชาวเวียดนาม และสอบสวนทราบว่ามีคนไทยรับหน้าที่ประสานงาน ชื่อนายธรรมนูญ คงดี ตอนนี้ออกหมายจับและตำรวจเข้าคุมตัวแล้ว โดยพบของกลางเป็นซากสัตว์ป่าจำนวนมากภายในบ้าน เช่นซากเต่ากระ เต่าตนุ แต่การลักลอบขนซากเล็บหมีควาย และกะโหลกเสือโคร่งครั้งนี้ ข้อมูลการสืบสวนพบว่า ซากทั้งหมดถูกล่ามาจากประเทศเมียนมาร์ และลักลอบข้ามแดนฝั่งอ.แม่สอด จ.ตาก แล้วลงมาพักของไว้ในกรุงเทพ เพื่อบรรจุขึ้นรถโดยสารข้ามไปยัง สปป.ลาว และเวียดนาม ที่มีหัวหน้าขบวนการเป็นชาวเวียดนาม ชื่อนายมินห์ โดยเครือข่ายนี้ลักลอบขนซากสัตว์ป่าข้ามประเทศมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/97008

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 20:41


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger