เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,493
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะสูงขึ้น 1-2 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยภาคกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก มีฝนบางพื้นที่ ส่วนภาคเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิลดลงเล็กน้อย ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 5 - 10 ก.พ. 62 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ โดยมีฝนบางแห่ง เว้นแต่บริเวณภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า ส่วนภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งตลอดช่วง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 5-10 ก.พ. 62 สำหรับบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนองและมีลมแรงขึ้น ดังนั้นจะทำให้ช่วยลดฝุ่นละอองและมลพิษในอากาศลงได้ ส่วนบริเวณประเทศไทยตอนบนขอให้ประชาชนระมัดระวังสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกและมีหมอกหนาไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (73.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (98.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2.jpg (216.5 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,493
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


พาช้างน้ำคืนทะเล

ผู้ช่วยนายอำเภอ 4 นายในสหรัฐฯ รับงานใหญ่ พาแมวน้ำช้าง หรือเรียกง่ายๆว่า ช้างน้ำ คืนทะเล



ปฏิบัติการนำช้างน้ำหนุ่มตัวเขื่องคืนถิ่นที่อยู่ในทะเล เป็นผลงานชิ้นใหญ่ (มาก) ของทีมผู้ช่วยนายอำเภอ เขต ซานหลุยส์ โอบิสโปเคาน์ตี รัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐฯ โดยแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดแรก 3 นาย ใช้อุปกรณ์และโบกไม้โบกมือ กระตุ้นผลักดันช่วยช้างน้ำหนุ่ม กระดึ๊บๆ ข้ามถนน 2 เลน และอีกคนคอยตัดรั้วลวดหนามเปิดทางให้กลับไปลงทะเล

ใช้เวลาปฏิบัติการทั้งหมดประมาณ 40 นาที...ปรบมือรัวๆๆๆ

เชื่อกันว่า ช้างน้ำหนุ่มอวบน่าจะสู้กับช้างน้ำที่แก่กว่า แต่เกิดสู้ไม่ไหว เลยหนีขึ้นเขาจนหลงทาง

ว่ากันว่า ช้างน้ำสายพันธุ์ทางเหนือตัวนี้ เมื่อโตเต็มวัย ลำตัวจะยาวถึง 20 ฟุตและหนักมากถึง 4 ตันครึ่ง.


https://www.thairath.co.th/content/1487387

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,493
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


จนท.สรุปเครื่องบิน "ซาลา" จมก้นทะเล พบ 1 ศพติดอยู่ในซาก



เจ้าหน้าที่สอบสวนอุบัติเหตุทางอากาศ (AAIB) พบซากเครื่องบินของ เอมิเลียโน ซาลา ดาวยิงป้ายแดง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี ที่หายสาบสูญ จมอยู่ก้นทะเลใกล้เกาะเกิร์นซีย์ บริเวณช่องแคบอังกฤษ และมี 1 ศพติดอยู่ภายใน

จอมถล่มประตูวัย 28 ปี ออกเดินทางจากเมืองน็องต์ส ทางตะวันตกของฝรั่งเศส ร่วมกับ เดวิด อิบบ็อตสัน นักบิน เพื่อประเดิมสนามกับ "เดอะ บลูเบิร์ดส" และคาดว่าเครื่องอาจประสบอุบัติเหตุตกกลางทะเล ตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม

สำนักงานตรวจสอบอุบัติภัยทางอากาศของอังกฤษ แถลงอย่างเป็นทางการว่า "พบซากเครื่องบิน ไพเพอร์ มาลิบู ที่หายสาบสูญ คลิปวิดีโอที่ได้จากยานสำรวจใต้ทะเลพบ 1 ศพติดอยู่ระหว่างชิ้นส่วนของเครื่องบิน ซึ่ง AAIB กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาขั้นตอนปฏิบัติต่อไป โดยจะหารือกับครอบครัวของนักบิน ผู้โดยสาร และตำรวจ"

ซากเครื่องบินถูกพบตั้งแต่วันอาทิตย์ (3 ก.พ.) หลังนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล เริ่มลงมือค้นหาราว 2-3 วันต่อมา นับตั้งแต่พบชิ้นส่วนเก้าอี้ผู้โดยสาร บริเวณชายฝั่งของฝรั่งเศส

ล่าสุด AAIB สรุปเครื่องบิน "ไพเพอร์ มาลิบู" ที่หายสาบสูญ จมอยู่ก้นทะเล ตามหลักฐานภาพถ่ายซึ่งพบเห็นเลขทะเบียน "N264DB" ชัดเจน "ภาพถ่ายแสดงส่วนหางด้านซ้ายของเครื่องบิน รวมถึงเลขทะเบียน เราคาดว่าจะเผยแพร่รายงานฉบับย่อ ภายใน 1 เดือน หลังเกิดอุบัติเหตุ"


https://mgronline.com/sport/detail/9620000012354

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,493
Default

ขอบคุณข่าวจาก ข่าวสด


จวกยับหนุ่มประมง อุตริใช้ "ซากฉลาม" ทำบ้องพี้กัญชา

จวกยับหนุ่มประมง ? วันที่ 4 ก.พ. เดลี่เมล์ รายงานกระแสประณามชาวประมงคนหนึ่งใน ออสเตรเลีย หลังบันทึกคลิป เสพกัญชา โดยใช้ ซากฉลาม ขนาดเล็กเป็นบ้องสำหรับเสพ จุดชนวนให้ชาวเน็ตแห่โพสต์ข้อความตำหนิว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ ฆ่าฉลามที่เป็นสัตว์เสี่ยงสูญพันธุ์ เพียงเพื่อนำมาใช้สร้างความบันเทิงเท่านั้น



จากคลิปที่โพสต์บนเพจเฟซบุ๊ก Fried Fishing Australia ซึ่งมีผู้ติดตามราว 21,000 คน เผยให้เห็นชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนเรือ ในมือถือซากฉลามขนาดเล็ก และปากยังมีรอยเลือดไหลเป็นทาง บริเวณหัวมีท่อพลาสติกปักอยู่ เช่นเดียวกับส่วนกลางลำตัว

ชายคนเดิมใช้ไฟแช็กจุดไฟที่ท่อบนส่วนหัว ก่อนใช้ปากสูบควันจากท่อส่วนลำตัว ระหว่างที่กำลังเสพกัญชาก็มีเพลง Babyshark เพลงเด็กยอดนิยมเปิดเป็นดนตรีประกอบ



หลังคลิปนี้ถูกโพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก บรรดานักท่องอินเตอร์เน็ตก็แห่วิจารณ์อย่างดุเดือด หลายคนบอกว่าชายคนนี้มีปัญหาทางสมอง ขณะที่อีกส่วนบอกว่าเป็นพวกขี้ยาที่เมาจนไม่รู้เรื่อง


https://www.khaosod.co.th/around-the...s/news_2171976

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,493
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยโพสต์


นักวิชาการหวั่นของบริจาคกลายเป็นขยะล้นเกาะ แนะฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเลไม่ควรอยู่แออัด



4 ก.พ.62 - นางนฤมล อรุโณทัย นักวิชาการจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หมู่บ้านชาวมอแกนเกาะสุรินทร์ไฟไหม้กว่า 60 หลังคาเรือนว่า ควรใช้วิกฤตที่เกิดขึ้นให้เป็นโอกาสโดยหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องและชุมชนควรร่วมกันหารือเพราะพื้นที่นี้เป็นพื้นที่พิเศษที่อยู่ในความดูแลของอุทยานฯ เช่น ตัวแทนของบริษัทนำเที่ยว เพราะจริงๆแล้วก็มีปัญหาเช่นกัน อย่างกรณีการนำเรือสปีทโบทมาจอดริมชายหาดซึ่งทำให้เกิดหลุม หรือกรณีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ขึ้นไปเที่ยวแล้วไม่เคารพวิถีวัฒนธรรมของชาวเล เราควรใช้โอกาสนี้หารือกันให้ครบวงจร

"ไม่ควรรีบๆสร้างบ้านแล้วก็จบๆไป ควรช่วยกันฟื้นฟูวิถีชุมชนของพวกเขา อย่างกรณีปัญหาเฉพาะหน้าที่ช่วยเหลือก็เช่นกัน ควรมีวิธีบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมที่ดีเหมือนกับตอนที่หมู่บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า ทำคือให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือตัวเอง ไม่ใช่ให้พวกเขาเป็นเพียงผู้ที่รอรับความช่วยเหลือ ยิ่งตอนนี้บ้านไฟไหม้หมด ก็ควรเปิดโอกาสให้เขาได้ร่วมหารือพูดคุยว่าปัญหาเฉพาะหน้าคืออะไร และอนาคตชุมชนเขาอยากเห็นอะไร" นางนฤมล กล่าว

นักวิชาการจากสถาบันวิจัยสังคม กล่าวว่าก่อนเกิดไฟไหม้หมู่บ้านชาวมอแกนอยู่กันค่อนข้างแออัดและอยู่ปะปนกันหมด แต่ในอดีตวิถีของพวกเขาอยู่กระจัดกระจายกันตามอ่าวต่างๆเป็นหย่อมๆตามเครือญาติ แต่หลังสึนามิชาวบ้านทั้งหมดถูกให้มาอยู่รวมกัน ดังนั้นในอนาคตหากมีการสร้างชุมชนขึ้นมาใหม่อาจต้องสร้างแนวกันไฟหรือเว้นระยะห่างระหว่างบ้านให้มากขึ้น ไม่ใช่อยู่ติดกันอย่างแออัดพอเกิดไฟไหม้ก็เลยถูกเผาไปด้วยกันหมด

"ตอนนี้ที่อยากเห็นคือ ควรมีผู้ประสานงานระหว่างชุมชนมอแกนกับความช่วยเหลือภายนอกที่จะเข้าไป ไม่ควรกระหน่ำกันส่งข้าวของเข้าไปโดยที่ไม่รู้ถึงความต้องการ เพราะยิ่งจะทำให้เกิดปัญหามากขึ้น เช่น ส่งผ้าอ้อมเด็กอ่อน เพราะเด็กๆที่นั่นไม่ใช้ก็จะกลายเป็นขยะ หรือส่งน้ำเปล่าใส่ขวดพลาสติกกันเข้าไปจำนวนมากทำให้ขวดเป็นปัญหา เช่นเดียวกับการส่งอาหารใส่กล่องโฟมเข้าไป ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ควรสร้างความเข้าใจกันตั้งแต่ต้น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปตามแก้ไขปัญหาภายหลัง ดังนั้นคนที่ช่วยประสานงานจะช่วยเหลือได้มาก" นางนฤมล กล่าว

นางนฤมล กล่าวว่า เดิมทีชาวเลบนเกาะสุรินทร์มีวิถีที่เดินทางทางเรือบ่อย แต่เมื่อถึงฤดูมรสุมก็มาปักหลักตามอ่าวๆต่างๆประมาณ 10 แห่งเป็นหย่อมๆ 5-10 หลัง เมื่อมีการจัดตั้งอุทยานฯในตอนแรกอนุญาตให้ชาวบ้านอยู่ 2 พื้นที่คืออ่าวบอนเล็กและอ่าวไทรเอน แต่ตอนหลังได้ย้ายมาในพื้นที่ปัจจุบันที่เกิดไฟไหม้ ซึ่งเข้าใจว่าอุทยานฯคงไม่ต้องการให้ชาวเลอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย

ด้านนางจุรี หาญทะเล ชาวมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ วัย 52 ปีกล่าวว่า ตนอยู่มาตั้งแต่เด็กโดยติดตามพ่อแม่ล่องเรือกาบางไปตามเกาะต่างๆ ทั้งฝั่งไทยและฝั่งพม่า ซึ่งสมัยก่อนไม่ได้ห้ามเพราะเรื่องข้ามเขตแดน จนกระทั่งตอนหลังมาปักหลักอยู่ในอ่าวในหมู่เกาะสุรินทร์ และถูกย้ายให้มาอยู่รวมกันในหมู่บ้านที่ถูกไฟไหม้ซึ่งค่อนข้างแออัด

"ตอนไฟไหม้ฉันอยู่บนฝั่ง แต่ลูกอยู่บนเกาะ ตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้างไม่รู้ ทุกคนต่างเป็นห่วง ยังดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต หากเขาสร้างบ้านให้ใหม่ ฉันอยากให้ขยายออกไปด้วย เมื่อก่อนเราเคยอยู่ที่อ่าวบอนเล็ก แต่ตอนหลังเขาไม่ให้อยู่และย้ายเรามาที่นี่ จริงๆแล้วถ้าให้เลือกระหว่างอยู่บนฝั่งกับอยู่บนเกาะสุรินทร์ ฉันก็อยากอยู่เกาะเพราะเงียบดี และไม่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายอะไร" นางจุรี กล่าว

นายไมตรี จงไกรจักร ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไท กล่าวว่า ที่น่าหวั่นเกรงคือกระแสช่วยเหลือถั่งโถมเข้าไปและกลายเป็นปัญหาคือทำให้เกาะกลายเป็นที่ทิ้งขยะ นอกจากนี้ชาวมอแกนเกาะสุรินทร์มีปัญหาเรื่องบัตรประชาชน ดังนั้นอาจมีปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่อยู่อาศัย ซึ่งตอนนี้จังหวัดพังงาได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ และมีข้าวของบริจาคหลั่งไหลลงทุกทาง ดังนั้นควรชะลอการขนลงเกาะไว้ก่อนเพราะแค่บริจาครอบแรกก็เต็มหมดแล้ว ตอนนี้ควรหันมาเร่งจัดระบบบริหารจัดการ และการวางแผนฟื้นฟูระยะยาว เช่น การสร้างบ้าน เพื่อจัดกระบวนการให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม

"อาจมีข้อจำกัดเรื่องการใช้งบประมาณของราชการ เพราะชาวบ้านจำนวนหนึ่งไม่มีบัตรประชาชน ดังนั้นผู้บริจาคควรช่วยเหลือเรื่องการสร้างบ้าน หรือหากต้องการบริจาคข้าวของก็ควรเช็คความต้องการที่แท้จริงก่อนแล้วค่อยซื้อ แต่ถ้าบริจาคเป็นเงินจะคล่องตัวกว่า ส่วนการสร้างบ้านจากการสอบถามความต้องการของชาวบ้าน เขาต้องการปรับผังชุมชนให้เป็นไปตามเครือญาติและเว้นระยะตามความต้องการของชาวบ้าน" นายไมตรี กล่าว

อนึ่ง เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวลา 19.30 น.ได้เกิดเหตุไฟไหม้ในหมู่บ้านชาวมอแกน บริเวณอ่าวบอน หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา จนทำให้มีบ้านเรือนถูกเผาไปกว่า 60 หลัง ซึ่งคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากการสตาร์ทเครื่องยนต์เรือและเกิดระเบิดไฟลุกไหม้ ซึ่งต่อมานายศิริพัฒ พัฒนกุล ผู้ว่าราชการพังงาและคณะได้ลงพื้นที่ทันที


https://www.thaipost.net/main/detail/28320

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,493
Default

ขอบคุณข่าวจาก แนวหน้า


หวั่นขยะท่วมเกาะ! นักวิชาการแนะจัดระเบียบช่วยเหลือชาวมอแกน

เผยชุมชนมอแกนเกาะสุรินทร์อยู่กันอย่างแออัด-เพลิงเลยเผาผลาญรวดเร็ว แนะรีบจัดระเบียบความช่วยเหลือก่อนความหวังดีกลายเป็นขยะท่วมเกาะ นักวิชาการชี้แปรวิกฤตเป็นโอกาส-ฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวเล



4 ก.พ. 62 ดร.นฤมล อรุโณทัย นักวิชาการจากสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หมู่บ้านชาวมอแกนเกาะสุรินทร์ไฟไหม้กว่า 60 หลังคาเรือนว่า ควรใช้วิกฤตที่เกิดขึ้นให้เป็นโอกาสโดยหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและชุมชนควรร่วมกันหารือเพราะพื้นที่นี้เป็นพื้นที่พิเศษที่อยู่ในความดูแลของอุทยานฯ เช่น ตัวแทนของบริษัทนำเที่ยว เพราะจริงๆแล้วก็มีปัญหาเช่นกัน อย่างกรณีการนำเรือสปีดโบทมาจอดริมชายหาดซึ่งทำให้เกิดหลุม หรือกรณีนักท่องเที่ยวบางส่วนที่ขึ้นไปเที่ยวแล้วไม่เคารพวิถีวัฒนธรรมของชาวเล เราควรใช้โอกาสนี้หารือกันให้ครบวงจร

"ไม่ควรรีบๆสร้างบ้านแล้วก็จบๆไป ควรช่วยกันฟื้นฟูวิถีชุมชนของพวกเขา อย่างกรณีปัญหาเฉพาะหน้าที่ช่วยเหลือก็เช่นกัน ควรมีวิธีบริหารจัดการอย่างมีส่วนร่วมที่ดีเหมือนกับตอนที่หมู่บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า ทำคือให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือตัวเอง ไม่ใช่ให้พวกเขาเป็นเพียงผู้ที่รอรับความช่วยเหลือ ยิ่งตอนนี้บ้านไฟไหม้หมด ก็ควรเปิดโอกาสให้เขาได้ร่วมหารือพูดคุยว่าปัญหาเฉพาะหน้าคืออะไร และอนาคตชุมชนเขาอยากเห็นอะไร" ดร.นฤมล กล่าว

นักวิชาการจากสถาบันวิจัยสังคม กล่าวว่า ก่อนเกิดไฟไหม้หมู่บ้านชาวมอแกนอยู่กันค่อนข้างแออัดและอยู่ปะปนกันหมด แต่ในอดีตวิถีของพวกเขาอยู่กระจัดกระจายกันตามอ่าวต่างๆเป็นหย่อมๆตามเครือญาติ แต่หลังสึนามิชาวบ้านทั้งหมดถูกให้มาอยู่รวมกัน ดังนั้นในอนาคตหามีการสร้างชุมชนขึ้นมาใหม่อาจต้องสร้างแนวกันไฟหรือเว้นระยะห่างระหว่างบ้านให้มากขึ้น ไม่ใช่อยู่ติดกันอย่างแออัดพอเกิดไฟไหม้ก็เลยถูกเผาไปด้วยกันหมด

"ตอนนี้ที่อยากเห็น คือควรมีผู้ประสานงานระหว่างชุมชนมอแกนกับความช่วยเหลือภายนอกที่จะเข้าไป ไม่ควรกระหน่ำกันส่งข้าวของเข้าไปโดยที่ไม่รู้ถึงความต้องการ เพราะยิ่งจะทำให้เกิดปัญหามากขึ้น เช่น ส่งผ้าอ้อมเด็กอ่อน เพราะเด็กๆที่นั่นไม่ใช้ก็จะกลายเป็นขยะ หรือส่งน้ำเปล่าใส่ขวดพลาสติกกันเข้าไปจำนวนมากทำให้ขวดเป็นปัญหา เช่นเดียวกับการส่งอาหารใส่กล่องโฟมเข้าไป ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ควรสร้างความเข้าใจกันตั้งแต่ต้น เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปตามแก้ไขปัญหาภายหลัง ดังนั้นคนที่ช่วยประสานงานจะช่วยเหลือได้มาก" ดร. นฤมล กล่าว

ดร.นฤมล กล่าวว่า เดิมทีชาวเลบนเกาะสุรินทร์มีวิถีที่เดินทางทางเรือบ่อย แต่เมื่อถึงฤดูมรสุมก็มาปักหลักตามอ่าวๆต่างๆประมาณ 10 แห่งเป็นหย่อมๆ 5-10 หลัง เมื่อมีการจัดตั้งอุทยานฯในตอนแรกอนุญาตให้ชาวบ้านอยู่ 2 พื้นที่คืออ่าวบอนเล็กและอ่าวไทรเอน แต่ตอนหลังได้ย้ายมายามกันในพื้นที่ปัจจุบันที่เกิดไฟไหม้ ซึ่งเข้าใจว่าอุทยานฯคงไม่ต้องการให้ชาวเลอยู่กันอย่างกระจัดกระจาย

ด้านนางจุรี หาญทะเล ชาวมอแกนหมู่เกาะสุรินทร์ วัย 52 ปีกล่าวว่า ตนอยู่มาตั้งแต่เด็กโดยติดตามพ่อแม่ล่องเรือกาบางไปตามเกาะต่างๆ ทั้งฝั่งไทยและฝั่งพม่า ซึ่งสมัยก่อนไม่ได้ห้ามเพราะเรื่องข้ามเขตแดน จนกระทั่งตอนหลังมาปักหลักอยู่ในอ่าวในหมู่เกาะสุรินทร์ และถูกย้ายให้มาอยู่รวมกันในหมู่บ้านที่ถูกไฟไหม้ซึ่งค่อนข้างแออัด

"ตอนไฟไหม้ฉันอยู่บนฝั่ง แต่ลูกอยู่บนเกาะ ตอนนี้เขาเป็นอย่างไรบ้างไม่รู้ ทุกคนต่างเป็นห่วง ยังดีที่ไม่มีใครเสียชีวิต หากเขาสร้างบ้านให้ใหม่ ฉันอยากให้ขยายออกไปด้วย เมื่อก่อนเราเคยอยู่ที่อ่าวบอนเล็ก แต่ตอนหลังเขาไม่ให้อยู่และย้ายเรามาที่นี่ จริงๆแล้วถ้าให้เลือกระหว่างอยู่บนฝั่งกับอยู่บนเกาะสุรินทร์ ฉันก็อยากอยู่เกาะเพราะเงียบดี และไม่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายอะไร" นางจุรี กล่าว

นายไมตรี จงไกรจักร ผู้จัดการมูลนิธิชุมชนไทย กล่าวว่า ที่น่าหวั่นเกรงคือกระแสช่วยเหลือถั่งโถมเข้าไปและกลายเป็นปัญหาคือทำให้เกาะกลายเป็นที่ทิ้งขยะ นอกจากนี้ชาวมอแกนเกาะสุรินทร์มีปัญหาเรื่องบัตรประชาชน ดังนั้นอาจมีปัญหาเกี่ยวกับสิทธิในที่อยู่อาศัย ซึ่งตอนนี้จังหวัดพังงาได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ และมีข้าวของบริจาคหลั่งไหลลงทุกทาง ดังนั้นควรชะลอการขนลงเกาะไว้ก่อนเพราะแค่บริจาครอบแรกก็เต็มหมดแล้ว ตอนนี้ควรหันมาเร่งจัดระบบบริหารจัดการ และการวางแผนฟื้นฟูระยะยาว เช่น การสร้างบ้าน เพื่อจัดกระบวนการให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม

"อาจมีข้อจำกัดเรื่องการใช้งบประมาณของราชการ เพราะชาวบ้านจำนวนหนึ่งไม่มีบัตรประชาชน ดังนั้นผู้บริจาคควรช่วยเหลือเรื่องการสร้างบ้าน หรือหากต้องการบริจาคข้าวของก็ควรเช็คความต้องการที่แท้จริงก่อนแล้วค่อยซื้อ แต่ถ้าบริจาคเป็นเงินจะคล่องตัวกว่า ส่วนการสร้างบ้านจากการสอบถามความต้องการของชาวบ้าน เขาต้องการปรับผังชุมชน ให้เป็นไปตามเครือญาติและเว้นระยะตามความต้องการของชาวบ้าน" นายไมตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เวลา 19.30 น.ได้เกิดเหตุไฟไหม้ในหมู่บ้านชาวมอแกน บริเวณอ่าวบอน หมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา จนทำให้มีบ้านเรือนถูกเผาไปกว่า 60 หลัง ซึ่งคาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากการสตาร์ทเครื่องยนต์เรือและเกิดระเบิดไฟลุกไหม้ ซึ่งต่อมานายศิริพัฒ พัฒนกุล ผู้ว่าราชการพังงาและคณะได้ลงพื้นที่ทันที


https://www.naewna.com/local/393390

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า สัปดาห์ที่แล้ว
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,493
Default

ขอบคุณข่าวจาก PPTV


ปล่อย "ปลาช่อนยักษ์อเมซอน" เอาบุญ?

เผยปล่อยปลาช่อนอเมซอน ลงหนองน้ำที่ลำปาง โวยปลาเอเลี่ยน หวั่นทำปลาท้องถิ่นสูญพันธุ์



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ "เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน" ได้โพสต์รูปภาพของเฟซบุ๊กชายคนหนึ่ง ที่กำลังปล่อยปลาช่อนอะเมซอน ที่หนองกระทิง จ.ลำปาง โดยระบุว่า

"ลาก่อน ปลาบ้านหนองกระทิง นึกภาพมีคนปล่อย "พรีเดเตอร์ เข้าไปในหมู่บ้านคุณสิ" จะเหลือรึ ?

ใครแจ้ง ท่านผู้ว่าลำปาง หรือคนที่เกี่ยวข้องที เอาไปไว้ประมงจังหวัด หรืออแควเรี่ยมเถอะ หรือ กำจัดไปเลย

ไม่อยากใจร้ายนะ แต่จำเป็น"

ทั้งนี้ทำให้หลายคนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกระทำเช่นนี้ไม่เหมาะสม เพราะ ปลาช่อนอเมซอน เป็นปลาที่ไม่มีอยู่ในประเทศไทย ซึ่งอาจจะกระทบกับปลาท้องถิ่นได้ เนื่องจากเป็นปลาที่ตัวใหญ่ กินเนื้อ เรียกได้ว่าอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร อาจทำให้ปลาท้องถิ่นหมดไปจากแหล่งน้ำได้


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/97759


*********************************************************************************************************************************************************


"ปลาช่อนยักษ์อเมซอน" ตัวทำลายระบบนิเวศ

เพจเฟซบุ๊ก "เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน" ได้โพสต์ภาพ ชายคนหนึ่งกำลังปล่อยปลาช่อนยักษ์อเมซอน ปลาที่กินทุกอย่างในแม่น้ำ ประชาชนหวั่นทำลายระบบนิเวศ



เมื่อวันที่ (4 ก.พ. 2562) เพจเฟซบุ๊ก "เจ้าหญิงน้อยแห่งอันดามัน" ได้โพสต์ภาพ ชายคนหนึ่งกำลังปล่อยปลาช่อนอเมซอนที่หนองกะทิง จ.ลำปาง ทำให้มีคนออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกระทำเช่นนี้ว่า ไม่เหมาะสมเพราะปลาช่อนอเมซอนเป็นปลาที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย อาจทำให้กระทบปลาท้องถิ่นได้และระบบนิเวศในแม่น้ำได้ เนื่องจากเป็นปลาที่ตัวใหญ่ กินเนื้อ เรียกได้ว่าอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร อาจทำให้ปลาท้องถิ่นหมดไปจากแหล่งน้ำได้ และทางพีพีทีวีจะพามารู้จักกับปลาชนิดนี้



ปลาอะราไพม่า หรือปลาช่อนยักษ์อเมซอน มีต้นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ ลุ่มน้ำแอมะซอน ขนาดใหญ่ที่สุดของปลาชนิดนี้มีขนาด 4 เมตร หนัก 400 กิโลกรัม อาศัยในแหล่งน้ำตื้น กินสัตว์น้ำ พืชน้ำ และสัตว์ขนาดเล็ก เช่น ลิง นก ที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำ อายุของปลาช่อนยักษ์อเมซอนเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 20 ปี เป็นปลาที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงและเป็นปลาที่ไวต่อสารปนเปื้อน ในน้ำมากถ้าในแหล่งน้ำที่อาศัยอยู่มีสารเคมีปนเปื้อนหรือผิดปกติไปปลาชนิดนี้จะอยู่ไม่ได้

โดยประเทศไทยได้นำเข้าปลาชนิดนี้มาครั้งแรกในปี พ.ศ. 2529 ซึ่งปลาอะราไพม่า จะมีพฤติกรรมการกินอาหารที่ดูดุร้ายแต่เมื่อนำมาเลี้ยง ในสถานที่เลี้ยงแล้วกลับไม่มี พฤติกรรมดุร้ายกับผู้เลี้ยงสามารถลงไปไล่จับเล่นได้โดยที่ปลา ไม่ทำอันตรายใด ๆ ปัจจุบันสามารถเพาะขยายพันธุ์ในบ่อดินขนาดใหญ่ได้แล้ว และมีคนไทยจำนวนหนึ่ง กำลังทดลองเลี้ยงเป็น เพื่อบริโภคขายซึ่งเป็นปลาที่โตเร็ว และเนื้อมีราคาแพง อาจนำมาทดแทนเนื้อ ปลาช่อนทั่วไปได้



อย่างไรก็ตาม การนำปลาช่อนยักษ์อเมซอนมาปล่อยในแม่น้ำจะทำให้มีผลกระทบต่อระบบนิเวศ เพราะการกินอาหารที่ดุร้าย กินทั้งพืชน้ำและสัตว์น้ำจะทำให้ปลาในท้องถิ่นลดลง จนหมดไป


https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8...E0%B8%99/97784

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 00:18


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger